หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เปิดประเทศเถอะ โควิดกระทบ! โรงแรมภาคใต้ ปิดให้บริการ90%  (อ่าน 30 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 พ.ค. 21, 18:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้ บรรยากาศเงียบเหงามาก หลังตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยหายไปเกือบ 100% เพราะการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากกระจายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ส่งผลกระทบซ้ำเติมกับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป 100% เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในตอนนี้เปิดให้บริการเพียง 10%

นับเป็นจำนวนโรงแรมที่เปิดประมาณ 300 แห่ง หรือ 30,000 ห้องพักเท่านั้น โดยผู้ประกอบการโรงแรมที่ยังเปิดให้บริการอยู่ขณะนี้ ก็เป็นการเปิดเพื่อให้พนักงานยังมีงานทำอยู่ แต่อาจเปลี่ยนหน้าที่เป็นการดูแลโรงแรมแทนการให้บริการนักท่องเที่ยวตามปกติ

เนื่องจากการปิดโรงแรมชั่วคราว จะมีเรื่องต้นทุนค่าเสื่อม และการปรับปรุงเมื่อต้องการกลับมาเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง ซึ่งโรงแรมบางรายที่ยังเปิดให้บริการอยู่ตอนนี้ ก็เพิ่งกลับมาเปิดใหม่ หลังจากปิดชั่วคราวไปในช่วงที่ผ่านมา เพื่อรองรับการท่องเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมา ซี่งคาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่เมื่อเกิดการระบาดระลอก 3 ทุกอย่างก็กลับมาหยุดชะงักอีกครั้ง

“อัตราการเข้าพักในเดือนเมษายน อยู่ที่ 10-15% ซึ่งแม้เดือนเมษายน จะเริ่มเกิดการระบาดโควิดแล้ว แต่ยังเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภูเก็ตอยู่ เนื่องจากยังไม่มีประกาศมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มข้นจากรัฐบาล อีกทั้งคนส่วนใหญ่มีการจองการเดินทางและโรงแรมที่พักไว้แล้ว บวกกับเป็นช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ด้วย จึงยังเห็นการเดินทางอยู่

แต่อัตราการเข้าพักในเดือนพฤษภาคม ลดลงเหลือเพียง 1% เท่านั้น เพราะมีข้อจำกัดด้านมาตรการควบคุมการระบาดของรัฐบาลแล้ว รวมถึงพบการระบาดและผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบในหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงในภูเก็ตเองด้วย จึงเริ่มเห็นภาพการเข้ามาท่องเที่ยวของตลาดคนไทยหายไป” นายก้องศักดิ์ กล่าว

นายก้องศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ตามกำหนดจะต้องได้รับการส่งมอบในเดือนพฤษภาคม จำนวน 1.7 ล้านโดส แต่ล่าสุดคาดว่าจะถูกเลื่อนออกไปส่งมอบในเดือนมิถุนายนนี้ รวมกับจำนวน 4.3 ล้านโดส ตามกำหนด โดยเบื้องต้นมองว่า การที่วัคซีนไม่สามารถมาได้ตามกำหนดนั้น จะส่งผลกระทบต่อการกระจายฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างแน่นอน ซึ่งผลกระทบจะถูกส่งต่อเนื่องไปยังบรรยากาศภาพรวม ความเชื่อมั่น และภาวเศรษฐกิจด้วย

จึงมองว่า รัฐบาลควรบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการเร่งนำวัคซีนเข้ามาให้ได้ตามที่กำหนดไว้ และหากสามารถเร่งฉีดให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้เร็วที่สุดยิ่งดี เพราะจะเป็นการบริหารความยืดหยุ่นในการจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ให้น้อยลง ในส่วนของภูเก็ต ที่กำหนดให้นำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หากวัคซีนเข้ามาไม่เพียงพอ ทำให้คนในภูเก็ตไม่ได้รับวัคซีนครบ 70% จากจำนวนคนทั้งหมดในพื้นที่

ซึ่งเท่ากับว่าไม่สามารถเปิดประเทศได้นั้น ประเมินผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวคงไม่มากไปกว่านี้แล้ว เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ ถือเป็นจุดต่ำสุดแล้ว แต่ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสในการเปิดประเทศ เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการกำหนดไทม์ไลน์เปิดรับต่างชาติ ก็ได้ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านตัวแทนทัวร์ท่องเที่ยวในประเทศเป้าหมายต่างๆ แล้ว ซึ่งหากเปิดไม่ได้จริง จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติแน่นอน โดยการเลื่อนมาเที่ยวไทย หากไม่สามารถเข้ามาในเดือนกรกฎาคมนี้ได้ จะเป็นช่วงไตรมาส 4/2564 (ตุลาคม-ธันวาคม) แทน ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 3/2564 จากการประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าจะสามารถสร้างรายได้ 1.5 แสนล้านบาท หายไปทั้งหมด

นายก้องศักดิ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้กับคนภูเก็ต ขณะนี้มีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว จำนวน 1 แสนคน และได้รับวัคซีน 1 โดส จำนวน 2 แสนคน ซึ่งสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ผู้ได้รับวัคซีน 1 โดส จะได้รับอีก 1 โดส รวมเป็นผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส จำนวน 3 แสนคน ซึ่งในระยะถัดไป ต้องรอการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาล ที่เบื้องต้นรอไปและได้รับอนุมัติครบตามจำนวนที่ขอไปแล้ว เหลือเพียงรอการส่งมอบมาให้เท่านั้น โดยความสามารถในการฉีดวัคซีนของภาคเอกชน

ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงมองว่า หากรัฐบาลสามารถจัดสรรวัคซีนมาให้ตามที่กำหนดไว้ได้ และไม่มีการเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม ภูเก็ตจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ตามที่กำหนดไว้แน่นอน นอกจากนี้ มาตรการที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือหลักๆ คือ การลดค่าใช้จ่ายในส่วนต้นทุนคงที่ของโรงแรม การส่งเสริมการจ้างงานผ่านการสมทบค่าจ้างแรงงานระหว่างเอกชนและรัฐบาล (โคเพย์) คนละ 50% ซึ่งที่ผ่านมามีโครงการกระตุ้นการจ้างงานเด็กจบใหม่ โดยงบประมาณของโครงการคาดว่ายังเหลืออยู่แน่นอน จึงอยากให้โยกงบประมาณมาใช้กับมาตรการโคเพย์มากกว่า

https://www.matichon.co.th/economy/news_2742023

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  รัฐบาล  โควิด  covid  ท่องเที่ยว  วัคซีน  เปิดประเทศ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม