หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มีอาการอย่างไร? ป้องกันได้อย่างไร?  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 มี.ค. 22, 13:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

“กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน แต่ในบางครั้งปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ก็อาจเกิดขึ้นกับคนทุกเพศทุกวัยได้ไม่ต่างกัน แล้วอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่จะเป็นการส่งสัญญาณของการเป็นโรคอะไรได้บ้าง

การทำงานของปัสสาวะในร่างกาย

อวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างประกอบไปด้วย

1. กระเพาะปัสสาวะ มีหน้าที่เก็บน้ำปัสสาวะ ซึ่งสร้างจากไตไหลผ่านมาทางท่อไต ในปริมาณความจุประมาณ 300 – 500 มิลลิลิตร โดยไม่มีการเล็ดรอดของน้ำปัสสาวะออกมา และไม่มีความรู้เจ็บปวดทรมานในขณะเก็บน้ำปัสสาวะ อีกหน้าที่หนึ่งคือการบีบขับน้ำปัสสาวะออกจนหมดเมื่อมีความรู้สึกปวดปัสสาวะ ในสถานการณ์และโอกาสที่เหมาะสม โดยคนปกติสามารถเริ่มมีความรู้สึกปวดปัสสาวะได้ตั้งแต่มีน้ำในกระเพาะปัสสาวะปริมาณ 150 มิลลิลิตร

2. ท่อปัสสาวะ มีหน้าที่เป็นทางผ่านของน้ำปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย โดยมีหูรูดของท่อปัสสาวะ 2 ชั้น คือ หูรูดชั้นใน และหูรูดชั้นนอก ซึ่งทำหน้าที่เปิดปิดตามจังหวะของการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ กล่าวคือ เมื่อกระเพาะปัสสาวะกำลังทำหน้าเก็บน้ำปัสสาวะ หูรูดของท่อปัสสาวะจะบีบตัว ทำให้ท่อปัสสาวะปิดสนิทไม่ให้มีการเล็ดรอดของน้ำปัสสาวะออกมา ในทางตรงกันข้ามเมื่อกระเพาะปัสสาวะกำลังทำหน้าที่ขับปัสสาวะ หูรูดของท่อปัสสาวะจะคลายตัว ทำให้ท่อปัสสาวะเปิดออกและน้ำปัสสาวะผ่านออกมาได้จนหมด โดยทั้งกระเพาะปัสสาวะและหูรูดของท่อปัสสาวะจะต้องมีการทำงานที่สัมพันธ์ จึงจะทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด

ไตกรองของเสีย ท่อไต เก็บในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อถึงระดับหนึ่ง ส่งกระแสประสาทไปยังต่อมใต้สมอง รู้สึกปวดปัสสาวะ

อาการเริ่มต้น “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่”

อาการเริ่มต้นของโรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่และกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกัน สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้

1.การปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน ปัสสาวะบ่อยมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน
2.การปวดกลั้นมากขณะที่จะไปห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง ปวดปัสสาวะเมื่อไรต้องเข้าห้องน้ำทันที หรือบางครั้งกลั้นไม่อยู่อาจราดออกไปก่อน
3.สตรีหลังคลอดบุตรที่อาจมีอาการปัสสาวะเล็ดออกมา
4.มีอาการปัสสาวะเล็ด เมื่อเป็นหวัด ไอ จาม หัวเราะ หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว แล้วพบว่าปัสสาวะเล็ด เรียกว่า ปัสสาวะเล็ดเมื่อมีการออกแรงเบ่งช่องท้อง (Stress Urinary Incontinence, SUI)
5.เกิดปัสสาวะเล็ดเมื่อก้มลงยกของหนักจากพื้นหรือกระโดดออกกำลังกาย หรือแม้แต่ก้าวขึ้นบันไดหลาย ๆ ขั้น

สาเหตุโรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

สาเหตุหลักที่สำคัญของอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่นั้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของสตรีเพศหย่อนลง หรือที่เรียกว่า กระบังลม (เชิงกราน) หย่อน จะมีภาพคล้ายกับเปลญวณที่ผูกขึงไว้หย่อนลงเมื่อมีแรงของน้ำหนักตัวทิ้งลงไป โดยกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่หย่อนนี้จะดึงท่อปัสสาวะและช่องคลอดหย่อนลงมาด้วยเป็นมุมที่ทำให้ปัสสาวะเล็ดราดออกมาได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น

1. ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ถึง 15-35%
2. ผู้ที่เป็นโรคอ้วน เพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น
3. การคลอดบุตรด้วยวิธีธรรมชาติหรือการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดมดลูก และการผ่าตัดต่อมลูกหมาก
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน และภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันโรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

การบริหารกล้ามเนื้อหูรูดให้แข็งแรงจะช่วยให้สามารถป้องกันโรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้ ด้วยวิธีการดังนี้
1. ฝึกขมิบกล้ามเนื้อหูรูด ขมิบทำเหมือนกำลังกลั้นปัสสาวะ โดยขมิบครั้งละประมาณ 5 วินาที แล้วหยุด 10 วินาที ทำซ้ำแบบนี้ 10 ครั้ง เริ่มต้นอาจจะทำวันละ 3 เวลาในตอนเช้า กลางวัน และเย็น ทุกวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนให้ถี่ขึ้น
2. ฝึกควบคุมการขับถ่าย พยายามกลั้นปัสสาวะให้นานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
3. ก่อนที่จะไปปัสสาวะ ให้ยืดระยะเวลาระหว่างการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้งให้นานขึ้น แต่ไม่ควรกลั้นนานเกินไป
4. ทานอาหารที่มีกากใย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก ลดความดันในช่องท้อง
5. ไม่ควรเบ่งปัสสาวะอย่างรุนแรงและปัสสาวะให้หมด
6. หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อย และงดสูบบุหรี่
7. ไม่ดื่มน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้ไตทำงานหนัก และเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด
8. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้น้ำหนักมากจนเกินไป เพื่อลดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะของหน้าท้อง

หมดห่วงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยสำหรับผู้สูงวัย ซื้อง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ สำหรับผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่ 61-65 ปี ให้ความคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ 60 ยังฟิต คลายความกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงได้ ให้ความคุ้มครองเมื่อต้องเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยใน อุ่นใจหากต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/producthealthdetail/2 หรือ โทร. 1596 Line : @smkinsurance

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม