หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "BIBF ปฐมเหตุวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540...!!!!"ผลงานรัฐบาลชวน 1  (อ่าน 205 ครั้ง)
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 ม.ค. 12, 05:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
BIBF หรือ วิเทศธนกิจ คืออะไร..????

BIBF มาจาก Bangkok International Banking Facillities
คือIBFเนื่องจากตั้งแห่งแรกที่กรุงเทพจึงมีชื่อว่า BIBF เป็นธนาคารที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกรรมในการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศแล้วนำมาทำธุรกรรมในการให้กู้ทั้งภายในและหรือภายนอกประเทศไทยได้ ถ้าเป็นการกู้จากสถาบันการเงินต่างชาติมาแล้วปล่อยกู้ในประเทศเรียกธุรกรรมนี้ว่าเป็นแบบ "out-in" แต่ถ้าเป็นการกู้จากต่างชาติแล้วนำมาปล่อยกู้ให้ต่างชาติเช่นประเทศเพื่อนบ้านของไทยเรียกธุรกรรมแบบนี้ว่าเป็นแบบ "out-out"

BIBFตั้งตั้นครั้งแรกในปี 2536 และธุรกรรมที่ทำการกู้ยืมเงินต่างชาติมาตั้งแต่ปี 2536-2540 ร้อยละ90 เป็นการทำธุรกรรมแบบ out-in และเป็นหนี้สินในระยะสั้นด้วย เป็นต้นเหตุสำคัญหนึ่งในการก่อให้เกิดเศรษฐกิจล่มในปี2540 สาเหตุที่มีการกู้เข้ามาเยอะมากในช่วงเวลาดังกล่าวเพราะค่าเงินบาทเป็นแบบคงที่ที่ 25 บาทต่อ1ดอลล่าร์ทำให้ผู้กู้ไม่มีภาระความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนั้นอัตราดอกเบี้ยต่างชาติถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยมากในช่วงเวลานั้นจึงทำให้มีการกู้จากต่างชาติเข้ามามากโดยที่แบงค์ชาติก็ไม่ได้ควบคุมดูแล.


นี่คือผลงานชิ้นโบว์ดำของทีมเศรษฐกิจชุด " ดรีมทีม " ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ (ชวน 1 ) ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ฝากเอาไว้ให้แก่ประเทศไทย...

การเปิดเสรีทางการเงินแบบขาดมาตรการที่ดีรองรับ....ทุกสิ่งคือจุดเริ่มต้นของปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทยมาถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง...!!!!!!
q*069q*064q*031q*032q*038q*076q*073q*078q*009q*00q*020q*079q*058q*055q*049q*048
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ม.ค. 12, 08:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ในต้นปี 2540 การที่รัฐบาลพลเอกชวลิตได้เข้ามารับงานต่อจากรัฐบาลบรรหารเพียงไม่นาน (ช่วงสั้น ๆแค่ 8-9 เดือนเท่านั้น) ก็ต้องพบพานกับภาวะวิกฤติที่มีสาเหตุจากนโยบายทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลก่อน ๆได้วางเอาไว้พอดี...

ทั้ง ๆ ที่พลเอกชวลิต ก็ได้พยายามแก้ไขอย่างสุดชีวิตแล้ว โดยมีการพยายามไปขอความช่วยเหลือจากประเทศจีนแบบใช้ความสนิทส่วนตัวกับผู้นำพรรคคอมมูนิสต์จีน แต่ก็ถูกขัดขวางจากคนบางกลุ่มในแบ้งค์ชาติ และถูกหลอกในเรื่องลอยตัวค่าเงินบาทอีกด้วย...

ดังนั้น ในที่สุดประเทศไทยก็ถูกนำไปเข้าโครงการของธนาคารโลก( IMF)

และแล้ว รัฐบาลพลเอกชวลิต ก็ถูกพรรคการเมืองบางพรรคเดินเกมข้างถนนโดยใช้คนออกมาขับไล่และได้ฉกเอาสส.ในพรรคร่วมรัฐบาล(กลุ่มงูเห่าภาค 1)ออกไปยกมือให้ตนเอง(ฝ่ายค้าน) จนสามารถชิงตั้งรัฐบาลได้แบบหน้าไม่อาย...

และรัฐบาลชวน 2 ที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ออกมาตรการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจที่ตนเองๆกเก่อปัญหาเอาไว้อีกหลายประการ เช่น การตั้งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน และตั้งองค์การปฏิรรูปและพัฒนาสถาบันการเงิน(ปรส.)

ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลชวน 2 ก็ได้สร้างความเสียหายให้แก่คนไทยและประเทศไทยซ้ำหนักยิ่งขึ้นไปอีก..

หนี้สาธารณะนับล้าน ๆ บาทจึงตกเป็นหนี้กรรมของคนไทยมาจนกระทั่งทุกวันนี้....

ซวย 2 เด้ง..ประเทศไทย...!!!!!!!!
q*020q*005q*011q*022q*020q*009q*009q*058q*058q*055q*055q*051q*051q*049q*048q*038q*038q*039q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนอ่าน
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ม.ค. 12, 08:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตายหะคุณโบ้ย ขุดตั้งแต่สมัย ชวน 1 เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ต่อมาด้วย บรรหาร ชวลิต ชวน 2 ทักษิณเป็นนายก 6 ปี สุรยุทธ์ สมัคร สมชาย อภิสิทธิ์ หาต้นเหตุใครเป็นคนก่อหนี้สาธารณะมหาศาล

ดูแล้ว ....พวก.ตนเจริญ กลุ่ม 16 ปิ่นจักกะพาด รมต นักธุรกิจการเมืองที่ยิ่งรวยก็ยิ่งโกง ยิ่งรวยก็ยิ่งฉก ที่แอบรู้ข้อมูลวงในว่าชวลิตจะลดค่าเงินบาท เลยไปแอบซื้อดอลล่าห์ตุน ธุรกิจตัวเองเลยรอดอยุ่คนเดียว สบายยยย ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่รู้ข้อมูลวงในเลยต้องไปกระโดดตึกตาย ไปเปิดท้ายของของเมื่อวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540


สรุป ทุกๆ รัฐบาลตั้งแต่อดีตหุบปากเงียบ ช่วยกันซุกหนี้กันหมด แต่แสบที่สุดคือ ทักษิณแหกตาชาวบ้านว่าใช้หนี้ IMF แล้ว ..สรุปไม่ได้ใช้หนี้เลย ..พรรคไทยรักไทยได้อำนาจ 6 ปีดีแต่ทำนายกไปด้วยทำธุริจการเมืองไปด้วย ดีแต่ฉก ดีแต่ซุกหุ้นเข้ากระเป๋า หนี้ของกองทุนฟื้นฟู FIDF เมื่อ 13 ปีที่แล้วเลยเพิ่ม พูนนนนนนน ทั้งดอกทั้งต้นมากกว่าเดิม ...แถมทักษิณยังก่อหนี้กองทุนน้ำมันไว้เกือบแสนล้านแล้วบินเผ่นเปิดตุดหนีไปดูโอลิมปิกเมืองจีนแล้วไม่กลับมาอีก


มกราคม 2555 คุณไพร่ไฮโซ น้องสาว ดีแต่ซุกหนี้เพื่อกู้ใหม่.ดีแต่กู้ๆๆ.เพราะมีแต่ปัญญาจ้องผลาญเงินสำรองประเทศที่สุรยุทธ์และอภิสิทธิ์เก็บสะสมไว้.... ขูดรีดเงิน ผลักหนี้สาธารณะมาให้ชาวบ้านตาสี ตาสีที่เป็นลูกค้าธนาคารให้ไปใช้หนี้ IMF หนี้ FIDF แทนนายทุนนักธุรกิจการเมืองที่ฉกจนแบ๊งค์ BBC ล้ม ฉุดบริษัทเงินทุนอีก 32 แห่ง ล้มระนาว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 ม.ค. 12, 10:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทักษิณรีบใช้หนี้ IMF ก่อนกำหนด เพราะอะไร..?????
ปลดแอกIMFคลังฟุ้งยกใหญ่ คนไทยกระเป๋าตุงมีเงินใช้บาน

ก.คลัง ได้ทีฟุ้งกระจาย ระบุ ปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ จะทำให้ประชาชนกระเป๋าตุง มีเงินใช้จ่ายเพิ่มปีละกว่า 6 หมื่นล้านบาท และ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องต่างๆ ที่เคยเป็นกฎทาสของไอเอ็มเอฟ ด้าน “หม่อมอุ๋ย” เผยทุนสำรองลดหลังใช้หนี้งวดสุดท้าย เลขานุการคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ปชป. อัดทันที เป็นคำพูดที่สร้างความสับสน เกทับรัฐใช้หนี้ได้เร็ว เป็นเพราะรัฐบาลที่แล้วกู้เงินต่ำกว่าที่ไอเอ็มเอฟกำหนด

นายสมชัย สัจจพงษ์ รองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การที่ประเทศไทยใช้หนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และไม่เป็นหนี้อีกต่อไปนั้น ทำให้ไทยได้รับประโยชน์หลายอย่าง เช่น ไม่ต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10 ของราคาสินค้าและบริการตามที่ไอเอ็มเอฟเคยมีเงื่อนไขเอาไว้ และ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มีนโยบายชัดเจนแล้วว่า ในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้ไป จะคงอัตราจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ร้อยละ 7 ต่อไป ไม่มีการจัดเก็บเพิ่มขึ้นตามที่สื่อมวลชนบางแห่งรายงานออกมา ส่วนจะปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลในช่วงนั้น ๆ จึงไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้

ทั้งนี้ การไม่ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 ของราคาสินค้าและบริการนั้น ภาษี ร้อยละ 1ไม่ปรับเพิ่มขึ้น ช่วยให้ประชาชนมีเงินไว้ใช้จ่ายรวมกันประมาณ 20,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้นการไม่ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 3 จึงทำให้ประชาชนมีอำนาจใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 60,000 ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับเงินกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มีเงินออกไปสู่มือประชาชน 70,000 กว่าล้านบาท จะส่งผลทำให้เศรษฐกิจขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 1.25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แต่ภาษีไม่จัดเก็บไม่อาจคำนวณในลักษณะนี้ได้ตรง ๆ

ปลดหนี้เลิกทาส
นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ไทยไม่เป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ ยังทำให้ไม่ต้องเร่งการแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามกรอบที่ไอเอ็มเอฟกำหนด สามารถดำเนินการได้ตามที่รัฐบาลไทยเห็นว่า เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังไม่จำเป็นต้องทำการเปิดเสรีการเงินตามกรอบที่ไอเอ็มเอฟกำหนด สามารถพิจารณาได้เอง ไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบเกินดุล และสามารถแก้ไขกฎหมาย 11 ฉบับที่มีการคัดค้านมาโดยตลอดได้

“หม่อมอุ๋ย” ระบุทุนสำรองลด
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประเทศไทยชำระหนี้คืนให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) งวดสุดท้ายจำนวน 1,670 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศลดเหลือ 38,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าทุนสำรองฯ ยังอยู่ในระดับที่สูง และฐานะการเงินของประเทศยังคงแข็งแกร่ง เทียบเท่ากับมูลค่านำเข้า 3.3 เดือน และเพียงพอที่จะรองรับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านต่างประเทศ ทั้งนี้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูง โดยทางการได้มีการชำระหนี้รายงวดให้กับไอเอ็มเอฟมาอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ของปี 2546 โดยตัวเลขเงินทุนสำรองระหว่างประเทศล่าสุดในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 39,000ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสะท้อนเสถียรภาพทางด้านต่างประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ภาระหนี้ต่างประเทศได้มีการปรับตัวลดลงมาโดยตลอด ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2546ภาระหนี้ต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 55,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดือนเมษายน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยหนี้ระยะสั้นอยู่ที่ระดับร้อยละ 21.2 และหนี้ระยะยาว ร้อยละ 78.8

ปชป.เคลมผลงาน
นายสรรเสริญ สมะลาภา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศจะชำระหนี้ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก่อนกำหนดว่า อยู่ในวิสัยที่ทำได้ เพราะปัจจุบันมีเงินไหลเข้าประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะในรูปของเงินฝาก ทำให้สภาพคล่องของสถาบันการเงินท่วม และดอกเบี้ยเงินฝากต่ำลงมาก นอกจากนี้จำนวนเงิน 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับเงินที่กู้จากไอเอ็มเอฟทั้งหมด 14,400 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายสรรเสริญ กล่าวว่า การที่รัฐบาลบอกว่าประเทศไทยเป็นอิสระแล้ว เพราะชำระหนี้ไอเอ็มเอฟหมดนั้น จะสร้างความสับสนให้กับประชาชน เพราะปัจจุบันไทยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของไอเอ็มเอฟ และสิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้ใช้หนี้ได้ก่อนกำหนด เนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้วกู้เงินต่ำกว่าที่ไอเอ็มเอฟกำหนดถึง2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นจึงไม่อยากให้รัฐบาลนำเรื่องนี้มาเป็นผลงานมากจนเกินไป

“แน่นอนการปลดหนี้ ถ้าอยู่ในวิสัยที่ทำได้ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการลดยอดหนี้ต่างประเทศให้ลดลง และดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายในอนาคตก็ลดลงไปด้วย ซึ่งเงิน 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ไม่ถือว่ามาก เมื่อเทียบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ 30,000 ล้าน เพราะฉะนั้นด้านผลเสียในอนาคตคิดว่าช่วงนี้คงไม่มี”
นายสรรเสริญ กล่าว


พรรคประชาธิปัตย์ยังมองค้อนทักษิณ.ควั๊บ ๆ...กรณีสามารถใช้หนี้ IMF ได้หมดก่อนกำหนด...แต่ทว่าบางคนในนี้ยังจมปลักดักดาน..พาลทะโลแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ เลย..ตื่น ๆๆๆ....!!!!!
cocokai3q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 ม.ค. 12, 10:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารของทางราชการ แต่ผมเชื่อด้วยวิธีคิดง่ายๆดังนี้

1. พอทักษิณใช้หนี้หมดแล้ว ประเทศไทยมีเครดิตดีขึ้นมาก ได้รับการกล่าว
ขานไปทั่วโลก เศรษฐกิจดีขึ้นมาก เพราะความเชื่อมั่น

2. ตอนทักษิณประกาศใช้หนี้ พรรคปชป.คัดค้านอย่างแรง เพราะกลัวทักษิณ
ได้หน้า

ข้อ. 1ก็รับรู้กันโดยทั่วไป

ข้อ. 2 นี่แหละทำเชื่อได้สนิทใจ เพราะปชป.มันขี้อิจฉามาโดยตลอดอยู่แล้ว

อะไรที่มันค้านมาก แสดงว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก จริงมาก


จาก thai2549 q*033q*073q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  รัฐบาล ผลงาน ต้มยำกุ้ง วิกฤติเศรษฐกิจ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม