หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ออเนอร์งัดขุมพลังเทคโนโลยี พลิกโฉมแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรม  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ก.ย. 22, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ริเริ่มโครงการใหม่เกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ เพื่อทำให้วัฒนธรรมเข้าถึงได้มากขึ้นและน่าสนใจกว่าเดิมในยุคเมตาเวิร์ส

ออเนอร์ (HONOR) แบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวโครงการริเริ่มใหม่อย่างเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ (Gateway to the Future) เพื่องัดใช้ขุมพลังของเทคโนโลยีในการยกระดับมรดกทางวัฒนธรรม ออเนอร์ได้เปิดตัวโครงการดังกล่าวระหว่างการกล่าวคำปราศรัยสำคัญที่มหกรรมไอเอฟเอ (IFA) ประจำปี 2565 โดยได้ท้าศิลปินชื่อดังสองรายให้มาร่วมรังสรรค์แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในย่านชไปเชอร์ชตัทของเมืองฮัมบูร์กอย่างวาสเซอร์ชลอส (Wasserschloss) ขึ้นมาใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) โครงการดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่เมตาเวิร์สและการท่องเที่ยวแบบไฮบริดกำลังเป็นที่สนใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวครีเอทีฟทั่วโลกนำนวัตกรรมล้ำสมัย เช่น AI, AR และระบบเสียงรอบทิศทาง (Spatial Audio) มาใช้เชื่อมโยงชุมชนต่าง ๆ เข้ากับวัฒนธรรมในรูปแบบที่ล้ำลึกมากขึ้น และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวทั่วโลก เมื่อโลกกำลังเปิดรับอนาคตที่เชื่อมโยงถึงกัน

"ในฐานะที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ออเนอร์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์อัจฉริยะ ที่ช่วยให้ผู้คนได้เฉลิมฉลองและสัมผัสกับวัฒนธรรมอันล้ำค่าจากสมัยก่อน พร้อมค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของอนาคต" จอร์จ จ้าว (George Zhao) ซีอีโอบริษัท ออเนอร์ ดีไวซ์ จำกัด กล่าว "เราคาดว่า เทคโนโลยี AR และ AI จะมีการนำไปใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผสานรวมโลกจริงเข้ากับโลกเสมือนสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลก เพื่อส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวแบบไฮบริดให้เฟื่องฟู และนอกเหนือจากการท่องเที่ยวแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพมอบประโยชน์ให้อุตสาหกรรมและชุมชนอื่น ๆ ด้วย นับเป็นประตูสู่อนาคตเหมือนกับชื่อโครงการจริง ๆ"

เฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมในเมตาเวิร์ส

เมืองฮัมบูร์กขึ้นชื่อว่าเป็น "ประตูท่องโลก" ของเยอรมนี โดยได้พัฒนาจากเมืองท่าสู่มหานครอันเจริญรุ่งเรือง ด้วยการน้อมรับวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความเป็นชุมชน ความร่วมมือ และนวัตกรรมมาอย่างยาวนาน ออเนอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความก้าวหน้าของเมืองแห่งนี้ จึงได้เลือกเมืองฮัมบูร์กเป็นสถานที่นำร่องโครงการดังกล่าว เพื่อผลักดันวัฒนธรรมดิจิทัลให้เฟื่องฟูและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกรังสรรค์สิ่งล้ำค่าทางวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่ในเมตาเวิร์ส

เพื่อทำให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง ออเนอร์จึงได้จับมือกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR อย่างเออาร์ลูปา (ARLOOPA) และดึงสองศิลปินอย่างยูนวน (Yunuene) และทิโม เฮลเกิร์ต (Timo Helgert) ร่วมสร้างอาคารวาสเซอร์ชลอสอันโด่งดังในโลก AR

ผลงานของยูนวนในโปรเจกต์เกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ อย่าง "เซลลิง ทรู ไทม์" (Sailing Through Time) เป็นการเชิดชูวิวัฒนาการของท่าเรือในเมืองแห่งนี้ โดยใช้สุนทรียภาพแบบวิชวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอในการแสดงความก้าวหน้าของการขนส่งทางทะเลเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนผลงานของทิโม เฮลเกิร์ต อย่าง "บลูมมิง ฟิวเจอร์" ใช้รูปแบบที่ให้ภาพอนาคตมากกว่า โดยนำบทบาทของเมืองฮัมบูร์กในฐานะเมืองที่เขียวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกมาใช้ประโยชน์ และรังสรรค์ภาพอาคารวาสเซอร์ชลอสท่ามกลางหมู่ไม้สีเขียว ที่ซึ่งต้นไม้อันงดงามและสิ่งมีชีวิตที่ใกล้จะสูญพันธุ์เติบโตได้ ยกระดับแลนด์มาร์คสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ให้อยู่ในอาณาจักรโลกอื่น

ปลดล็อกประสบการณ์สุดดื่มด่ำ ด้วยพลังของ AI และ AR

ออเนอร์ขอใช้ประสบการณ์นี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบไฮบริด ซึ่งเป็นเทรนด์เกิดใหม่หลังการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวคาดหวังว่า ความก้าวหน้าทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นในช่วงโรคระบาดจะเป็นประโยชน์และสร้างเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวในโลกจริง ประสบการณ์ AR ที่อาคารวาสเซอร์ชลอสนั้น ผสานโลกจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่ โดยออเนอร์ได้ทุ่มลงทุนในเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีระบุพื้นที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Space Identification) ระบบเสียงรอบทิศทาง และ AR เพื่อยกระดับประสบการณ์อันสมจริงให้พร้อมรับโลกดิจิทัล

เบิร์นด์ เพาโลวิตซ์ (Bernd Paulowitz) หัวหน้าแผนกมรดกโลกของยูเนสโก สาขาฮัมบูร์ก กล่าวว่า "ย่านเมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อปี 2558 เพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของท่าเรือการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก วันนี้เราให้ความรู้และนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังในรูปแบบใหม่ ๆ ที่น่าสนใจได้แล้ว เราจึงภาคภูมิใจในการมีส่วนช่วยในโครงการเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ ของออเนอร์ ซึ่งไม่ได้เชิดชูความสำคัญที่ย่านนี้มีต่อเยอรมนีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอนาคตอันน่าตื่นเต้นในฐานะมหานครระดับโลกด้วย"

กุยโด นอยมันน์ (Guido Neumann) หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวฮัมบูร์ก กล่าวว่า "เมื่อภาคการท่องเที่ยวกำลังคึกคักถึงขีดสุดหลังทั่วโลกล็อกดาวน์มาหลายปี จึงเป็นเรื่องดีที่แบรนด์ต่าง ๆ อย่างออเนอร์ นำประสบการณ์ใหม่ ๆ และล้ำสมัยมาให้ทุกคนสำรวจโลกอีกครั้ง ในฤดูร้อนนี้ เมืองของเรามีนักท่องเที่ยวในระดับเดียวกับเมื่อฤดูร้อนปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้เทคโนโลยีพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแบบอินเทอร์แอคทีฟ ด้วยแรงบันดาลใจจากการที่เมืองฮัมบูร์กเป็นประตูท่องโลก เราจึงรู้สึกตื่นเต้นในการร่วมมือกับโครงการเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวและชาวฮัมบูร์กได้รู้สึกเชื่อมโยงกับย่านชไปเชอร์ชตัทอันเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในรูปแบบที่ล้ำลึกกว่าเดิม เราเห็นว่าประสบการณ์แบบไฮบริดกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์โลกเสมือนขณะที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรม เป็นเวลาสมควรแล้วที่ต้องงัดใช้ขุมพลังของเทคโนโลยีในภาคการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์แสนวิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม