หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "ฉลาดเรียน....กิน....เล่น" สามสมดุล สร้างได้ด้วยครอบครัว  (อ่าน 609 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 17:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 



" เด็กไทยกำลังน่าเป็นห่วง ทั้งในเรื่องสติปัญญา และพฤติกรรมการกิน จากการสำรวจของสถาบันราชานุกูล พบว่า ..... เด็กไทยชั้นประถมอายุ 6-11 ปี มีระดับไอคิวเพียง 97-98 ถือว่าต่ำ ถึงแม้จะไม่ต่ำกว่าเกณฑ์เมื่อเทียบกับเด็กปกติที่จะต้องมีประมาณ 90-110 ส่วนเรื่องการกิน เด็กไทยไม่ค่อยกินอาหารเช้า กินแต่ขนมกรุบกรอบ หรือขนมกินเล่น มักอยู่แต่หน้าจอโทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าอยู่นานเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป จะมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก และนำไปสู่ภาวะโรคอ้วน และโรคต่างๆในที่สุด"

ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากครอบครัว พ่อแม่ส่วนมาก มีความหวังอยากให้ลูกเก่ง และเป็นอัจฉริยะ จึงส่งให้ลูกเรียนกวดวิชา ซึ่งแต่ละวันจะให้เด็กเรียนหลายวิชามาก ไม่ว่าจะเป็น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ดนตรี เป็นต้น ทำให้เด็กบางคนรับไม่ไหว ผลสุดท้าย เกิดความเครียด และกดดัน ผลคะแนนสอบจึงออกมาไม่ดี เมื่อเทียบกับเด็กที่เรียน-เล่นอย่างพอดี คะแนนสอบกลับได้มากกว่า

นอกจากนี้คุณสาหร่ายังบอกต่อว่า ความเก่งแม้จะมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ก็จริง แต่ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือครอบครัวที่ไม่เข้าใจเด็ก ความเก่งที่เด็กได้จากพันธุกรรมก็ไม่เกิดผลเต็มที่ ทางที่ดี พ่อแม่ต้องให้เด็กเก่งกิจกรรมควบคู่กับการเรียน เพราะจะช่วยให้เด็กเกิดการผ่อนคลาย มีเหตุมีผล ไม่มุ่งแต่จะเก่ง แต่กิจกรรม และกีฬาจะสอนให้เด็กรู้จักแพ้ชนะ มีสังคม และเข้าใจโลกได้เป็นอย่างดี รวมถึงต้องเข้าใจธรรมชาติของลูก และกระตุ้นจุดเด่นของลูกให้เต็มที่

ด้านพฤติกรรมการกินของเด็กไทย คุณหมอบอกว่า ยังมีทั้งขาด และเกิน โดยเฉพาะอาหารเช้า เป็นอาหารสำคัญที่เด็กไทยไม่ค่อยกิน สอดรับกับผลวิจัยของกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กไทยวัยเรียนร้อยละ 28.5 ไม่กินอาหารเช้า ส่งผลต่อพัฒนาการ และการเรียนรู้ เช่น ไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำและความเข้าใจในวิชาที่เรียนลดน้อยลง เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน ขาดเรียน และมีผลต่อการสอบ ทำให้มีอาการปวดท้อง ขาดสารอาหาร ร่างกายไม่เจริญเติบโตเต็มที่ และไม่แข็งแรง เฉื่อยชา ไม่อยากเรียนรู้ เป็นต้น ดังนั้น ทุกครอบครัวต้องปลูกฝังการกินตั้งแต่ลูกยังเล็ก อย่ามาแก้เอาตอนโต


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 4 ส.ค. 10, 10:37 น โดย Depp08 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 ส.ค. 10, 17:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



" การเตรียมอาหารเช้าที่ดี ต้องมีข้าว/แป้ง หรืออาจจะแทนด้วยขนมปัง โปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ส่วนไขมันเราได้จากน้ำมันพืชจากอาหารอยู่แล้ว ที่สำคัญต้องมีผัก และผลไม้ เพราะมีใยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันไม่ให้มีการดูดซึมสารอาหารมากเกินไป และไปเลี้ยงจุลินทรีย์ในกระเพาะ ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ หรือสามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ระยะยาวได้ แต่ทั้งนี้ต้องกินให้พอดี ไม่ขาด และมากเกินไป โดยดูจากลักษณะ และน้ำหนักของลูก" รศ.นพ.สังคมให้คำแนะนำ

สอดรับกับ รศ.ประไพศรี ศิริจักรวาล อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า การบริโภคอาหารที่ดี มีประโยชน์เป็นหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญสู่ความสำเร็จในการเรียนของลูก เนื่องจากช่วงวัยเรียนเด็กต้องทำกิจกรรมมาก ต้องมีสมาธิในการเรียน รวมถึงต้องการพลังงานที่เพียงพอ

สำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า เด็กควรบริโภคอาหารเช้าที่ให้พลังงาน และสารอาหารที่เพียงพอ เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ดที่เอาเปลือกออก และขัดสีน้อยที่สุด ได้ แก้ข้าวกล้อง เพราะเด็กอดอาหารมาแล้ว 8-10 ชม.ถ้าไม่ได้กินอาหารเช้า เด็กจะขาดสมาธิ ไม่กระปรี้กระเปร่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบอาหารทั้งวัน พลังงานจากอาหารเช้าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 25 ของทั้งวัน

ด้านคุณแม่ลูก 4 อย่าง "ลูกศร-ธนาภรณ์ จิตต์จารึก" อดีตนางเอกละครชื่อดัง ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกให้เก่ง และฉลาดสไตล์เธอว่า นอกการการเรียนแล้ว เธอยังเสริมกิจกรรมยามว่างให้กับลูกรักด้วย เช่น กีฬา และดนตรีด้วย อย่างน้องเฟม (ลูกคนที่สอง) จะชอบเล่นเปียโน ฟุตบอล และสนใจเต้นฮิบฮอป ส่วนคนอื่นๆ จะสนับสนุน และกระตุ้นตามความชอบของลูกอย่างเต็มที่ เพราะอยากให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีในทุกๆ ด้าน ทั้งเรียน และเล่นผสมกันไป

แม้จะมีภารกิจรัดตัว เพราะต้องดูแลบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ 2 รายการ รวมถึงต้องดูแลสามีและลูกถึง 4 คน แต่ในบทบาทของความเป็นแม่ การเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์จึงเป็นเรื่องที่เธอใส่ ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารเช้า เพราะเป็นประโยชน์ต่อเด็กในวัยเรียนมาก ซึ่งเวลาที่ลูกไม่ได้ทาน เขาจะบอกว่า ขณะเรียน เขาไม่กระเตื่อง จำบทเรียนไม่ค่อยได้ ร่างกายอ่อนเพลีย เป็นต้น

" การเลี้ยงลูกให้ฉลาด ศรเชื่อเสมอว่า ต้องเริ่มจากครอบครัว พ่อแม่ต้องใส่ใจ และเข้าใจธรรมชาติของลูก ปลูกฝังการกินที่ถูกต้อง และครบ 5 หมู่ตั้งแต่ยังเล็ก ที่สำคัญไม่ควรยัดเยียด หรือป้อนวิชาให้ลูกมากเกินไป เพราะเด็กอาจจะรับไม่ไหว แต่ควรจะให้ลูกเรียน และทำกิจกรรมอย่างเหมาะสม ตามความชอบ และความสนใจของเขา โดยพ่อแม่ต้องสนับสนุน และกระตุ้นลูกอย่างเต็มที่" คุณแม่ลูก 4 กล่าวทิ้งท้าย

การเลี้ยงลูกให้ ฉลาดเรียน ฉลาดกิน และฉลาดเล่น เป็นเรื่องที่ทำไม่ยาก หากพ่อแม่ใส่ใจ และเข้าใจลูก ขณะเดียวไม่ใช่แค่เลี้ยงลูกเป็น แต่ต้องมีความรู้ และประยุกต์ใช้ให้เป็นด้วย ถึงจะครบสูตร "การเลี้ยงลูกให้ฉลาด"

ที่สำคัญ พ่อแม่ไม่ควรเอาความหวังดีมา ยัด อัด ถมวิชาให้กับลูกจนแน่นเกินไป เพราะนั่นจะเป็นตัวทำลายความคิด และกลบเพชรแท้ในตัวเด็กให้หายไปได้ แต่พ่อแม่ต้องร่วมกันขุดเพชรในตมของลูก มาเจียระไนใหม่ให้งดงาม หมายความว่า ถ้าลูกสนใจอะไร พ่อแม่ต้องสนับสนุนเต็มที่ เพื่อให้ความโดดเด่นตรงนั้น กลายเป็นเพชรแท้ที่มีคุณค่า และมีประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ส.ค. 10, 22:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ส.ค. 10, 07:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม