หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ซาอุดีอาระเบีย เตรียมพัฒนาเมืองอัลอูลาให้กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ใหญ่ที่สุ  (อ่าน 1 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 เม.ย. 21, 10:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


ซาอุดีอาระเบีย เตรียมพัฒนาเมืองอัลอูลาให้กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
ด้วยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 มกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย หรือ ทีรู้จักกันในพระนามย่อตามสื่อว่า MBS ในฐานะประธาน Royal Commission for AlUta (RCU) ได้เปิดตัวโครงการ Journey Through Time ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเมืองอัลอูลา (ห่างจากเมืองมาดีนะห์ไปทางทิศเหนือประมาณ 400 กม. และห่างจากเมืองเจดดาห์ประมาณ 700 กม.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งอารยธรรมโบราณในลักษณะเดียวกับ นครเพตราของจอร์แดนให้กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก”

.

ภูมิหลัง

.

อัลอูลาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณแนวเทือกเขา Midian/Hijaz ซึ่งทอดยาวเหนือจรดใต้ขนานกับทะเลแดง ทําให้เมืองอัลอูลามีสภาพอากาศที่เย็นกว่าพื้นที่อื่น ๆ และมีฝนตกอยู่สม่ำเสมอ สามารถเพาะปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะอินทผลัมและส้มได้โดยอาศัยแหล่งน้ําใต้ดิน ความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าว ประกอบกับการเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองมักกะห์กับเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือทั้งในซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน ซีเรีย และเลบานอน จึงทําให้พื้นที่ดังกล่าว มีความเจริญมาตั้งแต่ในอดีตจากการเป็นเส้นทางการค้าและการแสวงบุญที่สําคัญ

.

อัลอูลาเป็นที่ตั้งของแหล่งอารยธรรมโบราณที่โดดเด่นที่ยังคงทิ้งร่องรอยหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันคือ Hegra หรือในภาษาท้องถิ่นคือ Mada’in Salih (City of Salih) ซึ่งมีสถาปัตยกรรมการแกะสลักภูเขาหินเป็นหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่สร้างสมัยอาณาจักรนาบาตีล (Nabateaen Kingdom) ในช่วงต้นก่อนคริสตกาล (นักประวัตศาสตร์ระบุช่วงเวลา แตกต่างกันระหว่างทศวรรษที่ 6 – 4 ก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีความงดงามคล้ายคลึงกันกับสถาปัตยกรรมของนครเพตราของจอร์แดน ความงดงามดังกล่าวจึงทําให้ Hegra ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO แห่งแรกของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2007 ทั้งนี้ นอกเหนือจากมรดกโลก Hegra แล้ว อัลอูลายังเต็มไปด้วยสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การ Camping ในช่วงหน้าหนาว เมืองเก่าซึ่งบอกเล่าประวัติศาสตร์ยุคหลังของเมืองอัลอูลา และสวนอินทผลัมและสวนผลไม้หลายสิบแห่งซึ่งรายล้อมไปด้วยทิวเขาหินทรายสีชมพูที่มีรูปลักษณ์สวยงามแปลกตา โดยเฉพาะภูเขาหินรูปช้างซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สําคัญด้านการท่องเที่ยวของเมือง

.

ถึงอย่างไรก็ตาม ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อซาอุดีอาระเบีย เปิดให้มีวีซ่าประเภทท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2562 แนวทางการปรับใช้บทบัญญัติทางศาสนาในเรื่องดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงไป โดยซาอุดีอาระเบีย ถือว่าไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเมืองของชาว Thamud ที่ถูกระบุอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานและในวัจนะของศาสดา (Hadith) ตั้งอยู่ในจุดใดเป็นการเฉพาะ ขณะที่สถาปัตยกรรม Hegra ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็น่าจะอยู่ในช่วง หลังยุคศาสดา Salih ในช่วงต้นคริสตกาลก่อนที่จะถูกอิทธิพลของชาวโรมันเข้ามาปกครองในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 ดังนั้น การจัดให้มีการท่องเที่ยวในเมืองดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นการขัดต่อคําสอนของศาสดาแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://globthailand.com/saudiarabia-260421/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  การลงทุน ธุรกิจ การท่องเที่ยว ข่าวต่างประเทศ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม