หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ... 81

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รักทางไกล...ทำยังไงดี  (อ่าน 79101 ครั้ง)
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 2 เม.ย. 09, 14:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ฉันคิดว่าแฟนคุณช่างเป็นคนโชคดีมากๆๆคะ ที่ได้เจอคุณและรักคุณ
คุณเป็นคนดี และมองว่าทุกเรื่อง ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข
และคอยเป็นกำลังใจให้กับแฟนคุณ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คุณกับเค้าจะอยู่
ด้วยกันอย่างที่ต้องการสักที ใช่หรือเปล่าล่ะคะ
ฉันเป็นคนคิดมาก และเรื่องนี้ทำให้ฉันกลายเป็นคนอ่อนแอ หัวใจไงล่ะคะ
ความรู้สึกแบบนี้มันช่างมีอิทธิพลกับเราเหลือเกินคะ เป็นกำลังใจให้เราทำอะไรๆๆได้
และก็สามารถทำให้เราต้องเป็นทุกข์ อ่อนแอได้เหมือนกันคะหากเป็นแบบนี้
ฉันก็ไม่รู้ว่าจะประคับประคอง ไปได้นานแค่ไหนเหมือนกันคะ
อืม ถ้าคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกันหรอก เหมือนที่คุณว่ามั้งคะ เหนื่อย
วันนี้ไม่รู้จะมีเรื่องอะไรทะเลาะกันต่อตอนเย็นหรือเปล่าก็ไม่รู้คะ
ฉันอาจจะเรียกร้องเวลามากไป เค้าก็ไม่เคยมีให้อยู่แล้ว ทรมานจริงๆๆคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 2 เม.ย. 09, 15:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ฉันคิดว่าแฟนคุณช่างเป็นคนโชคดีมากๆๆคะ ที่ได้เจอคุณและรักคุณ
คุณเป็นคนดี และมองว่าทุกเรื่อง ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข
และคอยเป็นกำลังใจให้กับแฟนคุณ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คุณกับเค้าจะอยู่
ด้วยกันอย่างที่ต้องการสักที ใช่หรือเปล่าล่ะคะ
ฉันเป็นคนคิดมาก และเรื่องนี้ทำให้ฉันกลายเป็นคนอ่อนแอ หัวใจไงล่ะคะ
ความรู้สึกแบบนี้มันช่างมีอิทธิพลกับเราเหลือเกินคะ เป็นกำลังใจให้เราทำอะไรๆๆได้
และก็สามารถทำให้เราต้องเป็นทุกข์ อ่อนแอได้เหมือนกันคะหากเป็นแบบนี้
ฉันก็ไม่รู้ว่าจะประคับประคอง ไปได้นานแค่ไหนเหมือนกันคะ
อืม ถ้าคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกันหรอก เหมือนที่คุณว่ามั้งคะ เหนื่อย
วันนี้ไม่รู้จะมีเรื่องอะไรทะเลาะกันต่อตอนเย็นหรือเปล่าก็ไม่รู้คะ
ฉันอาจจะเรียกร้องเวลามากไป เค้าก็ไม่เคยมีให้อยู่แล้ว ทรมานจริงๆๆคะ
ขอบคุณนะคะ... ^_^ อ่านเรื่องของคุณก็เห็นใจมากเลยค่ะ
แต่ละวันอย่าเพิ่งไปคิดนะคะว่า วันนี้ไม่รู้จะทะเลาะเรื่องอะไรกันอีก
คิดว่า จะคุยเรื่องอะไรดี จะเล่าอะไรให้เค้าฟังดี(เราคิดแบบนี้ทุกวันเลยค่ะ)
แล้วพอได้คุยกันก็เล่าไปเลยค่ะ...อย่างที่คิดไว้...
เราไม่รู้ว่า แฟนคุณตอนนี้รู้สึกยังไงน่ะค่ะ...แต่ผู้ชาย..ถ้าเค้าไม่รักไม่คิดถึง ก็จะไม่ค่อยโทรมานะคะ
ถ้าคุณกับเค้ายังได้คุยกันอยู่ทุกวัน...เราว่า เค้าก็ยังรักและคิดถึงคุณอยู่นะคะ..
เวลาที่ได้คุยกันมีนิดเดียว...อย่าทำให้มันเสียไปเลยนะคะ...ถนอมๆๆ ไว้ แม้ว่า เราจะต้องเป็นคนถนอมไว้เองก็ตาม
อย่าเรียกว่าประคองเลยก็แล้วกันนะคะ...

ไว้ว่างๆ...จะเล่าเรื่องเรากับแฟนให้ฟังนะคะ ช่วง 1 ปีที่เค้าไป...ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เคยเหมือนกันค่ะที่เกือบต้องเลิกกัน....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 2 เม.ย. 09, 18:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งไกลก็ยิ่งรัก ยิ่งไกลก็ยิ่งคิดถึง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 07:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากฟังเรื่องของคุณแล้วล่ะซิ
ส่วนเรื่องของฉันกับเค้า ฉันรู้ดีว่าใครให้มากกว่ากัน
ส่วนเค้าไม่รู้จักการเทคแคร์ผู้หญิงหรอกคะ
ไม่รู้ฉันยอมรับเค้าได้ยัง เค้าเป็นคนเฉยชา
ไม่รู้หรอกว่าการดูแล เอาใจใส่ผู้หญิงเค้าทำกันยังไงคะ
เฮ้อเหนื่อย ทรมานด้วยความคิดถึง อยู่ใกล้ไม่ได้ไกลกัน
แต่ไม่เคยหาเวลาเจอกัน มันอึดอัด บอกไม่ถูกเหมือนกันคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 22:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อยากฟังเรื่องของคุณแล้วล่ะซิ
ส่วนเรื่องของฉันกับเค้า ฉันรู้ดีว่าใครให้มากกว่ากัน
ส่วนเค้าไม่รู้จักการเทคแคร์ผู้หญิงหรอกคะ
ไม่รู้ฉันยอมรับเค้าได้ยัง เค้าเป็นคนเฉยชา
ไม่รู้หรอกว่าการดูแล เอาใจใส่ผู้หญิงเค้าทำกันยังไงคะ
เฮ้อเหนื่อย ทรมานด้วยความคิดถึง อยู่ใกล้ไม่ได้ไกลกัน
แต่ไม่เคยหาเวลาเจอกัน มันอึดอัด บอกไม่ถูกเหมือนกันคะ

โทษทีนะคะวันนี้ไม่ได้ตอบเลย พอดีงานมากๆๆๆ แล้วเนตก้ไม่ค่อยดี
อืม...อยากถามคุณนิดหนึ่งค่ะว่า คบกันมานานหรือยังคะ...แล้วก็ ประทับใจอะไรในตัวแฟนคะ
ถึงได้เลือกเค้ามาเป็นคนรัก...(ต้องมีบ้างล่ะน่า...ใช่ไหมคะ)
อืม...แล้วคุณไปหาเค้าเองได้ไหมคะ...ลองขอเค้า แล้วก็ไปหาค่ะ....บอกไปเลยว่าคิดถึงค่ะ...

เรื่องของเรา...เราคบกันได้ ก็ 5-6 เดือนค่ะ..เค้าก็จะไปเรียนต่อที่ ต่างประเทศ จริงๆ เค้าบอกเราไว้ก่อนคบแล้วว่า
เค้ามีแผนจะไปเรียนต่อ เราก็ โอเคไม่ได้ว่าอะไร พอจะไปจริงๆ ก็เศร้าค่ะ เศร้ามาก...ไม่ได้ไปส่งด้วยนะคะ..ช่วงนั้นงานยุ่งมาก..เราอยู่ต่างจังหวัดด้วยค่ะ ส่วนเค้าทำงานที่ กทม. จริงๆ ก้ไม่ได้เจอกันบ่อยอยู่แล้ว
เราโทรคุยกันจนเค้าขึ้นเครื่องโทรไปร้องได้ไป...จำได้ว่าเศร้ามากค่ะ ร้องในที่ทำงานเลย
ช่วงแรก เราเป็นเหมือนคุณเลยค่ะ..เค้าส่งเมลมาฉบับเดียวเลยว่า ถึงแล้วไม่ต้องเป็นห่วง
เราส่งกลับไปแต่ก็ไม่มีอะไรติดต่อมา..โทรศัพท์ก็รอค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะใช้เบอร์อะไร
แล้วเค้าก็โทรมาค่ะ..พอเรามีเบอร์เค้าเราก็จะโทรไปทุกวัน...คววามรู้สึกเหมือนคุณเลยค่ะ..."ขอแค่ได้ยินเสียง"
ซึ่งบางครั้งเรารู้สึกว่า เวลาเค้ารับโทรศัพท์เราเสียงเค้าหงุดหงิดค่ะ...แต่ไม่เป็นไร แค่ได้ยินเสียงก็พอ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 22:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ช่วงแรกๆ นอนร้องไห้ทุกคืน...คุณคงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนี้ เราโทรไปก็ไม่ค่อยรับ พอรับก็คุยนิดเดียว บางครั้งเราดูโทรศัพท์ไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำเราเลยยิ่งคิดมากค่ะว่า อะไรๆๆจะเปลี่ยนไปไหมจนบางทีเราคิดว่าไม่โทรไปเลยยังจะดีกว่าการที่โทรไปหาแล้วไม่รับหรือได้ยินเสียงเค้าแบบหงุดหงิด แต่สิ่งที่ทำให้เราอยู่มาถึงวันนี้ได้คือ ความอดทนค่ะ คุณรู้ไหมว่าเรามารู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าอดทน ก็ตอนทีี่เราห่างกันนั่นเองค่ะ..คำๆนี้ช่วยได้จริงๆ นะคะก็เลยอยากให้คุณอดทนไว้ค่ะ...พอเค้าไปได้สักพัก เราออน m คุยกัน เค้าก็บอกเราว่า เค้ารู้สึกไม่ดีเวลาที่เราบอกว่า "เศร้า, เหงา, คิดถึง"

เราเลยถามไปเลยว่าพูดมาแบบนี้จะบอกให้เราไม่ต้องรอใช่ไหม..เค้าก็ไม่ตอบอะไรเราก็รู้เลยว่าเค้าคิดแบบที่เราถาม เราก็เลยตอบไปเลยค่ะว่า เราจะรอ ยังไงก็จะรอ ส่วนวันที่เราจะหยุดรอเค้าก็คือ วันที่เค้าบอกเราว่า เค้าไม่รักเราแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม วันนั้นล่ะ เราถึงจะหยุดรอ แล้วเปิดใจรับใครสักคน

แต่เราก็บอกต่อไปว่า แต่เค้าก็ต้องมีความสุขด้วยนะ จากไปแบบมีความสุข ไม่ใช่หวังดีกันทั้งคู่บอกให้ไม่ต้องรอทั้งคู่ คิดว่าต่างคนต่างมีความสุขแต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ แบบนี้เราก็ไม่ยอมจากไปเหมือนกัน วันนั้นเราจำได้ว่า คุยกันแบบเปิดอกไปเลย เค้าเลยบอกว่าที่เค้าไม่อยากรับโทรศัพท์ ไม่อยากคุยโทรศํพท์ เค้าก็สับสนนะ ว่าเราคิดยังไง จะให้เรารอเค้าไหม ...แต่พอเรายืนยันว่าจะรอ หลังจากนั้นเรารู้สึกว่า เหมือนจะดีขึ้นๆๆ เรื่อยๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ๋อ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่เราเจอ คือ ความงี่เง่าของเราเอง คุณลองคิดดูว่าเคยเป็นไหมคือ การที่เราระแวงไปซะทุกเรื่อง เค้าถ่ายรูปแล้วส่งมาให้เราดู พอถ่ายคู่อกับเพื่อนผู้ชายเราก็คิดไปว่าทำไมต้องถ่ายรูปคู่กับคนนี้บ่อยๆ เป็นเกย์หรือเปล่า หรือเวลาเห็นเพื่อนๆ เค้าใน hi5 ที่เป็นผู้หญิงเราก็จะถามเลยว่าใคร..หรือได้ยินเสียงผู้หญิงทางโทรศัพท์เราก็จะถาม หรือถ้าเค้าไม่รับโทรศัพท์ เราก็จะคิดไปต่างๆนานา

เป็นมากค่ะ..จนเค้าบอกว่า เค้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เราสบายใจ แต่เราเองที่ทำให้เค้าไม่สบายใจ จากคำถามหลายๆ คำถามที่เราชอบถามเค้าไป...หลายครั้งเหมือนกันที่ต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง..เหมือนที่คุยเคยพูดไว้ว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาทะเลาะกันได้ นี่ล่ะค่ะที่ฉันก็เคยเป็นมาก่อน...พอมาคิดไปคิดมา..ก็จริงอย่างที่เค้าว่า..เลยมาปรับปรุงความติดตัวเองใหม่ค่ะ ช่วงนี้คำว่าเชื่อใจก็เริ่มมาแล้วค่ะ ต้องมีความเชื่อใจกันเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากคำว่าอดทน

สักระยะ...เวลาคุยกันหรืออยากถามคำถามงี่เง่าๆๆๆ เหมือนแต่ก่อน เราก็จะไม่ถามแล้วค่ะ จะนิ่งๆ ไปเลย..แล้วก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุย เช่น เค้าชอบมาบอกว่า สาวๆ ประเทศนู้ประทศนี้สวย น่ารัก เราก็จะหัวเราะแล้วก็พูดติดตลกไปเลย..ซึ่งแต่ก่อน เราจะไม่พอใจแล้วก็พูดไม่ค่อยดีค่ะ...เราก็มาสังเกตดูว่า ระยะหลังจะคุยกันได้นานขึ้น และคุยบ่อย
ขึ้น

คุณ"นามว่า" คะ คุณคงเคยมีความรู้สึกว่าถอดใจ หรือท้อใจใช่ไหมคะประมาณว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไร จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม แล้วก็ ที่เราเป็นอยู่เนี้ยะ เรียกว่าเสียเวลาหรือเปล่า.....ทั้งหมดนี้เราเคยคิดเหมือนกันค่ะ คิดแล้วคิดอีก คิดหลายครั้ง...แต่เราอยากบอกว่า...ถ้าเรายังรักเค้าอยู่..แล้วเราก็รู้สึกว่าเค้าก็รักเรา อย่าคิดว่าเสียเวลานะคะ เพราะความคิดเหล่านี้จะบั่นทอนจิตใจอย่างมากๆๆๆ เลยค่ะ...ถึงแม้ว่าในอนาคตจะเป็นยังไง...เราจะไม่คิดว่าเสียเวลา เราจะไม่คิดว่ามันคือความผิดพลาด แล้วก็ไม่ต้องโทษใครนะคะ...ไม่ต้องโทษเค้า ไม่ต้องโทษตัวเองเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดจากความรุ้สึก ความเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น จากการกระทำของคนสองคนค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 22:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ้มรับกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นนะคะ...อย่าร้องไห้...อย่าเศร้าค่ะ..เมื่อเกิดอะไรขึ้นแล้วอย่าไปคิดค่ะว่า เพราะอะไร ทำไมๆๆๆๆ แต่คิดว่า เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราจะทำยังไงต่อไปให้เราและเค้าสบายใจที่สุดกับสิ่งที่มันเกิด

คุณ"นามว่า" คะ ลองถามตัวคุณเองดีๆ นะคะ..ยังรักเค้าอยู่ไหมหาคำตอบจากตัวเองให้ได้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งอยากรู้ว่าเค้ายังรักเราอยู่ไหม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกของตัวคุณเองคิดให้ดีๆ และถ้วนถี่นะคะ ถ้ายังรักเค้าอยู่ แล้วเค้าก็ยังเหมือนเดิม..(บางครั้งผุ้ชายจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างนะคะ อันนี้ขอบอก อย่าไปถามหรืออย่าไปพูดในเชิง ทำไมเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี่ๆๆๆๆๆ นะคะ ถามได้ค่ะ แต่อย่าบ่อย แล่ะอย่าถามทุกเรื่องที่มันเปลี่ยนไปนะคะมันบั่นทอนค่ะ ความรู้สึกเหมือนเดิมแต่พฤติกรรมเปลี่ยนมีถมไปค่ะ)

คุณก็ลองคุยกับเค้าดูว่า ถ้าความรู้สึกของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม...ขอให้บอกกัน...ลองดูได้ไหมคะ..สำหรับเราเมื่อไรที่เค้าจะบอกว่า ไม่เหมือนเดิม, ไม่รักแล้ว ประมาณนี้น่ะค่ะ วันนั้นเราก็ควรถอยออกมาค่ะ...เพราะความรู้สึกของคนเรา เมื่อไม่ได้รัก..มันก็คือไม่รัก...จะให้กลับมาเหมือนเดิมยากค่ะ ลองสัญญาหรือคุยกันดูนะคะ...

เราว่าคุณรู้จักแฟนคุณดีที่สุด น่าจะรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป อีกอย่าง ก็ต้องรุ้จักตัวเองด้วยนะคะ....

ความรักเป็นสิ่งที่ดี และสวยงามเสมอค่ะ..ส่วนความทุกข์ที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวเราเองทั้งนั้นคะ...ที่จะเลือกว่า รักครั้งนี้ เราทำให้มันมีความสุข หรือมีความทุกข์.....

ยาวไปหน่อยค่ะ ...แต่เราก็เห็นใจคุณ "นามว่า" จริงๆ ค่ะ เข้าใจความรุ้สึกดี
ทุกวันนี้บางคืนก็ยังนอนร้องไห้อยุ่เลย...ทุกครั้งที่โทรไป แล้วไม่มีใครรับสาย น้ำตาก็จะไหลออกมาเหมือนกันคะ
...แต่เดี๋ยวนี้ไม่ฟุ้งซ่านแล้ว...ไม่คิดอะไรแบบลบๆๆ น่ะค่ะ

คุณกับเค้าอาจจะเป็นคู่แท้กันก็ได้ค่ะ..พยายามอีกนิดนะคะ...สู้หน่อย...บางครั้งเมื่อมีปัญหา แฟนเรามักจะพูดว่า สงสัยฟ้ากำลังทดสอบเราอยุ่....คุณทั้งคู่อาจเป้นแบบนั้นก็ได้ค่ะ --

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 22:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้เราห่างกันได้ 1 ปีกว่าแล้วค่ะ..คิดถึงเหมือนเดิม เป็นห่วงเหมือนเดิม แต่เข้มแข็งขึ้นค่ะ
ขออวยพรให้คุณทั้งสองโชคดีนะคะ.... :)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อ้ายด่าง
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 22:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งอ่านยิ่งเศร้าพาลนึกถึงตัวเราเองไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก TT0TT TT0TT TT0TT

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 23:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยิ่งอ่านยิ่งเศร้าพาลนึกถึงตัวเราเองไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก TT0TT TT0TT TT0TT

อย่าร้องไห้นะคะ...เดี๋ยวจะร้องไปด้วยค่ะ..ที่เขียนๆ ไปน่ะก็เศร้าเหมือนกันค่ะ...เฮ้อ...เวลาเห็นคนอื่นเค้าเดินไปกับแฟน ไปนู้นไปนี้..ยิ่งเศร้าค่ะ...อยากให้เราเป็นแบบนั้นบ้าง.... TT0TT
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 3 เม.ย. 09, 23:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยิ่งอ่านยิ่งเศร้าพาลนึกถึงตัวเราเองไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก TT0TT TT0TT TT0TT

อย่าร้องเลยนะคะ เห็นแล้วจะร้องไปด้วย..ที่เขียนไปก็เเศร้าเหมือนกันค่ะ เวลาเห็นเค้าไปเป็นคู่ๆๆ เราก็คิดเหมือนกันค่ะ...อยากให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นมั่ง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 09:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเขียนออกมาจากใจ มันเป็นแบบนี้นี่เอง มันคงดีถ้าหากเราผ่านช่วงแรกที่ห่างกัน
คุณทำได้ขนาดนี้ เป็นคนที่มีความอดทนมากเหมือนกันน่ะ ผู้หญิงคนหนึ่งกับหัวใจดวงหนึ่ง
ที่มอบให้เค้า เค้าคงจะมองเห็นคุณค่าในตัวคุณ มองอะไรๆๆในแง่ดี ก็ทำให้เรามีความสุขได้
จริงมั้ยคะ เรื่องที่คุณถามมา ก็ยังไม่นานหรอกคะ สักสองปีได้คะ แต่ถ้าจะให้ฉันไปหาเค้า
นั่นไม่ใช่ฉันแน่นอนคะ ฉันมองว่าการที่เราเป็นฝ่ายไปหาเค้า มันไม่ใช่ไงล่ะคะ
ฉันอยากจะลองใจเค้า และถ้าเค้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อมีเวลาแล้วไม่เอ่ยคำนั้น
ไม่เอ่ย และบอกว่าเราจะได้เจอกัน ฉันก็จะอดทนให้เค้าพูด รอวันนั้น หลังจากนั้นฉันก็บอกว่า
เรายังไม่ต้องเจอกันตอนนี้หรอก รอไปก่อน ลำบากขับรถเดินทางไกล เราไม่ว่างหาข้ออ้าง
เพื่อไม่ให้เค้าเจอ แล้วออกมาซะ ฉันไม่อยากจะทน และรอคอยอะไรแบบนี้ต่อไปแล้วล่ะคะ
หากถามใจฉัน แน่นอนฉันยังรักเค้า แต่ฉันขอถอยออกมา คอยดูอยู่ห่างๆๆ ให้เค้ามีชีวิตกับงาน
กับรถ กับครอบครัวพ่อแม่ พี่ชาย และหลานชายเค้าไปเถอะคะ ทั้งที่ใจยังรักแต่เมื่อเค้าทำแบบนี้
ล้อเล่นกับความรู้สึกแบบนี้ ถึงเค้าจะไม่เจ้าชู้ ตั้งใจทำงาน ดื่มเหล้าบ้างกับเพื่อน แต่สิ่งที่ฉันต้องการ
มันคือ เวลา สิ่งเดียวที่เค้าไม่เคยมีให้เลยคะ แล้วฉันจะทนรอคอยเพื่อทำให้ตัวเอง นอนร้องไห้
เพราะคิดถึงเค้าแทบบ้า เหมือนคนอ่อนแอ เหนื่อย ล้า เกินใจจะอดทนแล้วล่ะคะ
ฉันอยากทำได้เหมือนคุณ อยากมองให้ความรักครั้งนี้มีหวัง แต่มันเลือนลาง เหมือนมีอะไรมากั้น
ระหว่างเราไงล่ะคะ ก็คงเป็นระยะทางที่เค้าสร้างขึ้นมา ไม่ยอมให้มันมาบรรจบกันไงล่ะ
ตอนนี้เราคุยกัน เค้าถามคำฉันก็ตอบคำ ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนก่อน ที่ฉันเป็นคนพูดจ้ออยู่คนเดียว
คุยได้ทุกเรื่องได้นานๆๆหลายชั่วโมงไม่เคยเบื่อ แต่ตอนนี้กลับเหมือนใจมันเฉยชา ด้านชา
หากเค้าจะไปฉันอาจจะรู้สึกเสียใจน้อยลง เพราะเราไม่ได้มีเวลานั่งทานข้าว ไปไหนด้วยกันมั้งคะ
การออกมาคงจะง่ายขึ้น เมื่อคืนเค้าไปดื่มเหล้ากับเพื่อนก็บอก กลับดึก แถมขับรถเองอีก
จะให้ฉันรู้สึกยังไงดี เพื่อนเค้ามีเวลาให้แต่กับฉันไม่เคยมี
คุณถามว่าส่วนดีของเค้าคืออะไร ฉันถึงคบกับเค้า ฉันขอตอบว่า เค้าเป็นคนขยันทำงาน
ไปไหน มาไหน อยู่ที่ไหนกับใคร เค้าบอกหมด ฉันสัมผัสได้ว่าเค้าไม่เคยโกหกเรื่องนี้
ส่วนสิ่งที่ฉันลังเลในตัวเค้า เค้าดื่มเหล้า กับเพื่อนบ่อย และดูแล เทคแคร์ฉันไม่เป็น
ไม่รู้ว่าการเอาใจใส่ของเค้าคืออะไร การเฉยๆๆ เดิมๆๆ แบบนี้เหรอ มันก็ไม่ใช่ถูกมั้ยคะ
เฮ้อเหนื่อยคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ นามว่า คะ

อ่านความคิดของคุณครั้งนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วค่ะ...เหมือนคุณจะเริ่มถอดใจ และถอยออกมาแล้วใช่ไหมคะ ขอลองเดาดูนะคะ ว่าคุณเหมือนเป็นคนแข็งๆ นิดๆ หรือเปล่าคะ มีความมั่นใจในตัวเองพอประมาณ ....ใช่ไหมคะ ขอถามนิดหนึ่งค่ะว่า ฝ่ายชายเคยขอร้องให้คุณทำอะไรบ้างไหมคะ หรือขอให้ทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ไหมคะ แล้วคุณทำตามที่เค้าขอไหม?

คุณบอกว่าสิ่งที่คุณต้องการสิ่งเดียวคือ "เวลา" แต่คุณไม่เคยได้จากเค้า..อันนี้ก็น่าเห็นใจ(อีกแล้ว)ค่ะ มันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วสิ่งต่างๆ ที่คนสองคนต้องการได้จากกันมันเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้ความรักมีความสุข เพราะสิ่งที่สำคัญมันอยู่ที่ ความรู้สึกค่ะ (ก้คือความรู้สึกว่ารักที่มีให้แก่กัน)

สิ่งที่เราทั้งคู่ต้องการมัน เราไม่ได้มันมาทั้งหมดหรอกค่ะ...ยอมๆ หยวนๆ บ้าง...แต่กรณีคุณ เราว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด (ความรู้สึกน่ะค่ะ) มันกำลังจะหมดไปใช่ไหมคะ...ถ้าคุณคิดว่าจะหยุดแล้วถอยออกมา มันจะทำให้มีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่...อืมๆๆๆๆๆ ก็ลองถอยออกมาก็ได้ค่ะ...เผื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันอาจจะดีขึ้น...เค้าอาจจะได้คิดด้วยว่าเพราะอะไรที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้

สู้ๆนะคะ...ถ้าคุณตัดสินใจถอย..ก็คิดซะว่า เป็นประสบการณ์...รักครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย...คุณจะต้องเจอกับสิ่งต่างๆอีกมากมายค่ะ...เอารักครั้งนี้เป็นประสบการณ์ก็ได้ค่ะ :)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 10:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วทำไมคราวนี้คุณบอกไม่ให้สู้และอดทนต่อแล้วล่ะคะ
ฉันก็เป็นคนเหมือนที่คุณว่าแหล่ะคะ อย่าที่คุณคิดไม่ผิดหรอกคะ
แล้วต้องรวมเรื่องเป็นคนคิดอะไรละเอียดอ่อนมาก ไปทางคิดมากเหมือนกันคะ
เค้าอยากให้ฉันทำอะไรให้ ฉันก็ทำน่ะ ไม่เหนือบ่ากว่าแรง พอทำให้ได้ก็ทำคะ
บางทีความรู้สึกอยากทำให้ได้ อยากถอย แต่บางทีใจก็บอกว่ารออีกหน่อย
ทนอีกนิด เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น หรือว่าถ้าเราทนต่อไป มันก็คงจะวกวนกลับมาที่เก่า
เมื่อคืนเค้าเมาก็พูดหลายอย่าง บางทีคนเมามักอยากจะพูดง่ายๆๆ โดยที่เราไม่ต้องถาม
ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรเค้าหรอกคะ ไม่อยากจะทะเลาะกันอีกแล้วคะ เค้าก็ยังบอกว่าเป็นห่วง
ไม่อยากให้ฉันคิดมาก แต่ในใจฉันคิดตอนนั้น ว่าเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลย
ดื่มเหล้ากับเพื่อน ทำงาน กลับบ้าน วกวนกลับไปกลับมาแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เจอกันสักทีคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 10:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วทำไมคราวนี้คุณบอกไม่ให้สู้และอดทนต่อแล้วล่ะคะ
ฉันก็เป็นคนเหมือนที่คุณว่าแหล่ะคะ อย่าที่คุณคิดไม่ผิดหรอกคะ
แล้วต้องรวมเรื่องเป็นคนคิดอะไรละเอียดอ่อนมาก ไปทางคิดมากเหมือนกันคะ
เค้าอยากให้ฉันทำอะไรให้ ฉันก็ทำน่ะ ไม่เหนือบ่ากว่าแรง พอทำให้ได้ก็ทำคะ
บางทีความรู้สึกอยากทำให้ได้ อยากถอย แต่บางทีใจก็บอกว่ารออีกหน่อย
ทนอีกนิด เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น หรือว่าถ้าเราทนต่อไป มันก็คงจะวกวนกลับมาที่เก่า
เมื่อคืนเค้าเมาก็พูดหลายอย่าง บางทีคนเมามักอยากจะพูดง่ายๆๆ โดยที่เราไม่ต้องถาม
ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรเค้าหรอกคะ ไม่อยากจะทะเลาะกันอีกแล้วคะ เค้าก็ยังบอกว่าเป็นห่วง
ไม่อยากให้ฉันคิดมาก แต่ในใจฉันคิดตอนนั้น ว่าเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลย
ดื่มเหล้ากับเพื่อน ทำงาน กลับบ้าน วกวนกลับไปกลับมาแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เจอกันสักทีคะ

อืม...ก็อ่านดูแล้วเหมือนคุณถอดใจมากๆ เลยน่ะค่ะ เหมือนกับว่า ถ้าถอยออกมาแล้วคุณจะมีความสุขมากกว่า (เราก้ไม่รู้เหมือนกันค่ะ..แนะนำไปตามที่อ่านน่ะค่ะ) แต่จริงๆ แล้ว การถอยออกมา อยู่นิ่งๆ เฉยๆ มันก็เป็นการสู้และอดทนอย่างหนึ่งนะ...มันเป็นการสู้กับตัวคุณเอง

แต่พอมาอ่านคราวนี้คุณก็ยังไม่อยากถอยเท่าไรใช่ม้า....พอจะเอาเข้าจริงๆ ก้ไม่อยากไปใช่ไหมคะ...คุณบอกว่า "รออีกหน่อย ทนอีกหน่อย เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น" ^_^ นี่ล่ะความรู้สึกที่แท้จริงในใจคุณ งั้นก็ อย่าคิดว่ารอเลยค่ะ อย่าคิดว่ารอให้เค้าดีขึ้น, ให้เค้าเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ คิดอย่างเดียวเลยค่ะว่า ตอนนี้คุณกับเค้าเป็นแฟนกัน เค้าก็บอกอยูวว่า ไม่อยากให้คุณคิดมาก (แล้วที่อ่านๆ มา ก็ได้คุยกันทุกวันใช่ไหม แสดงว่าเค้าก็ยังห่วงคุณอยู่) ไม่ต้องรอแล้วค่ะ..ยอมรับไปเลยว่านี่ล่ะ ตัวเค้า นี่ล่ะแฟนฉัน เป็นอย่างนี้นี่เอง

แล้วคุณก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรในตัวคุณมากมายนะคะ...ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ต้องยอมรับในสิ่งที่เป็นน่ะค่ะ...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้คุยกับคุณแล้วรู้สึกดีจริงๆๆคะ บอกไม่ถูก อ่านแล้วยิ้มได้เลยน๊ะ
คุยกันทุกวันมั้ย ก็ทุกวันน่ะ ตอนเช้าก่อนทำงาน ตอนเที่ยงหลังทานข้าว
ตอนเย็นหลังอาบน้ำ ทานอะไรแล้ว อืม เค้ายังเหมือนเดิม แต่ใจฉันอาจจะคอยถาม
ถามหลายๆๆ รอบก็ยังเหมือนเดิมแหล่ะ แต่บางทีใจก็หวั่นไหวไงล่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้คุยกับคุณแล้วรู้สึกดีจริงๆๆคะ บอกไม่ถูก อ่านแล้วยิ้มได้เลยน๊ะ
คุยกันทุกวันมั้ย ก็ทุกวันน่ะ ตอนเช้าก่อนทำงาน ตอนเที่ยงหลังทานข้าว
ตอนเย็นหลังอาบน้ำ ทานอะไรแล้ว อืม เค้ายังเหมือนเดิม แต่ใจฉันอาจจะคอยถาม
ถามหลายๆๆ รอบก็ยังเหมือนเดิมแหล่ะ แต่บางทีใจก็หวั่นไหวไงล่ะ

ได้คุยกับคุณก็ดีเหมือนกันค่ะ เหมือนได้ระบาย และแชร์ความรู้สึกน่ะค่ะ
คุณน่ะได้คุณกับแฟนมากว่าของเราอีกนะคะเนี้ยะ....เกือบตลอดวันเลย
ของเราหลักๆๆๆแล้ว ก็ก่อนนอนน่ะค่ะ มันเป็นเพราะหลายๆ อย่างค่ะ ทั้งเรื่องเวลา แล้วก็ค่าโทรค่ะ
งั้นก็สู้ๆๆดีกว่าค่ะ ฟังแล้วก็น่าจะมีความสุขดี อาจเป็นเพราะใจคุณจริงๆ ล่ะค่ะ...ที่คอยเฝ้าถามอะไรต่อมิอะไรมากมาย
แต่ก็เป็นธรรมดานะคะ ผู้หญิงเราเวลาไกลกับแฟน ใจมักจะอ่อนแอน่ะค่ะ..แล้วชอบคิดเอง เออเองน่ะค่ะ...
อย่าหวั่นไหวมากนะคะ เข้มแข็งไว้...เคยบอกเค้าไหมคะว่า คิดถึงๆๆๆ ทำเสียงแบบอ้อนๆๆ หรือล้อเล่นๆๆ น่ะค่ะ
(อันนี้เราชอบทำ) 555 หรือไม่เวลาเค้าโทรมา เวลาคุณรับสาย ลองใช้เสียงแบบ หยอกๆ หรือแบบล้อเล่นน่ะค่ะ เราชอบล้อเค้าว่า "คิดถึงใช่ม้าาาา ถึงโทรมา" แบบนี้น่ะค่ะ แต่ก็เพิ่งมาทำช่วงหลังๆ นี่เอง ตอนที่เร่ิมปรับตัวได้ ค่ะ

เค้าจะบอกว่า "ไม่ได้คิดถึ้งงง" ประมาณนี้ค่ะ ผู้ชาย ถ้าไม่สุดๆๆๆ แล้ว จะไม่พูดค่ะ ลองดูนะคะ หรือลองทำอะไรที่ไม่เคยทำน่ะค่ะ เคยไหม ส่งการ์ด ส่งจม. ส่งของไปให้ อาหาร เสื้อผ้า หรือ เห็นอะไรแล้วอยากซื้อให้ ก็ซื้อแล้วส่งไปเลยค่ะ ให้เค้าประหลาดใจไปเลย...

(ไปตากผ้าก่อนนะคะ 55555)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 11:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็คงคิดถึงเค้ามากมั้ง อยากนั่งทานข้าวด้วยกัน
อีกสักสองเดือนน่าจะหาเวลาไปเที่ยวเกาะเสม็ดสักหน่อย
สักสองสามวันน่าดีน่ะ เดี๋ยวกลับมาเล่าว่าเค้ากับฉัน
แตกต่างกันเรื่องอะไรบ้าง ยังมีอะไรหลายอย่างที่พ่อแม่ฝ่ายฉัน
จะต้องยอมรับในตัวเค้าอีกเยอะคะ เค้าดื่มเหล้า แม่ก็ต้องเป็นห่วงลูกสาว
ว่าเค้าจะดูแลเราได้มั้ย ทางบ้านฉันไม่มีใครดื่ม แต่เค้าค่อนข้างดื่มหนักเหมือนกันคะ
เมาก็บอกว่าไม่เมา แค่มึนๆๆ ขับรถไหว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 12:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ก็คงคิดถึงเค้ามากมั้ง อยากนั่งทานข้าวด้วยกัน
อีกสักสองเดือนน่าจะหาเวลาไปเที่ยวเกาะเสม็ดสักหน่อย
สักสองสามวันน่าดีน่ะ เดี๋ยวกลับมาเล่าว่าเค้ากับฉัน
แตกต่างกันเรื่องอะไรบ้าง ยังมีอะไรหลายอย่างที่พ่อแม่ฝ่ายฉัน
จะต้องยอมรับในตัวเค้าอีกเยอะคะ เค้าดื่มเหล้า แม่ก็ต้องเป็นห่วงลูกสาว
ว่าเค้าจะดูแลเราได้มั้ย ทางบ้านฉันไม่มีใครดื่ม แต่เค้าค่อนข้างดื่มหนักเหมือนกันคะ
เมาก็บอกว่าไม่เมา แค่มึนๆๆ ขับรถไหว

;D ธรรมดาค่ะ พ่อแม่ย่อมห่วงลูกเป็นธรรมดา...
อิจฉาจังค่ะ จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน...อยากเป็นอยางนั้นมั่งจัง
เราก็เคยบอกว่า อยากไปเที่ยวกับเค้า เค้าบอกว่า ขอเวลาเก็บเงินก่อน
เมื่อกี้เค้าโทรมาว่าจะไปทำงานแล้ว ...เค้าทำงานกลางคืน ร้านอาหารไทยที่นู้นค่ะ..
เรื่องนี้เราก็เคยคิดมากเหมือนกัน งานกลางคืน กลัวเค้าไปเจออะไรแบบล่อหูล่อตาน่ะค่ะ
แต่ตอนนี้พยายามไม่คิด พอเค้าเลิกงานแล้วโทรมาก็จะถามเลยค่ะว่า "เหนื่อยไหม" เท่านั่นล่ะค่ะ

เค้าอาจจะกลับมาช่วงปีใหม่ค่ะ.....ถ้าได้ไปเที่ยวขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

ปล.แล้วจะรอฟังเรื่องของคุณ "นามว่า" บ้างนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 13:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะรอฟังหรือจะรออ่านดีล่ะ น่าจะเลือกอย่างหลังน่ะ
ก็ไม่มีอะไรมากหรอก อายุก่อนเลย ห่างกันรอบหนึ่ง
เค้าดื่มเหล้าหน้าตาไปไกลแล้ว ทำงานกลางแดด ตัวดำ
ก็คนใต้น่ะน๊ะ เดินด้วยกันคงนึกออกน่ะว่าเป็นยังไงคะ
ตอนไปทำงานอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเรานี่แหล่ะ ไปดูเขื่อนยิ่งดื่มบ่อย
เกือบทุกวันเลยคะ โทรไปทีไร อยู่กับเพื่อนเสียงนี่ดังเชียว
ตอนปีใหม่ปี ปีก่อนเมาอยู่ที่นั่นแหล่ะคะ กลับมาไทยก็ไม่ได้กลับ
ดื่มได้ตลอด เลิกงานไม่รู้จะทำอะไร จับกลุ่มดื่มแต่เหล้า
ฉันไม่เคยบ่นหรือว่าอะไรน่ะ ถ้าอยู่กับเพื่อนก็จะขอวางสาย
และก็มานั่งคิดว่าเรายอมรับเค้าได้เหรอ ขอบอกว่าไม่ชอบเลยคนดื่มเหล้าน่ะคะ
เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้น่ะ ก็มองส่วนดีส่วนอื่นของเค้า
เพื่อนๆๆที่ทำงานอยู่ที่นั่นเค้าก็มีผู้หญิง คบผู้หญิงที่นั่น พองานส่วนของตัวเองจบ
กลับไทยก็เลิกกัน เค้าบอกน่ะ ฉันเลยถามว่าแล้วทำไมพี่ไม่มีกับเค้าล่ะ
เค้าบอกว่าไม่ล่ะ ไม่อยากคบแบบนั้น พออยู่ที่ไหนก็คบก็มีที่นั่น ไม่มีดีกว่า
แล้วเค้าก็บอกว่า เพื่อนเค้าคงเหงามั้ง แต่ผู้หญิงเค้าก็รับได้น่ะ ว่าถ้างานเสร็จ ต่างคนก็ต่างไป
เค้าชอบโทรมาตอนเที่ยงคืน เราคุยกันบ่อยและก็รู้ว่าเค้าไม่ได้มีใครจริงๆๆ เรื่องมีผู้หญิงอื่น
ฉันไม่ค่อยคิดหรอกคะ ก็มีเรื่องเดียวแหล่ะ ที่งานเค้าต้องเดินทางบ่อย ไม่ค่อยมีเวลาให้
ออกแนวบ้างานอยู่น่ะ ส่วนเรื่องการศึกษาเค้าก็เรียนน้อยกว่าฉันนิดหน่อยคะ
ฐานะก็ไม่ได้มีอะไร ทำงาน มีเงินเก็บ นี่ก็ส่วนดีของเค้าน่ะคะ ที่รู้จักใช้เงิน มีเงินเก็บบ้าง
ไม่ใช่ใช้จ่ายจนแต่ล่ะเดือนไม่พอใช้ แต่เรื่องดื่มเหล้าบ่อยๆๆ ก็ทำให้เงินหายได้เหมือนกันคะ
บางทีเลี้ยงน้องๆๆ จ่ายคนเดียวหมดไปเกือบหมื่น ไม่รู้ดื่มอะไรกันนักกันหนาคะ
คุณมีอะไรอยากถามก็ถามได้น่ะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 14:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อืม...อ่านก็อ่านค่ะ ไม่ได้ฟัง...5555

มีหลายข้อเลยที่เหมือนกัน เรากับเค้าห่างกัน เกือบ 10 ปีค่ะ
การศึกษาเค้าก็เรียนน้อยกว่าเราเหมือนกัน
เค้าไม่ใช่คนรวยอะไรเลย...ที่ไปเรียนเนี้ยะ บางครั้งถ้าไม่มีเงินก็ต้องไปนอนวัดไทยที่นู้น
แต่ขยัน และอดทน เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความคิดกับเราได้ในหลายๆ เรื่อง
เราว่าถ้าเป็นคนอื่น อาจเลิกกับเราไปแล้วก็ได้
ส่วนเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ก็รับราชการธรรมดาๆ นี่เอง

ขอโทษนะคะ คุณอายุเท่าไรคะ ทำงานแล้วหรือกำลังเรียนคะ
อ่านๆ ดู น่าจะมีความสุขกับความรักดีค่ะ ติดก็ตรงการทำงานของเค้าที่ไม่อยู่กับที่
เรื่องเพื่อน แล้วก็เรื่องดื่ม ใช่ไหมคะ อย่างเนี้ยะ นอกจากคิดถึง ก็เพิ่มความเป็นห่วงด้วย
ก็ทรมานเหมือนกันค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 14:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทะเลาะกันเกือบทุกวัน ความสุขมันมีน้อยคะ
ไม่สบายใจน่ะมีเยอะกว่าคะ ทะเลาะกันออกบ่อย
ฉันเรียนจบ ทำงานแล้วคะ แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง
ยังไม่ได้วางแผนอะไรมาก เพราะเค้ายังเป็นแบบนี้อยู่
บวชก็ยังไม่มีเวลา หรือยังไม่อยากบวชก็ไม่รู้คะ
อายุปานนี้แล้ว ยังหาเวลาไม่บวช ฉันว่าเค้าไม่คิดจะตั้งใจทำมากกว่า
มีความสุขกับเพื่อน กับงานเค้าไป เค้าคงอยากอยู่เป็นโสดต่อไปมั้งคะ
บางทีตัวเองก็คิดน่ะคะ ว่าไม่กี่ปีเค้าก็จะขึ้นเลขสี่แล้ว ถ้าไม่คิดจะมีครอบครัว
ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้น ฉันอาจจะคิดใหม่อีกรอบ ยังไม่มั่นใจในตัวเค้าหรอกคะ
เพราะเค้าก็คงคิดว่าอาจจะไม่ดีพอสำหรับฉันมั้งคะ แก่กว่าเยอะไงคะ
ที่ทะเลาะกันเนี่ยก็เพราะความคิด เข้าใจไม่ค่อยจะตรงกัน จะไปรอดมั้ยล่ะคะเนี่ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทะเลาะกันเกือบทุกวัน ความสุขมันมีน้อยคะ
ไม่สบายใจน่ะมีเยอะกว่าคะ ทะเลาะกันออกบ่อย
ฉันเรียนจบ ทำงานแล้วคะ แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง
ยังไม่ได้วางแผนอะไรมาก เพราะเค้ายังเป็นแบบนี้อยู่
บวชก็ยังไม่มีเวลา หรือยังไม่อยากบวชก็ไม่รู้คะ
อายุปานนี้แล้ว ยังหาเวลาไม่บวช ฉันว่าเค้าไม่คิดจะตั้งใจทำมากกว่า
มีความสุขกับเพื่อน กับงานเค้าไป เค้าคงอยากอยู่เป็นโสดต่อไปมั้งคะ
บางทีตัวเองก็คิดน่ะคะ ว่าไม่กี่ปีเค้าก็จะขึ้นเลขสี่แล้ว ถ้าไม่คิดจะมีครอบครัว
ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้น ฉันอาจจะคิดใหม่อีกรอบ ยังไม่มั่นใจในตัวเค้าหรอกคะ
เพราะเค้าก็คงคิดว่าอาจจะไม่ดีพอสำหรับฉันมั้งคะ แก่กว่าเยอะไงคะ
ที่ทะเลาะกันเนี่ยก็เพราะความคิด เข้าใจไม่ค่อยจะตรงกัน จะไปรอดมั้ยล่ะคะเนี่ย

อืม....แฟนเราอีกปีกว่าๆ ก็จะสี่สิบเหมือนกัน รู้ไหมคะ เค้าก็ยังไม่บวช ยังไม่เป็นหลักเป็นฐานอะไรเหมือนกัน
ชีวิตเค้าผิดพลาดมาเยอะ เค้าเล่าให้เราฟังบ่อยๆ ค่ะ อาจจะต่างกับคุณตรงที่ ความคิดเห็นของเราสองคนคล้ายกันมาก
ในทุกๆ เรื่องเลยค่ะ เวลามีปัญหาที่แก้ไม่ตกจริงๆ จะนึกถึงธรรมะ ทั้งคู่เลยค่ะ

เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นยังไงเหมือนกัน คิดแล้วก็เศร้าเหมือนกันค่ะ..บางครั้งพี่เค้าท้อมาก ก่อนไปคิดไว้อย่างหนึ่ง พอไปแล้วมันก็ไม่เป็นอย่างที่คิด ปัญหาต่างๆ ก็ตามมาเรื่อยๆ

ของคุณ ที่บอกว่า "จะไปรอดไหม" รอดสิคะ..อาจลุ่มๆ ดอนๆ บ้าง แต่ก็ต้องรอดค่ะ... ;D
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 14:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เค้าก็อายุน้อยกว่าแฟนคุณนิดหน่อยนะซิคะ
แต่เค้าทำงานแล้ว และไม่เคยมีครอบครัวมาก่อน
ยังโสดก็เคยถามน่ะคะ ถามตรงๆๆเลยแหล่ะ
ว่าทำมั้ยถึงยังไม่มีครอบครัว อายุก็ไม่ใช่น้อยๆๆแล้ว
เค้าก็บอกว่าก็งานนี่ไง ไปดูเขื่อนสองปี ก็กลับมาต้นปีที่แล้วเองคะ
ไม่อยากให้แฟนต้องอยู่คนเดียวเวลาเค้าไปทำงาน ไม่อยากให้เค้านั่งรอ
เวลาที่เมื่อไหร่เค้าจะกลับมา เค้าบอกว่าญาติๆๆ ก็เคยจะหาให้แต่เค้าปฏิเสธไป
ยังไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเลยคะ ผู้ใหญ่จะหาให้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 16:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เค้าก็อายุน้อยกว่าแฟนคุณนิดหน่อยนะซิคะ
แต่เค้าทำงานแล้ว และไม่เคยมีครอบครัวมาก่อน
ยังโสดก็เคยถามน่ะคะ ถามตรงๆๆเลยแหล่ะ
ว่าทำมั้ยถึงยังไม่มีครอบครัว อายุก็ไม่ใช่น้อยๆๆแล้ว
เค้าก็บอกว่าก็งานนี่ไง ไปดูเขื่อนสองปี ก็กลับมาต้นปีที่แล้วเองคะ
ไม่อยากให้แฟนต้องอยู่คนเดียวเวลาเค้าไปทำงาน ไม่อยากให้เค้านั่งรอ
เวลาที่เมื่อไหร่เค้าจะกลับมา เค้าบอกว่าญาติๆๆ ก็เคยจะหาให้แต่เค้าปฏิเสธไป
ยังไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเลยคะ ผู้ใหญ่จะหาให้

โห...ทำไมคล้ายกันจังคะ..
เราก็เคยถามเค้าว่า อายุมากแล้วทำไมยังไม่แต่งงาน...
กรณีเราเค้าบอกว่า เค้ายังไม่พร้อม ในหลายๆเรื่อง เรื่องงาน เรื่องงาน ความเป็นหลักเป็นฐานยังไม่มีค่ะ
ที่บ้านก็เคยหาสาวๆ ให้เค้าก็ยังไม่พร้อม
แล้วตอนนี้เค้าไปทำงานที่ไหนคะ...กลับมาหรือยัง...คุยกันตามปกติไหมคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่าวไทยคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 16:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ่าวไทยคะ

อ๋อ....ค่ะ
งั้นก็สู้ๆ ค่ะ เป้นกำลังใจให้ก็แล้วกันค่ะ --
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 17:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โทษทีคะตอบสั้นไปหน่อย คุณก็ตอบมาสั้นๆๆเหมือนกันเลยเนอะ
แต่มันเหนื่อยน่ะคะ อยาเจอเค้าใจแทบขาด แต่เค้าก็กลับมาแล้ว
และกำลังเตรียมตัวไปทำงานใหม่อีกรอบ ขึ้นฝั่งทีก็เดือนถัดไปเลยคะ
เดือนหนึ่งอยู่ที่นั่น อีกเดือนก็กลับมาทำรายงานส่ง แล้วหยุดยาวก็กลับบ้านเค้า
ไม่มีเวลาให้เราหรอก ฉันทำใจแล้วล่ะคะ พูดเรื่องนี้ก็มีแต่ทะเลาะกันเปล่าๆๆ
ใครจะอดทนรอได้นานขนาดนี้ อาจจะมีเหมือนฉันแต่ก็คงน้อยคะ ความแน่ใจไม่เคยมีหรอก
รอให้เค้าทำดูซิว่าเค้าจะทำได้มั้ยคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 18:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โทษทีคะตอบสั้นไปหน่อย คุณก็ตอบมาสั้นๆๆเหมือนกันเลยเนอะ
แต่มันเหนื่อยน่ะคะ อยาเจอเค้าใจแทบขาด แต่เค้าก็กลับมาแล้ว
และกำลังเตรียมตัวไปทำงานใหม่อีกรอบ ขึ้นฝั่งทีก็เดือนถัดไปเลยคะ
เดือนหนึ่งอยู่ที่นั่น อีกเดือนก็กลับมาทำรายงานส่ง แล้วหยุดยาวก็กลับบ้านเค้า
ไม่มีเวลาให้เราหรอก ฉันทำใจแล้วล่ะคะ พูดเรื่องนี้ก็มีแต่ทะเลาะกันเปล่าๆๆ
ใครจะอดทนรอได้นานขนาดนี้ อาจจะมีเหมือนฉันแต่ก็คงน้อยคะ ความแน่ใจไม่เคยมีหรอก
รอให้เค้าทำดูซิว่าเค้าจะทำได้มั้ยคะ
อ๋อค่ะ เค้ากลับมาแล้วนี่....อยู่บ้านเค้าหรืออยู่บ้านคุณค่ะ บ้านคุณกับบ้านเค้าอยู่จังหวัดเดียวกันไหม
ระหว่างที่เค้ากลับมาได้เจอกันมั่งไหมคะ...ลองนัดไปทานข้าว หรือดูหนังฟังเพลงอะไรอย่างนี้น่ะค่ะ...
(จะบอกให้คุณไปหา คุณคงไม่ไปใช่ม้า...เพราะเคยลองบอกแล้วรอบหนึ่ง)
ลองดูค่ะ...
ปกติเล่น m ไหมคะ...เรามา ออน m คุยกันไหม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #75 เมื่อ: 4 เม.ย. 09, 23:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณนามว่าคะ

วันนนี้เราก็เกือบทำตัวงี่เง่าอีกแล้วค่ะ(ได้แต่แนะนำคนอื่น พอถึงเวลาตัวเองก็ทำไม่ค่อยจะได้เลย 5555)
วันนี้พอถึงเวลาที่เค้าจะโทรมาทุกวัน เค้าก้ไม่โทรมาค่ะ เราก็เลยรอสักพัก แล้วโทรไปเลยค่ะ

นับได้เป็นสิบสาย...ใจจริงน่ะ เป็นห่วงค่ะ กลัวว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พี่เค้าไม่สบายบ่อยค่ะ
พอโทรไปเยอะแล้วเลยตัดสินใจ ส่งข้อความว่า โอเคไหม เป้นอะไรหรือเปล่า เป้นห่วง...ประมาณนี้ค่ะ

สักพักเค้าก็โทรมา...ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ (พอดีที่ออสเตรเลีย วันนี้เป็นวันเปลี่ยนเวลา) พี่เค้าเลยกลับมาช้าค่ะ

เราลองมานอนคิดดู เพราะทุกอย่างเป็นปกติ เค้าทำให้ทุกอย่างเป็นปกติ เราเลยอยู่ได้ ถ้าบางสิ่งบางอย่างมันเปลี่ยนไปเราจะอยู่ได้ไหมคะ แค่เค้าโทรมาช้า หรือผิดเวลา แล้วเราโทรไปไม่มีใครรับ เราก็แทบอยู่ไม่ได้แล้วค่ะ ถ้าคืนนี้ไม่ได้คุยกัน คงนอนไม่หลับแน่

ตอนนี้ต้องเป้นกำลังใจให้ตัวเองแล้วล่ะ....ฝันดีนะคะ คุณนามว่า... --

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #76 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 09:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตัวเองก็ต้องเป็นกำลังใจให้อยู่แล้วแหล่ะคะ
เมื่อคืนนอนไม่ค่อยจะหลับหรอกคะ
ที่คุณถาม บ้านเค้ากับบ้านฉันคนล่ะจังหวัดกันคะ
แล้วเค้าจะมาอยู่บ้านฉันไม่ได้หรอก เรายังไมได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
ขนาดเวลาเจอกันยังไม่มีเลย วันนี้น่าจะมาน่ะ ตอนเย็นๆๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #77 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตัวเองก็ต้องเป็นกำลังใจให้อยู่แล้วแหล่ะคะ
เมื่อคืนนอนไม่ค่อยจะหลับหรอกคะ
ที่คุณถาม บ้านเค้ากับบ้านฉันคนล่ะจังหวัดกันคะ
แล้วเค้าจะมาอยู่บ้านฉันไม่ได้หรอก เรายังไมได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
ขนาดเวลาเจอกันยังไม่มีเลย วันนี้น่าจะมาน่ะ ตอนเย็นๆๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดคะ


ยืนดีด้วยค่ะ ยินดีด้วย...ยังไงก็คุยกันดีๆ นะคะ เวลามีน้อย ใช้ให้มีค่ามากที่สุดค่ะ
คุณยังดียังไม่มีโอกาสเจอกันเรื่อยๆ ฉันตัองรอนานเลย..กว่าจะได้เจอกัน
ส่วนของฉัน เวลาเค้ามาหา ก็มาอยุ่ที่บ้านไม่ได้เหมือนกัน เค้าต้องไปพักที่อื่นค่ะ
เพราะฉันก็อยู่กับพ่อ แม่...พูดยากค่ะ...แต่เค้าก็จะมาทานข้าวที่บ้าน เราก็จะไปเดินเล่น เดินชื้อของกัน
แต่มันก็นานแล้วค่ะ..อยากให้เป็นเหมือนเดิมอีกจัง
ก็ต้องอดทนน่ะค่ะ...

โชคดีนะคะ...แล้วไงมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ^_^
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #78 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจอเรื่อยๆๆ ที่ไหนกันล่ะ ฉันกับเค้าไม่ได้เจอกันร่วมสองปีแล้วมั้ง
วันรับปริญญาก็ไม่มา โทรไปก็ดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อน แล้วจะให้ฉันคิดยังไงดีล่ะ
ไม่แน่นอนหรอกคะ ยังไม่ยืนยัน ใจฉันตอนนี้บอกตามตรงว่าเฉยๆๆน่ะ
เจอก็ได้ ไม่เจอก็ได้ ไม่รู้เป็นไรคะ ไม่อยากเจอกันเลย ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีคะ
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี มันมีเรื่องที่ต้องคุยกัน เคลียร์กันอยู่คะ เรื่องออกจะเครียดหน่อย
ถ้าได้เจอกัน คงต้องพูดแหล่ะคะ ว่าจะคบกันต่อมั้ย ถ้าเค้าจะเป็นแบบนี้ ไม่มีเวลาให้
เราไม่เหมาะสมกันเลย ให้ฉันเป็นฝ่ายตัดสินใจฝ่ายเดียวว่าจะเอายังต่อ ไม่รู้เค้าคิดยังไงอยู่คะ
เราต่างกันมาก เค้าบอกว่าเค้าแก่แล้ว ไม่ใช่หนุ่มๆๆ ดูหนัง เดินห้างคงไม่ชอบ
แต่ถ้าทานข้าวด้วยกันก็พอแล้วคะ เหนื่อยคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #79 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 10:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เจอเรื่อยๆๆ ที่ไหนกันล่ะ ฉันกับเค้าไม่ได้เจอกันร่วมสองปีแล้วมั้ง
วันรับปริญญาก็ไม่มา โทรไปก็ดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อน แล้วจะให้ฉันคิดยังไงดีล่ะ
ไม่แน่นอนหรอกคะ ยังไม่ยืนยัน ใจฉันตอนนี้บอกตามตรงว่าเฉยๆๆน่ะ
เจอก็ได้ ไม่เจอก็ได้ ไม่รู้เป็นไรคะ ไม่อยากเจอกันเลย ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีคะ
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี มันมีเรื่องที่ต้องคุยกัน เคลียร์กันอยู่คะ เรื่องออกจะเครียดหน่อย
ถ้าได้เจอกัน คงต้องพูดแหล่ะคะ ว่าจะคบกันต่อมั้ย ถ้าเค้าจะเป็นแบบนี้ ไม่มีเวลาให้
เราไม่เหมาะสมกันเลย ให้ฉันเป็นฝ่ายตัดสินใจฝ่ายเดียวว่าจะเอายังต่อ ไม่รู้เค้าคิดยังไงอยู่คะ
เราต่างกันมาก เค้าบอกว่าเค้าแก่แล้ว ไม่ใช่หนุ่มๆๆ ดูหนัง เดินห้างคงไม่ชอบ
แต่ถ้าทานข้าวด้วยกันก็พอแล้วคะ เหนื่อยคะ
โอ้...งั้นก็เริ่มคุยกันดีๆ นะคะ เราว่าที่คุณบอกว่าไม่อยากเจอน่ะ ถ้ามีโอกาสก็เจอกันไปเลยดีกว่าค่ะ
จะได้พูดคุยกันให้รู้เรื่อง เหมือนที่คุณว่าไงคะ...ที่เค้าไม่มาหาคุณ เช่น วันรับปริญญา
นอกจากติดงานแล้ว...คุณคิดว่ามีเรื่องอื่นไหมคะ เช่น เค้ากับครอบครัวคุณ เข้ากันได้ดีไหม
เค้ากลัวหรือ เกรงใจอะไรหรือเปล่าคะ ยังไง ก็ขอให้ได้ทานข้าวด้วยกันนะคะ เย็นนี้ โชคดีนะคะ --
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #80 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่รู้เลยว่าจะตัดสินใจยังไง เค้าไม่หล่อ ผิวดำ อายุไปไหนแล้ว
บางทีความรู้สึกก็แย้งกับความเป็นจริงไงล่ะคะ เค้าไม่มั่นใจในตัวเองหรอก
เราเคยพูดกันเรื่องนี้ไม่รู้จะกี่รอบแล้ว เค้าคงกลัวมั้งคะ
และฉันก็เคยบอกว่า แล้วทำอย่างอื่นทดแทนให้พ่อแม่เห็นได้มั้ย
ให้พ่อแม่มั่นใจในตัวเค้า ถ้าเค้ามาจริงๆๆ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
ฉันไม่อยากทำร้ายเค้า ไม่อยากทำให้เค้าเสียแม้แต่น้อยคะ
ถ้าหากคบกันต่อ เค้านั่นแหล่ะจะต้องรู้สึกแย่ที่ต้องเผชิญกับความจริง
ว่าเราต่างกันขนาดไหน และฉันก็จะรู้สึกว่าเราทำร้ายเค้าหรือเปล่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #81 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 12:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่รู้เลยว่าจะตัดสินใจยังไง เค้าไม่หล่อ ผิวดำ อายุไปไหนแล้ว
บางทีความรู้สึกก็แย้งกับความเป็นจริงไงล่ะคะ เค้าไม่มั่นใจในตัวเองหรอก
เราเคยพูดกันเรื่องนี้ไม่รู้จะกี่รอบแล้ว เค้าคงกลัวมั้งคะ
และฉันก็เคยบอกว่า แล้วทำอย่างอื่นทดแทนให้พ่อแม่เห็นได้มั้ย
ให้พ่อแม่มั่นใจในตัวเค้า ถ้าเค้ามาจริงๆๆ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
ฉันไม่อยากทำร้ายเค้า ไม่อยากทำให้เค้าเสียแม้แต่น้อยคะ
ถ้าหากคบกันต่อ เค้านั่นแหล่ะจะต้องรู้สึกแย่ที่ต้องเผชิญกับความจริง
ว่าเราต่างกันขนาดไหน และฉันก็จะรู้สึกว่าเราทำร้ายเค้าหรือเปล่า

อ๋อ....จากที่อ่านมา แสดงว่าคุณก็ยังมั่นใจว่าเค้ายังรักคุณอยู่ใช่ไหมคะ
โห..อย่างนี้ไม่มีเรื่องยากเลยค่ะ...ถ้าคุณรักเค้า เค้ารักคุณ
ต่อไปก็ให้กำลังใจกัน ให้เค้ามั่นใจ ไม่กลัว ไม่ขาดความมั่นใจ
เช่น "พี่เป็นอย่างนี้ดีแล้ว พ่อกับแม่ก้ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่...(แล้วก็พูดเรื่อง ดื่ม หรือพูดว่า แสดงให้พ่อแม่เห็นว่าจริงใจเป็นห่วงเป็นใย) ไม่ต้องมาหาบ่อยน่ะค่ะ เวลาโทรมาให้เค้าคุยกับพ่อแม่บ้าง หรือนานๆ มาที ก็มีของติดไม้ติดมือมาบ้างนิดๆ หน่อยๆ

ให้เค้าทั้งสามคนได้มีโอกาสคุยกันบ้างค่ะ..ต่อไปเค้าจะไม่กลัว ไม่ขาดความมั่นใจค่ะ..แล้วอะไรๆๆ มันจะดีขึ้น
แฟนเราโทรมา เราเคย ยื่นโทรศัพท์ให้แม่เลย จิรๆง แม่ก็ไม่ค่อยอยากคุย พี่เค้าก็ไม่กล้า..แต่เรายื่นโทรศัพท์ไปเลยค่ะว่า "แม่...พี่เค้าอยากคุยด้วย" แล้วบอกพี่เค้าว่า "แม่อยากคุยด้วย" หลังจากนั้น...เวลาเค้าโทรมา เค้าจะถามถึงแม่ว่าสบายดีไหม...แล้วแม่ก็จะถามถึงเค้าว่า ...พี่เค้าสบายดีไหม

ที่บ้านเราตอนแรกเหมือนจะไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะ..เราจะบอกอะไรให้..พี่เค้าเรียนราม ยังไม่จบ ป.ตรียังไม่จบ..เลยตัดสินใจไปเรียน dipolma ที่ออสเตรเลีย ตอนไปก็ไม่มีเงินค่ะ ทำงานไปเรียนไป มีกินบ้างไม่มีกินบ้างอนาคตจะยังไงไม่รู้เลยค่ะ

ส่วนเรากำลังเรียน ด๊อกเตอร์...เห็นไหมคะที่เราบอกว่า ต่างกันมากกกก พ่อ กับแม่ก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง
แต่เราต้องเป้ฯตัวกลางด้วยค่ะ ลองสังเกตนิสัยแฟนเรา แล้วเราเป็นตัวเชื่อมค่ะ..ทำยังไงก็ได้ให้เค้าเข้ากันได้

มันต้องมีวิธีการสักอย่างหนึ่งค่ะ อย่างเพียงแต่บอกว่า ให้เค้าทำอะไรก็ได้ให้พ่อแม่เห็น ให้พ่อแม่มั่นใจในตัวเค้า...ยากค่ะ ทำยาก...เราต้องช่วยด้วยค่ะ...ช่วยแบบ บางที พวกเค้าทั้งสามคน ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเรากำลังเป็นตัวเชื่อมอยู่

บางทีเราบอกแม่ว่า พี่เค้าฝากความคิดถึง พี่เค้าถามถึง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่หรือบางครั้งบอกพี่เค้าว่า พ่อถามว่าสบายดีไหม แต่จริงๆ แล้วพ่อไม่ได้พูดอะไรเลย...

ลองดูนะคะ คุณอาจมีวิธีการที่ดีกว่าฉันก็ได้ สู้อีกครั้งนะคะ....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #82 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 12:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ๋อ ลืมไปอีกเรื่องค่ะ...แฟนเราก็ไม่หล่อค่ะ..ลงพุง ศีรษะล้านด้วนค่ะ ผมน่ะแทบจะไม่มี 555
แต่เราไม่ได้มองเรื่องนั้นเลยค่ะ ดีซะอีก สาวๆๆคนอื่นจะได้ไม่ชอบ

เรื่องรูปร่างหน้าตา เอาไว้เป็นเรื่องสุดท้ายเลยดีกว่าค่ะอย่าไปกังวลเลย
ไว้เรื่องต่างๆ เรียบร้อย ปัญหาทุกอย่างลงตัว ได้มาอยู่ด้วยกันแต่งงานกัน

ก็ค่อยๆ แก้กันไปค่ะ เรื่องแบบนี้ผุ้ชายไม่ค่อยใส่ใจ..เดี๋ยวเรามาจัดการให้เค้าเองค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #83 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 13:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมอุปสรรคมันถึงได้เยอะขนาดนี้ก็ไม่รู้น่ะ
แต่ก่อนฉันคิดเสมอว่าจะไม่รักใคร ไม่มองใคร
อยากจะทำอะไรให้ครอบครัวตัวเอง ไม่อยากมีปัญหา
เป็นคนรักอิสระ ไปไหนมาไหนก็เดินคนเดียว สบายๆๆ
เคยบอกพ่อแม่ว่าจะไม่แต่งงาน จะไม่มีใครหรอก
พอมาอยู่กับน้าตอนเรียน น้าชายน่ะ เค้าเป็นตำรวจ แล้วก็มีลูกคนหนึ่ง
แต่อยู่กับยายที่ต่างจังหวัด และน้าสะใภ้ก็ทำงานที่โรงพยาบาล
ก็คือน้าชายกับน้าสะใภ้อยู่ด้วยกัน แล้วเราก็ไปอาศัยอยู่ด้วยหวังพึ่งญาติ
ยังไงก็อุ่นใจที่มีน้าอยู่ แต่น้าก็ไม่เคยสนใจหรอกน่ะ ไม่เคยถามว่าเป็นยังไงบ้าง
มีเงินพอใช้มั้ย บางทีก็น้อยใจน่ะ และที่เล่ามานี่เพราะเห็นตัวอย่างครอบครัวน้าไงล่ะ
น้าชายดื่มแต่เหล้า ไปเที่ยว มีผู้หญิงอื่น ทะเลาะกับน้าสะใภ้บ่อยมาก จนรามองผู้ชาย
ในแง่ลบเสมอมาไงล่ะ ตอนที่เค้าทะเลาะกันเราก็จะเดินหนี ไปอยู่กับยายข้างห้อง
มันรู้สึกสบายใจดี ทานข้าวเย็นด้วยกันเกือบทุกวันเลยน่ะ ตอนนี้น้าเค้าแยกทางกันแล้ว
เพราะน้าชายไปมีเมียน้อย ตอนนี้เค้าก็อยู่กับเมียใหม่ แถมเมียใหม่เค้าก็มีลูกติดสองคน
ตอนที่คบกับน้าชาย ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่กับสามีเค้าอยู่น่ะ และก็คบผู้ชายอีกหลาย
ไม่รู้ว่าน้าชายเค้าคิดอะไรอยู่ ตอนตาฉันเสีย น้าก็พาผู้หญิงคนนนั้นไปงานศพด้วย
ทำให้ฉันไม่กล้าคบผู้ชายคนไหนเลย ดื่มเหล้า มีผู้หญิงอื่น
ยิ่งมาเจอเค้า ฉันก็มักพูดเรื่องนี้เสมอมา และก็ไม่เคยมั่นใจในตัวเค้าหรอกคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #84 เมื่อ: 5 เม.ย. 09, 22:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทำไมอุปสรรคมันถึงได้เยอะขนาดนี้ก็ไม่รู้น่ะ
แต่ก่อนฉันคิดเสมอว่าจะไม่รักใคร ไม่มองใคร
อยากจะทำอะไรให้ครอบครัวตัวเอง ไม่อยากมีปัญหา
เป็นคนรักอิสระ ไปไหนมาไหนก็เดินคนเดียว สบายๆๆ
เคยบอกพ่อแม่ว่าจะไม่แต่งงาน จะไม่มีใครหรอก
พอมาอยู่กับน้าตอนเรียน น้าชายน่ะ เค้าเป็นตำรวจ แล้วก็มีลูกคนหนึ่ง
แต่อยู่กับยายที่ต่างจังหวัด และน้าสะใภ้ก็ทำงานที่โรงพยาบาล
ก็คือน้าชายกับน้าสะใภ้อยู่ด้วยกัน แล้วเราก็ไปอาศัยอยู่ด้วยหวังพึ่งญาติ
ยังไงก็อุ่นใจที่มีน้าอยู่ แต่น้าก็ไม่เคยสนใจหรอกน่ะ ไม่เคยถามว่าเป็นยังไงบ้าง
มีเงินพอใช้มั้ย บางทีก็น้อยใจน่ะ และที่เล่ามานี่เพราะเห็นตัวอย่างครอบครัวน้าไงล่ะ
น้าชายดื่มแต่เหล้า ไปเที่ยว มีผู้หญิงอื่น ทะเลาะกับน้าสะใภ้บ่อยมาก จนรามองผู้ชาย
ในแง่ลบเสมอมาไงล่ะ ตอนที่เค้าทะเลาะกันเราก็จะเดินหนี ไปอยู่กับยายข้างห้อง
มันรู้สึกสบายใจดี ทานข้าวเย็นด้วยกันเกือบทุกวันเลยน่ะ ตอนนี้น้าเค้าแยกทางกันแล้ว
เพราะน้าชายไปมีเมียน้อย ตอนนี้เค้าก็อยู่กับเมียใหม่ แถมเมียใหม่เค้าก็มีลูกติดสองคน
ตอนที่คบกับน้าชาย ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่กับสามีเค้าอยู่น่ะ และก็คบผู้ชายอีกหลาย
ไม่รู้ว่าน้าชายเค้าคิดอะไรอยู่ ตอนตาฉันเสีย น้าก็พาผู้หญิงคนนนั้นไปงานศพด้วย
ทำให้ฉันไม่กล้าคบผู้ชายคนไหนเลย ดื่มเหล้า มีผู้หญิงอื่น
ยิ่งมาเจอเค้า ฉันก็มักพูดเรื่องนี้เสมอมา และก็ไม่เคยมั่นใจในตัวเค้าหรอกคะ

คุณนามว่าคะ...
โทษทีค่ะ ตอนบ่ายแย่เลย..อาหารเป็นพิษ อาเจียนไปหลายรอบ ปวดท้องด้วยเลยนอนอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่ได้เข้ามาอ่านเม้นเลย...จากที่อ่านดู ช่างเหมือนกันอีกแล้ว..แต่ของเราเป็น พ่อ เลยค่ะ ท่านดื่มเหล้ามากกกก ตั้งแต่เราจำความได้
มากถึงมากที่สุด ทุกวันต้องเห็นพ่อเมา เกือบเลิกกับแม่ก็ตั้งหลายครั้งค่ะ ตอนเป็นเด็กๆ เราก็ได้แต่ร้องไห้อย่างเดียว แต่มันก็ฝังใจเหมือนกันนะคะ...เรื่องผู้ชาย แต่ก็ต้องเปิดใจให้กว้างค่ะ เพราะผู้ชายไม่เหมือนกันทุกคนนะคะ

มันเลยทำให้เราไม่สนิทกับพ่อ แล้วก้ไม่ชอบคนดื่มเหล้า...แต่พ่อเราก็มาเลิกได้หลายปีแล้วค่ะ เนื่องจากท่านกลัวเรื่องสุขภาพแฟนเราเค้าก็ดื่มนะ เค้าดื่มเบียร์ หลายครั้งที่เค้าไม่โทรมา หรือเราโทรไปหาแล้วไม่มีคนรับสาย ก็เพราะไปดิ่มเบียร์กับเพื่อนๆ

เราไม่ชอบคนดื่มเหมือนกัน...แต่คุณนามว่า อย่าเอามาตั้งเป็นแง่ให้มันปิดกันอนาคตตัวเองเลยค่ะ....สำหรับเราเรามักจะคิดว่า ถ้าเจอคนไม่ดี คนที่ทำให้เราไม่สบายใจ เราก็ไม่แต่งค่ะ แต่ไม่ได้เอาประเด็นเล็กๆๆ น้อยๆๆมาตั้งเป็นแง่มุมสำหรับชีวิตการแต่งงาน เพราะสิ่งที่เราตั้งเอาไว้ มันมีอยู่ในผู้ชายเกือบทุกคนเลย...จริงไหมคะ แต่เราก็ไม่เคยคิดว่า ชีิวตนี้จะไม่แต่งงานนะ แต่ถ้าไม่ได้แต่งก็ไม่เป็นไรแสดงว่า ดวงเรามันเป็นอย่างนี้เอง ปีนี้เราก็ สามสีบแล้วค่ะ...แก่แล้ว คุณนามว่าอย่าเพิงสรุปเลยค่ะว่าจะแต่งหรือไม่แต่ง...ดูๆๆกันไปก่อนนะคะ

แล้วเป็นยังไงบ้างคะ...วันนี้ได้เจอกันไหม....เล่าให้ฟังบ้างนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อ้ายด่าง
เรทกระทู้
« ตอบ #85 เมื่อ: 6 เม.ย. 09, 01:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รักข้ามขอบฟ้า
ขอบฟ้าเหนืออาณาใดกั้น
ใช่รักจะดั้นยากกว่านกโบยบิน
รักข้ามแผ่นน้ำ รักข้ามแผ่นดิน
เมื่อความรักดิ้น ฟ้ายังสิ้นความกว้างไกล

ขอบฟ้าทิ้งโค้งมาคลุมครอบ
อ้าแขนรายรอบโอบโลกไว้ภายใน
เหมือนอ้อมกอดรัก แม้ได้โอบใคร
ชาติภาษาไม่สำคัญเท่าใจตรงกัน

รักข้ามขอบฟ้า รักคือสื่อภาษาสวรรค์
อาจมีใจคนละดวง
ต่างเก็บอยู่คนละทรวง
ไม่ห่วงถ้ามีสัมพันธ์

ขอบฟ้าแม้จะคนละฟาก
ห่างไกลกันมาก แต่ก็ฟ้าเดียวกัน
รักข้ามขอบฟ้า ข้ามมาผูกพัน
ผูกใจรักมั่น...สองดวงให้เป็นดวงเดียว.

http://www.imeem.com/people/sZ84m-g/music/G1l76DdQ/ktc/
รักข้ามขอบฟ้า ฟิว โชติรส
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นามว่า
เรทกระทู้
« ตอบ #86 เมื่อ: 6 เม.ย. 09, 08:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ได้เจอกันหรอกคะ เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น การไม่รักษาคำพูด การไม่รักษาเวลา
สำหรับฉันอาจจะรับไม่ได้ คงจะต้องกลับไปคิดใหม่ ถึงแม้เค้าจะขอโทษแล้ว
แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อคืนร้องไห้ให้เค้าได้ยินทางโทรศัพท์
เสียใจ น้อยใจ แต่ไม่เคยโกรธเค้าหรอกคะ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปโกรษเค้า
นึกถึงเรื่องนี้ทีไร น้ำตาพานจะไหลคะ เค้าไม่ได้มีความรู้สึกคิดถึงฉันเหมือนที่เค้าพูดหรอกคะ
ไม่รู้จะทรมานตัวเองไปถึงไหนกัน ถ้าเค้าอยากเจอฉัน ฉันจะไม่ให้เค้าได้เจอหรอกคะ
และก็จะทำให้ได้ด้วยคะ แต่เราจะยังคุยกันเหมือนเดิม จนกว่าฉันจะทำใจได้จริงๆๆ
มันอาจจะยากน่ะ ถ้าหากเค้ารักฉันจริงๆๆ เค้าจะต้องทำอะไรๆๆมากกว่านี้ ไม่ใช่เหมือนเดิม
คนเดิมๆๆ ที่ไม่รู้จักสละเวลาที่เค้ามีให้กับฉัน กับคนที่เค้าบอกว่ารักหรอกคะ
เมื่อคืนฉันบอกว่าฉันคงเป็นฝ่ายเรียกร้องมากเกินไป รู้ทั้งรู้ว่าพี่ไม่มีเวลาให้เลย
และก็บอกว่าฉันจะไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้วคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไม่มีชื่อ
เรทกระทู้
« ตอบ #87 เมื่อ: 6 เม.ย. 09, 12:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้อ่านข้อความที่เจ้าของกระทู้กับคุณนามว่าแล้วทำให้คิดถึงตัวเองจัง ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #88 เมื่อ: 6 เม.ย. 09, 13:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ได้เจอกันหรอกคะ เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น การไม่รักษาคำพูด การไม่รักษาเวลา
สำหรับฉันอาจจะรับไม่ได้ คงจะต้องกลับไปคิดใหม่ ถึงแม้เค้าจะขอโทษแล้ว
แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อคืนร้องไห้ให้เค้าได้ยินทางโทรศัพท์
เสียใจ น้อยใจ แต่ไม่เคยโกรธเค้าหรอกคะ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปโกรษเค้า
นึกถึงเรื่องนี้ทีไร น้ำตาพานจะไหลคะ เค้าไม่ได้มีความรู้สึกคิดถึงฉันเหมือนที่เค้าพูดหรอกคะ
ไม่รู้จะทรมานตัวเองไปถึงไหนกัน ถ้าเค้าอยากเจอฉัน ฉันจะไม่ให้เค้าได้เจอหรอกคะ
และก็จะทำให้ได้ด้วยคะ แต่เราจะยังคุยกันเหมือนเดิม จนกว่าฉันจะทำใจได้จริงๆๆ
มันอาจจะยากน่ะ ถ้าหากเค้ารักฉันจริงๆๆ เค้าจะต้องทำอะไรๆๆมากกว่านี้ ไม่ใช่เหมือนเดิม
คนเดิมๆๆ ที่ไม่รู้จักสละเวลาที่เค้ามีให้กับฉัน กับคนที่เค้าบอกว่ารักหรอกคะ
เมื่อคืนฉันบอกว่าฉันคงเป็นฝ่ายเรียกร้องมากเกินไป รู้ทั้งรู้ว่าพี่ไม่มีเวลาให้เลย
และก็บอกว่าฉันจะไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้วคะ

เฮ้อ...ฟังแล้วก็เศร้าไปด้วยเลยค่ะ...รู้ว่ามันทรมานยังไง...ทั้งๆที่เค้าบอกว่าจะมา แต่ก็ไม่มาน่ะเหรอคะ
พอคุณนามว่าบอกว่า จะไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว..เค้าบอกว่ายังไงคะ
แล้วถ้าคุณจะหยุดอยู่แค่นี้ เค้าจะเสียใจมากไหมคะ...เคยถามเค้าไหม....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของกระทู้
เรทกระทู้
« ตอบ #89 เมื่อ: 6 เม.ย. 09, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ได้อ่านข้อความที่เจ้าของกระทู้กับคุณนามว่าแล้วทำให้คิดถึงตัวเองจัง ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ
สวัสดีค่ะ คุณไม่มีชื่อ...ยังไงก็มาแชร์ความรู้สึกกันได้นะคะ...ตอนแรกๆที่ตั้งกระทู้นี้ก็ไม่ได้คิดอะไร แค่เหงา แล้วก็อยากมีเพื่อนๆ เข้ามาคุยกัน ตอนนี้เลยทำให้รู้สึกว่า เรามีคนที่รู้สีกคล้ายๆ แล้วก็เหมือนๆ กับเรา เหมือนเรามีคนที่เข้าใจเราน่ะค่ะ....เดี๋ยวนี้เลยเข้ามาอ่านทุกวันเลย...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ... 81

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม