หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ยุคแห่งการ Disruption จะไปต่อหรือโดนดีดหายไป  (อ่าน 11 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 พ.ค. 22, 16:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ครอบงำในส่วนต่างๆ ของโลก ควบคุมวิถีชีวิตมนุษย์ตั้งแต่ตื่นจนหัวถึงหมอนกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ Apple, Amazon, Google, Microsoft และ Facebook

เมื่อโลกธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ต่างฝ่ายก็ต้องหาอะไรมาเสริมความแกร่งหรือหนีจากการถูก disrupt ยกตัวอย่าง Metaverse ซึ่งเป็นอีกขั้นของเทคโนโลยี Facebook เองยังต้องการเปลี่ยนจากบริษัท Social media ให้กลายเป็นบริษัท Metaverse ภายในระยะเวลา 5- 10 ปี


หรือจะเป็น Microsoft ก็ได้ให้นักพัฒนา Microsoft Azure สร้างโลกดิจิตอลที่คู่ขนานไปกับโลกจริงแบบ real-time และการพัฒนาในครั้งนี้ทำให้สามารถจำลองรูปแบบของสิ่งแวดล้อมเสมือนจริง และวิเคราะห์แนวโน้มต่าง ๆ เพื่อสร้างสมมุติฐานที่มีความแม่นยำสูง ได้แบบ real-time และจะมีการนำรูปแบบโมเดลสิ่งแวดล้อมเสมือนไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงในอนาคต

มาดูที่ฝั่งไทยเราบ้าง ปี 2564 ถือว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง หลายองค์กรมีการปรับตัวเข้าสู่ Tech Company

SCB ประกาศจะไม่ใช่แค่ธนาคารอีกต่อไป เปลี่ยนสู่ Tech Company หนี Disruption มีการปรับโครงสร้างธุรกิจตั้งบริษัทโฮลดิ้ง SCBX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แทน เพื่อทำธุรกิจเป็นบริษัทลงทุน (Holding Company) ปลดล็อกข้อจำกัดจากธุรกิจธนาคาร สู่ความเป็น Tech Company วางเป้าหมาย 5 ปี ขึ้นชั้นบริษัทระดับภูมิภาค มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) แตะ 1 ล้านล้านบาท


มาที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมกันบ้าง เกิดการควบรวมรัฐวิสาหกิจระหว่าง TOT-CAT ทำการจดทะเบียนตั้ง NT หรือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หลังจากการควบรวมเป็น NT จะเป็นบริษัทที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรมากที่สุดมูลค่าสินทรัพย์มากถึง 300,000 ล้านบาท ผู้บริโภคจะได้รับบริการโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีประสิทธิภาพในประเทศเพื่อเข้าถึงโลกดิจิทัลทุกพื้นที่ ที่สำคัญ NT จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาประเทศเพื่อเข้าสู่ Thailand 4.0


เช่นเดียวกับ True และ Dtac บริษัทโทรคมนาคมเบอร์ 2-3 ของไทย ที่จำเป็นต้องมีการปรับตัวเช่นกัน โดยสร้างความฮือฮาไปเมื่อช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศควบรวมกิจการ ยกระดับจากบริษัท Telco สู่ Tech Company เต็มตัว


โดยจะมุ่งพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ ระบบคลาวด์เทคโนโลยี IoT อุปกรณ์อัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ดิจิทัลมีเดียโซลูชั่น และปรับโครงสร้างเพื่อให้สนับสนุนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี มุ่งเน้นลงทุนในสตาร์ทอัพไทย และสตาร์ทอัพต่างประเทศ ที่ตั้งในประเทศไทย เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

ดังคำที่ว่า “แม้แต่มหาอำนาจดิจิทัลก็ยังต้องเผชิญกับภัยคุกคาม” ทุกธุรกิจต่างต้องปรับตัวไปตามกระแสโลกที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าธุรกิจรายเล็กหรือรายใหญ่ต่างต้องดิ้นรนหาทางรอด การที่ธุรกิจของไทยสามารถปรับตัวเชิงรุก จึงไม่เพียงจะอยู่รอด แต่ยังก้าวข้ามสภาพการแข่งขันฟาดฟันกันเองในประเทศ ไปสู่โอกาสที่จะก้าวกระโดดเป็นผู้เล่นระดับโลกได้ จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและควรสนับสนุน เพราะจะช่วยเปิดโอกาสให้กับประเทศได้อีกหลายทางในอนาคตที่ไม่ไกลจากนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  โทรคมนาคม  NewTelcoMarket  ทรู  ดีแทค  เอไอเอส  กสทช  OTT  MVNO 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม