หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เลี้ยงสุกรสร้างผลกำไรสู้เศรษฐกิจไทยที่กำลังแปรผัน  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 ก.พ. 21, 12:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ภาพโดย Emilian Robert Vicol จาก Pixabay
   จากการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 และยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจไทยมีความแปรผันและไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งเมื่อไหร่ จากสถานการณ์โควิด – 19 ที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้คนหลากหลายอาชีพต่างต้องพากันตกงานและมีรายได้ลดลงจากเดิม มีผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทำฟาร์มปศุสัตว์กันอย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนแล้วยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทั้งยังเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการแปรผันของเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้ค่อนข้างน้อย

   พูดถึงการทำฟาร์มปศุสัตว์แล้วสุกรก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยได้ดีเลยทีเดียวสุกรเป็นสัตว์กระเพาะเดียวที่เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยสร้างผลกำไรงอกงาม เนื้อสุกรถือว่าเป็นวัตถุดิบอาหารที่เป็นที่นิยมรับประทานกันในหลายๆ ครัวเรือนเกษตรกรสามารถเลี้ยงสุกรได้ทั้งฟาร์มเล็กฟาร์มใหญ่ การเลี้ยงสุกรให้มีผลผลิตเป็นที่ต้องการของท้องตลาดนอกจากมีพ่อแม่พันธุ์ที่ดีแล้วการเลี้ยงดูให้สารอาหารก็เป็นส่วนสำคัญ เกษตรกรต้องศึกษาและรู้ถึงประโยชน์และโทษจากวัตถุดิบและอาหารสัตว์ต่าง ๆ เพื่อให้สุกรในฟาร์มได้รับสารอาหารเต็มที่เหมาะสมกับช่วงอายุและวัย โดยทั่วไปวัตถุดิบ อาหารสุกร จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

วัตถุดิบที่ให้สารอาหารประเภทพลังงาน
   วัตถุดิบที่ให้สารอาหารประเภทพลังงานสูง เป็นวัตถุดิบที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบหลักประมาณ 70 – 80 % แต่มีโปรตีนต่ำประมาณ 8 – 1 2 % โดยทั่วไปจะพบสารอาหารประเภทนี้ได้จาก
•   ข้าวโพด มีพลังงานใช้ประโยชน์ในสุกรได้ 3,168 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม มีโปรตีน กรดอะมิโนไลซีนทรฟโคเฟนและเมทไทโอนีนต่ำ ทั้งฟอสฟอรัสสูง
ข้อควรระวัง:ควรเลือกซื้อข้าวโพดที่มีคุณภาพ ไม่มีเชื้อราเพราะเชื้อราจะสร้างอันตรายต่อสัตว์ได้อย่างมาก ส่งผลกระทบต่อตับ ไต ระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้
•   ปลายข้าว มีพลังงานใช้ประโยชน์ในสุกรได้ 3,596 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม ปลายข้าวประกอบไปด้วยแป้งที่ย่อยง่าย ช่วยให้สัตว์เจริญเติบโตได้ดี
ข้อควรระวัง:ปลายข้าวที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์ควรเป็นปลายข้าวที่มีขนาดเล็กและกลางเท่านั้น    หากเป็นปลายข้าวขนาดใหญ่จะทำให้สัตว์ย่อยได้ยาก และหากเป็นปลายข้าวเหนียวควรผสมกับวัตถุดิบที่มีเยื่อใยสูง เช่น รำละเอียด ซังข้าวโพด เพราะหากเป็นปลายข้าวเหนียวล้วน ๆจะทำให้สัตว์ย่อยได้ยากมีผลต่อระบบขับถ่าย
•   ข้าวเปลือกบด มีพลังงานใช้ประโยชน์ในสุกรได้ 2,360 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม มีเยื่อใยสูงประมาณ 10 %
ข้อควรระวัง:ข้าวเปลือกบดมีเยื่อใยสูง ไม่เหมาะสำหรับใช้ในสูตรอาหารสัตว์เล็ก และไม่ควรใช้ข้าวเปลือกบดใน   การผสมสูตรอาหารมากเกินไปเพราะข้าวเปลือกบดมีลักษณะเป็นฝุ่นก่อให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร   ทำให้สัตว์กินอาหารได้น้อยลง
•   รำละเอียด มีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อน ๆ ควรใช้ในสุกรในระยะเจริญเติบโตและควรใช้ไม่เกิน 30 % ของอาหารสัตว์
ข้อควรระวัง:ควรใช้รำละเอียดไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ในสูตรอาหารเพราะจะทำให้อาหารมีลักษณะฟ่ามทำให้สัตว์ กินอาหารได้น้อยลงส่งผลต่อการเจริญเติบโต
•   ข้าวฟ่าง พลังงานใช้ประโยชน์ในสุกรได้ 3,140 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม
o   สุกรเล็กใช้ได้ในระดับ 20 – 30 % ในสูตรอาหาร
o   สุกรรุ่นใช้ได้ในระดับ 40 – 60 % ในสูตรอาหาร
o   สุกรขุนใช้ได้ในระดับ 60 – 80 % ในสูตรอาหาร
o   สุกรพันธุ์ใช้ได้ในระดับ 50 – 70 % ในสูตรอาหาร
ข้อควรระวัง:ข้าวฟ่างมักจะมีสารพิษที่เรียกว่าแทนนิน (Tannin) ซึ่งอาจมีรสขมหรือฝาดส่งผลให้สัตว์กินอาหาร   ได้น้อยลง อัตราการเจริญเติบโตลดลง
•   มันสำปะหลัง มีแป้งประมาณ 75 – 80 % มีพลังงานใกล้เคียงกับข้าวโพด
ข้อควรระวัง:มันสำปะหลังที่นำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ควรผสมกับโปรตีนจากแหล่งต่าง ๆ เช่น โปรตีนจากกากถั่ว   เหลืองและปลาป่น ไม่ควรใช้มันสำปะหลังในปริมาณมากโดยเฉพาะในสูตรอาหารสัตว์เล็ก

วัตถุดิบที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีน
   โดยปกติสัตว์ต้องการโปรตีนตลอดเวลา เพื่อสร้างการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างฮอร์โมน เอ็นไซม์ หายใจ ให้พลังงาน และองค์ประกอบเกี่ยวกับการสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ วัตถุดิบที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีนได้แก่
•   ปลาป่น มีโปรตีนสูงประมาณ 50 – 60% ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและขั้นตอนการผลิต ไม่ควรใช้ปลาป่นเกิด 10% ของอาหาร
ข้อควรระวัง:ปลาป่นมีราคาค่อนข้างแพงจึงมักมีการเจือปน ทรายละเอียด เปลือกหอยบด ยูเรีย แกลบกุ้ง ดังนั้นการซื้อปลาป่นจึงควรตรวจสอบทุกครั้งและซื้อจากแหล่งผลิตที่ได้คุณภาพ
•   แกลบกุ้งหรือเศษกุ้ง มีโปรตีนประมาณ 33 – 37 % มีเกลือในปริมาณค่อนข้างสูง สามารถใช้ในสูตรอาหารสุกรรุ่นและขุนได้ในปริมาณไม่เกิน 10% ของอาหารสัตว์
   ข้อควรระวัง:ไม่ควรใช้แกลบกุ้งในสูตรอาหารมากเกินไปเพราะจะทำให้สัตว์ได้รับแคลเซียมมากเกินไป ส่งผลให้   สัตว์เกิดอาการขับถ่ายเรื้อรัง การเจริญเติบโตลดต่ำลง
•   กากถั่วเหลือง อุดมไปด้วยแหล่งโปรตีน มีโปรตีนสูงถึง 34 เปอร์เซ็นต์ และเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูงมีกรดอะมิโนจำเป็น (Essential amino acid) หลายชนิด ช่วยให้สัตว์มีการเจริญเติบโตดี
   ข้อควรระวัง:ควรใช้กากถั่วเหลืองที่ได้คุณภาพมีความสดใหม่ไร้สิ่งเจือปน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน
   เลือกใช้ วัตถุดิบอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพดี ไรสิ่งเจือปนเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีของสุกรในฟาร์ม เลี้ยงสุกรให้โตไวสร้างผลกำไรงอกงามสู้เศรษฐกิจไทยที่กำลังแปรผัน


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  อาหารสุกร วัตถุดิบอาหารสัตว์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม