หน้า: 1 2 3

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: บ้าหมิ่นเพี้ยนจัดเช่นนี้มีหรือที่"นรกจะไม่กินหัว" คปร.มั่วยกมาร์ค"อภิสิทธัตถะ" !  (อ่าน 7884 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
คปร.ยกมาร์ค อภิสิทธัตถะ ตั้งใจดีเพื่อชาติ
http://www.thairath.co.th/content/pol/100266



ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) ยกย่อง มาร์ค "อภิสิทธัตถะ" เชื่อตั้งใจดีเพื่อชาติ ย้ำ การปรองดองต้องเริ่มที่นักการเมือง พร้อม แนะยึดหลักสามประการแก้ปัญหาแตกแยก...

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. 2553 ที่ รร.เมอร์ลิน บีช รีสอร์ท หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นประธานการสัมมนากรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในหัวข้อ “รวมพลังแก้ไขวิกฤตชาติ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. ช่วงเช้ามีการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยบนพื้นฐานความปรองดอง” โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.)
โดย นายไพบูลย์กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นกลไกและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ แต่พรรคการเมืองยังอ่อนแอ ไม่ได้เป็นเสาหลักให้กับบ้านเมือง บ้านเมืองจึงประสบกับวิกฤต พรรคการเมืองไม่ได้เป็นเสาหลักที่ดี เพราะนักการเมืองเป็นต้นเหตุและไม่สามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ เป็นคำถามให้เราต้องคิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีและหลายฝ่ายในสังคมมีความตั้งใจร่วมกันว่าจะต้องทำให้เกิดการปรองดองและปฏิรูป

นายไพบูลย์กล่าวว่า คำว่าปรองดองและปฏิรูปเป็นสองคำที่วนเวียนเวียนอยู่ในสังคม เพราะเราแตกแยกสับสนและเป็นปฏิปักษ์กันมามากพอและนานจนเกิดความรุนแรง แต่ถ้าเทียบกับหลายประเทศแล้ว วิกฤตประเทศไทยไม่ถึงกับรุนแรงเช่น แอฟริกาใต้ที่รบกันเป็นสิบปีฆ่าฟันกันจนล้มตายเป็นจำนวนมาก กระทั่งคิดได้ ทำให้สองฝ่ายหันมาเจรจาพูดคุยจนทำให้เกิดสันติภาพ เกิดการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่คนส่วนใหญ่พอใจ ได้ริเริ่มคณะกรรมาธิการค้นหาความจริงและสร้างความปรองดอง ซึ่งก็เหมือนกับประเทศไทย ที่ได้คณะกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบและค้นความจริงเพื่อความปรองดอง(คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน

ทั้งนี้ถ้าเทียบกับแอฟริกาใต้แล้ว เรายังไม่เกิดความชัดเจนมากนัก ก้ำกึ่งครึ่งๆ กลางๆ แต่นายกฯและรัฐบาลมีความตั้งใจ แต่นายคณิต จะสร้างการค้นหาความจริงได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าคิด ทั้งนี้นักการเมืองควรเป็นฝ่ายนำในการสร้างความปรองดอง แต่ต้องหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง และต้องกลับไปสู่หลักพื้นฐานโดยมีเพื่อนสนับสนุน ปัญหาวิกฤตเกิดจากนักการเมืองและมีประชาชนต้องเข้าไปสมทบจนกลายเป็นความแตกแยกไปทั่วประเทศ นายอานันท์ ปันยารชุน น.พ.ประเวศ วะสี และนายคณิตแก้ปัญหาไม่ได้

นายไพบูลย์กล่าวว่า หลักการแก้ปัญหามีหลัก 3 อย่างคือ

1.ต้องมีกระบวนการที่ดี มีการจัดขั้นตอนการสรรหาคนที่เหมาะสมจากจุดเล็กๆ นำไปสู่การขยับที่สูงขึ้น ไม่ใช่เริ่มต้นจากนายรัฐมนตรีไปเจรจากับกลุ่ม นปช.ซึ่งเป็นการทำที่ไม่มีกระบวนการเป็นการข้ามไปสู่สาระ ผลที่ออกมาคือไม่สามารถตกลงกันได้ บรรยากาศแทนที่จะดีกับไม่ดี เพราะมีการกล่าวหากันในที่สาธารณะ ต้องมีการสรรหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับให้ได้ และต้องหากติกาว่าจะใช้กติกาแบบไหน

2.ต้องทัศนคติซึ่งถือเป็นสามเส้า สันติวิธีป้องกันแก้ไขความขัดแย้ง ต้องมีทัศนคติที่เป็นบวก ไม่ถึงกับรักใคร่ปรองดองกัน แต่สามารถคุยกันได้ จากนั้นค่อยเริ่มคุยกันในประเด็นที่

3.คือ สาระ โดยเริ่มจากคุยกันจากเรื่องง่ายๆ ไป หากยากขึ้นไปและทำสัญญาประชาคม มีกลไกติดตามดูแลข้อตกลงให้มีความต่อเนื่อง แผนปรองดองเป็นแผนข้างเดียว คิดข้างเดียว ไม่ใช่ข้อตกลง จะมีฝ่ายต่อต้านไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา อะไรที่คิดข้างเดียวจะมีปัญหา ถูกต้องแต่เนื้อในยังมีปัญหา

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของ น.พ.ประเวศ วะสี ที่ใช้พลังทางสังคม พลังปัญญา และพลังอำนาจรัฐ เข้ามาช่วยการแก้ไขปัญหา เพราะความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ความขัดแย้งสามารถนำไปสู่การแปรเปลี่ยนไปสู่การสร้างสรรค์ จากสู้เป็นสร้าง เราต้องสร้างก่อนซ่อม หากเราสร้างก่อนซ่อมจะไม่มีคนตายกว่า 80 คน คนเจ็บเป็นพัน อาคารบ้านเรือนเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท การสร้างต้องลงทุนมาก ซึ่งรัฐบาลและนายกฯได้ลงทุนด้วยการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ และการมุ่งสู่การลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม ต้องเริ่มต้นจากตัวเรา ไม่ใช่ไปเสนอให้คนอื่นปฏิรูปแต่ตัวเองไม่ทำ ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะชี้นิ้วสั่งคนอื่นแต่ตัวเองไม่ทำอะไร

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการบรรยาย นายไพบูลย์ ได้กล่าวชื่นชมนายอภิสิทธิ์ว่า ส่วนตัวแล้วชื่นชมและให้ความเคารพนับถือนายอภิสิทธิ์ ที่กำลังสร้างความปรองดองมีปณิธานที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้ดีกว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นสัตตอภิสิทธิ์คือเป็นคนดี และถ้าทำได้สำเร็จคนเป็นสัตตบุรุษ ซื่อตรงตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่า สิทธัตถะ ที่แปลว่าผู้สำเร็จความมุ่งหมายซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรียกนายอภิสิทธิ์ว่า จาก “สัตตอภิสิทธิ์” เป็น “อภิสิทธัตถะ” ขอเอาใจช่วยนายกฯด้วยความจริงใจ และมีคนไทยจำนวนมากเอาใจช่วยนายกฯ แต่คนไม่ชอบนายกฯ ก็มี ซึ่งเป็นธรรมชาติ เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังมีคนไม่ชอบได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เอาใจช่วยนายกฯ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
"สิทธัตถะ อภิสิทธิ" พยามเปรียบแบบนี้ส่อความหมายอะไร บทความ โดย คุณสายลมรัก
http://webboard.news.sanook.com/forum/3181078

หึ หึ หึ หึ หึ สิทธัตถะ อภิสิทธิ
บทความ สายลมรัก
แหล่ง http://www.rajdumnern.net/showthread.php?tid=2211

"ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการบรรยายนายไพบูลย์ได้กล่าวชื่นชมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวแล้วชื่นชมและให้ความเคารพนับถือนายอภิสิทธิ์ที่กำลังสร้างความ ปรองดอง โดยมีปณิธานที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้ดีกว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นสัตตอภิสิทธิ์คือ เป็นคนดี และถ้าทำได้สำเร็จคนเป็นสัตตบุรุษซื่อตรงตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่าสิทธัตถะ ที่แปลว่าผู้สำเร็จความมุ่งหมาย ซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรียกนายอภิสิทธิ์ว่าจากสัตตอภิสิทธิ์เป็นอภิสิทธัตถะ ขอเอาใจช่วยนายกฯ ด้วยความจริงใจ และมีคนไทยจำนวนมากเอาใจช่วยนายกฯ แต่คนไม่ชอบนายกฯ ก็มี ซึ่งเป็นธรรมชาติ เพราะแม้แต่พุทธเจ้ายังมีคนไม่ชอบได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เอาใจช่วยนายกฯ"
http://www.ryt9.com/s/tpd/953548
---------------------------------------------------------------------------

อึ้งถึงอึ้งมากที่สุด

แรก ๆ อ่านข่าวก็นึกว่าเขาเขียนล้อเล่น.....
.

เมื่อนายไพบูลย์ วัฒนธรรมศิริ เปรียบเทียบนายอภิสิทธิ ถึงเรื่องปณิธานสู่การปฏิรูปประเทศให้ดีกว่า

โดยเปรียบไปถึง การเป็น สิทธัตถะ..


ผมไม่ใช่ว่าทนไม่ไหวกับ คำชม คำป้อยอ คำสรรเสริญ ยันไปถึงการเลียง่ามตีน จนไปถึงใช้ลิ้นเลียก้นหลังนายอภิสิทธิ "ถ่าย" เสร็จแล้ว

คงต้องบอกกันตรงไปตรงมาว่ามัน "ชินแล้ว" กับการโฆษณาชวนเชื่อ โปรประกันดา แทบจะตลอดเวลาที่ครองอำนาจ (หากจำได้ไม่ผิด นายอภิสิทธิ..ได้ใช้งบประชาสัมพันธ์สร้างภาพ สร้างภาพตัวเองมาตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่งแล้ว)

จนสื่อมวลชนพากันล้อเลียนว่า .."มาร์คโพเดียม"

คือพูดและโฆษณาอย่างเดียวโดยไม่ลงมือทำงาน

คุณนั่นก็ยังไม่เท่าไหร่นะ เพราะจริง ๆ แล้วธรรมชาติของพรรคนี้มันก็ NATO (No action talk only) มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่พอเห็นการยกยอปอปั้นกันจนตูดโด่ง...ไปถึงขั้นเทพระดับสิทธัตถะ มันอดที่จะออกมาเขียนสะท้อนถึงเรื่องนี้ไม่ได้ ในฐานะที่เป็นชาวพุทธเพราะ


"ผมสังเวชใจ"

"ผมเศร้าใจ"

"ว่าเดี๋ยวนี้ คนเราเป็นกันถึงขั้นนี้ได้เชียวหรือ"

สิทธัตถะ ไม่เคยพูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง หรือภาษาบ้าน ๆ เขาเรียก ดัดจริต (ขอร้องนะ อย่าถามผมว่า อภิสิทธิ เขา เคยดัดจริต เรื่องอะไร ผมไม่ตอบนะ เพราะมันมากจนผมไม่รู้จะเอานิ้วที่ไหนขึ้นมานับอีกถึงจะพอกับสิ่งที่เขา เคยดัดจริตเอาไว้)

สิทธัตถะ ไม่เคยสั่งฆ่า ประชาชน ในประเทศของตนเอง แล้วบอกว่าประชาชนยิงกันตายเอง

สิทธัตถะ ไม่เคยอาศัยอำนาจลูกปืน เป็นเกราัะเพื่อคุ้มกันการครองบังลังค์

สิทธัตถะเป็นผู้มีแต่ให้ เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้ที่ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี จนเป็นที่ประจักษ์ในประวัติศาสตร์ของโลก


แล้วอภิสิทธิหละ.......ไม่ต้องให้ชาวโลกเขาจดจำหรอก...เอาแค่ประเทศไทยนี่แหละ เขามองว่านอกจากจะไม่ใช่ สิทธัตถะอภิสิทธิแล้ว

เขายังมองกันว่าน่าจะเป็น "เดรัจฉานอภิสิทธิ" ดูจะเหมาะสมกว่า

เห็นนายไพบูลย์ออกมาชเลีย แบบไม่กระดากปากแล้ว

ได้แต่หัวเราะ หึ หึ หึ หึ แล้วก็บ่นพึมพัมในคอเบา ๆ ว่า

เรื่องแบบนี้มันทำได้ที่นี่ที่เดียวแหละ


"เพราะว่าที่นี่ คือเมืองไทย"
^
^
^
บทความของพี่สายลมรับค่อนข้างใช้คำแรง เลยต้องมีการดัดแปลงคำพูดเพื่อให้ลงได้ในเวบนี้

สาระของเรื่องคือ การโหมโฆษณาสื่อด้านเดียว หลังจากปิดกั้นสื่อฝั่งตรงข้ามไปจนหมด

การยกยอตอนนี้จะให้มา์ืร์คเป็นดังเทพสวรรค์ชั้นฟ้ายังไงก็ได้ในยุคสื่อด้านเดียวแบบนี้

แต่ตัวตนที่แท้จริงและเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว คือนายกมาร์คคนนี้ เป็นนายกที่สั่งเข่นฆ่าประชาชนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
KAWOP
คะแนนสะสม: 2709 แต้ม
ความคิดเห็น: 2,919
"สิทธัตถะ อภิสิทธิ" พยามเปรียบแบบนี้ส่อความหมายอะไร บทความ โดย คุณสายลมรัก
ตอบ #4 เมื่อ: 2 ส.ค. 10, 13:15 น

ตอบคุณ mae327

คนที่มาเป็นนายก ประชาชนมาเีรียกร้องยุบสภาเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่กลับเลือกใช้วิธีเอาทหารเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนอย่างอำมหิต

สำหรับผมถือว่ามาร์คไม่ใช่คนแล้วครับ น่าจะเป็นได้เพียงซาตานทรราชเท่านั้นเอง คุณเองก็หัดมองโลกให้กว้างด้วยน่าจะดี จะได้

ไม่หูเบาตามสื่อด้านเดียวของเผด็จการสมัยนี้ได้ครับ เตื่อนด้วยความหวังดี




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วิลลี่-หอย'หูชา รับสายด่วน ถูกฝากไล่รัฐบาล
http://www.thairath.co.th/content/pol/93991


"วิลลี่–เสนาหอย" หน้าเจื่อน มาช่วยรับโทรศัพท์สายด่วนสร้างความปรองดอง ถูกชาวบ้านโทรมาบ่น-ด่าการทำงานรัฐบาลจนหูชา เผยมีฝากไล่รัฐบาลให้ไปตาย ด้าน "พรทิวา" คุยฟุ้งประชาชนยังให้กำลังใจ...

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศโครงการ "6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย" เพื่อรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะจากประชาชนในการปฏิรูปประเทศไทยนั้น ยังคงมีรัฐมนตรี ศิลปิน ดารา มาร่วมรับสายโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ มีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, วิลลี่ แมคอินทอช และ "เสนาหอย" เกียรติศักดิ์ อุดมนาค พิธีกร ดารายอดนิยมตลอดจนคณะนางสาวไทย และดีเจคลื่นซี้ด (SEED) เดินทางมาร่วมรับสายโทรศัพท์

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ภายหลังการรับโทรศัพท์ วิลลี่ แมคอินทอช และเสนาหอย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ว่า "โดนด่าจนหูชา ส่วนใหญ่โทรศัพท์มาต่อว่าการทำงานของรัฐบาล บางสายพูดสั้นๆว่า ฝากบอกรัฐบาลด้วยว่า ไปตายซะ"

ขณะที่นางพรทิวา กล่าวว่า เท่าที่ได้รับโทรศัพท์รับฟังความเห็นจากประชาชน ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการทำกิน และหนี้นอกระบบ โดยในส่วนของหนี้นอกระบบนั้นแม้ว่าภาครัฐจะเปิดให้มาลงทะเบียน แต่ประชาชนอยากให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) มารับผิดชอบมากกว่าธนาคารออมสิน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาค่าครองชีพ เงินเดือนไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็มีประชาชนบางส่วนโทรศัพท์มาให้กำลังใจรัฐบาลด้วย และบอกว่าอยากให้อยู่นานๆ.




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
TimBerland
คะแนนสะสม: 10 แต้ม
ความคิดเห็น: 2


ต้องโหดร้ายขูดรีดเอาเปรียบได้เลวสุด ๆ อย่างนี้สินะ จึงชนะได้เป็นผู้ว่าแบงค์ชาติ!
http://webboard.news.sanook.com/forum/3163012
ตอบ #31 เมื่อ: 19 ก.ค. 10, 08:05 น

มันก็จริงอย่างที่เค้าโพสแหละ แต่ไม่มีใครทำอะไร ได้ แบ็คเค้า หย่ายยย


******************************************************
jrchai
คะแนนสะสม: 360 แต้ม
ความคิดเห็น: 1,659

ต้องโหดร้ายขูดรีดเอาเปรียบได้เลวสุด ๆ อย่างนี้สินะ จึงชนะได้เป็นผู้ว่าแบงค์ชาติ!
http://webboard.news.sanook.com/forum/3163012
ตอบ #32 เมื่อ: 19 ก.ค. 10, 17:01 น

ขอบคุณครับ คุณ TimBerland ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น เห็นด้วย
คนหนุนหลังเขาจะใหญ่โตร่ำรวยลาภยศถาบรรดาศักดิ์มากมายปานใด
ก็ไม่ใหญ่เท่าโลงศพ หรือรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชอย่างแน่นอน จริงไหมครับ
คนก่อเวรสร้างบาปกรรมหนักหนาสาหัสากรรจ์เช่นนี้ จะอยู่หรือจะตาย
ก็คงไม่พ้นเสียงก่นด่าสาปแช่งให้ตกนรกหมกอเวจีไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกต่อไป
ผมว่าคนเลว ๆ เช่นนี้ เราต้องประณามต่อต้านให้มาก ๆ เผื่อจะลดความหน้าด้านลงได้บ้างก็ยังดี
คุณว่าฉายาคนสารเลวเช่นนี้เหมาะสมดีแล้วหรือยัง

"จอมมารจอมโจรจอมกบฏคิดคดทรยศกดขี่ย่ำยีบีทากาลีบ้านกาลีเมือง"




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต้องโหดร้ายขูดรีดเอาเปรียบได้เลวสุด ๆ อย่างนี้สินะ จึงชนะได้เป็นผู้ว่าแบงค์ชาติ!
http://webboard.news.sanook.com/forum/3163012


(ตอบข้อความของคุณ 000001? ที่ถูกลบไป
เกี่ยวกับสังคมที่เละเทะกันทั้งนั้น และเรื่องการเกิดมาคนละชั้นกัน ?)


ผมว่าคนเราควรมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันครับ
ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ทุกคนมีสิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกัน
ในศาสนาพุทธก็ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นเช่นศาสนาพราหมณ์
คนวรรณกษัตริย์หากบวชทีหลังคนวรรณะศูทร ก็ต้องไหว้พระที่บวชก่อน
ทั้งนี้เพื่อทำลายทิฏฐิมานะความดื้อดึงถือตัวถือตนที่เป็นกิเลสหรือสนิมในใจเบื้องต้นทิ้งให้ได้ก่อน
สิ่งสำคัญคือหากเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ก็ควรมีจิตใจสูงสูงกว่าสัตว์เดรัจฉาน จริงไหมครับ
หากทำตัวเลวชาติเช่นสัตว์หรือแย่ยิ่งกว่าสัตว์ เขาก็เปรียบเช่นพวกตกอยู่ใต้อบายภูมิ 4
มีจิตใจเร่าร้อน ต่อให้อยู่บนกองเงินกองทอง ปราศจากความสงบสุขอย่างแท้จริง
ฉะนั้นคนเราเกิดมาควรเคารพนับถือกันที่การเป็นคนดีมีศีลธรรมเป็นหลักจะดีกว่า

[พจนานุกรม [อะบายยะพูม] น. ภูมิที่เกิดอันปราศจากความเจริญ มี ๔ คือ
นรก เปรตวิสัย อสุรกายภูมิ และกําเนิดดิรัจฉาน. (ป., ส. อปาย).]

คติ ๘ ภาษาคน-ภาษาธรรม
http://www.buddhadasa.com/dhamanukom/language30.html

คติทั้ง ๘ นี้ ก็มีพูดอย่างภาษาคน หรือภาษาสมมติของชาวบ้าน
นั้นอย่างหนึ่ง เมื่อพูด ภาษาธรรมของนักปราชญ์ของผู้รู้
โดยแท้จริงนั้นก็อีกอย่างหนึ่ง

ของ ๘ อย่างนี้ ถ้าพูดอย่าง ภาษาชาวบ้าน ที่เขาพูดทางศีลธรรม
ชักชวนให้กลัวบาปกลัวกรรม ตามแบบของชาวบ้านนั้น เขาก็พูด
เป็นบ้านเป็นเมืองเป็นโลก

นรก ก็คือเมืองนรก อยู่ข้างใต้ลงไปนี้ ร้อนเป็นทุกข์.

เดรัจฉาน คือ โลกของสัตว์เดรัจฉาน: วัว ควาย ช้าง ม้า เป็ด ไก่.

เปรต คือ สัตว์ที่ผอมโซ เพราะความหิว เจ็บป่วย ร่างกายเปื่อยเน่า
ผุพัง นี่เป็นพวกเปรต อยู่ในโลกที่มองเห็นได้ยากเหลือเกิน เพราะ
ไม่มีร่างกายที่ดูได้ง่ายๆ.

อสุรกาย คือ พวกที่ไม่เห็นตัวเลย ซ่อนตัวได้มิดชิด ไม่มีใครเห็นตัว
เรียกว่า อสุรกาย นี้ภาษาชาวบ้านพูด แล้วเขียนรูปภาพตามผนัง
โบสถ์เป็นอย่างนี้.

แต่ว่า ภาษาธรรม นั้น หมายอีกอย่างหนึ่ง
คือ เป็นสภาพ เป็นภาวะ- ทางจิตใจ เพราะเป็นภาษาจิตใจ
ก็ชี้ไปยังภาษาของจิตใจ หรือภาวะทางจิตใจ

นรก นี่คือ ภาวะที่กำลังร้อนใจ เป็นไฟเผาลน อยู่ในตัวคน

เดรัจฉาน คือ ความโง่ ที่มีอยู่ในตัวคน เพราะ สัตว์เดรัจฉาน
นั่นคือ โง่ ความโง่ นั้นมาอยู่ในตัวคน
โลกเดรัจฉาน มาอยู่ในใจคน ในตัวคน

เปรต คือ ความทะเยอทะยาน ความหิว ด้วยกิเลสตัณหา
ในนั่นในนี่ ในกามารมณ์ หรือ ในความหวัง อะไรก็ตาม
หวังจนนอนไม่หลับ หิวจนนอนไม่หลับ เปรียบเหมือนกับว่า
มีปากเท่ารูเข็ม มีท้องเท่าภูเขา
มันจะกินเข้าไปให้ทันได้อย่างไร มันก็หิวเรื่อย.

อสุรกาย คือ ความกลัว ความกลัวเป็นปัญหาใหญ่ รบกวนจิตใจ
เหลือเกิน นี่คือ อสุรกาย หรือ โลกของอสุรกาย ที่มันอยู่ในใจคน

นี่พูดอย่างภาษาผู้รู้ ทั้ง ๔ อย่างนี้ ทุคติทั้ง ๔ อย่างนี้
มีอยู่ในคน อยู่ในจิตใจของคน เมื่อพูดอย่างที่ชาวบ้านพูด คือ
ชาวบ้านเป็นผู้ที่เข้าใจเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ ก็เลยพูดให้มันเป็นวัตถุ
เป็นโลกทางวัตถุขึ้นมา โลกนรก โลกเดรัจฉาน โลกเปรต
โลกอสุรกาย อยู่ที่นั่นที่นี่ ทิศนั้นทิศนี้ มีอาการอย่างนั้นอย่างนี้

โดยเฉพาะ โลกนรกอยู่ข้างล่าง ข้างใต้สุดลงไป มีหลายชนิด
เหมือนกัน นรกล้วนแต่ร้อน ล้วนแต่เจ็บปวด คือเดือดร้อนทั้งนั้น
มันก็คือ คติที่จะต้องไปหรือการไป ไปสู่โลกนรกไปสู่โลกเดรัจฉาน
ไปสู่โลกเปรต ไปสู่โลกอสุรกาย นี้ก็ต้องถือว่าผิด ไม่มีใครต้องการ
ไม่มีใครปรารถนา ที่ไป ๔ แห่ง นี้เป็นทางผิด เรียกว่า ทุคติ.


ทีนี้ สุคติ ความเป็นมนุษย์เป็นเทวดา ๓ ชนิด รวมกันเป็น ๔ ชนิดนี้
เขาเรียกว่า สุคติ ยังน่าไป หรือ มันชวนให้ไป.

สำหรับความเป็นมนุษย์ นี้ พูดตรงกัน คือในโลกอย่างมนุษย์นี้
แต่ภาษาชาวโลกภาษาโลก เอาตัวแผ่นดินโลกนี้ เอาตัวคนที่สักว่า
เป็นคนนี้ เป็นมนุษย์โลก แต่ภาษาธรรมะ เขาเอาความหมาย หรือ คุณสมบัติของความเป็นคน ว่าเป็นมนุษย์ ว่าเป็นคน

อย่างเมื่อคุณบวช ถูกถามว่าเป็นมนุษย์หรือเปล่า
นี่มีความหมายพิเศษ เห็นอยู่โต้งๆ ว่า รูปร่างเป็นมนุษย์
ทำไมยังถามว่า เป็นมนุษย์หรือเปล่า?
ข้อนี้เล็งไปถึง คุณสมบัติอย่างมนุษย์ ความรู้สึกอย่างมนุษย์
ความต้องการอย่างมนุษย์ คุณมีหรือเปล่า?
นั่นแหละ คือ ความเป็นมนุษย์
มนุษย์ในภาษาธรรม มันหมายถึงอย่างนี้
ไม่ใช่ หมายถึง เกิดมามีรูปร่างอย่างนี้ หรือว่าอยู่ในโลกนี้.

ทีนี้ เทวดาในกามโลก ตามภาษาคน
ก็มีข้างบน เป็นสวรรค์ เป็นวิมาน มีเทวบุตร มีนางฟ้า
มีพระอินทร์ อะไรก็แล้วแต่ คือว่า เป็นกลุ่มของสัตว์ที่
สนุกสนาน สบาย สวยสด งดงาม อะไรนี่ นี่ภาษาโลกๆ ภาษาคน
ภาษาธรรมะ ภาษาของสติปัญญา ก็คือว่าภาวะที่กำลังสมบูรณ์
ด้วยกามารมณ์ คือของถูกอกถูกใจ ในเวลาใดเป็นอย่างนั้นเวลานั้น
เรียกว่า เป็นสวรรค์ชั้นกามาวจร ในจิตใจของคนนั่นเอง
เมื่อคนบางคน หรือว่า บางขณะก็ตาม เขามีโอกาสที่จะมี
ความเพลิดเพลิน อยู่ด้วยกามารมณ์ เวลานั้น ขณะนั้น ที่นั้น
เขาก็เป็นเทวดา ประเภท กามาวจร

เทวดาที่สูงขึ้นไป เป็น รูปพรหม นั้น เป็นเทวดาที่ไม่แตะต้อง
กามารมณ์ อยู่ด้วยวัตถุ รูปธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่บริสุทธิ์
เพลิดเพลินอยู่กับสิ่งนั้น ภาษาคนก็พูดไว้เป็นโลกอีกโลกหนึ่ง
สูงขึ้นไปอีก สูงขึ้นไปจากโลก อย่างที่เป็นอย่าง กามารมณ์นั้น
แต่ถ้าเป็นภาษาจิตใจ ก็หมายถึง จิตใจในบางครั้ง มันเกลียด
กามารมณ์ จิตใจสูง เกินกว่าที่จะไปรัก กามารมณ์ ในบางขณะ
ของคนเรานี้ ภาวะจิตอย่างนั้น เรียกว่า รูปพรหม เป็นได้น้อยๆ
ชั่วขณะก็ยังดี หรือ มันจะเป็น จนตลอดชีวิต ก็ได้ สำหรับบางคน
อยู่ได้ด้วยความผาสุก ไม่เกี่ยวข้องกามารมณ์ จนตลอดชีวิต จะ
อยู่ด้วย วัตถุสิ่งของ ที่เป็นที่พอใจ หรือว่า อยู่ด้วยสมาธิ ที่เกิด
มาจาผมปธรรม ที่เป็นอารมณ์ สบายอยู่ด้วยสมาธิ อย่างนั้น ก็
เรียกว่า รูปพรหม

เทวดาอันสุดท้าย ก็เป็น อรูปพรหม คล้ายๆ กัน แต่ไม่เอาสิ่งที่มีรูป
เป็นที่เพลิดเพลิน เอาสิ่งที่ไม่มีรูป เป็นนามธรรม ที่เกี่ยวกับสมาธิ
หรือ สมาบัติ เขาเอาความว่างเปล่า ไม่มีอะไร เป็นอารมณ์ ของ
สมาธิ แล้วจิตหยุดอยู่ด้วยความพอใจ ในความเป็นอย่างนั้น มันก็
สบายถึงที่สุด สูงสุดไปตามแบบของเขา

รวมความแล้วก็ว่า ถ้าพูดอย่างภาษาคน ภาษาชาวบ้าน ก็เป็นวัตถุ
เป็นโลก เป็นบ้าน เป็นเมือง ทั้ง ๘ แห่งนี้ ถ้าพูดอย่าง ภาษาธรรม
ภาษาจิตใจ ก็คือ ภาวะของจิตใจ ๘ ชนิด ที่มีอยู่ใน จิตใจของคน
คนนี่ มันเป็น เหมือนกับ มิเดียม ตรงกลาง จะเปลี่ยนเป็นอย่างไร
ก็ได้ ในที่สุด นับตัวเอง เข้าไปด้วย ก็เลยเป็น ๘ อย่าง ถ้าจะเอา
ความหมาย ให้ชัดเจน เฉพาะมนุษย์ นี้ก็คือ มนุษย์นี่ต้อง ลำบาก
พอสมควร เพื่อจะแลกเอา กามารมณ์ เอาสิ่งที่ตัวรัก ตัวชอบใจ
.......



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นรกมีจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 11:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มไอยากจะเชื่อแก่จนหัวไม่มีขนแล้วยังคิดไปได้ พูดออกมาได้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านรกกินกระบาลแน่( ไม่เชื่อลองดูที่กระบาลสิ )
ตายไปจะลงนรกขุมไหนล่ะนี่ บาปกรรมจริงๆยกตัวเสมอของสูงศาสดา ทั้งที่เป้นแค่พวกโลภมาก และพูดปลด ไปวันๆเท่านั่น
ขอให้ท่านไปที่ชอบที่ชอบเถิด สาธุ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ข้อเท็จจริงจากจตุพร ฯลฯ คลิป MP3 การปราศัยใหญ่
ณ สวนสยามที่ท่านควรทราบ ก่อแก้ว 4
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3174632.msg16097189#msg16097189

มาฟังข้อเท็จจริงจากจตุพร ฯลฯ นี้ดีกว่า เพื่อจะได้หูตาสว่าง
คลิป MP3 การปราศัยใหญ่ ณ สวนสยามที่ท่านควรทราบ
อย่าลืม ก่อแก้ว เบอร์ 4

("อย่างน้อยที่สุดเราก็พอมีความชุ่มชื่นอยู่มั่ง เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพราะ เราเป็นเจ้าของประเทศนี้เช่นเดียวกัน เราถูกกระทำอย่างอยุติธรรมที่สุด...
เราเกิดมาชาติหนึ่ง เราควรจะอยู่ด้วยความจริง แม้ว่าเป็นความจริงที่ขมขื่น ความจริงที่ต้องแลกกลับมาซึ่งความตายและการสูญสิ้นอิสรภาพ แต่เราจะยอมจำนน มันเท่ากับว่า เราทำให้ความจริงสูญหายไป เราได้เกิดมาและได้ร่วมต่อสู้กัน เราไม่เสียชาติเกิดแล้วครับพี่น้องทั้งหลาย"
จากคลิปการปราศรัยของจตุพร... นาทีที่ 52.18)


*** MP3...การปราศัยใหญ่..ณ.สวนสยาม..งับๆๆ ***
http://www.prachataiboard1.info/board/id/53232

Fri, 07/23/2010 - 22:55 | by ไทยสุริยะ | Report topic

http://www.mediafire.com/?sharekey=0ef815d36ac832687994be59d91b31fe1f3fee757fe7c32d0638535af86feadb6dd3d6%E2%80%8B8565fe9fd20b93e66a48a8792b


ก่อแก้ว.17-07-2010
Created 07/17/2010 | 0 Folders, 11 Files

ก่อแก้ว.18-07-2010
Created 07/18/2010 | 0 Folders, 7 Files

ก่อแก้ว.23-07-2010
Created 07/23/2010 | 0 Folders, 16 Files



2010-07-23.145353.Tong-Dee.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1.27 MB



2010-07-23.150724.Wurachai.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1.94 MB



2010-07-23.153155.Chumpu.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
821.44 KB



2010-07-23.154456.Tirong.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1013.81 KB



2010-07-23.155415.chwalis.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1.99 MB



2010-07-23.190446.Sunai.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
3.51 MB



2010-07-23.193925.Podpasom.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1.96 MB



2010-07-23.195744.Jirayut.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1.44 MB



2010-07-23.201217.Sunee.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
4.2 MB



2010-07-23.205144.Pischai.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
444.19 KB



2010-07-23.205558.Prompong.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1 MB



2010-07-23.210621.Thitima.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
1.04 MB



2010-07-23.211635.Vichaan.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
2.85 MB



2010-07-23.214631.Apivan.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
4.24 MB



2010-07-23.222522.Jatupong.mp3
Uploaded 07/23/2010
|
6.59 MB



2010-07-23.Charlame.wav
Uploaded 07/23/2010
|
4.79 MB



prev next
Showing items 1 through 16 out of 16 in this folder


char.2010-07-16..mp3
Uploaded 07/16/2010
|
5.03 MB

JJ.2010-07-16.210108.mp3
Uploaded 07/16/2010
|
5.97 MB

kasin.2010-07-16..mp3
Uploaded 07/16/2010
|
956.16 KB

kokeaw.2010-07-16..mp3
Uploaded 07/16/2010
|
556.78 KB

pom.2010-07-16.200056.mp3
Uploaded 07/16/2010
|
2.49 MB

raka.2010-07-16.193859.mp3
Uploaded 07/16/2010
|
1.62 MB

sura.2010-07-16..mp3
Uploaded 07/16/2010
|
1.37 MB



vichar.2010-07-16.202438.mp3
Uploaded 07/16/2010
|
3.89 MB

vorawut.2010-07-16..mp3
Uploaded 07/16/2010
|
1.99 MB
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ภาพและคลิปเสียงMP3 การปราศรัยจากเวทีลำพูนครับ
(จากคุณ Puk_Lannaและคุณ ไทยสุริยะ)
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3179788.msg16097233#msg16097233


เวทีลำพูน กับเสียงโห่ร้อง เมื่อนักปราศรัย วิ่งไปเฉียด คนที่เรารู้ว่าเป็นใคร
Sat, 07/31/2010 - 08:36 | by บังสุกุล | Report topic
http://www.prachataiboard1.info/board/id/54148


เนื่องจากกระทู้นี้จะอยู่ไม่นานเดี๋ยวเวปก็ปิดแล้ว จึงขอโพสต์สั้นๆเพราะจะมีพรรคพวกมาโพสต์ลาบอร์ดเต็มไปหมด

คุณๆสังเกตุหรือไม่ เวลานักพูดที่เป็นนักต่อสู้ในแนวปฏิวัติ เช่น สส.สุนัย พูดบนเวที เมื่อพูดไปเฉี่ยวคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร
เสียงโห่ร้องต้อนรับจะกึกก๊องกว่าปกติ ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ บอกนัยยะว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ การต่อสู้ จะเข้มข้นรุนแรง
อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะคุณและผมก็รู้ว่า เป็นใครนั้น จากอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่เปลี่ยนแปลง อำมหิตอย่างไรก็เสมอต้นเสมอปลาย

ได้รัฐบาลคิดถึงแต่การกอบโกยกินแล้ว น่าเอาไปทำปุ๋ยให้หมด ความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองไม่มีเลยจริงๆ จ้องแต่จะหยุดการหมุนของ
โลกาภิวัฒน์ที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ตัวถ่วงโลกถ่วงประเทศจริงๆ


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Comment #510162 by speedhorse | Sat, 07/31/2010 - 09:19 | Report comment

ไฟล์เสียงที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ขอขอบคุณ ไทยสุริยะ ที่ไปถ่ายทอดสดให้พวกเราครับ
http://www.mediafire.com/?sharekey=sus7yk09ctoh9


1 ดนุพร ปัณกัณฑ์ 30-7-20010 .mp3
Uploaded 07/30/2010 7.73 MB

10 เลขาสุณีย์ เหลืองวิจิตร ลำพูน 30-7-2010mp3.mp3
Uploaded 07/30/2010 12.65 MB

11 สส.วิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ลำพูน 30-7-2010 mp3.mp3
Uploaded 07/30/2010 13.4 MB

2 พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ ลำพูน 30-7-2010 .mp3
Uploaded 07/30/2010 | 9.62 MB

3 อนุดิษฐ์ นาครทัพ 30-7-2010.mp3
Uploaded 07/30/2010 | 13.25 MB

4 สส.สุรพงษ์ โตวิจักชัยกุล จากลำพู 30-7-2010 .mp3
Uploaded 07/30/2010 | 6.12 MB

5 สส.วิรุฬ สส.สุนัย จากลำพูน 30-7-2010.mp3
Uploaded 07/30/2010 | 51.08 MB

6 สส.เฉลิม อยู่บำรุง ลำพูน 30-7-2010 mp3 เเก้แล้ว.mp3
Uploaded 07/30/2010 | 34.12 MB

6 สส.เฉลิม อยู่บำรุง ลำพูน 30-7-2010.mp3
Uploaded 07/30/2010 | 32.34 MB

7 สส.อภิวรรณ วิริยะชัย 30-7-2010 .mp3
Uploaded 07/30/2010 | 26.76 MB

8 จตุพร พรหมพันธ์ 30-7-2010.mp3
Uploaded 07/30/2010 | 41.55 MB

9 สส.ประสิทธิ์ วุฒินันท์ชัย 30-7-2010 mp3.mp3
Uploaded 07/30/2010 | 4.57 MB

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ภาพประกอบจากกระทู้นี้ครับ (มีภาพประกอบหลายภาพครับ)


ภาพจากลำพูนเมื่อคืนค่ะ
http://www.internetfreedom.us/showthread.php?tid=1703
Yesterday, 08:22 PM



ภาพจากลำพูนเมื่อคืนค่ะ
ขอเอาข้อความของท่านโจว มาไว้อีกทีค่ะเพราะอ่านแล้วเป็นเช่นนี้จริงๆ เมื่อคืนนี้ ประทับใจสุดๆค่ะ มีภาพที่เก็บมาจากกล้องราคาถูกๆ แต่ก็พอดูได้นะคะ ไม่ใช่มืออาชีพ เผอิญตากล้องเทพของเราท่านไปช้าค่ะ ไปตอนสองทุ่มกว่าๆแล้ว เดี๋ยวสายๆจะไปเอารูปมาให้ดูค่ะ ตอนนี้ดูของปุ๊กไปก่อนนะคะ แก้เหงาแก้ขัด


ตลาดสดอันกว้างใหญ่ไพศาล เนืองแน่นไปด้วยคนใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สีแดง
ล้นออกไปถึงลานจอดรถ กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง มากมายล้นหลาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสียงขานรับเวลา สส.พูดโดนใจ
ดังกระหึ่มกึกก้องกัมปนาท ดังจะประกาศให้ฟ้าดินรู้ว่า
"กูยอมตาย แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์และสิทธิ์แห่งความเป็นมนุษย์"
"กูขอสู้ตายเพื่อประชาธิปไตย และความเป็นธรรม"

นึกไม่ถึงเลยว่า กาลเวลาแห่งความสูญเสีย พลัดพราก ถูกกระทำย่ำยีเพิ่งผ่านไปไม่นาน
พลังชีวิตจะกลับมาฮึกเหิมได้ปานนี้
ฮึกเหิมเพราะตระหนักแน่แก่ใจแล้วว่า
ชาตินี้จะไม่มีวันได้รับความเป็นธรรมจากการร้องขอ อ้อนวอน
มีแต่ต้องรวมพลังของกันและกัน ผนึกแน่นด้วยหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียว
แล้วสู้ สู้ สู้ เท่านั้น จึงจะสามารถทวงคืนความเป็นธรรมให้แก่ตนเองและลูกหลานได้

อันนี้เป็นบรรยากาศตอนประมาณ 4 โมงเย็นซึ่งก็มีพี่น้องเสื้อแดงเยอะแล้วเหมือนกันค่ะจากการสอบถามมาทราบว่า เก้าอี้มีประมาณ 5000 ตัวค่ะ ตกดึกเต็มแน่นไปหมดค่ะ
Puk_Lanna


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บรรยากาศพรรคเพื่อไทย ลำพูน 2010-07-30

http://www.youtube.com/watch?v=q4O_NaGW4nU



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มไอยากจะเชื่อแก่จนหัวไม่มีขนแล้วยังคิดไปได้ พูดออกมาได้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านรกกินกระบาลแน่( ไม่เชื่อลองดูที่กระบาลสิ )
ตายไปจะลงนรกขุมไหนล่ะนี่ บาปกรรมจริงๆยกตัวเสมอของสูงศาสดา ทั้งที่เป้นแค่พวกโลภมาก และพูดปลด ไปวันๆเท่านั่น
ขอให้ท่านไปที่ชอบที่ชอบเถิด สาธุ


มีคนแก่อีกหลายต่อหลายท่านครับที่เราเคยให้ความเคารพนับถือว่าเป็นคนดี
แต่ที่แท้กลับกระทำผิดศีลผิดธรรม เอาความรู้ไปรับใช้พวกเผด็จการกบฏ
บ้านเมืองจึงไม่เป็นปกติและขาดความสงบสุขเนื่องจากหาความเป็นธรรมไม่ได้
ตอนน้องมาร์ค 11 ออกความเห็นด่าอภฺิสิทธิ์ ก็มีคนถล่มน้องเขาเสียจนย่ำแย่
แต่ตอนนี้ ดูสิ สื่อเงียบเป็นเป่่าสาก ทั้ง ๆ ที่มีคนไทยนับถือศาสนาพุทธทั่วประเทศกว่า 90 %
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอแนะนำกระทู้ล่าสุดนี้ด้วยครับ

คุณหนูเสี่ยปั้นปั้นหน้าตายปฏิเสธลั่นไม่ยุ่งการเมือง
แต่เรื่องทำนาบนหลังคนถนัดนัก


http://webboard.news.sanook.com/forum/3170256_คุณหนูเสี่ยปั้นปั้นหน้าตายปฏิเสธลั่นไม่ยุ่งการเมือง_แต่เรื่องทำนาบนหลังคนถน.html

กรณ์สวนหมัดเสี่ยปั้น แนะเลิกฟันส่วนต่าง ดบ.บนหลัง ปชช.
http://www.jjthai.net/articles/43


กรณ์ สวนกลับ บัณฑูร ยันให้เสียสละหั่น สเปรด ดบ.กู้-ฝาก เพราะต้องการให้มีส่วนร่วมกันรับผิดชอบสังคม ตอกแบงก์พาณิชย์ ลดส่วนต่าง ดบ.กู้-ฝากให้ลูกค้าได้เองอยู่แล้ว เพราะคุมส่วนแบ่งการตลาด ไม่ต้องไขสือรอแบงก์รัฐชี้นำ ส่วนข้อเสนอให้หารือแบงก์ชาติ แทรกแซงอัตรา ดบ.นั้น ขอรับไว้พิจารณา "วิโรจน์" แฉที่มาส่วนต่างดอกเบี้ยถ่าง พบขูดรีดสูงถึง 5% เพราะแบงก์เอาต้นทุนนำส่งกองทุนฟื้นฟู-ค่าบริหารหนี้เสีย นำมาหักดอกเบี้ยฝาก-โปะใส่ดอกเบี้ยกู้ แนะเลิกโยนความรับผิดชอบต้นทุนตังเองเป็นภาระให้ลูกค้า

วันนี้ 22 มกราคม 2552 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่สถาบันการเงินเอกชน แนะนำให้ธนาคารของรัฐนำร่องลดช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงิน ฝาก (สเปรด) โดยระบุว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดส่วนใหญ่นั้นเป็นของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสถาบันการเงินเอกชนควรลดช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝากได้เลย ไม่ต้องรอธนาคารของรัฐ และการริเริ่มหลัก ควรมาจากธนาคารพาณิชย์เอง

"กรณี สเปรดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบธนาคาร ผมมองว่ายังมีส่วนต่างสูงเกินไป และต้องการเรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ ร่วมมือในการปรับลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลงอีก เพราะเห็นว่า สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทุกฝ่ายควรต้องช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคม และทำในสิ่งที่คิดว่าจะช่วยได้"

รม ว.คลัง ยืนยันว่า สิ่งที่ได้นำเสนอไปเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตุ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์กำหนด สเปรดระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝากให้เกิดความเหมาะสม เพราะมองว่าหากธนาคารพาณิชย์กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้สูง และมีผลทำให้สเปรดของดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝากห่างกันมาก ท้ายที่สุดแล้วจะมีผลกระทบกับลูกค้าของธนาคาร และในระยะยาวอาจจะกระทบมาถึงธนาคารเองด้วย

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงแนวคิดที่ธนาคารพาณิชย์ ต้องการให้กระทรวงการคลังหารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแทรกแซงอัตราดอกเบี้ยนั้น ตนเองคงจะรับไว้ เพื่อพิจารณา ส่วนมาตรการกระตุ้นธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์จะเป็นการช่วยเหลือการจ้างงาน และธุรกิจภาควัตถุดิบ ส่วนกรณีที่อุตสาหกรรมอื่นต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือนั้น คงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมก่อน

สำหรับข้อเสนอของนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่ต้องการให้ธนาคารของรัฐเป็นฝ่ายนำร่องลดดอกเบี้ย หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนั้น รมว.คลัง กล่าวว่า ธนาคารของรัฐมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชนและลูกค้าอยู่แล้ว และส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่กว่า 80% จะอยู่ที่ธนาคารพาณิชย์

สำหรับ ผลประกอบการปี 2551 ของธนาคารพาณิชย์ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ 11 แห่ง ปรากฎว่า มีกำไรสุทธิ 8 หมื่นล้าน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1,458% ธนาคารที่มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นมากสุดเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์คือ ธนาคารหลวงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ตามลำดับ ส่วนธนาคารกสิกรไทยกำไรทั้งสิ้น 1.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.75% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 7%


นาย วิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน โดยยืนยันว่า มีการเอาเปรียบลูกค้าทั้งลูกค้าเงินฝากและลูกค้าเงินกู้ เห็นได้จากส่วนต่างดอกเบี้ย ที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศ โดยปัจจุบันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 5% สูงเป็นอันดับ 2 ในประเทศอาเซียน เป็นรองแค่อินโดนีเซียเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ไทย มักอ้างว่าได้ส่วนต่างดอกเบี้ยแค่ 2.5% เท่านั้น อีก 2.5% ที่เหลือเป็นต้นทุนการบริหารงาน เรื่องดังกล่าว ตนถือว่าไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพราะธนาคารไม่จูงใจให้ผู้ฝากเกิดการออม ส่วนผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่แพง

นาย วิโรจน์ ระบุว่า ต้นทุนการบริหารงานในความหมายของแบงก์ คือ การรวมเอาเงินนำส่งเงินกองทุนฟื้นฟู 0.4% กับค่าบริหารหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) อีก 0.8-1.0% การนำสองส่วนนี้มารีดจากดอกเบี้ยถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะสองส่วนดังกล่าวโดยเฉพาะค่าบริหารเอ็นพีแอลถือเป็นความรับผิดชอบของ แบงก์ หากเกิดหนี้เสียสิ่งที่ต้องทำคือการเพิ่มทุน แต่แบงก์ไม่ยอมเพิ่มทุน

นาย วิโรจน์ กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า หากธนาคารไม่นำเงินนำส่งเงินกองทุนฟื้นฟู กับค่าบริหารหนี้เสียมารวมเป็นต้นทุน ดอกเบี้ยลูกค้าเงินกู้ในปัจจุบันลงได้ประมาณ 0.5% ส่วนผู้ฝากเงินก็จะได้ผลตอบแทนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 0.4%



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กระทู้แนะนำครับ

ต้องโหดร้ายขูดรีดเอาเปรียบได้เลวสุด ๆ อย่างนี้สินะ
จึงชนะได้เป็นผู้ว่าแบงค์ชาติ!
http://webboard.news.sanook.com/forum/3163012

เบื่อคำโฆษณาสร้างภาพมายาจอมปลอมหลอกลวงผู้คนให้หลงเชื่อโดยไม่รู้จักละอายใจ
"บริการทุกระดับประทับใจ" ที่แท้กลายเป็น "บริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตาย"
ในเมื่อนายประสารไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ร้องเรียนมากว่า 5 ปีนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่เป็นธรรม
แล้วอย่างนี้ยังมีหน้ามาเสนอหน้าเป็นผู้ว่าการแบงค์ชาติโดยไม่รู้จักละอายแก่ใจตัวเองบ้างเลย
อีกไม่กี่วันก็จะออกจากกสิกรไทยไปแล้ว ปัญหาก็ยังคาอยู่ แล้วจะมาสู้หน้าผู้ร้องเรียนได้อย่างไร
ศักดิ์ศรีว่าที่ผู้ว่าการแบงค์ชาติคนใหม่ จะหาได้จากที่ไหนกัน น่าขายหน้าเสียจริง ๆ

เบื่อหน่วยงานของรัฐที่ทำงานสนองนโยบายเฉกเช่นขี้ข้าสอพลอไร้ประสิทธิภาพไร้จุดยืน
เบื่อนักการเมืองที่ไร้ความกล้าหาญในการยืนหยัดเพื่อต่อสู้ให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เบื่อผู้นำหลักการเสื่อม ไร้คุณธรรม ห้ำหั่นเข่นฆ่าเพื่อนร่วมชาติอย่างป่าเถื่อนไร้ความปรานี
เมื่อไรเราถึงจะมีคนดี ๆ มีความกล้าหาญที่สามารถยืนหยัดต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นธรรมในสังคมให้คงไว้
เมื่อไรบ้านเมืองจึงจะสงบสุข มีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงเสียที

กรุณาอ่านข้อมูลที่เรียบเรียงอย่างดีจากกระทู้ข้างล่างนี้ประกอบด้วย

นี่หรือว่าที่ผู้ว่าการแบงค์ชาติ ?
แค่ปัญหาลูกค้าเล็ก ๆ ที่ร้องเรียนมากว่า 5 ปี
ยังไม่มีปัญญาแก้ไขได้เลย
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3155947.0;all


จากกระทู้ประกอบข่าวข้างล่างนี้ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง ?
มิน่าล่ะ วันนี้โทรไปหาผู้รับเรื่องโกหกและปัดอย่างมะนาวไม่มีน้ำว่า
ไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 เรื่อง ร้องเรียนธนาคารกสิกรไทยและธนาคารต่าง ๆ
ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ผู้นี้ มีการเจรจากับผู้จัดการเขตให้ระงับหนังสือร้องเรียนไว้ก่อน
แต่ผมโทรแจ้งยืนกรานไปว่าให้ดำเนินการตามที่ร้องเรียนไว้ดังเดิม
มิหนำซ้ำเจ้าหน้าที่นี้ยังรีบยุติตัดบทการสอบถามขอคำตอบโดยให้ผู้ร้องคิดเอาเองเสียอีกด้วย
โทรหาหน้าห้องท่านผู้ว่าการฯ ว่าเจ้าหน้าที่ไม่เป็นกลางและไม่ใส่ใจในเรื่องที่ร้องเรียน
ขอพบผู้ว่าก็อ้างมีคิวเยอะ ผู้ที่มีอาวุโสเหนือกว่าผู้ที่รับเรื่อง ก็ให้ชื่อและเบอร์ไว้ แต่ไม่ยอมโอนให้
จึงต้องโทรไปใหม่ ปรากฎว่าท่านไม่อยู่ ไปต่างประเทศ กว่าจะกลับก็อีกหนึ่งอาทิตย์
ให้ต่อรองผู้ว่า ก็แกล้งไม่รับสาย โทรไปติด แต่กเลขาหน้าห้องรองผู้ว่าซึ่งน่าจะรู้เรื่องดีก็กดทิ้ง
โทรหาผู้จัดการเขตก็อ้างติดประชุมทุกครั้ง และยังไม่มีคำตอบที่ชอบด้วยเหตุผลให้อยู่ดี
ถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ เหมือนเช่นทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยมีเจตนาไม่ชอบมาพากล
แล้วหากว่าที่ผู้ว่าแบงค์ชาติท่านใหม่ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย
มารับตำแหน่งเมื่อไร
ท่านจะกล้าสั่งให้ดำเนินการลงโทษธนาคารกสิกรไทยตามเรื่องที่ร้องเรียนมากว่า 5 ปี หรือ ?
(รวมทั้งแบงค์อื่น ๆ ตามข้อมูลที่บรรจุไว้ในซีดีด้วย)


ร้องKBank แกล้งเอาเปรียบมา 5 ปี
+ร้องแบงค์ชาติและสคบ.กว่า 3 ปี+สนุก 5 เดือน เหมือนไร้ผล
http://webboard.news.sanook.com/forum/3140735


ร้องเรียนKBankกลั่นแกล้งเอาเปรียบมาประมาณ 5 ปี
+แบงค์ชาติและสคบ.กว่า 3 ปี+สนุก 5 เดือน ดูเหมือนไร้ผล


สืบเนื่องมาจากการร้องเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดอาชญากรรม-สังคมของเว็บสนุกมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 5 เดือน โดยมีกระทู้หลักว่า

กลยุทธการบริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตาย
ของธนาคารกสิกรไทยที่ท่านควรทราบ ?
http://webboard.news.sanook.com/forum/2970966.html

และได้แตกกระทู้ออกไปอีกประมาณ 40 กระทู้ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการพิจารณาให้เป็นประเด็นร้อนสุด ๆ มาโดยตลอด มีคนสนใจเข้ามาอ่านรวมเกินกว่า 130000 ครั้ง ต่อมาได้ถูกลบออกไปหมด จนปัจจุบันนี้มีกระทู้เหลืออยู่เพียง 3 กระทู้ดังนี้

ขึ้นบอร์ดกระทู้แนะนำแล้ว ! พวกสันดานแบงค์
อภิสิทธิ์ชน พรรคประชาวิบัติ ใครเลวกว่ากัน ?
http://webboard.news.sanook.com/forum/3042091_ขึ้นบอร์ดกระทู้
แนะนำแล้ว_!_พวกสันดานแบงค์_อภิสิทธิ์ชน_พรรคประชาวิบัติ_ใครเล.html


ประกาศ ! กระทู้ KBank และ... ที่โดนลบ
ได้เขียนใส่ CD ส่งถึงผู้ว่าการแบงค์ชาติเรียบร้อยแล้ว
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3055870

เทวดามีจริงหรือ ?- ฉีกหน้ากากเทวดา
+คลิปตาสว่าง+กระทู้แนะนำโดยสมาชิก
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3064283


หลังจากหยุดโพสต์มานานหลายเดือนเพราะต้องการรอคำตอบจากท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและสคบ. ก่อน จนกระทั่งวันที่ 1 มิถุนายน 2553 จึงได้รับหนังสือตอบอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2553 จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนกลับไปใหม่ดังนี้


(อ่านต่อด้านล่างเนื่องจากจำนวนคำเกิน 6000 ตัวอักษร)

ส่วนทางสคบ.เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่า ให้ยุติเรื่องสั้น ๆ จะทำหนังสือแจ้งให้ทราบ รอมาร่วม 2 อาทิคย์แล้วก็ยังไม่ได้รับ หากได้รับเมื่อไรก็จะดำเนินการร้องเรียนแย้งกลับเช่นเดียวกับที่ทำกับแบงค์ชาติเช่นกัน จึงได้ตัดสินใจตั้งกระทู้นี้เพื่อชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกที่เคยติดตามกระทู้ผมมาโดยตลอด รวมทั้งเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่สนใจ จะได้รับทราบ และช่วยกันออกความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป


กระทู้โปรด-27-2-2553




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

2 มิถุนายน 2553
เรื่อง ร้องเรียนธนาคารกสิกรไทยและธนาคารต่าง ๆ
เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือที่ฝวต.(43) 292/2553 เรื่องร้องเรียนธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2553
ตามที่ท่านได้มีหนังสือตอบเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2553 นั้น ข้าพเจ้าเพิ่งได้รับเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนนี้เองซึ่งการตอบครั้งนี้ถือว่าล่าช้ามาก (กว่า 5 เดือน) และไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ ตามการร้องเรียนทั้ง 3 ครั้ง (23 ธันวาคม 2552 11 มีนาคม 2553 และ 1 เมษายน 2553) ของข้าพเจ้าแต่อย่างไร การที่ท่านได้ส่งหนังสือตอบจากทางกสิกรไทยแนบมา 2 ฉบับนั้น ( 22 ตุลาคม 2552 และ18 ธันวาคม 2552) ก็เป็นคำตอบที่ข้าพเจ้าได้โต้แย้งทั้งทางตรงและทางโทรศัพท์มาหลายครั้งหลายหนแล้วว่าไม่ตรงจริง ขาดความจริงใจ และตอบไม่ตรงประเด็น นอกจากนี้ คำร้องเรียนของข้าพเจ้าพร้อมข้อมูลตามกระทู้ที่ตั้งในบอร์ดแสดงความคิดเห็นใน www.sanook.com นั้น นอกจากจะเป็นการร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องที่ข้าพเจ้าถูกธนาคารกสิกรไทยฯ กลั่นแกล้งเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมจนข้าพเจ้าต้องสูญสิ้นลูกค้าและไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยทางธนาคารมีจุดมุ่งหมายที่จะยึดทรัพย์สินเพื่อดำเนินการขายทอดตลาดและขูดรีดเอาเปรียบดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับนาย.......... น้องชายของข้าพเจ้าตามรายละเอียดในหนังสือร้องเรียนกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อประกอบกระทู้ กลยุทธการบริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตายของธนาคารกสิกรไทยที่ท่านควรทราบและธนาคารกสิกรไทยรีดเลือดกับปู ซื้อทรัพย์สินที่ยึดมาในราคาถูกมาก ขายได้ทุนคืน แล้วยังมาทวง ข้าพเจ้ายังมีข้อร้องเรียนภาพโดยรวมของธนาคารต่าง ๆ ที่คิดจ้องแต่จะหาช่องทางเอารัดเอาเปรียบลูกค้าอย่างสุด ๆ อีกมากมายด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกฎกติกาสัญญาเพิ่มเติมตามใจชอบ ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างเงินฝากและเงินกู้มากเกินไป การเพิ่มค่าธรรมเนียมการให้บริการแบบมัดมือชก เช่น บัตร ATM การทำประกันในรูปแบบต่าง ๆ การออกหนังสือรับรองต่าง ๆ ฯลฯ การใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลูกค้าให้เสียค่าธรรมเนียมฟรี ๆ โดยไม่ได้อะไรเลย (ดังที่ข้าพเจ้าโดนมาแล้ว 2 ครั้ง เสียค่าประเมิน 2 ครั้ง แทนที่จะได้กู้เพิ่ม กลับโดนหั่นวงเงินเดิมขณะที่กำลังต้องการเงินหมุนเวียนเพิ่มจนต้องสูญสิ้นลูกค้าหมด และมีอีก 2 ราย ที่เสียค่าธรรมเนียมประมาณ 200,000 บาทโดยไม่ได้เงินกู้ ตามข้อมูลในแผ่น CD) ฯลฯ การที่ท่านได้ให้ฝ่ายกฎหมายของทางธนาคารพิจารณามาเป็นเวลานานและการที่ข้าพเจ้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมมาเกินกว่า 3 ปี แล้วท่านได้แต่ตอบมาสั้น ๆ ว่า หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบหลักฐานว่า ธนาคารกสิกรไทย ฯ มีการกระทำที่อาจเข้าข่ายการปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินภายใต้อำนาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย จักได้พิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป ท่านคิดไหมว่าผู้ร้องเรียนจะรู้สึกอย่างไร การที่ข้าพเจ้าร้องเรียนแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจนแล้วว่า กรณีที่ทางธนาคารกสิกรไทย ฯ โฆษณาว่า “บริการทุกระดับประทับใจ” แต่ในความเป็นจริงที่ข้าพเจ้าได้รับคือ “บริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตาย” ตามกระทู้ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งไว้ว่า “กลยุทธการบริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตายของธนาคารกสิกรไทยที่ท่านควรทราบ” ซึ่งรวมทุก ๆ กระทู้ที่แตกออกไป มีคนอ่านกว่า 130,000 ครั้งได้ และเกือบทุกกระทู้ที่แตกออกไปก็ได้รับการยกขึ้นเป็นประเด็นร้อนสุด ๆ ในเว็บดังกล่าว หรือการลงข้อความในหนังสือรายงานประจำปีว่าธนาคารกสิกรไทย ฯ บริการโดยมีจริยธรรมและคุณธรรม แต่กลับทำตรงกันข้าม อย่างนี้ยังไม่ถือว่าธนาคารไม่ผิดสัญญาอีกหรือ ถ้าหากธนาคารกสิกรไทย ฯ เป็นธนาคารเถื่อนให้กู้ให้บริการนอกระบบและไม่มีโฆษณาเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็คงจะไม่มีข้อสงสัยค้างคาใจหรือติดใจที่ต้องร้องเรียนอีกต่อไป
ปัจจุบันนี้ท่านคงทราบดีว่าประเทศไทยปกครองโดยอำนาจดำมืดเผด็จการ ไร้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง รัฐบาลปัจจุบันนี้ก็มีรากเหง้ามาจากเผด็จการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยิ่งการกระทำของรัฐบาลล่าสุดที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะกรณีการสั่งทหารมาเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าอย่างป่าเถื่อนโหด***มอำมหิตผิดมนุษย์มนาจนได้รับการตั้งฉายาว่า “รัฐบาลเผด็จการทรราชชาติชั่วมือเปื้อนเลือด” ข้าพเจ้าจึงไม่ประสงค์ให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีภาพลักษณ์เลวทรามต่ำช้าดังเช่นที่รัฐบาลเป็นอยู่นี้ การส่งเสริมให้ธนาคารต่าง ๆ เอารัดเอาเปรียบประชาชนจนเกินกว่าเหตุ เท่ากับเป็นการซ้ำเติมประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นไปอีก โคลงกลอนและเพลงที่ข้าพเจ้าแต่งตามที่ได้แสดงในกระทู้นั้น เป็นการสะท้อนภาพให้เห็นได้เป็นอย่างดี หากท่านไม่ทำหน้าที่ที่ควรทำเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีไว้ ต่อไปท่านจะมีความภาคภูมิใจได้หรือในฐานะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยผู้ทรงเกียรติ หรือท่านต้องการให้มีคนประณามดังเช่นคุณนะฮะที่มาตอบกระทู้หนึ่งดังนี้




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นะฮะ
ระวังน้า คุณหนูเสี่ยปั้นKbank แบงค์ต่าง ๆ ทำเยี่ยงนี้ มีหรือที่เปตนรกอบายภูมิจะไม่ถามหา
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3008259.new#new


คุณ Jr......
คนพวกนี้..เขาไม่ได้นับถือศาสนาเหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป....เขาจึงไม่เกรงกลัวนรก หรือบาปกรรมใด ๆ.....
แต่คนพวกนี้..เขานับถือ สตังค์ สรณัง คัจฉามิ.. .ต่างหากล่ะ......
คุณไปร้องที่แบ้งค์ชาติ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย......
ผมก็ยังเห็นว่า....แบ้งค์ชาติ..นั่นแหละตัวดีเลยหละ.......
ผู้ว่าการแบ้งค์ชาติ นั้น เป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน...อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย...
และกองทุนฟื้นฟูฯก็ไปตั้งบสส. หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ชื่อต่าง ๆ ขึ้นมา...แล้ว บสส.เหล่านั้น..ก็ไปนำเอาสินทรัพย์ที่มีปัญหาจากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ มาขูดรีด...ทุกวิถีทางเอาจากคนไทยตาดำ ๆ ที่เป็นลูกหนี้....ของธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ แล้วประสบเคราะห์กรรมทางเศรษฐกิจ...
บริษัทบริหารสินทรัพย์ฯ จึงมีสถานะเป็นสถาบันการเงินของรัฐ เพราะมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด ..คณะกรรมการบอร์ดใหญ่ก็ได้แก่ปลัดกระทรวงการคลังและ อธิบดีฯต่าง ๆ ในกระทรวงการคลัง ส่วนผู้จัดการ หรือผองส่วนต่าง ๆ ก็คือ คนที่มาจากธนาคารแห่งประเทศไทยแทบทั้งสิ้น....
โดยหนี้สินที่ลูกหนี้คงค้างชำระ..ซึ่งอาจเหลือเพียง 25 % ของยอดเงินกู้เดิม แต่ลูกหนี้ต้องถูกบริษัทบริหารสินทรัพย์ฯขูดรีดไปสูงถึง 8-900 % ของหนี้ค้างชำระทีเดียว....
หากไม่ให้ก็จะถูกฟ้องขับไล่ให้โยกย้ายออกจากบ้านตนเอง.....หรืออาจถูกจับตัวจำขังฐานขัดคำสั่งศาลได้......
ปีศาจ...ทั้งน้าน....แหละคุณเอ้ย.......!!!!!!( อ้อ..ผู้ว่าแบ้งค์ชาติ กินเงินเดือน ๆ ละกว่า 2 ล้านบาท...ส่วนรองฯ หรือตำแหน่งอื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันลงมา....แต่หากทำงานผิดพลาดทำให้ประเทศเจ้งบ้งเสียหายไปนับหลายแสนล้าน....ก็ไม่ต้องชดใช้ใด ๆ....เพราะไม่มีปัญญาชดใช้....)

ข้าพเจ้าขอยืนกรานในการร้องเรียนต่อไปจนกว่าท่านหรือท่านผู้ว่าการท่านใหม่จะให้ความเป็นธรรมทั้งการร้องเรียนเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม ขอให้ท่านกรุณามีคำสั่งการให้ส่วนงานหรือหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ความร่วมมือในการช่วยแก้ไขปัญหาตามหนังสือร้องเรียนและ/หรือข้อมูลดังที่ปรากฏอยู่ใน CD ที่ข้าพเจ้ามอบให้ ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะกรุณาให้ได้คำตอบที่ชอบด้วยเหตุผลและชอบธรรมโดยเร็วด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
jrchai
ร้องKBank แกล้งเอาเปรียบมา5ปี+ร้องแบงค์ชาติและสคบ.กว่า3ปี+สนุก5เดือน เหมือนไร้ผล
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3140735.0;all
ตอบ #33 เมื่อ: 26 มิ.ย. 10, 11:01 น


ก็ในเมื่อคุณไม่สนใจอ่านกระทู้ที่ผมตั้ง แล้วยังมาแสดงความคิดเห็นเสมือนตาบอดคลำช้างเสียยืดยาว จะใช้ได้ที่ไหน คุณมัวแต่เดาสุ่มสี่สุ่มห้า ไร้ความเข้าใจในหลักการที่ถูกต้องของการเสนอความคิดเห็นขั้นพื้นฐาน ผมว่าเสียเวลาเปล่า หากคุณโหลดกระทู้ที่ผมแปะไว้ให้ไปอ่านศึกษา คำตอบจะมีอยู่ในนั้นมากมาย และมีสาระมากจนคุณอาจคาดไม่ถึงเสียด้วยซ้ำไป การที่ผมยอมเสียสละเวลามาตั้งกระทู้เพื่อให้คนรับรู้ความไม่ดีไม่งามและการเอารัดเอาเปรียบของแบงค์อย่างต่อเนื่องนั้น คุณเองก็น่าจะทราบดีว่า น่าจะมีผลดีผลร้ายอย่างไร ไม่เช่นนั้น คุณก็คงไม่เสียเวลามาตอบโต้สะเปะสะปะอย่างนี้หรอก
รูปแบบของคนที่มาโต้กับผมนั้นมีสารพัดอย่างซึ่งคุณสามารถหาอ่านได้ในกระทู้ที่ผมแนะนำ และอย่ามาดูถูกดูแคลนว่าเป็นการด่าไร้สาระเด็ดขาด แค่หัวข้อการร้องเรียนทั้งส่วนตัวและส่วนรวมนั้น ก็นับว่ากระทู้นี้เต็มไปด้วยสาระอยู่แล้ว ทำไมคุณไม่ลองโหลดมาอ่านและศึกษาดูล่ะ รับรองว่าจะเกิดประโยชน์อย่างแน่นอน

คุณคิดว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมได้เสนอไปเป็นเรื่องไร้สาระหรืออย่างไร
-การหัก 50-100 บาท/เดือน เป็นการเก็บค่ารักษาบัญชีที่ค้ากำไรเกินควรด้วยเจตนาจะล้างบัญชีจนลูกค้าตายจากไป เงินที่ดูดเลือดไปจากประชาชนเข้ากระเป๋าแบงค์ไปเป็นเงินเท่าไร นับไม่ถูก
-ส่วนต่างดอกเบี้ยมากเกินควร ส่วนหนึ่งมาหักค่าเสียหายใช้หนี้ที่แบงค์ทำเจ๊งเองตอนเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ
แล้วเวลากำไร ทำไมแบงค์ไม่แบ่งคืนประชาชนหรือผู้ฝากเงินบ้างหรือไม่ เงินแค่ 0.5-1 % แบงค์ก็ได้เงินจำนวนมหาศาลแล้ว
-บัตรเอทีเอ็มขึ้นจาก 100 บาท เป็น 200 บาทแบบมัดมือชกด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกลสารพัดที่งัดเอามาใช้ ฟาดกำไรเพิ่มไป 100 %
-ตู้รับฝากเงินสดกินเงินคราวละ 100 500 หรือ1000 บาท หากไม่ร้องเรียน เข้ากระเป๋าใคร หากมีหลายร้อยหลายพันตู้ จะเป็นเงินเท่าไร มีการตรวจสอบแก้ไขตู้ทั้งหมดให้มีสภาพดีแล้วหรือยัง รวมทั้งตู้เอทีเอ็มที่เสียในบางครั้งด้วย ร้องเรียนกว่าจะได้คืนยากลำบากมาก
-วันดีคืนดีเงินในบัญชีถูกอายัดเกลี้ยงทั้ง ๆ ที่ต้นเหตุมีแค่หนึ่งในสี่ ไม่มีวันคืน 3 ส่วนให้ แม้จะชี้แจงด้วยเหตุด้วยผลอย่างไรก็ไม่รับฟัง
-อยู่ดี ๆ เรื่องยังไม่สิ้นสุด ก็มาขอให้เขียนหนังสือยอมให้หักเงินในบัญชีหมุนเวียนไปครึ่งหนึ่ง ในขณะที่มีเงินเหลืออยู่น้อยมากอยู่แล้ว
-เงินประกันอัคคีภัยยังทำเกินกว่าเงินกู้ถึง 7 เท่า ก็ทำมาแล้ว บ้านที่อยู่เฉย ๆ ก็ทำแบบประกันธุรกิจเสียเกินจริงกว่า 10 ปี ทำประกันเกินยอดที่กู้แบบจำยอม
-สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทประเมินหลักทรัพย์ ในอดีตเจอแบงค์ทำเองประเมินต่ำติดดินอย่างไร ปัจจุบันก็เฉกเช่นเดียวกัน เอาเปรียบอย่างสุด ๆ
-ยึดหลักทรัพย์ลูกค้า แล้วขายทอดตลาดเอง ประเมินเองต่ำ ๆ ขายได้เงินทุนคืน แล้วยังมาทวงหนี้เท่าเดิมอีก
-หลอกลูกค้าเสียค่าประเมินค่าใช้จ่ายฟรีโดยไม่แจ้งให้ทราบว่า แบงค์ประเมินได้มากน้อยเพียงไรไม่สามารถให้กู้ได้ ใช้กฎที่ไร้ความเป็นธรรม
-บวกดอกเบี้ยบัญชีใหม่มากกว่าบัญชีเดิมถึง 1.75 เป็นปี ๆ หากไม่รู้ไม่ทักท้วง ก็ต้องจ่ายไปเรื่อย ๆ
-เงินกู้ผ่อนหมด ไม่ปรับเป็นโอดีให้ตามสัญญาถึง 2 ครั้ง ต้องทักท้วงจึงจะได้ ฯลฯ

-การยอมพวกโจรกบฏรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นรัฐาธิปัตย์
-รัฐบาลไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่งตั้งกันเองโดยการบีบบังคับ ไร้ความชอบธรรม
-รัฐบาลและผู้บงการเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า ทั้ง ๆ ที่ในสงครามเขายังยกเว้น
-ตุลาการยอมรับโจรกบฏรัฐประประหาร ไม่สามารถฟ้องร้องได้ ไร้ความเป็นธรรมจนได้รับฉายาตุลาการวิบัติ ฯลฯ


ฉะนั้น คราวหน้าคราวหลัง อย่าได้มาติเรือทั้งโกลนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีเสียก่อนจะดีกว่า หากไม่รู้จริงก็น่าจะเจียมตัวสักนิดก็ยังดี เรื่องบัตรเครดิตนั้นก็อิงกับบัญชีแบงค์อยู่และผมไม่เคยมีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้นตลอดกว่า 21 ปีที่เปิดบัญชีมา ไม่เชื่อก็ถามแบงค์ดูได้ อย่ามาเนียนอิงแอบเข้าข้างแบงค์และดิสเครดิตผมจะดีกว่า โคลงกลอนต่าง ๆ นั้น ผมกลั่นออกมาจากใจตามความเป็นจริง น่าจะแสดงให้เห็นชัดแล้วนะครับทุกวันนี้ ใคร ๆ เขาก็รู้กันว่าโจรครองเมือง ตุลาการวิบัติ รัฐบาลฆาตกรมือเปื้อนเลือด ความเป็นธรรมแทบหาไม่ได้ ยิ่งมาเจอแบงค์สันดานชั่วอีก ใครจะรับไหว ก็ต้องมาประจานให้เพื่อน ๆ ที่คิดเหมือนกันได้รับรู้เพื่อช่วยกันต่อสู้ต่อต้านให้ถึงที่สุด หรือคุณจะยอมเป็นขี้ข้าพวกชั่วช้าสารเลวเหล่านี้ ให้กระทำการย่ำยีโกงกินตามอำเภอใจ จนบ้านเมืองฉิบหายตำตาตำใจอีกต่อไปโดยไม่ทำอะไรบ้างเลยหรือ ช่วยตอบผมให้ชื่นใจสักนิดก็ยังดี

******************************************************

ขอแนะนำกระทู้ที่รวมเอาความคิดเห็นสำคัญ ๆ
จากกระทู้ต่าง ๆ หลายสิบกระทู้ที่แตกออกไปมารวมกัน
ท่านที่สนใจสามารถที่จะดาวน์โหลดได้ จากลิ้งค์ที่ให้ไว้ข้างล่างนี้ครับ
ใช้โปรแกรม winrar แตกไฟล์ จะได้ 13 แฟ้ม
แฟ้มที่ 1-12 ต้องใช้โปรแกรม OPERA ที่ว่างเปล่า ไม่มีการเปิดเว็บใด ๆ ค้างไว้ จึงจะเปิดได้
(โหลด opera ฟรีได้จากลิ้งค์นี้ครับ
http://www.opera.com/download/)

ส่วน แฟ้มที่ 13 นั้น เปิดโดย browser ใด ๆ ก็ได้

กลยุทธการบริการเอารัดเอาเปรียบจนกว่าลูกค้าจะตายของธนาคารกสิกรไทยที่ท่าน
ควรทราบ
http://www.mediafire.com/?oiynzncah3m#2




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
jrchai

ร้องKBank แกล้งเอาเปรียบมา5ปี+ร้องแบงค์ชาติและสคบ.กว่า3ปี+สนุก5เดือน เหมือนไร้ผล
http://webboard.news.sanook.com/forum/3140735
ตอบ #6 เมื่อ: 22 มิ.ย. 10, 13:34 น


ยังไม่จบเรื่องอีกหรอเนี้ย

ลองไปร้องเรียนที่หนังสือพิมพ์มั้งยัง ธนาคารหลายๆทนาคารก็พักพวกกันทั้งนั้น ตอนนี้ไม่ว่าจะกี่เสียงความเดือดร้อน มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

ตอนนี้ มหาอำนาจ ครองเมือง คนมือเท้าครบ32 เดือดร้อนอย่าหวังว่ามันจะช่วย ขนาดคนพิการเดือดร้อนเรื่องอาชีพทำกินที่ถูกพักพวกกันแย่งอาชีพคน

พิการ มันยังไม่สนใจเลย ไล่ตะคลุบจับเข้าคุกหมด ประเทศไทยตอนีมีแต่พวกบ้าอำนาจ แย่ที่สุด

สู้มันต่อไปนะ


ขอบคุณครับ คุณ จขกท ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจเป็นอย่างดี
เรื่องนี้คงอีกยาวนานครับกว่าจะจบ
เพราะพวกสันดานเจ้าพ่อมาเฟียแบงค์นั้นอิงกับอำนาจเผด็จการมืดดำที่ชั่วร้ายดังที่คุณทราบดี
ตราบใดที่บ้านเมืองปกครองโดยพวกโจรกบฏเผด็จการทรราชชาติชั่วมือเปื้อนเลือดไร้คุณธรรม
ซ้ำยังใจดำโหด***มอำมหิตบงการสั่งเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าอย่างเลือดเย็นที่สุด
รวมทั้งการตามล้างตามผลาญล่าสังหารใส่ร้ายป้ายสีคนดี ๆ อยู่เช่นนี้
คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะยอม จึงต้องออกมาร่วมมือร่วมใจกันแสดงพลังเรียกร้องต่อสู้ต่อต้านให้ถึงที่สุด
จนกว่าจะได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและความเป็นธรรมกลับคืนมาด้วย

สำหรับเรื่องส่วนตัวผมนั้นเป็นเรื่องเล็กครับ แต่เรื่องส่วนรวมนั้นสำคัญกว่ามากมายนัก
ทางธนาคารเจ้าเล่ห์จะเสนอลดดอกเบี้ยเงินกู้ชดเชยความสูญเสียให้ 1 % คืนเงินที่หั่นไปโดยไม่ชอบธรรม
รวมทั้งคืนเงินค่าประเมินที่ดินที่บริษ้ท PROGRESS APPRAISAL ประเมินที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก
และไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพราะสมรู้ร่วมคิดกับแบงค์กสิกรไทยเพื่อต้องการเอาเปรียบและปฏิเสธการกู้เงินเพิ่มจากหลักทรัพย์เดิม
โดยทางธนาคารมีเงื่อนไขให้หยุดร้องเรียนเรื่องทั้งหมดที่จะทำให้ธนาคารเสียหาย และไม่ขอกู้เพิ่มอีกต่อไป

ซึ่งผมทำไม่ได้เนื่องจากเรื่องส่วนตัวนั้น 2-3 เรื่ือง ตามที่เรียกร้องนั้น
เป็นสิ่งที่ทางธนาคารสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องรีบทำอยู่แล้ว
-การลดดอกเบี้ย 1 % นั้น จริง ๆ แล้ว ทุกธนาคารสมควรลดให้ผู้กู้ทั่วทั้งประเทศด้วยซ้ำไป
เพราะธนาคารเอาเปรียบจากการลดดอกเบี้ยเงินฝาก 0.5 %และเงินกู้ 0.25 % มา 3-4 ครั้ง รวม 0.75-1 % อยู่แล้ว
-ส่วนเงินที่หั่นไปโดยไม่ชอบธรรมนั้น ตราบใดที่ธนาคารไม่คืนให้
ก็ไม่สามารถที่จะโฆษณาว่าแบงค์มีคุณธรรมจริยธรรมอีกต่อไป
-เรื่องเงินค่าประเมินที่ดินที่จะเจรจาคืนให้แล้วให้ยุติเรื่องนั้น แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว
และเป็นส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสคบ.
-ส่วนการกู้เงินเพิ่มเติมที่แบงค์ปฏิเสธมาโดยตลอดนั้น ตอนนี้ผมสูญลูกค้าไปหมดแล้ว
และไม่มีแก่ใจที่จะคิดทำอะไรในตอนนี้เพราะมีรัฐบาลเผด็จการทรราชชาติชั่วมือเปื้อนเลือด
โคตรชั่วแสนห่วยแสนเลวทรามต่ำช้าหน้าด้านไร้ยางอาย
ถ้าหากวันข้างหน้าผมมีโครงการดี ๆ มาเสนอ ก็ควรพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล
ไม่ใช่มาสั่งห้ามเสนอหรือหากเสนอครั้งเดียวไม่ผ่านก็ให้ยุติ
อย่างนี้เท่ากับแสดงว่าธนาคารชอบใช้อำนาจเผด็จการที่ไม่ชอบธรรม
สนองตามนโนบายกลั่นแกล้งเอาเปรียบลูกค้าอย่างสุด ๆ ดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ซึ่งนับว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง


สำหรับเรื่องส่วนรวมนั้น เช่น
-การคืนเงินที่หักโดยมิชอบจากบัญชีกระแสรายวัน 100 บาทต่อเดือน
และ 50 บาทต่อเดือนจากบัญชีออมทรัพย์ และควรยกเลิกกฎนี้ทิ้งไปเสีย
-ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากมากเกินไป อย่างน้อยควรลดเงินกู้ลงอีก 1 %
-ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ธนาคารเพิ่มเอาเองตามใจชอบแบบมัดมือชก
-บัตรเครดิต บัตร ATM
-เครื่องรับฝากเงินสดกินเงิน ตู้ ATM
-การใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกผู้กู้ให้เสียค่าธรรมเนียมเกินจำเป็น เสียค่าประเมินฟรีแล้วไม่อนุมัติ
เสียค่าประกันเพิ่มโดยใช่เหตุ ฯลฯ
-รวมทั้งเรื่องปลีกย่อมอีกมามายในแผ่น CD เช่น การให้บริการไม่ดี
การให้ข้อมูลไม่ชัดเจนทำให้ลูกค้าเสียหาย
การเอารัดเอาเปรียบลูกค้าอย่างหน้าด้าน ๆ ให้มากที่สุด
การสร้างความรำคาญขายโน่นขายนี่เพื่อสร้างยอดและผลงาน
การมีทัศนคติจิ้งจอกเจ้าเล่ห์โกหกหน้าตายไร้ยางอายไร้คุณธรรม ฯลฯ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กระทู้นี้โดนมือร้ายลบอีกแล้วครับ ?
ประกาศ ! กระทู้ KBank และ... ที่โดนลบ
ได้ เขียนใส่ CD ส่งถึงผู้ว่าการแบงค์ชาติเรียบร้อยแล้ว
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3055870
(กระทู้นี้เคยได้รับการเลือกเป็นกระทู้แนะนำโดยสมาชิก
แล้วก็โดนปลดออกตามที่ผมเอ่ยไว้ข้างบนนี้)


สนใจอ่านกระทู้ที่มีสาระและป็นประโยชน์ประกอบกระทู้นี้ได้เป็นอย่างดี ดาวโหลดได้จากที่นี่ครับ

ประกาศ กระทู้ KBank แตกไฟล์ได้ 2 แฟ้มครับ
http://www.mediafire.com/?nkymnkrzk5d#2

โหลดแฟ้มเต็มครบถ้วนแฟ้มเดียวได้ที่นี่ แต่ต้องใช้โปรแกรม OPERA เปิดครับ
http://www.mediafire.com/?jthihnzfnzj



jrchai
Level 11
ความคิดเห็น: 1,368

ประกาศ ! กระทู้ KBank และ... ที่โดนลบ
ได้เขียนใส่ CD ส่งถึงผู้ว่าการแบงค์ชาติเรียบร้อยแล้ว
เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 20:42 น


วันนี้ผมถือว่าเป็น โอกาสอันดีที่จะประกาศแจ้งให้เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้ทราบว่า
กระทู้ ต่าง ๆ ในเว็บบอร์ดสนุกที่ผมตั้งมารวมมากกว่า 40 กระทู้ ตั้งแต่วันที่ 27-10-52 เป็นต้นมา
แม้ว่าจะถูกร้องเรียนให้ลบความคิดเห็นจนหมดเกลี้ยง ไปแล้วโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงก็ตาม
แต่โชคยังดีที่ผมได้ทำสำเนาไว้ เกือบครบหมดทุกความคิดเห็นก่อนหน้าที่จะโดนลบรวมประมาณ 243 MB
จึงได้ ตัดสินใจทำการเขียนใส่แผ่น CD ส่งถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยถึงที่ด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พร้อม ทั้งแนบเอกสารข้อเท็จจริงอ้างอิงประกอบกระทู้ที่ตั้งต่าง ๆ หลายฉบับด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
หนังสือที่ส่งให้สคบ.หลังจากการเจรจาไกล่เกลี่ยที่ไม่ เป็นผลกับธนาคารกสิกรไทยเมื่อวันที่ 11-02-53
ข้อมูลการประเมินที่ต่ำ กว่าความเป็นจริงมากของบริษัทประเมินทรัพย์สิน PROGRESS APPRAISAL
หนังสือ ตอบจากสมาคมธนาคารไทยกรณีการหักเงิน 50-100 บาท โดยมีเจตนาจะล้างบัญชีอย่างไม่เป็นธรรม
หนังสือการเอาเปรียบด้านการ ประเมินค่าประกันอัคคีภัยล่าสุด 2 ครั้ง
หนังสือรายละเอียดข้อมูลที่ส่ง ให้กับบริษัทข้อมูลเครดิตในรอบปีที่ผ่านมา
ที่แสดงยอดคงเหลือ ณ สิ้นเดือน บัตรเครดิตกสิกรไทย มากกว่าจริงเท่าตัว โดยไม่ทราบเหตุผล ฯลฯ
นอก จากนี้ผมยังได้ทำหนังสือร้องเรียนเพิ่มเติมถึงผู้ว่าการฯ ด้วยอีกฉบับหนึ่งเพื่อทวงคำตอบจากท่าน
ตามหนังสือที่ได้ร้องเรียนก่อน หน้านี้ให้ตรวจสอบกรรมการบริหารธนาคารกสิกรไทยเมื่อวันที่ 23-12-52
โดย อ้างกระทู้ที่ตั้งในเว็บข่าวสนุกประกอบการร้องเรียนเหมือนเช่นการร้องเรียน ในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ได้เซ็นรับเรื่องไว้เป็นที่เรียบร้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ท่านใหม่ที่รับเรื่องแจ้งให้ทราบว่า
ได้ติดต่อนัดกับทาง ธนาคารให้มาร่วมเจรจา 3 ฝ่าย คล้ายที่ได้ทำที่สคบ.แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ
โดย ให้สัญญาว่าจะให้คำตอบในวันที่ 17 นี้ เพื่อกำหนดวันนัดที่แท้จริงอีกทีหนึ่ง (หวังว่าจะไม่เหมือนครั้งที่แล้ว)
ส่วน สาเหตุที่ทางแบงค์ชาติไม่ตอบหนังสือที่ร้องเรียนทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว เจ้าหน้าที่ท่านนี้ไม่สามารถตอบได้
(ปกติควรจะ ต้องมีคำตอบให้ใน 15 วัน แม้ว่าจะโทรทวงถามคำตอบทุกอาทิตย์
แต่ก็มีแต่ การปัดโยนไปโน่นนี่แทน)

ในครั้งนี้ ผมขออนุญาตโพสต์เพื่อประกาศแจ้งให้เพื่อนสมาชิกทราบอย่างเป็นทางการ
แต่ ไม่ปรารถนาจะโต้ตอบหรือโพสต์ข้อความเพิ่มโดยไม่จำเป็นแต่อย่างไร
เพราะ เกรงว่ากระทู้อาจจะโดนลบหรือล็อกอีกโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอและไม่เป็นธรรมดัง เช่นครั้งก่อน
(ลบเฉพาะความคิดเห็นผู้ตั้งกระทู้ แต่คงความคิดเห็นของผู้อ่านไว้)


กระทู้โปรดที่ โพสต์ถึงวันที่ 27-02-53





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 12:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันนี้ครับ
http://www.prachataiboard1.info/board/id/53248
Sat, 07/24/2010 - 08:29 | by blablabla | Report topic





มีแต่คน หน้าด้าน สันดานชั่ว
หลงเมามัว ตัวว่า ภาษาเด่น
คำสั่งฆ่า สั่งเชือด อย่างเลือดเย็น
คือกากเดน ทรราช ฆาตกร.....

ปฏิรูป สื่อมวลชน คนทำข่าว
สร้างเรื่องราว บิดเบือน เขียนย้อนศร
ทีสั่งฆ่า คนไทย ไม่สังวรณ์
ยิ่งบั่นทอน คนตาย ทำลายกัน.....

เป็นผู้นำ แต่พูดจา หมาไม่แดก
สร้างแตกแยก วุ่นวาย ทำลายขวัญ
แถมจะมา ปรองดอง เรื่องของมัน
ไม่มีวัน ยกโทษให้ ไ-อ้ฆาตกร.....

blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2553
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่หรือ ว่าที่ผู้ว่าการแบงค์ชาติ ?
แค่ปัญหาลูกค้าเล็ก ๆ ที่ร้องเรียนมากว่า 5 ปี
ยังไม่มีปัญญาแก้ไขได้เลย
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3155947.0;all


ข้อความ โดย: สู้ ๆ ค่ะ
ข้อความเมื่อ: วันนี้ 13:07 น

q*014 อ่านหัวข้อแล้ว นึกแล้วว่าต้องเป็นคุณ
ที่กลับมาโพสใหม่ เห็นหายไปพักนึงแล้ว แต่ก็กลับ
มาอัพเดทข้อมูลให้ทราบกันอีกครั้งแล้ว อยากให้คุณ
ลองร้องเรียนผ่านนายก (ถ้ามีโอกาสได้พบเจอ)
อาจจะได้รับ การช่วยเหลือ ซึ่งถ้ามีเบอร์โทรศัพท์
ของท่านนายกโดยตรงเลยก็น่าจะดี เพราะเห็นท่าน
นายกเคยพูดว่าทุกปัญหายินดีรับฟัง ยังไงก็เอาใจ
ช่วย คุณ ขอให้ผ่านปัญหานี้ไปได้ด้วยค่ะ ...


**********************************

สวัสดีครับ คุณ สู้ ๆ ค่ะ

ขอบคุณครับ คุณ สู้ ๆ ค่ะ ที่มาให้คำเสนอแนะและให้กำลังใจเช่นเดิม
หากคุณอ่านข้อความที่ผมโพสต์ รวมทั้งกระทู้ที่ผมนำมาแปะล่าสุดข้างบนนี้
คุณก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า ผมรังเกียจนายกมือเปื้อนเลือดคนนี้แค่ไหน
เรื่องนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลเผด็จการกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่รักความเป็นธรรม
และต้องการให้บ้านเมืองมีระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
หากคุณมีโอกาสโหลดคลิปตาสว่างรายการตื่นเถิดชาวไทยมาฟัง ก็จะเข้าใจอะไรได้ดีขึ้น
คุณสามารถหาได้โดยใช้ www.google.com ค้นหา
ส่วนเว็บที่โดนบล็อก ก็ใช้โปรแกรม u.exe ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่
เปิดโปรแกรม u.exe ก็จะเปิด explorer ขึ้นโดยอัตโนมัติ
แล้วเอาลิ้งค์ที่โดนบล็อกมาแปะก็จะสามารถเปิดได้
(อาจต้องกดเปิดซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งในบางครั้ง)

ลิงค์โหลด โปรแกรม u.exe สามารถเปิดเว็บที่โดนบล็อกได้ดีมาก
http://www.mediafire.com/?ojuxud4znj4#1


หรือหากคุณต้องการที่จะเปิดเว็บที่โดนบล็อกจาก browser อื่น ๆ
ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ เสร็จแล้วกด private on ก็สามารถเข้าเว็บที่โดนบล็อกได้
โปรแกรมนี้ดีมากจริง ๆ ครับ ผมเพิ่งเริ่มทดลองใช้เอง

ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีได้ที่นี่ครับ Hotspot Shield Launch
http://www.mediafire.com/?nw4wyznwjan#1

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 14:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมขอยกตัวอย่าง จากกระทู้นี้และข่าวไทยรัฐมาแสดงให้คุณ สู้ ๆ ค่ะ ได้เห็น
ว่ามีคนเกลียดชังอภิสิทธื์มากมายเพียงใด


6 วัน 63 ล้านความหมาย ..สรุปว่า "อ่วม"
http://www.prachataiboard1.info/board/id/51479
Wed, 07/07/2010 - 07:50 | by สายลม รัก(1) | Report topic


แหล่ง ข่าว ที่เป็นข้าราชการพลเรือนแต่(แอบแดง)ประจำสำนักนายกฯ...

ผู้ที่ มีหน้าที่สนอง Need ความต้องการสร้างภาพ

ในโครงการ 6 วัน 63 ล้านความหมาย......ได้แจ้งข่าวเล็ก ๆ มาให้ผมแซบว่า

โครงการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ประจำสำนักนายก และลูกน้องอีก 2-3 นาง แอบหัวเราะกันคิก ๆ แล้วสรุปในใจว่า "อ่วม"

ซึ่งการจัดทำโคงการดังกล่าว ได้มีการเกณฑ์ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ดารา นักร้อง และนักการเมือง มาฟังความต้องการของประชาชน

"ทั้ง ๆ ที่เขาก็มาบอกความในใจก่อนหน้านี้แล้วเป็นแสนเป็นล้าน กลางถนนราชดำเนินเต็มพรืดไปจนถึงลานพระรูป"

"ดัน***ไม่ฟัง ***จะฟังทางโทรศัพท์ ให้มันเปลืองเงินภาษีซะงั้น.. "

หรือว่าสิ่งที่ ประชาชนบอกเป็นสิ่งที่่ไม่อยากฟัง....

หรือฟังแล้วมันแสลงใจ กรูเลยต้องฆ่าพวกมันซะ

----------------------------------------------------------------------------------------

ผล ปรากฏว่า กระบวนกาีรสร้างภาพ 6 วัน 63 ล้านความหมาย

จากฝีมือของ ลูกกรอกคะนองฤทธิ อันลือลั่นมาจาก การถ่ายทอดร้องเพลงชาติตอนเย็นทำให้คนไทยรักกันมากขึ้น (ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด หรือว่ามันเตี้ยเกินไป เลยทำให้ระดับมันสมองที่อยู่เหนือพื้นดินไม่มาก เลยต่ำลงไปด้วย)

ผล ปรากฏว่า แต่ละคน แต่ละ วงการ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ต่างให้ข่าวส่วนตัวอันน้อยนิดออกมา (ถ้าเป็นบ้าน ๆ เขาเรียกนินทา) ไปในทางเดียวกันว่า "หูชา" กันทั่วหน้าโดยมิได้นัดหมาย.....

เพราะ ประชาชนโทรมา ด่า สาบแช่ง ขับไล่ เป็นจำนวนมาก

ข่าวแว่ว ๆ จากเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน ออกมาว่า ดาราบางคนบ่นพึมพำว่า "รู้งี้ไม่มาหรอก ให้มานั่งฟังคำด่าอยู่ได้ ถ้ามีโครงการแบบนี้อีก อย่าหวังจะมาอีก"

ผลสะท้อนความรักความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อ รัฐบาลช่าง แจ่มแจ้ง แดงแจ๋....

นี่ดีนะแค่ 6 วัน ถ้ายืดไปซัก 1 เดือนหละก็

อาสาสมัครถอยกรูด ไม่เหลือซักรายแน่ เพราะที่มา ๆ หนะ ต้นสังกัดบังคับส่งมาทั้งน้านนนนนนนนนนน

----------------------------------------------

แหล่ง ข่าว ยังได้แจ้งออกต่อมาอีกว่า งานนี้ ลูกกรอกคะนองฤทธิ ค่อนข้า่งผิดหวัง

เพราะ มันไม่คิดว่าประชาชนจะโกรธเกลียดรัฐบาลจนโทรมาด่าได้ "มากขนาดนี้" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จี้กมธ.ประณาม 'ไพบูลย์' ยกย่องอภิสิทธัตถะ
http://www.thairath.co.th/content/pol/100935


ตัวศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา บุกสภาผู้แทนราษฎร จี้ กรรมาธิการศาสนาฯ ประณาม “ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม” ยกย่องนายกรัฐมนตรี หากทำงานสำเร็จจะเป็น "อภิสิทธัตถะ" ไม่เหมาะสม...

วันที่ 3 ส.ค. 2553 ที่รัฐสภา ตัวแทนศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ทั้ง คณะสงฆ์ และ ฆราวาส นำโดย พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล กรรมการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา ได้ยื่นหนังสือของพระเทพดิลก ประธานกรรมการบริหารศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา ต่อ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่าน พ.อ.ชัยนาท ญาติฉิมพลี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการศาสนาฯ เพื่อขอให้พิจารณาคำพูดของนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป (ครป.) กรณีแสดงความยกย่องคุณงามความดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่าหากทำงานได้สำเร็จก็จะเป็น "อภิสิทธัตถะ" ว่า คำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสม ด้วยเอาพระนามเดิมของพระพุทธเจ้ามาใช้ ถือเป็นการจาบจ้วง ลบหลู่เหยียดหยาม พระบรมศาสดาของพุทธศาสนิกชน ซึ่งผู้กล่าวเช่นนี้ควรถูกประณามจากชาวพุทธทั่วประเทศและทั่วโลกเพราะถือว่า ไม่ยกย่องแล้วยังมาเหยียบย่ำซ้ำเติม

ในหนังสือของ พระเทพดิลก ยังกล่าวอีกว่า เพื่อไม่ให้ใครเอาพระนามพระศาสดามาเป็นเรื่องกล่าวเล่น ขอให้ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ออกแถลงการณ์ ประณามพฤติกรรมดังกล่าวของนายไพบูลย์ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของคนอื่นต่อไป และ ให้นายไพบูลย์ ออกมายอมรับผิด และ ขอโทษต่อพุทธศาสนิกชนอย่างเป็นกิจลักษณะและขอขมาต่อพระรัตนตรัย

ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตัวแทนศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ยังได้นำความเห็นของพระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ที่ระบุว่า การจะยกย่องหรือนิยมชมชอบในตัวนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การจะเชิดชูคุณงามความดีจนถึงขนาดเปรียบเทียบกับ "พระพุทธเจ้า" ด้วยการใช้พระนามของพระองค์ มาเป็นเครื่องมือนั้นเป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะศรัทธาเป็นเรื่องละเอียด ลึกซึ้ง จึงไม่ควรนำสิ่งที่คนส่วนใหญ่ศรัทธาให้ความเคารพมาใช้ในการยกย่อง ไม่เช่นนั้น ทุกคนจะหมดศรัทธาได้




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 16:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไซเบอร์วนาราม.เน็ต เว็บไซต์เพื่อพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

ไซเบอร์วนารามดอทเน็ต:พระพุทธศาสนาในโลกไซเบอร์
อันเนื่องมาจาก “สัตอภิสิทธิ์” และ “อภิสิทธัตถะ”
http://www.cybervanaram.net/?option=com_content&view=article&id=221:2010-08-02-15-37-15&catid=4:2009-12-17-14-42-44&Itemid=20


วันที่ 2 สิงหาคม 2553 ไปร่วมงานการประชุมระดมความคิดเห็น เพื่อร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ โดยสถาบันอุดมศึกษา ณ ห้องประชุมแซฟไฟร์ ชั้นสอง อาคารคอนเวนชั่นเซนเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ฟังการปาฐกถาของศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วสี ฟังการเสนอความเห็นของคณาจารย์ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ฟังการมอบนโยบายของ ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สุดท้ายของการประชุมนายไชยยศ จิรเมธากรรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับมอบนโยบายเพื่อนำไปปฎิบัติ วันนี้คนสำคัญในวงการอุดมศึกษาไทยไปกันเกือบครบ
ตั้งใจว่าเมื่อกลับ ถึงวัดจะสรุปประเด็นสำคัญของการประชุมลงเว็บไซต์ แต่พอกลับถึงวัดได้ไม่นาน ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เสนอประเด็นเกี่ยวกับคำว่า “สัตอภิสิทธิ์” และ “อภิสิทธัตถะ” ขึ้นมา ความจริงวันนี้ผู้เป็นต้นเหตุคือนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมก็อยู่ในงานด้วย แต่ไม่มีโอกาสได้ถาม วันนี้งดการฟังธรรมในวันธรรมสวนะหนึ่งวัน ขอเขียนเรื่องนี้ก่อน แม้จะไม่ค่อยชอบเรื่องการเมืองสักเท่าไหร่นัก แต่บางครั้งการเมืองก็มาเกี่ยวข้องจนได้
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 2 สิงหาคม 2553 ลงข่าวที่มีข้อความที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) ยกย่องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีโดยใช้คำว่า “สัตตอภิสิทธิ์”และ “อภิสิทธัตถะ” โดยนายไพบูลย์เชื่อว่าตั้งใจดีเพื่อชาติ ย้ำ การปรองดองต้องเริ่มที่นักการเมือง พร้อม แนะยึดหลักสามประการแก้ปัญหาแตกแยก
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. 2553 ที่โรงแรมเมอร์ลิน บีช รีสอร์ท หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นประธานการสัมมนากรรมการบริหารและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ในหัวข้อ “รวมพลังแก้ไขวิกฤตชาติ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. ช่วงเช้ามีการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยบนพื้นฐานความปรองดอง” โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.)

ใน ช่วงท้ายการบรรยาย นายไพบูลย์ ได้กล่าวชื่นชมนายอภิสิทธิ์ว่าส่วนตัวแล้วชื่นชมและให้ความเคารพนับถือนาย อภิสิทธิ์ ที่กำลังสร้างความปรองดองมีปณิธานที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้ ดีกว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นสัตตอภิสิทธิ์คือเป็นคนดี และถ้าทำได้สำเร็จคนเป็นสัตตบุรุษ ซื่อตรงตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่า สิทธัตถะ ที่แปลว่าผู้สำเร็จความมุ่งหมายซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรียกนายอภิสิทธิ์ว่า จาก “สัตตอภิสิทธิ์” เป็น “อภิสิทธัตถะ” ขอเอาใจช่วยนายกฯด้วยความจริงใจ และมีคนไทยจำนวนมากเอาใจช่วยนายกฯ แต่คนไม่ชอบนายกฯ ก็มี ซึ่งเป็นธรรมชาติ เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังมีคนไม่ชอบได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เอาใจช่วยนายกรัฐมนตรี
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมจะบรรยายอย่างไรนั้นเรื่องนี้ไม่ติดใจ แต่ที่เป็นปัญหาคือการที่นายไพบูลย์ยกย่องคุณอภิสิทธิ์ ว่าเป็น “สัตตอภิสิทธิ์” และ “อภิสัตธัตถะ” เรื่องที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจก็คือ เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง หรือคนที่ไม่ชอบรัฐบาลนี้เพียงอย่างเดียวในการจะเอามาโจมตีคุณอภิสิทธิ์ แต่ควรเป็นเรื่องของผู้เป็นพุทธศาสนิกชนทุกคน ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป
คำแรก “สัตตอภิสิทธิ์” หากแยกศัพท์ตามหลักภาษาบาลีก็จะแยกเป็น สัตตะกับคำว่าอภิสิทธิ์ นายไพบูลย์คงต้องการพูดคำว่า "สัตอภิสิทธิ์" แต่ที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เขียนเป็น "สัตตอภิสิทธิ์" คำว่า “สัต” กับ “สัตต” ตามความหมายในภาษาบาลีสองคำมีความหมายต่างกัน
คำว่า สัตบุรุษ ที่แปลว่าคนดีนั้น เป็นคำที่ใช้ในภาษาสันสกฤต และใช้ในคำแปลของคำบาลีว่า “สปฺปุริส” แปลว่าสัตบุรุษหมายถึงคนดี ผู้ดี ในพระพุทธศาสนากล่าวถึง “สัปปุริสธรรม” หมายถึงธรรมของสัตบุรุษ ธรรมที่ทำให้เป็นสัตบุรุษ คุณสมบัติของคนดี ธรรมของผู้ดี มีเจ็ดประการดังที่ปรากฎในสังคีติสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค(11/331/22) ประกอบด้วยเป็นผู้รู้จักเหตุ เป็นผู้รู้จักผล เป็นผู้รู้จักตน เป็นผู้รู้จักประมาณ เป็นผู้รู้จักกาล เป็นผู้รู้จักบริษัท เป็นผู้รู้จักบุคคล
ถ้านายไพบูลย์จะใช้ ยกย่องนายอภิสิทธิ์ ก็ควรออกเสียงแค่ว่า สัตอภิสิทธิ์ จึงจะหมายความว่า อภิสิทธิ์ที่เป็นคนดี อภิสิทธิ์ที่เป็นผู้ดี แต่ถ้าใช้คำว่า “สัตตอภิสิทธิ์” จะได้ความหมายอีกอย่าง เพราะคำว่า “สัตต” เป็นภาษาบาลี เป็นคำนามแปลว่าสัตว์ ถ้าเป็นสังขยาก็จะแปล เจ็ด หรือหากเป็นกิริยากิตต์ก็จะแปลว่า “ข้องแล้ว” ถ้าแปลตามที่ปรากฎในหนังสือพิมพ์ที่เขียนว่า “สัตตอภิสิทธิ์” ก็ต้องแปลตามภาษาบาลีว่า “สัตว์อภิสิทธิ์” หรือ “อภิสิทธิ์ที่เป็นสัตว์” หรือ “อภิสิทธิ์เจ็ดคน” หรือ “อภิสิทธ์ผู้ข้องแล้ว” อันนี้แปลตามที่ปรากฎในหนังสือพิมพ์
ส่วนอีกคำหนึ่งคือ “อภิสิทธัตถะ” ต้องทราบก่อนว่า คำว่า “สิทธัตถะ” ไม่เคยเห็นใช้ในที่แห่งอื่น นอกจากจะใช้ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น และในโลกนี้ก็ไม่มีใครใช้ชื่อว่าสิทธัตถะ เพราะเป็นคำที่หมายถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งพระนามว่าสิทธัตถะนี้ เป็นพระนามที่เรียกก่อนทรงผนวช
คำว่า “สิทฺธตฺถ” แปลได้สองความหมาย ถ้าเป็นคำนามเป็นปุงลิงค์แปลว่า “มีความต้องการสำเร็จแล้ว,เจ้าชายสิทธัตถะ” ซึ่งเป็นพระนามที่พราหมณ์ได้ถวายไว้เมื่อวันทำนายพระลักษณะ หลังจากพระกุมารประสูติได้ห้าวัน ถ้าใส่ “ก”เข้ามาอีกตัวเป็น “สิทธตฺถก” เป็นนปุงสกลิงค์ แปลว่า “เมล็ดผักกาด”
นอกจากนี้ มีใช้ในที่แห่งอื่นอีก เช่น คำว่า "สิทธัตถะ" เป็นพระนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต มีปรากฏในพระไตรปิฎก ขุททกนิกาย อปทานหลายแห่ง (32/13/53) เช่นในสีหาสนิวรรคที่สอง สีหาสนทายกเถราปทานที่ 1 ความว่า “เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าสิทธัตถะผู้สูงสุดกว่าสัตว์นิพพานแล้วเมื่อพระ ศาสดา (แผ่)กว้างขวาง เมื่อพระศาสนามีท่านผู้รู้ (พระขีณาสพ) มาก เรามีจิตผ่องใส ใจผ่องแผ้ว ได้ทำราชอาสน์ทองคำ ครั้นทำราชอาสน์ทองคำแล้ว ได้ทำตั่งสำหรับรองเท้า ได้สร้างเรือนสำหรับเก็บราชอาสน์ทองคำนั้นในฤดูฝนด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราได้บังเกิดในภพดุสิตวิมานโดยยาว 24โยชน์ โดยกว้าง 14 โยชน์ อันบุญกรรมสร้างอย่างงดงามมีอยู่ในภพสุดิตนั้นเพื่อเรา นางเทพกัญญา 7หมื่นแวดล้อมเราอยู่ทุกเมื่อ และบัลลังก์ทองที่สร้างอย่างวิจิตร มีอยู่ในวิมานของเรา”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 16:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
(ต่อ)

ข้อ ความที่ปรากฎในพระไตรปิฎกนี้แสดงว่า คำว่า “สิทธัตถะ” นอกจากจะเป็นพระนามของพระโอรสพระเจ้าสุทโธทนะ กับพระนางสิริมหามายาซึ่งต่อมาคือพระพุทธเจ้าของเราชาวพุทธทั้งหลายแล้ว ยังเป็นพระนามของพระพุทธเจ้าในอดีตอีกด้วย
นอกจากนี้ คำว่า “สิทธัตถะ” ยังหมายความถึง เมล็ดผักกาดได้อีกด้วย
ดังนั้น คำว่า “สิทธัตถะ” จึงเป็นคำภาษาบาลีที่ควรจะใช้หมายถึงพระพุทธเจ้าบรมศาสดาของพระพุทธศาสนา เท่านั้น ไม่ใช่คำที่จะไปเรียกเป็นสมัญญานามแก่ใครคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ยังเป็นปุถุชน หนาด้วยกิเลสอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะดูตามการปฏิบัติแล้วแม้จะมีคนยอมรับว่าเป็นคนดีแต่ถึงอย่างไรก็ไม่น่า จะหมดกิเลสไปได้
ยิ่งถ้าเรียกว่า “อภิสิทธัตถะ” ก็จะแปลได้ว่า “สิทธัตถะอย่างยิ่ง”หรือ “ยิ่งกว่าสิทธัตถะ” (คำว่า อภิ แปลว่า ยิ่ง ,ใหญ่ เฉพาะ, ข้างหน้า) เท่ากับยกย่องคุณอภิสิทธิ์ว่ายิ่งใหญ่เหนือไปกว่า “สิทธัตถะ” อันเป็นพระนามของพระพุทธเจ้า
ถึงแม้นายไพบูลย์จะ บอกว่าเป็นภาษาบาลี ไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรื่องนี้จริงเพราะภาษาบาลีมีใช้ในพระพุทธศาสนาและยังใช้ในภาษาไทยอีกหลายคำ ภาษาบาลีนั้นคำหนึ่งอาจมีความหมายได้หลายนัย แต่โดยสามัญสำนึกของผู้เป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว คำว่า “สิทธัตถะ” หมายถึงพระพุทธเจ้า มากกว่าจะใช้กับคนทั่วไป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจจะยินดีปรีดาและยอมรับคำพูดเรียกว่า “อภิสิทธัตถะ” ของนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เพราะถือว่าเป็นผู้มีภูมิรู้คนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นไปได้อยากจะเห็นนายอภิสิทธิ์ออกมาปฏิเสธ หรืออย่างน้อยก็ออกมาปรามคุณไพบูลย์ ว่าอย่าใช้คำอย่างนี้เรียกตัวท่านเลย ท่านไม่เหมาะที่จะรับคำที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ เพราะเป็นพระนามหนึ่งของพระพุทธเจ้า ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับคนทั่วไป
ถ้าไม่ออกมาปฏิเสธ ก็เท่ากับมีเจตนาเห็นดีด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็จะอยู่ในข่ายที่จะเหยียบย่ำ และตีเสมอพระพุทธองค์ เข้าไปอีก ถ้าหากจะมีอะไรๆของนายอภิสิทธิ์ที่จะใช้เรียกว่าเป็น “อภิสิทธัตถะ”ก็คงจะเป็นได้เพียงแค่คำว่า “อภิสิทธัตถะ” ที่แปลว่า “เมล็ดผักกาดที่ยิ่งใหญ่” เท่านั้น แต่คงไม่สามารถจะพูดอย่างนั้นได้เต็มที่นัก โดยสามัญสำนึกของพุทธศาสนิกชน คำว่า “สิทธัตถะ” ไม่ใด้หมายถึงใครคนอื่น ยกเว้นแต่พระพุทธเจ้า

นาย ไพบูลย์จะรู้สึกยกย่องนับถือนายอภิสิทธิ์แค่ไหนอย่างไร ก็เป็นเรื่องของนายไพบูลย์ จะยกย่องว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นเอกบุรุษ รัตนบุรุษ มหาบุรุษ ประชาธิปัตย์บุรุษ หรืออะไรก็แล้วแต่ เชิญยกย่องไปตามสบาย แต่จะเอาคำว่า “สิทธัตถะ” มาใช้เรียกผสมคำกับชื่อนายอภิสิทธิ์ โดยจะมีเจตนาอย่างไรนั้น ไม่ใช่แค่เป็นการยกย่อง แต่เป็นการตีเสมอนายอภิสิทธิ์ว่ามีคุณธรรมเท่ากับพระพุทธเจ้า หรืออาจจะยิ่งกว่าเพราะเป็น “อภิสิธัตถะ”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะเป็นคนดีอย่างไรก็ตามทีเถิด ถึงอย่างไรก็ยังเป็นปุถุชนคนหนาด้วยกิเลส ไม่อย่างนั้นคงยุบสภาไปนานแล้ว ไม่ดึงดันที่จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้นานที่สุดเหมือนที่ปรากฎใน ปัจจุบัน แผนปรองดองแห่งชาติจะได้ผลหรือไม่ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าการสร้างความปรองดองทั้งๆที่ยังมีพระราชกำหนดในสภาวการณ์ฉุก เฉินค้ำคออยู่อย่างนี้ คงเป็นไปได้แค่การยืดเวลาอยู่ในตำแหน่งต่อไป
จะยกย่องเชิดชูอย่าง ไรก็เชิญได้ตามสะดวกคำอื่นมีตั้งมากมายทำไมมาเจาะจงใช้คำนี้ด้วยเล่า ขอยก เว้นไว้อย่างหนึ่งเถอะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี “อย่ายินดีในการเอาพระนามอันทรงเกียรติของพระพุทธเจ้าอันเป็นพระบรมศาสดาของ พระพุทธศาสนา มาใส่ให้กับคนที่ยังหนาด้วยกิเลสตัณหาอย่างนี้เลย” ฟังแล้วแสลงใจชาวพุทธ



พระมหาบุญไทย ปุญญมโน
เปรีญญธรรม 7 ประโยค

03/08/53

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ข้อคิดเห็น

0 #4 คำผาลาด 03-08-2010 10:31
ดีมากเลย เข้าใจแล้วครับพ ระอาจารย์ มหา
ตามมาจาก ราชดำเนิน มีคนลิงค์ให้ดู
อ้างอิง

0 #3 โลตัส 03-08-2010 09:49
ว่าไง??? พวกหัวเหลืองที่ เคยปกป้องสถาบัน หลักของประเทศแบ บผูกขาด

ป่านนี้แล้ว ยังไม่เห็นมีใคร ออกมาตำหนินายไพ บูลย์แม้แต่แอะเ ดียว

หรือว่าขอเพียงผ ู้พูดเป็นพวกของ ตน และคนที่ได้รับก ารยกยอนั้นเป็นค นที่ตนรักก็พอใช ่ไหม ????
อ้างอิง


0 #2 สามัญชน 03-08-2010 09:19
เป็นการให้ความเ ข้าใจที่ถูกต้อง ขอขอบคุณพระคุณเ จ้าที่ให้ความรู ้แก่สังคมครับ น้อยคนที่จะเข้า ใจความหมาย สมควรที่จะถ่ายท อดต่อไปยังสื่อต ่าง ๆ เพื่อความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ด้วย
อ้างอิง

0 #1 มหาวีโร 03-08-2010 00:24
เขียนบทความได้เ ร็วดีน่ะครับ..ขอนับถือ..

ถึงแม้ว่า คำว่า อภิสิทธัตถะ นายกรัฐมนตรี จะได้ไม่พูดเองก ับปาก แต่ก็ควรออกมาแส ดงความขอโทษต่อช าวพุทธโดยตรง ผมคนหนึ่ง ที่ยอมรับไม่ได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 16:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม 2553
อภิสิทธัตถะ สัตตอภิสิทธิ์...อมิตตพุทธ...
Posted by เดชนิยม , ผู้อ่าน : 170 , 16:54:22 น.
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน
http://www.oknation.net/blog/detniyom/2010/08/02/entry-1


อภิสิทธัตถะ สัตตอภิสิทธิ์

จะยกยอปอปั้นกันถึงไหน

คุณไพบูลย์ฝันไกลอะไรนั่น?

ยก “อภิสิทธิ์” “สิทธัตถะ” สมาสกัน

เป็น “อภิสิทธัตถะ” นั้น หมายอันใด

เป็นกรรมการชุดใหญ่ไม่พอหรือ?

หรืออยากรื้ออยากเสริมเติมชุดใหม่

เผื่อได้เป็นประธานให้สมใจ

คนเคยใหญ่อยากใหญ่ทำได้ลง

เปรียบนายกฯดังดุจพระพุทธเจ้า

เทียบเอา “ปรองดอง”ว่าสูงส่ง

ดั่งคุณอันบริสุทธิ์แห่งพุทธองค์

โปรดคนไทยดำรงคงไมตรี



ไม่ใช้ธรรมนำไทยย่อมไปยาก

ใช้เพียงแค่ลมปากย่อมใช่ที่

ไม่ปลูกฝังรู้ ผิด ชอบ ชั่ว ดี

นำบ้านเมืองอย่างนี้ย่อมมืดมน

อย่ายกสูงเกินจริงจะยิ่งหนาว

เดือนย่อมส่งแสงสกาวเกินดาวหม่น

เดือนหรือดาวเห็นอยู่หน้าผู้คน

อย่าสับสนแสร้งเห็นดาวเป็นเดือน


(วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๓)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 17:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยกย่อง อภิสิทธิ์ เป็นอภิสิทธัตถะ.. เรื่องที่ผมไม่อาจทนได้..
Postby chohokun on 01 Aug 2010, 01:03
http://rajdumnern.ownforum.org/viewtopic.php?f=9&t=4525


ผมได้เห็นข่าวที่คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม (ทราบเป็นเบื้องต้นก่อนว่า คนๆนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มสันติอโศก) ยกย่องคุณอภิสิทธิ์ ว่าเป็น สัตตอภิสิทธิ์ และ อภิสัตธัตถะ ซึ่งข่าวนี้ลงในไทยรัฐ (ดูเหมือนในผู้จัดการก็มีข่าวนี้ลง )

ผมจะไม่พูดถึงประเด็นอื่นๆ ที่คุณไพบูลย์พูดไว้ในข่าว เพราะไม่มีปัญหาอะไร (อีกอย่างมีกระทู้นึงเอาข่าวมาลงแล้ว) แต่เฉพาะประเด็นที่พูดถึงคุณอภิสิทธิ์ว่าเป็นอภิสิทธัตถะ ผมไม่อาจทนได้.. จึงต้องขอพูด (ทั้งๆที่ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเรื่องการเมืองเท่าไหร่ เว็บไซต์นี้ก็ไม่ค่อยได้เข้า)

เรื่องที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจก็คือ เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง หรือคนที่ไม่ชอบรัฐบาลนี้เพียงอย่างเดียวในการจะเอามาโจมตีคุณอภิสิทธิ์ แต่ควรเป็นเรื่องของผู้เป็นพุทธศาสนิกชน "ทุกคน" ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป

เบื้องต้นทราบกันก่อนว่า คุณไพบูลย์ พูดอะไรบ้าง?

ทั้ง นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการบรรยาย นายไพบูลย์ ได้กล่าวชื่นชมนายอภิสิทธิ์ว่า ส่วนตัวแล้วชื่นชมและให้ความเคารพนับถือนายอภิสิทธิ์ ที่กำลังสร้างความปรองดองมีปณิธานที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้ ดีกว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นสัตตอภิสิทธิ์คือเป็นคนดี และถ้าทำได้สำเร็จคนเป็นสัตตบุรุษ ซึ่งตรงตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่า สิทธัตถะ ที่แปลว่าผู้สำเร็จความมุ่งหมายซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรียกนายอภิสิทธิ์ว่า จาก “สัตตอภิสิทธิ์” เป็น “อภิสิทธัตถะ” ขอเอาใจช่วยนายกฯด้วยความจริงใจ และมีคนไทยจำนวนมากเอาใจช่วยนายกฯ แต่คนไม่ชอบนายกฯ ก็มี ซึ่งเป็นธรรมชาติ เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังมีคนไม่ชอบได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เอาใจช่วยนายกฯ


เรื่อง ที่จะต้องรู้ (ไม่ใช่เรื่องความเห็น แต่เป็นเรื่องความรู้) ก็คือ คำสองคำที่คุณไพบูลย์พูดเอาไว้ คือคำว่า สัตตอภิสิทธิ์ กับคำว่า อภิสิทธัตถะ

สองคำนี้มีปัญหาอะไรบ้าง?

คุณไพบูลย์อาจจะเคย ศึกษาธรรมะมาบ้าง ก็เลยรู้จักคำว่า สัตบุรุษ แล้วก็เลยเอามาใช้เรียกคุณอภิสิทธิ์ว่า สัตตอภิสิทธิ์ โดยต้องการบอกว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นคนดี

แต่ดูเหมือนคุณไพบูลย์อาจจะไม่เคยศึกษาภาษาบาลี เลยไม่ทราบว่า คำว่า "สัต" กับ "สัตต" ต่างกันยังไง

คำ ว่า สัตบุรุษ ที่แปลว่าคนดี นั้น เป็นคำที่ใช้ในภาษาสันสกฤต และใช้ในคำแปลของคำบาลีว่า "สัปปุริสะ" (สปฺปุริส) ซึ่งหมายถึงคนดี มีศีลธรรม

ถ้าคุณไพบูลย์จะใช้ยกย่องคุณอภิสิทธิ์ ก็ควรออกเสียงแค่ว่า สัตอภิสิทธิ์ จึงจะหมายความว่า อภิสิทธิ์ที่เป็นคนดี แต่ถ้าใช้คำว่า สัตตอภิสิทธิ์ จะได้ความหมายอีกอย่าง เพราะคำว่า สัตต เป็นภาษาบาลี แปลว่า สัต ว์ (เช่นคำว่า สตฺโต แปลว่า อันว่า สัต ว์)
เพราะฉะนั้น คำว่า สัตตอภิสิทธิ์ ที่คุณไพบูลย์ใช้ แปลว่า "สัต ว์อภิสิทธิ์" , "อภิสิทธิ์ที่เป็นสัต ว์"

นี่คือข้อเสียของการไม่ศึกษาหาความรู้แต่ดันออกมาแสดงความเห็น

แต่เรื่องนี้ยังไม่เท่าไหร่ ที่หนักสุดคือคำว่า อภิสิทธัตถะ

ต้อง ทราบก่อนว่า คำว่าสิทธัตถะ ไม่มีใช้ในที่แห่งอื่น นอกจากจะใช้ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น และในโลกนี้ก็ไม่มีใครใช้ชื่อว่าสิทธัตถะ เพราะเป็นคำที่หมายถึงพระพุทธเจ้า ซึ่งพระนามว่าสิทธัตถะนี้ เป็นพระนามที่เรียกก่อนทรงผนวช

คำว่าสิ ทธัตถะ แปลว่า ผู้ได้สำเร็จประโยชน์ (สิทธ - สำเร็จ , อัตถะ - ประโยชน์) ซึ่งเป็นพระนามที่พราหมณ์ได้ถวายไว้เมื่อวันทำนายพระลักษณะ หลังจากพระกุมารประสูติได้ ๕ วัน (คนที่เคยเรียนพุทธประวัติคงจะทราบดี)

นอกจากนี้ มีใช้ในที่แห่งอื่นอีก เช่น คำว่า สิทธัตถะ เป็นพระนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต (พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์) ดังความปรากฏใน คัมภีร์อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ความว่า

"ในกาลต่อ จากพระธรรมทัสสีพุทธเจ้านั้น ในที่สุดเก้าสิบสี่กัปแต่นี้ไป ในกัปเดียวมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ พระองค์ เดียวเท่านั้น เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว. แม้พระองค์ก็มีสาวกสันนิบาต ๓ ครั้ง สันนิบาตครั้งแรก มีภิกษุร้อยโกฏิ ครั้งที่๒ เก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๓ แปดสิบโกฏิ. ในครั้งนั้น พระโพธิสัต ว์เป็นดาบสชื่อว่า มังคละ มีเดชกล้า สมบูรณ์ด้วยอภิญญาพละ นำเอาผลหว้าใหญ่มาถวายพระตถาคต. พระศาสดาเสวยผลหว้านั้นแล้ว ทรงพยากรณ์ว่า ในที่สุดเก้าสิบสี่กัป จักได้เป็นพระพุทธเจ้า"


ความ ข้อนี้แสดงว่า คำว่าสิทธัตถะ นอกจากจะเป็นพระนามของพระโอรสพระเจ้าสุทโธทนะ กับพระนางสิริมหามายา ซึ่งต่อมาคือพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายแล้ว ยังเป็นพระนามของพระพุทธเจ้าในอดีตกาลนานไกลอีกด้วย


นอกจากนี้ คำว่าสิทธัตถะ ยังหมายความถึง เมล็ดผักกาดได้อีกด้วย ดังมีปรากฏในคัมภีร์ "พระสัมภารวิบาก" ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงเรื่องราวการสร้างบารมีของพระพุทธเจ้าของเรา ตั้งแต่พระชาติแรกจนได้ตรัสรู้ ว่า ในอดีตกาล สมัยของพระพุทธเจ้าพระนามว่า พระปุราณทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้น พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายเกิดเป็นพระราชธิดา พระนามว่า สุมิตตาราชธิดา ของกษัตริย์ ในเมืองชื่อว่า รัมมวดีนคร มีศักดิ์เป็นน้องสาวของพระพุทธเจ้าปุราณทีปังกรพระองค์นั้น พระนางสุมิตตาราชธิดา ได้ถวายน้ำมันเมล็ดผักกาดแด่พระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งท่านมีความประสงค์จะนำน้ำมันเมล็ดผักกาดนี้ไปเป็นเชื้อจุดตะเกียงบูชา แด่พระพุทธเจ้าปุราณทีปังกร

ในตอนที่พระนางสุมิตตาราชธิดาได้นำ น้ำมันเมล็ดผักกาด เทลงในบาตรของพระภิกษุรูปนั้น (คัมภีร์ระบุว่าพระภิกษุรูปนั้นในอนาคตจะได้เป็นพระพุทธเจ้า พระนามว่า ทีปังกร เหมือนกัน) ได้ทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า ด้วยอานุภาพแห่งกุศลนี้ ขอให้พระนางจงได้มีโอกาสตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต และขอให้มีพระนามว่า สิทธัตถะ เหมือนกับชื่อของเมล็ดผักกาดนี้ด้วยเถิด


ดังนั้น คำว่าสิทธัตถะ จึงเป็นคำภาษาบาลีที่ควรจะใช้หมายถึงพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายเท่านั้น ไม่ใช่คำที่จะไปเรียกเป็นสมัญญานามแก่ใครคนใดคนหนึ่ง (โดยเฉพาะคนที่ยังเป็นปุถุชน หนาด้วยกิเลส อย่างคุณอภิสิทธิ์)

ยิ่ง ถ้าเรียกว่า อภิสิทธัตถะ ก็จะแปลได้ว่า "สิทธัตถะอย่างยิ่ง " , "ยิ่งกว่าสิทธัตถะ" (คำว่า อภิ แปลว่า ยิ่ง , ใหญ่ ) เท่ากับยกย่องคุณอภิสิทธิ์ว่ายิ่งใหญ่เหนือไปกว่า "สิทธัตถะ" (พระพุทธเจ้า)


ต้องถามกันว่า ไม่กลัวอเวจีมหานรกบ้างหรืออย่างไร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 17:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
(ต่อ)

ถึง แม้คุณไพบูลย์ จะบอกว่า เป็นภาษาบาลี ไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น ก็อาจจะจริง เพราะภาษาบาลีนั้นมีความหมายได้หลายนัย แต่โดยสามัญสำนึกของผู้เป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว คำว่าสิทธัตถะ จะหมายถึงพระพุทธเจ้า มากกว่าจะใช้กับคนทั่วไป


ถ้าไม่อย่างนั้นเวลาที่เราเห็นเด็กคนไหนประสบความสำเร็จอะไรซักอย่าง เราก็เรียกเด็กคนนั้นว่าเป็นสิทธัตถะ กันให้เกลื่อนไป จะดีไหม


ผม เชื่อว่าถึงคุณอภิสิทธิ์จะทำอะไรพิเรนทร์ๆขนาดไหน ก็คงจะไม่บ้าจี้ถึงกับจะยอมรับคำพูดเรียกว่า อภิสิทธัตถะ ของคุณไพบูลย์ ถ้าเป็นไปได้อยากจะเห็นคุณอภิสิทธิ์ออกมาปฏิเสธ หรืออย่างน้อยก็ออกมาปรามคุณไพบูลย์ ว่าอย่าใช้คำอย่างนี้เรียกตัวท่าน ท่านไม่เหมาะที่จะรับคำที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ เพราะเป็นพระนามหนึ่งของพระพุทธเจ้า


ถ้าไม่ออกมาปฏิเสธ ก็เท่ากับมีเจตนาเห็นดีด้วย คุณอภิสิทธิ์ก็จะอยู่ในข่ายที่จะเหยียบย่ำ และตีเสมอพระพุทธองค์ เข้าไปอีก

ถ้า หากจะมีอะไรๆของคุณอภิสิทธิ์ที่จะใช้เรียกว่าเป็นอภิสิทธัตถะอะไรที่ว่านั่น ได้ ก็คงจะเป็นได้เพียงแค่คำว่า "อภิสิทธัตถะ" ที่แปลว่า "เมล็ดผักกาดที่ยิ่งใหญ่" เท่านั้น (ดังได้บอกมาแล้วว่า สิทธัตถะ เป็นชื่อของเมล็ดผักกาดพันธ์หนึ่ง ในอินเดีย)


แต่มันก็ไม่สามารถจะพูดอย่างนั้นได้เต็มที่ โดยสามัญสำนึกของพุทธศาสนิกชน คำว่าสิทธัตถะ ไม่ใช้หมายถึงใครคนอื่น ยกเว้นแต่พระพุทธเจ้า


คุณ ไพบูลย์จะรู้สึกยกย่องนับถือคุณอภิสิทธิ์แค่ไหนอย่างไร ก็เป็นเรื่องของคุณไพบูลย์ จะยกย่องว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นเอกบุรุษ รัตนบุรุษ มหาบุรุษ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ เชิญยกย่องไปตามสบาย


แต่จะเอาคำว่าสิทธัตถะ มาใช้เรียกผสมคำ กับชื่อคุณอภิสิทธิ์ โดยจะมีเจตนาอย่างไรก็แล้วแต่นั้น


ไม่ ใช่แค่เป็นการยกย่อง แต่เป็นการตีเสมอคุณอภิสิทธิ์ ว่าเท่ากับ พระพุทธเจ้า (แถมตอนท้ายยังอ้างถึงพระพุทธเจ้าขึ้นมาอีก ว่า อาจจะมีคนไม่ชอบ ก็เหมือนกับพระพุทธเจ้า แบบนี้ยิ่งร้ายหนัก)


จะยกย่องเชิดชู อย่างไรก็เชิญ แต่ยกเว้นไว้อย่างหนึ่งเถอะครับ "อย่าเอาพระนามอันทรงเกียรติของพระศาสดา มาใส่ให้กับคนหนาด้วยกิเลสอย่างนี้เลย" ถ้าคุณไพบูลย์ยังเป็นชาวพุทธอยู่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แดน
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 18:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มากไปจริงๆครับ น่าสงสารคนพูดน่าจะไม่ได้ใช้สมองคิดก่อนพูดนะครับผมว่า กรรมของชาวพุทธ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 21:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ คุณ แดน
ขอบคุณครับที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น
ผมมีกระทู้ที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจมาเพิ่มอีก 1 กระทู้

คุณไพบูลย์ พูดไปไม่อายปากหรือ!! ที่ไปเรียกมาร์คร้อยศพว่า "อภิสิทธัตถะ"
http://webboard.news.sanook.com/forum/3180482


--------------------------------------------------------------------------

ผมได้อ่านที่คุณไพบูลย์พูดแล้วครับ ทำให้ผมคิดถึงคำพูดของ อภิสิทธิ์ธัตถะ

บทความโดย ทวดเอง
แหล่ง http://www.rajdumnern.net/showthread.php?tid=2175


ผมได้อ่านที่คุณไพบูลย์พูดแล้วครับ ทำให้ผมคิดถึงคำพูดของ อภิสิทธิ์ธัตถะ


ไม่รู้ว่า คุณไพบูลย์ เคารพนับถือคุณอภิสิทธ์ ให้เป็นอภิสิทธิ์ธัตถะ เพราะคำพูดของคุณอภิสิทธิ์ที่ได้พูดสมัยเป็นฝ่ายค้านหรือเปล่า


อภิสิทธิ์ธัตถะ ได้พูดว่า

"ผมไม่นึกไม่ฝันว่า เรามีรัฐ ที่ได้ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส แล้วยังพยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ"


แต่ตอนนี้ ไม่ว่าคนตายหรือคนบาดเจ็บมากกว่าตอนนั้นไม่รู้กี่เท่า แต่อภิสิทธิ์ธัตถะก็ยังรับได้อยู่

"บัดนี้เขาสูญเสียไปแล้ว นายกฯไปยัดเยียดข้อหาใส่เขาอีก พฤติกรรมอย่างนี้ ไม่มีทางนำพามาซึ่งความสมานฉันท์ความปรองดอง"

แล้วตอนนี้อภิสิทธิ์ธัตถะของคุณไพบูลย์ก็ยังวางแผนปรองดองแห่งชาติด้วยเงินภาษีของพวกเราอีก 600 ล้านบาท เก่งจังนะครับตัวแค่นี้

"มันมีการทำร้ายประชาชน มีการยิงอาวุธใส่ประชาชน ไม่ได้เป็นไปตามที่ได้แถลงก่อนหน้านี้ว่าเป็นการใช้แก๊สน้ำตาเท่านั้น"

แต่การใช้อาวุธสงครามในการทำร้ายประชาชน กลับเป็น อภิสิทธิ์ธัตถะ แล้วหรือครับคุณไพบูลย์

"เป็นคนหรือเปล่า กระทำกับบุคคลถึงขั้นเสียชีวิต แล้วยังยัดเยียดปรักปรำใส่ร้ายเขาอีกว่าเขาพกพาอาวุธ"

อย่างนี้ไม่ใช่คน แต่เป็น อภิสิทธิ์ธัตถะ ใช่มั๊ยครับ คุณไพบูลย์

"พันธมิตรฯทำถูกทำผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิทำผิด ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายประชาชน อันนี้เป็นจุดยืนของพรรค ปชป."

อันนี้ก็เป็นจุดยืนของ อภิสิทธิ์ธัตถะ ที่คุณไพบูลย์ยกย่อง



"เราเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทำในสิ่งที่เราพอจะทำได้ ถ้าการทิ้งตำแหน่งนั้นทำให้บ้านเมืองสงบ แก้ไขปัญหาได้ เราทำทันที"

แต่อภิสิทธิ์ธัตถะกลับพยายามใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในการไล่ล่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา นี่คงเป็นคนดีของคุณไพบูลย์สินะ

"ผมเห็นอาการท่าน (สมชาย วงศ์สวัสดิ์) ตอนนี้มีแต่ ความหวาดกลัว ความหวาดระแวงไปหมดแล้ว ถามท่านว่า ท่านอยู่ไปเพื่ออะไร"

นั่นสินะ คุณไพบูลย์เคยถาม อภิสิทธิ์ธัตถะ ของคุณไพบูลย์ว่า "อยู่เพื่ออะไร"บ้างหรือเปล่าครับ

"ผมสนใจว่าต้องมีมีคนรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนมากกว่า นี้ ถ้ายุบสภา คืนอำนาจให้กับประชนชน ผมก็ไม่ว่านะครับ ก็ดีกว่ารัฐบาลอยู่อย่างนี้แล้วรัฐบาลพังไปเรื่อยๆ"


แล้วตอนนี้ อภิสิทธิ์ธัตถะ ได้ทำอย่างที่ว่าสักอย่างหรือไม่ครับ คุณไพบูลย์

"การเมืองในวิถีทางประชาธิปไตย ไม่มีที่ใหนในโลกที่ประชาชนถูกทำร้ายจากภาครัฐแล้ว รัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่แสดงความรับผิดชอบ"

ตอนนี้ อภิสิทธิ์ธัตถะ ของคุณไพบูลย์กำลังแสดงความรับผิดชอบเต็มที่เลยนะครับ

ดังนั้นผมว่าแทนที่คุณไพบูลย์จะพูดประจบท่านนายกฯ ซึ่งอาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดๆ คุณไพบูลย์ควรจะแนะนำคุณอภิสิทธิ์มากกว่าครับว่า


"สังคมต้องอยู่กับความถูกต้อง ถ้าไม่แสดงความรับผิดชอบแบบอารยประเทศแล้ว วัฒนธรรมทางการเมืองในประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากนี้ไปจะมีแต่ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นไปอีก ถึงท่านจะอยู่ ท่านก็ปกครองไม่ได้ บริหารไม่ได้แล้ว ท่านอยู่เพื่ออะไร เพราะฉะนั้นกลับตัวกลับใจเสียเถอะครับ"

q*011มาร์คชอบอวด แต่ทวดชอบแฉ q*013:
^
^
^
ขำจริงๆ กับตรรกะของคนดีประเทศนี้ ที่ไปยกย่องมาร์คร้อยศพเป็น อภิสิทธถะ ได้

ใช้ไขสันหลังข้อที่เท่าไหร่คิดครับคุณไพบูลย์

ถ้าไพบูลย์ กล่าวจริงถือว่าสังคมไทยตกต่ำทางความคิดและคำพูด...

รอหน่อยพวกเรา คนแก่หลงผิดความคิดตัวเองและพวกพ้องต้องเป็นผู้ชี้นำสังคม

มันใกล้จบแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เบื่อหวะ
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 09:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ก่อนที่จะเขียนตอบกระทู้นี้ผมขอบอกก่อนว่าผมไม่ได้รู้จักกับนายกฯเป็นการส่วนตัวหรือเคยมีปัญญหากับเจ้าของกระทู้ แต่ผมอยากจะถามกระทู้ว่า
ถ้าท่านไม่พอใจเรื่องที่เขาเรียกนายกเป็นอภิสิทธิ์ธัตถะหรือทนไม่ได้ท่านก็เป็นโจทย์ไปแจ้งความสิครับ ไม่ต้องมาตั้งกระทู้ถามเองตอบเองอิงการเมืองอยู่อย่างนี้
การที่คนเสื้อแดงไปชุมนุมกันที่ไหนกี่คนเมื่อไหร่มันเกี่ยวกับกระทู้นี้ตรงไหนผมอยากรู้ผมก็เป็นพุทธคนหนึ่งเหมือนกันแค่คำนี้ยังเรียกนรกมากินกบาลแล้วที่ห่มเหลืองไปถือหลาวไม้ไผ่ใส่แตะอยู่อย่างนั้นได้ขึ้นสวรรค์หรือครับ ถ้าคุณรักพุทธศาสนาจริงฟ้องเลยครับผมคนนึงหละที่ขอสนับสนุนและปรบมือให้แต่ขอร้องอย่าเอาประเด็นเหล่านี้มาสร้างความแตกแยกให้คนในชาติอีก ไม่ต้องเอามาหรอกครับคลิปเสียงต่าง ๆ เพราะถ้าเจ้าของคลิปไม่ผิดจริงเค้าคงฟ้องกันวินาศสันตะโรหละครับเอาเรื่องนี้กันดีกว่าเรื่องการเมืองคุณยกไว้ก่อนนะครับผมขอร้อง ขอบคุณครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนเมืองเสลฯ
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 09:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถามเอง ตอบเอง เอออห่อหมกเอง
เห็นได้ชัดว่า จขกท...เพี้ยน
ธรรมะ......
ทำมะ...
จากคนใจเป็นทาส ตลอดชาติ เป็นทาสของแผ่นดินของชาติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนรักชาติ
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 10:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเห็นคุณjrchai****ถ้าในสมองคุณไม่มีเรื่องดีๆให้เสนอแนะไม่ต้องแสดงความคิดเห็นก็ได้นะคะชาติบ้านเมืองจะฉิบหายก็เพราะคนอย่างพวกคุณนี่แหละวันๆคิดแต่เรื่องอิฉาตาร้อนคนอื่นเขาใครจะชื่นชมใครมันหนักหัวคุณมากนักหรือไงบางคดีผลการสอบสวนยังไม่แล้ว่สร็จเที่ยวกล่าวหาเขาไปทั่วดีไม่ดีฆ่ากันเองซะงั้นพวกที่ทำเรื่องเลวๆได้โดยไม่ละอายก็เห็นๆกันอยู่ด่าได้คนอย่างนายกก็ไม่สะเทือนหรอกย่ะจิตท่านนิ่งก็คนมีบุญอ่ะนะไม่เหมือนพวกนรกแตกอย่างพวกคุณหรอกเที่ยวได้โพสท์สร้างความร้าวฉานให้คนในชาติทำใจไม่ได้ก็ย้ายไปเขมรนู้นพรรคพวกคุณอยู่นู้นไปตายนอกประเทศเลยไปรำคาญผลการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมามันบ่งบอกว่ารัฐบาลได้รับการสนับสนุนยังไงถ้ากลับใจเราก็พร้อมให้อภัยช่วยกันกู้ภาพลักษณ์ประเทศดีกว่ามาแทงข้างหลังกันแบบนี้คนไทยรึเปล่าเราอ่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็แค่คำว่า อภสิทธิธัตถะ ถึงกับทนไม่ได้ปกปิกไม่มิด สงสัยจอิจฉานายกมาก เขียนซะยาวเชียวคิดว่าคนในประเทศนี้ไม่มีใครรู้อะไรเลยหรืองัยไม่ต้องมาตั้งกระทู้สารแนบอกคนอื่นหรอกเอาตัวเองให้รอดก็พอเรื่องอื่นไม่ต้องเที่ยวโฆษณา คนเขามีความรู้มีความคิดคิดเอง ไม่ต้องเอาวิชาการ การเมืองมาพูดแค่อ่านผ่านๆก็รู้แล้วว่ามีดีกรีแค่ไหน เก็บทุกอย่างไว้สอนตัวเองอย่าสะเออะ ทำเป็นรู้ดี คิดว่าตัวเองฉลาดงัน้ซิ คนอยู่บ้านเดียวกันไม่ตักเตือนกันบ้าง เขาจะปรองดองแต่คุณชั่วสร้างความแตกแยก ตัวเป็นคนแต่ใจเป็นสัตว์ ขอให้ได้รับภัยพิบัติเหมือนความคิดมันในเร็ววัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณนี่น่าจะหลงเพี้ยนตามืดบอดยิ่งกว่า 2 คนที่ผมตอบข้างต้นเสียอีกนะครับ มองอะไรตาลปัตรไปเสียหมด
การเสนอข้อเท็จจริงล้วน ๆ เพื่อให้คนอ่านรู้จักพิจารณาไตร่ตรองจากข้อมูลที่มีหลักฐานเชื่อถือได้เพื่อตัดสินใจเอง สิ่งนี้สิครับเป็นสิ่งที่บ้านเมืองที่เป็นอารยะประชาธิปไตยที่แท้จริงเขาถือว่าเป็นสิ่งที่มีเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
คุณต้องได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักหลักผิดชอบชั่วดีใหม่เสียแล้วกระมังเพราะในหัวคุณเหมือนคนหลงทางผิด
คุณไปนับถือยกย่องคนเลวอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าจิตใต้สำนึกคุณไม่ผิดปกติ ผมว่าคุณอาจมีอคติที่ยังแก้ไม่หาย
หากคุณต้องการเข้าถึงหลักสัจธรรมในทางพุทธศาสนาให้ถ่องแท้เพื่อชีวิตที่สงบสุขอย่างแท้จริงแล้ว
คุณจะต้องไปฝึกหัดนั่งภาวนาจิต ฝึกสมาธิขั้นพื้นฐานให้ได้เพื่อจะได้เกิดจิตที่เห็นชอบตามครรลองคลองธรรม
เมื่อนั้นคุณถึงจะได้ชื่อว่า คุณคือพุทธศาสนิกชนที่แท้จริง
และเมื่อนั้นคุณถึงจะเข้าใจความหมายของความรักชาติที่แท้จริงได้อย่างแท้จริง
ผมขอแนะนำให้คุณไปค้นหาคลิปตาสว่างตามที่ผมแนะนำแต่ต้นมาฟัง
แล้วคุณก็จะเข้าใจอะไร ๆ ได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริงเอง
อ้อ อย่าลืมไปอ่าน ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ด้วยล่ะ (ใช้กูเกิ้ลหาเองนะครับ)
แหมพอเค้าไม่เห็นด้วยก็หาว่าเค้าตามือบอด แต่ทีตัวเองใจบอดกลับไม่รู้ซะงั้น อุตส่าไปหาข้อมูลมามากมายเพื่อที่จะอ้างอิงด่านายก สงสารามองคุณจัง งานการไม่มีทำรึงัย ไม่ต้องมาบอกให้ไปดูกระทู้ตาสว่างนั่นหรอกนะ แค่เห็นกลุ่มคนประเภทเดียวกับคุณเผาเมืองเขาก็ตาสว่างกันหมดแล้วยังจะโง่อยู่อีก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
หนุ่มฝั่งธนฯ
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 16:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนนี้เปรมก็ยกให้สุรยุทธ เทียบเท่า เซอร์เชอชิล แห่งอังกฤษ
ถูกหนังสือพิมพ์อังกฤษประนามซะเละเทะ

มาตอนนี้ยิ่งเลวร้ายไปใหญ่ เล่นถึงพระศาสดา
มันจะเล่นไม่รู้จักถึงความเหมาะสมบ้างหรือไงกัน

ผมชาวพุทธรับไม่ได้

มาร์คฆาตกรเป็นได้แค่เปรตในนรกยังจะเหมาะกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 17:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ให้ใช้ สัตอภิสิทธิ์ หรือ กำ ใครจะกล้าใช้ ล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ เดี๋ยวก็หาว่าเป็น พวกเสื้อแดง

สำหรับคนเสื้อแดงหรือกลุ่มผู้รักระบอบประชาธิปไตยนั้น ย่อมจะเรียกความหมายอย่างที่คุณว่าไว้อย่างแน่นอน
เพราะวิบากกรรมที่นายอภิสิทธิ์ได้ก่อกรรมหนักหนาสาหัสสากรรจ์นั้น ไม่สามารถที่จะให้อภัยได้อย่างแน่นอน
ชื่อนี้ก็เป็นอริศัตรูกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ถือสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคเท่าเทียมกันอยู่แล้ว
โคลงเก่าและกลอนที่แต่งเมื่อไม่นานมานี้สามารถอธิบายได้เป็นอย่างดีครับ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นายบุญอ้ม
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 4 ส.ค. 10, 17:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ้างความเห้นท่โพส แล้วความเห้นของท่านๆทั้งหลายสร้างสรรค์นักหรือ ไม่ทราบโกรธแค้นมาก่ชาติ ดูแล้วบ้านเมืองคงปรองดองยากเพราะแต่ละข้างมาแรงจริงๆในเรื่องท่จะทำลายกัน ลองถอยมาสัก 5 ก้าวแล้วลองตรองดูซิว่าความเห้นของท่านเป้นอย่างไร รวมทั้งอีกฝ่ายทำไปแต่ละเรื่องทำไมต้องทำอย่างนั้น ลองพินิจพิเคราะหื แล้วหาวิธีท่ดีกว่าเขามาทำ มานำเสนอกรณีเป้นพรรค/นักการเมือง เชื่อว่าคนไทยยังให้โอกาสคนทำดี เป้นประโยชนืต่อบ้านเมือง และไม่โกง ส่วนผ้ได้อำนาจรัฐแต่ละวาระท่ผ่านมายังหาดีเลิศประเสริฐศรีไม่ได้เลย คงเป้นเพียงในทฤษฎี/ความฝัน คงต้องล้มลุก ต่อล้อต่อเถียงไปอีก สัก 50 ปี จะดีขึ้นหรือเปล่าก็ไม่ร้ หรือแม้แต่พวกท่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง บ้านเรามันเลือกแต่เปลือก /วิธี แต่เนื้อหาสาระเอากลวิธีทุกรูปแบบมาใช้ ตั้งแต่ซื้อเสียงตรงๆ หรือนานาวิธีการจะได้เปรียบ คนดี ทมีฝีมือ หากไม่มีเงิน มีพวก บอกคำเดียวว่ายาก แม้แต่เวที ผ้ใหญ่บ้าน /สอบต. ระดับฐานราก ทุกคนร้ดี แต่ไม่มีใครเอาจริงกับเรื่องน้ แม้แต่ กกต.ก็เช่นกัน ก็เล่นตามหลักฐาน ใครสร้างเก่ง/หลบเก่งก็รอด ส่วนตัวแสดงไม่ว่าผ้สมัคร หรือประชาชน(ส่วนหนึ่งหรืออาจส่วนใหญ่) ยังมีพฤติกรรมหลังเขาอย่ อนิจจาประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add