หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????  (อ่าน 24949 ครั้ง)
Guest
lo
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ม.ค. 11, 17:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
โรงเรียนกวดวิชาเต้น! คลังจ่อเก็บภาษี-สั่งสรรพากรหาช่องล้วงรายได้ แนะพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้มีประสิทธิภาพ เด็กจะเมินกวดวิชาเอง

อย่าสิ้นคิด มาทำมาหากินกับเด็ก ... ผู้ปกครองแต่ละคน ต้องเจียดรายได้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรหลานคนเองอยู่แล้ว ... ทางที่ดี ไปหาทางอุดรูรั่วการใช้จ่ายงบประมาณในหน่วยงานของรัฐ ให้ดีซะก่อน ... รึไม่ ก็ไปเก็บเพิ่มใน ภาษีสรรพสามิต ... สุรา ยาสูบ ... ขึ้นมันเข้าไป 1000 เท่าก็ได้ ... คนส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ม.ค. 11, 20:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริง ถ้าครูในโรงเรียนมีประสิทธิภาพจริง ผู้ปกครองคนไหนจะบ้าอยากหาเรื่องเสียตังค์ค่ากวดวิชา

รมต.และผู้บริหารโรงเรียนกับครูในร.ร นั่นแหละตัวดี รับเงินแป๊ะเจี๊ยะใต้โต๊ะเป็นขบวนการ ครูที่สอนดีหน่อยแต่เงินเดือนไม่พอใช้ ก็ไม่ตั้งใจสอนในห้อง จ้องแต่จะไปรับจ็อบข้างนอก เหมือนหมอในรพ.รัฐ เวลารักษาคนไข้ในรพ.ก็ทำแบบขอไปที จ้องแต่จะไปเปิดคลีนิคตอนเย็น พอคนไข้เห็นหมอคลีนิครักษาดีกว่าก็แห่กันไปใช้บริการ

พอเก็บภาษีจากร.ร กวดวิชา เดี๋ยวสถาบันก็ขี้นค่าเรียน คนที่เสียประโยชน์คือใคร ก็นักเรียนอีกนั่นแหละ ต้องจ่ายค่าเรียนแพงขึ้น เด็กที่พ่อแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน ก็โง่เหมือนเดิม จะทำอะไรเอาเด็กเป็นตัวตั้งหน่อย อย่าคิดแต่จะเอาผลประโยชน์ส่วนตน จัดเก็บภาษีมาก รัฐบาลก็คอรัปชั่นได้มากขึ้น
ก็เท่านั้นเอง

แล้วทำไม ร.ร ไม่จ้างครูกวดวิชาไปสอนในห้องเรียนล่ะ เพราะรมต.กับผู้บริหารไม่ได้เปอร์เซ็นไง หรือว่าไม่จริง?!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 10:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญหาคือ รัฐต้องการเก็บภาษีให้มากที่สุด ตอนนี้คิดอะไรได้ก็เอามันหมด อย่าว่าแต่สิ้นคิด มันคิดไม่เคยสิ้นสุดกับเรื่องภาษี ปชช.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
777
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 10:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เวรกรรม ที่มีผู้นำประเทศที่เก่งแต่หาเงินเข้ารัฐ ด้วยวิธีแบบนี้
ถ้าจะให้เก่งกว่านี้ ต้องเก่งการใช้งบประมาณให้น้อย แต่ได้ผลมากด้วยซิ
วันๆ เอาเงินไล่แจก แล้วก็มาหากินกับคนที่ทำงาน เวรกรรมจริงๆ q*011

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้ปกครองคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 10:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปรับปรุงครูในโรงเรียนก่อน ดีกว่าไหม ให้ตั้งใจสอนเด็กหน่อย ทุกวันนี้ลูกไปโรงเรียน จะถามทุกวันว่าวันนี้เรียน อะไรบ้าง มีการบ้านไหม ลูกตอบ วันนี้ เรียน 2 วิชา ที่เหลือ ครูให้ อ่านหนังสือ บ้าง ทำความสะอาดห้อง บ้าง สงสารลูก อยากให้เรียน เอกชนแต่เงินไม่พอ อนาจหนอครู หยุดก็บ่อย เวลาจะส่งเด็กไปสอบแข่งขัน แม่ต้องมานั่งสอนลูกเอง บางวิชาไม่มีหนังให้เรียนเลย แต่ถึงเวลาสอบก็สอบ หน้าตาเฉย ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา เร่งรีบแก้ไขด่วนโรงเรียนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม.แถววิภาวดี.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนทำงานตอกบัตร
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อะไรที่เคยว่า ค่อนแคะฝ่ายค้านว่าทำเพื่อหาเสียง
ตอนนี้รัฐบาลเอามาทำหมดแทบทุกรายการ ไม่รู้สึกระอายใจกันบ้างหรือไง ตอนที่ฝ่ายค้านจะทำรายการทีวีติววิชาการให้เด็กนักเรียน รัฐฯก็บอกว่าจะทำแข่งโรงเรียนกวดวิชาหรือไง ตอนนี้รัฐฯก็ทำซะเองหมด แต่ทำแล้วได้ผลหรือไม่ไปถามเด็กเอาเองนะท่าน เล่นนั่งกันทั้งห้องเป็นพันคน พวกที่นั่งตรงกลางไปถึงหลังคงได้ความรู้กลับไปมั้ง
ค่าแปะเจี๊ยโรงเรียนดังใครบอกว่าไม่มี ไปอมพระนอนมาพูดดิ เค้าเลี่ยงไปใช้คำว่าค่าบำรุงอะไรเยอะแยะ เหมือนรัฐฯเลย รมต.หน้าไหนมีปัญญาไปทำอะไรได้ เผลอๆ รมต. หรือลูก รมต.นั่นแหละเรียนอยู่ ก็ต้องป้องกันไป
ขนาดมหาลัยแถวสามย่านยังมองเงินเป็นหลักเลย พื้นที่ให้คนหาเช้ากินค่ำได้มีช่องทางหาเงิน ยังไปขับไล่เอารั้วมากั้นแล้วเก็บรายวัน ค่าเช่าอาคารก็ขึ้นกันตลอดแทบทุกปี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
KB
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รบ. นี้เค้าคิดแต่ละอย่างน๊ะ สุดๆอ่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Pak
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 10:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โรงเรียนกวดวิชาก็ได้กำไรเยอะอยู่แล้ว กลัวอะไรกับภาษี แล้วจะผลักภาษีให้เป็นภาระของเด็กหรือไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เซงงงงงงงงงง
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขืนเก็บภาษีหนักกรรมก็ตกกับผู้ปกครองอีก เฮ้ออออออออออ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คิดอีกมุม
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เวลาสอบแข่งขัน มักใช้ข้อสอบที่เหนือกว่าความรู้ปกติที่เรียนเพื่อคัดเด็ก
ครูสอนตามหลักสูตร แต่ข้อสอบออกเหนือหลักสูตร
เลยต้องส่งไปเรียนพิเศษเพราะจะได้แนวข้อสอบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 11:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบ คุณคห.4 ผู้ปกครองคนหนึ่ง

เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะได้เรียนแค่นี้ เพราะ
1. ครูอบรม บ่อยมาก ๆ และหมุนเวียนกันไปทุกกลุ่มสาระ ถ้าโรงเรียนไหนมีครูน้อย ๆ ก็ต้องหยุดเรียนหลายห้อง
2. เมื่อครูอบรมเสร็จ ก็จะต้องมีภาระงานจากการอบรม เช่น จัดกิจกรรม
จัดค่าย ครูคนหนึ่งอาจรับหลายกิจกรรม เลยไม่มีเวลาสอน
3. กิจกรรมต่าง ๆ มีมากเกินไป ลองนับเดือนธันวาถึงมกรา ลอยกระทง
วันพ่อ เข้าค่าย คริสต์มาส กีฬาสี ปีใหม่ วันเด็ก รวมกับวันหยุดแล้วกี่วัน
แล้วครูฝ่ายต่าง ๆ ต้องไปเตรียมงาน เขียนป้าย ซ้อมเด็ก ฯลฯ ไม่ได้สอนอีกตามเคย นักเรียนก็เลยต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง (อ่านหนังสือหน้า ...)
4. ครูสังกัด กทม. ต้องรับหน้าที่หลายอย่างนอกจากการเรียนการสอน
ทั้งทำสหการ ปกครอง ใบรับรอง ทะเบียน วัดผล เด็กย้าย ฎีกา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูสังกัด สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่เหล่านี้จะได้ลดชั่วโมงสอนให้เหลือน้อย แต่ครู กทม. ทำทั้งหมด และบางครั้งก็ต้องทำนอกเหนือเวลางานด้วย
5. การประเมินจากภายนอกมีความถี่สูง เช่น 5ส จะมีการประเมินภายในโรงเรียน เขตมาประเมิน สำนักการศึกษามาประเมิน ซึ่งการประเมินแต่ละครั้งแน่นอนว่าครูจะต้องจัดบอร์ด ทำความสะอาดห้อง ครูมีงานเยอะก็เลยต้องขอความร่วมมือจากนักเรียน ไม่นับรวมถึงการประเมินจาก สมศ. smart school ประเมินอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องสั่งให้จัดห้องให้เรียบร้อยแน่ ๆ
6. สังกัดสพฐ. มีหลายห้องเรียน ครูอาจเตรียมแค่ 2 วิชา แล้วสอนได้ครบทุกห้อง แต่โรงเรียนกทม. ที่ครูน้อยๆ คนเดียวสอนป.1-ป.6 เตรียม 6 วิชา หรือมากกว่า เวลาเตรียมสอนต้องใช้เยอะขึ้น

ลองพิจารณาดูแล้วเปรียบเทียบกับสังกัดสพฐ.และเอกชนว่าเขารับงานขนาดนี้ไหม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถามทุกคนว่า "กวดวิชา เรียนเสริมสำคัญกับเด็กๆหรือไม่?" ผมเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งที่ไม่ได้มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานกวดวิชา ของสถาบันไหนๆ ขอตอบว่าสำคัญ 1000% อย่าไปหวังว่าจะมีใครสามารถทำให้ทุกโรงเรียนให้วิชาความรู้แก่นักเรียนเท่าเทียมกันหมด ไม่มีทาง....หน้าที่รัฐบาล ควรหาทางควบคุม สถามกวดวิชาให้มีคุณภาพ และไม่เก็บค่าเรียนเกินความจริงก็เท่านั้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 12:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดิฉันเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งที่พยายามหาที่กวดวิชาให้กับบุตรของข้าพเจ้า
เพราะบังเอิญลูกสาวอยู่ในห้องเรียนที่มีเด้กตั้งใจเรียนเป็นส่วนน้อย เพราะฉะนั้นการที่คุณครูจะป้อนความรู้ให้หมดนั้นคงเป็นไม่ได้ และก็แปลกทุกเทอมที่สองเด็กจะมีกิจกรรมมากเลย เช่น กีฬาสี กีฬาโรงเรียน กีฬาจังหวัด ปีใหม่
วันเด็ก ลูกดิฉันแม้แต่จะเรียนพิเศษยังไม่มีเวลาเลย ไม่รู้ว่าโรงเรียนจัดหลักสูตรยังไง ถ้าเจอเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียนรับรองเด็กคนนั้นสอบตกแน่เลย เพราะไม่สามารถที่จะจดจำและรับความรู้ได้ต่อเนื่อง ในหัวสมองไม่สามารถที่จะจดจำวิชาการได้อย่างสมำ่เสมอ นี่แหละหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนต่างจังหวัด ไม่รู้ว่าเด็กจะมีความรู้ติดตัวที่จะสอนลูกหลานในวันข้างหน้าหรือเปล่านี่แหละอนาคตเด็กของชาติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กไม่ใช้เครื่องมือ
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ่านแล้วน้ำตาตกใน......สงสารเด็ก.....สงสารประเทศชาติ
ทุกวันนี้การศึกษาไทยไม่พัฒนาขึ้นแถมถอยหลังลงคลอง ควรพัฒนาการศึกษา พัฒนาครูในโรงเรียน พัฒนาโรงเรียน ก่อนดีไม๊ย อย่ามาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (ปัญหาคอรัปชั่นไม่แก้)
ป.ล. หารายได้เข้ารัฐโดยวิธีอื่นก่อนจะดีกว่ามั๊ง (เงินคงคลังใกล้หมดแล้วหรือ)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนเคยเป็นครู
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 13:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าคนเป็นครูสมัยนี้สอนหนังสือให้เหมือนกับครูสมัยก่อน พ่อแม่ผู้ปกครองคงไม่ไปพึ่งพาโรงเรียนกวดวิชาหรอก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
445
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รมต.ควรจะแอบส่งคนมาศึกษถึงปัญหาจริงๆ ไม่ใช้นั่งเทียนทำงาน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนทำงานตอกบัตร
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 13:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐฯ นี้มีพรรคหลักเป็นนักกฎหมาย ทำอะไรก็ยึดถือตัวอักษรเป็นหลัก แล้วก็หาช่องมุดตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ งานบริหารมันก็ต้องออกมาในรูปนี้ พวก สส.ที่อ้างว่าไปดูงานต่างประเทศ ได้ไรกลับมาใช้กันบ้างไม่เคยเห็นผลงานกันเลย มันน่าจะมีการประกาศแจ้งทุกครั้งว่าไปประเทศไหน ดูงานเรื่องไร ใช้งบเท่าไหร่ กลับมาแล้วมีรายงานด้วยว่าได้อะไรมา มันถึงจะคุ้มค่าเงินเดือนที่เอามาจากภาษีปชช. มีใครเห็นด้วยมั้ย ช่วยกันออกเสียงมากๆ ให้นายกฯ ประกาศเป็นกฎเลย
ผลงานไม่มี มีแต่ข่าวโกงกิน แล้วยังขึ้นเงินเดือนตัวเอง.....น่าเกลียดโครต

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เหนือสยาม
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 14:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีปริญญาเหมือนมีทรัพย์ อยู่นับแสน ก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ค่า กิจกรรม ค่าเรียน พิเศษ เพียบ ร.ร.เอกชนชื่อดัง นครสวรรค์
ทุกอย่างเ เก็บเงินหมด น้ำก็ผลิตขายเอง ห้าม เด็ก ซื้อน้ำเข้ามาดื่มเอง ต้องซื้อจากทางโรงเรียน โค้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
23299
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถ้าคิดว่าค่ากวดมันแพงก็ไม่ต้องกวดสิ

เด็กที่เรียนเก่งและขยันจริงๆที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตไม่ใช่มาจากแค่กวดวิชาหรอกนะ

เด็กเรียนเก่งกวดวิชาเยอะไม่ใช่จะได้ดีกว่าเด็กที่ขยันแต่ไม่ได้กวดวิชาหรอก

ทำไมสมัยนี้ต้องกวดๆๆๆๆ เท่านั้นหรือไง

จริงอยู่การแข่งขันสูงแต่ถ้าเด้กขยันมันจะไปไหนเสีย

แค่ได้เรียนโรงเรียนดีๆมหาลัยดีๆไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าประสบผลสำเร็จในชีวิตหรอกนะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 15:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เงินใกล้หมดคลัง สิ้นคิดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รัฐบาลชุดนี้ทุเรศมากโกงกินอย่างเดียวไม่คิดพัฒนาประเทศ q*019

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 15:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากินกับเด็กมันรายได้ดีนะ โรงเรียนกวดวิชาหากินกับเด็กชอบเรียน
ร้านเกมหากินกับเด็กขี้เกียจเรียน รายได้เป็นกอบเป็นกำเป็นธุรกิจที่กำลังเฟื่องฟู ใครคิดจะรวยเชิญคร้าบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
มนุษย์เงินเดือน
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 15:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นคนหนึ่งค่ะที่ให้ลูกเรียนกวดวิชา ไม่ใช่โรงเรียนสอนไม่ดีนะค่ะ แต่การแข่งขันสมัยนี้สูงมาก ข้อสอบที่ไปสอบแข่งขันก็จะออกแบบเกินความรู้ของระดับนั้น จึงต้องให้ลูกเรียน ไม่ให้เรียนก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นลูกก็จะไม่มีความรู้พอที่จะสอบแข่งขันค่ะ สงสารเด็กๆ ควรจะโทษคนออกข้อสอบ ทำไมไม่ออกให้เหมาะสมในแต่ละระดับชั้นเรียน และถ้ามีการเก็บภาษีก็อาจจะเป็นการผลักภาระให้กับผู้ปกครอง จะทำไงดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กาก
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 15:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบ คุณคห.4 ผู้ปกครองคนหนึ่ง

เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะได้เรียนแค่นี้ เพราะ
1. ครูอบรม บ่อยมาก ๆ และหมุนเวียนกันไปทุกกลุ่มสาระ ถ้าโรงเรียนไหนมีครูน้อย ๆ ก็ต้องหยุดเรียนหลายห้อง
2. เมื่อครูอบรมเสร็จ ก็จะต้องมีภาระงานจากการอบรม เช่น จัดกิจกรรม
จัดค่าย ครูคนหนึ่งอาจรับหลายกิจกรรม เลยไม่มีเวลาสอน
3. กิจกรรมต่าง ๆ มีมากเกินไป ลองนับเดือนธันวาถึงมกรา ลอยกระทง
วันพ่อ เข้าค่าย คริสต์มาส กีฬาสี ปีใหม่ วันเด็ก รวมกับวันหยุดแล้วกี่วัน
แล้วครูฝ่ายต่าง ๆ ต้องไปเตรียมงาน เขียนป้าย ซ้อมเด็ก ฯลฯ ไม่ได้สอนอีกตามเคย นักเรียนก็เลยต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง (อ่านหนังสือหน้า ...)
4. ครูสังกัด กทม. ต้องรับหน้าที่หลายอย่างนอกจากการเรียนการสอน
ทั้งทำสหการ ปกครอง ใบรับรอง ทะเบียน วัดผล เด็กย้าย ฎีกา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูสังกัด สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่เหล่านี้จะได้ลดชั่วโมงสอนให้เหลือน้อย แต่ครู กทม. ทำทั้งหมด และบางครั้งก็ต้องทำนอกเหนือเวลางานด้วย
5. การประเมินจากภายนอกมีความถี่สูง เช่น 5ส จะมีการประเมินภายในโรงเรียน เขตมาประเมิน สำนักการศึกษามาประเมิน ซึ่งการประเมินแต่ละครั้งแน่นอนว่าครูจะต้องจัดบอร์ด ทำความสะอาดห้อง ครูมีงานเยอะก็เลยต้องขอความร่วมมือจากนักเรียน ไม่นับรวมถึงการประเมินจาก สมศ. smart school ประเมินอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องสั่งให้จัดห้องให้เรียบร้อยแน่ ๆ
6. สังกัดสพฐ. มีหลายห้องเรียน ครูอาจเตรียมแค่ 2 วิชา แล้วสอนได้ครบทุกห้อง แต่โรงเรียนกทม. ที่ครูน้อยๆ คนเดียวสอนป.1-ป.6 เตรียม 6 วิชา หรือมากกว่า เวลาเตรียมสอนต้องใช้เยอะขึ้น

ลองพิจารณาดูแล้วเปรียบเทียบกับสังกัดสพฐ.และเอกชนว่าเขารับงานขนาดนี้ไหม
สรุปคือ ครูต้องทำหลายอย่าง งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลามาให้ความรู้เด็กๆ ใช่ป่ะ
ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองมากมายเหมือนกัน แต่ก็ไม่ความละเลยหน้าที่หลักของตนนะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แม่ลูกหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเรียนในโรงเรียนของเอกชน (บางโรงเรียนใน กทม. ) ก็ใช่ว่าจะสอนดี เก็บค่าเทอมแพง เสียค่าสอนพิเศษตอนเย็น แล้วก็จะเก็บอะไรต่อมิอะไรอีก แต่การเรียนการสอนต้องกลับมาสอนเองเพิ่มเติมมิฉะนั้นลูกจะไม่เข้าใจ ดิฉันเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงให้ลูกไปเรียนกวดวิชา เพราะเป็นแบบนี้นี่เอง การบ้านเสียเงินแล้วก็ต้องเอากลับมาตรวจอีกเพราะครูที่สอนพิเศษสอนผิดๆ ถูกๆ เด็กทำถูกก็ให้แก้ตามที่ครูสอน ผลก็คือ ผิด
"ก็เล่นให้ครูสอนสังคม สอนพละ ไปสอนคณิตศาสตร์ สอนอังกฤษมันจะถูกได้อย่างไร ขนาดสอนวิชาที่ตัวเองถนัดยังสอนให้เด็กเข้าใจยังมิได้เลย แล้วอย่างนี้มันจะออกมาดีได้อย่างไร"
ดิฉันคิดว่าหากจะให้การศึกษาในเมืองไทยดีขึ้น ควรจะปรับปรุงครูให้ดีเสียก่อน (ครูที่สอนดีก็มีเยอะดิฉันไม่ปฎิเสธ แต่บังเอิญในแต่ละปีที่ลูกเรียน 8 วิชา ดิฉันเจอแต่ครูที่สอนดีแค่ 2-3 ท่านเท่านั้น ปีนี้ครูวิชานั้นสอนดีอีกปีเจอครูสอนไม่รู้เรื่อง แล้วอย่างนี้จะให้เด็กไม่กวดวิชาไงไหว)
เพราะฉะนั้นอย่าเก็บภาษีให้เดือดร้อนกันอีกเลย แค่เครื่องอุปโภคบริโภคแพงขึ้นก็แย่แล้ว อย่าทำอะไรให้มันแย่ลงเอีกเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
.......
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 15:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่แหละคับ รมต.ประชาชนต้องหมดก่อน สโลแกน ปชป.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผิดที่่
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผิดที่ผิดทางไปหมด
เก็บภาษีน่ะเก็บได้ เพราะโรงเรียนกวดวิชารวยกันใหญ่ ไม่้ต้องจ่ายภาษี รับทรัพย์กันแพงๆ ก็ต้องจ่ายคืนแผ่นดินบ้าง อย่างกทุเรศกันนัก

ที่ว่าถ้าเก็บจะขี้นค่ากวดวิชา ก็ขี้นไปซี อย่ามาขู่กันแบบนี้

ถ้าเก็บก็ต้องปรับปรุงระบบการสอนในโรงเรียนทั่วไปด้วย
ครูไม่ค่อยมาสอน สอนไม่เต็มเวลา มีสัมนาฉิบหายวายวอดตลอดทั้งปี เด็กเลยความรู้ไม่แน่น และควรปรับให้เรียนแบบคิดเองเป็น ไม่ใช่สอนให้เด็กตามครู ทำไปทำมา เด็กกลายเป็นหุ่นยนต์

ไม่น้อยแกล้งสอนผ่อนๆ แล้วมาเข้มสอนพิเศษ มันเหมือนบีบให้เด็กต้องเรียนพิเศษทางอ้อม อันนี้ เลวทราม มากที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Iku
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 16:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูทำงานไม่สมเงินเดือน จบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
S-Man
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 16:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าจะคิดให้มากกว่านี้หน่อย q*011 หรือนี่จะเป็นแผนพัฒนาการศึกษา 2 ขั้น ที่เราคาดไม่ถึง q*007 รบ.หาเงินจากการรีดภาษีคนรวย ไม่ได้เลยมาลงกับเด็ก ได้เงินเหมือนกัน ง่ายดีนิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สนับสนุนให้เก็บภาษี
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 16:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รร.กวดวิชาเป็นกลุ่มที่เรียกว่าหยิบชิ้นปลามัน เชื่อขนมได้เลยว่าถ้าเด็กไม่เรียนนห้องเรียนจนมีพื้นฐานมาก่อน มาเรียนพิเศษกับครูที่เก่งปานเทวดา ก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เด็กที่เรียนพิเศษคือเด็กที่ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา คิดเองไม่เป็น ไม่มีความพยายามที่แสวงหาคำตอบหรือหลักการด้วยตัวเอง จะโทษครูที่สอนในโรงเรียนไม่ได้ว่าสอนไม่มีประสิทธิภาพ รร.กวดวิชายึดหลักการติวแต่สมอง แต่โรงเรียนปกติยึดกลักสอนคนแบบองค์รวม สอนคนใหมีความเป็นมนุษย์ เด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเตรียมมาจากที่บ้าน โยนภาระให้โรรงเรียนทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นให้ความรู้ ฝึกอบรมบ่มนิสัย แก้ไขปัญหา สารพัดอย่าง การเก็บภาษีรร.กวดวิชาก็ไม่ต่างอะไรจากการเก็บภาษีร้านค้า หรือภาษีเงินได้ เพราะเป็นการประกอบธุรกิจที่มีการค้ากำไร ถึงจะอ้างว่ารัฐไม่ช่วยอุ้มอะไรเลย ก็ไม่ถูกเพราะธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่รัฐไม่ได้อุ้มแต่เขาก็ต้องเสียภาษีเหมือนกันเพราะมีรายได้ ก็ช่วย ๆ กันไปใครมีมากก็เสียมาก ใครมีน้อยก็เสียน้อยตามสัดส่วน เพราะเราก็ใช้ถนนร่วมกัน ใช้สาธารณูปโภค ร่วมกัน กลุ่มประเทศแถสแกนดิเนเวียประชาชนต้องเสียภาษี 37% เมื่อเสียภาษีมากสวัสดิการก็มีสูงเช่นกัน ประเทศไทยมันต้งจัดการกับการเอารัดเอาเปรียบหรือความเห็นแก่ตัวก่อน ถึงจะทำไดเช่นเดียวกับประเทศอื่น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อาชีพไหนทำงานคุ้ม
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เงินเืดือนครูปริญญาตรี ประมาณ 9000 บาท สูงสุดของคศ.2 ประมาณ 35000 บาท (อายุน่าจะ 50 ปี ขึ้นไป) ดููแลเด็ก 30 - 50 คน ต่อชั้นเรียน ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่รวมแผนการสอนที่ต้องกลับมาทำบ้านเพราะไม่มีเวลาทำตอนอยู่โรงเรียน ผู้ปกครองบางคนตำรวจจับลูกก็ไม่ยอมไปรับ ตำรวจเรียกครูไปแทนทั้ง ๆ ที่ 2 ทุ่ม วันหยุดบางครั้งต้องพานักเรียนไปร่วมกิจกรรม บางครั้งอบรมทั้งเสาร์และอาทิตย์ไม่มีวันหยุด ปิดเทอมไม่ได้ปิดพร้อมเด็ก และต้องมาทำหลักสูตรสถานศึกษา ช่วงเมษาได้หยุดแค่ 2 อาทิตย์ ตุลาแทบไม่ได้ปิดเลย อย่างนี้เรียกว่าทำงานไม่สมเงินเดือน แล้วอาชีพที่ทำงานสมเงินเดือนคือผู้บริหาร นักการเมือง หรือ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
123
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ่านแล้วน้ำตาตกใน......สงสารเด็ก.....สงสารประเทศชาติ
ทุกวันนี้การศึกษาไทยไม่พัฒนาขึ้นแถมถอยหลังลงคลอง ควรพัฒนาการศึกษา พัฒนาครูในโรงเรียน พัฒนาโรงเรียน ก่อนดีไม๊ย อย่ามาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (ปัญหาคอรัปชั่นไม่แก้)
ป.ล. หารายได้เข้ารัฐโดยวิธีอื่นก่อนจะดีกว่ามั๊ง (เงินคงคลังใกล้หมดแล้วหรือ)
สงสารเด็กนั่นถูกต้องแล้ว ทุกวันนี้เด็กไม่ได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น ผู้ปกครองคิดแทนเด็กหมด คนที่กลัวคือผู้ปกครอง ไม่ใช่เด็ก เด็กเขาเรียนในโรงเรียนมีความสุข แต่ผู้ปกครองกว่าเด็กไม่ได้เรียนในที่ดี ๆ คุณภาพการศึกษาไทยที่ถอยหลังลงคลอง ส่วนหนึ่งมาจากเด็กเรียนกวดวิชากันมาก ผลประเมินต่าง ๆในระดับนานาชาติ ประเทศที่ได้คะแนนสูง ๆ ไม่มีการกวดวิชา งานวิจัยพบว่าการเรียนกวดวิชาทำให้ความฉลาดและทักษะการเรียนรู้ลดลง การเเก็บภษาและการดำเนินมาตรการอย่างอื่นร่วมด้วยมันถึงจะได้ผล ครูในโรงเรียนเก่ง ๆ แต่ก่อนมีเยอะมาก แต่อยู่ไม่ได้เพราะว่าภาระงานเพิ่ม และที่สำคัญมีการเออร์ลี่รีไทร์ เลยพากันลาออกไปจนหมด ส่วนครูที่เหลือคือไม่มีทางไป หนีสิ้นพันตัว ถ้าอยู่ในระบบต่อไป หลวงก็ยังเลี้ยง ไล่ออกก็ไม่ได้เพราะลูกยังเล็กและกำลังเรียน มาเริ่มที่ตัวเองก่อนดีกว่า ถ้าทุกคนมีการพัฒนาตนเอง และค่อยขยายไปยังคนใกล้ตัว ความเลวร้ายทั้งหลาย จะค่อย ๆ เสื่อมคลายไปเอง เชื่อดิ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้ปกครองเด็ก
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*007 ที่รร.สังกัด กทม.แต่เดิม ที่รร.มีให้ผู้ปกครองจ่ายเพิ่มคนละไม่กี่ร้อย จ้างครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษ ได้ครูเจ้าของภามา ต่อมา มีการจ้างสอนโดยใช้งบทางกทม. แล้วจ้างครูมาสอนเอง ไม่ต้องเก็บเงินผู้ปกครอง แต่เอาครูที่มาจากฟิลิปปินส์บ้าง มาสอน ค่าจ้างสอนก็ถูกกว่าครูเจ้าของภาษา แต่ทำเบิกเป็นครูเจ้าของภาษา ส่วนต่างไปไหน ต้องถามผู้บริหารดู หรือมาจากส่วนกลางก็ไม่ทราบ อนาคตของชาติจะเป็นยังไง คิดดู พวกหากินกับเด็กไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เข้าใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่อยากให้มองย้อนไปว่า ครูสมัยก่อนต้องทำเอกสารมากมายขนาดนี้หรือเปล่า ไม่ต้องมาแก้ที่ครู แต่ต้องแก้คนที่วางนโยบายการศึกษา ว่าให้ครูทำเอกสารให้น้อยลง แล้วมีเวลาให้เด็กมากขึ้น เพราะดิฉันก็เป็นครูเหมือนกัน งานเยอะมาก เพราะเป็นไปได้ลดงานเอกสาร งานทะเบียนให้น้อยๆ ครูกับเด็กคงจะแฮปปี้กว่านี้คาะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตลก
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 17:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปรับปรุงคุณภาพ และจริยธรรม และเงินเดือนครู
จะได้ไม่ต้องมากั๊กความรู้เอาไว้หากินกับการสอนพิเศษ
ผมเรียนจนถึง ป.โท แล้ว ไม่เห็นต้องเรียนพิเศษเลย
ถ้าครูดีจริง เรียนพิเศษวิชาที่ซ้ำซ้อนกับวิชาในหลักสูตร ผมว่าไม่จำเป็น
มีที่ไหน สถานที่เรียนพิเศษเพิ่มขึ้นมากมาย แต่เด็กไทยโง่ลง
ได้เหรียญทองโอลิมปิค ทุกปี แต่ไม่มีใครทำผลงานได้ดีระดับโลก
เหรียญทองโอลิมปิค มันก็แค่จับเด็กเก่งๆ มาเข้าค่าย ซ้อมทำข้อสอบ ก็แค่นั้น ไม่ใช่ของจริง
ถ้าเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา ไม่ใช่เก็บเงินเด็ก พวกคุณเดือดร้อนอะไร อะไรที่เป็นธุรกิจก็ควรเก็บให้หมด คุณไม่เห็นเหรอว่าพวกสถาบันสอนพิเศษนะรวยแค่ไหน ถ้าเก็บภาษีแล้วทำให้ค่าเรียนพิเศษเพิ่ม เดี๋ยวรัฐก็มีมาตรการช่วยเองแหละ จะโวยวายทำไม พวกเรียนพิเศษขึ้นสมอง ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ว่ะ ตลกสิ้นดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ก็ถูกแล้วนี่
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 18:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เขาเก็บภาษีผู้ประกอบการโรงเรียนสอนพิเศษ หรือ เก็บค่าเทอมเพิ่มกันแน่ ทำไมเดือนร้อนกันจัง สถาบันที่แสวงหากำไร ก็ควรจะเสียภาษี ก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ อะไรที่ทำให้พวกคุณคิดว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่ต้องเสียภาษีครับ เขาแสวงหากำไรกับลูกหลานคุณนะครับ ก็ควรจะคืนให้สังคมบ้าง แต่รัฐต้องเข้าไปควบคุมไม่ให้ผลักภาระจากภาษีไปให้กับผู้ปกครองเด็ก ก็พอแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 18:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สรุปคือ ครูต้องทำหลายอย่าง งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลามาให้ความรู้เด็กๆ ใช่ป่ะ
ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองมากมายเหมือนกัน แต่ก็ไม่ความละเลยหน้าที่หลักของตนนะ


ส่วนตัวก็เป็นข้าราชการครูเหมือนกัน จากที่เขาบอกมา พอจะแยกได้เป็นสาเหตุที่ไม่ได้สอนเพราะหน้าที่ของตนเองจริง ๆ ได้แก่ ระดับชั้นที่ได้สอนเยอะ ที่ต้องสอนตั้งแต่ ป.1-ป.6 ส่วนอื่นที่เขากล่าวมาจะเป็นงานอื่นที่นอกเหนือหน้าที่ตนเองทั้งสิ้น เพราะหน้าที่ของครูคือ การสอน ส่วนงานอื่น ๆ จะไม่รับก็ไม่ได้เพราะผู้บริหารมอบหมายมา และคำสั่งอบรมจะมีตราครุฑอยู่บนสุดเสมอ ถ้าไม่ไปหมายถึงผิดวินัยเพราะให้ลงชื่อเข้าอบรม และเบิกเงินค่ารถไปอบรมไม่ได้เนื่องจากผู้บริหารมักบอกว่าถ้าไปกับเด็กถึงจะเบิกได้ แต่ถ้าครูไปคนเดียวถือว่าไปรับความรู้ และรวมถึงงานที่จะต้องกลับมาจัดกิจกรรมทำให้เวลาเรียนของเด็กเสียไปอย่างต่ำ 1 วัน ด้วย ถ้าเป็นงานที่มีเงินสำหรับกิจกรรมมาให้ ซึ่งครูก็จัดอย่างเดียวโดยเงินที่ได้มาฝ่ายบริหารเป็นคนจัดการ อย่าคิดว่าครูได้รับประโยชน์ และเชื่อว่าครูส่วนใหญ่อยากอยู่สอนเด็กมากกว่า เพราะถ้าเด็กไม่รู้เรื่องสอบไม่ผ่านมาตรฐานระดับชาติพวก O-net , NT ผู้บริหารก็ตำหนิครู ส่วนเรื่องการประเมินถ้าไม่ได้อยู่ในวงการครูก็ไม่รู้หรอกว่ามันต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพราะต้องทำตามตัวชี้วัด ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาคือ ตัวชี้วัดมักจะเปลี่ยนรายละเอียดปลีกย่อย ทำให้ต้องมาหาหลักฐานเพิ่มเติมจนกว่าจะครบ ส่วนพวกงานย้ายเด็ก และฎีกาครูคนไหนได้รับถือว่าแย่สุด ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเป็นหน้าที่ของธุรการ อาจเป็นเพราะไม่มีธุรการบรรจุมา หรือธุรการทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอจึงต้องตกเป็นภาระของครู อย่าสรุปแต่เพียงว่าครูไม่ทำหน้าที่หลักเพราะไม่รับผิดชอบ แต่เป็นเพราะระบบการศึกษามุ่งเน้นเอกสารและการทำผลงานมากเกินไป ครูจึงไม่ได้สอน เด็กไทยจึงเป็นอย่างทุกวันนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
didyo
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 18:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สมองคนกินภาษีมีแค่นี้เอง สงสารประเทศไทย เมื่อไหร่จะรับคนมีสมองมาทำงานบ้างนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 19:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอออกความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยนะคะ

เข้าใจว่าพ่อแม่ทุกคนหวังดีอยากให้ลูกได้ที่เรียนดีๆได้ที่งานที่ดีทำเมื่อจบมา ก็เลยเร่งหาที่กวดวิชาดีๆให้ลูก

ขอถามหน่อยนะคะ ลืมนึกถึงความจริงข้อนึงไปหรือเปล่า ว่าสิ่งดีๆที่คุณพยายามอบให้ลูกนั้น ตัวลูกเองเขาสนใจใฝ่รู้แค่ไหน

คนเก่งแพ้คนขยันก็เยอะแยะไป ถ้ามันแพงมากสู้ไม่ไหวก็อย่ากวดเลยค่ะ
เรียนในที่ที่ความสามารถถึงทั้งคนส่งและคนเรียนดีกว่าไหมคะ

เด็กดีเด็กขยันมีความคิดที่ดี ไม่ถูกกดดัน ไม่เครียดเกินไป น่าจะมีผลดีกับตัวเด็กนะคะ

ไม่ว่าจะยังไงก็ตามนะคะ พ่อแม่ควรปลูกฝังเรื่องนิสัยใจคอ น้ำใจไหมตรี
การอยู่ร่วมสังคม การให้อภัย การเป็นคนดี

การรู้แพ้รุ้ชนะ ไม่ว่าจะเจอการแข่งขันกับอะไร การงานหรือกีฬาก็ตาม สิ่งพวกนี้สำคัญกว่าใบปริญญาอีกไม่ใช่หรือ

ใบปริญญาไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต การเป็นคนดีต่างหากที่ช่วยให้ชีวิตมีความสุขได้ และคำว่าพอเพียง นี้คุ้นกันบ้างไหม

ไม่ว่าจะดิ้นรนแข่งกันในเรื่องไหนแต่ถ้ารุ้จักคำว่าพอหมาะพควรและพอเพียง ความสุขในชีวิตจะไปไหนเสีย

การงานดีเงินทองมากมาย แต่คำว่าพอไม่เคยอยุ่ในใจแบบนั้นเท่าไหร่ถึงจะเจอสุขที่แท้จริง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนไทยว่ะ
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 19:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หาว่าเขาเอาเงินไล่แจกงั้นเหรอทีอดีตนายกที่ไม่มีที่อยู่ล่ะ ดีคร้าบเป็นนายกที่ดีที่สุดที่ไทยเคยมี ขายสัปทานชาติไม่เสียภาษีสักแดงเดียว อย่าหาว่าเอามาเกี่ยวกับการเมืองเลยนะจะด่าผมก็ด่าเลยไม่ว่าแต่คุณว่าจริงมั้ย ก็เพราะครูอาจาร์ยมันสอนไม่เต็มที่เองเพื่อที่จะหวังมาเอาเงินกับเด็กด้วยการกวดวิชา การเก็บภาษีเพื่มคุณต้องไปโทษครูที่กั๊กความรู้เพื่อให้เด็กมากวดวิชา จริงมั้ย โทษรัฐฝ่ายเดียว บ้าป่าว ครูหากสอนเต็มที่ นักเรียนหากตั้งใจเรียนในห้องเรียนจริงจะมีกวดวิชาทำซากไรจริงป่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นุกนิก
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าจะโทษคนวางระบบการศึกษาไทยนะ
ที่ทำให้ครูต้องทำเอกสารอะไรมาู้
กมายก็ไม่รู้
ทำแล้วก็ไม่เห็นมีไรดีขึ้น
ทำไมคนที่มีอำนาจในการปฏิรูปการศึกษาเขาไม่คิดถึงข้อนี้บ้าง
กิจกรรมมีน้อยกว่านี้ก็ดีนะ
บางวิชากำหนดสอน 60 ชมต่อภาคเรียนแต่ได้สอนจริงแทบไม่ถึง 40 ชม
เวรกรรมประเทศไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนหลังเขา
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 21:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้ารัฐบาลเป็นอย่างนี้คนไทยทั่วประเทศก็ร่วมใจ ปฏิ......รัฐบาลบาลบาลนี้เสียเลย เอาไว้ทำไม รัฐบาลเลว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
erw
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 21:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกมีโรงเรียนกวดวิชามากเท่าไรก็แสดงว่ากระทรวงศึกษาห่วยแตกมา่กเท่านั้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แวะมาบอก
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 22:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เท่าที่อ่านมานะ ผมว่าทั้งผู้สอนและผู้เรียนกำลังหลงทางกันหมด สอนก็ผิดวิธี ผู้เรียนก็เรียนผิดวิธีอีก เลยต้องไปเรียนพิเศษ ให้วุ่นวาย จริงๆ แล้วการเรียนที่ถูกต้องคือ ต้องศึกษาให้เข้าใจไม่ใช่สอนให้ท่องจำ วิธีสอนผิดไงเลยต้องเรียนพิเศษ ยิ่งพวกคณิตศาสตร์การเข้าใจสูตรสำคัญที่สุด จากนั้นถึงค่อยมาทำแบบฝึกหัด แต่บ้านเราเน้นสอนให้เด็กจำสูตร แล้วก็มาทำแบบฝึกหัด เลยไม่ไปถึงไหนกันซักที สมัยผมเรียนไม่ต้องอะไรมาก แค่หาตำรามาอ่านเองก็ทำได้หมดแล้วเพราะว่าเราเข้าใจสูตร เข้าใจวิธ๊ใช้ เข้าใจว่าเข้าให้เรียนไปเพื่ออะไร เมื่อไหร่เมืองไทยสอนเด็กไทยได้ถึงขั้นนี้ เมืองไทยถึงจะพัฒนา แล้วจะไม่ต้องมีโรงเรียนกวดวิชา ให้เปลืองเงินเปลืองทอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สุดยอด
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 10 ม.ค. 11, 23:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณเชื่อไหมว่า ครูคนนี้คือครูสอนพื้นฐานภาษาอังกฤษที่เก่งที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา คุณเชื่อไหมว่าครูคนนี้เคยเป็นครูประจำสอนในโรงเรียนเอกชน คุณเชื่อไหมว่าครูคนนี้เคยสอบข้าราชการติดถึงสองครั้งและลาออกแล้ว เคยได้สอนในโรงเรียนชื่อดังระดับประเทศใน กทม เขต 1 แต่ลาออกจากข้าราชการ เพราะรู้ดีว่า การสอนในระบบโรงเรียนไม่สามารถทำให้ครูสร้างผลงานที่ครูอยากสร้างได้เต็มที่ จึงออกมาเพื่อเปิดศูนย์การสอนเอง เพื่อพัฒนาเด็กๆอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีกรอบอะไรมาฉุดรั้ง คุณเชื่อไหมว่าถ้าครูคนนี้ไม่ใช่เปิดศูนย์แบบกวดวิชา แต่เป็นการเปิดสอนสร้างพื้นฐาน คุณเชื่อไหมว่าถ้าครูคนนี้เปิดแบบกวดวิชาเขาจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าแสนต่อเดือน คุณเชื่อไหมว่าครูคนนี้เคยเป็นสจ๊วตสายการบินระดับโลกเงินเดือนหลักแสน แต่ครูทิ้งทุกอย่างเพียงเพื่อสร้างผลงานการสอนพื้นฐานให้เด็กๆในราคาถูก มีเงินหมุนเวียนเล็กน้อยเทียบเท่ากับพนักงานเงินเดือนทั่วไปเท่านั้น ครูกำลังเก็บตัวสร้างหนังสือสูตรการสอนที่ดีที่สุด และซุ่มเงียบ จะเปิดตัวให้ลือลั่นทั้งแผ่นดินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เราไม่ได้โฆษณาแต่เราจะนำพาพวกท่านพบสิ่งมหัศจรรย์ เราเห็นมากับตาว่าเด็กของเขาสุดยอดขนาดไหน ดังมหาเทพจุติมาลงสอนเอง ไม่เสียหายหรอกเพียงแค่ท่านจะลองเสียเวลาสักนิดแวะเข้าไปดู ไม่มีอะไรดีก็แค่ผ่านเลยไป แต่ถ้าท่านพบสิ่งที่ฉงน จนขนลุกแล้วละก็ ท่านก็เพียงช่วยอธิษฐานเป็นแรงใจให้คุณครูเขาเท่านั้น เพราะครูเขาตั้งใจจริงด้วยจิตวิญญาณ ลองดูที่ www.naifhan.com

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สรุปคือ ครูต้องทำหลายอย่าง งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลามาให้ความรู้เด็กๆ ใช่ป่ะ
ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองมากมายเหมือนกัน แต่ก็ไม่ความละเลยหน้าที่หลักของตนนะ

ธรรมดา คนมันไม่มีความคิด..ก่อนจะไปว่าเขาน่ะ
เคยรู้หรือยังว่า วัน ๆหนึ่งครูเขาทำอะไรบ้าง..คงไม่ใช่อย่างคุณเข้าใจแน่
คิดเหรอว่า ก็แค่สอนหนังสือมันจะไปยากอะไร..ก่อนจะว่าผู้อื่น หรือก่อนจะว่าใคร ก็ควรจะศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อนนะ....จงอย่าลืมว่าทุกวันนี้ที่คุณอ่านหนังสือออกเพราะใคร....ที่คุณมีปัญญามานั่งพิมพ์ด่านี้..เพราะใคร..ไม่ใช่เพราะครูที่คุณประนามว่าไม่ดีหรอกเหรอ...ครูไม่ใช่แค่สอนหนังสือหรอกนะ...
จงอย่าลืมว่างานในหน่วยงานราชการ หลักๆ ก็ต้องมี
1.งานวิชาการ.....ก็คือครูอีกนั่นแหล่ะที่ต้องทำ
2.งานบุคคล......ก็คือครูอีกนั่นแหล่ะที่ต้องทำ
3.งานการเงิน......ก็คือครูอีกนั่นแหล่ะที่ต้องทำ
4.งานบริหารทั่วไป...ได้แก่ จัดซื้อจัดจ้าง พัสดุ ประสานงานกับบุคคลภายนอก ภายในท้องถิ่น นี่ยังไม่รวมคำสั่ง ให้ไปอบรมโน่น นี่ นั่น (ถ้าไม่มีคำสั่งใครก็อยากอยู่กับครอบครัวเหมือนไอคนที่มันด่าก็คงต้องการเหมือนกัน)
ธรรมดานะ คนก็เป็นแบบนี้ ประเทศมันถึงได้แย่ลงทุกที ๆ....
ปล.ไม่ได้เป็นครู แต่ก็รู้ระบบ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ส่วนตัวก็เป็นข้าราชการครูเหมือนกัน จากที่เขาบอกมา พอจะแยกได้เป็นสาเหตุที่ไม่ได้สอนเพราะหน้าที่ของตนเองจริง ๆ ได้แก่ ระดับชั้นที่ได้สอนเยอะ ที่ต้องสอนตั้งแต่ ป.1-ป.6 ส่วนอื่นที่เขากล่าวมาจะเป็นงานอื่นที่นอกเหนือหน้าที่ตนเองทั้งสิ้น เพราะหน้าที่ของครูคือ การสอน ส่วนงานอื่น ๆ จะไม่รับก็ไม่ได้เพราะผู้บริหารมอบหมายมา และคำสั่งอบรมจะมีตราครุฑอยู่บนสุดเสมอ ถ้าไม่ไปหมายถึงผิดวินัยเพราะให้ลงชื่อเข้าอบรม และเบิกเงินค่ารถไปอบรมไม่ได้เนื่องจากผู้บริหารมักบอกว่าถ้าไปกับเด็กถึงจะเบิกได้ แต่ถ้าครูไปคนเดียวถือว่าไปรับความรู้ และรวมถึงงานที่จะต้องกลับมาจัดกิจกรรมทำให้เวลาเรียนของเด็กเสียไปอย่างต่ำ 1 วัน ด้วย ถ้าเป็นงานที่มีเงินสำหรับกิจกรรมมาให้ ซึ่งครูก็จัดอย่างเดียวโดยเงินที่ได้มาฝ่ายบริหารเป็นคนจัดการ อย่าคิดว่าครูได้รับประโยชน์ และเชื่อว่าครูส่วนใหญ่อยากอยู่สอนเด็กมากกว่า เพราะถ้าเด็กไม่รู้เรื่องสอบไม่ผ่านมาตรฐานระดับชาติพวก O-net , NT ผู้บริหารก็ตำหนิครู ส่วนเรื่องการประเมินถ้าไม่ได้อยู่ในวงการครูก็ไม่รู้หรอกว่ามันต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพราะต้องทำตามตัวชี้วัด ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาคือ ตัวชี้วัดมักจะเปลี่ยนรายละเอียดปลีกย่อย ทำให้ต้องมาหาหลักฐานเพิ่มเติมจนกว่าจะครบ ส่วนพวกงานย้ายเด็ก และฎีกาครูคนไหนได้รับถือว่าแย่สุด ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเป็นหน้าที่ของธุรการ อาจเป็นเพราะไม่มีธุรการบรรจุมา หรือธุรการทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอจึงต้องตกเป็นภาระของครู อย่าสรุปแต่เพียงว่าครูไม่ทำหน้าที่หลักเพราะไม่รับผิดชอบ แต่เป็นเพราะระบบการศึกษามุ่งเน้นเอกสารและการทำผลงานมากเกินไป ครูจึงไม่ได้สอน เด็กไทยจึงเป็นอย่างทุกวันนี้
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คุณแม่รักลูก
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลองแวะเข้าไปดูตามเว็บไซต์ www.naifhan.com ที่ คุณสุดยอด แนะนำมาแล้วค่ะ ดิฉันทึ่งมากกับสิ่งที่ได้เห็นกับตาตัวเอง มหัศจรรย์มากๆ อยากรู้จักคุณครูเขาจังเลย ไม่ใช่แค่รู้สึกทึ่งกับตัวอย่างเด็กๆ แต่ยังได้สาระความรู้มากมายในบทความที่คุณครูเขาเขียน ทำให้เห็นภาพระบบการสอนของเมืองไทยชัดขึ้น และได้ข้อคิดเพิ่มเติมจากมุมที่ไม่เคยเห็น อย่างเช่น เรื่องการเลือกโรงเรียนให้ลูก เรื่องการบ้านของลูก เป็นต้น ซึ่งหลายประเด็นครูแสดงความเห็นได้โดนใจมาก เพราะมีปัญหากับลูกๆคล้ายๆกันนี้เหมือนกัน แถมมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกเยอะที่ยังไม่ได้อ่าน วันหลังจะแวะไปดูอีก น่าชื่นชม สิ่งดีๆก็ต้องบอกต่อจริงๆค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนไม่เก่งจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็งบประมาณไม่พอแดรก เดียวใกล้เลือกตั้งละ อะโกยได้กูโกยก่อนละ พี่น้อง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
pasin
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 05:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมบแกได้เลยการศ฿กษาไทยล้มเหลว....
เน้นแต่ปริมาณคนจบ..ไม่ได้เน้นคุณภาพจริงๆ
เอาแค่พอผ่านๆ เพื่อจะได้มีวุฒิทำงาน...
ลองคิดถึงรุ่นพ่อ แม่ สิครับ ให้เกรดเป็นเปอร์เซนต์
ถ้าได้ต่ำกว่า 80%ถือว่าตก คนรุ่นเก่าเลยมีคุณภาพมากกว่า

คุณที่สอนก็สอนตามตำรา ไม่ได้รู้จริงๆ (ส่วนใหญ่นะครับไม่ใช้ทั้งหมด)
ประสพการ์ณในการทำงานก็น้อย ครูรุ่นเก่าต้องทำงานมาก่อนผลงานเป็นที่ยอมรับถึงจะมาเป็นครูได้...

อยากได้เงินก็เก็บภาษีจากเหล้า บุหรี่สิครับ
ผมอยู่ที่ออสเตเรีย บุหรี่ซองละเกือบ 400 บาท
เบียร์ขวดละ 200กว่า
เด็กไทยจะได้ไม่ติดเหล้า ติดบุหรี่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บางคนก็สุดๆจริงๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 06:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย

ธุรการบางคน ย้ำว่าบางคน เท่านั้น มีเวลาเล่นเอ็ม เปิดไฮไฟว์ เฟสบุ๊คเล่นระหว่างเวลาทำงาน จนเด็กมาฟ้องว่าครูให้มาติดต่องานก็หงุดหงิดแต่เห็นเปิดเฟสอยู่ พอผู้บริหารไม่อยู่ก็แว่บ พองบจะส่งก็ต้องให้ครูหรือพี่เลี้ยงลงมาช่วยดูแลงานด้านอื่น คิดว่าที่เขาพูดว่าธุรการทำงานไม่ดีพอคงหมายถึงอย่างนี้มั๊ง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สงสัยในข้อความ
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 07:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย

สงสัยว่าข้อความที่คุณอ้างถึงทำให้ครูต้องท้อ หรือด่างพร้อยตรงไหน
เพราะเขาไม่ได้ว่าครูเลย ส่วนที่เขาว่าธุรการคือถ้าไม่มีบรรจุมาครูต้องรับหน้าที่แทน อันนี้เขาว่าระบบ ส่วนที่เขาว่าธุรการทำงานไม่ดีพอก็อาจเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะงานที่เขายกตัวอย่างคือฎีกา ซึ่งก็เป็นงานธุรการอยู่แล้ว ถ้าครูต้องลงไปทำก็ถือว่าแย่มาก ๆ คนที่ควรต้องช่วยทำน่าจะต้องเป็นรองผู้อำนวยการ ไม่ใช่ครู
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
mom
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมต้องกวดวิชากันมากมายขนาดนั้น เห็นเด็กประถมก็ต้องเรียนพิเศษ อย่างหลานที่บ้านอยู่ป.สามก็ไปเรียน พ่อแม่ไม่อยากให้เรียนก็ไม่ได้เพราะเพื่อนๆเรียนกันหมดทำไมโรงเรียนบ้านเราเป็นแบบนี้..ที่อังกฤษไม่เห็นต้องเรียนพิเศษ หรือกวดวิชาอะไรแบบบ้านเราเลย เขาก็ไม่เห็นจะด้อยกว่าเด็กไทยแถมจะเก่งกว่าเด็กไทยด้วยซ้ำ อยากให้ผู้ใหญ่บ้านเราดูเป็นแบบอย่างบ้างนะ ว่าเขาเรียนเขาสอนกันยังไง ทำไมเขาถึงไม่ต้องกวดวิชา..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สงสัยว่าข้อความที่คุณอ้างถึงทำให้ครูต้องท้อ หรือด่างพร้อยตรงไหน
เพราะเขาไม่ได้ว่าครูเลย ส่วนที่เขาว่าธุรการคือถ้าไม่มีบรรจุมาครูต้องรับหน้าที่แทน อันนี้เขาว่าระบบ ส่วนที่เขาว่าธุรการทำงานไม่ดีพอก็อาจเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะงานที่เขายกตัวอย่างคือฎีกา ซึ่งก็เป็นงานธุรการอยู่แล้ว ถ้าครูต้องลงไปทำก็ถือว่าแย่มาก ๆ คนที่ควรต้องช่วยทำน่าจะต้องเป็นรองผู้อำนวยการ ไม่ใช่ครู
ถามจริง มึนอะไรมาหรือเปล่าครับ...
ผอ....หรือ รองผอ. ........เป็นผู้บริหารนะ...ลืมอะไรไปหรือเปล่า
อาจจะมีบางที่ ที่ท่านต้องทำ แต่คงไม่ใช่หน้าที่นะ...
อุปมาว่า....เราไปอาสาช่วยงานเขาเพราะเห็นเขาเหนื่อย...แต่พอช่วยบ่อยๆเข้าก็...
หรือว่าเป็นครูหรือไง....อย่าเอาเวลาไปทำผลงานเสียหมดล่ะ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนเคยเป็นเด็ก
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*005 สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเด็ก ๆ สมัยนี้ต้องเรียนพิเศษกันจัง เปิดเทอม เรียนจันทร์-ศุกร์ตอนเย็น-ค่ำ + เสาร์อาทิตย์อีก ปิดเทอม ก็ต้องเรียนพิเศษ-เรียนติว จันทร์-อาทิตย์อีก สงสัยมากเลยถามลูกของเพื่อนๆ ว่าครูไม่สอนหรืออย่างไร เด็กๆเค้าตอบว่าสอน แต่ไม่พอไปสอบ ก็ไม่รู้แปลว่าอะไรเหมือนกัน สงสัยจะแก่เกินไปซะแล้วก้ไม่รู้ q*015q*015 ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าเดียวนี้คนเป็นครูเค้าไม่ได้อยากมาเป็นครูจริง ๆ หรอก แต่สมัยเรียนสอบออะไรไม่ได้ก็ไปสอบครู ผลออกมาเลยได้คนที่ไม่รักอาชีพ ไม่เก่งจริงมาเป็นครู ก็เลยงงอยู่ว่า คนไม่เก่งมาสอนคนที่ในอนาคตจะเป็นหมอ พยาบาลหรือวิศวกร ฯลฯ ได้อย่างไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
1295
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งนะครับ ทุกวันนี้นักศึกษาที่เข้ามาใหม่พื้นฐานด้านการคำนวณอ่อนลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการกวดวิชาที่มุ่งสอนให้จำสูตร+ทำวิธีลัด ทำให้เด็กไม่รู้จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการคิดคำนวณ คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาไม่เป็น แล้วที่บอกว่าข้อสอบเข้าชอบออกเกินหลักสูตรเท่าที่ดูมามันก็ไม่เกินไปจากหลักสูตรเลยครับ เพียงแต่ข้อสอบมันต้องคิดเชิงวิเคราะห์ มันสามารถทำได้ด้วยความรู้ที่มีอยู่แต่เด็กวิเคราะห์ไม่เป็นแล้วก็อ้างว่าไม่เคยเรียนมาก่อน อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือระบบ Admission ที่ส่งผลให้เด็กเอาคะแนนวิชาภาษาไทย สังคม หรือวิชาอื่นๆมาเบียดเข้าคณะทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่การเรียนต้องอาศัยการคิดคำนวณเชิงตัวเลขอย่างมาก แล้วก็มามีปัญหาเอาภายหลังว่าเรียนไม่ได้ แล้วก็มาโทษมหาวิทยาลัยว่าโหดร้ายกับเด็ก รีไทร์เด็กออกไปกว่าครึ่ง ทั้งๆที่ข้อสอบไม่ได้ยากไปกว่าสมัยที่ผมเรียนเลย ดูจะง่ายกว่าด้วยซ้ำแต่เด็กทำไม่ได้เพราะไปผิดเอาตรงการคิดเลขอย่างง่าย แค่จำนวนลบจำนวนบวกก็ผิดแล้ว เด็กก็มาอ้างว่าไม่เก่งเลขไม่เก่งคำนวณ ซึ่งเขาทำตัวเขาเองแท้ๆ ไม่เก่งคำนวณแล้วมาสมัครเข้าคณะที่ต้องใช้การคำนวณมากๆทำไม ข้อสอบวิเคราะห์ก็ทำไม่ได้อ้างว่าในหนังสือไม่มี ไม่ตรงกับในตำรา แล้วการทำงานจริงล่ะครับมันมีอะไรที่ตรงกับในตำราบ้างไหม ยังไงก็เห็นด้วยว่าการศึกษาไทยควรได้รับการปรับปรุงอย่างมากทั้งครูและนักเรียน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนไทยจ๊า
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าลืมเรื่องไข่ไก่ชั่งกิโลด้วยนะคราบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
รักประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กระทรวงศึกษาฯประเทศนี้ไม่เคยยอมรับความจริงอะไรทั้งนั้น ความจริงที่ว่าการศึกษาในระบบของเราไม่มีคุณภาพเทียบกับประเทศอื่นแล้วตามหลังอีกเยอะ คำก็โทษกวดวิชา สองคำก็โทษกวดวิชา ไม่เคยมีคำไหนยอมรับว่าระบบการศึกษาที่คิดโดยคนที่เป็นผู้ใหญ่ในกระทรวงมันแย่ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นตลอด ลองถ้าวันนี้ไม่มีกวดวิชาแล้วเด็กไทยจะหันไปพึ่งใคร เวลาคิดอะไรออกมา มันสื่อถึงระดับสติปัญญาได้นะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
陈浩男
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เงินเืดือนครูปริญญาตรี ประมาณ 9000 บาท สูงสุดของคศ.2 ประมาณ 35000 บาท (อายุน่าจะ 50 ปี ขึ้นไป) ดููแลเด็ก 30 - 50 คน ต่อชั้นเรียน ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่รวมแผนการสอนที่ต้องกลับมาทำบ้านเพราะไม่มีเวลาทำตอนอยู่โรงเรียน ผู้ปกครองบางคนตำรวจจับลูกก็ไม่ยอมไปรับ ตำรวจเรียกครูไปแทนทั้ง ๆ ที่ 2 ทุ่ม วันหยุดบางครั้งต้องพานักเรียนไปร่วมกิจกรรม บางครั้งอบรมทั้งเสาร์และอาทิตย์ไม่มีวันหยุด ปิดเทอมไม่ได้ปิดพร้อมเด็ก และต้องมาทำหลักสูตรสถานศึกษา ช่วงเมษาได้หยุดแค่ 2 อาทิตย์ ตุลาแทบไม่ได้ปิดเลย อย่างนี้เรียกว่าทำงานไม่สมเงินเดือน แล้วอาชีพที่ทำงานสมเงินเดือนคือผู้บริหาร นักการเมือง หรือ?


จริงๆทุกวันนี้ครูทำงานหนักมากๆๆๆอยู่แล้ว....เงินเดือนนิดเดียวเอง(8000กว่าๆ)จะให้ทำอะไรกันนักหนา...อบต.ไม่เห็นทำอะไรเลยวันวันขึ้นเงินเดือนไห้ร้อยเปอร์เซ็นนนนนนนน...นายแน่มากกก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
kwanchit
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.ใช่สงสารเด็กและสงสารพ่อแม่เด็กที่บางคนไม่มีเงินไปจ้างค่าเรียนพิเศษก็ต้องยอมรับชะตากรรมไปตัวข้าพเจ้าเองโดนด้วยตัวเองจ่ายค่าบำรุงอะไรไม่ทราบไม่เยอะหรอกสามพันย้ายมาตอนมอห้าลูกได้อยู่ห้องสองแต่ถ้าผู้ปกครองคนไหนจ่ายสองหมื่นบาทขึ้นไปจะได้อยู่ห้องคิงค์การเรียนการสอนก้อคนละอย่างพูดงายๆก้อคือคนละเกรดกันเลยจ่ายเงินเยอะก้อได้ห้องดีสอนดีครูใส่ใจดีกว่าลูกมาบ่นให้งเสมอทั้งๆที่ก้อเป็นโรงเรียนของรัฐบาลไม่เข้าใจทำไมถึงไม่ประกาศไปเลยเสียเงินเยอะกว่าได้เรียนห้องดีกว่าครูใส่ใจกว่าได้สิทธิ์ดีกว่าคนจ่ายเงินน้อยกว่านี่โรงเรียนของรํฐนะเดี๋ยวนี้มีแบบนี้ด้วยเหรอเนงงงงงงงเลยช่วยอบรมครูให้ตั้งใจใสใจในการสอนมากกว่านี้บ้างอย่าเอาเปรียบนักเรียนมากนักสงสารเด็กเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

....อ้าวว...ไปกันใหญ่...

คุณมีรายได้ที่ดี แร้วคุณไม่เสียภาษี..ให้กับประเทศ...

พ๊มเครียดน๊าคับ...ส่วนครูที่สอนโรงเรียนกวดวิชาน่ะ..

มี่กี่คนค๊าฟฟ..ที่สอนในโรงเรียนปกติ...

ส่วนใหญ่แร้วสอนกวดวิชา..กันเปนอาชีพหลักน๊าคับ..

แร้วคุณก้อมีรายได้ที่ดี...แร้วคุณไม่ยอมเสียภาษี...

พ๊มเศร้าเดะคัฟ..555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ท่านกบ roadking
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการศึกษานอกระบบ เิ่ริ่มสำเร็จมากกว่าในระบบ

เพราะในระบบ จ้างครูมาสอน จ้างก็ได้แค่จ้าง ตามที่รัฐลงทุน

ครูถูกจ้างให้มาสอนก็ทำหน้าที่ตามค่าจ้างที่ท่านตั้งให้ เด็กนักเรียนก็เลยถูกสมมุติให้มีความรู้

อย่างน้อยก็ยังดีกว่า สสไม่เข้าประชุมสภา สภาล่มก็หลายรอบ

แต่เงินเดือนยังด้านขึ้นได้ เอ้าฮาาาาาา เจริญจริงบานเมืองนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
12579
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูสอนโรงเรียนกวดวิชา ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจ๊ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
NT
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 15:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่การที่โรงเรียนกวดวิชาเก็บค่าเรียนกับเด็กก็เป็นรายได้ของสถานประกอบการซึ่งก็ก็เป็นรายได้งั้นก็ต้องจ่ายภาษี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แฟนครู
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 15:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบ คุณคห.4 ผู้ปกครองคนหนึ่ง

เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะได้เรียนแค่นี้ เพราะ
1. ครูอบรม บ่อยมาก ๆ และหมุนเวียนกันไปทุกกลุ่มสาระ ถ้าโรงเรียนไหนมีครูน้อย ๆ ก็ต้องหยุดเรียนหลายห้อง
2. เมื่อครูอบรมเสร็จ ก็จะต้องมีภาระงานจากการอบรม เช่น จัดกิจกรรม
จัดค่าย ครูคนหนึ่งอาจรับหลายกิจกรรม เลยไม่มีเวลาสอน
3. กิจกรรมต่าง ๆ มีมากเกินไป ลองนับเดือนธันวาถึงมกรา ลอยกระทง
วันพ่อ เข้าค่าย คริสต์มาส กีฬาสี ปีใหม่ วันเด็ก รวมกับวันหยุดแล้วกี่วัน
แล้วครูฝ่ายต่าง ๆ ต้องไปเตรียมงาน เขียนป้าย ซ้อมเด็ก ฯลฯ ไม่ได้สอนอีกตามเคย นักเรียนก็เลยต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง (อ่านหนังสือหน้า ...)
4. ครูสังกัด กทม. ต้องรับหน้าที่หลายอย่างนอกจากการเรียนการสอน
ทั้งทำสหการ ปกครอง ใบรับรอง ทะเบียน วัดผล เด็กย้าย ฎีกา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูสังกัด สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่เหล่านี้จะได้ลดชั่วโมงสอนให้เหลือน้อย แต่ครู กทม. ทำทั้งหมด และบางครั้งก็ต้องทำนอกเหนือเวลางานด้วย
5. การประเมินจากภายนอกมีความถี่สูง เช่น 5ส จะมีการประเมินภายในโรงเรียน เขตมาประเมิน สำนักการศึกษามาประเมิน ซึ่งการประเมินแต่ละครั้งแน่นอนว่าครูจะต้องจัดบอร์ด ทำความสะอาดห้อง ครูมีงานเยอะก็เลยต้องขอความร่วมมือจากนักเรียน ไม่นับรวมถึงการประเมินจาก สมศ. smart school ประเมินอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องสั่งให้จัดห้องให้เรียบร้อยแน่ ๆ
6. สังกัดสพฐ. มีหลายห้องเรียน ครูอาจเตรียมแค่ 2 วิชา แล้วสอนได้ครบทุกห้อง แต่โรงเรียนกทม. ที่ครูน้อยๆ คนเดียวสอนป.1-ป.6 เตรียม 6 วิชา หรือมากกว่า เวลาเตรียมสอนต้องใช้เยอะขึ้น

ลองพิจารณาดูแล้วเปรียบเทียบกับสังกัดสพฐ.และเอกชนว่าเขารับงานขนาดนี้ไหม

แฟนดิฉันเป็นครูค่ะ เป็นสถาศึกษาของรัฐบาล
เขาไม่เคยจะเปิดสอนพิเศษเด็ก ทั้งๆที่เขาเก่งและเงินเดือนน้อย
เขาจะตั้งใจสอนทุกคาบ เข้าตรงเวลา และเจาะประเด็น
ไม่เข้าใจให้นักเรียนโทรถามได้ 24 ชม.
จริงอยู่วาเทศกาล หรือกิจกรรมอาจเยอะ
ทำให้สอนไม่ทัน แต่เขาก็ยอมสละเวลาส่วนตัวมาติวให้กับเด็ก
ที่ยังเรียนไม่เข้าใจ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องเปิดสอนพิเศษ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กประถม
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 17:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรียนในโรงเรียนไม่เคยคิดที่จะแข่งขันกัน แต่กลับไปแข่งขันกันด้วยการกวดวิชา การวัดความสามารถในการสอนของครูในโรงเรียนก็เลยวัดไม่ได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนเดิมกลับมาตอบ
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 20:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถามจริง มึนอะไรมาหรือเปล่าครับ...
ผอ....หรือ รองผอ. ........เป็นผู้บริหารนะ...ลืมอะไรไปหรือเปล่า
อาจจะมีบางที่ ที่ท่านต้องทำ แต่คงไม่ใช่หน้าที่นะ...
อุปมาว่า....เราไปอาสาช่วยงานเขาเพราะเห็นเขาเหนื่อย...แต่พอช่วยบ่อยๆเข้าก็...
หรือว่าเป็นครูหรือไง....อย่าเอาเวลาไปทำผลงานเสียหมดล่ะ...


เป็นครู คิดว่าไม่มึน ที่คิดว่ารองผู้อำนวยการควรทำเพราะ การบริหารงานของฝ่ายบริหารจะแบ่งเป็นการบริหารงานวิชาการ การบริหารงานฝายบุคลากร การบริหารงานฝ่ายธุรการการเงิน และการบริหารฝ่ายบริหารฝ่ายบริหารงานทั่วไป ตังนั้นถ้าโรงเรียนไหนเป็นโรงเรียนใหญ่จะมีรองฯ ครบทั้ง 4 ฝ่ายอยู่แล้ว ควรจะมีสักฝ่ายลงมาช่วยทำ ส่วนโรงเรียนใดมีรองเพียงคนเดียวก็อาจต้องรับเคราะห์ แต่ฝ่ายครูไม่ควรยุ่งกับการทำฎีกา เพราะเรื่องเงินเป็นสิ่งที่เสี่ยงกับการผิดวินัย แค่ครูที่เซ็นชื่อโดยไม่รู้ว่าของมาจริงหรือเปล่าก็แย่พออยู่แล้ว มีเพื่อนบางเขต (ไม่ขอเอ่ยชื่อ) เซ็นไปเพราะธุรการมาให้เซ็น พอมีคนมาตรวจถูกสอบวินัยเพราะของไม่มาจริงกลายเป็นว่าผู้บริหารผิดน้อยที่สุด เพราะถือว่าได้ผ่านการกลั่นกรองมาจากด้านล่างแล้ว สรุปคือ ครูคนที่เซ็นเกี่ยวกับการรับของก็รับเต็ม ๆ แล้วอย่างนี้ควรให้ครูลงมาทำฎีกาเองไหม จะได้ผิดด้านการทำเอกสารด้วยโดยไม่รู้ที่มาที่ไป เพราะส่วนใหญ่เรื่องเงินก็รู้กันแต่ธุรการกับผู้บริหารนั่นแหละ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 23:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย

กลับมาดูกระทู้ แหม โดนด่าว่าเห็นแก่ตัวเสียนี่ ก็ไม่รู้ว่าคิดอย่างไรถึงบอกว่าเห็นแก่ตัว คุณคนโพสเป็นธุรการหรือจึงเดือดร้อนแทน แล้วคิดว่าการที่ครูไม่ช่วยงานอื่นที่นอกเหนือการสอนเป็นความเห็นแก่ตัว ที่บอกว่าธุรการทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ เพราะที่โรงเรียนตัวเองต้องรับงานแทนธุรการบางส่วน แต่เห็นว่าเวลาผู้บริหารไม่อยู่ห้องธุรการก็หายไปจากห้องด้วย แต่ทำงานในห้องที่ใกล้ ๆ กัน บางทีโทรศัพท์ดังไม่มีใครรับก็มารับแล้วถามว่าธุรการไปไหนจะให้ตอบว่าอย่างไร บางครั้งก็เป็นอย่างที่คุณบางคนก็สุดๆจริงๆ โพสมา คือ เห็นว่าธุรการเปิดไฮไฟว์หรือเว็บอื่น ๆ ในขณะที่ตัวเองต้องมารับงานบางส่วนของธุรการ เป็นคุณเห็นจะรู้สึกอย่างไร ถ้าทำงานไม่ทันจริงๆ แล้วมาให้ช่วยคงไม่มีใครว่า แต่มีเวลานั่งเล่นไฮไฟว์แล้วบอกว่าทำงานไม่ทัน และก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะทำคศ.2 ได้ ห่างอีกหลายปี คงไม่ได้เอาเวลาไปทำวิทยฐานะหรอก และได้โพสไว้แล้วว่าไม่เห็นด้วยกับการมุ่งเน้นเอกสารและการทำผลงานมากเกินไป ที่โพสไปนั้นคงไม่ทำให้ครูเ่ขาท้อหรือด่างพร้อยหรอก แต่คุณนั่นแหละที่ว่าครูเขาเอาเวลาไปทำวิทยฐานะ จนครูดีๆ เขาเสียใจกันหมด และเห็นด้วยกับคุณคนเดิมกลับมาตอบ ว่างานฎีกาไม่สมควรจะมาเป็นงานครู เพราะไม่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนๆหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 13:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปีนี้โชคดีได้ 2 ขั้นๆละ 200 บาท (นี่หละครับเงินเดือนครู)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
การศึกษาของเด็กบ้านนอก
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 21:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*009ปรับปรุง รร รัฐรีบช่วยแก้ไขด้วย
ถ้า รร ดี ก้ คงไม่ต้องพึ่งกวดวิชาหรอก
ตอนนี้ เห็นเพื่อนๆๆใครๆๆก็ไปเรียนพิเศษเพราะบอกว่าเรียนกับโรงเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง เพราะครูเหมือนสอนผ่านๆๆแค่มารอรับเงิน

ยิ่ง รร บ้านนอก ขอให้ตรวจสอบละเอียดหน่อย!!!!!!!!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เอาด้วย
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อย่าลืมว่าคนที่มาเปิดสถานกวดวิชา เป็น เอกชน นะ ต้องเสียภาษีเงินได้อยู่แล้ว ต้องเสีย ต้องเสีย จะมาได้เงินค่ากวดฟรี ฟรี ได้ไง ถึงเด็กจะไปเรียนก็จริง แต่เปิดเป็นที่สถานกวดวิชา ไม่ใช่โรงเรียน ไม่ใช่โรงเรียน ต้องเสียภาษี
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ขอมีส่วนร่วม
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 15:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องบอกเลยว่าปัญหาการศึกษาเป็น ปัญหาที่สำที่สุดปัญหาหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่กลับเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากเข้ามาแก้ซักเท่าไหร เคยได้ยินไหมว่าเวลารัฐมนตรีเขาเลือกกระทรวงกัน กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงแรกๆเลยที่ไม่มีใครอยากเข้ามาเป็นจ้าวกระทรวง เนื่องจากทำแล้วไม่ได้ผลประโยชน์อะไร มีแต่เงินออกไม่มีเงินเข้า คงไม่มีคนมาส่งตังให้รัฐมนตรีช่วยผ่านกฏหมายอะไรแน่นอน ถูกไหมคับแต่ถ้าเป็นกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ชื่อก็บอกแล้วว่าผลประโยชน์มันขนาดไหน อีกอย่างคือปัญหาการศึกษามันเป็นสิ่งที่ยิ่งแก้ยิ่งแย่ เพราะเรามองไม่เห็นปัญหาจิงๆ ส่วนตัวผมมีความเห็นหนึ่งคือ การที่เด็กสมัยนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจาก 1.ตัวเด็กเอง 2.คนที่ให้ความรู้ 3.ระบบ 4.สังคม
คนทุกคนไม่อาจจะเก่งเท่ากันได้ถูกไหมครับถึงคุณบอกว่า ถ้ามีความพยายามคนเราก็เก่งได้เหมือนๆกัน แต่คำพูดนี้มันก็ใช้ได้กับคนส่วนหนึ่งเท่านั้น และเชื่อเถอะว่าเด็กส่วนใหญ่เค้าไม่ได้คิดแค่เรียนๆๆ เพราะสังคมสมัยนี้มันกว้าง มีอะไรมากมายที่ให้เด็กสามารถเอาเวลาที่เขามีไปใช้เพื่อหาความสุขได้มากมาย ที่นี้ก็จะเกิดความแตกต่างของเด็กเรียนกับเด็กทั่วไปแล้ว เด็กที่เรียนก็จะรับอะไรที่ครูสอนได้เร็ว เด็กที่ไม่ใช่เด็กเรียนก็จะต้องให้อาจารย์ช่วยทวนใหม่ หรือไม่สามารถรับอะไรยากๆได้ ทีนี้อาจารย์ก็จะสอนช้า แล้วก็กลายเป็นเด็กมีศักยภาพไม่ค่อยสูง หรือขาดศักยภาพนั้นเอง และครูทุกคนก็มีความสามารถในการสอนที่แตกต่างกัน บางคนบอกว่าครูสมัยก่อนสอนดีกว่าสมัยนี้ บอกเลยว่าไม่ผิดหรอกคับ เพราะถ้าคุณคิดดูที่ต้องไปเรียนกรวดวิชาก็เพราะครูเขาสอนเราเข้าใจดี และได้เนื้อหาเยอะกว่าในห้องเรียนซะอีก ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาเก่ง ครูสอนพิเศษหลายคนไม่ได้จบครู จบแพทย์มา จบวิศวะมา ทีว่าเกียรตินิยมอีกตะหาก ถามว่าถ้าให้คุณเลือกให้ลูกเรียน ระหว่างครูจบราชภัฏ กับจุฬาคุณจะเลือกอะไร จากจุดนี้ผมเห็นอย่างหนึ่งคือ เมื่อก่อนซักห้าสิบหกสิบปีคนเก่งๆเขาจะไปเป็นข้าราชการ เป็นครู แต่ต่อมาพอสังคมเราเปลี่ยนมากขึ้นเป็นสังคมอุสาหกรรมมากขึ้น คนเก่งๆก็จะมาเรียนเป็นวิศวะ เป็นหมอกัน ลองดูการจัดลำดับคณะก็ได้ ครุศาสตร์เป็นคณธลำดับล่างๆเลย
แล้วแบบนี้เราจะมีคนเก่งๆมาสอนเด็กไหมเนี่ย จากจุดนี้การมีกวดวิชาจึงสำคัญกับสังคมแบบนี้ หากคุณบอกว่าแล้วทำไมไม่ขึ้นเงินเดือนครูล่ะ
คำตอบคือถ้าขึ้นเงินเดือนครู งบของกระทรวงนี้จะพุ่งไปแค่ไหนล่ะเนี่ย ผมยังไม่อยากคิดเลย และต้องเพิ่มให้สามารถดึงให้เด็กอยากเข้าแทน วิศวะ แทนแพทย์ด้วยน่ะ ต้องเท่าไหร่กัน และพอได้ฟังท่านผู้บริหารกระทรวงที่บอกว่าโรงเรียนกวดวิชาเป็นกาฟากของการศึกษาไทย อยากจะถามว่า ท่านไม่เคยคิดในแง่ที่ผมกล่าวเลยหรอครับ แล้วแบบนี้ชาติไหนที่เราจะคืนสมองให้เด็กได้ล่ะคับ สุดท้ายคือสังคมพวกเราที่เป็นผู้ปกครอง
คุณเคยกลับไปบ้าน แล้วนั้งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนลูกไหม เรามีเวลาทำกิจกรรมกับลูกแค่ไหน เคยสอนลูกท่องสูตรคูณใหม เราเคยปลุกฟังอะไรให้ลูกบ้างเพื่อให้เขารักและมีความสุขกับการเรียน หรือกลับไปบ้านก็ดึกแล้ว ขอนอนพัก ขอดูทีวีดีกว่า และพอมีเวลาอยู่กับลูกก็แค่ถามว่าเรียนเป็นไง มีที่เรียนพิเศษหรือยัง แต่ไม่เคยทำอะไรเพื่อให้ลูกรักที่จะเรียนเลย อย่าลืมน่ะคับเราคือตัวอย่างคือคนที่ให้ลมหายใจกับเขา ถ้าเขาเป็นภาระนักจะมีเขามาทำไม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 21:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*016q*004q*008

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
thailand
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 14 ม.ค. 11, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คือ ประเทศไทย...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กวัดคร๊าฟ
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 14 ม.ค. 11, 17:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*020q*020q*020q*020 ครูท่านให้อ่านให้ถูพื้นก็ได้ความรู้เหมือนกันก็เด็ก