หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ UPOV1991  (อ่าน 19 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 11 ก.พ. 21, 15:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ประเด็นการเข้าภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV1991) เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เพราะเกิดความกังวลเมื่อไทยเข้า UPOV1991 แล้วจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร ทำให้ไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ และอาจถูกผูกขาดเมล็ดพันธุ์จนทำให้เมล็ดพันธุ์มีราคาแพง

จากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นในสังคม สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ฯ จึงจัดเสวนาถกปมร้อน “CPTPP” เกษตรไทยเสียเปรียบจริงหรือ? ได้เชิญในส่วนข้าราชการ เอกชน และนักปรับปรุงพันธุ์ต่างๆ มาถกประเด็นต่างๆ เช่น ไทยจะเสียเปรียบ เกษตรกรจะติดคุก ทำให้ประเทศสู่ความหายนะ เกิดการผูกขาดแมล็ดพันธุ์ และตัดสิทธิเกษตรกรกรเก็บพันธุ์ไปปลูกต่อ มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง


หากดูจากข้อเท็จจริงข้างต้น ถ้าไทยเข้าร่วมก็ถือว่าทั้งนักปรับปรุงพันธุ์และเกษตรกรไทยไม่ได้เสียเปรียบอะไรเลย ขอยกตัวอย่างของเวียดนาม บริษัท Vinaseed ซึ่งเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ของเวียดนาม ได้วิจัยข้าว ข้าวโพด และพืชผักชนิดต่าง ๆ เพื่อใช้ภายในและส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปขายในลาว กัมพูชา ระบุว่า เวียดนามเป็นภาคี UPOV1991 แต่เค้าก็ไม่ได้รับผลกระทบตามที่หลายฝ่ายกังวล เพราะราคาเมล็ดพันธุ์ขึ้นอยู่กับกลไกตลาด เกษตรกรสามารถนำเมล็ดพันธุ์ปลูกต่อและขายผลผลิตได้ ห้ามเพียงการนำเมล็ดพันธุ์ขายในแบรนด์ของเจ้าของพันธุ์เท่านั้น

ความกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิ์นำพันธุ์ไปขึ้นทะเบียนบริษัท Vinaseed กลับไม่พบปัญหานี้ เนื่องจากต่างชาติเค้าไม่ได้มารู้ศักยภาพพื้นที่ ดินฟ้าอากาศ ความต้องการของตลาดมากกว่าเกษตรกรในท้องถิ่นเอง

แต่ทางตรงกันข้ามเวียดนามกลับได้สายพันธุ์ใหม่จากสมาชิก UPOV1991 มาช่วยพัฒนา โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างชาติ เห็นได้จากสวนส้มโอ Trang Trai Ha Dan ซึ่งเกษตรรายนี้สามารถพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ส้มโอจนสามารถจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ที่มีลักษณะพิเศษตรงกับที่ตลาดต้องการ มีรายได้ 1 ล้านบาท/ปี ส่วนใหญ่เป็นการขายกิ่งพันธุ์และผลผลิตรองลงมา แถมยังทำให้ราคาของผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 30 บาท เป็น 120 บาท/ลูก

เอาจริงๆ เรื่องนี้ยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาต้นแบบ และพิจารณาการเข้าร่วมกันอีกนาน อย่างมาเลเซียเค้าก็ใช้เวลาเตรียมไป 4 ปี ขณะที่เวียดนามใช้เวลาถึง 5 ปี ดังนั้น จึงถือเป็นจังหวะเหมาะสมที่ไทยเราจะศึกษาเรื่อง UPOV1991 อย่างจริงจัง เพราะจะเป็นโอกาสในการรับพันธุ์พืชใหม่ๆ เข้ามา และลดการผูกขาดจากรายใหญ่ได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  CPTPP  UPOV1991  เมล็ดพันธุ์พืช 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม