หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วิกฤต "ภาวะหมดไฟ" คุกคามที่ทำงานในยุคหลังโควิด  (อ่าน 16 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 1 มิ.ย. 21, 13:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การทำงานทางไกลช่วยยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีและผลิตภาพของพนักงาน

การสำรวจระดับโลกของ Catalyst พบว่า พนักงาน 92% กำลังประสบภาวะหมดไฟจากความเครียดที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงาน ประสบการณ์การทำงานในช่วงโควิด-19 และ/หรือ ชีวิตส่วนตัว ซึ่งถือเป็น "วิกฤตการทำงาน" ขณะที่นักวิจัยกล่าวว่า แนวทางในการแก้ไขเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน รวมถึงผลิตภาพ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร และการยอมรับความแตกต่าง คือการทำงานทางไกล โดยการค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสูญเสียงานในช่วงการแพร่ระบาดอย่างไม่ได้สัดส่วนเมื่อเทียบกับผู้ชาย

งานวิจัยในหัวข้อ การทำงานทางไกลช่วยเพิ่มผลิตภาพและระงับภาวะหมดไฟ (Remote-Work Options Can Boost Productivity and Curb Burnout) ได้ทำการสำรวจพนักงานเกือบ 7,500 คนทั่วโลก และให้นิยาม "ภาวะหมดไฟ" ว่าเป็น "ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจที่เกิดจากความเครียดสะสมและส่งผลกระทบเชิงลบ รวมถึงการไม่มีใจทำงาน และความรู้สึกไร้ประสิทธิภาพในอาชีพ" ซึ่งการศึกษานี้เป็นรายงานฉบับแรกของการวิจัยความเท่าเทียมในอนาคตการทำงาน (Equity in the Future of Work) ของ Catalyst

จากการวิเคราะห์รายงานนั้น ดร.ทารา แวน บอมเมล ซึ่งเป็นผู้เขียน ได้แบ่งภาวะหมดไฟออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การหมดไฟจากการทำงาน การหมดไฟจากการทำงานช่วงโควิด-19 และการหมดไฟจากเรื่องส่วนตัว ซึ่งการทำงานทางไกลช่วยระงับอาการหมดไฟทั้ง 3 ประเภทนี้ได้แม้กลุ่มตัวอย่างจะมีตัวแปรแตกต่างกัน เช่น เพศหรือสถานะการเลี้ยงดูบุตร โดยข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ได้ผลกับผู้หญิงในที่ทำงานนั้นได้ผลกับทุกคนเช่นกัน

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า เมื่อบริษัทต่าง ๆ เสนอทางเลือกในการทำงานทางไกล ซึ่งรวมถึงสถานที่ทำงานที่ยืดหยุ่น ทีมงานกระจายตัว และ/หรือ การทำงานผ่านทางออนไลน์/การทำงานทางไกล/การทำงานจากบ้าน ส่งผลให้พนักงานมีอาการหมดไฟในที่ทำงานลดลง 26% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ทำงานทางไกล นอกจากนี้ การที่พนักงานมีสิทธิ์ทำงานทางไกลและหัวหน้างานแสดงความเห็นอกเห็นใจ ส่งผลให้อาการหมดไฟในที่ทำงานลดลง 43% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ทำงานทางไกลหรือหัวหน้างานไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจ

ขณะเดียวกัน การศึกษาพบว่าพนักงานที่มีสิทธิ์ทำงานทางไกลมีแนวโน้มมองหางานใหม่สำหรับปีหน้าน้อยลง 30% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีสิทธิ์ทำงานทางไกล นอกจากนี้ ผู้หญิงที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูบุตรมีแนวโน้มที่จะลาออกจากงานน้อยลง 32% เมื่อสามารถทำงานทางไกล เทียบกับผู้หญิงที่ต้องเลี้ยงดูบุตรแต่ไม่สามารถทำงานทางไกลได้

ไม่น่าแปลกใจที่รายงานดังกล่าวพบว่า การคาดหวังให้พนักงาน "พร้อมทำงานตลอดเวลา" ไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนอีกต่อไป และได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาสำหรับองค์กรเพื่อช่วยระงับอาการหมดไฟดังต่อไปนี้

- กำหนดนโยบายทำงานทางไกลที่ระบุความคาดหวังของพนักงาน ผู้จัดการ และทีมงานอย่างละเอียด
- พัฒนาทักษะของผู้จัดการด้านการบริหารทีมงานจากทางไกลอย่างครอบคลุม
- ลงทุนพัฒนาโครงการและมอบค่าครองชีพสำหรับพนักงานที่ต้องการทางเลือกในการดูแลบุตรเพิ่มเติม
- ทำให้การรับฟังแบบเอาใจใส่เป็นเรื่องปกติ ด้วยการพูดคุยเป็นประจำและโอกาสอื่น ๆ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน

ลอร์เรน แฮริตัน ประธานและซีอีโอของ Catalyst กล่าวว่า "การหมดไฟนำไปสู่การลาออก แต่สามารถบรรเทาได้ด้วยนโยบายการทำงานทางไกล รวมถึงความเป็นผู้นำที่เห็นอกเห็นใจและยอมรับความแตกต่าง ซึ่งตัวเลือกการทำงานทางไกลและยืดหยุ่นที่นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้องค์กรเข้าถึงบุคลากรมากความสามารถได้มากขึ้นและมีอัตราการลาออกน้อยลง รวมถึงมีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่และผลิตภาพเพิ่มขึ้น"

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดรายงานได้ที่ https://www.catalyst.org/reports/remote-work-burnout-productivity/

เกี่ยวกับ Catalyst
Catalyst เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลก ซึ่งทำงานกับซีอีโอที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้น ๆ และบริษัทชั้นนำของโลก เพื่อช่วยสร้างสถานที่ทำงานที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิง Catalyst ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2505 และช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้วยงานวิจัยบุกเบิก เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง และโซลูชันที่ผ่านการทดสอบแล้ว เพื่อเร่งให้ผู้หญิงก้าวสู่การเป็นผู้นำ เพราะความก้าวหน้าของผู้หญิงคือความก้าวหน้าของทุกคน

ติดต่อ :
Naomi R. Patton
Vice President, Media & Public Relations
Catalyst
npatton@catalyst.org

Stephanie Wolf
US Communications Consultant
Catalyst
stephanie@stephaniewolfpr.com

Francine Beck
Canada Communications Consultant
Catalyst
francine@fbstrategiesgroup.com

Frances Knox
EMEA Communications Consultant
Catalyst
frances@frankly-pr.co.uk

โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/732308/Catalyst_Tagline_Logo.jpg

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม