Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: หมอเค้าเรียนกันยังไง ใครอยากเป็นหมอลองอ่านดู  (อ่าน 17228 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ก.ย. 13, 09:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หมอเค้าเรียนกันยังไง ใครอยากเป็นหมอลองอ่านดู
      



บทความนี้ผมไม่ได้เขียนเอง แต่ผมไปเจอมาจาก www.triamudom.org คุณทหารผ่านศึกเขาเขียนไว้จากประสบการณ์จริง ผมก็เลยอยากให้น้องๆ ที่อยากเป็นหมอ มาลองอ่านว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง

ความกดดันเวลาเป็นนักเรียนแพทย์นี่ยังมีอีกเยอะครับ….อืมมม…พี่ลองเขียนเท่าที่คิดออกก็แล้วกันนะครับ น้องๆ หมอคนอื่นๆ ใครคิดออกก็เพิ่มเติมกันได้เลยนะครับ พี่ว่าดีเหมือนกันที่ให้น้อง ๆ ม.ปลายได้รู้ตรงนี้ไว้บ้าง จะได้ทราบว่าเรียนแพทย์ไม่ได้มีแต่ด้านสวยงามเหมือนความฝันครับ

- เรียนเยอะกว่าคนอื่น เวลาพักผ่อนน้อย (มีคณะไหนครับที่เรียนตั้งแต่ก่อน 7 โมงเช้า เลิกเรียนแล้วแต่ บางวันก็ 1-2 ทุ่ม แถมมีอยู่เวรทั้งครึ่งคืนและตลอดคืน)

- ไม่มีวันหยุดอีกต่อไป ไม่ว่าสุดสัปดาห์ ปิดเทอม หรือนักขัตฤกษ์ (มีก็นิดหน่อย หรือไม่ก็ยังคงต้องไปทำงาน/อยู่เวร)

- เด็กต่างจังหวัด อดกลับบ้านเน้อ…(ดูแลพ่อแม่คนอื่น แต่พ่อแม่ตัวเองนี่หาเวลาไปดูแลยากมาก)

- เรียนหนัก จ่ายหนัก (ค่าเล่าเรียนแพง ตำราแพทย์นี่ แต่ละเล่มหนา แพง ทั้งนั้น ไหนจะต้องทำรายงาน ค้นอินเตอร์เน็ต ซีร็อกซ์ชีท)

- เสี่ยงชีวิต…ไม่ได้พูดเล่นนะ ในชั้นคลินิกที่น้องต้องฝึกเจาะเลือด ฉีดยา แทงน้ำเกลือ เจาะน้ำไขสันหลัง เข้าช่วยผ่าตัด ทำคลอด เย็บแผล เก็บเสมหะ อุจจาระ ปัสสาวะ ฯลฯ ล้วนแต่มีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งสิ้น แม้ว่าจะป้องกันอย่างดี แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอครับ ตัวอย่างมีมากมาย…และเชื้อโรคที่น่ากลัวนี่ ไม่ต้องบอกก็คงพอนึกกันออกใช่มั้ยครับ

- ความคาดหวังจากครอบครัวและสังคม เป็นความกดดันที่หนักหนาเอาเรื่องเลยครับ (คนเป็นหมอต้องเก่ง ดี รู้จักกาลเทศะเสมอ ทำอะไรถ้าผิดพลาดจะถูกจับตามองและตำหนิมากกว่าคนอื่นหลายเท่า จะได้ยินบ่อยมากกว่า “เป็นถึงนักเรียนแพทย์” “หมอไม่น่า…” ฯลฯ ถูกยกเป็นตัวอย่าง เปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ฯลฯ)

- ความกดดันจากผู้ป่วยและญาติบางคน ที่เห็นเราเป็นนักเรียนแพทย์ บางครั้งก็จะไม่เชื่อถือในความรู้ความสามารถ เกิดการลองภูมิ หรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ

- งานที่นักเรียนแพทย์ต้องฝึกทำ มีหลายอย่างที่ปกติถ้าไม่มีนักเรียนแพทย์ พยาบาลก็ต้องเป็นคนทำ บางทีแทนที่พยาบาลจะคิดว่ามีนักเรียนแพทย์ขึ้นมาแล้วช่วยให้งานเบาลง จะกลายเป็นทำให้น้องรู้สึกว่าถูกใช้งานแทน และก็อย่างที่น้องบอกไว้ว่าบางครั้งก็จะมีการระบายอารมณ์กันอีกด้วย

- ในนักเรียนแพทย์บางคน จะขาดส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมเนื่องจากอย่างที่รู้กันอยู่ว่าเวลาว่างมีน้อยอยู่แล้ว บางคนที่มีธุระส่วนตัว หรือแบ่งเวลาไม่ดีนักจะไม่เหลือเวลาทำอย่างอื่น ซึ่งในบางครั้งทำให้ถูกมองว่าเห็นแก่ตัวและไม่ช่วยเหลือ ไม่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนั้น ๆ (คณะแพทย์มักถูกมองว่าเชิญไปร่วมงานอะไรของมหาวิทยาลัยแล้วมักไม่ค่อยร่วมมือ)

- สูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล คนอื่นนอกสายอาชีพที่ไม่เข้าใจจะรู้สึกไม่ดีเวลาขอนัดเจอแล้วหมอขอเลื่อนนัดแบบไม่มีกำหนด หรือมีเวรกะทันหัน มีการตามตัว นัดเจอกันก็ลำบาก โทรไปหาก็บอกว่าติดเวร กำลังผ่าตัดบ้าง กำลังทำคลอดบ้าง คุยก็สั้นๆ ถามคำตอบคำ (บางทีเพื่อนพี่โทรมา ด้วยความที่ไม่มีเวลาพี่ก็รีบถามว่า “มีธุระอะไรหรือเปล่า?” เพื่อนก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีว่า “ทำไม? ไม่มีธุระอะไรนี่จะไม่คุยเลยใช่มั้ย?” เป็นต้น) วันเกิดเพื่อน พ่อ แม่ทั้งทีแม้แต่โทรหาก็ไม่ทำ (พอดีปั๊มหัวใจคนไข้อยู่ที่ห้องฉุกเฉิน) โทรมาทีก็ดึกดื่น (ก็เพิ่งลงเวรอ่ะครับ)…โอย มีอีกหลายเหตุการณ์เลยครับ แฟนกันสมัย ม.ปลาย นี่เลิกกันไปหลายคู่ก็ตอนคนหนึ่งเรียนหมอนี่แหละครับ

- ความกดดันจากเวลาและภารกิจที่หลายครั้งไม่สามารถวางแผนชีวิตให้แน่นอนไปได้ เช่น พรุ่งนี้ต้องเข้าช่วยอาจารย์ผ่าตัด วันนี้ไม่ได้อยู่เวรก็จริง แต่ต้องรอรับผู้ป่วยที่จะมา รพ. รอผ่าตัดพรุ่งนี้ เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย ลงบันทึกในเวชระเบียน ฯลฯ ซึ่งบางครั้งก็ต้องรอกว่าคนไข้จะมา โดยที่ไปทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ หรือจะสอบแต่ก็ต้องอยู่เวร (และไม่มีทางทราบล่วงหน้าว่าเวรวันนั้นจะยุ่งหรือไม่) ฯลฯ

- ความกดดันจากความรับผิดชอบและมโนธรรมส่วนบุคคล เช่น เย็บแผลคนไข้ไว้ 3 วันต่อมาคนไข้กลับมา รพ. เพราะมีก้อนเลือดคั่งใต้แผล (กลับไปเครียดครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเราห้ามเลือดไม่ดี หรือคนไข้ไปทำอะไรกับแผล หรือเขามีปัญหาเลือดไม่แข็งตัวแล้วตัวเขาไม่ทราบ ฯลฯ) คนไข้อายุยังน้อย (ไม่น่าตายง่าย ๆ) มาหัวใจหยุดเต้นในเวรเรา (ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ นาๆ) แล้วปั๊มหัวใจไม่ขึ้น เป็นต้นครับ

- การสอบครับ เรียนหมอนี่สอบถี่มาก และเนื้อหาก็เยอะแยะมากมาย รูปแบบการสอบนี่ก็หลากหลาย ทั้งกา ทั้งเขียน ทั้งปฏิบัติจริง ฯลฯ

- สุขภาพส่วนบุคคล บางคนนอนน้อยแล้วจะปวดหัว อยู่เวรทีไรก็เลยปวดหัววันรุ่งขึ้นทั้งวัน (แล้วคิดดูครับว่าต้องอยู่เวรประมาณ 3 วันครั้ง นานเป็นปี ๆ) บางคนแพ้แป้งในถุงมือผ่าตัด (ซึ่งไม่มีทางทราบล่วงหน้า จนกว่าจะสัมผัสแล้วเกิดอาการ แต่ก็ยังต้องเรียนทำคลอดและผ่าตัดตามหลักสูตร) บางคนก็เป็นโรคกระเพาะ (น้องลองกินข้าวสัก 3 คำ แล้วลุกไปวิดพื้นสัก 30 นาที (เหมือนไปปั๊มหัวใจคนไข้อ่ะครับ) แล้วกลับมากินอีกครึ่งจาน แล้วไปวิดพื้นอีก บางมื้อก็อดกินไปเลย ทำอย่างนี้สักสัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง ต่อเนื่องสักเดือนสิครับ…หึ หึ…แต่เรียนหมอไม่ได้อยู่เวรแค่เดือนเดียวนะครับ)

- ผลการเรียนครับ บางคนเคยเรียนดีเด่นจาก ร.ร.เดิม มาก่อน พอมาเรียนหมอเจอเพื่อน ๆ เก่ง ๆ กันทั้งนั้น ผลการเรียนตัวเองจากที่ 1 เลยมาอยู่กลาง ๆ หรือค่อนมาล่าง ๆ คราวนี้ก็เครียดล่ะครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 ก.ย. 13, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

- ความมั่นใจในตัวเอง แต่พบว่าตนเองยังขาดความรู้ บางครั้งก็ทำให้เรากดดันนะครับ เช่น ตอบคำถามอาจารย์ หรือคนไข้และญาติไม่ได้ (อึ้งต่อหน้าเขาเลย แล้วก็กลับมาเครียด) หัตถการบางอย่างที่เคยทำได้แล้วในผู้ป่วยบางคนอยู่ดี ๆ ก็ทำไม่ได้ ก็ทำให้เครียดนะครับ รวมทั้งสภาพการทำงานด้วย เช่นเป็นปี 6 แล้ว ระหว่างดูคนไข้ร่วมกับปี 4-5 อยู่ พออาจารย์ถาม น้อง ๆ ตอบได้ เราตอบไม่ได้….ก็เครียดนะครับ หรือบางทีเรามีข้อสงสัยหรือไปถามพี่ ๆ หมอบางคนแล้วได้คำตอบกลับมาประมาณว่า “ปี… แล้วไม่ใช่เหรอ น่าจะรู้แล้วนะ” “อะไรกัน ไม่รู้ได้ยังไง” แบบนี้ก็ทำให้เครียดได้นะครับ

- ความผิดพลาดในการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือบาปบริสุทธิ์ (ฝีมือยังไม่กล้าแข็ง แต่อยู่ในภาวะที่ต้องทำ แล้วได้ผลออกมาไม่ดีดังคาด หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์) ก็ทำให้หมอน้อยทั้งหลายเครียดครับ

เอาล่ะครับ หลังจากทุกคนอ่านบทความนี้แล้ว คงจะได้รับรู้ถึงประสบการณ์ในการเรียนแพทย์ในอีกแง่มุมหนึ่ง แต่ยังไงขอให้วิจารณญาณในการตัดสินก็แล้วกันครับ ว่าควรจะเชื่อหรือไม่ แต่ส่วนตัวผม ผมว่ามันก็จริงอย่างที่คุณทหารผ่านศึกว่าไว้นั้นแหละครับ แล้วแต่คนจะรักหรือไม่รักเท่านั้นแหละครับ ถ้ารักในอาชีพนี้จริงๆก็ไม่มีปัญหาครับ

 

ขอขอบคุณคุณ ทหารผ่านศึกและ www.triamudom.org
ที่มา :  TUN  http://www.oknation.net/blog/print.php?id=68576

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 10 ก.ย. 13, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073


Jesus loves you and so do I.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อยากเป็นหมอ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 ก.ย. 13, 15:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เอาน่า  แต่ถ้าเรียนจบแล้วก็สบาย  อย่างดิฉันอยากจะเรียนหมอ  แต่ไม่มีโอกาส   เพราะใจรักด้านนี้อยู่แล้ว  บางคนไม่รักอาชีพนี้เรียนจบ หวังผล  กำไร  แบบว่า  ฉันเสียไปเท่าไหร่ต้องเอากลับคืนมากกว่านั้น  อย่างนี้ไม่ไหวนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จ่อย
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 12 ก.ย. 13, 09:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สู้ๆนะครัช
กว่าจะเป็นหมอได้นี่ต้องเก่งจริง
แต่ยากกว่านั้นคือ คือ การเป็นหมอที่ดีนะครัช
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แอนนา
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 12 ก.ย. 13, 11:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทำไม ??  หมอส่วนใหญ่ มักเล่นตัว   โดยเฉพาะหมอเก่งๆ มีชื่อเสียง  คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า  คนไข้ จะต้องง้องอน  กราบกรานอยู่ตลอดเวลาล่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หมอผี
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 12 ก.ย. 13, 12:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นอาชีพที่สังคมให้เกียรติและมีรายได้ดีที่จะการันตีว่าไม่ยากจนแต่อาจจะไม่รวยอย่างนักการเมืองหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ  แต่จะต้องเป็นคนที่เสียสละชีวิตส่วนตัวเพื่อการเรียนและศึกษาตลอดอายุการทำงานหรืออาจจะตลอดชีวิตเพื่อรักษาชีวิตมนุษย์  ลูกๆที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 อยากให้ไปศึกษาชีวิตการเป็นนักศึกษาแพทย์และการทำงานของแพทย์ให้ละเอียดก่อนค่อยตัดสินใจ   ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่าชีวิตมนุษย์ช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดและใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยงก็ตอนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจนจบและทำงานพอเริ่มมีครอบครัวและมีบุตรการใช้ชีวิตจะยากขึ้น เพราะฉนั้นในช่วงเวลาแห่งความสุขดังกล่าวคนที่เรียนแพทย์ต้องเสียสละเวลาและความสุขในชีวิตไปมากพอสมควร  ขอให้ลูกๆทุกคนโชคดีในการเลือกเรียนในอาชีพที่ชอบและมีความสุขกับมันที่สำคัญต้องเป็นคนดี






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 200 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
         

ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้