หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จดหมายถึงบัณฑิตใหม่  (อ่าน 26565 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ก.ค. 11, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
นิ้วกลม
www.facebook.com/Roundfinger.BOOK


ถึง น้องบัณฑิตศักดิ์และน้องบัณฑิตศรีทั้งหลาย

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ที่สำเร็จการศึกษา ได้รับปริญญาสมใจนึก หลังจากที่หลังขดหลังแข็งนั่งเรียนอย่างหมั่นเพียรบ้าง หมั่นซีร็อกเล็กเชอร์เพื่อนบ้างมาเป็นเวลาตั้งสี่ปีเป็นอย่างน้อย

นี่ก็เข้าฤดูรับปริญญาของน้องๆ แล้วสินะ

น้องสาวทั้งหลายคงต้องเตรียมจัดหาช่างแต่งหน้าทำผมกันจ้าละหวั่น จ้างช่างมือดีมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เห็นว่าบางคนต้องตื่นมาแต่งหน้าตั้งแต่ตีสี่ (ทั้งที่ปกติเวลาต้องมาเรียนนี่แปดโมงเช้ายังกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนอน) บางคนมีการทดลองทำผมหลายทรงก่อนวันจริง

วันซ้อมหนึ่งทรง วันจริงอีกหนึ่งทรง จะได้ถ่ายรูปออกมาไม่ซ้ำอารมณ์กัน

บ้างเปลี่ยนช่างแต่งหน้าช่างทำผมกลางอากาศ เนื่องจากฝีมือที่แต่งให้ในวันซ้อมไม่เป็นที่ถูกใจ บ้างแต่งหนาไป บางไป บ้างก็ทำให้บัณฑิตผู้เพิ่งสำเร็จการศึกษาหน้าตาเหมือนคุณป้าที่เรียนจบมาแล้วหลายปี

ผู้หญิงบางคนแก่ขึ้นมากในวันรับปริญญาก็เพราะการแต่งหน้าที่ "จัด" เกินจำเป็น ทั้งที่ตอนแต่งหน้ามาเรียนด้วยฝีมือตัวเองนั้นก็ดูดีน่ารักสมวัยอยู่แล้ว

พอจัดหนักอายุและอาการก็เลยหนักตามไปด้วย

ทั้งที่ราคาช่างแต่งหน้าก็หนักเอาการอยู่

สมัยนี้พี่เดาว่าน้องๆ ผู้ชายหลายรายอาจมีการแต่งหน้าเพื่อถ่ายรูปในวันรับปริญญากับเขาเช่นกัน

คงมีทั้งแบบแต่งจัด และแต่งบางๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ

มีทั้งแต่งเอง มีทั้งจ้างช่างมาแต่ง

ในวันรับปริญญา พวกเราราวกับเป็นดารา ผู้คนมากหน้าหลายตาวิ่งกรูกันเข้ามารุมล้อมขอถ่ายรูปทั้งรูปคู่และรูปคี่ กล้องถ่ายรูปนับสิบนับร้อยล้อมหน้าล้อมหลัง น้องๆ จะเข้าใจความรู้สึกของอั้ม-พัชราภา เข้าใจความรู้สึกของโดม-ปกรณ์ ลัม ก็ในวันนี้นี่เอง

น้องบัณฑิตศักดิ์และน้องบัณฑิตศรีเตรียมตัวเอาไว้ได้เลย น้องๆ ต้องฉีกยิ้มให้กล้องทั้งวันอย่างแน่แท้

ไม่รวมการต้องกล่าวทักทายน้องรหัส พี่รหัส ป้ารหัส ลุงรหัส ไล่ไปถึงอากงอาม่ารหัสที่จะร่วมแสดงความยินดีกับน้องอีกมากมาย

เรียนว่าเหนื่อยแล้ว แต่บางทีรับปริญญานี่เหนื่อยกว่าอีกนะ

บางคนมาถึงก็แสดงความคิดเกี่ยวกับการแต่งหน้าและทรงผมของเราในทันใด

ถ้าเป็นคำชมประเภท "วันนี้แต่งหน้าน่ารักดีนะ" อันนี้ก็รอดไป แต่ถ้าเป็นประเภทจริงใจอย่าง "โอย แกไปให้ใครแต่งหน้ามาเนี่ย แกดูซิ้มมากเลยวันนี้" แบบนี้น้องอาจจะเสียเซลฟ์ไปทั้งวัน ในใจก็อาจนึกแค้นเคืองช่างแต่งหน้าราคาแพงที่อุตส่าห์จ้างมา อีกใจก็อยากเอาใบปริญญาตบหัวเพื่อนผู้จริงใจคนนั้นสักป้าบ

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยจึงซีเรียสกับการแต่งหน้าทำผม เพราะรู้ว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่ฉันต้องสวย หากไม่สวยงวดนี้อาจต้องรออีกสองปีกว่าจะได้รับปริญญาอีกทีตอนปริญญาโท (ซึ่งถ้าปริญญาโทยังพลาด แต่งหน้าไม่ดีอีก อาจต้องเรียนอีกห้าปีเพื่อแก้ตัวในวันรับปริญญาเอก ถึงตอนนั้นก็เป็นซิ้มโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องแต่ง)

การแต่งหน้าให้สวยในวันรับปริญญาของสาวๆ จึงชวนให้เครียดกว่าการทำโจทย์แคลคูลัส ทำแล็บแยกสารเคมี หรือท่องประมวลกฎหมายเสียอีก



ผ่านพ้นเรื่องการแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ตีสี่ และการถ่ายรูปกับผู้คนนับร้อยนับพัน น้องๆ บัณฑิตยังต้องเผชิญหน้ากับของขวัญอีกจำนวนมหาศาล

น้องๆ มักฉีกยิ้มและกล่าวคำขอบคุณกับผู้ที่หยิบยื่นของขวัญมาให้แทบทุกชิ้น

แต่ในใจอาจคิดว่า "กูรู้นะ คุณเพิ่งมาซื้อหน้ามหา"ลัย"

ของขวัญยอดฮิตหนีไม่พ้นช่อดอกไม้น้อยใหญ่ทั้งหลายที่ช่วยประดับประดาให้วงแขนของบัณฑิตทั้งหลายไม่ดูโล่งโจ้งจนเกินไปนัก แต่บางคนที่ได้รับช่อดอกไม้เยอะจัดก็ดูคล้ายราชาหรือราชินีเพลงลูกทุ่งมากกว่าบัณฑิตที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา ถ้าได้มาลัยแขวนคอสักสามสี่พวงล่ะก็ใช่เลย

นอกจากดอกไม้แล้วก็น่าจะเป็นตุ๊กตาหมี หมา แมว ช้าง ม้า วัว ควาย ไล่ไปถึงแรด

ควายบางตัวมีคำพูดผูกติดคอมาว่า "ถึงโง่ก็เรียนจบ"

เช่นกันกับแรดบางตัวที่มีคำพูดติดมาว่า "แรดแต่เรียนจบ"

เดาว่าน่าจะถูกใจบัณฑิตทั้งหลายมิใช่น้อย

ของขวัญยอดฮิตอีกหนึ่งอย่างที่เห็นเป็นประจำในช่วงหลังคือ ป้ายเหล็กสีขาวสีแดงที่ทำเลียนแบบป้ายทะเบียนรถ เขียนว่า "จบ 2554" (ตัวเลขจะเปลี่ยนไปตามปีที่จบ) ครั้งแรกที่เห็นพี่ก็รู้สึกว่ามันสร้างสรรค์ดี แต่พอเห็นคนซื้อกันเยอะๆ ก็ได้แต่คิดว่า น้องๆ บัณฑิตทั้งหลายจะได้ป้ายเหล็กนี้ไปคนละกี่แผ่นกันนะ

คำถามว่า "ได้คนละกี่แผ่น" ไม่น่าสนใจเท่าคำถามว่า "แล้วมันจะเอาไปทำอะไรกัน"

แน่ละ เรารับปริญญาทั้งที เพื่อนก็อุตส่าห์มีน้ำใจซื้อของขวัญมาให้ เราย่อมดีใจเป็นธรรมดา แต่สำหรับพี่แล้ว พี่คิดว่าของขวัญแบบที่ใครๆ ก็ซื้อให้กันตามๆ กันแบบนี้ โดยเฉพาะพวกที่มาเดินซื้อหาเอาแถวหน้ามหาวิทยาลัยในวันที่พวกเขามาแสดงความยินดีนั้น ออกจะเป็นของขวัญที่คิดสั้นไปสักหน่อย คิดน้อยไปสักนิด

พอคิดสั้น อายุของพวกมันก็สั้นตามไปด้วย

นี่พี่พูดในฐานะของคนที่เคยรับปริญญามาก่อน (แต่ตอนนั้นพี่ไม่ได้จ้างแต่งหน้าทำผมนะ อืม...แต่ก็จ้างตากล้องไปหลายตังค์อยู่) ประสบการณ์แสดงให้พี่เห็นว่า ของขวัญทั้งตุ๊กตาและของชำร่วยทั้งหลายจะถูกนำมากองรวมกันมัดใส่ถุงพลาสติกและเก็บไว้ในห้องเก็บของใต้บันได ชิ้นไหนคนให้มีความสำคัญหน่อยก็อาจเขยิบฐานะมาอยู่บนโต๊ะทำงาน บ้างอยู่บนหิ้ง ในตู้โชว์ แต่ก็มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นแหละ

นอกนั้นชะตากรรมของพวกมันมักจะออกไปทางเศร้าๆ

ไม่มีใครสนใจ บ้างฝุ่นเกาะ บ้างหยากไย่ขึ้น

ไม่ค่อยมีใครเอาใจใส่หรือเก็บรักษามันอย่างจริงจัง อายุใช้งานหลักๆ ของพวกมันเหมือนจะมีเพียงแค่วันเดียว คือวันนั้น-วันรับปริญญา

มันทำหน้าที่เป็นแค่ "ของขวัญ"

เมื่อหมดหน้าที่มันจึงไม่รู้จะทำอะไรต่อ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ก.ค. 11, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าน้องได้รับของขวัญพวกนี้มาเยอะมาก พอมาถึงบ้านน้องอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชิ้นไหนใครให้ ตุ๊กตาตัวไหนใครให้มา แถมบางทีก็มีคนให้ของเหมือนๆ กันซ้ำกันอีกต่างหาก

จึงดูเหมือนว่างานรับปริญญาเป็นงานที่หมุนไปด้วยการใช้เงิน

ตั้งแต่ค่าชุด ค่าช่างต่างหน้า ช่างทำผม ช่างกล้อง (ซึ่งรวมไปถึงค่าอัดรูป ล้างรูป) ค่ารูปหมู่กับเพื่อนในคณะ ค่ารูปตอนที่รับปริญญา ไล่ไปถึงค่าของขวัญที่ญาติมิตรซื้อมาให้

รับปริญญากันทีก็จนกันเลยทีเดียว

พี่คิดว่าในฐานะที่เราเป็นบัณฑิตผู้ร่ำเรียนมาตั้งสี่ปี ห้าปี หกปี เราน่าจะลองนั่งลงคิดสักนิดเหมือนกันนะว่า เราสามารถมีบรรยากาศในงานรับปริญญาที่สร้างสรรค์หรือสมเหตุสมผลมากกว่านี้ได้ไหม

ไม่ต้องแต่งหน้ากันโอเวอร์ขนาดนั้น ไม่ต้องถึงขนาดหิ้วไฟ ยกรีเฟล็กซ์กันราวกับจะถ่ายแฟชั่น แทนที่จะทำแบบนั้นถ้าเราทำให้งานรับปริญญาเป็นงานแสดงความยินดีของคนใกล้ชิด เรียกน้องรหัสมาช่วยถ่ายรูปให้ แม้จะไม่ได้ออกมาสวยเหมือนนางแบบนายแบบ แต่ก็เป็นความทรงจำว่าคุณเจ้านี่มีน้ำใจมาถ่ายรูปให้เรา แถมเรายังอาจจะยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการต้องมีผู้ช่วยช่างกล้องมาถือรีเฟล็กซ์ส่องหน้าให้สว่างมีเฮ้ากวงราวเจ้าแม่กวนอิม

ทำผมแต่งหน้าก็พี่ๆ น้องๆ ช่วยๆ กันทำ คุณแม่อาจจะร่วมลงมือ อีกหน่อยเวลากลับมาดูภาพก็จำได้ว่าหัวกระเซิงๆ ของเราทรงนั้นมาจากฝีมือของคุณแม่ หน้าอ่อนๆ สวยๆ เป็นฝีมือพี่สาว

แล้วของขวัญล่ะ มีของขวัญที่มีประโยชน์และอายุยืนยาวกว่าดอกไม้ ตุ๊กตา และป้ายเหล็กพวกนั้นไหม

ถ้าน้องยังคิดไม่ออก พี่แนะนำว่า น้องน่าจะบอกญาติมิตรที่มาร่วมแสดงความยินดีว่า "ขอของขวัญเป็น "หนังสือ" คนละเล่ม"

ลองคิดดูว่าถ้าน้องได้รับหนังสือจากคนที่มาร่วมแสดงความยินดีคนละเล่ม น้องจะมีหนังสืออ่านไปอีกกี่ปี

ยิ่งคนมาเยอะ ก็ยิ่งมีหนังสือเยอะ

อะไรจะเหมาะกับบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษามากไปกว่าสาระและความรู้

ที่สำคัญ หนังสือไม่บูดไม่เสีย ไม่ล้าสมัย เก็บไว้ใช้ได้อีกนาน

หากน้องมีไอเดียของขวัญอะไรเด็ดๆ อย่างอื่นอีกก็ลองบอกกับญาติมิตรทั้งหลายดู อย่างในงานศพของคุณลุง "รงค์ วงษ์สวรรค์ ท่านก็ระบุว่าขอให้ผู้มาร่วมงานถือต้นไม้มาคนละหนึ่งต้นแทนพวงหรีด

เมื่อเสร็จงาน ต้นไม้เหล่านั้นก็ถูกนำไปปลูกเพื่อสร้างอากาศดีๆ ให้แก่โลกใบนี้ต่อไป

สร้างสรรค์ดีเนอะ ว่าไหมน้องๆ

ไหนๆ เราก็ได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตกับเขาทั้งที น่าจะลองใช้สมองแบบบัณฑิตๆ คิดหาวิธีจัดงานรับปริญญาแบบมีความคิด ไม่ไหลไปตามกระแสที่เป็นอยู่ (และเป็นมานานแล้ว) ดูกันสักตั้ง เพราะเวลาพี่เห็นบัณฑิตและพ่อแม่พี่น้องหอบตุ๊กตาควายตุ๊กตาแรดกลับบ้านกันเป็นคันรถแล้วรู้สึกน่าสงสารยังไงก็ไม่รู้

ลองดูนะน้องบัณฑิตศักดิ์และน้องบัณฑิตศรี รับปริญญาปีนี้ไม่ต้องใช้เงินเยอะ แต่ใช้สมองเยอะๆ น่าจะสนุกกว่า



ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ อีกครั้ง อ้อ ถ้ากำลังถามหา "ของขวัญ" จากพี่ พี่ขอมอบจดหมายฉบับนี้นี่แหละเป็นของขวัญแด่น้องๆ อย่าลืมนะว่า การเรียนจบนั้นไม่ใช่จุดสิ้นสุด มันเป็นจุดเริ่มต้นต่างหาก

คุณ Tom Brokaw เคยพูดไว้ดีเชียว แกบอกว่า "คุณจบการศึกษาแล้ว คุณมีใบปริญญาบัตรอยู่กับตัว คุณอาจคิดว่ามันเป็นตั๋วเพื่อพาไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า แต่ผมอยากให้คุณลองคิดถึงมันอีกแบบหนึ่ง ลองคิดว่าใบปริญญาที่คุณได้รับมานั้นเป็นตั๋วเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น"

ยังมีคนอีกมาก ยังมีปัญหาอีกมากที่รอให้เรานำวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาไปช่วยเหลือ พัฒนา ร่วมกันคิดร่วมกันทำให้สังคมและโลกใบนี้ดีกว่าที่มันเป็นอยู่

เราร่ำเรียนมาเพียงเพื่อจะเอาตัวรอดเท่านั้น หรือจะพาสังคมให้รอดไปด้วย

ตั๋วอยู่ในมือน้องแล้ว!

ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
duo
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 10:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*073
บาดลึกมาก กะ เนื้อความ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พรภินันท์
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 10:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
sunrise
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 10:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 เหนือคำบรรยาย เห็นด้วย ๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้ปกครองบัณฑิต
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยอย่างยิ่ง ขอบคุณมากค่ะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
pppp_4444
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 ผมว่ามันออกจะคิดแคบในมุมมองของตัวเองไปสักหน่อยนะ แต่ก็เป็นแนวคิดที่ดี เหมาะสำหรับคนที่เคยผ่านช่วงนั้นมาแล้ว แล้วได้มาอ่าน

ผมก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน เบื่อด้วยในช่วงที่ต้องรับปริญญา และรู้สึกเป็นด้วยจากที่ได้อ่าน แต่... มันก็เป็นแค่เรื่องธรรมดา ที่หลายๆ คนต้องเจอนะครับ ถ้าเราไม่เคยกินอาหารชนิดนี้มาก่อน ก็ต้องลองกินดูครับจะได้รู้อร่อยหรือไม่อร่อย เราไม่เคย นั่งรถไฟฟ้ามาก่อน ก็ลองนั่งดู มันมึนๆ หัวดี และเราเรียนมาเกือบๆจะ 20ปี ก็เอาเถอะครับ รับซะหน่อย เป็นรางวัล

แค่เราหมุนตามโลกบ้างแค่นั้น ทั้งหมดนี้ มันก็แค่เรื่องธรรมดาๆเท่านั้น q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บัณฑิตเก่า
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 12:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณอย่างแรงที่พูดแทน
ควรสำเหนียกทั้งบัณฑิตและพวกพ้องของบัณฑิต
ก้าวต่อไปคือทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนความคิดของพวกเขาได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 12:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยค่ะ น่าจะเป็นอย่างอื่นที่ใช้ประโยชน์ได้ด้วย มากกว่าการเก็บเข้าตู้อย่างเดียวค่ะ

http://vrnshop.shopup.com/TD13644-5267-หัวข้อ-ของขวัญรับปริญญา.html

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ปอ ออ นอ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 12:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รับปริญญามาแล้ว 2 ใบ ก็ไม่ได้เรื่องมากขนาดบทความข้างบน เรื่องดอกไม้หรือตุกตาเนี่ย ก็บอกพี่ๆๆ เพื่อนๆๆ ไม่ต้องซื้อมา ผ่านไปไม่กี่นาที ก็เป็นขยะไปละ.....บัณฑิตทุกคนก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไปนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 12:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 เพราะคุณผ่านประสบการณ์แบบนั้นมา คนที่ไม่ผ่านเค้าก็ยังไม่คิดเหมือนคุณ เค้าก็คงอยากผ่านเหมือนกัน แล้วค่อยคิดได้ที่หลังค่ะ q*033q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
444
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 13:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องแต่งหน้าทำผม.. ยังไงก็ต้องเดิ้นที่สุดค่ะ

มีบางคนเคยเปรยไว้ว่า วันรับปริญญามีน้อยพอๆกับวันแต่งงานแหละค่ะ เลยต้องดูดีไว้ก่อน


ส่วนเรื่องถ่ายรูป.. เห็นด้วยนะคะ ถ่ายเองก็พอไม่ต้องเว่อร์มาก


ของขวัญ+ดอกไม้.. ที่บ้านซื้อดอกไม้ปลอมมาช่อนึงค่ะ ตอนเรารับป.ตรีก็ใช้ช่อนี้ น้องชายรับก็ช่อนี้ แล้วตอนนี้เรากำลังจะรับป.โทก็ช่อนี้แหละค่ะ


ที่ฟุ่มเฟือยมากๆ ก็คือ ตุ๊กตาหมีรับปริญญาค่ะ แต่ถูกใจที่อุ้งมันมีชื่อเรา อยู่ถึงลูกหลานค่ะ ^^


ปล.ตอนนี้กลุ้มใจมาผมปรับปริญญาป.ตรีที่ไร้ท์ไว้ในซีดีมันหาย -____-
ยังไม่รู้จะไปหาที่ไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ปังปอนด์
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันรับปริญญา ไม่สำคัญเท่ากับการจบการศึกษา แล้วได้งานทำ ประสบการ์ณซึ่งสำคัญกว่าสิ่งใด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดีออก
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 15:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มองในแง่ดีนะ ดอกไม้ ตุ๊กตาในวันรับปริญญา ก็ดีเสียอีก กระจายรายได้ไงล่ะ แม่ค้าจะได้ ขายของ ซื้อขายกันคึกคัก สนุกสนาน มีความสุขดีจะตาย มีคนข้างบ้านเรานะ เขาจะดีใจมากเวลามีวันรับปริญญา เพราะนั่นหมายถึงเขามีรายได้มาจุนเจือครอบครัวเขา ก็คือขายของพวกนี้แหละ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 17:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียนน้อยคงไม่มีโอกาศรับปริญญา แล้วไปเสื....กอะไรกับเขาด้วย q*074

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
iiooii
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 18:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนละมุมมอง...เรายังเก็บตุกตาที่เพื่อนให้มาตอนจบตรี...มีลูก 3 คน ได้เล่นตุ๊กตาตัวนี้ทุกคน..ปัจจุบันยังวางอยู่บนเตียง..ทั้งที่ผ่านมา 15 ปีแล้ว ยังระลึกถึงเพื่อนเสมอ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 22:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ค่านิยมปริญญาเหมือนปราการ คอยแบ่งงานแบ่งเหงื่อแบ่งชั้นชน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 23 ก.ค. 11, 09:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*014 ตอนรับปริญญา เราได้ของขวัญเยอะมาก กรอบรูป +ตุ๊กตา แต่ของขวัญที่ได้รับมานั้น เรานำไปให้น้องๆที่ด้อยโอกาส เรามีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ เพื่อนๆก็ได้บุญร่วมกัน ก็เป็นอีกวิธีนึงที่เราได้แบ่งปันไปให้ส่วนรวม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม