หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ฟังกันชัดๆ ทำไม"เด็กม.6" สอบตก"โอเน็ต"  (อ่าน 27442 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 31 มี.ค. 12, 21:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ อะไรคือสาเหตุที่ผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ของนักเรียนชั้น ม.6 จึงคะแนนตกต่ำลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับผลสอบล่าสุดปีการศึกษา 2554 ที่คะแนนอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยเกือบทุกวิชาใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดย

เฉพาะครั้งนี้มีนักเรียนสอบได้คะแนนต่ำสุดเป็น "ศูนย์" ในทุกวิชา ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ นักวิชาการด้านการศึกษา และวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับข้อสอบโอเน็ตให้กับครูอาจารย์ในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน ได้ให้ทรรศนะต่อปัญหาดังกล่าว

- เหตุใดผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนในระดับชั้นต่างๆ จึงตกต่ำลงมาก ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตั้งเป้าว่าจะต้องเพิ่มให้ได้อย่างน้อย 3% ในปีการศึกษา 2554 ?

สาเหตุมาจากมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด หรือระดับความรู้ของนักเรียนที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กำหนดไว้ กับการสอนจริงของผู้สอนในโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงส่งผลให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียนอยู่ในระดับขั้นต่ำกว่าเกณฑ์ และยังส่งผลให้ผลการสอบวัดโอเน็ตไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานไปด้วย

ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด คือการกำหนดให้นักเรียนผ่านการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เช่น การแสดงออกในการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างมีแบบแผนด้วยตัวของผู้เรียนเอง ส่วนการสอนของครู ต้องออกแบบการสอนที่นำไปสู่การเรียนรู้ที่นักเรียนต้องคิด ปฏิบัติ และแก้ปัญหา เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้สรุปความรู้ ความคิดรวบยอดจากการคิด การปฏิบัติ และสรุปเป็นหลักการด้วยตนเอง จึงจะตรงตามจุดประสงค์ที่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกำหนด

แต่ในสภาพจริงการสอนของครูไม่ได้มีการออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้คำถามนำไปสู่การพานักเรียนคิดและลงมือทำด้วยตัวของผู้เรียนเอง แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการสอนแบบอธิบาย บอกเล่า ให้ท่องจำเนื้อหาที่ครูต้องการให้จำให้ครบถ้วน ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การคิด การปฏิบัติ และการแก้ปัญหา สมองจึงไม่เรียนรู้ ไม่พัฒนา นักเรียนจึงสร้างความรู้เองไม่เป็น

- แสดงว่าโรงเรียนต่างๆ ยังไม่เข้าใจนิยามการให้นักเรียนสร้างความรู้เอง ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรียนการสอนอย่างไร จึงจะได้ผลสัมฤทธิ์ ?

"ยังมีโรงเรียนจำนวนมากที่ยังเข้าใจไม่ชัดเจนว่า ความรู้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนหลังจากที่ได้เรียนรู้ผ่านขั้นตอนระดับการคิดวิเคราะห์ขึ้นไป ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนเหล่านี้กลายเป็นความรู้ในระดับต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียนแต่ละคน ระดับความรู้ของนักเรียนแต่ละคนจึงมีความแตกต่างกัน ไม่เท่ากัน แต่ครูผู้สอนส่วนใหญ่กลับเข้าใจว่า เนื้อหาต่างๆ ทั้งจากในหนังสือเรียนก็ดี จากสื่อต่างๆ รวมถึงสิ่งที่นักเรียนได้พบได้เห็นนั้น เป็นความรู้ที่นักเรียนสามารถท่องจำ เพื่อให้กลายเป็นความรู้ของนักเรียน ทั้งที่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่ข้อมูลดิบทั้งสิ้น ยกเว้นข้อเท็จจริงบางส่วน ข้อมูลทั้งหลายจะกลายเป็นความรู้ก็ต่อเมื่อนักเรียนนำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดกระทำให้เกิดความหมาย ด้วยการนำมาคิดวิเคราะห์และลงมือปฏิบัติเอง หลังคิด หลังปฏิบัติ นักเรียนจึงเกิดความเข้าใจว่าผลนั้นเกิดจากการคิดแบบใด ปฏิบัติใช้กระบวนการและแบบแผนใด ผลของความเข้าใจถึงจะกลายเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียนแต่ละคน

- ผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนที่ตกต่ำ เป็นเพราะข้อสอบยากเกินความรู้เด็กที่เรียนมาจริงหรือไม่ ?

ตอบได้เลยว่า ข้อสอบไม่ได้ยาก นักเรียนสามารถวิเคราะห์ข้อสอบได้ง่ายๆ ถ้าครูสอนให้นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ขั้นสูงได้ ข้อสอบโอเน็ตนั้น วัดความรู้ตามระดับที่ตัวชี้วัดกำหนด ซึ่งความรู้ตามตัวชี้วัด ก็คือความรู้อันเกิดขึ้นเมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่ครูผู้สอนออกแบบ ตามแนว Backward Design (กระบวนการที่ครูผู้สอนตั้งเป้าหมายหรือผลสำเร็จที่ต้องการไว้ก่อน แล้วย้อนกลับไปหาแนวทางและวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้) ตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ และเรียกวิธีสอนหรือกระบวนการที่นำมาออกแบบแล้วนั้นว่า กิจกรรมการเรียนรู้
ดังนั้น ครูผู้สอนจึงต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรมการเรียนรู้ให้มากที่สุดกับการสอนจริง นักเรียนก็จะเกิดความรู้อย่างมีคุณภาพแน่นอน

แต่ถ้าไปมุ่งสอนแต่ให้จำเพียงเนื้อหา จำตัวอย่าง จำรูปแบบ หรือจำแบบแผนเพียงอย่างเดียว ก็จะทำให้นักเรียนไม่สามารถเข้าถึงความรู้ ปัญหาจึงไม่สามารถแก้ที่ตัวนักเรียนเพียงด้านเดียว แต่ต้องช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนมีวิธีสอนให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้น จึงจะสนองเป้าหมายของหลักสูตร และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริงได้อย่างยั่งยืน

มีต่อด้านล่าง....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 31 มี.ค. 12, 21:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
- หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่กระทรวงศึกษาธิการใช้อยู่ในขณะนี้ โรงเรียนได้นำมาใช้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ ?

โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแล้ว นักเรียนยังไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก็ถือว่ายังใช้หลักสูตรไม่สมบูรณ์ ขอให้ยึดหลักการสำคัญว่า เรียนอะไรคือเนื้อหา เรียนอย่างไรคือการออกแบบวิธีเรียนโดยใช้ผ่านกระบวนการ

เกิดความรู้ใดคือเพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้สรุปความรู้ ความคิดรวบยอดครบทุกมิติคุณภาพ และสรุปหลักการได้ตรงตามที่ตัวชี้วัดกำหนดด้วยตนเอง คุณภาพระดับใดคือการจัดทำเกณฑ์มิติคุณภาพเพื่อเป็นเป้าหมายของการพัฒนาให้นักเรียน

มีคุณภาพในระดับที่สูงขึ้น โอเน็ตวัดความรู้ใด ก็คือวัดความรู้ตามตัวชี้วัด ซึ่งเป็นความรู้อันเกิดจากกระบวนการ แต่อาจจะวัดความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงในเนื้อหาประมาณ 10-20% เท่านั้น

นอกนั้นเป็นการวัดความรู้ตั้งแต่ระดับการคิดวิเคราะห์ขึ้นไป ดังนั้น ถ้าการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนใดยังมุ่งสอนแต่เนื้อหา แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนเหล่านั้นยังไม่รู้จักหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 อย่างแท้จริง จึงเป็นโรงเรียนที่ยังไม่ได้ใช้หลักสูตรอย่างสมบูรณ์นั่นเอง ต้องช่วยส่งเสริมและสนับสนุนเครื่องมือการจัดการเรียนรู้ให้กับครูผู้สอนให้มาก

- จะทำอย่างไรให้ผลสัมฤทธิ์การสอบโอเน็ตของนักเรียนเพิ่มขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ?

ขอให้โรงเรียนตรวจสอบศักยภาพที่แท้จริงของตนเองว่า มีศักยภาพหรือไม่ ถ้ามี อยู่ระดับใด ศักยภาพนั้นต้องเป็นภาพที่แท้จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา เช่น ถ้าดูศักยภาพด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ให้ดูศักยภาพนักเรียนทุกคนว่า มีความรู้ครบทั้งด้านเก่งคิด เก่งดี เก่งปฏิบัติ มีค่านิยมมุ่งมั่นให้ผลนั้นส่งประโยชน์ไปถึงสังคมได้จริงหรือไม่ ค่าเฉลี่ยของผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนทุกคนทั้งโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์ระดับใด ค่าเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ระดับชาติหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าแสดงว่ามาตรฐานระดับโรงเรียนยังต้องพัฒนาอีกมาก และยังต้องยกระดับคุณภาพให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับเขตพื้นที่การศึกษา และเกณฑ์มาตรฐานระดับชาติ อีกทั้งยังมีเกณฑ์มาตรฐาน

อีกหลายระดับที่โรงเรียนต้องไปให้ถึง เช่น มาตรฐานระดับอาเซียน และมาตรฐานระดับสากลที่เป็นเป้าหมายสำคัญ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำในการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจังและเร่งด่วน

เครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมครูผู้สอนอย่างเป็นระบบได้ ก็คือแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการออกแบบการเรียนรู้ตามแนวทาง Backward Design โดยใช้กระบวนการ GPAS และมีเกณฑ์มิติคุณภาพ เพื่อใช้ประเมินคุณภาพการแสดงออกของนักเรียนตามสภาพจริง ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กำหนด จึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ อีกทั้งการยกระดับคุณภาพผู้เรียนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ทุกโรงเรียนต้องเร่งพัฒนา เพื่อให้คุณภาพนักเรียนมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่ง

ขณะนี้มีโรงเรียนจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าจะไปถึงได้อย่างไร ใช้เวลาอีกนานเท่าใด และจะสายเกินไปหรือไม่

ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1333165557&grpid=01&catid=&subcatid=
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ใบยา
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 10:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุปแล้วครูหรือที่ผิดไป....ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ... ลงที่ครูอย่างเดียวจริงๆๆหรือ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูเก่า
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069 ครูวิทยฐานะ (ทำอย่างตั้งใจ) สอนทีไรขี้เกียจ นอนกลางวัน เล่นการพนัน ขยันอบรม แล้วจะชมว่าเด็กเก่ง ครูสอนดี ได้อย่างไร พูดไปครูส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ยึดว่าตนเก่งงงงงกว่าใคร แล้วผลที่เกิดขึ้นนี้เล่าใครจะเป็นคนรับผิดชขอบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ฟ้าใสใจดี
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 10:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องทุกอย่างเกิดที่ครูแล้วจะแก้ได้ก็ต้องที่ครู นโยบายรัฐบาลที่แล้วเดินมาถูกทางแล้ว สร้างครูพันธุ์ใหม่มาเพื่อแก้ปัญหา เพราะแก้ครูเก่าไม่ได้ ให้เอาน้ำใหม่มาไล่น้ำเก่า แต่รัีฐบาลชุดนี้กลับไปแก้ปัญหาที่ตัวเด็กซึ่งเป็นการเดินทางที่ผิดครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เห็นด้วย
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 10:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062 เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณครูเก่า ครูได้สวัสดิการต่างๆเยอะมาก แต่ขี้เกียจสอน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กาน
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 10:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากจะบอกว่าครูที่สอนส่วนใหญ่ปัจจุบันมักจะให้ความรู้เด็กไม่เต็มที่ถ่ายทอดเพียงครึ่งส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้สอนพิเศษเด็กคนใหญ่ไม่ได้เรียนก็จะไม่ได้รับส่วนที่เหลือไปการศึกษาก็เลยดูเหมือนไม่เท่าเทียมกันใครมีเงินก็
จะมีโอกาสมากกว่าคนที่ไม่ได้เรียนพิเศษ และการเรียนการสอนเด็กปัจจุบันการบ้านวันนึงมี2-3 วิชาเด็กกลับมาบ้านไม่ได้พักผ่อนสมองกลับมาก็ต้องทำการบ้านกว่าจะเรียบร้อยก็เข้านอนพอดีชีวิตเหมือนอยู่กับตำรามากเกินไปบางครั้งทำให้เด็กเครียด และเห็นแก่ตัวไปในที่สุด
การศึกษาเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรคำนึงถึงเด็กว่าแต่ละภาคเรียนควรจะให้วิชามากน้อยเพียงใด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 10:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากอดีตกาลนานมาแล้ว นักเรียนไม่เก่งไม่ดีก็โทษครูนี่แหละผิด สอนไม่ได้เรื่อง ผ่านมาถึงปัจจุบันนักเรียนไม่เก่งไม่ดีก็โทษครูนี่แหละผิด แล้วนักวิชาการวิชาเกินที่นั่งวางแผนอยู่ในห้องแอร์ จากอดีตจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีใครโทษว่าท่านวางแผนผิดเลยนะขอรับ แปลก จริง ๆ 555 เมื่อเป็นอย่างนี้การศึกษาไทยจึงไม่พัฒนาขึ้น เพราะประเทศนี้นักวิชาการไม่เคยผิด ครูนั่นแหละผิด ที่สอนเด็กไม่ดี q*011q*051

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
บูรณ
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูทำแต่เอกสารประเมิน ผู้ใหญ่คิดใหม่ทำใหม่ได้แล้ว สมัยก่อนคุไม่ได้ประเมินเยอะขนาดนี้พวกคุณยังเป็นรัฐมนตรีกันได้ เป็นใหญ่เป็นโตกันได้ เด็เลวโทษครู เด็กโง่โทษครู เด็กสมัยนี้เป็นเทวดากันหมดแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ข้าวเหนียว
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมมันถึงได้แย่-----
. ครู***ไม่ได้มีหน้าที่สอนอย่างเดียว ทำตั้งแต่สากะเบือยันเรือรบ ผู้บริหาร***ก็ไม่ค่อยอยู่โรงเรียน ครู***ก็มัวทำแต่ผลงาน แข่งกันส่งครูดีเด่นสารพัดดี ....แล้ว***จะเอาเวลาไหนมาใส่ใจลูกศิษย์ นโยบายของผู้ใหญ่นั่นแหละที่ทำการศึกษาเละเทะไม่ต้องไปโทษใครเลย..

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 เม.ย. 12, 11:07 น โดย Hotdevilmean » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะยัยป้า
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การตั้งโจทย์ของยัยป้านั่นด้วยกรุณาตั้งใจโจทย์ให้เด็กทำนะครับไม่ใช่ตั้งโจทย์ให้เทวดาทำนะครับไม่งั้นก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆแหละ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากรู้จริง ๆ ว่าเวียตนามเขาจัดการศึกษาและสอนกันอย่างไร เขาถึงได้แซงไทยไปหลายก้าว เขาใช้ Backward Design ไหมหนอ q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูบ้านนอกที่เป็นรัฐบาล
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*027เด็กตกโอเน็ต ก็ต้องวิเคราะห์ปีัญหาที่เกิด
อันดับที่ 1 คนออกข้อสอบไม่ใช้ครูสอน แน่นอน คำกล่าวที่บอก คนใช้ไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้ใช้ จะบอกว่าไม่เน้นกระบวนการวิคราะเห์ก็ไม่ใช้ เนื้อหาสาระตามมาตรฐานมากมายเหลือเกิน ครูรัฐบาลก็สอนตามกระบวนการ นักเรียนก็เทียวเรียนพิเศษจริง กวดวิชา ลดขั้นตอนวิเคราะห์ ให้จำมา จำไป จำว่าจะต้องตอบว่าอะไร เชื่อง่าร้อยละมากกว่า 50 ต้องไปกวดวิชา แล้วจะโทษที่ใคร
อันดับที่ 2 นโยบาย เรียนฟรี 15 ปีแบบมีคุณภาพ แม้กระทั่งขณะนี้ หนังสือเรียนที่ซื้อ สั่งอีกให้ซื้อเฉพาะวิชาพื้นฐาน ไม่ให้หนังสือเพิ่มเติม ปิดกั้นทำไมไม่ทราบ เด็กรัฐบาล ถ้าไม่จน มีทางเลือกก็คงไม่อยู่ แล้วน่าจะลดค่าใช้จ่ายได้ ต้องแบกภาระออกเงินซื้อ ครั้นบอกครูห้ามยึดหนังสือเรียน ถ้าจะทำใบความรู้เอกสาร จนก็จน ทำเอกสารที โรงเรียนต้องเอางบส่วนหนึ่งมาลง
อันดับที่ 3 พอโอเน็ตตก ก็ขู่อีกว่าไม่เลื่อยขั้น โถ โรงเรียนยอกนิยมรัฐบาลมันไม่ต้องทำอะไร เด็กเก่งมาแต่กำเนิด พ่อแม่มีเงินรวย ไม่ต้องสอนมันก็ไปหากินที่กวดวิชาเอง สบาย โอเน็ตก็ขึ้น อยู่รอดปลอดภัย ส่วนครูบ้านนอก ได้นักเรียนมาแต่ละคน ขี้ทู่กว่าจะฝนให้แหลม เก่งขึ้นมาแต่ละคน ยากเย็ยแสนเขน แต่ก็ภูมิใจ โน่นส่งต่อให้รัฐยาลยอดนิยมอีก ร.ร.รัฐบาลยอดนิยมมีนักเรียนไม่เก่ง อ่อน ก็ถีบออก อ้างเหตุผลเยอะแยะ ส่งให้ ร.ร.รัฐบาลบ้านนอกหรือเอกชน ครูรํบบาลคาบสอนน้อน เด็กเก่ง ไม่ต้องทำอะไร หนี่งผยองอีกตา่างหาก ข้าคนะชั้นกะเอง เองอยู่บ้านนอกก็อยู่ไป ห้ามเข้ามา
อันดับที่ 4 หลักสูตรขณะนี้ดีละยัง ยิ่งอาเซียนเข้ามาอีก ร.ร.รัฐบาลบ้านนอก ครูคนหนึ่งประมาณว่า 20 กว่าคาบ ละยังจ้องจ้างครูจีน ญิ่งปู่น อังกฤษ อัตราจ้างเยอะแยะมาเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลอีก คิดดุเถอะคะ รัฐลงทุร แล้วไม่เคยให้ขวัญและกำลังใจนี่ก็ จะประเมิน คงวิทยะฐานะอีก รัฐบาลคิดได้อย่างเพียวข้าขึ้นมา ข้าต้องมีจุดขาย ซักอย่าง ตอนนี้จุดขายคือ เรื่องใหม่คงวิทยะฐาน ระวังสมัยหน้านะค่ะ แทนที่ครูจะตั้งใจสอน ก็ต้องเตรียมประเมินอีก ไม่เป็นไร เดี๋ยวครูพันธุ์ใหม่ที่ท่านคิดว่าแทนครูเก่าแก่ๆ จ้างแพงๆ เข้ามา แล้วก็จะเสียใจ เพราะ "ครูมืออาชีพ"ไม่ได้สร้างภายใน 3-5 ปี ครูที่ได้วิทยฐานะทุกวันนี้อย่างน้อยเค้าก็ผ่านหลักสูตร 21 ,24,31,41, 51 และฯลฯ
ขวัญและกำลังใจของครูไทยอยู่ที่ไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนระยอง
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้ครูสอบด้วย
สอบพร้อมกับนักเรียนนั่นแหละ ใช้ข้อสอบเดียวกันด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูมหาวิทยาลัย
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูต้องทำแต่งานเอกสารการประเมิน ลามมาถึงมหาวิทยาลัยต้องทำประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งก็รู้อยู่เต็มอกว่าผลเสียมากกว่าผลดี แต่ก็ยังสีข้าเข้าถู เลิกเสีนทีการทำประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยรัฐหลายแห่ง ได้ชื่อว่าผลิตบุคลากรเข้าสู่สายงานได้และเป็นที่ยอมรับ แต่ตกประกัน และมีเกณฑ์ให้งดรับนักศึกษาเพื่อปรับปรุง สะท้อนภาพให้เห็นชัดเจนแล้วว่าประกันคุณภาพล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง นักวางแผน นโยบาย ฯลฯ นั่งเทียน นึกอยากทำอะไร พรุ่งนี่้ตื่นเช้าขึ้นล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ทำเลย เคยคิดไหมว่าการทำอะไรในภาพรวมต้องใช้เวลา เพาะเหตุใดเมื่อก่อนที่ถูกตราว่าสอนให้ท่อง หรือกำหนดกรอบเฉพาะสิ่งที่นักเรียนต้องรู้ แต่นักเรียนเมื่อจบมัธยมปลายและเข้าสู่มหาวิทยาลัย กลับเอาตัวรอดได้ หรือยังมีความรู้เพียงพอ แต่เมื่อปฏิรูปการศึกษาแล้ว ผลที่ได้นักศึกษาที่เข้ามหาวิทยาลัยในแต่ละปีกลับด้อยลงไปเรื่อย ๆ ลืมตาแล้วพิจารณาตัวท่านเองได้แล้วว่าปฏิรูป หรือทำลาย ไม่แปลกใจที่สัดส่วนของคนรุ่นใหม่ที่ทำแต่กิจกรรมลดไอคิวเพิ่มขึ้นทุกวัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กิ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 เอะอะก้อครูสอนไม่ดี คนสอนกับคนออกข้อสอบคนละคน ยังไงก้อไม่ได้ เด็กไม่ตั้งใจเรียนเอง รู้เพราะเราเป็นครู พยายามให้ทุกอย่างแล้ว แต่เด็กไม่รับเลย จะให้ทำไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
M&M
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 12:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062

อยากจะบอกว่าครูที่สอนส่วนใหญ่ปัจจุบันมักจะให้ความรู้เด็กไม่เต็มที่ถ่ายทอดเพียงครึ่งส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้สอนพิเศษเด็กคนใหญ่ไม่ได้เรียนก็จะไม่ได้รับส่วนที่เหลือไปการศึกษาก็เลยดูเหมือนไม่เท่าเทียมกันใครมีเงินก็
จะมีโอกาสมากกว่าคนที่ไม่ได้เรียนพิเศษ และการเรียนการสอนเด็กปัจจุบันการบ้านวันนึงมี2-3 วิชาเด็กกลับมาบ้านไม่ได้พักผ่อนสมองกลับมาก็ต้องทำการบ้านกว่าจะเรียบร้อยก็เข้านอนพอดีชีวิตเหมือนอยู่กับตำรามากเกินไปบางครั้งทำให้เด็กเครียด และเห็นแก่ตัวไปในที่สุด
การศึกษาเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรคำนึงถึงเด็กว่าแต่ละภาคเรียนควรจะให้วิชามากน้อยเพียงใด
การศึกษาทุกวันนี้ มันกลายเป็นธุรกิจไปแล้ว แต่ไม่ได้เหมารวมครูทั้งหมด แต่ก็เป็นส่วนใหญ่มีเป็นแบบนี้ กั๊กวิชาในเวลาเพื่อมาสอนพิเศษนอกเวลาโดยที่ต้องมีค่าตอบแทนเป็นเงินตรา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 12:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
- หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่กระทรวงศึกษาธิการใช้อยู่ในขณะนี้ โรงเรียนได้นำมาใช้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ ?

โรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแล้ว นักเรียนยังไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ก็ถือว่ายังใช้หลักสูตรไม่สมบูรณ์ ขอให้ยึดหลักการสำคัญว่า เรียนอะไรคือเนื้อหา เรียนอย่างไรคือการออกแบบวิธีเรียนโดยใช้ผ่านกระบวนการ

เกิดความรู้ใดคือเพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้สรุปความรู้ ความคิดรวบยอดครบทุกมิติคุณภาพ และสรุปหลักการได้ตรงตามที่ตัวชี้วัดกำหนดด้วยตนเอง คุณภาพระดับใดคือการจัดทำเกณฑ์มิติคุณภาพเพื่อเป็นเป้าหมายของการพัฒนาให้นักเรียน

มีคุณภาพในระดับที่สูงขึ้น โอเน็ตวัดความรู้ใด ก็คือวัดความรู้ตามตัวชี้วัด ซึ่งเป็นความรู้อันเกิดจากกระบวนการ แต่อาจจะวัดความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริงในเนื้อหาประมาณ 10-20% เท่านั้น

นอกนั้นเป็นการวัดความรู้ตั้งแต่ระดับการคิดวิเคราะห์ขึ้นไป ดังนั้น ถ้าการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนใดยังมุ่งสอนแต่เนื้อหา แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนเหล่านั้นยังไม่รู้จักหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 อย่างแท้จริง จึงเป็นโรงเรียนที่ยังไม่ได้ใช้หลักสูตรอย่างสมบูรณ์นั่นเอง ต้องช่วยส่งเสริมและสนับสนุนเครื่องมือการจัดการเรียนรู้ให้กับครูผู้สอนให้มาก

- จะทำอย่างไรให้ผลสัมฤทธิ์การสอบโอเน็ตของนักเรียนเพิ่มขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ?

ขอให้โรงเรียนตรวจสอบศักยภาพที่แท้จริงของตนเองว่า มีศักยภาพหรือไม่ ถ้ามี อยู่ระดับใด ศักยภาพนั้นต้องเป็นภาพที่แท้จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา เช่น ถ้าดูศักยภาพด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ให้ดูศักยภาพนักเรียนทุกคนว่า มีความรู้ครบทั้งด้านเก่งคิด เก่งดี เก่งปฏิบัติ มีค่านิยมมุ่งมั่นให้ผลนั้นส่งประโยชน์ไปถึงสังคมได้จริงหรือไม่ ค่าเฉลี่ยของผลการสอบโอเน็ตของนักเรียนทุกคนทั้งโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์ระดับใด ค่าเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ระดับชาติหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าแสดงว่ามาตรฐานระดับโรงเรียนยังต้องพัฒนาอีกมาก และยังต้องยกระดับคุณภาพให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับเขตพื้นที่การศึกษา และเกณฑ์มาตรฐานระดับชาติ อีกทั้งยังมีเกณฑ์มาตรฐาน

อีกหลายระดับที่โรงเรียนต้องไปให้ถึง เช่น มาตรฐานระดับอาเซียน และมาตรฐานระดับสากลที่เป็นเป้าหมายสำคัญ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำในการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจังและเร่งด่วน

เครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมครูผู้สอนอย่างเป็นระบบได้ ก็คือแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการออกแบบการเรียนรู้ตามแนวทาง Backward Design โดยใช้กระบวนการ GPAS และมีเกณฑ์มิติคุณภาพ เพื่อใช้ประเมินคุณภาพการแสดงออกของนักเรียนตามสภาพจริง ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กำหนด จึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ อีกทั้งการยกระดับคุณภาพผู้เรียนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ทุกโรงเรียนต้องเร่งพัฒนา เพื่อให้คุณภาพนักเรียนมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่ง

ขณะนี้มีโรงเรียนจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าจะไปถึงได้อย่างไร ใช้เวลาอีกนานเท่าใด และจะสายเกินไปหรือไม่

ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1333165557&grpid=01&catid=&subcatid=
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 12:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมขอเสนอให้ปิดสถานที่เรียนพิเศษดีมั้ยครับ พ่อแม่เด็กต้องมีเงิน และต้องมีเวลาเท่านั้นถึงจะได้เรียนกัน ส่วนที่เงินน้อยและเวลาน้อย อดแน่นอน เด็กส่วนใหญ่ถึงเป็นแบบนี้ไง สถานที่เรียนพิเศษให้คงไว้แค่ที่สอนเกี่ยวกับภาษาต่างชาติดีมั้ยครับ ส่วนวิชาอย่างอื่นนั้น อยากให้กระทรวงศึกษาธิการปิดให้หมด ครูจะได้มีเวลาและปล่อยวิชาในโรงเรียนออกมาให้หมด ไม่ใช่กักวิชา แล้วมาสอนพิเศษเพื่อเรียกร้องเงินทอง และก็เหมือนๆกัน เงินเดือนคุณครูทั้งหลาย กรุณาให้เขาพอกินพอใช้ด้วยนะครับ ไม่งั้นก็จะเข้าอีหรอบเดิม เด็กไทยเด๋วนี้จำนวนมากเรื่องโง่ๆและเลวๆล่ะ ฉลาดนักเข้าทางพวกครูๆเลวๆทั้งหลายที่ฉกฉวยโอกาส ยิ่งยั่วยวนและยาเสพติด มันช่างมากมายอะไรเช่นนี้ เฮ้อ แล้วต่อไปอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร ในเมื่อขบวนการค้ายาพยายามล้มรัฐบาลนี้ให้จงได้ แม้แต่คาร์บอมที่เกิดขึ้นนี่ ก็เกิดจากขบวนการค้ายาเป็นผู้สร้างสถานการณ์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Yut P
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 12:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มัวแต่มาหวังผลกับการเรียนพิเศษ กวดวิชา แทนที่จะกลับบ้านทำการบ้าน ทบทวนสิ่งที่เรียนในวันนั้น หยุดเกมส์หยุด FB หยุด Twitter เล่นเฉพาะวันหยุด ก็เพียงพอแล้วตลอดม.1 ถึง ม.6 และขอให้เลิกการการจัดอันดับที่ 1 2 3 .. เสียทีให้นักเรียนแข่งกับตัวเองเท่านั้นก็พอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
jilla
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 12:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณครูน่าจะลองสอบบ้าง ว่าได้ตามเกณฑ์หรือเปล่า
เอาแบบว่าข้อสอบชุดเดียวกับ นักเรียน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เพื่ออะไร
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเขียนกระทู้นี้แสดงความคิดและตรรกะของตนเองได้โง่มาก ไม่ดูสิ่งแวดล้อมรอบข้างเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
โน
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 13:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกดิฉันปัจจุบันเรียนแค่อนุบาลค่ะ แต่ทุกครั้งที่กลับมาก็จะถามลูกว่าเรียนอะไรบ้างวันนี้ คำตอบที่ได้กลับมาคือ คุณครูไม่ยอมสอนหนูเลยค่ะ บอกให้ไปวิ่งเล่นกันที่สนาม หนูเบื่อจะแย่
ดิฉันถามว่าแล้วครูทำอะไรคะลูก คำตอบคือ นั่งทำอะไรไม่รู้ค่ะแต่ไม่สอนหนู หนูก็เลยไม่รู้เรื่อง สอบถามทางผู้ปกครองบางท่านก็ได้รับคำตอบเช่นเดียวกัน ปัจจุบันครูบางท่านไม่ได้จบทางครูแต่ต้องหารหางานทำและเงินเป็นหลักจนลืมคำว่าแม่พิมพ์ของชาติ นั่งไปวันๆรอรับแค่เงินเดือน ใครมีสตางค์หน่อยจ่ายค่าเรียนพิเศษเดี๋ยวสอนให้ อย่างนี้มันถูกต้องแล้วหรือ ต่อไปอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร บางท่านอาจจะคิดว่าซีเรียสไปทำไมก็เพิ่งจะเรียนอนุบาล มันก็อาจจะใช่แตจะมีพ่อแม่ซักกี่คนที่จะอยากเห็นลูกตัวเองสอบตก อ่านหนังสือไม่เป็น แม้แต่ตัวอักษร สระ พยัญชนะ เราทุกคนก็ล้วนแต่ต้องเรียนรู้กันทั้งนั้น หรือคุณอยากให้ลูกคุณโง่ส่วนครูก็นั่งกินเงินเดือนไปวันๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 13:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอระบายความในใจ เกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยค่ะ เป็นครูมาเกือบ 10 ปีแล้ว เมื่อปีที่แล้วย้ายที่ทำงานจากที่สอนระดับประถมไปสอนระดับขยายโอกาส (อนุบาล-ม.3) สอบปลายภาคเทอม 2 ที่นักเรียนจะต้องเลื่อนชั้น ดิชั้นสอนภาษาอังกฤษค่ะ แจก 0 เด็กไปหลายคน ซึ่งอันนี้ให้ตามสภาพความเป็นจริงของนักเรียน ที่ไม่เคยส่งงานใดที่ครูสั่ง ไม่เข้าเรียนบ่อย ถ้าเข้าเรียนก็ก่อกวนทั้งเพื่อนทั้งครู คะแนนเก็บก็เลยน้อย คะแนนสอบก็ไม่ผ่าน สรุปคือ 0 เท่านั้นหละค่ะ ทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายทะเบียนร้อนเป็นไฟ เพราะเปิดเทอมปีการศึกษา 55 นี้ สมศ. เข้าพอดี ทั้งสองฝ่ายเลยโวยวาย ว่าถ้าเป็นแบบนี้ ร.ร. จะไม่ผ่านการประเมิน โทรจิกให้ดิชั้นเปลี่ยนเกรดเด็กให้หมด เด็กจะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จึงจะทำให้ผ่านประเมิน สมศ.ได้ ดิชั้นก็เครียดซิค่ะ เพราะ เมื่อผล O-NET และผล NT มันก็ชัดอยู่แล้วว่าความสามารถนักเรียนมีแค่ไหน จะต้องโกหก สมศ. อีกทำไม เลยมีเรื่องอยากขอความคิดเห็นว่าใครมีแนวคิดอย่างไร กับเรื่องต่อไปนี้
1. สมศ. เค้ารู้สึกอย่างไรที่ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเท็จที่โรงเรียนสร้างขึ้น ร.ร.ไหนโกหกเก่งก็ผ่าน ร.ร. ไหนรวยหน่อยเฟอร์นิเจอร์พร้อมก็ผ่าน
2. หน่วยงานที่ออกระเบียบเรื่องการไม่ให้นักเรียนซ้ำชั้นเค้ารู้มั้ยว่าผลเสียมีเยอะกว่าผลดี เช่น นักเรียนเลิกสนใจการเรียนเพราะถึงอย่างไร ก็ได้เลื่อนชั้น , พ่อแม่ไม่รับรู้เรื่องเรียนของลูกเพราะถึงอย่างไร ก็ไม่ต้องอายเรื่องลูกซ้ำชั้นเพราะมันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน, ครูก็ไม่ต้องตั้งใจสอนแล้ว เพราะถึงสอนอย่างไร ก็ต้องให้มันผ่านไปอยู่ดีแถมให้ผ่านแบบเกรดเยอะๆ ด้วย ฝ่ายวิชาการจะได้หน้าบาน แล้วจะไปมีปัญหากับเด็กมันทำไมเดี๋ยวมันไม่มาเรียน จำนวนเด็กของ ร.ร. ลดอีก
3. ผอ. บอกว่านักเรียนไม่ควรให้ 0หรือแม้แต่ถ้าคะแนนเต็ม 10 ไม่ควรให้แค่ 5 น่าจะได้ 7-8 เพราะว่าเค้าเรียนรู้ตามศักยภาพของเค้า ตามหลักการแบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่มคือ เก่ง ปานกลาง อ่อน ผอ.ท่านต้องการบอกว่า อ่อนก็ควรได้ 7-8 ตามสไตล์คนอ่อน คนเก่งก็ได้ 7-8 เพราะ nobody's perfect แล้วเวลาออกเกรดละค่ะ คนอ่อนได้ 4 คนเก่งก็ได้ 4 แต่ในใบเกรดไม่ได้บอกว่า 4อ่อน 4เก่งนี่ค่ะ ไม่ใช่รัฐศาสตร์ ม.รามนี่ ที่มีแผน A,B,C แล้วคนที่ได้4เก่ง เค้าจะรู้สึกอย่างไร ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอดตาหลับขับตานอน ได้เท่ากันเลยกับเด็กเหลือเดน ไม่เข้าเรียน งานไม่ส่ง ก่อความวุ่นวาย
4. ปัจจุบันครูเป็นเหมือนขี้ข้าเด็กแล้ว ต้องเอาใจทุกอย่าง กลัวมันจะไม่มาเรียน กลัวผอ.ว่าเรื่องให้เกรดเด็ก กลัวเพื่อนร่วมงานประนามว่าทำให้ถูกประเมินไม่ผ่าน ถึงได้มีข่าวครูฟิวส์ขาดอยู่บ่อยๆ ไง ทำร้ายร่างกายเด็ก ทำโทษเกินกว่าเหตุ ทั้งๆ ที่คุณค่ะเด็กสมัยนี้เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รับผิด ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองคือนักเรียนจะต้องทำหน้าที่อะไร ครูดุด่ามันก็ด่าครูกลับแบบคำต่อคำ ครูเผลอหน่อยมันก็ปล่อยยางรถ ขูดสีรถ หักกระจกรถบ้าง ถ้าเป็นมอร์เตอร์ไซด์มันก็แบบปิดน้ำมัน
5. พ่อแม่บอกกับครูอย่างเปิดอก "ครูค่ะ สอนได้เลยค่ะ เด็กดื้อตีได้เลยค่ะ" แล้วลองครูตีดิ เป็นเรื่อง
เจอแบบนี้แล้ว ก็เลยรู้แล้วค่ะว่าต้องทำอย่างไร เปิดเทอมนี้ ก็ชิวๆ ไม่ต้องสอนอะไร นั่งแต่งหน้าใต้ต้นไม้ไป ไปธุระส่วนตัวข้างนอก มาสาย กลับบ่ายสอง นอนหลับพักผ่อนตามห้องเรียนได้ตามสบาย สิ้นเทอมก็ให้เกรดเด็ก ไม่ 3 ก็ 4 ผอ. ก็พอใจ หัวหน้าวิชาการ ก็ยิ้ม เด็กก็มีความสุข ผู้ปกครองก็จะได้อวดเพื่อนบ้านได้ว่าลูกชั้นเก่ง ไม่ต้องกลัวใครมาว่าเพราะเป็นแบบนี้กันทั่วหมดแล้วทุกโรงเรียน พอผล O-net ,NT ออก ในระดับกระทรวงจะมาบ่นกันทำไมว่าผลสัมฤทธิ์ของเด็กต่ำทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกอยู่เหมือนกัน ว่าผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนสูง แต่ผลระดับประเทศต่ำมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
น่าคิด
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 13:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องโทษผู้เรียนด้วย เพราะอาจจะไม่มีสมาธิและสิ่งแวดล้อมรอบข้างอีก การที่จะสอนให้เด็กเข้าใจและคิดต่อได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นหัวหน้างานตอนนี้รู้ซึ่งเลย ว่าคุณครู อาจารย์ทั้งหลายลำบากมาก ถ้าตัวผู้เรียนไม่เปิดรับ เคยทดลองให้ลูกน้องออกความคิดเห็นและทำงานด้วยศักยภาพที่ทุกคนมี ใช้เวลามากกว่าเขาจะเข้าใจ บางครั้งก็คิดว่าตนเองกำลังเป็นครูอนุบาลอยู่หรือเปล่าในการที่จะเริ่มต้นใช้เทคนิคการเรียนรู้ที่ได้จากตัวเขาเองส่วนเราเป็นแค่พี่เลี้ยง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พ่อกูดาบหัก
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กมันได้ โควต้า ที่เรียนกันเรียบร้อยกันแล้้ว มีส่วนน้อยที่เอาผล โอเนต ไปแอด แล้วมันจะตั้งในทำข้อสอบไปทำไหม คิดใหม่ ซะ สทศ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest

เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูสมัยนี้ โดยเฉพาะโรงเรียนในเมือง ตำแหน่งสูงๆ กันทุกคน เพราะขยันทำผลงาน จนไม่มีเวลาสอนหนังสือ เด็กมีปัญหา จะปรึกษา ก็ว่าเด็กขี้ฟ้อง ให้เด็กทำงานอ่านหนังสือในชั่วโมง เดี๋ยวก็ว่าไปต่างประเทศ เดี๋ยวก็ว่าอบรม แล้วบอกให้ผู้ปกครองหมั่นดูแลบุตรหลานตอนเลิกเรียน ตอนวันหยุดบ้างล่ะ แล้วเด็กที่พ่อแม่เขาต้องทำมาหากิน จะมีเวลาสอนพิเศษให้ลูกเหรอ เพราะพ่อแม่ทุกคน ให้ลูกไปโรงเรียนเพราะอยากให้ลูกรู้หนังสือ ไม่ใช่ให้พ่อแม่มาสอนที่บ้าน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกวันนี้เด็กโง่เพราะระบบการศึกษามันน่าเวทนา ครูให้ดียังไง พอเข้าในวังวนการศึกษาไทย ก็ห่วยทุกคน จบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับกระทู้ แต่กังวลกับการใช้ภาษาไทยของเด็กและคนทั่วไปในปัจจุบันมาก เขียนและใช้ผิดๆ ถูกๆ เช่น "น่า"จะเป็น ก็กลายเป็น "หน้า"จะเป็น "กลับ"กลาย ก็กลายเป็น "กับ"กลาย โดยเฉพาะการผันวรรณยุกต์เพี้ยนๆ ผิดๆ ที่เห็นบ่อยคือ ค่ะ กับ คะ ขอบคุณค่ะ ก็เขียนเป็น ขอบคุณคะ จริงเหรอคะ ก็จะเป็น จริงเหรอค่ะ สนุ้ก กลายเป็น สนุ๊ก โน้ต กลายเป็น โน๊ต แสดงว่าไม่รู้การผันวรรณยุกต์ตามเสียงพยัญชนะสูง กลาง ต่ำ เป็นอย่างไร เกี่ยวกับมาตรฐานของครูด้วยหรือไม่???

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
โนเนม
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*062q*062

ขอระบายความในใจ เกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยค่ะ เป็นครูมาเกือบ 10 ปีแล้ว เมื่อปีที่แล้วย้ายที่ทำงานจากที่สอนระดับประถมไปสอนระดับขยายโอกาส (อนุบาล-ม.3) สอบปลายภาคเทอม 2 ที่นักเรียนจะต้องเลื่อนชั้น ดิชั้นสอนภาษาอังกฤษค่ะ แจก 0 เด็กไปหลายคน ซึ่งอันนี้ให้ตามสภาพความเป็นจริงของนักเรียน ที่ไม่เคยส่งงานใดที่ครูสั่ง ไม่เข้าเรียนบ่อย ถ้าเข้าเรียนก็ก่อกวนทั้งเพื่อนทั้งครู คะแนนเก็บก็เลยน้อย คะแนนสอบก็ไม่ผ่าน สรุปคือ 0 เท่านั้นหละค่ะ ทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายทะเบียนร้อนเป็นไฟ เพราะเปิดเทอมปีการศึกษา 55 นี้ สมศ. เข้าพอดี ทั้งสองฝ่ายเลยโวยวาย ว่าถ้าเป็นแบบนี้ ร.ร. จะไม่ผ่านการประเมิน โทรจิกให้ดิชั้นเปลี่ยนเกรดเด็กให้หมด เด็กจะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จึงจะทำให้ผ่านประเมิน สมศ.ได้ ดิชั้นก็เครียดซิค่ะ เพราะ เมื่อผล O-NET และผล NT มันก็ชัดอยู่แล้วว่าความสามารถนักเรียนมีแค่ไหน จะต้องโกหก สมศ. อีกทำไม เลยมีเรื่องอยากขอความคิดเห็นว่าใครมีแนวคิดอย่างไร กับเรื่องต่อไปนี้
1. สมศ. เค้ารู้สึกอย่างไรที่ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเท็จที่โรงเรียนสร้างขึ้น ร.ร.ไหนโกหกเก่งก็ผ่าน ร.ร. ไหนรวยหน่อยเฟอร์นิเจอร์พร้อมก็ผ่าน
2. หน่วยงานที่ออกระเบียบเรื่องการไม่ให้นักเรียนซ้ำชั้นเค้ารู้มั้ยว่าผลเสียมีเยอะกว่าผลดี เช่น นักเรียนเลิกสนใจการเรียนเพราะถึงอย่างไร ก็ได้เลื่อนชั้น , พ่อแม่ไม่รับรู้เรื่องเรียนของลูกเพราะถึงอย่างไร ก็ไม่ต้องอายเรื่องลูกซ้ำชั้นเพราะมันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน, ครูก็ไม่ต้องตั้งใจสอนแล้ว เพราะถึงสอนอย่างไร ก็ต้องให้มันผ่านไปอยู่ดีแถมให้ผ่านแบบเกรดเยอะๆ ด้วย ฝ่ายวิชาการจะได้หน้าบาน แล้วจะไปมีปัญหากับเด็กมันทำไมเดี๋ยวมันไม่มาเรียน จำนวนเด็กของ ร.ร. ลดอีก
3. ผอ. บอกว่านักเรียนไม่ควรให้ 0หรือแม้แต่ถ้าคะแนนเต็ม 10 ไม่ควรให้แค่ 5 น่าจะได้ 7-8 เพราะว่าเค้าเรียนรู้ตามศักยภาพของเค้า ตามหลักการแบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่มคือ เก่ง ปานกลาง อ่อน ผอ.ท่านต้องการบอกว่า อ่อนก็ควรได้ 7-8 ตามสไตล์คนอ่อน คนเก่งก็ได้ 7-8 เพราะ nobody's perfect แล้วเวลาออกเกรดละค่ะ คนอ่อนได้ 4 คนเก่งก็ได้ 4 แต่ในใบเกรดไม่ได้บอกว่า 4อ่อน 4เก่งนี่ค่ะ ไม่ใช่รัฐศาสตร์ ม.รามนี่ ที่มีแผน A,B,C แล้วคนที่ได้4เก่ง เค้าจะรู้สึกอย่างไร ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอดตาหลับขับตานอน ได้เท่ากันเลยกับเด็กเหลือเดน ไม่เข้าเรียน งานไม่ส่ง ก่อความวุ่นวาย
4. ปัจจุบันครูเป็นเหมือนขี้ข้าเด็กแล้ว ต้องเอาใจทุกอย่าง กลัวมันจะไม่มาเรียน กลัวผอ.ว่าเรื่องให้เกรดเด็ก กลัวเพื่อนร่วมงานประนามว่าทำให้ถูกประเมินไม่ผ่าน ถึงได้มีข่าวครูฟิวส์ขาดอยู่บ่อยๆ ไง ทำร้ายร่างกายเด็ก ทำโทษเกินกว่าเหตุ ทั้งๆ ที่คุณค่ะเด็กสมัยนี้เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รับผิด ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองคือนักเรียนจะต้องทำหน้าที่อะไร ครูดุด่ามันก็ด่าครูกลับแบบคำต่อคำ ครูเผลอหน่อยมันก็ปล่อยยางรถ ขูดสีรถ หักกระจกรถบ้าง ถ้าเป็นมอร์เตอร์ไซด์มันก็แบบปิดน้ำมัน
5. พ่อแม่บอกกับครูอย่างเปิดอก "ครูค่ะ สอนได้เลยค่ะ เด็กดื้อตีได้เลยค่ะ" แล้วลองครูตีดิ เป็นเรื่อง
เจอแบบนี้แล้ว ก็เลยรู้แล้วค่ะว่าต้องทำอย่างไร เปิดเทอมนี้ ก็ชิวๆ ไม่ต้องสอนอะไร นั่งแต่งหน้าใต้ต้นไม้ไป ไปธุระส่วนตัวข้างนอก มาสาย กลับบ่ายสอง นอนหลับพักผ่อนตามห้องเรียนได้ตามสบาย สิ้นเทอมก็ให้เกรดเด็ก ไม่ 3 ก็ 4 ผอ. ก็พอใจ หัวหน้าวิชาการ ก็ยิ้ม เด็กก็มีความสุข ผู้ปกครองก็จะได้อวดเพื่อนบ้านได้ว่าลูกชั้นเก่ง ไม่ต้องกลัวใครมาว่าเพราะเป็นแบบนี้กันทั่วหมดแล้วทุกโรงเรียน พอผล O-net ,NT ออก ในระดับกระทรวงจะมาบ่นกันทำไมว่าผลสัมฤทธิ์ของเด็กต่ำทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกอยู่เหมือนกัน ว่าผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนสูง แต่ผลระดับประเทศต่ำมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062

ขอระบายความในใจ เกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยค่ะ เป็นครูมาเกือบ 10 ปีแล้ว เมื่อปีที่แล้วย้ายที่ทำงานจากที่สอนระดับประถมไปสอนระดับขยายโอกาส (อนุบาล-ม.3) สอบปลายภาคเทอม 2 ที่นักเรียนจะต้องเลื่อนชั้น ดิชั้นสอนภาษาอังกฤษค่ะ แจก 0 เด็กไปหลายคน ซึ่งอันนี้ให้ตามสภาพความเป็นจริงของนักเรียน ที่ไม่เคยส่งงานใดที่ครูสั่ง ไม่เข้าเรียนบ่อย ถ้าเข้าเรียนก็ก่อกวนทั้งเพื่อนทั้งครู คะแนนเก็บก็เลยน้อย คะแนนสอบก็ไม่ผ่าน สรุปคือ 0 เท่านั้นหละค่ะ ทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายทะเบียนร้อนเป็นไฟ เพราะเปิดเทอมปีการศึกษา 55 นี้ สมศ. เข้าพอดี ทั้งสองฝ่ายเลยโวยวาย ว่าถ้าเป็นแบบนี้ ร.ร. จะไม่ผ่านการประเมิน โทรจิกให้ดิชั้นเปลี่ยนเกรดเด็กให้หมด เด็กจะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จึงจะทำให้ผ่านประเมิน สมศ.ได้ ดิชั้นก็เครียดซิค่ะ เพราะ เมื่อผล O-NET และผล NT มันก็ชัดอยู่แล้วว่าความสามารถนักเรียนมีแค่ไหน จะต้องโกหก สมศ. อีกทำไม เลยมีเรื่องอยากขอความคิดเห็นว่าใครมีแนวคิดอย่างไร กับเรื่องต่อไปนี้
1. สมศ. เค้ารู้สึกอย่างไรที่ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเท็จที่โรงเรียนสร้างขึ้น ร.ร.ไหนโกหกเก่งก็ผ่าน ร.ร. ไหนรวยหน่อยเฟอร์นิเจอร์พร้อมก็ผ่าน
2. หน่วยงานที่ออกระเบียบเรื่องการไม่ให้นักเรียนซ้ำชั้นเค้ารู้มั้ยว่าผลเสียมีเยอะกว่าผลดี เช่น นักเรียนเลิกสนใจการเรียนเพราะถึงอย่างไร ก็ได้เลื่อนชั้น , พ่อแม่ไม่รับรู้เรื่องเรียนของลูกเพราะถึงอย่างไร ก็ไม่ต้องอายเรื่องลูกซ้ำชั้นเพราะมันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน, ครูก็ไม่ต้องตั้งใจสอนแล้ว เพราะถึงสอนอย่างไร ก็ต้องให้มันผ่านไปอยู่ดีแถมให้ผ่านแบบเกรดเยอะๆ ด้วย ฝ่ายวิชาการจะได้หน้าบาน แล้วจะไปมีปัญหากับเด็กมันทำไมเดี๋ยวมันไม่มาเรียน จำนวนเด็กของ ร.ร. ลดอีก
3. ผอ. บอกว่านักเรียนไม่ควรให้ 0หรือแม้แต่ถ้าคะแนนเต็ม 10 ไม่ควรให้แค่ 5 น่าจะได้ 7-8 เพราะว่าเค้าเรียนรู้ตามศักยภาพของเค้า ตามหลักการแบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่มคือ เก่ง ปานกลาง อ่อน ผอ.ท่านต้องการบอกว่า อ่อนก็ควรได้ 7-8 ตามสไตล์คนอ่อน คนเก่งก็ได้ 7-8 เพราะ nobody's perfect แล้วเวลาออกเกรดละค่ะ คนอ่อนได้ 4 คนเก่งก็ได้ 4 แต่ในใบเกรดไม่ได้บอกว่า 4อ่อน 4เก่งนี่ค่ะ ไม่ใช่รัฐศาสตร์ ม.รามนี่ ที่มีแผน A,B,C แล้วคนที่ได้4เก่ง เค้าจะรู้สึกอย่างไร ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอดตาหลับขับตานอน ได้เท่ากันเลยกับเด็กเหลือเดน ไม่เข้าเรียน งานไม่ส่ง ก่อความวุ่นวาย
4. ปัจจุบันครูเป็นเหมือนขี้ข้าเด็กแล้ว ต้องเอาใจทุกอย่าง กลัวมันจะไม่มาเรียน กลัวผอ.ว่าเรื่องให้เกรดเด็ก กลัวเพื่อนร่วมงานประนามว่าทำให้ถูกประเมินไม่ผ่าน ถึงได้มีข่าวครูฟิวส์ขาดอยู่บ่อยๆ ไง ทำร้ายร่างกายเด็ก ทำโทษเกินกว่าเหตุ ทั้งๆ ที่คุณค่ะเด็กสมัยนี้เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รับผิด ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองคือนักเรียนจะต้องทำหน้าที่อะไร ครูดุด่ามันก็ด่าครูกลับแบบคำต่อคำ ครูเผลอหน่อยมันก็ปล่อยยางรถ ขูดสีรถ หักกระจกรถบ้าง ถ้าเป็นมอร์เตอร์ไซด์มันก็แบบปิดน้ำมัน
5. พ่อแม่บอกกับครูอย่างเปิดอก "ครูค่ะ สอนได้เลยค่ะ เด็กดื้อตีได้เลยค่ะ" แล้วลองครูตีดิ เป็นเรื่อง
เจอแบบนี้แล้ว ก็เลยรู้แล้วค่ะว่าต้องทำอย่างไร เปิดเทอมนี้ ก็ชิวๆ ไม่ต้องสอนอะไร นั่งแต่งหน้าใต้ต้นไม้ไป ไปธุระส่วนตัวข้างนอก มาสาย กลับบ่ายสอง นอนหลับพักผ่อนตามห้องเรียนได้ตามสบาย สิ้นเทอมก็ให้เกรดเด็ก ไม่ 3 ก็ 4 ผอ. ก็พอใจ หัวหน้าวิชาการ ก็ยิ้ม เด็กก็มีความสุข ผู้ปกครองก็จะได้อวดเพื่อนบ้านได้ว่าลูกชั้นเก่ง ไม่ต้องกลัวใครมาว่าเพราะเป็นแบบนี้กันทั่วหมดแล้วทุกโรงเรียน พอผล O-net ,NT ออก ในระดับกระทรวงจะมาบ่นกันทำไมว่าผลสัมฤทธิ์ของเด็กต่ำทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกอยู่เหมือนกัน ว่าผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนสูง แต่ผลระดับประเทศต่ำมาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เห็นใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอระบายความในใจ เกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยค่ะ เป็นครูมาเกือบ 10 ปีแล้ว เมื่อปีที่แล้วย้ายที่ทำงานจากที่สอนระดับประถมไปสอนระดับขยายโอกาส (อนุบาล-ม.3) สอบปลายภาคเทอม 2 ที่นักเรียนจะต้องเลื่อนชั้น ดิชั้นสอนภาษาอังกฤษค่ะ แจก 0 เด็กไปหลายคน ซึ่งอันนี้ให้ตามสภาพความเป็นจริงของนักเรียน ที่ไม่เคยส่งงานใดที่ครูสั่ง ไม่เข้าเรียนบ่อย ถ้าเข้าเรียนก็ก่อกวนทั้งเพื่อนทั้งครู คะแนนเก็บก็เลยน้อย คะแนนสอบก็ไม่ผ่าน สรุปคือ 0 เท่านั้นหละค่ะ ทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายทะเบียนร้อนเป็นไฟ เพราะเปิดเทอมปีการศึกษา 55 นี้ สมศ. เข้าพอดี ทั้งสองฝ่ายเลยโวยวาย ว่าถ้าเป็นแบบนี้ ร.ร. จะไม่ผ่านการประเมิน โทรจิกให้ดิชั้นเปลี่ยนเกรดเด็กให้หมด เด็กจะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จึงจะทำให้ผ่านประเมิน สมศ.ได้ ดิชั้นก็เครียดซิค่ะ เพราะ เมื่อผล O-NET และผล NT มันก็ชัดอยู่แล้วว่าความสามารถนักเรียนมีแค่ไหน จะต้องโกหก สมศ. อีกทำไม เลยมีเรื่องอยากขอความคิดเห็นว่าใครมีแนวคิดอย่างไร กับเรื่องต่อไปนี้
1. สมศ. เค้ารู้สึกอย่างไรที่ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเท็จที่โรงเรียนสร้างขึ้น ร.ร.ไหนโกหกเก่งก็ผ่าน ร.ร. ไหนรวยหน่อยเฟอร์นิเจอร์พร้อมก็ผ่าน
2. หน่วยงานที่ออกระเบียบเรื่องการไม่ให้นักเรียนซ้ำชั้นเค้ารู้มั้ยว่าผลเสียมีเยอะกว่าผลดี เช่น นักเรียนเลิกสนใจการเรียนเพราะถึงอย่างไร ก็ได้เลื่อนชั้น , พ่อแม่ไม่รับรู้เรื่องเรียนของลูกเพราะถึงอย่างไร ก็ไม่ต้องอายเรื่องลูกซ้ำชั้นเพราะมันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน, ครูก็ไม่ต้องตั้งใจสอนแล้ว เพราะถึงสอนอย่างไร ก็ต้องให้มันผ่านไปอยู่ดีแถมให้ผ่านแบบเกรดเยอะๆ ด้วย ฝ่ายวิชาการจะได้หน้าบาน แล้วจะไปมีปัญหากับเด็กมันทำไมเดี๋ยวมันไม่มาเรียน จำนวนเด็กของ ร.ร. ลดอีก
3. ผอ. บอกว่านักเรียนไม่ควรให้ 0หรือแม้แต่ถ้าคะแนนเต็ม 10 ไม่ควรให้แค่ 5 น่าจะได้ 7-8 เพราะว่าเค้าเรียนรู้ตามศักยภาพของเค้า ตามหลักการแบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่มคือ เก่ง ปานกลาง อ่อน ผอ.ท่านต้องการบอกว่า อ่อนก็ควรได้ 7-8 ตามสไตล์คนอ่อน คนเก่งก็ได้ 7-8 เพราะ nobody's perfect แล้วเวลาออกเกรดละค่ะ คนอ่อนได้ 4 คนเก่งก็ได้ 4 แต่ในใบเกรดไม่ได้บอกว่า 4อ่อน 4เก่งนี่ค่ะ ไม่ใช่รัฐศาสตร์ ม.รามนี่ ที่มีแผน A,B,C แล้วคนที่ได้4เก่ง เค้าจะรู้สึกอย่างไร ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอดตาหลับขับตานอน ได้เท่ากันเลยกับเด็กเหลือเดน ไม่เข้าเรียน งานไม่ส่ง ก่อความวุ่นวาย
4. ปัจจุบันครูเป็นเหมือนขี้ข้าเด็กแล้ว ต้องเอาใจทุกอย่าง กลัวมันจะไม่มาเรียน กลัวผอ.ว่าเรื่องให้เกรดเด็ก กลัวเพื่อนร่วมงานประนามว่าทำให้ถูกประเมินไม่ผ่าน ถึงได้มีข่าวครูฟิวส์ขาดอยู่บ่อยๆ ไง ทำร้ายร่างกายเด็ก ทำโทษเกินกว่าเหตุ ทั้งๆ ที่คุณค่ะเด็กสมัยนี้เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รับผิด ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองคือนักเรียนจะต้องทำหน้าที่อะไร ครูดุด่ามันก็ด่าครูกลับแบบคำต่อคำ ครูเผลอหน่อยมันก็ปล่อยยางรถ ขูดสีรถ หักกระจกรถบ้าง ถ้าเป็นมอร์เตอร์ไซด์มันก็แบบปิดน้ำมัน
5. พ่อแม่บอกกับครูอย่างเปิดอก "ครูค่ะ สอนได้เลยค่ะ เด็กดื้อตีได้เลยค่ะ" แล้วลองครูตีดิ เป็นเรื่อง
เจอแบบนี้แล้ว ก็เลยรู้แล้วค่ะว่าต้องทำอย่างไร เปิดเทอมนี้ ก็ชิวๆ ไม่ต้องสอนอะไร นั่งแต่งหน้าใต้ต้นไม้ไป ไปธุระส่วนตัวข้างนอก มาสาย กลับบ่ายสอง นอนหลับพักผ่อนตามห้องเรียนได้ตามสบาย สิ้นเทอมก็ให้เกรดเด็ก ไม่ 3 ก็ 4 ผอ. ก็พอใจ หัวหน้าวิชาการ ก็ยิ้ม เด็กก็มีความสุข ผู้ปกครองก็จะได้อวดเพื่อนบ้านได้ว่าลูกชั้นเก่ง ไม่ต้องกลัวใครมาว่าเพราะเป็นแบบนี้กันทั่วหมดแล้วทุกโรงเรียน พอผล O-net ,NT ออก ในระดับกระทรวงจะมาบ่นกันทำไมว่าผลสัมฤทธิ์ของเด็กต่ำทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกอยู่เหมือนกัน ว่าผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนสูง แต่ผลระดับประเทศต่ำมาก

เห็นใจคุณจังค่ะ และก็เป็นกำลังใจให้คุณทำในสิ่งที่คุณคิดว่าถูกต้องต่อไปนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
abc
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้คุณครูสอบไปพร้อมนักเรียนคับ เเเล้วเอาคะเเนนเฉลี่ยของครูทั้งประเทศเป็นคะเเนนนเต็ม นักเรียนได้เท่าไรให้คิดเป็นสัดส่วนของคะเเนนเต็มของคุณครู


จริงๆๆเเล้วประเทศเรา การเรียนการสอนอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างพอใช้ได้ เเต่กระบวนการออกข้อสอบนั้นไม่สัมพันธ์กัน ข้อสอบที่ออกมาส่วนมากจะให้เทวดาทำมากกว่านักเรียน จึงเกิดปัญหาคะเเนนต่ำอย่างที่เห็น

ทุกปีก็จะเห็นว่าคะเเนนต่ำเเต่ก็ไม่มีใครออกมาปรับปรุงเเก้ไขที่รากเหง้าของปัญหาจริงๆๆ

ถามว่าถ้าออกข้อสอบไม่ยากจนเกินไป เด็กต้องเรียนกวดวิชาไหม
คำตอบคือไม่จำเป็น เเต่ก็มีคำถามตามมาว่าข้อสอบง่ายๆๆใครๆๆก็ทำได้
เเต่ ยังดีกว่าออกข้อสอบยากๆให้เทวดาทำำนะคับ

อยากให้ผู้เกี่ยวข้องหันมาเเก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆๆไม่ช่ายมาหาสาเหตุว่าทำไมเด็กสอบได้คะะเนนนต่ำ อยากให้พิจารณาที่ข้อสอบก่อน คุณอออกข้อสอบยังไงผลมันก็ออกมายังนั้นเเหละ ปลูกมะม่วงยังไงก็ได้มะม่วง คงไม่ได้มะนาวเป็นเเท้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
รรรรรรรร
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 14:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โทษกันไปโทษกันมา เมื่อไรจะหันหน้ามาหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันน้อ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เห็นใจครู
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นใจครูนะ เด็กได้คะแนนต่ำก็หาว่าครูนั่นแหละผิด สอนไม่ดี ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จักให้เด็กคิด แต่ถามหน่อยว่านักวิชาการที่กำหนดมาตรฐาน หลักสูตรขึ้นมา ได้มาสอนหรือรับรู้ปัญหาการเรียนการสอนจริงๆหรือเปล่า เหมือนนั่งเทียนเขียนอะว่าอยากให้เด็กไทยพัฒนาอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่มันก้าวกระโดดเกินไปจากที่เมื่อก่อนให้ท่องๆๆๆๆ เดี๋ยวนี้ให้คิดวิเคราะห์ เหมือนบังคับให้คิด แล้วอีกอย่าง งานครูอะไม่ใช่น้อย ทำสากกะเบือยันเรือรบ งานเขียนนั่น เขียนนี่ เขียนนู่น และเขียนๆๆๆๆๆ ถามหน่อยว่าแล้วจะเอาเวลาที่ไหนสอนเด็ก ยิ่งโรงเรียนเล็กๆไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้นจะมาว่าครูได้เงินเดือนเยอะ สวัสดิการเพียบ แต่ไม่ทำอะไร มันไม่จริงอะ เพราะทำงานแต่ละอย่างแต่ละสาขามันก็เหนื่อยต่างกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
onet
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 15:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลองเอาครูผู้สอนทุกคนมาทำข้อสอบเดียวกับเด็ก ดูว่าจะได้คะแนนเท่าไร โทษกันไปมาไม่มีตัวชี้วัด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 15:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นด้วยกับทุกๆความเห็นค่ะ ปัญหาใหญ่อยู่ที่ตัวเด็กเอง และผู้ปกครองค่ะ ครูมีส่วนบ้าง ถ้าเด็กใฝ่เรียน อยู่ที่บ้านก็เรียนได้ อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ อยู่โรงเรียนบ้านนอกก็ไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวนี้ความรู้มีอยู่รอบตัว สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะแนวทาง และคอยตอบคำถามเมื่อเด็กมีปัญหา ดิฉันจบโรงเรียนบ้านนอก ปัจจุบันเป็นครูสอนในต่างประเทศ ประสบการณ์ในการเดินทางมากกว่า 20 ประเทศ พูดได้ สี่ภาษา แต่จำได้ว่าตอนเป็นเด็กมัธยม เคยมีการสอบวัดความรู้ทั่วประเทศแบบนี้ ดิฉันห่วงเล่นมาก จึงไม่สนใจทำข้อสอบ นั่งเดาๆ แล้วรีบออกนอกห้องไปเล่น เพราะคิดว่าไม่มีคะแนน ไม่มีผลอะไรกับตัวเอง ไม่รู้ว่าจะมีเด็กนักเรียนในปัจจุบันคิดเหมือนดิฉันอยู่รึเปล่า
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
kitikar111
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 16:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้รัฐบาลดำเนินนโยบายคืนครูสู่ห้องเรียนจริงๆ ซักที เพราะทุกวันนี้ดิฉันสอนอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก มีครูไม่ครบชั้นใช้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบเรียนร่วม นอกจากภาระงานสอนแล้วยังต้องมานั่งตอบเอกสารทางราชการอีก บางทีต้องนั่งตอบเอกสารทางราชการเป็นครึ่งวัน ทำให้นักเรียนแทบจะไม่ได้เรียนเลยก็มี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูบ้านนอก
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 17:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069 คุณจะให้ครูที่สอนอยู่ตอนนี้ลาออกหมดเลยดีมั๊ย ทุกอย่างถึงจะได้ดีขึ้น ถามจริงๆๆว่าเคยสัมผัสกับเด็กต่างจังหวัดรึเปล่า หรือสอนแต่เด็กในเมืองที่เรียนเก่ง วันๆๆเอาแต่เรียนพิเศษ เด็กที่โรงเรียนดิฉัน งานหลักคือทำนาคะ ไถนา หาเงินช่วยพ่อแม่ งานรองคือมาเรียนแล้วมาเรียนก็แบบมางั้นๆๆขอให้จบๆๆไป อันว่าครูนั้นจะตายอยู่แล้ว ระบบดูแลช่วยเหลือก็แทบจะเอาราชรถมาเกยไปรับนักเรียนมาเรียนแล้ว มาโรงเรียนแบบลด แลก แจก แถม รถรับส่งฟรี แจก สมุด หนังสือ ชุดก็ฟรี มีค่าอุปกรณ์การเรียนแจกให้พร้อม แล้วเคยถามบ้างไหมว่า ครูสอนกี่ระดับชั้น สอนวันละกี่คาบ ตอนนี้ฉันสอน ม.1-6 คนเดียว 10 ห้องคะ คนนะคะ ไม่ใช่เทวดา จะได้เก่งขั้นเทพ ขนาดนั้น งานพิเศษอีกร้อย แปด กรุณาอย่าเปรียบเทียบโรงเรียนเล็กกับโรงเรียนใหญ่เพราะมันเทียบกันไม่ได้ โรงเรียนเล็กก็มีงานที่ต้องทำ และส่งเท่ากันกับโรงเรียนใหญ่ 100 คน กับ 10 คน คุณคิดดู ว่าระบบการสอนมันจะแตกต่างกันขนาดไหน ใช่สินั่งคิดกับการปฏิบัติมันจะเหมือนกันได้ยังไง ถ้าครูปัจจุบันไม่ดีพอก็สั่งยุบโรงเรียนเลยคะ จะได้หมดเรื่อง เอาไว้แต่โรงเรียนที่มีเด็กเก่งๆก็พอแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เก่งไม่ทุกเรื่องหรอก
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 17:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069 คุณเอา ดร. มาออกข้อสอบ เคยสอนเด็ก ป. ถึง ม. กันมั้งมั้ย จะสอนให้เด็กไทยสร้างจรวดไปสำรวจอวกาศหรือไง เปลี่ยนมาเน้นสร้างอาชีพ สร้างความถนัดหรือเชี่ยวชาญได้แล้ว เด็กที่อัจฉริยะก็คัดไปสร้างวิทยากรรมวิยาการใหม่ๆ ไม่ใช่มั่วสุ่มเอา...คุณมาเป็นครูกันบ้างสิ ว่าสอนเด็กมันยากแค่ไหนเดี๋ยวนี้...ห้ามโน่นห้ามนี่...ผู้ปกครองก็เข้ามาวุ่นวายในโรงเรียนมากขึ้น...ไปดูงานประเทศที่พัฒนาแล้วมาได้ประโยชน์ไรบ้าง... ไหนจะงานราชการที่ต้องทำอีก...สอนเด็กอีก...เด็กเดี๋ยวนี้พอแม่ไม่รวย ไม่มีเงินส่งลูกเรียนพิเศษหรอกครับ เพราะครูเก่งๆ เขาไปสอนนอกเวลากันหมดแล้ว ... ในเวลาเรียนก็ตามมีตามเกิด เชื่อมั้ย... คุณทั้งหลายที่พัฒนากระทรวงศึกษาฯ ลองมาสอนเด็กดูสักเทอม จะได้รู้ว่าเป็นไง จะได้พัฒนาไปถูกทาง ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ครูเก่า
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 17:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดร.ศักดิ์สิน เป็นผอ. สำนักพิมพ์ พว. ดูจากสำนวนที่เขียนและศัพท์ที่ใช้แล้วบอกได้เลยว่า พว. ตัวจริง รร.ส่วนใหญ่ใช้หนังสือของ พว. ที่เน้นการออกแบบการเรียนรู้แบบ UBD: Understanding By Design (Backward design เป็นภาษาที่ใช้พูดเท่านั้น) ในรร. เหล่านี้ผลโอเน็ตที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างก็ลองหาดูได้จาก รร.ที่ใช้หนังสือของสำนักพิมพ์นี้ ผมเชื่ออย่างเดียวเท่านั้นแหละว่าการจะทำให้เด็กเก่งหรือเรียนรู้เรื่อง ครูต้องมีเวลาสอนและดูแลเอาใจใส่เด็กเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อจะให้แนวคิดฝรั่งมังค่าอย่างไร หรือวิธีการสอนใด ๆ ที่บอกว่าดีเลิศก็สู้การที่ครูมีเวลาสอนช่วยเหลือเด็กอย่างเต็มที่ไม่ได้ อย่าเอาอะไรไปล่อให้ครูออกจากเด็ก อย่าเอานนโยบายใด ๆ ไปแย่งเวลาของครูจากเด็ก อัดค่าตอบแทนให้เต็มที่หรือเต็มเพดานไปเลย แล้วค่อยขยับไปเปอร์เซ็นต์ที่น้อย ๆ ถ้าจะสอนหรือพัฒนาครูก็ให้พวกนักวิชาการหรือศน. ไปสอนครูที่ รร. แบบตัวต่อตัวเลย ปล่อยไว้ทำไมทั้งๆ ที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง ตอนที่ผมเป็นครู (ยอมรับว่าเก่งได้เพราะอยู่กับวงวิชาการมานาน) และจบ ดร.แล้ว ผมใช้เวลาอยูในโรงเรียนอย่างคุ้มค่า ครูทุกคนอยากมีความรู้เรื่องอะไร หลัง 3 โมงเย็นมาเรียนรู้กัน สอนให้ทุกเรื่อง วันหยุดระหว่างสัปดาห์คือวันทำงานของครู จะอยู่จะกินควักกระเป๋าตัวเองบ้าง หรือลงขันร่วมกันบ้าง ศน. เรียกครูไปอบรมที่เขตไม่ไห้ครูไป เพราะทำที่โรงเรียนเสร็จแล้วทุกเรื่อง แถมได้ดีกว่าด้วย ครูก็มีความสุข สถิติเด็กที่อ่านไม่ออกลดลงเกือบเป็นศูนย์ พอเด็กอ่านออกเขียนได้ ผลการสอบหรือผลสัมฤทธิ์มันสูงขึ้นเอง ผลประเมิน สมศ.ก็ผ่านฉลุย ทำมาทั้งปีไม่ผ่านก็ให้มันรู้ไป พอผมออกลาออกจากราชการ ทุกวันนี้โรงเรียนละเลยไม่ได้ทำเหมือนที่เคยพากันทำ รร.คุณภาพก็ดรอปลง เสียดายอุตส่าห์เหนื่อยตั้งสองปีเต็ม คิดว่าจะยั่งยืน แต่ยังไม่สายถ้าจะทำ โมเดลที่ผมทำคิดว่าดีที่สุดแล้วล่ะ ที่สำคัญกระทรวงอย่าไปกำกับเกินไป อึดอัดมาก แถมไม่ให้อะไรมากยังจะเอาโน่นเอานี่เต็มไปหมด เบื่อเลยลาออก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เบื่อ
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 17:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เบื่อมากๆๆๆๆๆๆๆ นโยบายงี่เง่า ไม่ดูสภาพจริง อีกหน่อยก็เป็นประเทศด้อยพัฒนา q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ืืัnny
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูทำแต่เอกสารประเมิน ผู้ใหญ่คิดใหม่ทำใหม่ได้แล้ว สมัยก่อนคุไม่ได้ประเมินเยอะขนาดนี้พวกคุณยังเป็นรัฐมนตรีกันได้ เป็นใหญ่เป็นโตกันได้ เด็เลวโทษครู เด็กโง่โทษครู เด็กสมัยนี้เป็นเทวดากันหมดแล้ว
แตะไม่ได้ โดนไม่ได้ q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
วันดี
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 19:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062

เห็นด้วยกับคุณ pricetag99...ปัจจุบันมันเป็นแบบนี้จริงๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เบื่อประกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 1 เม.ย. 12, 19:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยกเลิกการประกันคุณภาพการศึกษาซะเถอะค่ะ เพราะทำให้ครู อาจารย์ไม่มีเวลาเตรียมการสอน เพราะต้องมานั่งทำเอกสารเท็จ เพราะกลัวจะไม่ผ่าน
สมศ.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม