Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > อยากเห็นคนไทยรักกัน
หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 23
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน อยากเห็นคนไทยรักกัน   (อ่าน 23268 ครั้ง)
Guest
จระเข้ขวางคลอง
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #540: 19 ธ.ค. 12, 10:46 น

121. ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
122. เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
123. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
124. ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
125. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
126. เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
127. หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
128. พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
129. พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
130. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
131. หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
132. ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
133. ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
134. พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
135. พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
 136.  พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
137. เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
138. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
139. เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
140. ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
141. ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
142. พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
143. สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
144. เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
145. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
146 .ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
147 เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
148. เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
149. การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
150. พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน

 
Guest
จระเข้ขวางคลอง
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #541: 19 ธ.ค. 12, 10:50 น

. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
จระเข้ขวางคลอง
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #542: 19 ธ.ค. 12, 10:52 น

. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
จระเข้ขวางคลอง
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #543: 19 ธ.ค. 12, 10:55 น

. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
เด็กน้อย
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #544: 22 ธ.ค. 12, 09:23 น

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

Guest
นกกาเหว่า
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #545: 22 ธ.ค. 12, 09:47 น

1.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
2.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
3.- สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
4.- ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
5.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
6.- เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
7.- หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
8.- พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
9.- พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
10.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
11.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
12.- ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
13.- ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
14.- พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
15.- พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
 16.- พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
17.- เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
18.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
19.- เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
20.- ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
21.- ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
22.- พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
23.- สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
24.- เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
25.- ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
26.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
27.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
28.- เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
29.- การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
30.- "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
31.- ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
32.- ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
33.- พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
34.- ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
35.- ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
36.- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
37.- ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
38.- รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
39.- ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
40.- ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
41.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
42.-  ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
43.-  ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
44.-  ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
45.-  เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
46.-  หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
47.-  การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
48.-  จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
49.-  ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
50.- เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้

Guest
นกกาเหว่า
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #546: 22 ธ.ค. 12, 13:43 น

51.- พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
52.- เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
53.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
54.- เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
55.- ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
56.- ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
57.- พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
58.- สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
59.- เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
60.- ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
61.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
62.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
63.- เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
64.- การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
65.- "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
66. - ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
67.- ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
68.- พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
69.- ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
70.- ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
71.- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
72.- ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
73.- รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
74.- ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
75.- ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
76.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
77.-  ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
78.-  ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
79.-  ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
80.-  เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
81.-  หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
82.-  การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
83.-  จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
84.-  ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
85.-  เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้
86.-  เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
87.-  ข้าพเจ้าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ
88.-  ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง
89.-  ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
90.-  ขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์และแข็งแรงและขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนนาน
91.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ
92.- กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
93- . ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เพื่อเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป
94.-  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
95.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
96.-  เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้
97.-  เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
98.-  ข้าพเจ้าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ
99.-  ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง
100.-  ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

Guest
นกกาเหว่า
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #547: 22 ธ.ค. 12, 13:48 น

101.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
102.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
103. - สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
104.- ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
105.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
106.- เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
107.- หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
108.- พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
109.- พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
110.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
111.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
112.- ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
113.- ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
114.- พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
115.- พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
116.- พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
117.- เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
118.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
119.- เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
120.- ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
121.- ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
122.- พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
123.- สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
124.- เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
125.- ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
126.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
127.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
128.- เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
129.- การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
130.- "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
131.- ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
132.- ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
133.- พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
134.- ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
135.- ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
136.- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
137.- ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
138.- รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
139.- ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
140.- ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
141.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
142.-  ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
143.-  ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
144.-  ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
145.-  เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
146.-  หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
147.-  การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
148.-  จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
149.-  ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
150.-  เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ

Guest
นกกาเหว่า
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #548: 22 ธ.ค. 12, 13:51 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
21. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
22. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
23. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
24.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
25.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
นกกาเหว่า
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #549: 22 ธ.ค. 12, 13:54 น

26. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
27. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
28. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
29.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
30.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
31. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
32. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
33. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
34.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
35.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
36. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
37. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
38. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
39.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
40.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
41. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
42. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
43. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
44.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
45.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
46. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
47. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
48. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
49.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
50.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
เห็ดปลวก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #550: 23 ธ.ค. 12, 08:50 น

1.- การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2.- การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
3.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
4.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
5.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
6.- การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า“...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
7.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน
8.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
9.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้
ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”

 
Guest
เห็ดปลวก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #551: 23 ธ.ค. 12, 08:55 น

10.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
11.- “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
12.- “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...” “...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
13.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
14.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
15.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ คนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
16.- ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
17.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบินพ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
18.- ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น

Guest
เห็ดปลวก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #552: 23 ธ.ค. 12, 08:58 น

19.- นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
20.- ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
21.- การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
22.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
23.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย
24.- “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗
25.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
26.- การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
27.- วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
28.- เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
29.- “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา

Guest
เห็ดปลวก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #553: 23 ธ.ค. 12, 09:07 น

30.- มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
31.- ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
32.- งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
33.- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
34.- งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
35.- โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
36.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี

Guest
เห็ดปลวก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #554: 23 ธ.ค. 12, 10:02 น

37.- แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า “ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”
38.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
39.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
40. - สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
41.- ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
42.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
43.- เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
44.- หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
45.- พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
46.- พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
47.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
48.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
49.- ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
50.-- ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน

Guest
ตั๊กแตน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #555: 25 ธ.ค. 12, 10:28 น

1.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
2.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
3.- สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
4.- ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
5.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
6.- เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
7.- หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
8.- พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
9.- พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
10.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
11.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
12.- ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
13.- ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
14.- พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
15.- พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
16.- พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
17.- เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
18.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
19.-เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์
20.- ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
21.- ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
22.- พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
23.- สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
24.- เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
25.- ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
26.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
27.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
28.- เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
29.- การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
30.- "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"

Guest
ตั๊กแตน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #556: 25 ธ.ค. 12, 10:45 น

31.- ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
32.- ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
33.- พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
34.- ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
35.- ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
36.- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
37.- ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
38.- รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
39.- ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
40.- ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
41.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
42.-  ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
43.-  ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
44.-  ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
45.-  เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
46.-  หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
47.-  การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
48.-  จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
49.-  ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย
50.-  เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้
51.-  เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
52.-  ข้าพเจ้าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ
53.-  ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง
54.-  ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
55.-  ขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์และแข็งแรงและขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนนาน
56.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ
57.- กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
58.- ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เพื่อเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป
59.-  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
60.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #557: 31 ธ.ค. 12, 08:34 น

1.- การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2.- การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
3.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม..เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
4.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
5.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
6.- การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
7.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน
8.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
9.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้
ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
10.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #558: 31 ธ.ค. 12, 08:42 น

11.- “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
12.- “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...” “...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
13.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
14.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
15.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
16.- ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
17.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบินพ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #559: 31 ธ.ค. 12, 08:44 น

18.- ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
19.- นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
20.- ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
21.- การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
22.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
23.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย
24.- “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #560: 31 ธ.ค. 12, 08:47 น

25.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
26.- การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
27.- วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
28.- เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
29.- “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา
30.- มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #561: 31 ธ.ค. 12, 08:51 น

31.- ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
32.- งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
33.- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทยเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
34.- งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
35.- โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
36.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
37.- แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า
“ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #562: 31 ธ.ค. 12, 09:09 น

38.- การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
39.- การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
40.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า“...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...
เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
41.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
42.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
43.- การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
44.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน
45.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
46.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ใน สังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้
ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
47.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
48.- “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
49.- “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...” “...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
50.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือ
ประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #563: 31 ธ.ค. 12, 09:13 น

51.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
52.- ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
53.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง”เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบินพ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
54.- ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
55.- นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
56.- ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
57.- การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
58.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
59.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย
60.- “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #564: 31 ธ.ค. 12, 09:15 น

61.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
62.- การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
63.- วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
64.- เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
65.- “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา
66.- มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #565: 31 ธ.ค. 12, 09:19 น

67.- ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
68.- งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
69.- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
70.- งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
71.- โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
72.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
73.- แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า
“ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #566: 31 ธ.ค. 12, 09:22 น

74.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
75.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
76.- สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
77.- ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง...ทรงพระเจริญ     
78.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ...ทรงพระเจริญ
79.- เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ
80.- หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
81.- พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป
82.- พ่อหลวงทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข
83.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระบิดาการพัฒนาทุกแขนง เพื่อให้ประเทศชาติได้มีความมั่นคงถาวรอย่างแท้จริง
84.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน
85.- ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ช่วยรัฐ-ราษฎร์สามัคคี สมัครสมานเป็นชาติพลี สร้างความดีเพื่อแผ่นดิน
86.- ในหลวงคือพ่อของแผ่นดิน
87.- พ่อหลวงทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม
88.- พ่อหลวงทรงเป็นที่รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
89.- พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ประจักษ์ดีกับสายตาของชาวไทยและคนทั่วโลก พระองค์ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ชาวประชาแซ่ซ้องสรรเสริญ
90.- เศรษฐกิจพอเพียง " เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีความผาสุข มั่นคงยั่งยืนสืบไป
91.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ
92.- เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #567: 31 ธ.ค. 12, 09:29 น

93.- ในหลวงทรงเป็นผู้คิดค้นในการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย
94.- ในหลวงทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ในการรักษาหน้าดิน
95.- พระบารมีพ่อแผ่ไกลทุกแห่งหน
96.- สามัคคีปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆก็บอก ให้สามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ..ทรงพระเจริญ
97.- เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
98.- ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
99.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
100.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
101.- เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
102.- การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
103.- "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
104.- ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
105.- ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
106.- พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
107.- ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
108- ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
109.- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
110.- ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
111.- รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
112.- ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
113.- ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ
114.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
115.-  ในหลวงพระองค์ทรงหลั่งหยาดเหงื่อเพื่อคนไทย ให้มีความผาสุก
116.-  ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
117.-  ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าชาติใดขาดสามัคคีธรรมจะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
118.-  เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
119.-  หากเราทุกคนช่วยกันรักษาสถาบันหลักของชาติโดยทั่วกันจะช่วยให้บ้านเมืองมีความปกติเรียบร้อยได้
120.-  การกระทำความดี ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่ก็ทำให้มีความสุขสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน
121.-  จะเป็นคนดีของชาติต้องรักเคารพยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ
122.-  ปัญหาของชาติ เราคนไทยทุกคนต้องร่วมใจกันแก้ มิใช่มาซ้ำเติมหรือทำลาย

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #568: 31 ธ.ค. 12, 09:33 น

123.-  เราก็จะรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งและหวงแหนของเราไว้
124.-  เราจงน้อมนำราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ
125.-  ข้าพเจ้าจะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีพ
126.-  ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ พระพลานามัยแข็งแรง
127.-  ขอบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
128.-  ขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์และแข็งแรงและขอให้พระองค์มีพระชนมายุยืนนาน
129.-  พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งตนเองเพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ
130.- กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
131.- ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เพื่อเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป
132.-  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
133.- หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น หยาดเหงื่อพ่อไหลรินรดแผ่นดินไทยทั่วหล้า หยาดเหงื่อซับน้ำตาชาวประชาทั้งแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่ไหลรินล้วนแต่สิ้นพระเมตตา ราดรดทั่วพาราชาวประชาได้ร่มเย็น
134.- เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
135.- ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
136.- ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหลวงทรงงานหนักก็เพื่อปวงชนชาวไทย..ทรงพระเจริญ
137.- เมืองไทยจะสงบสุขได้ด้วยพระบารมี..ทรงพระเจริญ
138.- เรารักเมืองไทย..รักสถาบันพระมหากษัตริย์
139.- การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้
140.- "พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ให้กับชาวไทย และทรงนำพา แนวทางพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคน"
141. - ขอทรงพระเจริญด้วยพระจตุรพิธพรชัยและพระราชสิริสวัสดิ์ทุกประการ
142.- ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
143.- พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
144.- ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง
145.- ทรงสร้างค่านิยมทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ
146.- ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
147.- ทรงสระหยาดพระเสโทเพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง
148.- รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง
149.- ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ของพ่อหลวง
150.- ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ

Guest
น้ำใต้ดิน
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #569: 31 ธ.ค. 12, 09:38 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
จระเข้ขวางคลอง
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #570: 31 ธ.ค. 12, 09:39 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
ฟักทอง
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #571: 31 ธ.ค. 12, 09:41 น

1. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
2. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
3. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
4.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
5.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
6.. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
7. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
8. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
9.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
10.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
11. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
12. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
13. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
14.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
15.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล
16. สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่พสกนิกรชาวไทยให้ความเคารพนับถือหากผู้ใดดูหมิ่นสถาบันนี้ผู้นั้นก็ไม่สมควรที่จะอยู่บนแผ่นดินไทย
17. ร่วมต่อต้านมารทำลายพวกขายชาติ
 ที่บังอาจจาบจ้วงลวงความเห็น
กล่าวดูหมิ่นราชวงศ์อย่างชัดเจน
อย่าใจเย็นอยู่เฉยเลยพวกเรา
18. ผู้ใดใส่ร้ายป้ายสีสถาบันเบื้องสูง ผู้นั้นเป็นคนที่ทำชั่วช้าเลวทรามมาก เรารักสถาบันสูงสุด รักแต่ปาก แต่ใจคิดทำลาย ดูแล้วเกิดความเศร้าเสียใจว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย เรารักพ่อหลวงคนเดียวไม่ได้หรือ ทำไมต้องทำลายแบบนั้น  อันนี้น่าคิด และขอฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยว่า ถ้าเรารักสถาบันอย่าคิดทำลายถ้าใครทำลาย เราต้องขจัดมันเสีย อย่าให้มันเป็นคนไทยในประเทศไทยเลย และถ้าใครคิดทำลายขอให้มันมีอันเป็นไป  ขอสาปแช่ง
19.  ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทยสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ขอให้แผ่นดินไทยไร้ซึ่งพวกหมิ่นสถาบัน ขยะของสังคมไทย
20.  ผู้ใดคิดร้ายทำลายชาติจะพินาศจนสิ้นดี ผู้ใดจงรักภักดีจะสวัสดีศรีมงคล

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #572: 1 ม.ค. 13, 08:41 น

1.- การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
2.- การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
3.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
4.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
5.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
6.- การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
7.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #573: 1 ม.ค. 13, 08:45 น

8.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
9.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้
ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
10.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
11.- “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
12.- “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...” “...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
13.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
14.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
15.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
16.- ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #574: 1 ม.ค. 13, 08:54 น

17.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบิน
พ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมี
ประสิทธิภาพ
18.- ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
19.- นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
20.- ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
21.- การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
22.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
23.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #575: 1 ม.ค. 13, 08:58 น

24.- “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗
25.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
26.- การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
27.- วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
28.- เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
29.- “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #576: 1 ม.ค. 13, 09:01 น

30.- มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
31.- ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
32.- งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน
33.- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทยเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
34.- งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #577: 1 ม.ค. 13, 09:03 น

35.- โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
36.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
37.- แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า
“ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่ พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #578: 1 ม.ค. 13, 09:07 น

38.- การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
39.- การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
40.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า“...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบ นี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
41.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย
42.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
43.- การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
44.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน
45.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
46.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า“...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้
ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #579: 1 ม.ค. 13, 09:14 น

47.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
48.- “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
49.- “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...” “...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
50.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
51.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
52.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเรื่องต้องพัฒนาทั้งคนและพื้นที่ โดยจะทรงพยายามให้ทั้งคนและพื้นที่ได้รับการพัฒนา พระองค์ตรัสว่า ถ้าพื้นที่ดี คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือคนเหล่านั้นที่เคยลำบาก ขณะเดียวกัน จะต้องพัฒนาคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย หากเป็นเช่นนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานก็จะมีการศึกษาดีและมีอาชีพที่มั่นคง พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาโดยให้คนยากจนออกไปจากพื้นที่ และนำคนที่พัฒนาแล้วเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน เพราะทรงเห็นว่า หากใช้วิธีนี้คนจนที่ลำบากจะไม่ได้รับการพัฒนา
53.- ในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” มีทั้งหมด ๗ โมเดล เป็นเครื่องช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่า โดยทรงจดสิทธิบัตรเมื่อปี ๒๕๔๕ นับเป็นเครื่องเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ในโลกที่จดสิทธิบัตร กังหันน้ำชัยพัฒนาได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล และได้นำไปใช้ไกลที่สุดในสวนสาธารณะกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
54.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเกษตรกรที่ต้องพบปัญหาไม่มีน้ำใช้ในการบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง จึงทรงคิดค้น “ฝนเทียม” ขึ้นเมื่อกว่า ๕๐ ปีมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในนาม “ฝนหลวง” เป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และเคมี จะได้ผลในบริเวณที่ยังมีความชื้นอยู่บ้าง ใช้เครื่องบินพ่นสารเคมีที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ในความสูงและพิกัดที่เหมาะสม เพื่อรวมความชื้นให้ตกลงมาเป็นฝนแต่ละสภาพสิ่งแวดล้อม (สภาพทางอุตุนิยม เช่น ทิศทางลม ความเร็วลม สภาพพื้นที่) ใช้สารเคมีไม่เหมือนกันงานที่ได้ผลคือ การทำฝนเทียมลงในอ่างเก็บน้ำ ช่วยให้ได้น้ำเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #580: 1 ม.ค. 13, 09:18 น

55.- ปี ๒๕๓๑ มีการจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสงขลา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดเพื่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ปี ๒๕๓๒ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย (หนองสนม) จังหวัดสกลนคร และการทดลองทฤษฎีใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นต้น
56.- นาข้าวทดลอง ในปี ๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวจัดทำนาข้าวทดลองปลูกข้าวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งทางราชการได้ขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ปลูกได้ส่วนหนึ่งไปใช้ใน
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดพันธุ์สำหรับไว้ใช้ในพระราชพิธีปีถัดไป
57.- ในปี ๒๕๐๘ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมารเจ้าชายอากิฮิโตะ ได้ทูลเกล้าฯถวายพันธุ์ปลาจากประเทศญี่ปุ่น (TilapiaNilotica) จำนวน ๕๐ ตัว พระองค์ฯ ทรงเลี้ยงไว้ในบ่อปลาภายในสวนจิตรลดา โดยทรงปล่อยปลาด้วยพระองค์ฯ เอง และได้พระราชทานชื่อปลาพันธุ์ใหม่ว่า “ปลานิล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์ปลานิลดังกล่าวแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์ทั่วพระราชอาณาจักร
58.- การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ โครงการพระราชดำริในด้านการเกษตรหลายโครงการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้มีการปลูกป่าควบคู่กันไปด้วยเสมอ และป่าที่ปลูกนั้นจะมีทั้งป่าไม้ยืนต้น ป่าไม้ผล และป่าไม้ใช้สอย เพื่อให้ราษฎรมีผลไม้บริโภคและมีไม้ใช้สอยตามความจำเป็น และยังเป็นการปลูกป่าเพื่อช่วยยึดหน้าดินไม่ให้น้ำเซาะพังทลาย และเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นของดินและอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นต้น
59.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน
60.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าที่ใดมีปัญหาเกิดขึ้น พระองค์จะทรงตามไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในประเทศนี้ ไม่ทรงหยุดที่จะทำ และทรงทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่เคยทรงคิดถึงความยากลำบาก ทุกนาทีของพระองค์ จะทรงคิดถึงประชาชนอยู่เสมอ ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และโชคดีที่มีพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่พึ่งเป็นพ่อของแผ่นดิน ผมพร้อมแล้วที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามคำพ่อสอนเพื่อให้พระองค์ทรงหายเหนื่อย
61.- “...ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น
เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน
ด้วยวิธีการที่ประหยัด ระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา
เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว
จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป...
การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัว
ให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง
ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า
ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน...”
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๗
62.- การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้อยู่ในสภาพที่จะมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมากที่สุด รวมทั้งควรจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากภาคเกษตร เช่น การอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังเช่นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสานต่องานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจวบจนปัจจุบัน

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #581: 1 ม.ค. 13, 09:21 น

63.- การเน้นมิให้เกษตรกรพึ่งพาอยู่กับพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า การพึ่งพาพืชเกษตรแต่เพียงอย่างเดียวจะเกิดความเสียหายง่าย เนื่องจากความแปรปรวนของตลาด และความไม่แน่นอนของธรรมชาติพระองค์จึงทรงมุ่งค้นคว้าทดลอง และวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และพืชสมุนไพร อาทิ พันธุ์ข้าวพระราชทานในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี ตลอดจนทรงศึกษาเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช รวมทั้งพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมเช่น โค กระบือ แพะ แกะ พันธุ์ปลา ฯลฯ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้ด้วยราคาถูกโดยใช้เทคโนโลยีที่ง่ายและไม่สลับซับซ้อน ซึ่งเกษตรกรจะสามารถรับไปดำเนินการเองได้
64.- วันที่ประเทศชาติมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความสุข แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนมีความทุกข์ พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่เคยทรงอยู่นิ่งเฉย เราจะเห็นพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้สภากาชาดที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ดูแลเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เราจะแบ่งกันชัดเจนเลย นอกจากนี้ ยังมีมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น The Greatest of the King และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นี้
เป็นน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบแก่ผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยทุกคน
65.- เราโชคดีมากที่เกิดมาเป็นคนไทย เนื่องจากคนไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยและคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุขของประชาชนเสมอมา ผมบอกได้เลยว่าไม่มีประชาชนประเทศไหนโชคดีเท่ากับประเทศไทย ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติ สาธารณภัย หรืออะไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่พระองค์ทรงรักเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่เคยเอาเปรียบประชาชน ทรงเป็นผู้ให้ ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนทั้งชาวไทยและชาวโลก
66.- “คิดดี ทำดี ได้ดี” คือสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมาตลอด การทำงานที่ดีต้องเริ่มต้นจากความคิดที่ดี เพราะเราคิดดีแล้ว เราก็ต้องทำให้ดี เมื่อคิดดี ทำดี จะได้ดีเมื่อไหร่ก็ต้องได้มูลนิธิฯ จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อนำพาความห่วงใยและความปรารถนาดีของพระองค์ไปสู่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยยึดมั่นในรับสั่งของพระองค์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกท้อแท้ ก็ให้นึกถึงพระองค์” และนี่ก็คือหน้าที่ของพวกเรา
67.- มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเหมือน “ไปรษณีย์” มีหน้าที่นำพาน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ และความห่วงใยประชาชนไปพระราชทานแก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ เช่น น้ำท่วม พายุ ดินถล่ม ไฟไหม้ อากาศหนาวจัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิฯ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่นำสิ่งของพระราชทาน อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ประสบภัยแต่ละประเภท ออกไปร่วมปฏิบัติงานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่จะฟื้นฟูการประกอบอาชีพให้กลับคืนเช่นเดิมหรือดีกว่าเดิม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว โดยการพิจารณาสงเคราะห์แก่เด็กที่ประสบสาธารณภัยให้ได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ด้วย
68.- ถุงยังชีพพระราชทาน... น้ำพระทัยและความเอื้ออาทรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่ามูลค่าของใน “ถุงยังชีพพระราชทาน” ที่ผู้ประสบภัยได้รับไปจะเพียงแค่ประทังชีวิต แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้รับคือ ความปรารถนาดีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความเอื้ออาทรและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ประสบภัยและได้รับความเดือดร้อน จะได้รับถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากความห่วงใยและน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน เวลาคนหมดหนทาง พอเขาได้อะไรมาค้ำชู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินก็จะมีแรงมาสู้ต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของทุกคน ผมจะบอกกับราษฎรว่า มูลค่าสิ่งของนั้นน้อยนิด แต่น้ำพระทัยเปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตาที่พระราชทานให้กับพวกเรา
69.- งานฎีการ้องทุกข์ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเฝ้าคอยรับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอยู่เสมอ จนถึงปัจจุบันยังคงมีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น ๆ ตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าราษฎรนั้นได้รับความเดือดร้อน ก็จะให้ความช่วยเหลือคลี่คลายปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดทำ “โครงการพระราชทานความช่วยเหลือ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพิ่มเติมจากขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ซึ่งหากพบว่าราษฎรรายใดยังมีความเดือดร้อนอยู่ จะส่งให้คณะกรรมการโครงการฯ พิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ อันเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในที่สุด นอกจากนี้ หากพบว่าราษฎรกลุ่มใดได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ แม้ว่าจะมิได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา โครงการฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ในเรื่องต่างๆ ทรงหาทางให้ราษฎรที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านี้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไปด้วย การที่มีราษฎรจำนวนมากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แสดงถึงความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตระหนักในน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่พระราชทานความช่วยเหลือต่อราษฎรของพระองค์ ประดุจบิดาที่ดูแลบุตรด้วยความรักและเมตตาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา โดยไม่เคยทรงเลือกว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ทั้งยังแสดงถึงความไม่มีช่องว่างระหว่าง “พระเจ้าแผ่นดิน” กับ “ราษฎร” ซึ่งไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้เสมอเหมือน

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #582: 1 ม.ค. 13, 09:25 น

70.- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิสายใจไทยเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ เพื่อช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บหรือพิการจากการปฏิบัติราชการสนามทั่วประเทศ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจในระหว่างการรักษา ช่วยติดตามทวงถามสิทธิราชการให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิล่าช้า สอบถามทุกข์สุข ให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพหรือการศึกษาแก่ทหารพิการและครอบครัว มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และสำหรับผู้บาดเจ็บทุพพลภาพให้รับเป็นรายเดือนตลอดชีพ
71.- งานคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเจ็บป่วยที่ยากจน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบในระหว่างเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่หน่วยแพทย์พระราชทาน หน่วยแพทย์ที่ตามเสด็จฯ แพทย์หลวงหรือผู้แทนพระองค์พบ หรือผู้ที่มีหนังสือมาขอพระราชทานการรักษาทั่วไปให้ความช่วยเหลือจัดส่งคนไข้เข้าโรงพยาบาล และติดตามผลระยะยาวไปจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา
72.- โรงงานแขนขาเทียมพระราชทาน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้น เพื่อให้บริการอวัยวะแขนขาเทียมสำหรับทหารพิการ ทั้งนี้ ในระหว่างฝึกหัดการใช้อวัยวะแขนขาเทียม และฟื้นฟูสมรรถภาพ จะได้พิจารณาความถนัดและความต้องการของผู้ป่วย เพื่อฝึกอาชีพต่อไป โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่ทหารผ่านศึกพิการภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย
73.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองประชาชนทุกคนเสมือนลูกหลาน พระองค์ทรงให้ความรัก ความห่วงใย ทรงให้ความสำคัญกับลูกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง หรือบนดอย ไม่ว่าจะยากดีมีจนไม่ว่าจะฉลาดมากหรือน้อย ไม่ว่าจะมีโอกาสมากโอกาสน้อย ทำให้พระองค์มีพระราชดำริว่าจะทำอย่างไรให้ลูกแต่ละคนสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้สูงสุด พึ่งตนเองได้ ผู้ที่มีพื้นฐานที่ดีมากอยู่แล้วก็ขอให้ต่อยอดขึ้นไปอีก เพื่อกลับมาช่วยคนอื่นช่วยสังคม เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงงาน ๔ โรงงาน ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และสำนึกอยู่เสมอว่าที่ได้รับโอกาสชีวิตอย่างนี้ เพราะว่าโรงเรียนพระดาบสมอบให้ จึงได้ตั้งแหล่งเรียนรู้คล้ายๆ โรงเรียนพระดาบสขึ้นในพื้นที่ด้วยพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงทราบว่าจะช่วยประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่อย่างไร ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้ลูกทุกคนสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว และช่วยสังคมได้ นับเป็นบุญของคนไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกแต่ละคนได้รับการพัฒนาสูงสุด และพระองค์ทรงหวังว่า ลูกบางคนเมื่อช่วยตนเองได้แล้วจะสามารถช่วยผู้อื่นต่อไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีความรู้ รัก สามัคคี
74.- แนวพระราชดำริด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า การให้หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก จะช่วยทำให้โลกนี้มีความสงบร่มเย็น และช่วยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ด้วยความสุข โดยทรงมีหลักการในการพระราชทานความช่วยเหลือว่า
“ให้ เพื่อให้ช่วยตนเองได้” ดังนั้น พระองค์จึงทรงมุ่งมั่นส่งเสริมฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ “พออยู่ พอกิน” และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นคงในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงในที่สุด นอกจากนี้ หากราษฎรประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือในทันทีทันใด จนอาจกล่าวได้ว่า เมื่อเกิดความทุกข์แก่ราษฎรขึ้น ณ ที่ใด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงประทับอยู่ ณ ที่นั้น หรือหากเสด็จฯ ไปช่วยเหลือด้วยพระองค์เองไม่ได้ จะทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่ทรงไว้วางพระทัยเดินทางไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันการณ์ โดยมีรับสั่งว่า “ไปให้ไว ไปให้ถึง ไปให้เร็ว”

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #583: 1 ม.ค. 13, 09:28 น

75.- การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับขั้น” อย่างบูรณาการ ซึ่งอาศัยความ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการ “รู้ รัก สามัคคี” ของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่ชุมชนและสังคมที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
76.- การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานโครงการใด โครงการหนึ่ง จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบทั้งจากข้อมูลเบื้องต้นจากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
77.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้ามดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างนั้นต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน... มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพื่อที่จะให้อยู่ในสภาพที่คิดได้... แบบนี้ เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...เอาตกลงรื้อบ้านนี้ ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
78.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริง
ของคนไทย
79.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารเพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนหรือความต้องการของสาธารณชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง...”
80.- การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ใครต่อใครบอกว่าขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เพื่อส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้...”
81.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม ได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่ง การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามชื่อของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเกื้อกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

Guest
น้ำพริก
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : อยากเห็นคนไทยรักกัน
        ความคิดเห็นที่ #584: 1 ม.ค. 13, 09:32 น

82.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ปัญหาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือเจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงตามธรรมชาติของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดยใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”
83.- การพัฒนาตามแนวพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“...การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพและตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะผู้มีอาชีพ และฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญในระดับสูงขั้นต่อไป...”
84.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกันแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ดังพระราชดำรัสดังนี้ “...คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณ
เป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
85.- “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓
86.- “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป...”
“...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้ว บ้านเมืองพัง ที่เมืองไทยพังมาเพราะมีทุจริต...”
พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖
87.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเคยมีพระราชดำรัสครั้งหนึ่งความว่า “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”
88.- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซึ้ง พร้อมทั้งสามารถปรับใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
รู้ : การที่เราจะลงมือทำสิ่งใดนั้น จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ถึงปัญหาและรู้ถึงวิธีการแก้ปัญหา
รัก : คือความรัก เมื่อเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรักการพิจารณาที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้นๆ
สามัคคี : การที่จะลงมือปฏิบัตินั้น ควรคำนึงเสมอว่า เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี


หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 23
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้