หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????  (อ่าน 24949 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สรุปคือ ครูต้องทำหลายอย่าง งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลามาให้ความรู้เด็กๆ ใช่ป่ะ
ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองมากมายเหมือนกัน แต่ก็ไม่ความละเลยหน้าที่หลักของตนนะ

ธรรมดา คนมันไม่มีความคิด..ก่อนจะไปว่าเขาน่ะ
เคยรู้หรือยังว่า วัน ๆหนึ่งครูเขาทำอะไรบ้าง..คงไม่ใช่อย่างคุณเข้าใจแน่
คิดเหรอว่า ก็แค่สอนหนังสือมันจะไปยากอะไร..ก่อนจะว่าผู้อื่น หรือก่อนจะว่าใคร ก็ควรจะศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อนนะ....จงอย่าลืมว่าทุกวันนี้ที่คุณอ่านหนังสือออกเพราะใคร....ที่คุณมีปัญญามานั่งพิมพ์ด่านี้..เพราะใคร..ไม่ใช่เพราะครูที่คุณประนามว่าไม่ดีหรอกเหรอ...ครูไม่ใช่แค่สอนหนังสือหรอกนะ...
จงอย่าลืมว่างานในหน่วยงานราชการ หลักๆ ก็ต้องมี
1.งานวิชาการ.....ก็คือครูอีกนั่นแหล่ะที่ต้องทำ
2.งานบุคคล......ก็คือครูอีกนั่นแหล่ะที่ต้องทำ
3.งานการเงิน......ก็คือครูอีกนั่นแหล่ะที่ต้องทำ
4.งานบริหารทั่วไป...ได้แก่ จัดซื้อจัดจ้าง พัสดุ ประสานงานกับบุคคลภายนอก ภายในท้องถิ่น นี่ยังไม่รวมคำสั่ง ให้ไปอบรมโน่น นี่ นั่น (ถ้าไม่มีคำสั่งใครก็อยากอยู่กับครอบครัวเหมือนไอคนที่มันด่าก็คงต้องการเหมือนกัน)
ธรรมดานะ คนก็เป็นแบบนี้ ประเทศมันถึงได้แย่ลงทุกที ๆ....
ปล.ไม่ได้เป็นครู แต่ก็รู้ระบบ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ส่วนตัวก็เป็นข้าราชการครูเหมือนกัน จากที่เขาบอกมา พอจะแยกได้เป็นสาเหตุที่ไม่ได้สอนเพราะหน้าที่ของตนเองจริง ๆ ได้แก่ ระดับชั้นที่ได้สอนเยอะ ที่ต้องสอนตั้งแต่ ป.1-ป.6 ส่วนอื่นที่เขากล่าวมาจะเป็นงานอื่นที่นอกเหนือหน้าที่ตนเองทั้งสิ้น เพราะหน้าที่ของครูคือ การสอน ส่วนงานอื่น ๆ จะไม่รับก็ไม่ได้เพราะผู้บริหารมอบหมายมา และคำสั่งอบรมจะมีตราครุฑอยู่บนสุดเสมอ ถ้าไม่ไปหมายถึงผิดวินัยเพราะให้ลงชื่อเข้าอบรม และเบิกเงินค่ารถไปอบรมไม่ได้เนื่องจากผู้บริหารมักบอกว่าถ้าไปกับเด็กถึงจะเบิกได้ แต่ถ้าครูไปคนเดียวถือว่าไปรับความรู้ และรวมถึงงานที่จะต้องกลับมาจัดกิจกรรมทำให้เวลาเรียนของเด็กเสียไปอย่างต่ำ 1 วัน ด้วย ถ้าเป็นงานที่มีเงินสำหรับกิจกรรมมาให้ ซึ่งครูก็จัดอย่างเดียวโดยเงินที่ได้มาฝ่ายบริหารเป็นคนจัดการ อย่าคิดว่าครูได้รับประโยชน์ และเชื่อว่าครูส่วนใหญ่อยากอยู่สอนเด็กมากกว่า เพราะถ้าเด็กไม่รู้เรื่องสอบไม่ผ่านมาตรฐานระดับชาติพวก O-net , NT ผู้บริหารก็ตำหนิครู ส่วนเรื่องการประเมินถ้าไม่ได้อยู่ในวงการครูก็ไม่รู้หรอกว่ามันต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพราะต้องทำตามตัวชี้วัด ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาคือ ตัวชี้วัดมักจะเปลี่ยนรายละเอียดปลีกย่อย ทำให้ต้องมาหาหลักฐานเพิ่มเติมจนกว่าจะครบ ส่วนพวกงานย้ายเด็ก และฎีกาครูคนไหนได้รับถือว่าแย่สุด ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเป็นหน้าที่ของธุรการ อาจเป็นเพราะไม่มีธุรการบรรจุมา หรือธุรการทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอจึงต้องตกเป็นภาระของครู อย่าสรุปแต่เพียงว่าครูไม่ทำหน้าที่หลักเพราะไม่รับผิดชอบ แต่เป็นเพราะระบบการศึกษามุ่งเน้นเอกสารและการทำผลงานมากเกินไป ครูจึงไม่ได้สอน เด็กไทยจึงเป็นอย่างทุกวันนี้
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คุณแม่รักลูก
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลองแวะเข้าไปดูตามเว็บไซต์ www.naifhan.com ที่ คุณสุดยอด แนะนำมาแล้วค่ะ ดิฉันทึ่งมากกับสิ่งที่ได้เห็นกับตาตัวเอง มหัศจรรย์มากๆ อยากรู้จักคุณครูเขาจังเลย ไม่ใช่แค่รู้สึกทึ่งกับตัวอย่างเด็กๆ แต่ยังได้สาระความรู้มากมายในบทความที่คุณครูเขาเขียน ทำให้เห็นภาพระบบการสอนของเมืองไทยชัดขึ้น และได้ข้อคิดเพิ่มเติมจากมุมที่ไม่เคยเห็น อย่างเช่น เรื่องการเลือกโรงเรียนให้ลูก เรื่องการบ้านของลูก เป็นต้น ซึ่งหลายประเด็นครูแสดงความเห็นได้โดนใจมาก เพราะมีปัญหากับลูกๆคล้ายๆกันนี้เหมือนกัน แถมมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกเยอะที่ยังไม่ได้อ่าน วันหลังจะแวะไปดูอีก น่าชื่นชม สิ่งดีๆก็ต้องบอกต่อจริงๆค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนไม่เก่งจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 00:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็งบประมาณไม่พอแดรก เดียวใกล้เลือกตั้งละ อะโกยได้กูโกยก่อนละ พี่น้อง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pasin
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 05:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมบแกได้เลยการศ฿กษาไทยล้มเหลว....
เน้นแต่ปริมาณคนจบ..ไม่ได้เน้นคุณภาพจริงๆ
เอาแค่พอผ่านๆ เพื่อจะได้มีวุฒิทำงาน...
ลองคิดถึงรุ่นพ่อ แม่ สิครับ ให้เกรดเป็นเปอร์เซนต์
ถ้าได้ต่ำกว่า 80%ถือว่าตก คนรุ่นเก่าเลยมีคุณภาพมากกว่า

คุณที่สอนก็สอนตามตำรา ไม่ได้รู้จริงๆ (ส่วนใหญ่นะครับไม่ใช้ทั้งหมด)
ประสพการ์ณในการทำงานก็น้อย ครูรุ่นเก่าต้องทำงานมาก่อนผลงานเป็นที่ยอมรับถึงจะมาเป็นครูได้...

อยากได้เงินก็เก็บภาษีจากเหล้า บุหรี่สิครับ
ผมอยู่ที่ออสเตเรีย บุหรี่ซองละเกือบ 400 บาท
เบียร์ขวดละ 200กว่า
เด็กไทยจะได้ไม่ติดเหล้า ติดบุหรี่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
บางคนก็สุดๆจริงๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 06:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย

ธุรการบางคน ย้ำว่าบางคน เท่านั้น มีเวลาเล่นเอ็ม เปิดไฮไฟว์ เฟสบุ๊คเล่นระหว่างเวลาทำงาน จนเด็กมาฟ้องว่าครูให้มาติดต่องานก็หงุดหงิดแต่เห็นเปิดเฟสอยู่ พอผู้บริหารไม่อยู่ก็แว่บ พองบจะส่งก็ต้องให้ครูหรือพี่เลี้ยงลงมาช่วยดูแลงานด้านอื่น คิดว่าที่เขาพูดว่าธุรการทำงานไม่ดีพอคงหมายถึงอย่างนี้มั๊ง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสัยในข้อความ
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 07:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย

สงสัยว่าข้อความที่คุณอ้างถึงทำให้ครูต้องท้อ หรือด่างพร้อยตรงไหน
เพราะเขาไม่ได้ว่าครูเลย ส่วนที่เขาว่าธุรการคือถ้าไม่มีบรรจุมาครูต้องรับหน้าที่แทน อันนี้เขาว่าระบบ ส่วนที่เขาว่าธุรการทำงานไม่ดีพอก็อาจเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะงานที่เขายกตัวอย่างคือฎีกา ซึ่งก็เป็นงานธุรการอยู่แล้ว ถ้าครูต้องลงไปทำก็ถือว่าแย่มาก ๆ คนที่ควรต้องช่วยทำน่าจะต้องเป็นรองผู้อำนวยการ ไม่ใช่ครู
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
mom
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมต้องกวดวิชากันมากมายขนาดนั้น เห็นเด็กประถมก็ต้องเรียนพิเศษ อย่างหลานที่บ้านอยู่ป.สามก็ไปเรียน พ่อแม่ไม่อยากให้เรียนก็ไม่ได้เพราะเพื่อนๆเรียนกันหมดทำไมโรงเรียนบ้านเราเป็นแบบนี้..ที่อังกฤษไม่เห็นต้องเรียนพิเศษ หรือกวดวิชาอะไรแบบบ้านเราเลย เขาก็ไม่เห็นจะด้อยกว่าเด็กไทยแถมจะเก่งกว่าเด็กไทยด้วยซ้ำ อยากให้ผู้ใหญ่บ้านเราดูเป็นแบบอย่างบ้างนะ ว่าเขาเรียนเขาสอนกันยังไง ทำไมเขาถึงไม่ต้องกวดวิชา..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สงสัยว่าข้อความที่คุณอ้างถึงทำให้ครูต้องท้อ หรือด่างพร้อยตรงไหน
เพราะเขาไม่ได้ว่าครูเลย ส่วนที่เขาว่าธุรการคือถ้าไม่มีบรรจุมาครูต้องรับหน้าที่แทน อันนี้เขาว่าระบบ ส่วนที่เขาว่าธุรการทำงานไม่ดีพอก็อาจเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะงานที่เขายกตัวอย่างคือฎีกา ซึ่งก็เป็นงานธุรการอยู่แล้ว ถ้าครูต้องลงไปทำก็ถือว่าแย่มาก ๆ คนที่ควรต้องช่วยทำน่าจะต้องเป็นรองผู้อำนวยการ ไม่ใช่ครู
ถามจริง มึนอะไรมาหรือเปล่าครับ...
ผอ....หรือ รองผอ. ........เป็นผู้บริหารนะ...ลืมอะไรไปหรือเปล่า
อาจจะมีบางที่ ที่ท่านต้องทำ แต่คงไม่ใช่หน้าที่นะ...
อุปมาว่า....เราไปอาสาช่วยงานเขาเพราะเห็นเขาเหนื่อย...แต่พอช่วยบ่อยๆเข้าก็...
หรือว่าเป็นครูหรือไง....อย่าเอาเวลาไปทำผลงานเสียหมดล่ะ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเคยเป็นเด็ก
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*005 สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเด็ก ๆ สมัยนี้ต้องเรียนพิเศษกันจัง เปิดเทอม เรียนจันทร์-ศุกร์ตอนเย็น-ค่ำ + เสาร์อาทิตย์อีก ปิดเทอม ก็ต้องเรียนพิเศษ-เรียนติว จันทร์-อาทิตย์อีก สงสัยมากเลยถามลูกของเพื่อนๆ ว่าครูไม่สอนหรืออย่างไร เด็กๆเค้าตอบว่าสอน แต่ไม่พอไปสอบ ก็ไม่รู้แปลว่าอะไรเหมือนกัน สงสัยจะแก่เกินไปซะแล้วก้ไม่รู้ q*015q*015 ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าเดียวนี้คนเป็นครูเค้าไม่ได้อยากมาเป็นครูจริง ๆ หรอก แต่สมัยเรียนสอบออะไรไม่ได้ก็ไปสอบครู ผลออกมาเลยได้คนที่ไม่รักอาชีพ ไม่เก่งจริงมาเป็นครู ก็เลยงงอยู่ว่า คนไม่เก่งมาสอนคนที่ในอนาคตจะเป็นหมอ พยาบาลหรือวิศวกร ฯลฯ ได้อย่างไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
1295
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งนะครับ ทุกวันนี้นักศึกษาที่เข้ามาใหม่พื้นฐานด้านการคำนวณอ่อนลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการกวดวิชาที่มุ่งสอนให้จำสูตร+ทำวิธีลัด ทำให้เด็กไม่รู้จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการคิดคำนวณ คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาไม่เป็น แล้วที่บอกว่าข้อสอบเข้าชอบออกเกินหลักสูตรเท่าที่ดูมามันก็ไม่เกินไปจากหลักสูตรเลยครับ เพียงแต่ข้อสอบมันต้องคิดเชิงวิเคราะห์ มันสามารถทำได้ด้วยความรู้ที่มีอยู่แต่เด็กวิเคราะห์ไม่เป็นแล้วก็อ้างว่าไม่เคยเรียนมาก่อน อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือระบบ Admission ที่ส่งผลให้เด็กเอาคะแนนวิชาภาษาไทย สังคม หรือวิชาอื่นๆมาเบียดเข้าคณะทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่การเรียนต้องอาศัยการคิดคำนวณเชิงตัวเลขอย่างมาก แล้วก็มามีปัญหาเอาภายหลังว่าเรียนไม่ได้ แล้วก็มาโทษมหาวิทยาลัยว่าโหดร้ายกับเด็ก รีไทร์เด็กออกไปกว่าครึ่ง ทั้งๆที่ข้อสอบไม่ได้ยากไปกว่าสมัยที่ผมเรียนเลย ดูจะง่ายกว่าด้วยซ้ำแต่เด็กทำไม่ได้เพราะไปผิดเอาตรงการคิดเลขอย่างง่าย แค่จำนวนลบจำนวนบวกก็ผิดแล้ว เด็กก็มาอ้างว่าไม่เก่งเลขไม่เก่งคำนวณ ซึ่งเขาทำตัวเขาเองแท้ๆ ไม่เก่งคำนวณแล้วมาสมัครเข้าคณะที่ต้องใช้การคำนวณมากๆทำไม ข้อสอบวิเคราะห์ก็ทำไม่ได้อ้างว่าในหนังสือไม่มี ไม่ตรงกับในตำรา แล้วการทำงานจริงล่ะครับมันมีอะไรที่ตรงกับในตำราบ้างไหม ยังไงก็เห็นด้วยว่าการศึกษาไทยควรได้รับการปรับปรุงอย่างมากทั้งครูและนักเรียน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนไทยจ๊า
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 08:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าลืมเรื่องไข่ไก่ชั่งกิโลด้วยนะคราบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รักประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กระทรวงศึกษาฯประเทศนี้ไม่เคยยอมรับความจริงอะไรทั้งนั้น ความจริงที่ว่าการศึกษาในระบบของเราไม่มีคุณภาพเทียบกับประเทศอื่นแล้วตามหลังอีกเยอะ คำก็โทษกวดวิชา สองคำก็โทษกวดวิชา ไม่เคยมีคำไหนยอมรับว่าระบบการศึกษาที่คิดโดยคนที่เป็นผู้ใหญ่ในกระทรวงมันแย่ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นตลอด ลองถ้าวันนี้ไม่มีกวดวิชาแล้วเด็กไทยจะหันไปพึ่งใคร เวลาคิดอะไรออกมา มันสื่อถึงระดับสติปัญญาได้นะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
陈浩男
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เงินเืดือนครูปริญญาตรี ประมาณ 9000 บาท สูงสุดของคศ.2 ประมาณ 35000 บาท (อายุน่าจะ 50 ปี ขึ้นไป) ดููแลเด็ก 30 - 50 คน ต่อชั้นเรียน ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่รวมแผนการสอนที่ต้องกลับมาทำบ้านเพราะไม่มีเวลาทำตอนอยู่โรงเรียน ผู้ปกครองบางคนตำรวจจับลูกก็ไม่ยอมไปรับ ตำรวจเรียกครูไปแทนทั้ง ๆ ที่ 2 ทุ่ม วันหยุดบางครั้งต้องพานักเรียนไปร่วมกิจกรรม บางครั้งอบรมทั้งเสาร์และอาทิตย์ไม่มีวันหยุด ปิดเทอมไม่ได้ปิดพร้อมเด็ก และต้องมาทำหลักสูตรสถานศึกษา ช่วงเมษาได้หยุดแค่ 2 อาทิตย์ ตุลาแทบไม่ได้ปิดเลย อย่างนี้เรียกว่าทำงานไม่สมเงินเดือน แล้วอาชีพที่ทำงานสมเงินเดือนคือผู้บริหาร นักการเมือง หรือ?


จริงๆทุกวันนี้ครูทำงานหนักมากๆๆๆอยู่แล้ว....เงินเดือนนิดเดียวเอง(8000กว่าๆ)จะให้ทำอะไรกันนักหนา...อบต.ไม่เห็นทำอะไรเลยวันวันขึ้นเงินเดือนไห้ร้อยเปอร์เซ็นนนนนนนน...นายแน่มากกก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
kwanchit
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.ใช่สงสารเด็กและสงสารพ่อแม่เด็กที่บางคนไม่มีเงินไปจ้างค่าเรียนพิเศษก็ต้องยอมรับชะตากรรมไปตัวข้าพเจ้าเองโดนด้วยตัวเองจ่ายค่าบำรุงอะไรไม่ทราบไม่เยอะหรอกสามพันย้ายมาตอนมอห้าลูกได้อยู่ห้องสองแต่ถ้าผู้ปกครองคนไหนจ่ายสองหมื่นบาทขึ้นไปจะได้อยู่ห้องคิงค์การเรียนการสอนก้อคนละอย่างพูดงายๆก้อคือคนละเกรดกันเลยจ่ายเงินเยอะก้อได้ห้องดีสอนดีครูใส่ใจดีกว่าลูกมาบ่นให้งเสมอทั้งๆที่ก้อเป็นโรงเรียนของรัฐบาลไม่เข้าใจทำไมถึงไม่ประกาศไปเลยเสียเงินเยอะกว่าได้เรียนห้องดีกว่าครูใส่ใจกว่าได้สิทธิ์ดีกว่าคนจ่ายเงินน้อยกว่านี่โรงเรียนของรํฐนะเดี๋ยวนี้มีแบบนี้ด้วยเหรอเนงงงงงงงเลยช่วยอบรมครูให้ตั้งใจใสใจในการสอนมากกว่านี้บ้างอย่าเอาเปรียบนักเรียนมากนักสงสารเด็กเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

....อ้าวว...ไปกันใหญ่...

คุณมีรายได้ที่ดี แร้วคุณไม่เสียภาษี..ให้กับประเทศ...

พ๊มเครียดน๊าคับ...ส่วนครูที่สอนโรงเรียนกวดวิชาน่ะ..

มี่กี่คนค๊าฟฟ..ที่สอนในโรงเรียนปกติ...

ส่วนใหญ่แร้วสอนกวดวิชา..กันเปนอาชีพหลักน๊าคับ..

แร้วคุณก้อมีรายได้ที่ดี...แร้วคุณไม่ยอมเสียภาษี...

พ๊มเศร้าเดะคัฟ..555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ท่านกบ roadking
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการศึกษานอกระบบ เิ่ริ่มสำเร็จมากกว่าในระบบ

เพราะในระบบ จ้างครูมาสอน จ้างก็ได้แค่จ้าง ตามที่รัฐลงทุน

ครูถูกจ้างให้มาสอนก็ทำหน้าที่ตามค่าจ้างที่ท่านตั้งให้ เด็กนักเรียนก็เลยถูกสมมุติให้มีความรู้

อย่างน้อยก็ยังดีกว่า สสไม่เข้าประชุมสภา สภาล่มก็หลายรอบ

แต่เงินเดือนยังด้านขึ้นได้ เอ้าฮาาาาาา เจริญจริงบานเมืองนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
12579
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 09:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูสอนโรงเรียนกวดวิชา ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจ๊ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
NT
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 15:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่การที่โรงเรียนกวดวิชาเก็บค่าเรียนกับเด็กก็เป็นรายได้ของสถานประกอบการซึ่งก็ก็เป็นรายได้งั้นก็ต้องจ่ายภาษี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แฟนครู
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 15:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบ คุณคห.4 ผู้ปกครองคนหนึ่ง

เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะได้เรียนแค่นี้ เพราะ
1. ครูอบรม บ่อยมาก ๆ และหมุนเวียนกันไปทุกกลุ่มสาระ ถ้าโรงเรียนไหนมีครูน้อย ๆ ก็ต้องหยุดเรียนหลายห้อง
2. เมื่อครูอบรมเสร็จ ก็จะต้องมีภาระงานจากการอบรม เช่น จัดกิจกรรม
จัดค่าย ครูคนหนึ่งอาจรับหลายกิจกรรม เลยไม่มีเวลาสอน
3. กิจกรรมต่าง ๆ มีมากเกินไป ลองนับเดือนธันวาถึงมกรา ลอยกระทง
วันพ่อ เข้าค่าย คริสต์มาส กีฬาสี ปีใหม่ วันเด็ก รวมกับวันหยุดแล้วกี่วัน
แล้วครูฝ่ายต่าง ๆ ต้องไปเตรียมงาน เขียนป้าย ซ้อมเด็ก ฯลฯ ไม่ได้สอนอีกตามเคย นักเรียนก็เลยต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง (อ่านหนังสือหน้า ...)
4. ครูสังกัด กทม. ต้องรับหน้าที่หลายอย่างนอกจากการเรียนการสอน
ทั้งทำสหการ ปกครอง ใบรับรอง ทะเบียน วัดผล เด็กย้าย ฎีกา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูสังกัด สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่เหล่านี้จะได้ลดชั่วโมงสอนให้เหลือน้อย แต่ครู กทม. ทำทั้งหมด และบางครั้งก็ต้องทำนอกเหนือเวลางานด้วย
5. การประเมินจากภายนอกมีความถี่สูง เช่น 5ส จะมีการประเมินภายในโรงเรียน เขตมาประเมิน สำนักการศึกษามาประเมิน ซึ่งการประเมินแต่ละครั้งแน่นอนว่าครูจะต้องจัดบอร์ด ทำความสะอาดห้อง ครูมีงานเยอะก็เลยต้องขอความร่วมมือจากนักเรียน ไม่นับรวมถึงการประเมินจาก สมศ. smart school ประเมินอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องสั่งให้จัดห้องให้เรียบร้อยแน่ ๆ
6. สังกัดสพฐ. มีหลายห้องเรียน ครูอาจเตรียมแค่ 2 วิชา แล้วสอนได้ครบทุกห้อง แต่โรงเรียนกทม. ที่ครูน้อยๆ คนเดียวสอนป.1-ป.6 เตรียม 6 วิชา หรือมากกว่า เวลาเตรียมสอนต้องใช้เยอะขึ้น

ลองพิจารณาดูแล้วเปรียบเทียบกับสังกัดสพฐ.และเอกชนว่าเขารับงานขนาดนี้ไหม

แฟนดิฉันเป็นครูค่ะ เป็นสถาศึกษาของรัฐบาล
เขาไม่เคยจะเปิดสอนพิเศษเด็ก ทั้งๆที่เขาเก่งและเงินเดือนน้อย
เขาจะตั้งใจสอนทุกคาบ เข้าตรงเวลา และเจาะประเด็น
ไม่เข้าใจให้นักเรียนโทรถามได้ 24 ชม.
จริงอยู่วาเทศกาล หรือกิจกรรมอาจเยอะ
ทำให้สอนไม่ทัน แต่เขาก็ยอมสละเวลาส่วนตัวมาติวให้กับเด็ก
ที่ยังเรียนไม่เข้าใจ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องเปิดสอนพิเศษ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กประถม
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 17:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรียนในโรงเรียนไม่เคยคิดที่จะแข่งขันกัน แต่กลับไปแข่งขันกันด้วยการกวดวิชา การวัดความสามารถในการสอนของครูในโรงเรียนก็เลยวัดไม่ได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเดิมกลับมาตอบ
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 20:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถามจริง มึนอะไรมาหรือเปล่าครับ...
ผอ....หรือ รองผอ. ........เป็นผู้บริหารนะ...ลืมอะไรไปหรือเปล่า
อาจจะมีบางที่ ที่ท่านต้องทำ แต่คงไม่ใช่หน้าที่นะ...
อุปมาว่า....เราไปอาสาช่วยงานเขาเพราะเห็นเขาเหนื่อย...แต่พอช่วยบ่อยๆเข้าก็...
หรือว่าเป็นครูหรือไง....อย่าเอาเวลาไปทำผลงานเสียหมดล่ะ...


เป็นครู คิดว่าไม่มึน ที่คิดว่ารองผู้อำนวยการควรทำเพราะ การบริหารงานของฝ่ายบริหารจะแบ่งเป็นการบริหารงานวิชาการ การบริหารงานฝายบุคลากร การบริหารงานฝ่ายธุรการการเงิน และการบริหารฝ่ายบริหารฝ่ายบริหารงานทั่วไป ตังนั้นถ้าโรงเรียนไหนเป็นโรงเรียนใหญ่จะมีรองฯ ครบทั้ง 4 ฝ่ายอยู่แล้ว ควรจะมีสักฝ่ายลงมาช่วยทำ ส่วนโรงเรียนใดมีรองเพียงคนเดียวก็อาจต้องรับเคราะห์ แต่ฝ่ายครูไม่ควรยุ่งกับการทำฎีกา เพราะเรื่องเงินเป็นสิ่งที่เสี่ยงกับการผิดวินัย แค่ครูที่เซ็นชื่อโดยไม่รู้ว่าของมาจริงหรือเปล่าก็แย่พออยู่แล้ว มีเพื่อนบางเขต (ไม่ขอเอ่ยชื่อ) เซ็นไปเพราะธุรการมาให้เซ็น พอมีคนมาตรวจถูกสอบวินัยเพราะของไม่มาจริงกลายเป็นว่าผู้บริหารผิดน้อยที่สุด เพราะถือว่าได้ผ่านการกลั่นกรองมาจากด้านล่างแล้ว สรุปคือ ครูคนที่เซ็นเกี่ยวกับการรับของก็รับเต็ม ๆ แล้วอย่างนี้ควรให้ครูลงมาทำฎีกาเองไหม จะได้ผิดด้านการทำเอกสารด้วยโดยไม่รู้ที่มาที่ไป เพราะส่วนใหญ่เรื่องเงินก็รู้กันแต่ธุรการกับผู้บริหารนั่นแหละ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ครูเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 11 ม.ค. 11, 23:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โอ๊ะๆ เพิ่งจะแสดงความเห็นในภาพรวมอยู่ดีๆ ก็มีครูเห็นแก่ตัวขึ้นมาโพสเฉย...คุณจะไปด่าธุรการนั้นถูกหรือ...
ผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง..ธุรการถ้าเป็นร.ร.ของรัฐและเป็น ร.ร.ที่ไม่ใช่ระดับประถม ส่วนมาก ร้อยละ90 จะมีน้อย หรืออาจแค่ หนึ่งคน แล้วยังไง...ก็คือต้องมารับภาระของครูอีกหลายคน ประมาณว่า อาจจะสิบต่อหนึ่งะไรประมาณนั้น ครูต้องถามตัวเองว่า ประสานงานกันดีหรือยัง ให้ความร่วมมือดีแค่ไหน ไม่ใช่วัน ๆ เอาเวลาไปทำแต่วิทยฐานะหรอกหรือ..
จงเห็นใจครูดี ๆ ยังมีอีกเยอะ อย่าทำให้ท่านต้องท้อ หรือด่างพล้อยเพราะคนอย่างคุณเลย

กลับมาดูกระทู้ แหม โดนด่าว่าเห็นแก่ตัวเสียนี่ ก็ไม่รู้ว่าคิดอย่างไรถึงบอกว่าเห็นแก่ตัว คุณคนโพสเป็นธุรการหรือจึงเดือดร้อนแทน แล้วคิดว่าการที่ครูไม่ช่วยงานอื่นที่นอกเหนือการสอนเป็นความเห็นแก่ตัว ที่บอกว่าธุรการทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ เพราะที่โรงเรียนตัวเองต้องรับงานแทนธุรการบางส่วน แต่เห็นว่าเวลาผู้บริหารไม่อยู่ห้องธุรการก็หายไปจากห้องด้วย แต่ทำงานในห้องที่ใกล้ ๆ กัน บางทีโทรศัพท์ดังไม่มีใครรับก็มารับแล้วถามว่าธุรการไปไหนจะให้ตอบว่าอย่างไร บางครั้งก็เป็นอย่างที่คุณบางคนก็สุดๆจริงๆ โพสมา คือ เห็นว่าธุรการเปิดไฮไฟว์หรือเว็บอื่น ๆ ในขณะที่ตัวเองต้องมารับงานบางส่วนของธุรการ เป็นคุณเห็นจะรู้สึกอย่างไร ถ้าทำงานไม่ทันจริงๆ แล้วมาให้ช่วยคงไม่มีใครว่า แต่มีเวลานั่งเล่นไฮไฟว์แล้วบอกว่าทำงานไม่ทัน และก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะทำคศ.2 ได้ ห่างอีกหลายปี คงไม่ได้เอาเวลาไปทำวิทยฐานะหรอก และได้โพสไว้แล้วว่าไม่เห็นด้วยกับการมุ่งเน้นเอกสารและการทำผลงานมากเกินไป ที่โพสไปนั้นคงไม่ทำให้ครูเ่ขาท้อหรือด่างพร้อยหรอก แต่คุณนั่นแหละที่ว่าครูเขาเอาเวลาไปทำวิทยฐานะ จนครูดีๆ เขาเสียใจกันหมด และเห็นด้วยกับคุณคนเดิมกลับมาตอบ ว่างานฎีกาไม่สมควรจะมาเป็นงานครู เพราะไม่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนๆหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 13:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปีนี้โชคดีได้ 2 ขั้นๆละ 200 บาท (นี่หละครับเงินเดือนครู)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
การศึกษาของเด็กบ้านนอก
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 12 ม.ค. 11, 21:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*009ปรับปรุง รร รัฐรีบช่วยแก้ไขด้วย
ถ้า รร ดี ก้ คงไม่ต้องพึ่งกวดวิชาหรอก
ตอนนี้ เห็นเพื่อนๆๆใครๆๆก็ไปเรียนพิเศษเพราะบอกว่าเรียนกับโรงเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง เพราะครูเหมือนสอนผ่านๆๆแค่มารอรับเงิน

ยิ่ง รร บ้านนอก ขอให้ตรวจสอบละเอียดหน่อย!!!!!!!!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอาด้วย
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อย่าลืมว่าคนที่มาเปิดสถานกวดวิชา เป็น เอกชน นะ ต้องเสียภาษีเงินได้อยู่แล้ว ต้องเสีย ต้องเสีย จะมาได้เงินค่ากวดฟรี ฟรี ได้ไง ถึงเด็กจะไปเรียนก็จริง แต่เปิดเป็นที่สถานกวดวิชา ไม่ใช่โรงเรียน ไม่ใช่โรงเรียน ต้องเสียภาษี
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขอมีส่วนร่วม
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 15:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องบอกเลยว่าปัญหาการศึกษาเป็น ปัญหาที่สำที่สุดปัญหาหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่กลับเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากเข้ามาแก้ซักเท่าไหร เคยได้ยินไหมว่าเวลารัฐมนตรีเขาเลือกกระทรวงกัน กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงแรกๆเลยที่ไม่มีใครอยากเข้ามาเป็นจ้าวกระทรวง เนื่องจากทำแล้วไม่ได้ผลประโยชน์อะไร มีแต่เงินออกไม่มีเงินเข้า คงไม่มีคนมาส่งตังให้รัฐมนตรีช่วยผ่านกฏหมายอะไรแน่นอน ถูกไหมคับแต่ถ้าเป็นกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ชื่อก็บอกแล้วว่าผลประโยชน์มันขนาดไหน อีกอย่างคือปัญหาการศึกษามันเป็นสิ่งที่ยิ่งแก้ยิ่งแย่ เพราะเรามองไม่เห็นปัญหาจิงๆ ส่วนตัวผมมีความเห็นหนึ่งคือ การที่เด็กสมัยนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจาก 1.ตัวเด็กเอง 2.คนที่ให้ความรู้ 3.ระบบ 4.สังคม
คนทุกคนไม่อาจจะเก่งเท่ากันได้ถูกไหมครับถึงคุณบอกว่า ถ้ามีความพยายามคนเราก็เก่งได้เหมือนๆกัน แต่คำพูดนี้มันก็ใช้ได้กับคนส่วนหนึ่งเท่านั้น และเชื่อเถอะว่าเด็กส่วนใหญ่เค้าไม่ได้คิดแค่เรียนๆๆ เพราะสังคมสมัยนี้มันกว้าง มีอะไรมากมายที่ให้เด็กสามารถเอาเวลาที่เขามีไปใช้เพื่อหาความสุขได้มากมาย ที่นี้ก็จะเกิดความแตกต่างของเด็กเรียนกับเด็กทั่วไปแล้ว เด็กที่เรียนก็จะรับอะไรที่ครูสอนได้เร็ว เด็กที่ไม่ใช่เด็กเรียนก็จะต้องให้อาจารย์ช่วยทวนใหม่ หรือไม่สามารถรับอะไรยากๆได้ ทีนี้อาจารย์ก็จะสอนช้า แล้วก็กลายเป็นเด็กมีศักยภาพไม่ค่อยสูง หรือขาดศักยภาพนั้นเอง และครูทุกคนก็มีความสามารถในการสอนที่แตกต่างกัน บางคนบอกว่าครูสมัยก่อนสอนดีกว่าสมัยนี้ บอกเลยว่าไม่ผิดหรอกคับ เพราะถ้าคุณคิดดูที่ต้องไปเรียนกรวดวิชาก็เพราะครูเขาสอนเราเข้าใจดี และได้เนื้อหาเยอะกว่าในห้องเรียนซะอีก ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาเก่ง ครูสอนพิเศษหลายคนไม่ได้จบครู จบแพทย์มา จบวิศวะมา ทีว่าเกียรตินิยมอีกตะหาก ถามว่าถ้าให้คุณเลือกให้ลูกเรียน ระหว่างครูจบราชภัฏ กับจุฬาคุณจะเลือกอะไร จากจุดนี้ผมเห็นอย่างหนึ่งคือ เมื่อก่อนซักห้าสิบหกสิบปีคนเก่งๆเขาจะไปเป็นข้าราชการ เป็นครู แต่ต่อมาพอสังคมเราเปลี่ยนมากขึ้นเป็นสังคมอุสาหกรรมมากขึ้น คนเก่งๆก็จะมาเรียนเป็นวิศวะ เป็นหมอกัน ลองดูการจัดลำดับคณะก็ได้ ครุศาสตร์เป็นคณธลำดับล่างๆเลย
แล้วแบบนี้เราจะมีคนเก่งๆมาสอนเด็กไหมเนี่ย จากจุดนี้การมีกวดวิชาจึงสำคัญกับสังคมแบบนี้ หากคุณบอกว่าแล้วทำไมไม่ขึ้นเงินเดือนครูล่ะ
คำตอบคือถ้าขึ้นเงินเดือนครู งบของกระทรวงนี้จะพุ่งไปแค่ไหนล่ะเนี่ย ผมยังไม่อยากคิดเลย และต้องเพิ่มให้สามารถดึงให้เด็กอยากเข้าแทน วิศวะ แทนแพทย์ด้วยน่ะ ต้องเท่าไหร่กัน และพอได้ฟังท่านผู้บริหารกระทรวงที่บอกว่าโรงเรียนกวดวิชาเป็นกาฟากของการศึกษาไทย อยากจะถามว่า ท่านไม่เคยคิดในแง่ที่ผมกล่าวเลยหรอครับ แล้วแบบนี้ชาติไหนที่เราจะคืนสมองให้เด็กได้ล่ะคับ สุดท้ายคือสังคมพวกเราที่เป็นผู้ปกครอง
คุณเคยกลับไปบ้าน แล้วนั้งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนลูกไหม เรามีเวลาทำกิจกรรมกับลูกแค่ไหน เคยสอนลูกท่องสูตรคูณใหม เราเคยปลุกฟังอะไรให้ลูกบ้างเพื่อให้เขารักและมีความสุขกับการเรียน หรือกลับไปบ้านก็ดึกแล้ว ขอนอนพัก ขอดูทีวีดีกว่า และพอมีเวลาอยู่กับลูกก็แค่ถามว่าเรียนเป็นไง มีที่เรียนพิเศษหรือยัง แต่ไม่เคยทำอะไรเพื่อให้ลูกรักที่จะเรียนเลย อย่าลืมน่ะคับเราคือตัวอย่างคือคนที่ให้ลมหายใจกับเขา ถ้าเขาเป็นภาระนักจะมีเขามาทำไม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 13 ม.ค. 11, 21:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*016q*004q*008

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
thailand
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 14 ม.ค. 11, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คือ ประเทศไทย...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กวัดคร๊าฟ
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 14 ม.ค. 11, 17:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*020q*020q*020q*020 ครูท่านให้อ่านให้ถูพื้นก็ได้ความรู้เหมือนกันก็เด็กวัดยังได้เรียนถึ้งเมืองนอกเลยก็มีคร๊าฟขยันให้มากๆๆๆบอกเด็กด้วยครัฟ q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วัลวิมล
เรทกระทู้
« ตอบ #75 เมื่อ: 15 ม.ค. 11, 18:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้รับประโยชน์จากเด็กและผู้ปกครองมามากแล้ว
คืนให้กับสังคมบ้าง

คนค้าขายเล็กๆน้อยๆเขายังเสียภาษีให้รัฐบาล

คุณมีรายได้จากความคาดหวังของเด็กและผู้ปกครอง
ก็หัดคืนให้กับสังคมบ้าง

คุณมีรายได้ซึ่งเกิดจากความฝันของเด็ก
ก็หัดคืนให้กับสังคมบ้าง

คุณมีรายได้ซึ่งเกิดจากการปัญญาของคุณโดยมีสิ่งเอื้อประโยชน์ให้คุณคือเด็ก
ก็หัดคืนให้กับสังคมบ้าง

ก็ดีนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #76 เมื่อ: 15 ม.ค. 11, 20:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่ามองดูดีๆนะมันมีคนที่ไม่ต้องการให้เด็กฉลาด คนโง่เท่านั้นที่ปกครองง่าย จูงไปทางใหนก็ไป รองคิดดูดีๆนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม