Sanook.commenu

ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี เกมทายใจ เรื่องผี พระเครื่อง ดูทีวี ฟังเพลง ฟังหวยออนไลน์

Sanook! Horoscope

เมนู

หน้า: 1 2 3

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อยากรุ้จักร่างทรง  (อ่าน 16151 ครั้ง)
Guest
เอก
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ธ.ค. 06, 19:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผมเอกอยากรุ้จักกับร่างทรงท่านอื่น ผมเปนร่างทรงเหมือนกันแต่เปนเด็กอยากได้คำแนะนำนะคับ ผมเปนร่างพ่อมหาราชดำ(ท้าวเวสฯ) พ่อศรีเทพนาคราชคุยกับผมที่ your2jon***

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 เม.ย. 07, 03:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มนุษย์เราเกิดมาจะมีองค์บารมีคุ้มครองสังขารกันทุกคน จะเป็นองค์เทพ - พรหมหรือสัมภเวสี ก็แล้วแต่กุศลมูลเดิมหรือสัญญาที่ได้ทำกันไว้ตั้งแต่ในอดีตชาติ คนเราไม่สามารถที่จะเลือกองค์บารมีประจำสังขารได้ บุคคลใด ที่พูดว่าเทพองค์นั้นองค์นี้ เสด็จมาประทับร่างของตนนั้น เป็นการพูดเพื่อยกตนให้สูงขึ้น โดยไม่รู้จริง องค์เทพที่เจ้าตัวได้คุยเอาไว้นั้น แม้แต่ช่วยตัวร่างเองไม่ได้แล้ว จะมีฤทธิ์ไปช่วยเหลือมนุษย์อื่นใดได้หรือ?

การเชิญองค์บารมีของตนเองมาประทับร่าง หรือเรียกว่า " การเปิดพระโอษฐ์" ใช่ว่าเมื่อเปิดแล้วจะได้เป็น " คนทรง" หรือ " ร่างทรง" กันทุกคนไป เพราะว่าเทพแต่ละองค์นั้นท่านจะมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน บางองค์ลงมาเพื่อสร้างบารมีโดยการช่วยเหลือมนุษย์ เช่น เปิดพระโอษฐ์ รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ปราบมาร ปราบผี ปราบคุณไสย หรือชี้แนะในทางโชคชะตาราศี เทพส่วนมากจะลงมาเพื่อคุ้มครองร่างของตนเองเท่านั้น โดยจะไม่ช่วยเหลือมนุษย์คนใดเลย

มีสำนักทรงจำนวนมากที่เทพของตนเองไม่มีหน้าที่ หรือว่าร่างทรงไม่มี " บารมี" พอที่จะเปิดพระโอษฐ์ได้ แต่ชอบที่จะใช้คำพูดเพื่อที่จะให้พ้นๆ ตัวไปว่า " ยังไม่ถึงเวลา" คือถ้าหากจะพูดว่าตัวเองเปิดไม่ได้ ก็จะทำให้คุณค่าของตัวอาจารย์นั้นด้อยคุณค่าลงไป ทำให้เกิดการหลงทางบอกไปผิด ๆ ว่าองค์ของศิษย์เป็นเทพองค์ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเชิญท่านลงมาประทับ ท่านจะสื่อกับสังขารเข้ามาหาภายในจิตเอง อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการยกย่องศิษย์คนนั้นไปในตัว เพื่อที่จะผูกมัดใจให้ศิษย์คนนั้นให้หลงอยู่กับเจ้าสำนัก เพื่อที่จะให้ลูกศิษย์คนนั้นพาญาติสนิทมิตรสหายมาหา เพื่อที่จะได้ลาภสักการะต่อไป

องค์บารมีประจำสังขารเมื่อไม่ได้เปิดองค์ลงมาประทับร่าง ก็มีไว้เพียงคุ้มครองเจ้าของร่างได้เป็นบางคนเท่านั้น ( แต่ไม่ทุกคน)

การ " เปิดพระโอษฐ์" หรือการเปิดให้คนเรานั้นพูดภาษาเทพได้ จะทำให้เทพที่คุ้มครองร่างของเราสามารถลงมาประทับร่างได้ บางคนได้สร้างสมบารมีเอาไว้ในอดีตชาติมามาก มีกุศลมูลเดิมมามาก เมื่อเปิดแล้วจะพูดภาษาเทพได้อย่างคล่องแคล่ว ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งถ้าปฏิบัติไปอีกไม่นานก็จะสามารถสื่อกับองค์บารมีเป็นภาษามนุษย์ได้ " คนที่ไม่ได้มีสะสมบารมีมาตั้งแต่อดีตชาติ และในชาตินี้ไม่ได้สร้างตนโดยการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิกรรมฐาน ไม่รู้จักให้ทาน ก็จะเปิดให้พูดภาษาเทพได้ยาก

ส่วนมากองค์เทพเหล่านี้จะลงประทับร่างเพื่อมาคุ้มครองร่างเท่านั้น บางคนที่เปิดออกมา แทนที่จะเป็นองค์บารมีประจำสังขาร กลายเป็นว่าเป็นวิญญาณแฝงเข้ามา เป็นวิญญาณเร่ร่อน หรือวิญญาณที่ถูกส่งมาด้วยวิชาคุณไสย ซึ่งส่วนมากจะเป็นวิญญาณผีตายโหงทั้งสิ้น

...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:21 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่หมอ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ก.ย. 08, 17:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็เป็นร่างทรงเหมือนกันหมอหม่อน ตำหนักปู่พรหมมุนีฤาษีนารอท

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:22 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อ.
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 27 ก.ย. 08, 13:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเป็นร่างทรงนั้นยากเพราะข้อปฏิบัตินั้นมีหลายอย่างร่างทรงบางคนก็คิดว่าเป็นเจ้าตลอด 24 ชม.เจ้าไม่กลับเลยบางคนก็กินเหล้าเมาหยำเปไม่รู้ว่าเจ้าหรือคนบางคนก็แต่งตัวเกินไปแต่ผู้ที่เป็นร่างทรงนั้นไม่ใช่ว่าพอเขาบอกว่าเป็นร่างพ่อองค์นั้นแม่องค์นี้ก็ทำตัวแบบเดินดินไม่เป็นต้องให้เขารู้ว่าเราเป็นร่างใหญ่แต่ขอถามหน่อยว่าทำไมเทพเจ้าหรือพ่อแม่บางองค์ในยุคสมัยนั้นมีตั้งหลายองค์จึงไม่เอามาลงกันละมัวแต่ลงองค์เดิมยกตัวอย่างถ้ามีสัก500ตำหนักในขณะนั้นลงพร้อมกันท่านจะคิดว่าใครคือตัวจริงส่วนมากก็จะบอกว่าคนละภาคนี่คือคำตอบที่ไม่เข้าท่าผมไปหลายที่แถวลาดพร้าวสมัยก่อนมีร่างทรงที่ทำงานตามที่อโคจรแต่กับมาองค์ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นถามทีว่าเจ้าที่เขาตัดแล้วทำไมมาอยู่กับคนที่ทำงานแบบนี้ไม่ใช่ว่าดูถูกคนที่ทำงานแบบนี้แต่อยากรู้จริงๆแต่อย่าตอบว่าเป็นการทำบุญร่วมกันมาหรือเป็นเครือญาติหรือเคยเป็นคนใช้กันมาฟังไม่ขึ้นจึงอยากให้ผู้ที่คิดเป็นร่างทรงนั้นได้โปรดศึกษากับตำหนักที่ท่านไปหาและจะฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยไม่ใช่ว่าวันนี้ไปรับขันแล้วพรุ่งนี้รับขันให้คนอื่นได้เลยและก็ควรศึกษาว่าเทพที่จะลงเรานั้นเป็นใครก็ควรศึกษาประวัติท่านด้วยเผือมีใครถามจะได้ไม่โดนเขาหัวเราะแยอะเอาและลองนั่งสมาธิถามท่านด้วยว่าจริงไหมบางทีร่างทรงที่ไปหานั้นอาจจะไม่มีความรู้ในเรื่องเจ้าที่มาลงก็ไดเพียงแต่เอ่ยนามเทพที่รู้จักจะได้เชื่อการรับขันก็ควรรับที่เราปฏิบัติได้เช่นขัน 5ก็เป็นเหมือนกับเรานำดอกไม้ธูปเทียนไปบอกกล่าวว่าเราขอต้อนรับเทพองค์นั้นให้มาปกปักรักษาเราเหมือนเทวดาประจำตัวส่วนขัน5 ก็เหมือนเอาแบบง่ายเลย ๆ ศีล 5 ข้อของที่เรามีอยู่เรายังปฏิบัติไม่ได้เลยยังจะไปเอาขันที่สูงกว่าทำไมบางที่ก็จะบอกว่าให้เทพหรือบอกว่ารับขันสูงจะได้มีบารมีที่สูงนั่นก็ควรพิจารณาถ้าท่านไม่ปฏิบัติสวดมนต์ไหว้พระบารมีก็ไม่เกิดต่อให้รับโคตรขัน108ก็ไม่เกิดบามีเพราะร่างทรงยังไม่รู้จักการทำบารมีบางคนก็รับขันมาแล้วก็วางไว้เฉย ๆ ทำตามที่เขาบอกมาเขาบอกให้ทำก็ทำจะได้ดี ๆ ไม่รู้ว่าดีคนรับหรือตำหนักทรงบางคนก็ไปถือศีลกินเจตามวัดที่เขาไปจริง ๆ ก็มีแต่บางคนก็ไปดูดวงและเพื่อชักชวนกันให้มาที่ตำหนักตัวเองจึงอยากจะขอฝากให้ท่านที่คิดจะรับขันหรือเป็นร่างทรงใหม่ควรพิจารณาให้ดี ๆ ก่อนเราไม่ต้องไปหาเทพตำหนักทรงที่ไหนหรอกเทพประจำบ้านของเราเราดูให้ดีหรอยังถ้าดีแล้วก็ค่อยไปตำหนักทรงถ้ายังไม่ดีก็ควรที่จะดูแลให้ดีก่อนนั่นแหละคือร่างทรงที่แน่นอนจริง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ร่างทรง
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 1 พ.ย. 08, 21:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความอยาก ความหลง ผิดทาง ร่างทรงก็เป็นแค่ สมมติ มันไม่จริงเสมอไปหรอกท่านเอ้ย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:22 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จิรพิพัฒน์
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 7 พ.ย. 08, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
ไม่ต้อไปมองคนอื่นว่าดีเลวยังไงลองมองตัว
เองว่าดีแล้วหรือยังที่จะไปมองคนอื่นดีเลวยังไง
ในทุกๆเรื่องควรใช้วิจรณญานในการ
ดู ฟัง คิด และเชื่อ อย่ายึดติดกับเรื่องที่ไม่สมควรเชื่อ
เพราะในทุกๆเรื่อง ไม่ควรตึงหรือย่อนเกินไปควรมีความพอดี
จิรพิพัฒน์ บดิลเดชาสุดสาย
!!!@

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
วิทย์
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 13 พ.ย. 08, 11:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมก็เป็นแต่ยังไม่รับขันของปู่ฤาษีแต่เชิญได้ไม่ทราบว่าเวลาองค์ลงตัวเราจะมีอาการอย่างไรใครรู้ช่วยบอกผมหน่อยครับ bye! !!!@ /-/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตาม
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 15 พ.ย. 08, 16:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมก็มีองค์กุมารอย่างรู้อาการว่าเวลาเข้าทรงเป็นอย่างไรใครรู้ช่วยบอกผมทีครับ
แล้วตอนจะลงจะลงมาตอนไหน
หรือต้องมีคาถาเชิญผมอย่างรู้ช่วยบอกทีเทิกคครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:23 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
9k,
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 17 พ.ย. 08, 16:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมก็มีองค์กุมารอย่างรู้อาการว่าเวลาเข้าทรงเป็นอย่างไรใครรู้ช่วยบอกผมทีครับ
tam-mbk***

แล้วตอนจะลงจะลงมาตอนไหน
หรือต้องมีคาถาเชิญผมอย่างรู้ช่วยบอกทีเทิกคครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จิว
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 18 พ.ย. 08, 23:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันนี้ขอเถียงร่างทรงสามารถแบงภาคได้จริงคุณไม่รู้แล้วอย่ามามาพูดแบบนี้ถึงแม้งจะลงองค์เดียวกันพร้อมๆกันก้อคือองค์เดียวกันและทำไมถึงตอนนี้คนมีองค์กันเยอะก้อเพราะว่าเด๋วนี้เกิดสิ่งไม่ดีหลายอย่างบ้านเมืองไม่สงบและใกล้จะถึงเวลาวิบัตโลกเค้ามาเพื่อช่วยเหลือมนุษที่ทำบุญไว้มากๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
วิทย์
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 24 พ.ย. 08, 09:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมอยากรู้ว่าเวลาองค์ลงเป็นอย่างไรช่วยบอกผมหน่อยเถอะครับ ;D }( /-: ('') /-: ('')

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ร่างของปู่ฤาษี
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 พ.ย. 08, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ร่างทรงต้องรู้ว่าต้องทำอะไร ต้องทำดี มีศีลธรรม จริยธรรม ความเมตตา อาจารย์จบปริญญาเอกมา ไม่เคยปฏิเสธเลยว่าเป็นร่างทรง แต่อาจารย์จะไม่อัญเชิญลงบ่อยนัก จะลงเพื่อให้องค์ท่านเสริมบารมีและทำบุญ เป็นร่างทรงไม่น่ารังเกียจเท่าทำชั่วครับ สนใจคุยกับอาจารย์ที่ lrrp5@windowslive.com
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Sisuko
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 ธ.ค. 08, 12:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาเหตุที่ทำให้เกิดร่างทรงขึ้นมามากมายนั้นถ้าอ้างตามหลักของพระพุทธศาสนาแล้วตามพระไตรปิฎกมีกล่าวถึงจริงแต่ว่าคนที่เป็นร่างทรงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีอะไร...ทุกวันนี้เราทำอะไรกันอยู่ได้ฉุกคิดบ้างหรือไม่.จงใช้สติคิดและวิเคราะห์หาคำตอบให้ดีๆเพราะอย่าลืมว่า....เทพเทวดาทั้งหลายรังเกียจกลิ่นกายมนุษย์ท่านเหล่านั้นบอกว่ากลิ่นกายมนุษย์เหม็นไปถึง 1200 โยชน์...เมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็ต้องใช้ปัญญาคิดดูเถิดว่าสิ่งที่เข้าสิงคนน่ะเป็นภพภูมิใดกันแน่ !!!!!! ที่สำคัญพรหมไม่มีวันลงมาเหยียบโลกมนุษย์.จะลงมาก็ต่อเมื่อวันสิ้นโลก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นู๋เอก
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 14 ม.ค. 09, 11:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เหอะๆเรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่นะท่านทั้งหลายควรฟังหูไว้หู
เรื่องแบบนี้ต้องศึกษาให้ถึงรากลึกที่มาและตนตอ
เชื่อได้แต่อย่างมงาย
เทพท่านทั้งงหลายลงมาเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาพ่อช่วยเหลือมวลมนุษย์เมื่อท่านลงมาประทับกายสังขารเหยียบผืนพระแม่ธรณีท่านก้เสมอภาคกันหมดไม่มีใครใหญ่กว่าใคร
เราเปนเพียงกายหยาบควรจะปฎิบัติบูชาตั้งตนให้อยู่ในสติเสมอ
(;; 0_0 "-" :) 'o"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ศิษย์ปู่
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 16 ม.ค. 09, 11:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงครับ ครัทราก่อให้เกิดปาฏิหาริ์ ศร้ทราได้แต่อย่าถึงขั้นงมงาย คนที่มีองค์แล้วขอให้หมั่นทำความดีเอาไว้
ความดีเท่านั้นครับคงทนและยาวนาน
งานทำบุญเสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ ใครสนใจอยากจะไปติดต่อมาที่ narongthunแอดฮอดเมลดอดคอม
ย้ำไปที่งานไม่เสียค่าไช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นขอแค่ไปด้วยใจที่บริสุทธิ์พอ แต่ต้องไปเองที่จังหวัดสิงห์บุรี
ข้างวัดทุ่งเสือข้าม อ.อินทร์บุรี ในวันที่ 24 มกราคม 2552 เพื่อทำบุญ อาบน้ำมนต์ล้างโรคภัย
รับปีใหม่นี้ ที่ดวงเมืองและคน ในปีนี้จะมีทุกข์หนักมากๆ มาแก้กรรมหนักให้เบาลง
ด้วยความรักและศรัทราจาก ลูกศิษย์ ปู่ฤาษีหน้าวัว และพ่อพญาครุฑ
bye!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนดี
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 18 ม.ค. 09, 02:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก๊ค่อยศึกษากันนะคับ อันไหนจริงไม่จริงเรารู้ตัวเองดีที่สุดนะคับ ถ้ารู้ว่ามีก๊คือมีแต่อย่างมงายนะคับไหว้พระสวดมนต์มากๆดีที่สุด ถ้าท่านจะมาช่วยคนจริงท่านจะมาเองนะคับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ธรรมดา
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 27 ม.ค. 09, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนใหนที่เป็นจิง เขาไม่บอกกันหรอก เขาหนีไม่เป็นจะตาย คนอยากเป็นก็ไม่ได้เป็น คนไม่อยากเป็นก็ได้เป็น คนที่ถูกเลือกจะรู้ถึงอาการ กิริยา ของการที่เป็นคนที่ถูกเลือก วุ้ย พี่น้อง...........

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อาทิชา
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 24 ก.พ. 09, 18:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่ มีความสนใจเรื่องเจ้าแม่จามเทวี ตามประวัติที่ได้ศึกษาจากหอสมุดแห่งชาติ
และต้องการเพิ่มเติม จากเพื่อนใหม่ทุกท่าน ท่านผู้ใดมีความประสงค์และหรือ บุญสัมพันธ์เรียนเชิญท่านแบ่งปันแนวทางแก่กัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:25 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
aeee
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 24 ก.พ. 09, 18:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่ มีความสนใจเรื่องเจ้าแม่จามเทวี
ตามประวัติที่ได้ศึกษาจากหอสมุดแห่งชาติ

และต้องการเพิ่มเติม จากเพื่อนใหม่ทุกท่าน


ท่านผู้ใดมีความประสงค์และหรือ บุญสัมพันธ์เรียนเชิญท่านแบ่งปันแนวทางแก่กัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:27 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บิ๊กชุมพร
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 2 มี.ค. 09, 19:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ย่าผมก็มีร่างทรงเหมือนกันครับแต่ท่าน เป็นร่างทรงฤาษีตาไฟครับ !!!@

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะโมวิมุตานัง
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 8 มี.ค. 09, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทั้งสามโลกนั้น หามีสิ่งใดที่เป็นที่พึ่งอันสูงสุด เท่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ได้เลย
ผลทั้งหลาย ต้องตรงกับเหตุเสมอ
การ เสริมขันธ์ รับขันธ์ นั้น.... เป็นเรื่องของ "มิจฉาทิฏฐิ " คือ ความเห็นผิดว่ามีตัว มีตน กำลังมีอำนาจครอบงำพวกเขาอยู่ หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะเป็นเหตุแห่งความหายนะนั่นเทียว
นี่...พวกเขากล่าวกันอย่างนี้เสมอ
ก็ หากใครสักคนในโลกนี้ จะเข้าถึงความหายนะแล้วไซร้ ก็เพราะเหตุแห่งการล่วงศีล ประพฤติผิดศีล ศีลทะลุของเขา นั่นแหละ .....หาได้เกิดจากใครจะมามีอำนาจบันดาลให้ใครคนนั้น ประสบความเดือดร้อนเพราะ สิ่งนั้นไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจแก่เขาผู้มีอำนาจ ก็หาไม่
หากใครคนนั้น รักษาศีลด้วยดี ตั้งมั่นเดินทางแห่งชีวิต มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เข้าถึงการเป็นผู้ประพฤติธรรมด้วยดีแล้วไซร้...เหตุแห่งการไม่รับขันธ์ ไม่เสริมขันธ์ของคนๆนั้น ก็หาได้ทำให้คนๆนั้นเข้าถึงความหายนะไม่
เขาคนนั้นย่อมร่าเริงบันเทิงใจ อยู่ด้วยบุญทั้งหลายที่เขาเพียรปฏิบัติ และพระธรรมย่อมคุ้มครองเขาคนนั้นให้ปลอดภัย
พิจารณา เหตุตามเหตุผลแห่งกรรม ให้ดี ท่านจะรู้ว่าท่านจะพบกับความสุขสงบเป็นอันมาก สามารถมีชีวิตอยู่ความปราศจากเครื่องเดือดร้อนนานาประการ
และคนทรง ร่างทรงทั้งหลายนั้น ตกนรกเป็นอันมาก เพราะเป็นคนที่เผยแพร่ "มิจฉาทิฏฐิ" แก่บุคคลอื่น....เป็นไป เพื่อลาภบ้าง เพื่อสักการะบ้าง หรือเพราะกลัว หรือเพราะไม่รู้ ก็ตามที....แต่หนทางเบื้องหน้าของพวกเขาเหล่านั้น ย่อมมีทุคติเป็นที่หวังได้
ใน โลกนี้ไม่มีสิ่งศักดิ์ที่จะบันดาลผลหรอก ก็เทวดาทั้งหลายที่ปกปักรักษาโลกมนุษย์นั้นมีอยู่ แต่ท่านก็หาได้สามารถบันดาลให้เกิด "ผล "คือ ความเป็นไป ตามใจท่านก็หาไม่ ....เพียงแต่ท่านอาจจะดลใจให้ชนทั้งหลายระลึกนึกถึง เข้าหาที่พึ่งอันเป็นคุณงามความดี เพื่อผลอันดีจะบังเกิดแก่ชนเหล่านั้นได้ หากผู้ใดไม่ทำให้ถูกทาง....ผลอันน่าชื่นใจก็หาได้เกิดแก่เขาเหล่านั้นไม่ พวกเขาก็ยังเป็นทุกข์เดือดร้อนใจอยู่นั่นแหละ

เพราะ ชนทั้งหลายเป็นอันมาก ขาดที่พึ่งทางใจ.... พวกเขาเหล่านั้นหวาดกลัวต่อมรณะภัย ความทุกข์ ความเดือดร้อนอันจะพึงมีพึงเป็นในวันข้างหน้า..... หรือไม่ก็เดือดร้อนเพราะอยากได้กุศลวิบากมาเชยชม พวกเขาก็วิ่งเข้าหาคนทรงบ้าง หมอดูบ้าง.. ดังนั้น การสะเดาะห์เคราะห์ ก็เกิดขึ้น เป็นวิธีกำจัดความหวาดกลัวของพวกเขาเหล่านั้น

หาก การสะเดาะห์เคราะห์ จะทำให้คนทั้งหลายหลีกพ้นกรรมของตนได้จริงแล้วไซร้ ประโยชน์อะไรแก่การกระทำความดีด้วยเล่า?... พอทำผิดก็เอายางลบมาลบความผิดด้วยการสะเดาะห์เคราะห์!
หากการสะเดาะห์ เคราะห์ คือการทำบุญใส่บาตร ..จริงอยู่ นั้น...เป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นไปด้วยกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง ทำเพราะกลัวบ้าง ว่าตนนั้นมีเคราะห์ ทำเพราะอยากได้ในลาภ ยศบ้าง จึงทำ....
น่าแปลกไหม?...พวกเขาก็รู้ว่าบุญ นั้นดี...แต่จะมีสักกี่คนที่ ตั้งใจเดินหน้า มุ่งหน้าทำกุศล ทำความดีอยู่อย่างนั้น...พวกเขาอยากได้ผลมาก แต่เวลาทำเหตุก็ทำเพียงเล็กน้อยแล้วปรารภผลมาก เป็นอย่างนี้เสมอ
ดังนั้นชนทั้งหลาย พึงเลิกหวั่นไหวกับสิ่งไม่เป็นสาระ สิ่งไม่เป็นที่พึ่ง ไม่เป็นไปเพื่อความสวัสดีเหล่านั้นเสีย...



พึง ศึกษาคำสอน แล้วเดินหน้าปฏิบัติตามแผนที่ที่พระพุทธองค์ทรงมอบให้ อันปรากฏได้ยากในโลกนี้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นปัจจัยแก่"ปัญญา" เป็นยานพาหนะให้เราทั้งหลายเดินถูกทาง เพื่อความพ้นจากทุกข์ในที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตื่นเถิดชาวไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 8 มี.ค. 09, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่เรียกว่าคนมีองค์เป็นร่างทรงให้กับบุคคลอื่นๆนั้น ผมเห็นว่ามี 2 ประเภท

๑. เป็นพวกปรารถนาในลาภ ก็แสร้งทำขึ้นมา เพื่อให้ดูเป็นผู้มีฤทธิ์ มีอะไรพิเศษ เรียกร้องความสนใจ ทำไปเพื่อปรารถนาในลาภสักการะ เป็นต้น

๒. เป็นผู้ที่ถูกอมนุษย์เบียดเบียนอยู่
อมนุษย์ ได้แก่ ใครบ้าง? ได้แก่พวกรุกขเทวดาที่เป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา อันอยู่ใกล้ๆกับภูมิของมนุษย์ และพวกเปรตที่อยู่ใกล้ๆกับภูมิของมนุษย์เช่นกัน
ถามว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นใคร?
พึง ทำความเห็นให้ประกอบเหตุผลอย่างนี้ว่า คำว่าเทวดา นั้นได้แก่ ผู้ที่อยู่ในภูมิที่มีความสุขเป็นอันมาก แม้จะเป็นเทวดาชั้นต่ำ ก็ปรากฏว่า มีความสุขมากมายกว่ามนุษย์นัก กายของท่านก็เป็นกายทิพย์ที่สวยงาม อาหารก็เป็นทิพย์ทั้งหมด
ถาม ว่า หากเป็นเรา ผู้เจริญความสุขอยู่อย่างนั้น เมื่อมองเห็นกายอันเน่าเหม็นของมนุษย์ เราจะพึงอยากเข้ามาอยู่ใกล้ เข้ามาทรงคือ ประทับในกายอันประดุจของโสโครกหรือหนอ?
คำตอบมีอย่างเดียว คือ ไม่อยากเข้ามา แม้แต่การได้กลิ่น ก็ไม่พึงเป็นที่ปรารถนาเลย ดุจบุคคลผู้กายและชาติกำเนิดอันละเอียดอ่อน ละเมียดละไม ย่อมไม่ปรารถนาเข้ามาคลุกเปื้อนโคลนตม ฉะนั้น
แต่ ทีนี้ ถามว่า หากเป็นคนชั้นต่ำ มีกายเน่าเหม็นมาก เพราะความขัดสน หากมีใครเชื้อเชิญหรือมีช่องทางให้เขาเข้าไปอยู่ในเรือนของคฤหบดี อันอุดมด้วยข้าวปลาอาหาร เขาจะพึงปรารถนาหรือไม่หนอ?
ตอบว่า ย่อมปรารถนา...
ฉัน ใดก็ฉันนั้น ผู้ที่มากระทำการอย่างนี้ โดยมากก็เป็นพวกอมุษย์ที่เป็นพวกเปรตที่ต้องการเสพอาหาร หรือมาทำบุญอย่างชนิดที่ตนเข้าใจว่าเป็นบุญ เป็นพวกที่เคยเล่นฤทธิ์มาก่อนในอดีตชาติ เช่นเคยได้สมาธิมาก่อน ได้ฌาณมาในชาติใดชาติหนึ่ง แล้วอาจจะมีอภิญญา ติดอยู่ก็เป็นได้ ของพวกนี้ เป็นไปด้วยความชำนาญที่สั่งสมมา ดังนั้น แม้เปรตเองก็มักปรากกกายให้ผู้คนเห็น เป็นผีบ้าง บางทีก็แปลงกายเป็นพระ เป็นเณร ก็มี เขาก็มีฤทธิ์ได้ และพอใจในการทำการงานอย่างนั้น เพราะคุ้นเคย เพราะพอใจ ....ในเวลาเป็นมนุษย์ ก็ทำอาการดุจเดียวกันนั่นแหละ
ดังนั้น ของอะไรที่เสพคุ้น ย่อมเป็นไปโดยง่าย ด้วยมีความพอใจหนุนหลัง เป็นต้น

ทั้ง สองประเภทนี้มองแล้วไม่เห็นความสวัสดีเลย แก่ผู้ทรง และผู้ถูกทรง เป็นไปเพื่อความมืดมนโดยแท้ ที่แอบอ้างเป็นนั่นเป็นนี่ ก็เพราะอยากให้คนนับถือ แล้วแต่ว่า กิเลสอะไรจะใช้ให้ทำ
ถามว่า คนที่ถูกทรงเล่า มีความเกี่ยวพันกันอย่างไร?
ก็ เพราะเคยทำเหตุมา ก็เป็นปัจจัยให้ต้องมากระทำอีก และประกอบกับยังไม่เจอกัลยาณมิตร ไม่ได้ฟังธรรมอย่างถูกต้อง ใจก็น้อมไปในความเชื่อ ตรงนี้แหละเปิดช่องรับเขาเข้ามาแล้ว

ทำ แล้วก็จะตกนรกนั่นแหละ เพราะอยู่ด้วยความหวาดกลัว เพราะดูเหมือนจะไม่เป็นตัวของตัวเอง ถูกบังคับขับเคลื่อนทางใดทางหนึ่งเสมอ หวาดกลัวในใจเสมอๆ หรือไม่ก็พอใจในลาภสักการะ ตรงนี้ก็ไม่ใช่สรณะเอาเสียเลย ยังทำให้คนทั้งหลายพากันลุ่มหลง เชื่อในผี อันเป็นลัทธิมีมาแต่ไหนแล้ว แม้ในยุคโลกว่างจากพระศาสนา เรื่องอย่างนี้ก็ปรากฏอย่างต่อเนื่อง ก็เหตุใด บัดนี้จะไม่ปรากฏเล่า? เพราะเหตุนั้นมีมาแล้ว ผลอย่างไรๆก็ต้องเกิด

จะ บอกว่าทำบุญมาด้วยกัน ก็ขอฟันธงว่า ไม่ใช่ลักษณะบุญแน่นอน บุญในโลกนี้มี ๑๐ อย่าง ไม่มีน้อยหรือมากกว่านี้แล้ว และที่เขาเป็นไปกันอยู่จะสงเคราะห์เป็นบุญก็ลำบากใจแท้ๆเพราะคนทำไม่ได้ ประโยชน์เกิดแต่โทษ

ที่ แน่ๆก็คือ ทำให้ผู้คนไม่เกิดทิฏฐุชุกรรมคือความเห็นถูกเลย แต่เป็นไปกับความเชื่อ ที่เรียกว่า หลงเชื่อในฤทธิ์ ในอภินิหารย์ เป็นอันมาก อย่างนี้จะหาความเป็นบุญที่ถูกต้องได้อย่างไร? เพราะช่างขัดแย้งกับความเป็นจริงเสียจริงๆว่า กรรมนั้นย่อมมีผล แต่นี่เขากระทำให้เกิดความเชื่อว่า เขาเป็นผู้กระทำให้ ใช้ฤทธิ์ทำให้ได้อะไรๆอย่างนี้เป็นต้นจนคนพากันนับถือ เพราะอยากได้ผลที่ต้องการโดยไม่สนใจในเหตุที่ทำแม้แต่น้อย
พึงเลิกสนใจใน เรื่องเหล่านี้ กระทำความรู้ตัวอยู่กับเรื่องที่เป็นปัจจุบันดีกว่า แล้วเจริญบุญ ๑๐ ประการนั้นนั่นแหละ ชื่อว่า เป็นไปเพื่อความสวัสดีโดยแท้

ประโยชน์อะไร กับความยึดถือ เรื่อง “องค์” อะไรต่อมิอะไรนั่นเล่า?
หาก ยึดถืออยู่ ก็ไม่ชื่อว่า ประกอบด้วยเหตุผล “สัมมาทิฏฐิ” เพราะยังยึดว่ามีตัวมีตนอะไรบางอย่างที่มีอำนาจควบคุมเราอยู่ เราจะปลอดโปร่งโล่งใจอะไรได้ จริงไหม?

ใครจะว่าจะบอกอย่างไร......ก็เป็นสิทธิ์ของเขา
แต่ความจริง กับ ความเชื่อ ....บางทีก็เป็นคนละเรื่อง

การ ทำความดี มีการเจริญบุญกิริยาวัตุ ๑๐ ประการเป็นต้น การเว้นจากอกุศลกรรมบททุกชนิดนั้น เป็นบุญ เป็นความดีที่ทุกคนพึงกระทำให้เจริญ ไม่เกี่ยวกับองค์อะไรที่ไหนกันแม้แต่น้อย
หากแต่จะรับรู้รับทราบก็พึงคิด ว่า หากเราทำความดีสม่ำเสมออย่างนั้น แม้เทวดาทั้งหลายย่อมสาธุการแก่เรานั่นแหละ ไปในที่ไหนๆ เทวดาย่อมเอ็นดูแก่เรานั่นเทียว .....และเราย่อมประจักษ์แก่ใจของเราว่า ก็บรรดากุศลใดๆ ที่เราทำไว้อย่างต่อเนื่องนั่นแหละ จะคุ้มครองเรา ปกป้องเรา....การคิดอย่างนี้ไม่ เป็นความเห็นผิด

แต่การยึดถือใส่ใจเรื่ององค์นั้น เป็นเรื่องที่หาความเป็นกุศลได้ยาก เพราะแม้ความคิดก็ผิดไปแล้ว ต่อไปจะทำถูกได้อย่างไรกัน?

จง เป็นอิสระจากคำพยากรณ์ใดๆ ของใครๆในโลกนี้เถิด..... แต่จงมีศรัทธาในคำสอนที่ทำให้เกิดปัญญาของพระพุทธเจ้าเถิด ท่านจงมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไว้เป็น”องค์” รักษาใจอยู่ทุกเมื่อเถิด ...หากเป็นไปอย่างนี้ ท่านย่อมร่าเริงบันเทิงใจ และเป็นอิสระจากการยึดมั่นใน “ตัวตน” บางอย่างได้ ด้วยการศึกษาคำสอนของพระองค์ จนได้เกิดปัญญามาตัดสินความจริง ให้เหตุึผลแก่ตนเองได้...ท่านย่อมเป็นอิสระจากความยึดถือในเรื่องไม่ควร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ป็อป
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 9 มี.ค. 09, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดีจัง
^_^ ^_^ ^_

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สิ่งเหนือธรรมชาติ มีจิง
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 24 มี.ค. 09, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครไม่โดน ไม่รู้คับ....ตอนนี้กำลังโดนไม่รณู้ทำไงดี.......tharittin***

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กเทบ
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 12:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หมั่นไหว้พระ สวดมนต์ ถือศีล นั่งสมาธิ ให้เกิดสติ ดังคำที่ว่า "สติมา ปัญญาเกิด" ดิฉันไม่ได้ลบหลู่ แต่เชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้า ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ *#*# bye!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ต้องคับ
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 22:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แถวบ้านผมก็มีประเพณีทรงเจ้าแบบไทยๆเลยนะคับจัดงานทุกปี ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี
งานนี้เป็นความเชื่อของคนในหมู่บ้านมานานมาแล้วไม่มีใครบอกได้ตั้งแต่เมื่อไร ร่างทรงนั้นจะมีอยู่ไม่เกิน 3 คน หากตายลงจะมีตัวตายตัวแทนจากคนในตระกูลของคนทรงคนนั้นๆ ในงานไม่มีการเก็บเงินเลยอ่ะคับแล้ววันงานก็มีงานที่ศาลหรือศาลากลางหมู่บ้าน(ชื่อศาลาหัวบ้าน)ถึงเวลาจะมารวมตัวกันของคนในหมู่บ้านใครมีหน้าที่ทำอะไรเตรียมอะไรก็ทำตามหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายจากการสืบเนื่องของตระกูล แต่ตระกูลผมตอนนี้มีคือยายของผมเคยเป็นคนทรงตอนนี้เสียไปนานแล้วซึ่งทำให้เราเชื่อว่าเป็นของจริงเพราะเขาจะไม่ทรงพร่ำเพรื่อคนทรงทุกคนมีงานประจำทำหมดถึงปีจะมารวมกันครั้งหนึ่ง และตอนนี้ผมก็มีหน้าที่คือทำบายศรีแบบโบราณ( มี 2 หลักซ้าย3ชั้น ขวา 2 ชั้น) และเป็นพี่เลี้ยงคนทรงคือคอยนุ่งผ้า(คือการแต่งตัวให้ร่างทรง )การแต่งกายนั้นจะนุงด้วยผ้าโจงกระเบนมีผ้าอีก 2 ผืนคือคาดเอวและบ่า วันงานชาวบ้านที่ตระ กูลใดเคยเลี้ยงสำรับ(สำรับคือมีขนม 3อย่าง 1.บัวลอย 2 ขนมต้มแดง3.ขนมต้มขาวมีบายศรีปากชามประกอบ น้ำ 1 แก้ว และธูป = 1สำรับ)ชาวบ้านก็จะนำมาถวายโดยไม่มีการเลือกว่าให้เจ้าองค์ใดจะนำมาไว้เป็นส่วนกลาง พี่เลี้ยงจะเลื่อนสำรับถวายองค์ละ 1 สำรับ จะมีงานตลอดทั้งวัน มีกำหนดเป็นงานตามแบบมาแต่ครั้งโบราณทุกวันขึ้น 6 ค่ำเดือน 6ของทุกปีในงานมีรายละเอียดเยอะมากเกินอธิบายอ่าคับ ท่านใดมีศรัทธาและความเชื่อจึงขอเชิญชวนมาร่วมงานกันได้ นะคับ ที่ศาลเจ้าพ่อศาลหลวง ศาลาหัวบ้าน ต.ขุนโขลน อ.พระพุธบาท จ.สระบุรี สอบถามผมก็ได้ ( ปีนี้ตรงกับวัน พุธที่ 29 เมษายน 2552)
โดย: dum.30***

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 19 เม.ย. 09, 21:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หวัดดีคับทุกคนผมก็อยากรู้จักทุกคนเช่นกันอยากมีเพื่อนคุยในเรื่องเช่นนี้เหมือนกันคับประสบการณ์ของผมยังน้อยนะคับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:29 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 29 เม.ย. 09, 08:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ
เป็นเด็กเหมือนกันค่ะ
เป็นร่างของ(พ่อ)ท้าวอนันตนาคราชค่ะ
มีอะไรก็แนะนำกันหน่อยนะคะ
mini2love***
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จิบ
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 29 เม.ย. 09, 13:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่เชื้ออย่าลบหรู่ที่แน่ๆไปลองดูได้ที่ซอยกำนันแม้น19หมู่บ้านทรารมตำหนักพระเจ้าตาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ลพบุรี
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 2 พ.ค. 09, 01:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

;D ใครไม่รู้บอกไปก็เท่านั้นต้องเจอกับตัวเองแล้วจะ อึ้งไปเลยเราเองก็ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้เลยแม้แต่น้อยถือว่าเป็นเรื่องไม่จริงด้วยซ้ำไม่คุยกับแม่เลยเพราะแม่ชอบไปหาร่างทรง ก็บ่นเค้าว่าไร้สาระไม่จริงหรอกปลอมอะไรทำนองนั้น เกือบ สิบปีที่เราเห็นแม่ไปแต่ตำหนักทรงแต่เราไปแค่ไม่ถึงห้าครั้งแม่บังคับให้ไปบ้างไม่ชอบหน้าคนทรงเอามากๆเชื่อไหมเกียดด้วยซ้ำ มีอยู่วันหนึ่งจะรับแม่ไปกินข้าวข้างนอกบ้านแม่ชวนเข้าไปดูปู่มาลงก่อนเราไม่สนใจเท่าไหร่ดูแล้วก็ออกมานั่งข้างนอกคนละตำหนักนะอันนี้เป็นบ้านแต่นับถือเทพเหมือนกันระหว่างที่เราดูอยู่ดีๆก็ร้องไห้น้ำตาไหลฝืนตัวเองไม่อยู่มีอาการเกร็งๆด้วยนะพอรู้สึกตัวแต่ห้ามไม่ได้ คิดว่าเป็นอาการเห็นคนอื่นเป็นแล้วเป็นตามหรือเปล่าคิดว่าอย่างนั้นหลายอาทิตย์ต่อมาไปกินเหล้ากับเพื่อนตามปกติ(เป็นคนสังคมมาก ชอบไปสถานบันเทิงชีวิตไม่คิดอะไรเที่ยวกินเหล้าเฮฮากับเพื่อน) นั่งมาในรถร้องให้เหมือนเป็นบ้าพูดว่าไม่กินแล้วเหล้าไม่กินก็ได้โวยวายพูดอยู่อย่างเดิมเพื่อนเห็นท่าไม่ดีเอาพระมาใส่คอแล้วบอกให้ตั้งสติให้ดีก็ไม่หายกลายเป็นเสียงเด็กหัวเราะบอกว่าไม่ใช่ผีนะมาใสทำไมหัวเราะบอกว่าไม่ชอบให้กินเหล้าจนเพื่อนบอกว่าไปก่อนนะตอนนี้ร่างเหนื่อยแล้วอ้อนอยู่ตั้งนานกว่าจะไปได้ ก็เลยใส่พระมาตลอดกลัวผีเข้าไปดูดวงมากับอาจาร์ยท่านหนึ่งแถววงศ์สว่างสายสักยันต์ท่านบอกว่าไม่ใช่ผีเป็นเทพไม่ชอบให้เรากินเหล้าเลยสักน้ำมันเก้ายอดและปู่พิราพท่านบอกว่าจะได้ไม่ต้องเข้าส่งเดชกลับมาหนักกว่าเก่าไม่พูดภาษาคนเลยพูดอะไรเร็วๆเหมือนภาษาแขกข้าวปลาไม่อยากกินนั่งสวดอะไรทั้งวันเราเลยสวดมนต์ไหว้พระกลัวมากไม่หายเดี๋ยวเสียงเด็กเดี๋ยวเสียงแก่บอกเพื่อนเพื่อนเห็นอาการไม่ดีตอนนั้นไม่กล้าบอกแม่เพราะไม่อยากไปหาคนทรงคนนั้นสรุปเราตองไปรับขันธ์ 5 มาเพราะอาการน่าเป็นห่วงผีก็จะเข้าเจ้าก็จะทรงอะไรประมาณนั้นเป็นเองโดยที่ไม่ต้องไปดิ้นรนหาคนทรงท่านจะมาของท่านเองเราโดนเล่นงานมาแล้วคนลองของส่งสิ่งไม่ดีมาได้ยินเหมือนคนเหยียบหลังคาบ้าน(สักกะสะสี)ตอนดึกที่ตจว.รอดมาได้เพราะองค์เทพคุ้มครองจากคนไม่เชื่อทุกวันนี้ปติบัติโดยสวดมนต์ทุกวันเลิกเที่ยวกลางคืนวันพระไปทำบุญที่วัดและกินมังสวิรัสทุกวันพระใครทำดีไว้เถิดจะรู้เอง ใครมีประสบกาณ์แลกเปลี่ยนกันได้นะเราเชื่อเพราะเจอกับตัวเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
มาย ลาดพร้าว
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 4 พ.ค. 09, 01:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็เป็นร่างทรง อายุ18 เอง รับขันธ์แล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:33 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กอลฟฟี่
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 13 พ.ค. 09, 01:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับเพื่อนที่มีร่างทรงครับเราคนหนึ่งก็เคยถูกทักว่ามีองค์ไม่เคยเชื่อเลยครับโดนทักมาสามคนไม่เคยเชื่อแถมยังว่าเขาอีกว่าเราจะมีได้ไงตอนนั้นบอกตรงไม่เชื่อแต่นับถือนะครับเพราะที่ตระกูลเราเองมีเชื่อทางด้านนี้ครับมียายที่เคยเป้นร่างครับตอนนี้เสียไปแล้วครับครับมีลุงก็เป้ฯร่างทรงแต่ไม่ใช่คนทรงนะพอมาถึงเราเองเราไม่เชื่อครับครับแต่ตอนนี้เริ่มมมีองมาบ้างครับน่าจะเป็นพ่อแก่ครับครับอยากรู่ว่าเราจะต้องทำไงเราต้องไปรับขันธืต้องทำไงแต่บ้างพ่อแคยลงมาเอง6ครั้งแล้วคับทานบอกให้เราไปรับขันธืในเดือน9แต่ที่เราเห็นเหมือนขันธ์ที่เห็นมีรูปพยานา๕ครับครับเราคิดไปเองไหมแล้วทานที่มีองช่วยให้ความรู้หน่อยนะครับเพื่อเป็นการทำบูญครับขอคนที่เป็นองค์จริงนะครับอยากทราบว่าต้องทำไงตอนนี้สับสนครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:34 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นาคราช
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 28 พ.ค. 09, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องนี้ จะเชื่อไม่เชื่อขึ้นอยู่กับคน ความศรัทธา ความเชื่อ เมื่ออ่านของทุกคนแล้ว ก็คิดว่าทุกคนก็มีความคิดที่ตรงกันก็คือ ทำดี ละเว้นชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส จะเป็นวิธีใดก็ได้ ที่ทำแล้ว เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา ก้อดีแล้วครับ ผมก็เป็นคนๆหนึ่งที่เป็นร่างทรงครับ ก็ได้ช่วยคนไว้หลานคน ทำแล้วเราก็รุ้สึกดี เหมือนได้บุญครับ ถ้าใครสนใจจะคุยหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ก้อคุยมาได้นะ ท้าวนาคา ปู่ฤาษีนาคา ปู่ฤาษีเทว ปู่ฤาษีกไลโกฏ พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราช เพชบุระ(เพชรบูรณ์) ปู่ฤาษีตาไฟ ก็อยากคุยกับผู้ที่มีความรู้เรื่องนี้เหมือนกันครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:35 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ร่างพระแม่คับ
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 11 มิ.ย. 09, 04:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมก็เป็นร่างทรงคนหนึ่งที่ไม่ชอบคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นร่างทรงแล้วเอามาหากินนะคับที่แบบเอาแต่ตังนะคับมีหลายคนที่ทำแบบนี้ผมขอนะคับอย่าทำเลยปลาเหน่า1ตัวก็เหม็นไปทั้งฟูงนะคับใครอยากรู้เรื่ององค์หรือปฏิบัติยังไงโทรไปหาคนนี้ได้นะคับ0832504819นะคับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เป้คับ
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 16 มิ.ย. 09, 12:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แปลกๆดีคับผมอยากรู้จักร่างทรง หน้ากลัวดีคับ (อยากมีร่างทรงเป็นกิ๊กคับ บาย จุ๊บ)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:36 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
pimm
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 14 ก.ค. 09, 16:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นร่างทรงเหมือนกันค่ะ มันมีอะไรหลายอย่างที่พิสูจน์ไม่ได้ แล้วแต่คนเชื่อค่ะ พี่น้องเราก้อเป็น แต่มีเฉพาะคนที่สนิทกันเท่านั้นที่รู้ เพราะเราไม่เคยเอาไปใช้ในทางหาเงิน แต่การเป็นร่างทรงไม่ใช่ใช้ไปในทางที่ผิด ถ้าเราปฎิบัติไม่ได้ก้อไม่มีใครคุ้มครองหรอกคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนสังสัย
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 25 ก.ค. 09, 12:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณลพบุรี ความคิดเห็นที่ 31
ความคิดคุณน่าจะคล้ายกับฉัน ตอนเด็กนั้น ฉันเชื่อเรื่องนี้ว่ามีอยู่จริงแต่ไม่งมงาย เพราะย่าของฉันเป็นร่างทรง แต่ตอนนี้เสียไปแล้ว ฉันจึงมีความเชื่อว่าเรื่องนี้มีอยู่จริง
แต่ต่อมาได้อ่าน และดูในรายการบ้างรายการ ในด้านวิทยาศาตร์ และจิตวิทยา อีกทั้งได้พบเจอร่างทรงหลาย ๆ ที่ ทำให้ความเชื่อที่เคยมีอยู่นั้นลดลงจนไม่เชื่อเลย แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่แต่อย่างใด เหมือนคนไม่กลัวผี แต่ก็ไม่อยากเจอผี
แต่กับมีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นกับตัว คล้าย ๆ กัน แต่ฉันไม่อยากมี เคยมีคนบอกว่าเป็นเพราะจิตอ่อน เคยคิดว่าจะไปปฏิบัติธรรม เพื่อฝึกจิตให้แข็งไม่ให้หวั่นไหว และสวดมนต์ นั่งสมาธิ จิตใจอยากทำ แต่ก็กลัวว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ตัวเองต้องรับในสิ่งที่ไม่ได้ต้องการรับ
เพราะจากที่ได้อ่าน และฟังมา สิ่งที่จะมาอยู่กับใครนั้น คน ๆ นั้นต้องเป็นคนดี ปฏิบัติธรรม ฉันจึงกลัวที่จะทำตรงนี้ เหมือนเป็นการส่งเสริมให้เรายอมรับสิ่งนั้นเข้ามาในตัวเราได้ง่าย
เหมือนคนเป็นไม่อยากได้ คนได้ไม่อยากเป็น
ทุกวันนี้ จึงไม่เคยเข้าห้องพระเลย ทั้ง ๆ ที่ก่อนนั้น จะจุดธูปสวนมนต์ทุกวันเพราะ แต่ยังคงไปทำบุญที่วัดทุกวันพระในช่วงเข้าพรรษา
แต่ก็มีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดกับตัวอยู่เสมอ ระยะนี้จะบ่อยมาก มีคนบอกว่า เมื่อถึงเวลาจะหนีไม่พ้น

และอยากทราบอีกอย่าง คนที่เป็นร่างทรงจะตกทอดกันหรือเปล่า ใครรู้ช่วยตอบด้วยคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หทัยนเศ
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 27 ก.ค. 09, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ช่วยแนะนำด้วยนะดรับตอนนี้กำลังสับสนกับตัวเองจริง อยากให้ผู้ที่มีความรู้ด้านร่างทรงนะครับ(ขอบคุณครับ)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 พ.ค. 11, 18:37 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดอน
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 29 ก.ค. 09, 08:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กล้วพวกชอบแอบอ้างจริงฯฯฯฯฯฯฯฯ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนสังสัย
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 29 ก.ค. 09, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฉันเข้ามาดูทุกวัน ยังไม่เห็นมีใครตอบคำถามให้ฉันเลย สิ่งที่ฉันอยากรู้ก็คือ การเป็นร่างทรงนั้น ตกทอดกันหรือเปล่า เช่นหากมีรุ่นปู่ย่า ตายาย เป็นลูกหลานคนหนึ่งคนใดต้องเป็นทรงหรือเปล่า นะคะ
ใครมีความรู้เรื่องนี้ช่วยตอบฉันหน่อย นะคะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หทัยนเศ
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 30 ก.ค. 09, 09:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยินดีครับที่จะแนะนำ การที่ใครสักคนนั้นจะมเป็นร่างทรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับถืงแม้ว่าในครอบครัวของเราจะมีใครเคยเป็นก็ตามนั้นก็เพราะว่าเราไม่สามารถจะเลือกว่าเป็นหรือไม่เทพต่างหากที่ท่านจะเป็นผู้เลือกจากการที่ถามมานั้นคงตอบว่า ไม่ตกทอดครับเพราะมีร่ายละเอียดมาที่จะเป็นร่าง หวังเป็นอย่างยิ่งคำตอบคงทำให้คุณสบายใจขำนะครับ (ชมรมเทิดพระยุคลบาทมหาราช ๔๐๐ ปี )
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนสงสัย
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 31 ก.ค. 09, 13:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณ คุณหทัยนเศ มาก ๆ นะคะ
ที่ให้คำตอบที่กระแจ้ง
เพราะเคยถามคนที่เป็นทรงก็จะตอบว่าจะต้องตกทอดกันไป ซึ่งตามความคิดแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจาก จากที่ได้อ่านมาเทพที่จะมาอยู่กับใคร เค้าจะเป็นคนเลือกเอง
แต่ก็ยังสงสัยว่า ที่เห็น ๆ มาจะเลือกคนที่ไม่อยากเป็นทรงเท่าไหร่
เคยมีความคิดว่า ทำไมเวลาที่เทพจะให้ใครเป็นร่างนั้น ทำไมไม่คุยกันก่อน แบบว่า "ฉันจะใช้ร่างเธอเพื่อช่วยเหลือคนนะ เธอจะให้ฉันใช้หรือเปล่า"
ถ้าคนที่ไม่อยากเป็นก็จะตอบว่า "ไม่" เมื่อตอบว่าไม่เทพก็น่าที่จะไปเลือกคนใหม่
และเข้าใจว่าการจะเลือกใครนั้น คน ๆ นั้นต้องเป็นคนดีอยู่ในธรรม ทั่วประเทศก็ต้องมีคนลักษณะดังกล่าวมากมาย และหนึ่งในมากมายนั้น ก็ต้องมีบางที่อยากเป็น อยากช่วยเหลือคน เทพก็สมควรที่จะไปเลือกคน ๆ นั้น
แต่ที่ได้ยินมา หรืออ่านมานั้น จะเป็นลักษณะเทพเลือกแล้ว เลือกเลย ไม่สนใจว่าร่างจะชอบหรือไม่ชอบ เหมือนการบังคับกลาย ๆ
หรือการเลือกใครก็จะต้องขึ้นอยู่กับ กรรมใคร กรรมมัน หรือบุคคลคนนั้นต้องเกี่ยวพันกันมากับเทพตั้งแต่ชาติปางก่อน
งั้นทั่วประเทศก็มีมากมายเกือบทุกคน เพราะทุกคนเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม วัฐวักร คือการเวียนว่ายตายเกิด (พิมพ์วัฐวักร ผิดหรือเปล่าไม่รู้ ภาษาไทยคำยาก ๆ ไม่ค่อยแข็งแรง) เทพก็สามารถเลือกคนอื่น ๆ ได้ที่เต็มใจ
ขอถามอีกคำถามนะคะ เพราะเป็นคนช่างสงสัย คือ เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เรียกเป็นเทพหรือเปล่า ไม่รู้จะถามอย่างไรให้เข้าใจ คือ การเป็นร่างทรงนั้น คุณใช้คำว่า เทพ เลือกให้เป็น คำว่า"เทพ" นั้นเข้าใจ แต่ถ้าเป็นเจ้าพ่อ เจ้าแม่ต่าง ๆละ เป็นเทพหรือเปล่า
ขอให้ตอบอีกครั้งนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หทัยนเรศ
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 4 ส.ค. 09, 09:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยินดีครับ ถ้าคำตอบที่บอกทำให้ผู้ที่ถามเข้าใจในทุกคำถาม เพราะ ( ชมรมเทิดพระยุคลบาทมหาราช ๔๐๐ ปี ) ต้องการให้ทุกท่านเข้าใจในเรื่องราวของ เทพ และร่างทรง ให้มากที่สุดในคำถามที่ ๑ นั้น ผมคงไม่ต้องอธิบายนะครับเพราะเป็นเรื่องราวของแต่ละพระองค์ที่ท่านมีความต้องการอย่างไร ท่านจะไม่มีการบังคับใครแน่นอน นอกจากคนนั้นจะชอบอยู่แล้ว(คงเป็นความคิดของคนคนนั้นว่าถ้าเทพจะมาใช้ร่างของเราง่ายฯใครเขาจะว่าจริง)ส่วนคำถามที่ ๒ นั้นคงต้องบอกว่าคำที่ใช้เรียกนาม เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เป็นคำที่เรียกขานที่คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจตามกันมา ไม่ใช่เทพ นะครับเพราะเทพมีบารมีมาก จึงไม่อยู่ในคำที่เรียกว่า เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ครับ ทาง ชมรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณคนสงสัยจะเข้าใจและมีความรู้มากขึ้นอยากให้ คุณคนสงสัยศึกษาคำว่าเทพ และ ร่างทรง ให้มากนะครับเพราะยังมีอีกหลายท่านยังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแบบไม่ถูกต้องอยู่มากในสังคมของเรา เราต้องช่วยกันนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หทัยนเรศ
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 5 ส.ค. 09, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยินดีครับที่คำตอบทำให้ คนสงสัย เข้าใจและสบายใจนะครับ ส่วนคำถามที่ถามมานั้นทาง มรมเทิชดพระยุคลบาทมหาราช๔๐๐ปี ยินดีที่จะตอบให้ครับโดยยืดหลักความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตรของเรา ทุกอย่างจะดำเนินไปคู่กัน คำถามที่ ๑ นั้นต้องทำความเข้าใจให้มากนะครับว่าเป็นส่วนที่แต่ละพระองค์ท่านทรงเลือก ในความเข้าใจถูกต้องครับว่าจะต้องมีความเกี่ยวพันกันจึงเลือก ทุกพระองค์ที่ท่านทรงเลือกนั้นท่านต้องการมาช่วยคนนั้นเป็นอันดับแรก และก็ต้องการมาสร้างบุญเท่านั้น ที่จะไม่มาบังคับว่าจะต้องเป็นร่างทรงนะครับ (แต่ในขณะนี้มีพวกที่ชอบหากินโดยนำเรื่องนี้มาพูดและอธิบายว่าถ้ารู้ว่ามีเทพจะต้องเป็นร่างทรง) การที่เรารู้ว่ามีเทพและพรหมขอให้ทำความเข้าใจว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นร่างทรงผมคิดว่าในขณะนี้มีหลายท่านกำลังเข้าใจผิด ส่วนคำถามที่ ๒ นั้นผมคิดว่า นามเรียกขาน เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ไม่ใช่เทพและพรหมแต่เป็นวิญญาณที่ต้องการสร้างบุญกุศลนะครับทาง ชมรมเทิดพระยุคลบาทมหาราช๔๐๐ปี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำตอบคงทำให้เข้าใจมากขึ้นนะครับ( ถ้าเรารู้ว่ามีเทพและพรหมดีกว่าไม่รู้แต่ต้องศึกษาให้เข้าใจนะ)ทุกพระองค์ที่เป็นเทพและพรหมจะไม่บังคับใครแน่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กเทพ
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 5 ส.ค. 09, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชมรมเทิดพระยุคลบาทมหาราช ๔๐๐ ปี หมายถึงพระองค์????

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1 2 3

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม