หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาดราว 80% ในปีนี้  (อ่าน 28 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 มี.ค. 22, 12:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"ทรินา โซลาร์" เดินหน้าพัฒนาตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ รับคาดการณ์ผลิตภัณฑ์โมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาดราว 80% ในปีนี้

โมดูลเซลล์แสงอาทิตย์กำลังสูงพิเศษได้กลายเป็นตัวเลือกหลักในตลาดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเห็นได้ชัดในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รายงานตลาดเทคโนโลยีใหม่ (New Technology Market Report) ซึ่งเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์โดยพีวี อินโฟลิงก์ (PV InfoLink) ในเครือบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลวิเคราะห์อิสระอย่างอินโฟลิงก์ (InfoLink) ได้ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับขนาด การพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์และโมดูล ตลอดจนแนวโน้มในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ การเปลี่ยนไปใช้โมดูลขนาดใหญ่กลายเป็นที่นิยม เมื่อประเมินในแง่ของการสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรม การลดต้นทุน กำลังการผลิต และส่วนแบ่งการตลาด

แผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% โดยแผ่นเวเฟอร์ขนาด 210 มม. ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

รายงานของพีวี อินโฟลิงก์ ระบุว่า เมื่อตรวจสอบกำลังการผลิตของแผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่จากผู้ผลิตแผ่นเวเฟอร์ชั้นนำแล้ว พบว่าผู้ผลิตแผ่นเวเฟอร์ได้เริ่มเพิ่มอัตราส่วนการผลิตแผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่โดยพิจารณาถึงความได้เปรียบด้านต้นทุนในแต่ละลิงก์ ขณะที่ความต้องการและการผลิตโดยรวมของแผ่นเวเฟอร์และเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 158.75 มม. (G1) ลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 2564 หลังโครงการก่อนหน้าเสร็จสิ้นลง นอกจากนี้ แผ่นเวเฟอร์ขนาด 166 มม. (M6) และขนาดที่เล็กกว่าอื่น ๆ ยังได้รับผลกระทบจากความนิยมในแผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลงอย่างมาก

รายงานยังระบุด้วยว่า ด้วยความนิยมหันไปใช้แผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา แผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่จึงมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ในไตรมาสที่สามและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คาดว่าส่วนแบ่งตลาดของแผ่นเวเฟอร์ขนาดใหญ่ (182 มม. และ 210 มม.) จะแตะที่ 79% ในปีนี้ ขณะที่ตลาดมีแนวโน้มหันมาใช้แผ่นเวเฟอร์ขนาด 210 มม. มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งให้ผลมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตแผ่นเวเฟอร์ชั้นนำอย่าง จงฮวน เซมิคอนดักเตอร์ (Zhonghuan Semiconductor) ที่มีสัดส่วนการผลิตแผ่นเวเฟอร์ 210 มม. เพิ่มขึ้นจาก 43% ในไตรมาสแรกของปีที่แล้วเป็น 72% ในไตรมาสที่สี่

นับจนถึงสิ้นปีที่ผ่านมา สายการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดสูงสุดที่ 182 มม. และ 210 มม. มีกำลังการผลิตรวมถึง 266 กิกะวัตต์ ในขณะที่โมดูลขนาดใหญ่มีกำลังการผลิตถึง 292 กิกะวัตต์ และการที่อุปกรณ์ทำงานร่วมกันได้นั้นทำให้กำลังการผลิตโมดูลขนาด 210 มม. สูงถึง 170 กิกะวัตต์ ซึ่งสูงกว่าโมดูลขนาด 182 มม. โดยจากรายงานพบว่า กำลังการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์และโมดูลขนาดใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีภายในปี 2568 ขณะที่ทรินา โซลาร์มีกำลังการผลิตโมดูลขนาด 210 มม. ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้ผลิตโมดูลจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มจะขยายกำลังการผลิตของตนในหลายพื้นที่ทั่วโลก อันเป็นผลมาจากนโยบายภายนอกที่เอื้ออำนวยและการพัฒนาของตลาด

รายงานก่อนหน้านี้ของพีวี อินโฟลิงก์ ระบุว่า นับจนถึงปลายปีที่ผ่านมา มีผู้ผลิตโมดูลมากกว่า 50 รายที่มีกำลังการผลิตโมดูลขนาดใหญ่กำลังสูง โดยในจำนวนนี้กว่า 30 รายประสบความสำเร็จในการผลิตโมดูลจำนวนมาก ซึ่งมีรูปแบบเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ถึง 210 มม. และมีสัดส่วนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กำลังการผลิตแผ่นเวเฟอร์ใหม่ส่วนใหญ่นั้นเป็นแผ่นใหญ่เช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นทุกปีเพื่อให้มีซัพพลายเพียงพอ

ในแง่ของความได้เปรียบด้านต้นทุน เซลล์พีอีอาร์ซี (PERC) ขนาด 166 มม. มีต้นทุนไม่รวมซิลิคอนอยู่ที่ 0.2-0.23 หยวนต่อวัตต์ ในขณะที่เซลล์ขนาดใหญ่อยู่ที่ 0.17-0.21 หยวนต่อวัตต์ โดยเมื่อเทคโนโลยีพีอีอาร์ซีก้าวหน้าเต็มที่แล้ว การนำเซลล์ขนาดใหญ่มาใช้และการปรับปรุงประสิทธิภาพและผลผลิตของเซลล์ขนาดใหญ่ได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการลดต้นทุนสำหรับเซลล์พีอีอาร์ซีขนาดใหญ่ รายงานดังกล่าวพบว่าต้นทุนที่ลดลงจากการใช้งานเซลล์ขนาดใหญ่ทำให้ความจุของเซลล์พีอีอาร์ซีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปีที่ผ่านมา กำลังการผลิตใหม่ของเซลล์พีอีอาร์ซีขนาดใหญ่นั้นมากกว่า 170 กิกะวัตต์ ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของเซลล์โพลีคริสตัลไลน์และเซลล์ชนิด n ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านทรินา โซลาร์ระบุว่า "การศึกษาก่อนหน้านี้โดยเฟราน์โฮเฟอร์ ไอเอสอี (Fraunhofer ISE) ในเยอรมนีระบุว่า เมื่อดูจากโมดูลกำลังสูงพิเศษที่ใช้เทคโนโลยีพีอีอาร์ซีแล้ว ค่าระบบของโมดูลแบบหน้าเดียวและสองหน้ารุ่น G12 210mm Vertex 670W นั้นสูงกว่าโมดูล M10 540W และ M10 585W อย่างมีนัยสำคัญ และมีต้นทุนต่อหน่วยการผลิตลดลงมากถึง 7.4%"

ด้วยความน่าเชื่อถือและความได้เปรียบด้านมูลค่าที่เหนือกว่า โมดูลขนาดใหญ่กำลังเข้ามายกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ทั้งหมด ลดต้นทุนต่อหน่วยการผลิต ขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมโดยรวมทั่วโลก



รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1762952/image_805511_15294637.jpg





รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1762953/image_805511_15294684.jpg

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม