หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การบริจาคที่ไม่ปล่อยวาง นอกจากไม่ได้บุญแล้ว ยังเป็นบาป เป็นทุกข์ กับผู้บริจาค  (อ่าน 172 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 15:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ศิษย์หลวงตาบัวบุกสภา-อย่าแตะเงินบริจาค

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา แถลงว่า คณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปโน นำโดย พระครูอรรถกิจ นันทคุณ เข้ายื่นหนังสือต่อกมธ.ขอให้ติดตามการออกพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. …. โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยับยั้งการโอนภาระหนี้จำนวน 1.14 ล้านล้านบาทของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ดูแล หลังจากรัฐบาลแสดงท่าทีไม่แตะเงินคลังหลวง และไม่ยุ่งกับเงิน 50,000 ล้านบาทของหลวงตาบัว แต่ก็ยังไม่มั่นใจ

นายคำนูณ ก่าวว่า กมธ.จะได้เชิญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท. มาชี้แจงต่อกมธ.เรื่องดังกล่าว พร้อมด้วยคณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ที่เข้าร่วมรับฟังในวันที่ 10 ม.ค. เวลา 14.00 น.

พระครูอรรถกิจ กล่าวว่า การที่คณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวต้องออกมาห่วงใยในเรื่องนี้ แพราะหนี้สาธารณะถือเป็นเรื่องใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ และพื่อป้องกันเงินหลวง อยากเห็นการจัดการหนี้สาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่สร้างภาระต่อความมั่นคงในอนาคต อีกทั้งไม่อยากให้กลายเป็นธรรมเนียมว่าใครออกกฎหมายการเงินก็สามารถออกพ.ร.ก.ได้หมด จะกลายเป็นว่าแก้กฎหมายไม่ได้เลย อยากเรียกร้องให้รัฐบาลย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ถูกต้อง

นายวิทวัส บุญญสถิตย์ รองประธานกมธ. กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวทางการชำระหนี้โดยโอนดอกเบี้ยปี 6.5 หมื่นล้านบาท ไปให้ธปท. แต่ควรมาไว้ที่กระทรวงการคลัง เนื่องธปท.ไม่มีหน้าที่ต้องหาเงิน และอาจกระทบต่อประชาชนในอนาคตเพราะแบงค์ชาติอาจต้องไปเรียกเก็บจากกอง ทุนประกันเงินฝากที่เรียกเก็บจากธนาคารพาณิชย์และอาจส่งผลเป็นลูกโซ่มาเรียกเก็บจากประชาชนด้วย ากรัฐบาลจะดำเนินการจริงเห็นว่าควรออกเป็นพ.ร.บ. เพราะจะรอบคอบมากกว่า

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeU5qQTVNRFV3TVE9...
^
^
^
ดั่ง มหาเวสสันดร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 17:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณRed....


ข้อแตกต่างระหว่าง การให้ กับ การบริจาค
บางท่านคงมีความคิดว่าการให้กับการบริจาคนั้นมีความหมายเหมือนกัน คือการให้สิ่งของกับบุคคลอื่นอันนั้น มันก็จริงแต่ว่าความหมายของ 2 คำนี้ มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะของยกความหมายของสองคำนี้ว่ามันเป็นอย่างไร
การให้หรือภาษาพระเรียกว่าทาน ทาน แปลว่า การให้ คำนี้มันบอกความหมายตรงกับคำแปลคืออะไรอย่างนั้นหรือ มันหมายถึงการให้แบบเจาะจงลงไปว่าการให้จะให้ใครยกตัวอย่างเช่น การให้ของแก่ใคร เป็นต้นการให้นี้อาจเป็นเพราะรักใคร่หรือไม่ก็หวังสิ่งตอบแทนก็ได้ อย่างเช่น การให้ของแก่พ่อแม่ ก็เพราะหวังให้พ่อแม่ดีใจประทับใจ เป็นต้น นี้เป็นการให้โดยหวังสิ่งตอบแทน หรือจะเรียกได้ว่าการให้นั้น เป็นการให้แบบเจาะจงไว้ว่าจะให้ใครแล้วนั้นเป็นความหมายของคำว่า การให้ มันเป็นความหมายตรง ๆ กับคำแปลอยู่แล้ว
ส่วนคำว่า บริจาค แปลว่า การเสียสละ หรือ การสละสิ่งของ คำนี้ มันให้ความหมายกับคำแปลอยู่แล้ว คือ การสละสิ่งของโดยแม่หวังสิ่งตอบแทน มันเป็นอีกขั้นหนึ่งของการให้ทาน อาจเรียกได้ว่ามันเป็นขั้นที่สูงกว่าการให้ เพราะการบริจาคมันมีความหมายลึกซึ้งกว่าการให้ที่เรียกว่าทาน .


ดังนั้น เงินและทองของหลวงตาบัว ญาณสัมปันโณ ที่นำไปให้แก่คลังหลวง จำนวน 50,000 ล้านบาท จึงเป็นเพียงการให้ ที่ยังมีเงื่อนไขอยู่นั่นเอง หาใช่เงินบริจาคไม่..???.
q*00q*022q*039q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 21:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณRed....


ข้อแตกต่างระหว่าง การให้ กับ การบริจาค
บางท่านคงมีความคิดว่าการให้กับการบริจาคนั้นมีความหมายเหมือนกัน คือการให้สิ่งของกับบุคคลอื่นอันนั้น มันก็จริงแต่ว่าความหมายของ 2 คำนี้ มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จะของยกความหมายของสองคำนี้ว่ามันเป็นอย่างไร
การให้หรือภาษาพระเรียกว่าทาน ทาน แปลว่า การให้ คำนี้มันบอกความหมายตรงกับคำแปลคืออะไรอย่างนั้นหรือ มันหมายถึงการให้แบบเจาะจงลงไปว่าการให้จะให้ใครยกตัวอย่างเช่น การให้ของแก่ใคร เป็นต้นการให้นี้อาจเป็นเพราะรักใคร่หรือไม่ก็หวังสิ่งตอบแทนก็ได้ อย่างเช่น การให้ของแก่พ่อแม่ ก็เพราะหวังให้พ่อแม่ดีใจประทับใจ เป็นต้น นี้เป็นการให้โดยหวังสิ่งตอบแทน หรือจะเรียกได้ว่าการให้นั้น เป็นการให้แบบเจาะจงไว้ว่าจะให้ใครแล้วนั้นเป็นความหมายของคำว่า การให้ มันเป็นความหมายตรง ๆ กับคำแปลอยู่แล้ว
ส่วนคำว่า บริจาค แปลว่า การเสียสละ หรือ การสละสิ่งของ คำนี้ มันให้ความหมายกับคำแปลอยู่แล้ว คือ การสละสิ่งของโดยแม่หวังสิ่งตอบแทน มันเป็นอีกขั้นหนึ่งของการให้ทาน อาจเรียกได้ว่ามันเป็นขั้นที่สูงกว่าการให้ เพราะการบริจาคมันมีความหมายลึกซึ้งกว่าการให้ที่เรียกว่าทาน .


ดังนั้น เงินและทองของหลวงตาบัว ญาณสัมปันโณ ที่นำไปให้แก่คลังหลวง จำนวน 50,000 ล้านบาท จึงเป็นเพียงการให้ ที่ยังมีเงื่อนไขอยู่นั่นเอง หาใช่เงินบริจาคไม่..???.
q*00q*022q*039q*031

งั้นแบบนี้ผู้ให้ก็ยังเป็นทุกข์ กลัวโน่นกลัวนี่ ไม่หลุดพ้น ยิ่งให้เยอะก็ยิ่งเป็นทุกข์เยอะ กลัวคนเค้าไม่เห็นดี เห็นงาม กลัวไม่ได้หน้า กลัวสาระพัด ห่วงไปหมด

ดีนะที่ในห้าหมื่นล้านไม่มีเงินผมสักบาทไม่งั้นผมคงจะทุกข์ไปด้วย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 22:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณRed.....

ผมเคยมีส่วนร่วมอยู่นิดหน่อยในโครงการบริจาคเงินผ้าป่าช่วยชาติ ของหลวงตามัว..เอ้ยยย..หลวงตาบัว

คือ ในปี 2542-43 ตอนที่ท่านมาตั้งกองผ้าป่าแถว ๆ บ้าน ผมก็ได้ขับรถพาญาติโยมไปร่วมฟังเทศนาและร่วมบริจาคเงินและทองให้แก่หลวงตา..ที่อ้างว่าจะนำไปช่วยชาติว่างั้น...

แต่สำหรับตัวผมเองนั้น...ไม่ได้ร่วมบริจาคเงินกะเขาหรอก..

เนื่องจากฟังไม่ถนัดว่าอะไรมันเป็นอะไร...ฮ่า..!!!!!!!


( ปล. ก็เหมือนกับคุณRed..หากผมร่วมบริจาคด้วยสักร้อยสองร้อย..ผมจะขอคืนแล้วล่ะวันนี้..ฮ่า...เพราะผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคง่ะ..)
q*073q*075q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 22:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พูดกันแบบตรงไปตรงมาดีกว่า ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา
ศิษย์หลวงตา...เขาเอียงข้างไหน ก็รู้ๆ กันอยู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 22:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในเมื่อเขาไม่เต็มใจให้ ก็อย่าไปเอาของเขาเลย
เงินทองของนอกกาย ไม่แตะก็ไม่เดือดร้อน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 22:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณไข่นุ้ย-ขุ่ยไน้.....

จริง ๆน่ะ..ผู้มีอำนาจน่าจะหาทางคืน ๆ เงินก้อนนี้ให้แก่ศิษยานุศิษย์ของหลวงตา..ไปซะ..

ไม่งั้น..ก็จะต้องวุ่นวายแบบไม่รู้จบ...

ที่จริงเงินจำนวนนี้..มันกระจ้อยร่อย.จิดเดียว...หากเทียบกับเงินงบประมาณประจำปี..หรือเงินสำรองของชาติ...

ดู ๆ แล้ว..มันน่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร.ของขบวนการอม.ก็ไม่รู้...????...!!!!!!!
q*033q*032q*031q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 23:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในเมื่อเขาไม่เต็มใจให้ ก็อย่าไปเอาของเขาเลย
เงินทองของนอกกาย ไม่แตะก็ไม่เดือดร้อน


ครับคุณไข่นุ้ย คือแบบว่ารำคาญอ่ะครับ

พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่ได้

วัดป่าสายไหนไม่รู้??? อยู่ห่างจากผมไม่เท่าไหร่ มีคุณหญิง คุณนาย มาทำบุญเยอะแยะ ผ้าป่ามาทีหลักล้านขึ้น แต่ไม่เห็นทำไรเพื่อสังคมเท่าไหร่ ประกาศอาณาเขตวัดกว้างขวาง แต่ไม้ต้นใหญ่ๆ ในเขตวัดถูกโค่นหมด น่าแปลกใจจริงๆ

พระวัดป่าไม่แตะเงิน เวลาจะถวายเงินต้องเขียนตัวเลขใส่ซอง แล้วค่อยเอาเงินฝากที่แก่วัด พอถึงวัดไม่มีใครเห็นพระค่อยเคลียร์เงินกะแก่วัด หากไม่ครบตามตัวเลขที่เขียนไว้ในซองล่ะก็น่าดู แทนที่จะศรัทธา ผมกลับขำ สงสัยว่าผมคงจะเป็นคนบาป ก็แค่อยากจะบอกว่าถ้าปล่อยวางได้จริงจะให้เขียนตัวเลขใส่ซองทำไม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 12 ม.ค. 12, 23:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เงินก้อนนี้ ปัญหาคงตามมาอีกเยอะ

วัดดังๆ หลายวัด จะมีปัญหาเรื่องเงินเยอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 13 ม.ค. 12, 03:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่าว ตอบกระทู้ผมก็โดนสอย สงสัยมือดี ชอบสอยกางเกงในผู้ชาย ตามราวตากผ้า มาเป็นแอดมิน หุหุ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 13 ม.ค. 12, 08:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"คบคนดีเป็นศรีแก่ตัว คบคนชั่วอัปราชัย"

ภาษิตนี้ไม่ใช่ใช้ได้เฉพาะคนธรรมดาสามัญเท่านั้น กับพระสงฆ์องค์เจ้าก็ใช้ได้ดีเหมือนกัน แต่อาจจะแปลงเสียสักเล็กน้อยว่า "เชื่อศิษย์ดีเป็นศรีแก่ตัว เชื่อคำยุยงศิษย์ชั่วอัปราชัย" q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 13 ม.ค. 12, 10:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ่าว ตอบกระทู้ผมก็โดนสอย สงสัยมือดี ชอบสอยกางเกงในผู้ชาย ตามราวตากผ้า มาเป็นแอดมิน หุหุ

ว่าแต่เขียนอะไรให้พวกเค้าเดือดร้อนเปล่าล่ะ ไหนว่าถือศีลงัย q*038

เคยดูละคร "ปู่โสม" เฝ้าทรัพย์ไหม แม้จะตายไปแล้วแต่ ยังห่วง ยังหวง ทรัพย์สมบัติ

ซึ่งความจริง "หลวงปู่บัว" ท่านอาจจะไม่ได้ห่วงอะไรแล้ว บริจาคให้รัฐไปแล้วก็อยู่ที่ดุลยพินิจของภาครัฐ ที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติสูงสุด ผมว่าลูกศิษย์นี่แหละตัวดี หากินกับพระยังไม่พอ ทำให้พระเสียพระอีก...เฮ้อ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 16 ม.ค. 12, 08:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"สิ่งของ"หรือ "ของบริจาค" ที่มีผู้ตั้งใจทำบุญ ตั้งจิตอฐิษฐาน ก็ควรนำไปทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ แก่แผ่นดิน ไม่ใช่ทำเพื่อกลุ่ม พวกพ้อง
หรือตนเอง ซึ่งจะเกิดบาปแก่ผู้รับ นักการเมืองที่ฉวยโอกาส q*033

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 17 ม.ค. 12, 07:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การบริจาคไม่ยึดมั่นถือมั่น ทำเพื่อชาติบ้านเมือง เป็นสิ่งที่ควรกระทำ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ปล่อยวาง บริจาค 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม