หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อภิมหากาฬ เรียลริตี๋ สรยุทธ ช่วยน้ำท่วม ! ช่วยตัวเอง ? ปี ๕๓  (อ่าน 4242 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

Number One Opel House
A.D. 2010 Branagara , BKK.

อภิมหากาฬ เรียลริตี๋ สรยุทธ ช่วยน้ำท่วม ! ช่วยตัวเอง ? ปี ๕๓
โดย ครอบครัวข่าว ๓

สวัสดีชาวไทยและชาวโลกทุกท่าน รวมถึงท่านผู้อ่านทุกท่านวันนี้ข้าพเจ้า
ได้ตัดสินใจที่จะนำเสนอบทความ เรื่อง “ อภิมหากาฬ เรียลริตี๋ สรยุทธ ช่วยน้ำท่วม !
ช่วยตัวเอง ? ปี ๕๓ โดย ครอบครัวข่าว ๓ ” ในฐานะประชาชนชาวไทยคนหนึ่ง วัตถุประสงค์ของบทความเรื่องนี้คือต้องการติ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้นในอนาคต และไม่ใช่บทความอิงการเมือง ที่ต้องการสนับสนุนพรรคการเมือง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รวมทั้งไม่มีความฝักใฝ่ฝ่ายใดหรือสีใดสีหนึ่ง
ปรากฏการณ์ธรรมชาติในประเทศไทยปีนี้ (พ.ศ. ๒๕๕๓) มีความรุนแรงมาก
กว่าทุกปีที่ผ่านมามากนัก ฤดูร้อนปีนี้ก็ร้อนมากจนทำให้หลายจังหวัดไม่มีน้ำใช้ในการเกษตรเขื่อนหลายแห่งแม่น้ำหลายสายก็มีน้ำเหลืออยู่น้อยมากเป็นประวัติการณ์ เมื่อมีน้ำน้อย
พอน้ำลดสิ่งที่เคยอยู่ใต้น้ำหลายอย่างก็ปรากฏให้เราได้เห็นในรอบหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ พระอุโบสถ ถนน ฯลฯ ส่วนฤดูฝนในปีนี้ก็มีน้ำมากอันเนื่องมาจากลมมรสุมจากทั้งจีนและอ่าวไทยโดยสรุปคือฝนตกทั่วทุกภาคของประเทศ เมื่อฝนตกหนักทำให้มีน้ำมาก
หลายจังหวัดระบายน้ำไม่ทันก็ทำให้น้ำท่วม บริเวณไหนเป็นที่ลุ่มน้ำก็ท่วมมากและนานกว่าพื้นที่สูง
สิ่งที่ข้าพเจ้าจะนำเสนอในบทความนี้เป็นเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติด้านน้ำ
ที่เป็นข่าวใหญ่อยู่ในขณะนี้ คาดว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่มีผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ที่เคยมีมาในประเทศไทย ก่อนอื่นต้องกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้สู้ชีวิตต่อไป และขออนุโมทนาบุญสำหรับประชาชนชาวไทยผู้มีน้ำใจทุกท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ว่าท่านจะช่วยเหลือพวกเขาอย่างไรก็ตาม มากหรือน้อยก็ได้บุญเหมือนกันทั่วทุกท่าน
บทความเรื่อง “ อภิมหากาฬ เรียลริตี๋ สรยุทธ ช่วยน้ำท่วม ! ช่วยตัวเอง ? ปี ๕๓
โดย ครอบครัวข่าว ๓ ” ที่ใช้ชื่อนี้ขออธิบายดังนี้ “ อภิมหากาฬ ” หมายความว่า เรื่องที่
ใหญ่มากๆ “ เรียลริตี๋ สรยุทธ ช่วยน้ำท่วม ! ” หมายความว่า รายการโทรทัศน์เรียลริติ
ข่าวช่วยน้ำท่วม โดย ตี๋ สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นครูใหญ่ของบ้าน “ ช่วยตัวเอง ? ” หมายความว่า ช่วยประชาสัมพันธ์ตัวเองและรายการของตัวเอง รวมทั้งรายการข่าว ผู้ประกาศข่าว พิธีกร ดารา นักแสดง ของช่อง ๓ โดยใช้เงินบริจาคของประชาชนจัดกิจกรรมการกุศลรูปแบบต่างๆ “ ปี ๕๓ ” หมายความว่า ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ “ โดยครอบครัวข่าว ๓ ” หมายความว่า ผู้สนับสนุนหลักเรียลริติในครั้งนี้คือ รายการข่าวทุกรายการทางช่อง ๓
ที่เรียกว่าครอบครัวข่าว ๓
ก่อนอื่นต้องขอชมเชยคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เรื่องความสามารถในการทำรายการข่าวให้เป็นกระแส ในหลายต่อหลายเรื่องมาแล้ว น้ำท่วมครั้งนี้ก็ชื่นชมอีกครั้งหนึ่ง สำหรับการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งที่ดีถ้าวางแผนไว้ไม่ดี มีผู้ร่วมกิจกรรมที่คิดและกระทำไม่ดีก็ย่อมส่งผลทั้งสองอย่างคือมีทั้งดี และไม่ดีคละเคล้ากันไป ผู้คนชื่นชมมากมาย ที่ไม่ชอบ
ก็เยอะอันนี้ต้องพยายามทำความเข้าใจและยอมรับ ส่วนผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมที่คิดดี กระทำดี ย่อมไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องการทำข่าวให้เป็นกระแสนั้นก็ไม่เกินความสามารถของ
คุณสรยุทธอยู่แล้วเพราะมีรายการข่าวของตัวเองทุกวัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ รายการ
เรื่องเล่าเช้านี้ ตอนเย็นมาช่วยรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่วงเจาะประเด็นกับสรยุทธ วันเสาร์และวันอาทิตย์ ก็มีรายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ขยันทำงานอย่างนี้ก็ไม่น่าแปลกใจที่มีเงินเก็บเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยประเมินจากผลประกอบการของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ที่คุณสรยุทธ เป็นเจ้าของ มีกำไรสุทธิปีละประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ตั้งแต่ทำรายการข่าวอยู่ช่อง ๙ ก่อนที่จะมาอยู่ช่อง ๓ ก็หลายปีมากแล้ว น้ำท่วมประเทศไทยครั้งนี้นอกจากทำข่าวน้ำท่วมและเป็นทั้งสื่อกลางและคนกลางที่รับทั้งเงินและสิ่งของจากประชาชนไปส่งมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้แล้ว เศรษฐีพันล้านอย่างคุณสรยุทธ บริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมบ้างหรือเปล่า ? หรือคิดแต่เพียงเป็นแค่สื่อกลางและคนกลางก็พอ
รับเงินรับของจากคนอื่นและไปส่งมอบ เพื่อให้ได้ข่าวแค่นั้นก็พอ... ?
ส่วนสิ่งที่คุณสรยุทธได้รับนั้นมีมากมายมหาศาลตั้งแต่ โฆษณาในรายการที่มากมายในรายการเรื่องเล่าซึ่งปกติมีมากอยู่แล้วก็มากยิ่งขึ้น นั้นก็เป็นที่มาของเงินทอง ด้านชื่อเสียงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงก็น่าจะได้ เพราะมีคนกล่าวถึงกันทั้งบ้านทั้งเมืองอยู่ในขณะนี้บ้างว่าเป็นเทวดามาโปรดคนทุกข์ หนังสือพิมพ์รายวันหัวสีหลายฉบับก็ต่างชื่นชม อย่างไทยรัฐก็ถึงกับเปรียบเทียบคุณสรยุทธกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่เป็นบ้าง แก้ปัญหาล่าช้า ไม่ทั่วถึง ไม่ให้ความใส่ใจ เลือกปฏิบัติ เข้าไม่ถึงประชาชนที่ถูก...............

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 09:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๒).................เข้าไม่ถึงประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่ที่อยู่ลึกๆ ฯลฯ นิตยสารรายสัปดาห์อย่าง มติชนรายสัปดาห์ ก็ชูประเด็นนี้ด้วยเหมือนกัน โดยนำรูปซุปเปอร์แมนโดยมีหัวเป็นคุณสรยุทธ ขึ้นหน้าปกและมีคำบรรยายใต้รูปว่าฮีโร่ตัวจริง
หลายท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าซุปเปอร์แมนเป็นตัวละครเอกซึ่งเป็นพระเอกในภาพยนต์เรื่องซุปเปอร์แมนของประเทศสหรัฐอเมริกา มีอาชีพเป็นพนักงานในบริษัทหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในอเมริกา ส่วนตำแหน่งไม่แน่ใจว่าเป็นช่างภาพหรือนักข่าว อันนี้จำไม่ค่อยได้ ตามเนื้อเรื่องซุปเปอร์แมน หรือ คลากส์ เค้นท์ เป็นชาวต่างดาว คือ
ชาวคริสตัน มีพละกำลังมาก เดิน วิ่ง เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว รวมทั้งบินได้ ฯลฯ
มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เวลาไปช่วยคนก็ต้องเปลี่ยนชุดเป็นชุดซุปเปอร์แมนที่มีสีแดงเป็นหลักและมีสีน้ำเงินบริเวณผ้าคลุม ชุดชั้นในชาย และสัญลักษณ์รูปเพชรบนหน้าอก ในรูปเพชรมีตัวอักษรรูปตัวเอส (S) ในภาษาอังกฤษซึ่งเป็นสีขาว ชุดของซุปเปอร์แมนนั้นเป็นชุดที่รัดรูปทำให้เห็นสรีระและกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน และจุดเด่นของชุดที่ใส่นั้นคือ นำชุดชั้นในชาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ากางเกงในนั้นมาใส่ทับกางเกงนอก สรุปโดยหลักๆ คือ ซุปเปอร์แมนมีชุดประจำตัว
สีแดงมีผ้าคลุมไหล่สีน้ำเงิน มีสัญลักษณ์รูปตัวเอส (S) บนเสื้อที่หน้าอก ใส่กางเกงใน
สีน้ำเงินไว้ด้านนอก และหวีผมเนียบเสมอ
ที่อธิบายเรื่องเกี่ยวกับซุปเปอร์แมนนั้น ก็อยากที่จะอธิบายเปรียบเทียบกับคุณสรยุทธให้ดูด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่นิตยสารมติชนรายสัปดาห์ไม่ได้กล่าวไว้ กล่าวคือคุณสรยุทธ
มีอาชีพสายข่าวเหมือนซุปเปอร์แมน แถมสวบแว่นตาเหมือนกันอีก คุณสรยุทธเวลาทำงานชอบใส่เสื้อยืดสีพื้นหลากสีส่วนใหญ่เป็นสีขาว และมีพิมพ์ตัวหนังสือบนหน้าอกภาษาไทยบ้าง อังกฤษบ้างแต่ส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ข้อความเปลี่ยนไปเรื่อยกลับมาซ้ำกันบ้าง อาทิ สดทั่วไทย น้ำใจไทย สบายดี เฮติ ครอบครัวข่าว ๓ ฯลฯ และมีการใส่เสื้อแจ๊คเก็ตทับอีกครั้ง บางทีก็ใส่เสื้อสูททับ แต่หลายครั้งมากที่ใส่เสื้อยืดคอกลมออกอากาศ อันนี้ก็คล้ายซุปเปอร์แมนอยู่เหมือนกันคือชอบใส่เสื้อยืดและมีพิมพ์ข้อความบนหน้าอก ซุปเปอร์แมนมีผ้าคลุมไหล่ฉันใดสรยุทธก็มีแจ๊คเก็ตใส่ฉันนั้น ส่วนกางเกงเวลาทำรายการข่าวในสตูดิโอของช่อง ๓ ใส่กางเกงสแล็คสีเข้ม เวลาทำรายการนอกสถานที่ใส่กางเกงขาสั้นหรือขาสามส่วน
ใสกางเกงในอยู่ข้างในอันนี้ก็ปกติดี ไม่เหมือนซุปเปอร์แมนที่ใส่กางเกงในไว้ข้างนอก
แต่การใส่กางเกงในไว้ข้างนอกนั้นของซุปเปอร์แมนนั้นก็สามารถบ่งบอกถึงลักษณะอุปนิสัยของซุปเปอร์แมนได้บ้างไม่มากก็น้อยซึ่งเป็นการแสดงถึงความเป็นตัวตนของตัวเองที่ชัดเจนในการกระทำที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยมีความกล้าหาญไม่กลัวเกรงอิทธิพลในรูปแบบไหนทั้งนั้น รวมทั้งกล้าเผชิญกับคำวิภาควิจารต่างๆ นานา ในเรื่องของการแต่งการที่ต้องการความโดดเด่นเชิงสัญลักษณ์ด้วยการใส่กางเกงในใว้ข้างนอก ซึ่งคนปกติเขาไม่กระทำกัน สำหรับคุณสรยุทธนั้นก็มีลักษณะเช่นนี้อยู่ในตัวเช่นกัน แต่ไม่แสดงออกอย่างซุปเปอร์แมน
แต่แสดงออกอีกรูปแบบหนึ่ง นั้นก็คือการแสดงออกทางภาษาท่าทาง สีหน้า มีไม้ และการสาธิตกริยาท่าทางต่างๆ ในรายการมากมายที่ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ส่วนมากเขาไม่ทำกันกับรายการโทรทัศน์ประเภทรายงานข่าว อาทิล่าสุด การสาธิตการนั่งถ่ายทุกข์ กลางรายการ ติดต่อกันสองวัน วันแรกสาธิตโดยใช้กล่องกระดาษ วันที่สองเป็นถังพลาสติก ช่างคิดและกล้ากระทำดีแท้ ส่วนความเหมาะสมนั้นข้าพเจ้าคิดว่าไม่เหมาะอย่างยิ่ง ซึ่งคนปกติเข้า
ไม่กระทำกัน เรื่องการใส่เสื้อยืดจัดรายการ บางครั้งก็สวมแจ๊คเก็ตหรือสูททับบางครั้งบางคราวนั้นก็ไม่เหมาสมแล้ว ซึ่งแต่ก่อนคุณสรยุทธก็แต่งตัวสุภาพดีคือ ใส่เสื้อเชิ้ตผูกเน็คไทด์สวมเสื้อสูทคลุมทุกครั้งที่จัดรายการ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์
ที่เป็นรายการประเภทรายงานข่าว แต่ระยะหลังมานี้หลายปีแล้วที่ไม่เห็นการแต่งตัวอย่างสุภาพ หรือการตลาดและการประชาสัมพันธ์รายการข่าวของตนนั้นนำหน้าความเหมาะสมไปแล้ว ด้วยการตลาดแจกเสื้อยึด เสื้อแจ็คเก็ต ทุกวันให้กับแฟนรายการข่าวของตนที่ต้องดูรายการข่าวแล้วตอบปัญหาเข้ามาถึงจะได้รับเสื้อ แจกอย่างเดียวคนไม่ค่อยสนใจ
ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธมาใส่เองเอาตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์ (Presenter) ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดีทำให้แฟนรายการมีความต้องการที่จะได้เสื้อที่คุณสรยุทธใส่ในรายการ และยังมีอีกพฤติกรรมหนึ่งของคุณสรยุทธ ที่แสดงออกทางโทรทัศน์ที่ข้าพเจ้ารับไม่ได้จริงๆ คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหารออกอากาศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกอากาศเป็นระยะๆ การรับประทานอาหาร ของว่าง เครื่องดื่ม ผลไม้ หรือน้ำ นั้น เป็นการแสดงพฤติกรรมที่
ไม่เหมาะสมและไม่สมควรอย่างยิ่งที่ผู้ดำเนินรายการ ประเภทรายการเล่าข่าวพึงที่จะกระทำ และดูยังไงมุมไหนก็ไม่งามทั้งสิ้น ถ้ารายการเรื่องเล่าเช้านี้ หรือเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์
เป็นรายการประเภทรายการสอนทำอาหาร หรือรายการประเภทรายการวาไรตี้ที่มีช่วงแนะนำร้านอาหาร พาไปชิมที่ร้านอาหาร แล้วผู้ดำเนินรายการมีการรับประทานอาหาร และ
วิภาควิจารเรื่องรสชาติของอาหารนั้นก็ดูจะเหมาะสมยิ่ง อาหารและการรับประทานอาหารควรจะอยู่ในครัว และบนโต๊ะอาหารเท่านั้น แต่ในการนำอาหารมาวางและรับประทาน
บนโต๊ะทำงานที่คุณสรยุทธใช้เป็นที่หาเลี้ยงชีพนั้น ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงยิ่ง
และเป็นการดูถูกอาชีพเล่าข่าวของตัวเองอย่างหาที่สุดมิได้ บนโต๊ะทำงานของคนเล่าข่าวควร.................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 09:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๓)..................บนโต๊ะทำงานของคนเล่าข่าวควรมีแต่ข่าวและข้อมูลน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว ยิ่งนับวันถ้าไม่เปลี่ยนมีแต่จะทำให้ตัวเองตกต่ำ พฤติกรรมลักษณะอย่างนี้ไม่ได้เป็นวัฒนธรรมของชาวไทยอย่างแน่นอน ส่วนเป็นของชนชาติไหนนั้นก็มิทราบได้ เป็นอันว่าไม่ดี ถ้าเปลี่ยนได้จะดีมากสำหรับคุณสรยุทธ และกับสังคมไทยเพราะถือได้ว่าคุณสรยุทธเป็นแบบอย่างคนหนึ่งที่คนไทยหลายคนยึดถือ
เป็นแบบอย่างในการทำงานและการใช้ชีวิตก็ว่าได้ รวมทั้งเด็กและเยาวชนด้วยที่ดูรายการ
เล่าข่าวของคุณสรยุทธอยู่ในทุกวันนี้ ซึ่งมีผู้ชมรายการวันละเป็นล้านคน ซึ่งพฤติกรรมที่
ไม่เหมาะไม่ควรที่ว่านี้ก็พึ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีมานี้ที่คุณสรยุทธ มาร่วมงานกับช่อง ๓ แต่ก่อนที่เป็นผู้ดำเนินรายการอยู่ที่ ไอทีวี (ITV) และช่อง ๙ ก็ไม่เห็นมีพฤติกรรมเช่นนี้ แสดงว่าไม่ได้เป็นแต่กำเนิดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ พฤติกรรมอันนี้ต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน เพราะ
มีผลกระทบต่อจิตใต้สำนึกของผู้ชมรายการที่ชมรายการทุกวัน และจะส่งผลในการดำเนินชีวิตของแฟนรายการโดยไม่รู้ตัว ทั้งในด้านความคิด คำพูด และพฤติกรรม...
ประเด็นหลักของบทความเรื่องนี้คือการวิเคราะห์เรื่องการทำข่าวเรื่องน้ำท่วม ของคุณสรยุทธ การรับบริจาคเงินและสิ่งของ การส่งมอบสิ่งของ กิจกรรมต่างๆ รวมทั้งที่มาที่ไป แนวความคิดและการกระทำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวข่าว ๓ และทางช่อง ๓ รวมทั้งประชาชนชาวไทยผู้ใจบุญ และหน่วยงานต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนกับกิจกรรมช่วยน้ำท่วมของช่อง ๓ ในครั้งนี้ ว่าใครได้ ? ใครเสีย ? มากหรือน้อยหรือไม่ได้เลย ? สิ่งไหนเหมาะที่ควร สิ่งไหนที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และสิ่งที่น่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถ้ามีเหตุการณ์น้ำท่วม หรือเหตุการณ์อื่นที่ทำให้ประชาชนชาวไทยหมู่มากได้รับความเดือดร้อนจากภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติหรือภัยจากฝีมือมนุษย์
ทางช่อง ๓ นำทีมโดยคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ครอบครัวข่าว ๓ ฝ่ายข่าว
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรายการ และอีกหลายฝ่ายของช่อง ๓ รวมทั้ง คณะผู้บริหารด้วย
ซึ่งขาดไม่ได้ ได้มีการประชุมกันและมีมติให้จัดทำโครงการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี ๕๓ ขึ้น รับบริจาคทั้งเงินและสิ่งของ วันแรกวันที่ ๑๗ หรือ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และจะหยุดรับบริจาคเฉพาะสิ่งของประมาณวันที่ช่วงปลายเดือนตุลาคม เรื่องวันที่นั้นข้าพเจ้าเจ้าไม่ค่อยได้แล้ว ส่วนเรื่องเงินและการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) ที่เปลี่ยนเงินบริจาคได้ร่วมกับ
ค่ายโทรศัพท์มือถือ ๓ ค่าย AIS DTAC และ TRUE นั้นจะมีการรับบริจาคต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งพอถึงกำหนดการหยุดรับบริจาคสิ่งของครั้งแรกนั้น เช้าอีกวันหนึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงคือมีการรับบริจาคสิ่งของได้อีกต่อไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งการรับบริจาคช่วยน้ำท่วมครั้งนี้ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ หรือมีการตั้งเป้าของคณะทำงานของช่อง ๓ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าเงินบริจาคต้องให้ได้เกิน ๑๕๐ ล้านบาทถึงจะพอ ไม่อย่างนั้นจะเสียหน้าได้ ว่าทีรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ประเทศเฮติเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ได้เงินบริจาคร้อยกว่าล้านบาท หรือประมาณ ๑๔๕ ล้านบาทได้ พอเวลาคนไทยเดือดร้อนทำไม่ได้เงินบริจาคน้อยจังน้อยกว่าช่วยคนต่างชาติเสียอีก สิ่งนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ทางช่อง ๓ ยังไม่หยุดรับบริจาคหรือไม่ ?
ก่อนที่ทางช่อง ๓ จะรับบริจาคช่วยน้ำท่วมนั้น ทางช่อง ๗ ช่อง ๕ ช่อง ๑๑ (NBT) ช่อง ๙ ได้มีการนำเสนอข่าวน้ำท่วมนี้มาเกือบเดือนแล้ว ทางช่อง ๓ รออะไรอยู่ อาจจะประชุมและวางแผนการรับบริจาคและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนอยู่แน่เลยว่าจะทำอย่างไร ลักษณะได้ดี ถ้าประชุมเสร็จแล้วรับบริจาคเลยแล้วจะเอาของใส่อะไรไปมอบให้ชาวบ้าน
ก็ต้องใส่ถุงพลาสติกถึงจะสะดวกและได้ประชาสัมพันธ์ช่อง ๓ ไปด้วยในตัว เงินก้อนแรกที่ช่อง ๓ ได้บริจาคและใช้กับการช่วยเหลือผู้ที่ถูกน้ำท่วมในครั้งนี้คือ การนำไปสั่งทำถุงพลาสติกสีขาวที่มีการพิมพ์ตราสัญลักษณ์ของช่อง ๓ ที่มีเลข ๓ ตัวใหญ่โตมโหฬาร
พิมพ์เป็น ๔ สี ดูดีมากเลย แต่ชาวบ้านที่เดือดร้อนนั้นเขารับประทานไม่ได้ และยังทำให้เกิดขยะที่ก่อให้เกิดโลกร้อนด้วย ถุงก็เล็ก น่าที่จะใช้ถุงผ้านะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วย
ลดโลกร้อนด้วย อย่างถุงบริจาคของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งของมูลนิธิต่างๆ ที่มีภารกิจหลักที่ช่วยเหลือประชาชน
ผู้เดือดร้อน และผู้ที่ขาดโอกาสในลักษณะต่างๆ การกระทำเรื่องถุงพลาสติกพิมพ์โลโก้
ช่อง ๓ อย่างน้ำเข้าข่ายจ่ายน้อยแต่ได้มาก คือจ่ายเงินทำถุงน้อยแต่ได้หน้าเต็มๆ เมื่อพูดถึงเรื่องประเด็นของถุงที่ใส่ของบริจาคแล้วก็ขอพูดให้จบในคราวเดียวเลยและกัน การที่
ถุงบริจาคนั้นมีการพิมพ์ตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งนั้นเป็นการบ่งบอกเชิงสัญลักษณ์ว่ามาจากหน่วยงานไหนหรือจากใครนั้นเอง เช่น สิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ จะมีลักษณะเป็นถุงผ้าและมีสิ่งของอยู่ข้างใน ซึ่งถุงผ้านั้นจะมีการพิมพ์ ตราสัญลักษณ์พระองค์และพระนามาภิไธยย่อของแต่ละพระองค์ เช่น “ ภปร ” “ สก ” “ มฏก ” “ สธ ” และมีข้อความใต้สัญลักษณ์ว่า “ พระราชทาน ” สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่บอกถึงว่าของบริจาคนั้นมาจากพระองค์ไหนโดยมากมักมอบผ่านมูลนิธิต่างๆ ผ่านจังหวัด หรือข้าราชบริพารในพระองค์เป็นผู้แทนพระองค์ ในการมอบสิ่งของพระราชทานที่ผ่านมูลนิธิอย่างมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือผ่านจังหวัดข้าพเจ้าก็ไม่เคยเห็นมูลนิธิหรือจังหวัดไหนมีการพิมพ์ตราสัญลักษณ์ประจำมูลนิธิ หรือตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด เพิ่มเติมลงบนถุงพระราชทานเลย อันนี้ก็พอเข้าใจสาเหตุได้ว่าไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ทางช่อง ๓ ทำ...................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 09:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๔)....................แต่สิ่งที่ทางช่อง ๓ ทำนั้นกลับตรงกันข้ามคือการสั่งทำถุงพลาสติกและพิมพ์โลโก้ของช่อง ๓ โลโก้เดียวลงไปบนถุงที่ใส่ของบริจาคที่มาจากประชาชนทั่วไป หรือการพิมพ์ข้อความบนเรือที่มีผู้บริจาคผ่านทางช่อง ๓ ซึ่งเจ้าของเรือที่บริจาคก็ไม่ได้พิมพ์ชื่อ – นามสุกล หรือหน่วยงานของตนลงด้านข้างของเรือที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนอยู่ แต่ช่อง ๓ กลับทำอย่างไม่รู้ร้อน เพื่อหวังการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ที่ได้จัดกิจกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงการกุศลในลักษณ์แบบนี้ พฤติกรรมแบบนี้เหมาะสมแล้วหรือ หรือในการพิมพ์ข้อความใดลงบนถุงบริจาคนั้นควรมีคำว่า “ ประชาชน ” อยู่แทนหรือรวมอยู่ด้วยหน่วยงานไหนมาช่วยก็พิมพ์โลโก้ของเขาลงไปด้วยเช่น กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ หรือแค่เพียงถุงใส่ของที่ไม่มีข้อความใดเลยน่าจะเหมาะสมที่สุดกับกิจกรรมการกุศลที่มีผู้คนและหลายหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจกัน หรือการทำบุญแบบปิดทองด้านหลังพระพุทธรูปนั้นทางช่อง ๓ ไม่ถนัด ถนัดแต่ปิดทองด้านหน้าพระพุทธรูปและก็ถ่ายทอดสดไปด้วย ? การกระทำลักษณะอย่างนี้ถ้าเป็นพนักงาน ผู้บริหาร ผู้ประกาศข่าว พิธีกร ดารา นักแสดง ของช่อง ๓ เป็นผู้นำสิ่งของต่างๆ มารวมกันแล้วนำใส่ถุงบริจาคที่พิมพ์โลโก้ของช่อง ๓ หน่วยงานเดียวอย่างนี้ถึงจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องและเหมาสม
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ คุณสรยุทธก็พูดแก้ตัว ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลายประเด็นเกี่ยวกับการรับบริจาคช่วยน้ำท่วมครั้งนี้ ซึ่งข้าพเจ้าฟังดูแล้วไม่เข้าท่าคือไม่ได้เรื่องฟังไม่ขึ้นไม่สมเห็นสมผล ซึ่งบทความนี้ก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะหักร้างประเด็นที่คุณสรยุทธได้ออกมาแก้ตัวไป แต่เป็นประเด็นที่คนทั่วไปและสื่อต่างๆ ไม่ได้พูดถึง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจะมาร่วมกันคิดร่วมกันทำ ต่อมาในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓
ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้คุณสรยุทธก็พูดถึงประเด็นของการสวมข้าว ของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อคุณนที ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมคือนำข้าวสารของกระทรวงพาณิชย์ที่แจกช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมมาสวมถุงพลาสติกใสและพิมพ์ข้อความลงในกระดาษสีขาวและแนบไปกับถุงข้าวสารนั้น มีใจความสำคัญที่ข้าพเจ้าพอจำได้ว่า “ ข้าวสารของกระทรวงพาณิชย์จากโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคุณนที ....... เป็นผู้ประสานงาน
กับกระทรวงพาณิชย์.........เทศบาล......... ” ที่จุดจุดไว้นั้นคือจำไม่ได้เพราะมีข้อความหลายบรรทัด คุณสรยุทธก็พูดถึงประเด็นนี้ด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างมากและให้กล้องถ่ายจับภาพที่ถุงข้าวสารนี้อยู่ตั้งนาน และวิภาควิจารว่าไม่เหมาะสมมีคนร้องเรียนเข้ามาว่าเป็นการหาเสียง และให้คำจำกัดความกับคุณนทีนักการเมืองท้องถิ่นคนนี้ว่าเป็นการ
“ สวมข้าว ” ข้าพเจ้าก็มีความเห็นด้วยว่าไม่เหมาะสมแต่ลองมานึกถึงพฤติกรรมของนักการเมืองไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติก็ตามนั้นมีความคล้ายกันในการกระทำลักษณะนี้ คือชอบพิมพ์ชื่อ – นามสกุลของตัวเองลงบนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นผลงานของตนเอง เช่น เสาไฟฟ้า สวนหย่อม สนามนันทนาการ เก้าอี้ม้านั่ง ถังเก็บน้ำ ถังขยะ ฯลฯ
และมักจะมีข้อความอธิบายกำกับไว้ด้วยว่า เป็นงบประมาณไหนแปรญัตติโดยนักการเมืองคนใด ซึ่งก็เป็นข้อความที่ครบถ้วนถูกต้องทางกฎหมายนำไปฟ้องร้องไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริง แต่พอย้อนกลับมานึกถึงพฤติกรรมเรื่องถุงบริจาคของช่อง ๓ นั้น มีแต่โลโก้
ช่อง ๓ ไม่มีข้อความใดเลย ก็รู้สึกไม่ดีอย่างมาก สิ่งที่นักการเมืองทำนั้นบ้างอย่างก็เหมาะสมหลายอย่างก็ไม่เหมาะสมแล้วแต่ แต่ละบุคคลไป สำหรับประเด็นการ “ สวมข้าว ” ของ
คุณนทีนี้ ก็ดูจะเป็นการกระทำที่มีการให้เกียรติกับกระทรวงพาณิชย์อยู่ด้วย แต่การกระทำของช่อง ๓ นั้นดูจะไม่เป็นการให้เกียรติกับประชาชนผู้บริจาคเท่าที่ควร สำหรับภาค
ประชาสังคมนั้นคำขอบคุณในรายการนั้นยังไม่มากพอเท่ากับการกระทำที่ถูกต้องและเหมาะสม สำหรับคนที่เข้าตั้งใจที่จะทำบุญช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนที่มีจิตใจบริสุทธ์นั้น
เขาไม่ต้องการอะไรตอบแทนเลยสักนิดรวมถึงคำขอบคุณเข้าต้องการเพียงได้ช่วยบรรเทาทุกข์ของคนที่เดือดร้อนเท่านั้น พฤติกรรมที่ช่อง ๓ ทำอยู่ในลักษณะนี้เป็นการ “ สวมบุญ ” เพียงเพื่อให้ได้หน้าได้ตาที่ดูดีในสังคมอย่างนั้นหรือ...
การรายงานเรื่องยอดการบริจาคที่เป็นเงินสดทุกวันนั้นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว แต่การนำเงินไปใช้แล้วบอกแค่เพียงว่านำไปใช้ซื้ออะไรเช่น ซื้อเครื่องยนต์ติดเรือ ซื้ออุปกรณ์ทางการศึกษา ซึ้อกระเบี้อง ซึ้อสิ้นค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ พูดถึงเพียงแค่นี้ ไม่บอกว่าซื้อไป
เป็นจำนวนมากน้อยแค่ไหน คิดเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง จำนวนกี่ครั้ง หักจากยอดเงินสดที่มีอยู่แล้วเหลือเท่าไหร่แต่ละวัน อันนี้ไม่ทำ ซึ่งมันก่อให้เกิดความคลุมเครือ
ไม่โปร่งใส ทำให้ใครต่อใครคิดมากและคิดไปกันใหญ่ต่างๆ นานา อันนี้คุณสรยุทธไม่ควร
ที่จะออกมาพูดแก้ตัวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้อีก ให้รีบแก้ไขโดยทำให้ถูกต้องซะ เพราะครั้งที่ทำข้อมูลขอบคุณรถยนต์บรรทุกต่างๆ ที่มาช่วยในการขนสิ่งของบริจาคจากช่อง ๓
ไปยังพื้นที่ต่างๆ แต่ละคนแต่ละหน่วยงานว่ามาช่วยแล้วกี่ครั้ง กี่เที่ยว กี่คันรถ นั้นยังทำได้
อันนี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยาก ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าทำทุกครั้งที่ใช้เงินไปเป็นเรื่องง่ายมากเลย
ในทางบัญชี สิ่งไหนที่ถูกต้องและเหมาะสมให้ทำไปได้เลย สิ่งไหนไม่ถูกต้องไม่ควรทำ
ไม่ควรพูดก็ควรละเว้น เช่น การพูดไร้สาระนอกเรื่องนอกประเด็น อาทิ “ อ้าวนี่มันบริษัทสามเคแบตเตอร์รี่ของแฟนกุ๊กนี่มาช่วยน้ำท่วมกับเขาด้วยหรือ ค่ะคนที่มามอบเงินนี่พี่ชายแฟนของกุ๊กค่ะ ” คุณกุ๊กที่พูดถึงนี้คือคุณกฤติกา ศักดิ์มณี ผู้ดำเนินรายการร่วมอีกคนหนึ่ง.....................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 10:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๕)....................ผู้ดำเนินรายการร่วมอีกคนหนึ่ง
ของรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ที่มีชื่อเล่นว่ากุ๊ก วันนี้ข้าพเจ้าได้ดูรายการอยู่พอดี ก็ถึงได้รู้ว่า
คุณกฤติกานั้นมีแฟนแล้วเป็นลูกชายของเจ้าของบริษัทสามเคแบตเตอร์รี่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ประเทืองปัญญาแต่ประการใดเลย คุณสรยุทธไม่พูดถึงก็ไม่มีใครเขาว่า แค่รายงานข่าวว่า บริษัทสามเคแบตเตอร์รี่ บริจาคเท่าไหร่ก็พอแล้วให้เหมือนกับรายอื่นๆ
เรื่องการใช้เงินบริจาคของประชาชนที่ทำอยู่ในทุกวันนี้และคิดวางแผนที่จะทำในอนาคต แบบเรียลริตินี้ก็ไม่เห็นด้วยเป็นการฉกฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ความทุกร้อนของประชาชน ไม่รู้ว่าจะถือเงินสดไว้ทำไม่ตั้งมากมายเป็นร้อยล้านบาท หรือมีการวางแผน
จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ช่อง ๓ เชิงการกุศล โดยใช้เงินของประชาชนผู้บริจาคช่วยน้ำท่วมในครั้งนี้ ? น่าที่จะนำเงินบริจาคใช้ซื้อสิ่งของที่จำเป็นให้เหมาะกับสถานการณ์เป็นรายวันไปไม่ควรถึงเงินไว้นานขนาดนี้จนหลายพื้นที่น้ำลดไปแล้วอย่างเช่นเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนหน้านี้น้ำท่วมมากในหลายพื้นที่หลายจังหวัดประชาชนที่เดือดร้อนต้องการเรือก็ประกาศ
รับบริจาคเรือแล้วส่งไปให้ได้เรือไม่เท่าไหร่ไม่ถึงห้าร้อยลำด้วยซ้ำ ถ้าเป็นข้าพเจ้าในขณะนั้นคงตัดสินใจใช้เงินบริจาคที่มีอยู่ซื้อเรือซัก ๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ ลำ พร้อมสินค้าอุปโภคบริโภค
ที่จำเป็นในแต่ละวันนำไปแจกจ่ายทุกวันในทุกพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนั้น ส่วนเรื่องเรือนี้ก็ขอให้เป็นของสาธารณะที่ใครจำเป็นต้องใช้ก็สามารถมาขอใช้ได้ โดยการมอบให้ใว้กับวัดหรือหน่วยงานทหารในแต่ละจังหวัดไป ปีไหนที่มีน้ำท่วมอีก
สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้ไม่ต้องซื้อเรือแจกกันทุกทีไปที่มีเหตุการณ์น้ำท่วม และทั้งทาง
วัดและหน่วยงานทหารก็มีพื้นที่และกำลังพลมากเพียงพอที่จะดูแลและบำรุงรักษาเรือนี้
ให้สภาพสมบูรณ์พร้อมเสมอที่จะนำมาใช้งาน
สำหรับการนำเงินบริจาคที่เก็บไว้ในบัญชีอยู่นานเกือบเดือนนั้น ค่อยๆ นำออกมาทำโครงการต่างๆ เช่น โครงการสื่อการเรียนการสอน (V ๑) ไปมอบให้โรงเรียนต่างๆ นำโดยคุณหนิง สายสวรรค์ ขยันยิ่ง โครงการที่สองคือ โครงการคลังอาหารประจำหมู่บ้าน (V ๒) นำโดยคุณกาละแม พัชรศรี เบญจมาศ โครงการประตูใจ (V ๓) ร่วมกับคุณตัน ภาสกรนที นำโดย คูณกอบสุข จารุจินดา และดารา นักแสดง และจะมีอีกหลายโครงการที่กำลังจะคลอดออกมาเชิงกิจกรรมเรียลริติการกุศลเชิงแอบแฝง การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ และรายการต่างๆ เช่นรายการข่าว รายการบันเทิง รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์ ผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการ และดารา นักแสดง ของช่อง ๓ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการคิดและวางแผนไว้แล้วอย่างรอบครอบ โดยไม่ต้องใช้เงินของตัวเอง เพียงใช้แค่เวลาของช่อง และบุคลากรที่มีอยู่ โดยใช้เงินบริจาคของประชาชนที่บริจาคมาเข้าบัญชีช่วยน้ำท่วมของช่อง ๓ กล่าวได้ว่าเรียลริติช่วยน้ำท่วม ปี ๕๓ ที่มีคุณสรยุทธ
สุทัศนะจินดา เป็นครูใหญ่ของบ้านนี้ นั้นสนุกยิ่งนักเมื่อมีประชาชนและหน่วยงานต่างๆ
เป็นผู้สนับสนุนหลักกับ เรียลริติ “ อภิมหากาฬ เรียลริตี๋ สรยุทธ ช่วยน้ำท่วม ! ช่วยตัวเอง ?
ปี ๕๓ โดย ครอบครัวข่าว ๓ ” ที่ออกอากาศทางช่อง ๓ อยู่ขณะนี้ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๕๓ นี้ก็จะครบ ๑ เดือนเต็ม ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าเรียลริติเรื่องนี้จะจบเมื่อไหร่ อย่างไร จบแบบไหน แต่ก็คาดคะเนได้ว่าก่อนวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ แน่นอนเพราะถ้าไม่จบในปีนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ส่วนประชาชนเดือดร้อนด้วยเหตุการณ์ทางธรรมชาติทั้งอุทกภัย และวาตภัยนั้น ก็ได้มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งที่เป็นรายบุคคลที่ไม่ได้นำเงินและสิ่งของมาบริจาคผ่านช่อง ๓ ซึ่งรัฐบาลเองก็อนุมัติเงินงบประมาณแผ่นดินปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยรวมสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าน่าจะประมาณ
๒๐,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และจากหน่วยงานอื่นอีกที่ทำแบบไม่ได้ออกสื่อทาง
วิทยุ โทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ ก็มากรวมกันแล้วที่เป็นทั้งเงินและสิ่งของที่คิดรวมเป็นเงินมูลค่าน้ำใจของคนไทยที่อยู่ที่ประเทศไทยและอยู่ในต่างประเทศรวมทั้งชาวต่างประเทศด้วย ก็น่าที่จะมียอดเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัยครั้งนี้เป็นเงินประมาณ
๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนผู้เดือดร้อนที่จะรอความช่วยเหลือจาคเงินบริจาคที่อยู่ที่ช่อง ๓
ร้อยกว่าล้านบาทนั้น ก็คงต้องรอไปก่อน รอให้ครูใหญ่ของบ้านอย่างคุณสรยุทธ
ได้คิดและวางแผนคลอดโครงการต่างๆ (V ๔ , V ๕ , V ๖ ฯลฯ) ทยอยออกมาช่วยเหลือภายใต้แนวความคิดและคำโฆษณาชวนเชื่อที่ว่า “ โครงการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม
หลังน้ำลด ” “ โครงการฟื้นใจฟื้นรอยยิ้ม ” และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย
โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปี ๕๓ ที่ช่อง ๓ จัดครั้งนี้ มีสิ่งที่หน้าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ ทำไมจังหวัดลพบุรีถึงได้รับความช่วยเหลือจากช่อง ๓ เป็นพิเศษผิดปกติ เป็นจังหวัดแรกที่ทีมข่าวช่อง ๓ ไปทำข่าวในพื้นที่ เป็นจังหวัดแรกที่สิ่งของบริจาคจากช่อง ๓ ได้ส่งไปช่วยผู้เดือนร้อน และเป็นจังหวัดแรกที่โครงการประตูใจได้ส่งมอบประตูทั้งหมดให้กับจังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดแรก เกิดอะไรขึ้น ? ใครเป็นคนขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ ? จังหวัดลพบุรีนั้นก็เกิดน้ำท่วมซ้ำซากขึ้นทุกปี เมื่อปีที่แล้วก็ท่วม ปีนี้อาจจะท่วมมากกว่าปีที่แล้วหน่อย แต่ที่จริงแล้วนั้นจังหวัดพระนครศรีอยุธยานี้น้ำท่วมมากกว่าและนานกว่าทุกจังหวัดและท่วมซ้ำซากทุกปีเช่นกัน แต่ไม่ได้รับความสนใจจากช่อง ๓ มากเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งข้าพเจ้าเป็นคนกรุงเทพมหานคร เกิด เติบโต และทำงานที่กรุงเทพมหานครมาโดยตลอด ก็มีความสนใจในประเด็นที่ช่อง ๓ ได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ....................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 10:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๖)......................ได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษก็ลองหาข้อมูลดูจากกัลยาณมิตรที่รู้จักหลายที่หลายสายงานก็ถึงบางอ้อก็คราวนี้นี่เอง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีเบื้องหลังเบื้องลึกกุญแจสำคัญของปรากฏการณ์นี้คือ คุณดวงรัตน์ มหาวนิช ตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของช่อง ๓ นั้นเอง ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับกลางของช่อง ๓ คือเป็นเบอร์ ๒ ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ลองจากคุณบริสุทธิ์
บูรณะสัมฤทธิ์ ที่เป็นเบอร์ ๑ ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์นั้นเอง โดยคุณดวงรัตน์ ได้แต่งงานกับคุณสมเกียรติ มหาวนิช ที่ขณะนี้เป็นผู้บริหารฝ่ายโฆษณาของช่อง ๓ และตระกูลมหาวนิชก็มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลมาลีนนท์โดยเกี่ยวดองกันถึงกับเป็นญาติสนิทกันเลย ในช่อง ๓ นั้นถือได้ว่าคุณดวงรัตน์
ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคุณอัมพร มาลีนนท์ อย่างห่างๆ สำหรับคุณอัมพรถือว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงของช่อง ๓ ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่ง เช่นเป็นกรรมการในคณะกรรมการ เป็นกรรมการบริหารในคณะกรรมการบริหาร เป็นรองผู้จัดการฝ่ายรายการและรักษาการผู้จัดการฝ่ายออกอากาศในคณะผู้บริหารของช่อง ๓ ที่สำคัญที่สุดคุณดวงรัตน์ เป็นคนจังหวัดลพบุรีนั้นเอง ก็เลยทั้งสนับสนุนและผลักดันโครงการและกิจกรรมความช่วยเหลือต่างๆ ลงสู่จังหวัดบ้านเกิด ผ่านฝ่ายประชาสัมพันธ์
ที่ตนเองเป็นผู้บริหารอยู่นั้นเอง เท่าที่ทราบมาคุณดวงรัตน์ก็เป็นคนชอบทำบุญคนหนึ่ง
เป็นคนที่อุปถัมภ์วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี อยู่ทราบว่ากำลังจะพัฒนาวัดนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของลพบุรีอยู่ และที่ทราบอีกประการหนึ่งก็คือทราบว่า
คุณดวงรัตน์ได้ช่วยงานท่านเจ้าคุณพระราชรัตนมงคล (มนตรี อภิมนฺติโก) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และพระครูสังฆสิทธิกร (อีริค สิริภทฺโท) หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ
สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร อยู่เป็นระยะๆ และเมื่อปีที่แล้ว
ช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็ได้ผลักดันโครงการที่ข้าพเจ้าตั้งชื่อเองว่า โครงการรักลพบุรี
บ้านเกิด ให้เกิดขึ้นโครงการหนึ่ง โดยให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชออกหน้า
ใช้ชื่อโครงการว่า “ โครงการความปลอดภัยภายในวัดทั่วราชอาณาจักร ” ถวายในหลวงในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยพระครูสังฆสิทธิกร (อีริค สิริภทฺโท) ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และลงข่าวเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ใจความว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ทรงมีรับสั่งห่วงใยเรื่องความปลอดภัยภายในวัด ทางสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชก็ได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อสนองพระบัญชาของพระองค์ โดยจะรับบริจาคปัจจัยและนำไปจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมอบให้กับวัดที่มีความสุ่มเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยจากการ
ถูกลักลอบขโมยของภายในวัด ซึ่งทางโครงการดังกล่าวได้มอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้แก่ พระอนุชา อภิชาโต เจ้าอาวาส วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
นำร่องเป็นวัดแรก และผ่านมาเกือบครบปีหนึ่งแล้วก็ไม่ได้มอบให้วัดอื่นอีกเลย เป็นอันว่า
จบโครงการแบบนี้เลย ซึ่งข้าพเจ้าหาข้อมูลอย่างไรก็ไม่พบความเกี่ยวพันของ วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา กับสมเด็จพระสังฆราช ทำไม่ต้องมอบให้วัดนี้วัดแรกเป็นวัดนำร่องซึ่งวัดก็อยู่บนภูเขาไม่น่าที่จะอันตรายมีโจรมากมายนัก ถ้าจะมอบกันจริงๆ วัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้
น่าที่จะมอบให้กว่ามาก แต่ด้วยการผลักดันและเป็นผู้ร่วมคิดโครงการนี้ขึ้นจึงทำให้ ต้องไปมอบให้แก่วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา เป็นอันว่าจบโครงการรักลพบุรีบ้านเกิดของคุณดวงรัตน์
อีกโครงการหนึ่ง ส่วนโครงการนี้จะเป็นพระบัญชาของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช หรือไม่นั้นก็ไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป เนื่องจากท่านประชวนและพักรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว ไม่รู้ว่าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ พระองค์
ได้รับสั่งเรื่องทรงห่วงใยความปลอดภัยภายในวัดกับใคร เมื่อไหร่ถึงได้คลอดออกมาเป็นโครงการนี้ได้ หรือว่าคิดเองทำเอง ? ท่านเจ้าคุณพระราชรัตนมงคล (มนตรี อภิมนฺติโก) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ท่านก็มีคดีความติดตัวอยู่เรื่องการปลอมลายพระหัตถ์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช ในเรื่องที่สมเด็จพระสังฆราช
มีพระลิขิตถึงมหาเถระสมาคมให้ พระราชรัตนมงคล (มนตรี อภิมนฺติโก) เป็นกรรมการมหาเถระสมาคม ปัจจุบันเรื่องก็ยังอยู่ที่ศาลอยู่ ด้านท่านพระครูสังฆสิทธิกร (อีริค สิริภทฺโท) หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ก็ขึ้นชื่อเรื่องการนิยมชมชอบในดารา นักแสดง ที่เป็นผู้หญิง ถึงกับ พระเทพสาระเวที (ปุญฺญาคโม) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้กล่าวไว้ว่าท่านอีริค เป็นพระฝรั่งที่บ้าดารา ส่วนเรื่องของน้ำท่วม
กับช่อง ๓ ก็ขอวิเคราะห์และวิจารณ์เพียงเท่านี้
รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าขอฝากโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวไว้พิจารณาด้วยถึงแม้ว่าในปีหน้า (พ.ศ. ๒๕๕๔)
ที่เหลืออีกไม่กี่เดือนท่านจะยุบสภาแล้วมีการเลือกตั้งใหม่ตามนโยบายแผนปรองดองของท่านนั้น ก็ขอให้ลองได้พิจารณาและกล้าตัดสินใจลงมือเริ่มทำโครงการนี้ด้วย เพราะถึงแม้ว่าถ้าท่านไม่ทำในวันนี้ในอนาคตอีกไม่รู้กี่ปีอาจจะเป็น ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปี ก็ตามโครงการนี้ก็ย่อมเกิดขึ้นแน่นนอนแต่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดไหน นายกรัฐมนตรีท่านใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของนายกรัฐมนตรีท่านนั้น ยิ่งโครงการนี้เกิดขึ้นเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในระยะยาว....................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 10:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อตวามต่อเนื่อง ช่วงที่ ๗).....................ทั้งประเทศในระยะยาว
โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของประเทศไทยโครงการนี้ขอตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำและกักเก็บน้ำใต้ดินอเนกประสงค์ ” หรือชื่อโครงการแบบไม่เป็นทางการคือ “ โครงการท่วมนักลักแล้วกั๊ก ” โครงการนี้เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยก็ว่าได้ งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการก่อสร้าง
ณ ปัจจุบัน ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ๘ – ๑๒ ปี ใช้งบประมาณแผ่นดินปีละ ๖,๕๐๐ – ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งน้อยกว่างบประมาณในแต่ละปีที่ต้องใช้ไปกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบเฉพาะหน้า พื้นที่การก่อสร้าง ๗๖ จังหวัด ยกเว้น กรุงเทพมหานคร ลักษณะของโครงการเป็นการสร้างอุโมงค์อเนกประสงค์ใต้ดินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง ๘ - ๑๒ เมตร แล้วแต่พื้นที่ รถยนต์บรรทุกขนาด ๑๐ ล้อ สามารถ
วิ่งสวนทางกันได้ โดยมีถนนขนาด ๒ ช่องทางจราจรภายในอุโมงค์บริเวณที่ก่อสร้างคือ
ใต้ถนนหลวงที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปซื้อที่ดินใหม่หรือทำเรื่องเวนคืนที่ดินให้ประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องยุ่งยาก โดยก่อสร้างเชื่อมต่อกับแม่น้ำลำคลองในแต่ละพื้นที่เพื่อสามารถระบายน้ำมาเก็บไว้ในช่วงฤดูฝน คือการลักน้ำจากธรรมชาติมากั๊ก หรือกักเก็บไว้ถ้าปีไหน
ฝนตกมากก็สามารถระบายน้ำออกจากอุโมงค์ใต้ดินได้หลายช่องทางสู่ลำคลองและแม่น้ำ
ทำให้ไม่เกิดการท่วมขังของน้ำหรือถ้าระบายไม่ทันก็ท่วมเพียงไม่กี่วันไม่ใช่ท่วมเป็นเดือน สองเดือน บางพื้นที่ท่วมเกือบสามเดือน ในการระบายน้ำช่วงฤดูฝนนี้ให้ระบายน้ำที่เกินกว่าอุโมงค์จะกักเก็บเท่านั้นอย่าระบายทั้งหมด เพราะน้ำที่กักเก็บไว้ในอุโมงค์ใต้ดินนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการที่จะนำไปใช้ในภาคการเกษตรช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว
ที่กินระยะเวลาถึง ๘ เดือน ของ ๑ ปี ถ้าสามารถทำได้อย่างนี้จะเกิดประโยชน์กับประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมากทั่วทุกจังหวัด หน้าฝนน้ำก็ไม่ท่วมหน้าร้อนและหน้าหนาวก็มีน้ำไว้ใช้ในการเกษตรตลอดทั้งปี โครงการนี้เปรียบเสมือนเป็นการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน
โดยที่ไม่ต้องเสียพื้นที่ป่าไม้ไปในการสร้างเขื่อนในปัจจุบัน เขื่อนในปัจจุบันก็มีประโยชน์
ทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายอย่าง กักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร ช่วยไม่ให้น้ำท่วม
และผลิตไฟฟ้า ส่วนเขื่อนใต้ดินนี้ก็เช่นกัน ช่วยไม่ให้น้ำท่วม และกักเก็บน้ำไว้ใช้ใน
ด้านการเกษตร เรื่องไฟฟ้าคงผลิตไม่ได้ แต่สามารถผลิตผลผลิตทางการเกษตรได้ตลอดทั้งปีก็เป็นการสร้างพลังชีวิตให้กับประชาชนชาวไทยได้มีอาชีพเกษตรกรที่มั่นคง ปัญหาต่างๆ ด้านสังคมก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราคืนชีวิตให้ผืนแผ่นดิน แผ่นดินก็จะคืนชีวิตให้เราด้วยเช่นกัน สาเหตุหลักของการเกิดน้ำท่วมในประเทศไทยนั้นมาจากคนเรานี่เอง คือการสร้างถนนหนทาง สร้างอะไรต่อมิอะไรขวางทางน้ำ รุกล้ำแม่น้ำลำคลอง
บางทีถึงกับถมคลองไปแล้วมากมายหลายแห่งเหลือเกินในช่วง ๕๐ ปี ที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบถาวร อะไรที่สร้างแล้วไม่ว่าจะเป็นของหลวง หรือ
ของประชาชนทั่วไป ถ้าไปรื้อของเขาก็จะเดือดร้อนกันไปใหญ่ จะทำอะไรก็ต้องคิด
ให้รอบครอบก่อนแล้วค่อยทำ การก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินที่ก่อสร้างใต้ถนนหลวงนั้นน่าจะ
มีความเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไป แต่กลับตรงกันข้ามยังประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งประเทศไทยจะได้พัฒนาไปในทางที่ถูกที่ควรซักที และที่ว่าเป็นอุโมงค์ใต้ดินอเนกประสงค์นั้นอีกอย่างคือ
การที่จะสามารถนำสายไฟ และสายต่างๆ ไปรวมไว้ในอุโมงค์ได้ ก็จะทำให้ประเทศไทย
ดูสวยงามขึ้นอีก คือไม่มีเสาไฟและสายไฟระโยงรยางค์ตลอดถนนหลวง อันนี้ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก ในระยะเวลาก่อสร้างนั้นก็จะมีดินที่อยู่ใต้ดินมหาศาลเวลานำขึ้นมาก็ให้นำไป
ถมปรับพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มของแต่ละท้องที่ ซึ่งก็จะเป็นการปรับพื้นที่ไปในตัว ส่วนด้านแรงงานในการก่อสร้างนั้นต้องใช้แรงงานของผู้คนจำนวนมาก เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและให้สามารถก่อสร้างได้ไม่เกินงบ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลต้องขอความร่วมมือกับทางทหารทุกเหล่าทัพ ขอสนับสนุนด้านกำลังพลของทหารกองประจำการหลังจากที่ได้รับการฝึกแล้ว และขอสนับสนุนด้านกำลังแรงงานของผู้ต้องขังจากกรมราชฑัณท์ ก็น่าที่จะช่วยประหยัดงบประมาณได้หลายหมื่นล้านบาท ส่วนไหนที่ต้องใช้แรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางก็ต้องจ้าง
ก็ต้องจ่าย
สำหรับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินเพื่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมนั้นมีมานานแล้วที่ต่างประเทศในยุโรป ในประเทศไทยเรานั้นแนวความคิดแบบนี้ก็มีมาหลายสิบปีแล้วเช่นกัน ซึ่งข้าพเจ้าคนหนึ่งก็มีแนวคิดเช่นนี้ด้วยเหมือนกันเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว สำหรับโครงการนี้และรายละเอียดต่างๆ ของโครงการที่ได้อธิบายมาแล้วนั้นนี่ถ้าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสนำมาบอกกล่าวสู่สาธารณชนเป็นโครงการที่คิดไว้เมื่อ ๑๐ กว่าปีเห็นจะได้ สำหรับแนวความคิดนี้ในบ้านเมืองเรานั้นก็ได้มีการพูดถึงเป็นระยะๆ เท่านั้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเช่นกัน และจากโครงการที่ดูเหมือนจะเป็นแค่ความเพ้อฝันนี้ ปัจจุบันนี้ได้เกิดขึ้นจริงแล้วที่กรุงเทพมหานคร โดยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธ์ บริพัตร ได้ริเริ่มและลงมือทำโครงการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินเพื่อระบายน้ำ ในกรุงเทพมหานคร ในหลายพื้นที่แบ่งเป็นหลายสายด้วยกันความยาวของอุโมงค์ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อประมาณ ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา ขนาดของอุโมงค์ใต้ดินไม่แน่ใจว่ากี่เมตร แต่รถยนต์บรรทุกขนาด ๑๐ ล้อ...................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 10:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๘)..................แต่รถยนต์บรรทุกขนาด ๑๐ ล้อ สามารถวิ่งภายในได้ ๑ คัน ก็น่าที่จะประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔ – ๖ เมตร เห็นจะได้ ใช้เวลาก่อสร้างอย่างเร่งด่วนประมาณ ๕ ปี ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้เห็นว่าจะเปิดใช้ได้แล้วบางส่วน ส่วนที่เหลือจะเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ สำหรับงบประมาณใน
การก่อสร้างนั้นเท่าไหร่อันนี้ก็ไม่ทราบแน่ชัด และขอชมเชยท่านผู้ว่าสุขุมพันธ์จากใจจริง
ที่กล้าหาญตัดสินใจผลักดันให้โครงการที่ดีอย่างนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่
น่าชมเชยอย่างยิ่ง สำหรับแผนการป้องกันน้ำท่วมในปีนี้ของกรุงเทพมหานคร
ก็มีประสิทธิภาพมากในการระบายน้ำ และการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมแนวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งที่เป็นถาวรและชั่วคราวถือว่าสอบผ่านเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครทั้ง
ระยะสั้นและระยะยาว สมกับแนวความคิดของท่านผู้ว่าสุขุมพันธ์ที่ติดตามป้ายรถประจำทางในกรุงเทพมหานครที่ว่า “ ทั้งชีวิตเราดูแล ” อย่างนี้ซิดูแลจริง เพราะโครงการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินสำหรับระบายน้ำนั้นเปรียบเสมือนกันการปิดทองใต้ฐานพระพุทธรูปยิ่งกว่าปิดทองหลังพระพุทธรูปเสียอีกคืนเป็นโครงการที่อยู่ใต้ดินผู้คนไม่ค่อยเห็นไม่ค่อยทราบ
ใช้งบประมาณสูงมากและมีแต่รายจ่ายทุกปีในการดูแลรักษา ไม่มีรายรับที่เห็นเป็นตัวเงินเลย ไม่เหมือนกับหลายโครงการที่ลงทุนแล้วสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ในระยะยาว
หลายโครงการของกรุงเทพมหานคร
หลังจากที่อ่านโครงการอุโมงค์ระบายน้ำและกักเก็บน้ำใต้ดินอเนกประสงค์โครงการนี้แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทราบว่าจะคิดอ่านประการใด ถ้าท่านต้องการสร้างประวัติศาสตร์อันดีงามด้วยตัวท่านเองก็ขอให้ได้เริ่มลงมือทำในรัฐบาลชุดนี้ ถึงแม้ว่ากว่าจะเสร็จสิ้นโครงการต้องใช้เวลาเป็น ๑๐ ปี มีรู้อีกกี่รัฐบาล แต่ในขณะนี้ด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยท่านมีโอกาส อำนาจ และเงินงบประมาณของเราประชาชนชาวไทย คือมีพร้อมทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าจะมีความกล้าที่จะตัดสินใจเริ่มโครงการนี้หรือไม่ หรือต้องการแค่เป็นบุคคลที่นั่งอ่านประวัติศาสตร์อยู่ที่บ้าน หลังจากพ้นจากตำแหน่งไปแล้วในอีกหลายปีต่อมา ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและผลักดันโครงการที่ดีงามอันนี้ให้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ให้ได้ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่ไม่กี่เดือน สำหรับทุกรัฐบาลนั้นก็มีทั้งโครงการ
ที่ดีและไม่ดีปะปนกันส่วนสัดส่วนของโครงการที่ดีและไม่ดีโครงการประเภทไหนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคณะรัฐบาลแต่ละคณะ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ผลักดันหลายต่อหลายโครงการออกมาซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดีแต่โดยภาพรวมโครงการที่ดีนั้นมีสัดส่วนมากกว่า แต่ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาเหตุการณ์เฉพาะหน้า และโครงการหาเสียงให้กับรัฐบาลเท่านั้นเอง อาทิ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี โครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ โครงการรักษาพยาบาลฟรี โครงการไฟฟ้าฟรี โครงการน้ำประปาฟรี โครงการรถไฟฟรี โครงการรถโดยสารประจำทางฟรี โครงการเยียวยาต่างๆ เช่น ผู้ที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ชุมนุมย่านราชประสงค์ ผู้เดือดร้อนจากเหตุการณ์การวางเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และศาลากลางหลายจังหวัดของผู้ชุมนุมทางการเมือง
ผู้เดือดร้อนจากอุทกภัยและวาตภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ฯลฯ โครงการที่กล่าวมานี้ดีและ
เกิดประโยชน์โดยตรงและเห็นผลทันทีเป็นโครงการระยะสั้นถ้าสามารถพัฒนาให้เป็นโครงการระยะยาวได้จะดีมาก ทำให้ประเทศไทยเป็นรัฐกึ่งสวัสดิการได้ยิ่งดีไม่ต้องถึงกับ
เป็นรัฐสวัสดิการแบบหลายประเทศในยุโรปก็ได้อันนี้ขอชื่นชม ส่วนโครงการที่ไม่ได้เรื่องและสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น นั้นก็มีหลายโครงการ อาทิ โครงการที่ถ่ายทอดสดการร่วมร้องเพลงชาติไทยตอน ๑๘.๐๐ น. ของทุกวันโดยย้ายจังหวัดไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่า
ครบทั้ง ๗๖ จังหวัดหรือไม่ แต่มีอยู่เกือบเดือน ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทุกช่อง และให้
ธงชาติไทยแจกให้คนที่มาชุมนุมร่วมร้องเพลงชาติไทยได้โบกเพื่อให้ดูสวยงามว่าคนไทยนั้นมีความรักชาติและสมัครสมานสามัคคีกัน และเพื่อปะทะ หรือบัฟ (Buffet) กับกลุ่มผู้ที่ชุมนุมทางการเมืองเสื้อแดงในขณะนั้น เพื่อบอกเชิงสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลก็มีประชาชนสนับสนุน
อยู่ทุกจังหวัดเหมือนกัน โครงการนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์มากนักกับประชาชนทั่วไป สำหรับประชาชนชาวไทยนั้นข้าพเจ้าคิดว่าการเคารพธงชาติด้วยการหยุดยืนอยู่กับที่ หรือร้องเพลงชาติไทยไปด้วยไม่ว่าจะมีเสียงคือร้องในใจ หรือร้องแบบมีเสียงก็ตามนั้น สิ่งนี้เราคนไทย
ได้ถูกปลูกฝังมาเป็นเวลาสิบกว่าปีขณะที่เราเรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบการศึกษาระดับอุดมศึกษา หลังจากศึกษาจบแล้วในวัยทำงานหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานที่มีระเบียบเรื่องการร้องเพลงชาติไทยและเคารพธงชาติไทย ตอนเช้าและตอนเย็นในเวลา ๐๘.๐๐ น. และ ๑๘.๐๐น. อย่างเช่นหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฯลฯ สิ่งนี้ถูกปลูกฝังมานาน
มากแล้วและอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทยทุกคนเป็นอย่างดี เรื่องความรักชาติและความสมัครสมานสามัคคีนั้นสำหรับบางท่านจะมีมากบ้างน้อยบ้างก็สุดแล้วแต่
อันนี้สามารถวัดได้เป็นรูปธรรมในพื้นที่สาธารณะ เช่น ถ้าใครที่อยู่กรุงเทพมหานครเหมือนข้าพเจ้าแล้วชอบไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ อย่างสวนลุมพินี หรือสวนอื่น ตอนแปดโมงเช้าและหกโมงเย็นทางกรุงเทพมหานครที่ดูแลสวนสาธารณะอยู่มีนโยบายที่เปิดเพลงชาติไทยวันละ ๒ ครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทยคนที่ไปออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น
ชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็จะหยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วยืนตรงเคารพธงชาติกันทุกคน
ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร หรือตามห้างสรรพสินค้า ก็เช่นกันแทบทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่คนเดิน....................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 10:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๙)...................ไม่เว้นแม้แต่คนเดิน
อยู่ตามท้องถนนหรือนั่งรอรถประจำทางเพื่อไปทำงานตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็น เมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทยคราวใดคนไทยก็หยุดเดิน หรือลุกขึ้นยืนขณะนั่งรอรถประจำทาง
เป็นทุกครั้งทุกคนไป สิ่งนี้ก็เป็นดัชนีชี้วัดความรักชาติและความสมัครสมานสามัคคีของคนไทยได้เป็นอย่างดี โครงการนี้ก็ไม่ผ่านถือว่าสอบตกแต่แนวความคิดนั้นดีส่วนกิจกรรมนั้นธรรมดาและตื้นเกินไปน่าจะหากิจกรรมที่พัฒนาจิตสำนึกให้ได้ลึกซึ้งกว่านี้ ซึ่งการยืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทยนั้นถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของชนชาติไทยมานานแล้วการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์นั้นต้องคิดและทำอย่างสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นข้าพเจ้าจะกระทำอีกลักษณะหนึ่ง คือเป็นโครงการรณรงค์ให้คนไทยมีจิตสำนึกในการรักประเทศไทยด้วยการยืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทย วันละ ๒ ครั้ง ตอนแปดโมงเช้าและหกโมงเย็นเช่นเดิมแต่มีการจัดกิจกรรมเพิ่มคือการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยเปิดเพลงชาติไทยฟังและร่วมยืนตรงและร้องเพลงชาติไทยในทุกที่ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และที่อื่น รวมทั้งท้องถนนด้วย หยุดทำทุกอย่างแล้วยืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทยไปด้วยกัน ตามท้องถนนตำรวจจราจรก็เปิดไฟแดงทุกถนนเพื่อให้รถหยุดวิ่งแล้วเป็นตำรวจก็ออกมาจากป้อมเพื่อมายืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทยโดยเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนผู้ที่ขับรถบนถนน สำหรับผู้ที่ขับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถส่วนบุคคลนั้น ก็ให้หยุดรถชั่วขณะหนึ่งแล้วออกจากรถมายืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทย หรืออาจจะเปิดไปกระพริบที่รถร่วมเป็นสัญลักษณ์ก็ได้ แต่แต่รถนั้นไม่ต้องบีบเพราะเป็นการสร้างความลำคานใจให้กับคนอื่นเสียมากกว่า สำหรับรถยนต์ประเภทรถโดยสารสาธารณะนั้น เช่น รถสองแถว รถตู้ รถประจำทาง ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากนั้นก็เพียงแต่หยุดรถ เปิดไฟกระพริบ ก็พอ หรือร้องเพลงชาติไทยในรถก็ได้ ไม่ต้องให้ผู้โดยสารทุกคนลงจากรถมายืนตรงเคารพธงชาติไทยบนท้องถนน เพราะว่าคนจำนวนมากเดินขึ้นลงก็จบเพลงชาติแล้วและจะเกิดปัญหาเรื่องการจราจรเพราะการกระทำลักษณะนี้อีกด้วย หรือแค่เฉพาะคนขับรถคนเดียวเป็นตัวแทนคนทั้งคันรถลงมายืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทย ก็น่าจะดี ถ้าเป็นแบบที่ว่ามานี้ได้บรรยากาศของประเทศไทยก็ที่จะมีบรรยากาศที่ดีขึ้นมาก ส่วนในสถานที่อื่นหรือกับสถานการณ์อื่นนั้นก็ให้ปรับให้เหมาะสมกับเหตุการณ์นั้นๆ ไป เช่นหมอกำลังผ่าตัดหรือทำคลอดอยู่ก็ไม่ต้องหยุดการผ่าตัดหรือทำคลอดมายืนตรงเคารพธงชาติไทยและร้องเพลงชาติไทย อันนี้ก็ดูไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งจะเกิดโทษมากว่าประโยชน์ รัฐบาลรณรงค์อย่างต่อเนื่องสัก ๓ – ๕ ปี ก็น่าที่จะได้ผล คนไทยทุกคนก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นนิสัยอย่างถาวรได้ ให้เป็นนโยบายและปฏิบัติเป็นตัวอย่างด้วยก็น่าที่จะเพียงพอไม่ต้องถึงขั้นออกเป็นระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอาจจะทำให้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ ถ้าเป็นสิ่งที่ดีแล้วนั้นคนส่วนใหญ่กระทำคนส่วนน้อยก็มักทำตามเป็นกฎพื้นฐานของมนุษย์เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้นั้นเอง ส่วนใครใคร่ยืนตรงอย่างเดียวก็ยืนตรง และใครใคร่ร้องเพลงอย่างเดียวก็ร้องเพลง หรือสะดวกใจและสะดวกกายกระทำทั้งสองอย่างก็ยิ่งดี ส่วนท่านไหนที่สะดวกใจแต่ไม่สะดวกกายอาจจะไม่สบายนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล หรือเป็นผู้พิการทางขาไม่สามารถยืนได้ก็ไม่ต้องยืนตรงก็ได้ หรือผู้ที่พิการทางสายตาหรือหูก็ตาม เพียงมีใจและรับรู้ถึงความเป็นคนไทยที่มีวัฒนธรรมในการมีความรักและความสมัครสมานสามัคคีเพื่อประเทศชาติไทยก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องแสดงออกอะไรมากมากเนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย และอีกโครงการหนึ่งนั้นที่ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ได้เรื่องก็คือโครงการฉายภาพยนต์สี่มิติไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปีที่แล้ว ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ จัดงานกัน ๙ วันด้วยกันโดยมีคุณเนวิน ชิดชอบ เป็น***านและคอยดูแลตลอดเวลาด้วยความไม่พร้อมก็จัดไปฉายไปแก้ปัญหาด้านเทคนิคเรื่องการฉายเป็นรายวันทุกวันทั้ง ๙ วัน รัฐบาลโดยคุณเนวิน ชิดชอบ ได้เกณท์คนทั้งข้าราชการและประชาชนขนคนจากเกือบทุกจังหวัดมาดูงานทุกวัน ทั้งออกค่ารถบัส ค่ารถไฟ มีข้าวกล่อง แจกเทียนสีชมพู แจกพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แจกซีดีน่าจะเป็นเพลงพระราชนิพนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ไม่แน่ใจคือข้าพเจ้าก็ได้รับแจกแต่ไม่เปิดดูสักที ซึ่งแจกใน ๒ วันสุดท้ายที่จริงน่าจะแจกตั้งแต่วันแรก ส่วนเรื่องเงินนี้มีแจกด้วยหรือเปล่านี้ไม่แน่ใจ แต่ที่ขาดไปในงานนี้คือจุดลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณเนวิน น่าที่จะหาที่ตั้งเต็นท์เป็นที่ลงนามถวายพระพรให้เป็นเรื่องเป็นราวสักจุดหนึ่งเพราะขนคนมาจากทั่วประเทศแล้วคนเหล่านี้ไม่สะดวกที่จะไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อไปลงนามถวายพระพร เพราะต้องอยู่ประจำจุดที่กำหนดไว้มีคนคุมอีกต่างหากไปไหนไม่ได้ถ้าไปเดี๋ยวหลงกลับบ้านไม่ได้ไม่ทันรถบัสรถไฟฟรีก็เลยต้องอยู่อย่างนั้นพอดูภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติจบก็ขึ้นรถกลับภูมิลำเนาทันทีบ้านใครบ้านคนนั้นเพราะตลาดวายแล้ว ทีจุดแจกน้ำดื่มฟรีนี้มีตั้งหลายจุดยังทำได้แต่สิ่งนี้กลับไม่ทัน ข้าพเจ้าคิดว่าแนวความคิดที่จะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นดีมากแต่กิจกรรมการหนังกลางแปลงแบบเนวินนี้ไม่ได้เรื่องเพราะคุณภาพหนังที่ออกมานั้นไม่ชัดซึ่งเกิดจากพื้นหลังที่เป็นพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นพื้นผิวที่ไม่เรีบยและยังไม่ใช้สีขาวล้วน คือเป็นหินอ่อนสีขาวก็จริงแต่เป็นสีขาวแบบหินอ่อนที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี สีก็หมองตามสภาพกาลเวลา ถึงแม้ว่าเครื่องฉายโปร..................

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 10:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(ข้อความต่อเนื่อง ช่วงที่ ๑๐ ตอนจบ)....................ถึงแม้ว่าเครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์จะมีคุณภาพสูงมากแค่ไหนก็ตามแต่พื้นหลังที่เป็นปลายทางหรือตัวแสดงภาพไม่มีคุณสมบัติด้านการแสดงภาพคือ ไม่มีคุณสมบัติในการแสดงภาพที่สวยสดงามงามและชัดเจนนั้นเอง เวลาที่ดูข่าวทางโทรทัศน์นั้นภาพของภาพยนตร์นั้นสวยงามมากจนทำให้เกิดความรู้สึกว่าต้องมาดูให้ได้สักครั้งสักวันแต่พอมาดูแล้วทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภาพที่ชัดเลยไม่เห็นสวยเหมือนในโทรทัศน์เลยต่างพากันกลับบ้านด้วยความรู้สึกผิดหวังกับหนังที่ตั้งใจมาดู ซึ่งคุณภาพในการชมหนังกลางแปลงยังดีกว่าเสียอีกถึงเครื่องฉายหนังจะเก่าและคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควรแต่วัสดุรับภาพนั้นเหมาะสมมีคุณสมบัติในการแสดงภาพหนังก็เลยออกมาดูดีเรียกว่าครบองค์ประกอบที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่คุณเนวินทำนั้นไม่ได้เรื่องมีการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งเดียวนั้นก็จริงคงไม่มีใครเขาคิดและทำอย่างคุณเนวินแน่นอน ในสิ่งที่ไม่ดีนั้นก็ย่อมมีสิ่งที่ดีอยู่บ้างนั้นคือคณะผู้จัดงานได้มีการแจกเทียนไขสีชมพูให้ประชาชนที่มาชมงานจุดเทียนและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนมีการฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ หลังจากที่จบงานที่ลานพระบรมรูปทรงม้าแล้วคุณเนวิน ก็มีโครงการต่อเนื่องคือนำภาพยนตร์ดังกล่าวไปเล่ฉายตามต่างจังหวัด ข้าพเจ้าก็เห็นว่าพระที่นั่งอนันตสมาคมนี้มีอยู่ที่กรุงเทพมหานครที่เดียวในจังหวัดอื่นนั้นไม่มีก็ไม่ทราบว่าคุณเนวินหลงลืมแนวคิดหลักของงานนี้ไปหรือเปล่าหรือเพียงแต่คิดที่จะผลาญงบประมาณบ้านเมืองไปเท่านั้น ยังไงก็ของฝากโครงการอุโมงค์ระบายน้ำและกักเก็บน้ำใต้ดินอเนกประสงค์ นี้ไว้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาด้วยโครงการหนึ่ง สำหรับคนทำจริงนั้นไม่มีคำว่าสายเกินไปหรือทำไม่ทัน อย่างนี้ถึงจะเข้ากับแนวคิดของรัฐบาลชุดนี้ที่ว่าประชาชนต้องมาก่อน
สำหรับสื่อมวลชนที่ไม่เป็นกลางขอฝากเรื่องความเป็นกลางของสื่อกลางไว้ด้วย
ควรวิจัยก่อนวิจารณ์ในเรื่องใดๆ เพราะว่าท่านจะวิจารณ์ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นคำพูดในรายการทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือช่องทางอื่นใดก็ตาม ถ้าเป็นลายลักษณ์อักษร อันนี้มันอยู่ได้นานเป็นร้อยปี ไม่อายตัวเองในวันนี้ก็ให้นึกถึงลูก หลาน เหลน ด้วยเมื่อเขาเหล่านั้นได้มาอ่านสิ่งที่บรรพบุรุษของเขาได้กระทำไว้ ให้เข้าได้อ่านข้อเท็จจริง อ่านคราวใดก็มีความภาคภูมิใจทุกครั้งไป อย่าทำให้แค่เพียงเอ่ยชื่อก็ไม่อยากพูดถึงแล้ว ส่วนสื่อมวลชนที่มีความเป็นกลางอยู่แล้วนั้นข้าพเจ้าก็ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ท่านทุกท่านรักษาความดี และจรรยาบรรณของสื่อมวลชนที่ดีต่อไป
ก่อนจบบทความเรื่องนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ไตร่ตรองข้อมูลข่าวสารที่ได้รับอยู่ทุกวันนี้ว่าเป็นอย่างไร จริงไม่จริง และควรร่วมกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบการกุศลนั้นหรือไม่ หรือต้องการที่จะทำบุญจริงๆ ให้ลองเริ่มต้นที่บ้านของท่านทำบุญกับบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง ลูกหลาน คนใกล้ตัว แล้วก็ไปทำบุญที่วัดบ้าง ส่วนที่อื่น เช่นบ้านเด็กกำพร้า บ้านพักคนชรา โรงพยาบาลสงฆ์ สมาคม มูลนิธิ หรือหน่วยงานใดก็ตาม ก็ให้เป็นลำดับต่อไปตามฐานะการเงินของแต่ละท่าน การทำบุญอย่างนี้นั้นได้บุญมหาศาลนักแลเพราะเป็นการทำบุญที่เริ่มต้นมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์ มิได้ทำบุญตามกระแส แต่อาจจะไม่หวือหวานักในสังคม ไม่ได้เป็นข่าว ไม่ได้ไปมอบเงินมอบของให้คนดัง หรือ ดารานักแสดง แต่เป็นสิ่งที่ถ้าทำแล้วมันหวือหวามากนักในจิตใจของผู้ที่ได้กระทำจนเกิดเป็นความปีติ ถ้าท่านไหนที่ทำอยู่แล้วคงทราบดี ท่านไหนไม่เคยทำลองทำดูถึงจะเข้าใจ ไปทำคนเดียวก็ดี หรือชวนคนในครอบครับ คนใกล้ชิดไปด้วยก็ยิ่งดี.

......ใครก็ตามที่ต้องรับบทเป็นฮีโร่อย่างซุปเปอร์แมน โดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองให้ได้ทั้งในด้านดีและด้านไม่ดี คือ ผู้คนมากมายต่าง
ชื่นชม ยกย่อง และสรรเสริญกับการกระทำดีที่ซุปเปอร์แมนมีความตั้งใจและได้ลงมือช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน ตกทุกข์ได้ยากฉันใด ซุปเปอร์แมนก็หนีสัจจะธรรมเรื่องบุคคใดก็ตามมีผู้รักมากก็ย่อมมีผู้เกลียดมากเช่นกัน อย่างกรณีของซุปเปอร์แมนนี้คือมีศัตรูมาก จนทำให้เกือบเสียชีวิตหลายครั้งจากวีรกรรมการกระทำความดีของฮีโร่ตัวจริงอย่างซุปเปอร์แมนฉันนั้น คุณสรยุทธเองย่อมหนีไม่พ้นสัจจะธรรมข้อนี้ด้วยเช่นกัน......

ขอให้เจริญด้วยกรรม และธรรม

ด้วยความหวัง...ให้ได้ดียิ่งขึ้น

ท. หิรัญพนาสูร

วันจันทร์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีขาล จุลศักราช ๑๓๗๒
เวลา ๐๙ นาฬิกา ๐๙ นาที ๐๙ วินาที

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนน้ำท่วม
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 15:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ ท.
คุณไม่รู้ว่าคนที่โดนน้ำท่วม แล้วหลังน้ำลดนะมันเป็นอย่างไร
คนทำข่าวเขาทำดีมาก ดีเกินไป ดีกว่า สส. ของไทยหลาย ๆ คน
ไปหลังน้ำลด น้ำแห้งนะใคร ๆ ก็ไปได้
ไปตอนที่ยังมีน้ำ "มันคือฮีโร่"
คนน้ำท่วม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คำนาง
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 16 พ.ย. 10, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุดยอดจริงๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
sangtam53
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 17 พ.ย. 10, 12:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงแล้วไม่ค่อยชอบคุณสรยุทธเท่าไหร่หรอกนะแต่ครั้งนี้ถือว่าทำดีที่สุดแล้วเป็นกำลังใจให้คนทำความดีครับ คนทำดีเกินหน้าใครมันก็ต้องมีมารมาผจญอย่างนี้แหละครับ นี่ละเมืองไทยทำดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัยครับ แต่ผมว่าการเอาพระที่มีคิ้วเเละอาจารย์ของเขาถูกเถระสมาคมขับออกจากการเป็นพระพร้อมถูกศาลมีคำสั่งให้ห้ามแต่งกายเลียนเเบบพระมาออกสอนคนทางช่อง5 แต่ทุกคนเงียบไม่มีใครพูดถึงนี่สิมันแปลก แปลกจริงนะมันแปลกจริงนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนไทยคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 17 พ.ย. 10, 14:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าอย่าไปคิดมากเลยครับ ถึงอย่างไรผมว่าคนที่ได้รับความเดือดร้อน ก็ยังได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้คนที่ทำจะคิดว่าทำเพื่ออะไรก็แล้วแต่ มองตรงคนเดือดร้อนได้รับความช่วยเหลือบ้างไม่มากก็น้อย ดีกว่าครับ ต้องถามตัวเองก่อนครับว่า แล้วเราได้ช่วยอะไรเค้าไปบ้างรึเปล่า ถ้ายังผมว่ายังพอมีเวลาที่จะไปบริจาคได้นะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 19 พ.ย. 10, 09:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จขกท. เป็นไรมากไปป่าวเนี๊ยะ สรยุทธเข้าถึงประชาชนมากนะ เร็วกว่า รมต. สส. สจ. อบต. บางพื้นที่ด้วยซ้ำ เราคนโดนน้ำท่วม ชอบคับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนราชดำเนิน
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 19 พ.ย. 10, 22:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เขียนดีมาก ขอตบมือเลย พวกผมร่วมบริจาคกันเองไปให้พี่น้องที่ บ้านแพน 800 ชุด ผักไห่ 200 ชุด ไม่ต้องออกข่าวเลย ชาวบ้านรู้พอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คุณก้อย
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 22 พ.ย. 10, 15:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณบรรยายมาหลายหน้าแล้วคุณช่วยทำอะไรบ้างหรือเปล่าหรือหัวตัวเองแตกแล้วมองไม่เห็น คุณสรยุทธ์เขาเป็นคนที่อยู่หน้าทีวีเขาคิดว่าเขาสามารถสื่อถึงคนอื่นๆได้ง่ายคนไทย มีนำใจไม่เอาเรื่องความลำบากของคนอื่นมาคิดหาผลประโยชน์ คนที่คิดอย่างนี้ได้ คือคนที่ทำอย่างนี้ คนที่ตำหนิคนอื่นได้อย่างมากมายขนาดนี้ คือ คนที่ไม่เคยคิดทำประโยชน์ให้ใคร q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ปอดอก ไชยา สุราฤ
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 23 พ.ย. 10, 10:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ว่างมากหรือไงคุณ หัดดูตัวเองหน่อยเขียนอย่างกะนักข่าวฝ่ายจัญ.....เขียนส่อเจตนาว่าทำตัวเหนือคน รู้จักมือไม่พายเอาเท้าราน้ำไหม เอาเบอร์ไหมเก่งจริงลงเบอร์สิจ้ะคุณ ตูดหมึกเอ๋ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
mrcat
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 23 พ.ย. 10, 17:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จขกท มันท่าจะว่างมาก แบบนี้คล้ายๆกับนิสัยของพรรคการเมืองพรรคนึงที่กำลังคิดว่ากำลังเรืองอำนาจ พอตัวเองเสียเปรียบก็จะหาประเด็นมาทำลายเขาทันที หุๆๆ หรือไม่ก็คนในพรรคเขียนกระทู้ขึ้นเองน่ะ ยังดีกว่าคุณทิด มาก ชาวบ้านจะตายแล้วพึ่งจะเสนอหน้ามาแถลงขอโทษประชาชนโธ่เอ้ยยยยยยยย
ก็...รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตนไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 23 พ.ย. 10, 17:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูตัวเองก่อน นะ แล้วค่อยมาว่าคนอื่น อย่างน้อยเขาก็เป็นกระบอดเสียงให้คนที่ลำบาก เราขอแค่นี้พอแล้ว ในเรื่องอื่นจะเป็นอย่างไรก็ชั่ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนพิโลก
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 23 พ.ย. 10, 17:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าคนที่เขียนข้อความนี่คือ โฆษกของอภิสิทธิ์เขียนมาเพื่อแก้ต่างให้นายมัน เหมือนกับการพยายามใส่ร้ายเสื้อแดงตลอดเวลาว่าไม่จงรักฯ หาว่าเสื่อแดงทำรุนแรง ชุมนุมทีไรก็หาว่าจะมีเหตุร้าย ทั้งที่เขาอยู่กันปกติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
น้ำใจคนไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 23 พ.ย. 10, 22:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พูดเก่งเหมือนนักการเมืองเลย แต่เสียตรงความคิด เหมือนสุนัข ที่บ้านเวลาเห่าเลย เห่าเก่งจนน่ารำคาญ ถ้าเอาเวลาพูดมาทำ มาช่วยจะดีกว่านี้นะ q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
123
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 23 พ.ย. 10, 23:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็มีความรู้สึกเหมือนกันว่าทำดีเอาหน้า แต่ก็ดีกว่าไม่ช่วยอะไร จริงเปล่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม