หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พระเกษม ผิดวินัยหรือไม่  (อ่าน 15733 ครั้ง)
Guest
วินัย
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 12:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

จากข่าวที่ลง คลิปต่างๆที่เเสดงออกมา พระเกษม ผิดหรือไม่

เราก็เป็นประชาชนชาวพุทธท่านหนึ่ง ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก็ในระดับหนึ่ง ในความเห็นส่วนตัวนั้น พะรเกษม ผิดแบบไม่ต้องหาข้ออ้างเลยก็ว่าได้ การใช้คำพูดต่างๆก็บอกเเล้วว่าผิดศิลของพระโดยตรง กิริยาท่าทางต่างๆก็ผิดศิลอยู่เเล้วชัดเจน เเต่อาจจะไม่ผิดตรงศิลข้อใหญ่ ที่ต้องถึงขาดจากความเปนพระเท่านั้นเอง เเต่ขึ้นชื่อว่าพระเเล้ว บวชเข้ามาในพุทธศาสนาเเล้วก็มีข้อปฏิบัติ 227 ข้อ เเละระเบียบเเยกย่อยอีกมากมาย เป็นพระก็ต้อง ประพฤติรักษาไว้ให้เป็นอย่างดี เเล้วที่กระทำออกมานั้น ไม่เข้าใจว่าพระต้องรักษาศิลเเค่ข้อ ของการขาดจากความเป็นพระเท่านั้นเองหรือ เเล้วข้ออื่นๆล่ะ หายไปไหน ในเมื่อปฏิบัติไม่ได้ ไม่รู้ เเล้วจะอยู่เป็นพระเพื่อสืบทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านอีกทำไม่ ว่ากันอีกเรื่อง คือเรื่องโลกติเตียน บางครั้งการกระทำนั้นๆอาจไม่ผิดศิลก็ตามแต่ โลกติเตียน ท่านพระเกษมท่านรู้เยอะเรียนเยอะ เข้าใจคำบัญญัติของท่านพะรพุทธเจ้าหรือไม่ว่าโลกติเตียนทำไมถึงมีบัญญัติไว้ใน นวโกวาท เพื่อให้สงฆ์พึ่งรู้เเละระวังไม่ให้เกิดขึ้น จะได้ไม่เป็นที่ว่ากล่าวของบุคลที่พบเห็น ซึ่งสิง่เหล่านี้เป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อศัทธาในตัวพระนั้นๆ เเละนำไปสู่ความเสื่อศัทธาในคำสอน ของพระศาสนา เเล้วยังคิดว่าเป็นเรื่องเล็กหรือไม่ ไม่ผิดศิล เเต่ทำลายพระศาสนาโดยตรงเลยแบบนี้ เเล้วจะอยู่ในผ้าเหลืองอีกทำไม
เคยอ่าน นวโกวาท หรือไม่ ว่าศิลของพระนั้นมีอะไรบ้าง ที่ควรละเว้น เเละมีข้อปฏิบัติอะไรบ้างที่สงฆ์ไม่พึงกระทำ คงไม่เคยอ่าน เเน่นอนเพราะคิดเเต่ว่าจะพัฒนาอย่างเดียว วัดพัฒนาก็ดี เเต่ก่อนที่จะพัฒนาวัด ซึ่งเป็นวัตถุต่างๆ ตัวท่านเองพัฒนาหรือยัง ไม่ต้องมาก เเค่พัฒนาให้ตัวเองเป็นพระ โดยไม่ด่างพล้อย ท่านทำได้หรือยัง ไม่ใช่ยึด และเข้าใจอยู่อย่างเดียวว่าไม่ขาดจากการเป็นพระเท่านั้น เข้าใจเเต่ปราชิก 4 อย่างเดียวตัวเองไม่ขาดจากการเป็นพระเท่านั้นหรอ เเล้วศิลเเละข้อปฏิบัติอื่นๆล่ะ ที่พระพึงมี หายไปไหนหมด พระรับศิล 227 ข้อ เเต่ถ้าไม่ครบ จะให้เรียกว่าพระอีกหรอ ถ้าท่านละอายต่อบาป เมื่อศิลขาด ทำไม่ถูกก็แก่ไขเเละต่อศิล เเล้วปฏิญาณตนว่าสิ่งที่ผิดนั้นได้รับรู้เเล้ว เเละจะไม่ปฏิบัติอีก เพระความรู้เท่าไม่ถึงการ เเล้วต่อศิลถามว่าเป็นพระไหม ตอบเลยวาเป็นอยู่ เเต่ไม่ใช่ต่อเเล้วก็ยังทำผิดในเรื่องเดิมๆอีก ต่อศิลไปก็เท่านั้น เเบบนี้เขาไม่เรียกว่าเป็นพระที่ปฏิบัติปฏิบัติชอบหรอก เขาเรียกว่ามารศาสนา ไม่ทำไม่ว่า แถมมาทำลายอีก ทำให้พระศาสนาเสื่อม ผู้คนเกิดความเสื่อมศัทธา ก็ฝากไว้ว่า ถ้าข้อความนี้ ถึงท่านพระเกษม ก็อยากจะบอกท่านว่า อ่านหนังสือ นวโกวาท เยอะๆ มากๆ เเละทำความเข้าใจหลักให้ท่องเเท้ ก่อน ว่าคำว่าพระนั้นต้องปฏิบัติอย่างไร เขาถึงเรียกว่าพระ ผู้ซึ่งล่ำเรียน เเละเป็นผู้เผยเเพร่คำสอนของพระศาสนา ซึ่งปั๗จุบัน พระศาสนาเราเหลือเเค่ พระธรรมคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เเละพระสงฆ์ผู้ดำเนินการเเละเผยเเพร่ พระธรรม เเละเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติชอบ แต่ถ้าท่านไม่พร้อมไม่เข้าใจก็ลาสิขาไปซะ เเต่ถ้าท่านพร้อมก็ทำซะไม่สาย เเละเมื่อเข้าใจในหลักคำสอน ข้อปฏิบัติเเล้ว ท่านถึงสามารถสอนประชาชนที่มีความศัทธาในพระศาสนาได้ ไม่ใช่รู้ เเต่ก็รู้ไม่ชัดเจน รู้ครึ่งๆลางๆไปสอน เเล้วจะมีผลอะไร นอกเสียจากผิดเพี
ผิดหลัก เช่นคลิปที่ท่านบอกว่าให้สละทิ้งให้หมด พระพุทธเจ้าท่านทิ้งหมดทิ้งลูกทิ้งเมีย ทิ้งหมด ท่านอ่านดีชัดเจนหรือยังในข้อปฏิบัติ คำว่าละทิ้งนั้น พระพุทธเจ้าท่านสอนเบื้องต้นว่า ให้เราละทิ้งจากกิเลศทั้งปวงในตัวเราก่อน คือในจิตใจ ในความคิด ในการกระทำก่อน ถ้าเราละทิ้งได้เเล้ว วัตถุภายนอกเช่นอาหารการกินต่างๆนั้น ทำไมไม่ละทิ้งเลยละ เพราะ ร่างกายคือกายหยาบ ที่ยังต้องดำรงชีวิตให้อยู่บนโลกใบนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกินอาหาร มีเสื้อผ้าใส่ เเต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีเยอะเเยะมากๆ ท่านสอนไว้ว่า มีเเค่พอใช้ กินเเค่พออิ่ม พอประทังให้กายหยาบนี้ ดำรงอยู่บนโลกใบนี้ได้ เพื่อที่จะได้บำเพ็ญเพียร ให้ถึงจุดหมายที่ได้ตั้งใจไว้ เเต่ท่านสอนว่าทิ้งหมด ไม่กระจ่างชัด ไม่ชัดเจน สอนผิดเพี้ยน คนเเทบทั้งประเทศ รู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ท่านทำ เเต่ก็ไม่มีใครหรอกที่จะออกมาว่าท่าน พระคนทั่วไปนับถึอศานาพุทธ ให้พระหรือผู้ที่ห่มจีวร นั้น อยู่สูงสุด การที่คนจะออกมาว่าโดยตรงนั้นก็เป็นเรื่องยาก เพราะผู้คน เขาละอายต่อบาป นะจะบอกให้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 13:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โลกวัชชะ แปลว่า มีโทษทางโลก ใช้เรียกอาบัติหรือความผิดของพระภิกษุที่ชาวโลกตำหนิติเตียนว่าไม่เหมาะไม่ควรแก่สมณะ

ความผิดที่เป็นโลกวัชชะนั้น เช่น ทะเลาะวิวาท ทำโจรกรรม ฆ่าคนตาย ความผิดอย่างนี้แม้คนทั่วไปทำเข้าก็ถูกตำหนิติเตียนเหมือนกันพระภิกษุไปทำเข้า ยิ่งถูกตำหนิมากขึ้น

การกระทำบางอย่างแม้ไม่เป็นความผิดตามพระวินัย แต่ก็เป็นโลกวัชชะ คือ ถูกตำหนิติเตียนได้ เช่น สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ส่งเสียงดังในที่ชุมนุมชน ไม่เอื้อเฟื้อแก่สตรีและเด็ก


ที่มา - http://www.kalyanamitra.org/daily/dhamma/?option=com_content&task=view&id=2696&Itemid=99999999

ส่วนการท้าทาย ก้าวล่วง ก้าวร้าวพระผู้ใหญ่ เรียกเป็นตัว ๆ ใครไม่สะดุ้งไม่สะเทือนก็ช่างเขาช่างท่านเถอะครับ......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ก.ย. 11, 20:15 น โดย LeelaExpress » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 15:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โลกวัชชะ แปลว่า มีโทษทางโลก ใช้เรียกอาบัติหรือความผิดของพระภิกษุที่ชาวโลกตำหนิติเตียนว่าไม่เหมาะไม่ควรแก่สมณะ

ความผิดที่เป็นโลกวัชชะนั้น เช่น ทะเลาะวิวาท ทำโจรกรรม ฆ่าคนตาย ความผิดอย่างนี้แม้คนทั่วไปทำเข้าก็ถูกตำหนิติเตียนเหมือนกันพระภิกษุไปทำเข้า ยิ่งถูกตำหนิมากขึ้น

การกระทำบางอย่างแม้ไม่เป็นความผิดตามพระวินัย แต่ก็เป็นโลกวัชชะ คือ ถูกตำหนิติเตียนได้ เช่น สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ส่งเสียงดังในที่ชุมนุมชน ไม่เอื้อเฟื้อแก่สตรีและเด็ก


ที่มา - http://www.kalyanamitra.org/daily/dhamma/?option=com_content&task=view&id=2696&Itemid=99999999

ส่วนการท้าทาย ก้าวล่วง ก้าวร้าวพระผู้ใหญ่ เรียกเป็นตัว ๆ ใครไม่สะดุ้งไม่สะเทือนก็ช่างเขาข่างท่านเถอะครับ......



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 20:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โลกวัชชะ แปลว่า มีโทษทางโลก ใช้เรียกอาบัติหรือความผิดของพระภิกษุที่ชาวโลกตำหนิติเตียนว่าไม่เหมาะไม่ควรแก่สมณะ

ความผิดที่เป็นโลกวัชชะนั้น เช่น ทะเลาะวิวาท ทำโจรกรรม ฆ่าคนตาย ความผิดอย่างนี้แม้คนทั่วไปทำเข้าก็ถูกตำหนิติเตียนเหมือนกันพระภิกษุไปทำเข้า ยิ่งถูกตำหนิมากขึ้น

การกระทำบางอย่างแม้ไม่เป็นความผิดตามพระวินัย แต่ก็เป็นโลกวัชชะ คือ ถูกตำหนิติเตียนได้ เช่น สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ส่งเสียงดังในที่ชุมนุมชน ไม่เอื้อเฟื้อแก่สตรีและเด็ก


ที่มา - http://www.kalyanamitra.org/daily/dhamma/?option=com_content&task=view&id=2696&Itemid=99999999

ส่วนการท้าทาย ก้าวล่วง ก้าวร้าวพระผู้ใหญ่ เรียกเป็นตัว ๆ ใครไม่สะดุ้งไม่สะเทือนก็ช่างเขาข่างท่านเถอะครับ......

ว่าแต่ว่า พระลีลา...พญาหงส์เนี่ย คิ้วดกหรือเปล่าคร๊าบบบบบบบบบ...
วันนี้ดื่มเกินหนึ่งองคุลีหรือยัง...(้ิเอาใส่ชามอ่างเด้อ...) q*033q*033

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 20:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
#3
q*069



#4
ซีแกรมวันละไม่น่าจะเกิน 50 ซีซี.อ่ะทั่นเพ่ วันละ 3 เหยือกครับ ผสมน้ำ ไม่ชอบโซดา...ฮิๆๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 21:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
#3
q*069



#4
ซีแกรมวันละไม่น่าจะเกิน 50 ซีซี.อ่ะทั่นเพ่ วันละ 3 เหยือกครับ ผสมน้ำ ไม่ชอบโซดา...ฮิๆๆ

แหม เล่นกันเป็นซีซี นึกว่าใช้ฉีดเหล้าเอานะเนี่ย....เอาน่าน้ำโซดาก็กำลังดี
นะสำหรับพี่...ขืนน้ำเปล่า ๆ มีหวังเมาตายแหง ๆ...

แล้วเป็นยังไงบ้างทางโน้น น้ำท่วมสวนหรือเปล่าล่ะ...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 26 ก.ย. 11, 23:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*032 มาถึงตอนนี้ คิมชักสงสัยแล้ว ว่าท่านออกมาทำอย่างนี้ เพราะเหตุใด?

แล้วไม่เห็นมีใครอยากรู้บ้างว่า ท่านเจอปัญหาอะไรรึ

หรือว่าไม่กล้าที่อยากจะรู้

กล้าๆ ตามคำท้าหน่อยก็ดีนะ จะได้รู้กันไปเลยว่า

ไผ๋เป็นไผ๋...รึเปล่า q*031


ท่านจอมยุทธ์ลี สบายดีนะคะ ไม่เห็นทักคิมเลย น้อยใจ q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เรดเบิร์ด 2011
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 04:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นกระทู้ถามแล้วก็อดจะแวะมาพูดถึงในฐานะคนนับถือศาสนาพุทธไม่ได้ อาจจะแรงบ้างก็ไม่ได้เจตนาร้ายอะไร เพียงแต่ตรงไปตรงมาตามหลักที่เคยศึกษามาบ้าง

ถ้าจะถามว่าผิดวินัยหรือไม่ ผมยังไม่ให้เครดิตถึงขนาดผิดวินัยสำหรับคนนี้ แค่วิเคราะห์ว่าคนนี้เป็นพระหรือยังก็หืดขึ้นคอแล้วว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้านำไปเทียบกับพระศาสดาหรือพระอริยสงฆ์สมัยก่อน ไม่มีลักษณะนี้แน่นอนและก็ไม่มีอนุญาติให้ทำได้ไว้ด้วย เพราะการบวชโดยความหมายคือละทุกสิ่งที่ไม่ดีทั้งทาง กาย วาจา และใจ โดยมีจุดหมายปลายทางที่พระนิพพาน

แต่ถ้าเทียบอย่างนั้นก็จะไม่เป็นธรรมแก่เขาเพราะเขาอาจจะบอกว่าบวชแค่รักษาศาสนาซึ่งก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี การทำแบบนี้เป็นการทำลายมากกว่ารักษาศาสนาซึ่งเป็นคำสอนซึ่งไม่ได้สอนไว้ให้ทำแบบนี้ การกล่าวอ้างสิ่งที่พระศาสดาไม่ได้สอนว่าเป็นคำสอนเขาเรียกว่ากล่าวตู่ ไปเปิดดูในหนังสือเรียนทางศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่าเป็นหัวหน้าของมหาโจรสี่จำพวกที่มีในศาสนา ไปหาอ่านดู

เรื่องสอนดีสอนถูกไครก็อาจสอนได้ เพื่อนสมาชิกในบอร์ดนนี้ก็ทำได้ ถ้าได้เรียนมา แต่เรื่องความประพฤติมันคนละเรื่องกับการสอน เหมือนคุณลีลาชอบดื่มเมรัยแล้วไปสอนคุณพันตาหรือคุณคิมไม่ให้ดื่มเมรัยมันจะได้เรื่องอะไร ยิ่งเรื่องใช้เท้าเหยียบพระพุทธรูปและใช้มือตบหน้าพระพุทธรูป ยิ่งชัดเจนว่า นี่เป็นเรื่องทำลายศาสนาแน่นอน

พระพุทธรูปไม่ใช่พระพุทธเจ้าก็จริง แต่เป็นสื่อให้ระลึกถึงพระองค์ไม่ลืมเลือนไปจากใจชาวพุทธ กราบครั้งไดก็นึกถึงความดีงามที่อยู่เบื้องหลังรูปเปรียบนั้น เหมือนรูปพ่อแม่ยอมเป็นที่ระลึกถึงของลูก คงไม่มีไครใช้เท้าเหยียบรูปพ่อแม่ใช้มือตบหน้ารูปพ่อแม่ เพราะคิดว่าไม่ใช่พ่อแม่ตัวจริงกระมัง หรือคนนี้เขาทำแบบนั้นจึงกล้าสอบแบบนี้

ถ้าไครทำก็คือการจงใจทำลายนั่นเอง มองเจตนาอื่นไม่ได้เลย จงใจทำลายพระพุทธให้หายสาบสูญไปจากจิตใจคนพุทธ แล้วพระธรรมก็จะเลือนหายไปเอง สุดท้ายพระสงฆ์ก็คงไม่มี ถึงมีก็มีแต่พระสงฆ์ที่ใช้คำสอนของตัวเองแทนคำสอนของพระพุทธเจ้า ผมจึงวิเคราะห์นอกจากจะไม่ผ่านความเป็นพระแล้ว ยังมีเจตนาทำลายศาสนาพุทธ 100% เพราะจงใจเผยแพร่ภาพที่แม้คนธรรมเขายังไม่นิยมทำกันให้เห็นไปทั่วโลก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 08:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นกระทู้ถามแล้วก็อดจะแวะมาพูดถึงในฐานะคนนับถือศาสนาพุทธไม่ได้ อาจจะแรงบ้างก็ไม่ได้เจตนาร้ายอะไร เพียงแต่ตรงไปตรงมาตามหลักที่เคยศึกษามาบ้าง

ถ้าจะถามว่าผิดวินัยหรือไม่ ผมยังไม่ให้เครดิตถึงขนาดผิดวินัยสำหรับคนนี้ แค่วิเคราะห์ว่าคนนี้เป็นพระหรือยังก็หืดขึ้นคอแล้วว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้านำไปเทียบกับพระศาสดาหรือพระอริยสงฆ์สมัยก่อน ไม่มีลักษณะนี้แน่นอนและก็ไม่มีอนุญาติให้ทำได้ไว้ด้วย เพราะการบวชโดยความหมายคือละทุกสิ่งที่ไม่ดีทั้งทาง กาย วาจา และใจ โดยมีจุดหมายปลายทางที่พระนิพพาน

แต่ถ้าเทียบอย่างนั้นก็จะไม่เป็นธรรมแก่เขาเพราะเขาอาจจะบอกว่าบวชแค่รักษาศาสนาซึ่งก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี การทำแบบนี้เป็นการทำลายมากกว่ารักษาศาสนาซึ่งเป็นคำสอนซึ่งไม่ได้สอนไว้ให้ทำแบบนี้ การกล่าวอ้างสิ่งที่พระศาสดาไม่ได้สอนว่าเป็นคำสอนเขาเรียกว่ากล่าวตู่ ไปเปิดดูในหนังสือเรียนทางศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่าเป็นหัวหน้าของมหาโจรสี่จำพวกที่มีในศาสนา ไปหาอ่านดู

เรื่องสอนดีสอนถูกไครก็อาจสอนได้ เพื่อนสมาชิกในบอร์ดนนี้ก็ทำได้ ถ้าได้เรียนมา แต่เรื่องความประพฤติมันคนละเรื่องกับการสอน เหมือนคุณลีลาชอบดื่มเมรัยแล้วไปสอนคุณพันตาหรือคุณคิมไม่ให้ดื่มเมรัยมันจะได้เรื่องอะไร ยิ่งเรื่องใช้เท้าเหยียบพระพุทธรูปและใช้มือตบหน้าพระพุทธรูป ยิ่งชัดเจนว่า นี่เป็นเรื่องทำลายศาสนาแน่นอน

พระพุทธรูปไม่ใช่พระพุทธเจ้าก็จริง แต่เป็นสื่อให้ระลึกถึงพระองค์ไม่ลืมเลือนไปจากใจชาวพุทธ กราบครั้งไดก็นึกถึงความดีงามที่อยู่เบื้องหลังรูปเปรียบนั้น เหมือนรูปพ่อแม่ยอมเป็นที่ระลึกถึงของลูก คงไม่มีไครใช้เท้าเหยียบรูปพ่อแม่ใช้มือตบหน้ารูปพ่อแม่ เพราะคิดว่าไม่ใช่พ่อแม่ตัวจริงกระมัง หรือคนนี้เขาทำแบบนั้นจึงกล้าสอบแบบนี้

ถ้าไครทำก็คือการจงใจทำลายนั่นเอง มองเจตนาอื่นไม่ได้เลย จงใจทำลายพระพุทธให้หายสาบสูญไปจากจิตใจคนพุทธ แล้วพระธรรมก็จะเลือนหายไปเอง สุดท้ายพระสงฆ์ก็คงไม่มี ถึงมีก็มีแต่พระสงฆ์ที่ใช้คำสอนของตัวเองแทนคำสอนของพระพุทธเจ้า ผมจึงวิเคราะห์นอกจากจะไม่ผ่านความเป็นพระแล้ว ยังมีเจตนาทำลายศาสนาพุทธ 100% เพราะจงใจเผยแพร่ภาพที่แม้คนธรรมเขายังไม่นิยมทำกันให้เห็นไปทั่วโลก

ผมว่าทุกคน ทุกท่านที่ผ่านการบวชเรียน....กันมา ก็คงจะคิดไม่แตกต่าง
ไปจากท่านเรดเบิรด์ เป็นแน่แท้...เพราะเรา ๆ ท่าน ๆ กว่าจะก้าวผ่านการ
บวชเรียนกันไปได้ อย่างน้อยก็คงได้ศึกษาพระธรรมวินัยของสงฆ์ และ
วัตถุประสงค์ของคนที่บวชเรียนตามหลักพระพุทธศาสนาว่า.. พระพุทธองค์
ท่านทรงหวังสิ่งใด...เพื่อให้พุทธมามกะทั้งหลายได้เจริญรอยตามพุทธธรรม
ดังนั้น สิ่งแรกเลยก็คือธรรมวินัย ทุกคนต้องรู้ได้ด้วยจิตสำนึกของตนเอง
ก่อนที่จะบวช อยู่ที่ว่าจะบวชเพื่อได้เป็นสงฆ์ดำรงตนสืบทอดเจตนา นำคำสอน
ขององค์พระศาสดา...มาชี้นำพาพุทธศาสนิกชนให้กระทำแต่กรรมดี หรือ
จะบวชเพื่อสืบทอดประเพณีอันดีงาม ตามวัฒนธรรมแบบชาวพุทธ..นั่นก็
คือจุดหนึ่งที่แต่ละท่านประสงค์กัน....แต่กรณีท่านเกษมนี่ ผมมองไม่ออก
เหมือนกันว่า ท่านบวชเพื่อการใด ทำลายหรือส่งเสริม...ทำไมยังมีคนไป
เดินตามรอย โดยเฉพาะจากภาพคลิป ที่เห็นทั้งพระ ทั้งชี ยังคงอยู่ที่สำนัก
สงฆ์นั้นกัน....มันเกิดอะไรกันขึ้น นี่คือคำถามหนึ่งซึ่งมันเกิดขึ้นอยู่ในใจ
ของชาวพุทธกันทุกคน...อย่างที่ท่าน เรดเบิรด์ บอกนั้น ชอบแล้วและเป็น
เช่นนั้นแล....
q*033q*033q*033q*033q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ธรรม
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 09:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ท่านยึดความคิดท่านเกินไปว่าถูก คนอื่นผิด ทั้งๆที่พระพุทธองค์สอนไว้ว่า

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น...
คนเราตราบใดถ้ายังไม่บรรลุแล้ว ความคิดของตัวเราเองก็ต้องพิจารณาให้ดี
อย่าเชื่อซะทีเดียว เพราะอาจเจือด้วยกิเลส

ผมไม่ใช่พระ แต่ผมมีจิตใจเป็นพระ ในใจไม่เคยคิดเบียดเบียนใครเลย
ที่โพสต์นี้ไม่ใช่จะติเตียน แต่เป็นคำแนะนำเท่านั้น ว่าผิดทางแล้ว
พิจารณาซะใหม่ พิจารณาให้ดี ทำแล้วสบายใจท่าน แต่ไม่สบายใจคนอื่น
ก็เป็นสิ่งที่เบียดเบียนแล้ว

เป็นพระเป็นเจ้าควรวางตัวให้ดี ให้เป็นที่เคารพนับถือ ศรัทธาของญาติโยม
ถ้าท่านดีจริงคนมากมายคงไม่ติเตียนท่านหรอก อย่ายึดในความคิดของ
ท่านมากเกินไป เพราะท่านก็ยังไม่บรรลุ ความคิดก็ยังเจือด้วยกิเลสอยู่

สาธุ สาธุ สาธุ.............

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นู๋ดำท่าสยาม
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 09:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่รู้สิถ้าให้เข้าใจตามภาษาชาวบ้านๆที่ไม่ค่อยได้เข้าถึงหลักพระธรรมอะไรมากมายก็รู้แค่ว่าเป็นพระสงฆ์ต้องละแล้วซึ่งทางโลกขจัดความรัก โลภ โกรธ หลง ออกให้หมด ที่นี้มาดูในสิ่งที่ท่านได้ทำท่านทำไปเพราะท่านโกรธ โกรธคนที่มาหาว่าท่านอยากดัง โกรธพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มาว่าท่านทำเพราะอยากดัง โกรธไปหมดเวลาโกรธก็เลยต้องแสดงออกให้ชาวโลกเค้ารู้ว่าโกรธนะ โดยไม่ได้สนใจหลักใดๆเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ สำหรับคำอธิบาย q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 10:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านยึดความคิดท่านเกินไปว่าถูก คนอื่นผิด ทั้งๆที่พระพุทธองค์สอนไว้ว่า

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น...
คนเราตราบใดถ้ายังไม่บรรลุแล้ว ความคิดของตัวเราเองก็ต้องพิจารณาให้ดี
อย่าเชื่อซะทีเดียว เพราะอาจเจือด้วยกิเลส


ถูกต้องแล้วค่ะ สมณะรูปนี้ ยึดถือ "อัตตา" ของตน เชื่อว่ามีตัวมีตน และยึดมันไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งขัดกับหลักธรรมของพระพุทธองค์ที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เรดเบิร์ด 2011
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 10:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณท่านพันตานะครับที่อ้างอิงถึง ยังไงก็ขออภัยเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วย ที่ไม่ค่อยหยุดพูดคุยทักทายกับไครเลย เหมือนคนไม่มีมารยาท เหมือนคนไม่มีน้ำใจ ความจำเป็นหลายอย่างมันบังคับเอา ล้อเล่นอยู่กับเวลา แต่เวลามันก็ไม่ยอมล้อเล่นกับเราเลย เอาจริงเอาจังจนน่าใจหาย อีกไม่กี่เดือน ปีใหม่ก็จะมาอีกแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 10:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่รู้สิถ้าให้เข้าใจตามภาษาชาวบ้านๆที่ไม่ค่อยได้เข้าถึงหลักพระธรรมอะไรมากมายก็รู้แค่ว่าเป็นพระสงฆ์ต้องละแล้วซึ่งทางโลกขจัดความรัก โลภ โกรธ หลง ออกให้หมด ที่นี้มาดูในสิ่งที่ท่านได้ทำท่านทำไปเพราะท่านโกรธ โกรธคนที่มาหาว่าท่านอยากดัง โกรธพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มาว่าท่านทำเพราะอยากดัง โกรธไปหมดเวลาโกรธก็เลยต้องแสดงออกให้ชาวโลกเค้ารู้ว่าโกรธนะ โดยไม่ได้สนใจหลักใดๆเลย

ถูกต้องอีกเช่นกันค่ะ สมณะรูปนี้ มี "โทสะจริต" แรงกล้านัก ซึ่งในบรรดากิเลสทั้งหลาย อันมี โลภะ(ความโลภ) โทสะ(ความโกรธ) และโมหะ(ความหลง)นั้น ตัวโทสะจริตนี้ เป็นกิเลสที่หยาบที่สุด เห็นได้ง่าย และกำจัดได้ง่ายที่สุด หากได้มีการฝึกฝนจริตในทางสัมมาทิฏฐิให้ ลด ละ เลิก เพื่อขัดเกลากิเลสอันนอนเนื่องในกมลสันดาน นับภพนับชาติไม่ถ้วน

ฆราวาสอย่างเราๆ ก็สามารถฝึกฝนขัดเกลากิเลสออกจากใจได้เช่นกันค่ะ ดิฉันได้เห็นกิเลสอย่างหยาบตัวนี้ (โทสะจริต) ของตัวเอง แล้วค่อยๆละวางมันลง เดี๋ยวนี้ มีความสงบ เยือกเย็น และมีจิตเป็นสุขมากขึ้น ไม่รุ่มร้อนอย่างท่านนี้ ที่ลงมือโพสต์คลิปของตัวเองเพื่อ "ตอบโต้" พระสงฆ์องค์เจ้า ด้วยกัน เช่นนี้หรือ สมควรให้กราบไหว้นับถือ

ดิฉันขอกราบ "พระอิฐพระปูน" ที่สมณะท่านนี้ ดูถูกเหยียดหยามเสียดีกว่า เพราะ "พระอิฐ และพระปูน"ที่ท่านจาบจ้วงนั้น เป็น "พุทธานุสติ" ให้ดิฉันได้รำลึกถึงพระพุทธคุณ และคุณความดีของพระพุทธองค์ในครั้งพุทธกาลได้อย่างสนิทใจ และเป็นสุขยิ่งนักค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pufongvin
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 10:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องบางเรื่อง(ที่หยาบๆ)ง่ายต่อการชี้ขาดว่า ผิด หรือ ถูก

เรื่องบางเรื่อง(ที่ละเอียด)ยากต่อการชี้ขาดว่า ผิด หรือ ถูก

บางสิ่งบางอย่างทำเหมือนกันเด๊ะๆเลย แต่ผลออกมาว่า คนหนึ่งถูก คนหนึ่งผิด

บ่อยครั้งที่เจตนาดีแต่ผลที่ออกมามันตรงกันข้าม

ถ้าเรายังไม่ใช่ผู้รู้จริง ก้อน่าจะหลีกเลี่ยงการชี้ขาดผู้อื่น

แล้วหันกลับมาดูตน พัฒนาตน แก้ไขตน จะดีกว่าครับ

กรรมของใคร ก็ของคนนั้นครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
dtyuiop
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*075q*074q*074

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ธรรม
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 11:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระธรรมวินัย มีเพียง 2 อย่าง คือ สิ่งที่ควร กับ สิ่งที่ไม่ควร เท่านั้น

พระเกษม ก็ต้องพิจารณาดูว่า สิ่งที่ตนเองทำ ควรหรือไม่ควร...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นิรนาม
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับทุกท่านที่โพสข้อความ กระทู้ของทุกท่านคงเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับการกระทำที่เห็นในคลิปมากมายนัก สมณะทุกท่านต้องมีอาการสงบ ไม่รัก โลภ โกรธ หลง จริงหรือไม่ สาธุ สาธุ สาธุ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 11:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตามความคิดส่วนตัว เท่าที่ได้เห็นพฤติกรรมแบบถ่อยๆของมัน
(ขอโทษ ที่เรียกมัน ว่ามัน) ก็คิดว่าผิดอย่างไม่น่าให้อภัยเลยก็ว่าได้ ในความคิดเห็นส่วนตัวอีกนั่นแหละ คิดว่ามันคือมารที่เอาผ้าเหลืองมาคลุมตัวมากกว่า มันไม่ได้เป็นพระ มีพระดีๆที่ไหน เค้ายกเท้าขึ้นเตะก้านคอพระด้วยกันล่ะ แถมออกมาท้าทายกับสื่ออีก ขอบอกว่า พฤติกรรมอย่างนี้ มันถ่อย สมควรจับสึก
มันคิดว่า มันเอาผ้าเหลืองมาคลุมตัวมัน แล้วไม่มีใครกล้าไปทำอะไรมันมั๊ง
มันถึงได้ทำตัวซ่าส์ได้ น่าจะจับมันสึกซะ ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง รับไม่ได้
q*038q*038q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
nok_sp
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 11:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เค้าเป็นแค่ คนห่มผ้าเหลือง ไม่ใช่พระ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
kkk
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โพสต์เรื่องสำคัญแบบนี้
ตรวจดูคำผิดถูกให้ดีก่อนนะ
อ่านแล้วหงุดหงิดค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนพุทธ
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 12:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แด่สำรวมกาย วาจา ใจ ก็ผิดทุกข้อแล้ว

กาย การแสดงที่ไม่อยู่ใหน สมณะสงฆ์ ไม่ควรแสดงกริยากร้าวร้าว

วาจา ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม พูดจาอวดใหญ่อวดโตทำเป็นผู้รู้ทุกเรื่อง

ใจ มีใจคิดอาฆาตมาดร้ายเที่ยวท้าทายถือว่าไม่มีความสุขุม

สงสารคุณสรยุทธนะแต่ท่านท้าคนผิด

ถ้าเป็นผมถ้าจะบำรุ่งรักษาความเป็นศาสนาไว้

ถ้าจะบาปสั้งครั้งหนึ่งในชีวิตก้น่าจะคุ้ม อย่างนี้เขาเรียก

อวดอุตริมนุษย์ธรรม ท่านได้ละ รัก โลภ โกรธ หลง หรือยัง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
somboon prachunbarn
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 12:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


A monkhood can be found in one's mind not in yellow rope or Buddha immage. Please come, investigate and prove or see by yourself ( ehipassiko), all of us including Mr. sorayut should accept his challenging and reveal the whole truth to the whole world, instead of just sitting down there and criticizing him.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนพุทธ ตราด
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 12:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แด่สำรวมกาย วาจา ใจ ก็ผิดทุกข้อแล้ว

กาย การแสดงที่ไม่อยู่ใหน สมณะสงฆ์ ไม่ควรแสดงกริยากร้าวร้าว

วาจา ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม พูดจาอวดใหญ่อวดโตทำเป็นผู้รู้ทุกเรื่อง

ใจ มีใจคิดอาฆาตมาดร้ายเที่ยวท้าทายถือว่าไม่มีความสุขุม

สงสารคุณสรยุทธนะแต่ท่านท้าคนผิด

ถ้าเป็นผมถ้าจะบำรุ่งรักษาความเป็นศาสนาไว้

ถ้าจะบาปสัก ครั้งหนึ่งในชีวิตก้น่าจะคุ้ม อย่างนี้เขาเรียก

อวดอุตริมนุษย์ธรรม ท่านได้ละ รัก โลภ โกรธ หลง หรือยัง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ทองม้วน
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 12:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในไทยหลาย ๆ รูปก็ยึดติดนะ พวกวัดดัง ๆ ทั้งหลาย นั่งเบนซ์ นั่ง bmw สร้างอุโบสถหลักร้อยล้าน พันล้าน เหมือนวัดดังที่ฉะเชิงเทรา ที่เคยเป็นข่าวเรื่องการยึดติดวัตถุ จนสุดท้ายเจ้าอาวาสตาย (ขอใช้คำนี้นะค่ะ เพราะไม่นับถือพระสงฆ์ นับถือแต่พระพุทธและพระธรรมค่ะ) ก็ต้องมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ เลยเกิดเหตุการณ์สาวไส้กัน เสื่อม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พื้นฐานยังไม่ผ่าน
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 12:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ต้องมองอื่นไกล เบสิคพื้นฐานขั้นแรกของคนบวชเป็นพระ ต้องมีจิตสำรวมก่อน ทั้งกาย วาจา ใจ ต้องสำรวม เพราะขนาด กาย วาจาไม่สำรวมแล้ว และใจจะสำรวมได้ยังไง การสำรวมสำหรับพระนี่สำคัญมาก เพราะผมเคยใส่บาตร(ถวายกล้วยทอดให้พระ)ยังไม่ทันจะเดินออกจากกุฎิพระก็ฉีกถุงกล้วยทอดกินซะละ ตั้งแต่นั่นมาผมก็ไม่เคยใส่บาตรวัดนั้นอีกเรย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Nickname
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 13:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากที่อ่านตามข่าว แสดงว่า พระรูปนี้ ยังไม่สามารถตัดกิเลศทางโลกได้เลย ยังสนใจกับคำพูดที่ทำให้ตนเอง มีความประพฤติ แสดงกิริยาออกมาเช่นนี้ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะโต้ตอบ แสดงออกมาตามคลิป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชาวสี่ขาว
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 13:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จะสักล้านความคิดเห็น ก้อยังหาความถูกต้องไม่เจอ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกต้องก้ออกไปอยู่คนเดี่ยวที่ป่าช้าได้แล้ว คนที่เขาข้างก้อคงจะงมงายแบบไม่รู้เรื่องเลย เข้าใจไหมว่าเมืองไทยคือเมืองพุทธ กรุณาสร้างความเข้าใจให้กับตัวเองให้มากก่อนค่อยไปสอนคนอื่น คุณไม่ใช่นักแสดงไม่ต้องมาสร้างภาพ หน้าที่ของคุณคือทำตัวให้คนน่ากราบไหว้ แต่สิ่งที่คุณทำคงจะมีแค่คนที่ไม่มีสติเท่านั้นที่ยังกราบ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
yongmee
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 13:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ต้องมองอื่นไกล เบสิคพื้นฐานขั้นแรกของคนบวชเป็นพระ ต้องมีจิตสำรวมก่อน ทั้งกาย วาจา ใจ ต้องสำรวม เพราะขนาด กาย วาจาไม่สำรวมแล้ว และใจจะสำรวมได้ยังไง การสำรวมสำหรับพระนี่สำคัญมาก เพราะผมเคยใส่บาตร(ถวายกล้วยทอดให้พระ)ยังไม่ทันจะเดินออกจากกุฎิพระก็ฉีกถุงกล้วยทอดกินซะละ ตั้งแต่นั่นมาผมก็ไม่เคยใส่บาตรวัดนั้นอีกเรย

เห็นด้วยค่ะ แค่ธรรมพื้นฐานของพระสงฆ์ คือการสำรวมกาย วาจา ใจ ยังทำไม่ได้ แค่นี้ก็ไม่เหมาะสมล่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
fsfds
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเราชอบตัดสินคนจากภายนอก

พระท่านกำลังสืออะไรที่พวกเราไม่เข้าใจต่างหาก

ท่านกำลังบอกว่า พระไม่เคร่งวินัย หลงในวัตถุ

จนทำให้ศาสนาเสื่อม พระพุทธศาสนาอยู่ที่ใจ

ไม่ใช่วัตถุ นี้คือสิ่งที่ท่านกำลังจะบอกพวกเรา

อย่ามองอะไรแค่ด้านเดียวคับ ทุกอย่างล้วนมี

อะไรซ่อนอยู่เสมอ ผมว่าท่านกล้านะ ที่จะ

ทำอะไรขัดต่อสังคมแบบนี้ คนก็เลยเกลียดท่านกัน

แต่ท่านคือ จุดเปลี่ยนของศาสนาก็เป็นได้

เพื่อให้คนตระหนัก ในคำว่า พุทธศาสนา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ีีuu
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 14:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นผมอยู่ในวัดน่ะ ต่อย ตงนั้นล่ะคับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนขี้สงสัย
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 15:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนเราชอบตัดสินคนจากภายนอก

พระท่านกำลังสืออะไรที่พวกเราไม่เข้าใจต่างหาก

ท่านกำลังบอกว่า พระไม่เคร่งวินัย หลงในวัตถุ

จนทำให้ศาสนาเสื่อม พระพุทธศาสนาอยู่ที่ใจ

ไม่ใช่วัตถุ นี้คือสิ่งที่ท่านกำลังจะบอกพวกเรา

อย่ามองอะไรแค่ด้านเดียวคับ ทุกอย่างล้วนมี

อะไรซ่อนอยู่เสมอ ผมว่าท่านกล้านะ ที่จะ

ทำอะไรขัดต่อสังคมแบบนี้ คนก็เลยเกลียดท่านกัน

แต่ท่านคือ จุดเปลี่ยนของศาสนาก็เป็นได้

เพื่อให้คนตระหนัก ในคำว่า พุทธศาสนา
น่าสนใจว่าท่านจะไปอย่างไรต่อ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เพราะว่าเห็นกับตา
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 15:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บางอย่างท่านพูดก็ถูกต้อง บางอย่างก็ไม่ถูกต้อง กิริยาท่าทางที่แสดงออก
สิ่งที่ท่านพูด ถูกใจผมก็คือ พระทุกวันนี้ มีเงิน มีรถ ส่วนตัว แหละก็ทำเชิงธุระกิจ จริงๆด้วยอยู่แถวบ้านไม่ขอเอ่ยถึง เป็นถึงเจ้าอาวาส มีรถราคาเป็นล้าน
แหละทำธุรกิจส่วนตัว ไม่เห็นจะตัดกิเลสอะไรเลย มีแต่สะสมกิเลส
อีกอย่างคนแก่เข้าวัด สวดมนต์ ทำวัตร แต่แกก็ไม่เข้าใจสวดอย่างเดียว เวลารวมตัวกันก็มีแต่นินทา คนโน้น คนนี้ เล่นหวยหนักอีกด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อย่างนี้กราบไม่ลง
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 15:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่สมกับเป็นพระ ไม่รู้จักสำรวม แสดงว่า ที่บวชมานานนั้น ไม่ได้กล่อมเกลาจิตใจ ให้สงบเยือกเย็นบ้างเลย ควรพิจารณาตนเอง ได้แล้ว ที่กระทำลงไปน่ะ คงเข้าใจว่า คนเขาชื่นชอบ น่าสมเพชจริง ๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนพุทธ
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 15:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นกระทู้ถามแล้วก็อดจะแวะมาพูดถึงในฐานะคนนับถือศาสนาพุทธไม่ได้ อาจจะแรงบ้างก็ไม่ได้เจตนาร้ายอะไร เพียงแต่ตรงไปตรงมาตามหลักที่เคยศึกษามาบ้าง

ถ้าจะถามว่าผิดวินัยหรือไม่ ผมยังไม่ให้เครดิตถึงขนาดผิดวินัยสำหรับคนนี้ แค่วิเคราะห์ว่าคนนี้เป็นพระหรือยังก็หืดขึ้นคอแล้วว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้านำไปเทียบกับพระศาสดาหรือพระอริยสงฆ์สมัยก่อน ไม่มีลักษณะนี้แน่นอนและก็ไม่มีอนุญาติให้ทำได้ไว้ด้วย เพราะการบวชโดยความหมายคือละทุกสิ่งที่ไม่ดีทั้งทาง กาย วาจา และใจ โดยมีจุดหมายปลายทางที่พระนิพพาน

แต่ถ้าเทียบอย่างนั้นก็จะไม่เป็นธรรมแก่เขาเพราะเขาอาจจะบอกว่าบวชแค่รักษาศาสนาซึ่งก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี การทำแบบนี้เป็นการทำลายมากกว่ารักษาศาสนาซึ่งเป็นคำสอนซึ่งไม่ได้สอนไว้ให้ทำแบบนี้ การกล่าวอ้างสิ่งที่พระศาสดาไม่ได้สอนว่าเป็นคำสอนเขาเรียกว่ากล่าวตู่ ไปเปิดดูในหนังสือเรียนทางศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่าเป็นหัวหน้าของมหาโจรสี่จำพวกที่มีในศาสนา ไปหาอ่านดู

เรื่องสอนดีสอนถูกไครก็อาจสอนได้ เพื่อนสมาชิกในบอร์ดนนี้ก็ทำได้ ถ้าได้เรียนมา แต่เรื่องความประพฤติมันคนละเรื่องกับการสอน เหมือนคุณลีลาชอบดื่มเมรัยแล้วไปสอนคุณพันตาหรือคุณคิมไม่ให้ดื่มเมรัยมันจะได้เรื่องอะไร ยิ่งเรื่องใช้เท้าเหยียบพระพุทธรูปและใช้มือตบหน้าพระพุทธรูป ยิ่งชัดเจนว่า นี่เป็นเรื่องทำลายศาสนาแน่นอน

พระพุทธรูปไม่ใช่พระพุทธเจ้าก็จริง แต่เป็นสื่อให้ระลึกถึงพระองค์ไม่ลืมเลือนไปจากใจชาวพุทธ กราบครั้งไดก็นึกถึงความดีงามที่อยู่เบื้องหลังรูปเปรียบนั้น เหมือนรูปพ่อแม่ยอมเป็นที่ระลึกถึงของลูก คงไม่มีไครใช้เท้าเหยียบรูปพ่อแม่ใช้มือตบหน้ารูปพ่อแม่ เพราะคิดว่าไม่ใช่พ่อแม่ตัวจริงกระมัง หรือคนนี้เขาทำแบบนั้นจึงกล้าสอบแบบนี้

ถ้าไครทำก็คือการจงใจทำลายนั่นเอง มองเจตนาอื่นไม่ได้เลย จงใจทำลายพระพุทธให้หายสาบสูญไปจากจิตใจคนพุทธ แล้วพระธรรมก็จะเลือนหายไปเอง สุดท้ายพระสงฆ์ก็คงไม่มี ถึงมีก็มีแต่พระสงฆ์ที่ใช้คำสอนของตัวเองแทนคำสอนของพระพุทธเจ้า ผมจึงวิเคราะห์นอกจากจะไม่ผ่านความเป็นพระแล้ว ยังมีเจตนาทำลายศาสนาพุทธ 100% เพราะจงใจเผยแพร่ภาพที่แม้คนธรรมเขายังไม่นิยมทำกันให้เห็นไปทั่วโลก

ตรงประเด็นที่สุดครับ ผมคิดว่าคนๆนี้กำลังหาทางทำลายพุทธศานาอยู่อย่างแน่นอน จะมีวิธีไหนล่ะครับที่จะกำจัดมารศาสนานี้ให้ออกจากพุทธศาสนาได้ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดี ดี
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 16:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พระสงฆ์ทั้งหลาย รู้สึกว่าเงียบๆ ไม่เดือดร้อน วางเฉยกันหมด o.k.จบ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
fineman901
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 17:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าไปยุ่งกับมันเลย เสียเวลา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
win52
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 17:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าเวทนา คนที่ตั้งกระทู้นี้และพวกที่เข้ามาวิจารณ์ ในทางเสียๆหายๆจริงๆ นรกจะกินกบาลไม่รู้ตัว มีความรู้ในทางพุทธศาสนาแค่หางอื่ง ก็เที่ยวมาวิจารย์คนนั้นคนโน้น คนนี้ ในทางเสียๆหายๆ โดยอ้างว่าตนเป็นชาวพุทธ ขอถามหน่อย ศีล 5 มีอะไรบ้าง และ่ท่านปฏิบัติได้จริงๆ กี่ข้อ ท่านเข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนามากแค่ไหน ท่านอ่านแค่หนังสือ นวโกวาท ซึ่งมีแค่หลักธรรมคำสอนง่ายๆ ใกล้ๆตัว ให้พวกปุถุช้นนน ปุถุชน และพระบวชใหม่ซึ่งกิเลสยังสุดแสนจะหนาได้อ่านและศึกษาเรียนรู้ เพื่อขัดเกลากิเลสให้เบาบางและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น ท่านเคยศึกษาหลักธรรมชั้นสูงหรือเคยเปิดอ่านพระไตรปิฎกหรือไม่ ลองไปอ่านหรือศึกษาดูก่อนแล้วค่อยมาวิจารณ์เรื่องอนุสัยหรือสันดานของพระอรหันต์ที่เป็นสาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น เรื่องของพระอัครสาวกเบื้องขวา พระสารีบุตร มีอยู่ว่า มีเศรษฐีท่านหนึ่งละกัน
ผมจำชื่อไม่ได้เอาผ้าไตรมาถวายท่าน 7 ชุดด้วยกันแต่พอเ็ห็นอากัปกิริยาีที่ไม่สำรวมของท่านก็เลยขอคืน ทีละชุดๆ จนเหลือเพียงชุดเดียว มีคนสงสัยว่าทำไมพระสารีบุตรถึงไม่ค่อยสำรวม พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระสารีบุตรนั้นเดิมเคยเกิดเป็นลิงมาก่อนถึง 500 ชาติ อากัปกิริยานิสัยของท่านจึงเป็นเช่นนั้นบรรดาสาวกที่เป็นพระอรหันต์ทั้งหลายไม่มีใครละสันดานของตัวเองได้ มีเพียงผู้เดียวในโลกที่สามารถละสันดานเดิมของตัวเองได้คือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระไตรปิฎกมีบันทึกไว้อีกเยอะ เช่นองค์ที่เคยเกิดเป็นไส้เดือน 500 ชาติ เอาแต่นอนอย่างเดียว พวกที่เคยเกิดเป็นเสือ สิงโต มีนิสัยที่โหดและดุ ท่านเหล่านี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ ฉะนั้นอย่าพึ่งตัดสินคนเพราะเพียงแค่เห็นพฤติกรรมภายนอก ลองไปศึกษาประวัติของท่านดูก่อน บางทีบุคคลผู้นี้อาจจะวิเศษกว่าที่สติปัญญาน้อยๆอย่างท่านจะคาดคิดก็ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
t_t
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 18:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

36#

ไม่ใช่ว่าเห็นพระนิ่ง เเล้วจะไม่มีไรน่ะ เขาดูกันอยู่ว่าจะมีวิธีการจัดการตามพระธรรมวินัยอย่างไร ok จบ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตำรวจบึงกาฬ
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 19:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่เขียนเวฟบอร์ด และแสดงความคิดเห็นพวกท่านรู้จักพุทธศาสนาดีหรือยัง เคยศึกษาพระไตรปิฎกไหม หรือพวกท่านรับได้กับพระ(หัวโล้นห่มเหลือง)สมัยนี้ที่มีมือถือ มีรถยนต์ส่วนตัว มีทีวีซีดีดูหนัง(โป๊)ฟังเพลง มีเงินมีทอง พูดจาหวานๆหลอกเอาเงินโยมทำบุญ ทำวัตถุมงคลไปขายเอาเงิน ดูหมอสะเดาะเคราะห์ มีกิ๊กมีเมีย ใช้ชีวิตเหมือนฆราวาส เดี๋ยวนี้เป็นเกือบทุกวัดแล้วนะพวกท่านยังจะกราบพวกเขาเหล่านี้ลงอยู่หรือ อย่ามองหลวงพ่อเกษมท่านแต่ภายนอก(นั้นเป็นอุบายที่จะแสดงธรรมของหลวงพ่อ) ให้พวกท่านไปศึกษาธรรมะที่หลวงพ่อแสดงไว้มากมายว่าท่านนำคำสอนพระพุทธเจ้าที่บัญญัติไว้ในพระไตรปิฏกมาสอนไว้อย่างไรบ้าง บางเรื่องแก้ปัญหาชีวตได้เป็นอย่างดีด้วยนะ ขอให้พวกท่านทั้งหลายเปิดใจให้กว้าง แล้วจะได้รู้ว่าหลวงพ่อท่านไม่ได้เป็นไปในทางที่เลวร้ายอย่างที่พวกท่าน และสือมวลชนทั้งหลายเข้าใจ ที่วัดสามแยกมีซีดีธรรมะหลวงพ่อแจกฟรี ปล..คนใดขวางผู้ที่นำธรรมะพระพุทธเจ้ามาเผยแพร่คนนั้นบาปมาก ผู้ใดได้ประมาทล่วงเกินไปแล้วซึ่ง กาย วาจา ใจ ต่ออริยะบุคคลผู้นั้นบาปมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 19:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สมณะควรอยู่ในกิริยาที่สมถะไม่ไช่ทำกิริยาแบบนี้ครับ ผู้ทรงศิลที่เราได้นับถือกราบไว้ มีกิริยาแบบนี้สมควรกราบไหว้หรือไม่ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารนาเอาเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 19:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บอกแล้วว่า นิมนต์ไปวู๊ดดี้ น่าจะเหมาะกว่าไปเรื่องเล่าเช้านี้
หรือถ้าท่าน Drama แตกฉานขนาดนี้่ แสดงละครหรือหนังสักเรื่องเลยคงดี


ข้อดีของพระเกษม = ทำให้เรื่องของ จ๊ะคันหู ซาลงและเสื่อม(ต่อเนื่อง)น้อยลง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น้องเมย์
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 19:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069 ตอนเห็นคลิปครั้งแรก รับไม่ได้เลย ไม่สนใจที่จะหาข้้อมูลต่อเลย เพราะ ใจมันลบแล้วจากสิ่งที่เห็น แต่คนใกล้ตัวเราเค้าดูคลิปอื่นๆต่อ บอกว่าต้องดูว่าเค้าต้องการจะสื่ออะไร มันเป็นการเปิดตัวแบบการตลาดอย่างนึงเหมือนกัน เพื่อดึงความสนใจ แฟนเราบอกเค้าสอนอะไรที่เข้าท่าอยู่นะ ต้องลองดู แต่เราก็ไม่ดูเพราะไม่สนใจจะรับรู้ แล้วตกลงแล้วกรณีนี้มีน้ำหนักจะจับสึกได้เหรอ อยากรู้จริงๆ วานผู้รู้จริงบอกหน่อย เพราะเราก็เป็นคนนึงที่รับไม่ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 19:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครไม่ชอบแต่หลังจากที่ผมเข้าไปฟังท่านสอนแล้วชอบครับ ชอบแนวคิดเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ตรงใจแบบที่เคยคิดมานานแล้ว เพราะทุกวันนี้มันสอนกันแบบผิดเพี้ยนไปหมด ส่วนเรื่องกริยาไม่สุภาพที่แสดงออกมา ผมไม่ชอบน้อยกว่าพระที่สำรวมแต่ทำให้ศาสนาผิดเพี้ยนนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  พระเกษม 

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม