หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แฉหมดเปลือก ‘30 บาทรักษาทุกโรค’...???  (อ่าน 560 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ก.ค. 12, 20:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
‘30 บาทรักษาทุกโรค’ยุคยิ่งลักษณ์ สุดห่วย! ‘หมอ’แฉลดคุณภาพยา-ห้ามรักษาเกิน 700 บาท

q*021q*096q*021



ตีแผ่ปมปัญหาโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จากรัฐบาลทักษิณ ถึง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ผ่านมา 10 ปี กลับพบความห่วยของระบบประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น วงการแพทย์สุดทนแฉ! เหตุงบรายหัว 30 บาทถูกตัด ส่งผลให้ต้องลดคุณภาพยา-สั่งหมอรักษาต่อรายห้ามเกิน 700 บาท กระทั่งส่งต่อผู้ป่วยให้เป็นภาระโรงพยาบาลขนาดเล็ก ระบุธรรมาภิบาลของผู้บริหาร โรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้ง กทม.และต่างจังหวัด ติดลบ ใช้วิธีคุมงบด้วยการส่งต่อคนไข้และเป็นต้นเหตุผู้ป่วยตาย! ขณะที่ สปสช. ดึงงบรักษาไปใช้ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เชื่อไม่เกิน 10 ปีหลักสูตรนี้ล้มเหลว!

ถ้าถามว่าปี 2544 นโยบายอะไรที่โด่งดัง จนทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย คงหนีไม่พ้นนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่ยึดหลักการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกันของประชาชนไทยโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางสังคม นโยบายนี้ถูกเรียกว่าเป็น “นโยบายประชานิยม” ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของผลทางการเมืองให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างมาก

แต่หลังจากมี พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 19 พ.ย. 2545 ผลปรากฏว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มีปัญหากระท่อนกระแท่นมาโดยตลอด

จวบจนวันนี้ผ่านมาแล้ว 10 ปี โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคก็ยังมีปัญหาที่หนักหน่วง

โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงสุขภาพที่ไม่ได้คุณภาพ และโรงพยาบาลบางแห่งถึงกับมีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลอย่างหนัก แม้กระทั่ง “หมอ” เองก็รับไม่ได้กับปัญหาในขณะนี้!

ปัญหาบางอย่าง ประชาชนที่เข้ารับบริการ 30 บาทรักษาทุกโรคไม่มีทางที่จะรู้ว่ากำลังได้รับบริการที่ไม่เหมาะสม แถมปัญหาหลายๆ อย่างกำลังเป็นปัญหาที่หนักที่ยังคงรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง



สั่งหมอรักษาต่อหัวไม่เกิน700บาท-ลดคุณภาพยา

นอกจากนี้ยังพบว่าปัญหาสำคัญที่สุดตั้งแต่มีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี คือเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณที่โรงพยาบาลต่างๆ จะต้องบริหารเอง ในส่วนนี้มีทั้งโรงพยาบาลที่ดี และโรงพยาบาลที่ไม่มีธรรมาภิบาล

“ค่าใช้จ่ายรายหัวกำลังเป็นปัญหามาก เพราะค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลให้คิดเป็นรายหัว ไม่ได้คิดตามการรักษาเป็นครั้งๆ ดังนั้นเมื่อเหมาจ่ายไปแล้ว ถ้าคนไข้มารักษาแบบ OPD หรือผู้ป่วยนอก บ่อยๆ โรงพยาบาลก็ขาดทุน โรงพยาบาลก็ต้องพยายามดึงคนให้มาอยู่ในเขตการรักษาให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มงบบริหารจัดการของโรงพยาบาล”

ทั้งนี้ จากการที่เคยเป็นแพทย์อยู่ในหลายท้องที่ กลับพบปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งคือ ตัวเลขประชาชนที่ขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ ก็พบว่าเป็นตัวเลขหลอก

“ตัวเลขหลอกคืออย่างในบางพื้นที่ เช่นภาคอีสาน มีจำนวนคนอยู่ในเขตนี้จำนวนมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายรายหัวกระจุกตัวอยู่มาก แต่คนไปรักษาพยาบาลจริงน้อย เพราะคนภาคอีสานไม่ได้อยู่ในถิ่นฐานมากนัก ไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคกลาง ที่มีจำนวนคนอยู่จริงในพื้นที่พอๆ กับตัวเลขที่แท้จริง ปัญหาก็เลยเกิดว่าโรงพยาบาลในภาคกลางนั้นมีสภาพคล่องในการใช้จ่ายเงินต่ำ เรียกว่ายิ่งคนไข้ visit มากยิ่งขาดทุนมาก”

ปัญหานี้ทำให้โรงพยาบาลต้องปรับตัวแก้ปัญหาเอง โรงพยาบาลที่ดีมีจรรยาบรรณก็จะพยายามรักษาคนไข้ให้ดีที่สุดในงบประมาณตึงตัว แต่หลายโรงพยาบาลกลับพบว่าไม่ได้รักษาจรรยาบรรณ โดยมีทั้งการลดคุณภาพยา การผลักไสคนไข้ให้กลับไปรักษาโรงพยาบาลต้นทางแทน

“โรงพยาบาลดีๆ ก็จะยอมขาดทุนโดยเอายาคุณภาพดีๆ มารักษาคนไข้ แต่หลายโรงพยาบาลทำน่าเกลียด โดยที่รู้มาโรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลศูนย์ได้มีคำสั่งภายในให้หมอรู้กันเองว่า ถ้าคนไข้คนไหนมีค่ารักษาพยาบาลเกินหัวละ 700 บาทเมื่อไร ให้กลับไปรับยาที่เหลือในโรงพยาบาลปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิแทน แทนที่คนไข้จะได้รับยาจากโรงพยาบาลใหญ่ๆ 1 เดือนก็ได้ยาไม่ถึง 1 เดือน ตรงนี้เป็นเทคนิคที่มีการทำกันมาก”

ที่มา : http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000091378




q*021q*096q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 ก.ค. 12, 22:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
30 บาทระส่ำ มีปัญหาทุกระดับ

โดยแพทย์จากโรงพยาบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคมีปัญหาในทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ ตัวคนไข้, นโยบายรัฐ, แพทย์ และโรงพยาบาล

สำหรับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคนั้น เป็นนโยบายที่ทำให้ประชาชนมาโรงพยาบาลจำนวนมาก เพราะคิดว่าถ้ามาโรงพยาบาลอย่างไรก็จะได้ยารักษาโรคง่ายๆ ทำให้ประชาชนไม่ดูแลสุขภาพ เมื่อรับยาได้ง่ายๆ ก็ไม่ได้เห็นความสำคัญของยา มีการใช้ยาอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ

จึงเรียกได้ว่านโยบายป้องกันสุขภาพของทางรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง คือประชาชนไม่สนใจป้องกันสุขภาพ ทำให้ประชาชนมาโรงพยาบาลแม้จะเป็นโรคเล็กๆ น้อยๆ ทำให้โรงพยาบาลต่างๆ ต้องแบกรับภาระคนไข้จำนวนมาก การรักษาจึงเกิดความผิดพลาดได้ง่าย เมื่อเกิดความผิดพลาดก็เกิดการฟ้องร้องจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลจะถูกต่อว่าว่ามีการบริการไม่ดี มีความแออัด

“นโยบายป้องกันโรคล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลต้องการให้เห็นภาพคนในโรงพยาบาลมีจำนวนไม่เยอะ แต่สุดท้ายมันเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะแค่กระจายคนไข้ไปหน่วยอื่นๆ คนไข้เท่าเดิม หมอก็เท่าเดิม แค่เดินทางไปสถานที่อื่นเท่านั้น”

กรณีนี้เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน พอมาในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จึงหาวิธีแก้ปัญหาด้วยการมีนโยบายให้ผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยเก่า นั่นเอง

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
666
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 00:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะมีคน มาพูดว่า แม่ผมป่วย แต่ไม่มีเงิน ก็เพราะ30บาททุกโรคนี้แระ ที่ทำให้แม่ผมหาย
อ่านแล้ว น้ำตาแทบไหล
ยาห่วย รักษาห่วย เข้าแถวยาว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 11:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วมีหนทางที่ดีกว่านี้อย่างไร...ช่วยแนะนำกันมาบ้างซิครับ.

แล้วที่ผ่านมาใครทำได้ดีกว่านี้..ช่วยยกตัวอย่างมาบ้างซิครับ สมัยไหน รัฐบาลใดบ้าง. q*033

อย่าทึกทักจ้องโจมตีกันอย่างเดี่ยว หาข้อเปรียบเทียบ ที่คนจนๆพึงจะได้โอกาศในการรักษาโครงการที่ดีกว่านี้จาก..ท่านๆด้วยเถอะครับ.
q*029
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
5555
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 17:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีเสียงสะท้อนออกมาเเบบนี้ก็ดีครับ จะได้มีการปรับปรุงให้คุณภาพดียิ่งขึ้น ติเพื่อก่อ ใช่จะนำเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด อ่านเเล้วไม่อคติหรือหลงมัวเมามากเกินไปคงได้คิด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
มาเอง..
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 21:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเคยบอกเล่าว่า มีเพื่อนรอดตัวเพราะ30บาทฯ เขาเจ็บป่วยด้วยอาการป่วยพื้นๆ จึงไม่เป็นปัญหา..
แต่เมื่อต้นเดือน..เขาได้ลาโลกจากไปแล้ว..ไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลว..
30บาท..ที่เขาพร่ำพรรณาถึงคุณของสวัสดิการ..
เขาได้ใช้อย่างมีความสุข..ผมเห็นรอยยิ้มอันคลายกังวล...ปัญหาของความขัดสน..แก้ไขด้วยสวัสดิการ30บาท..
แต่..แต่..30บาท..ไม่ได้คุ้มครองการตรวจคลื่นหัวใจ..ไม่ได้คุ้มครองไปถึงการแสกนร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า..
รักษาได้แค่ไข้หวัด หรือ..ท้องร่วงธรรมดาๆ..

คนจน ยังต้องยากอีกต่อไป..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 22:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จะมีคน มาพูดว่า แม่ผมป่วย แต่ไม่มีเงิน ก็เพราะ30บาททุกโรคนี้แระ ที่ทำให้แม่ผมหาย
อ่านแล้ว น้ำตาแทบไหล
ยาห่วย รักษาห่วย เข้าแถวยาว

ถูกต้องครับ คำว่า "รักษาฟรี" ตามจรรยาบรรณของแพทย์ ผู้ทำการรักษา รวมกระทั่ง ประชาชน คนเดินดิน

ได้ให้คำจำกัดความเอาไว้ว่าหมายถึง

"การเจ็บไข้ได้ป่วยทุกโรค ที่ความสามารถของแพทย์ไทยพึงมี ตัวยา ที่ดีที่สุด ที่พึงหาได้ เพื่อทำการรักษา ให้แก่ผู้ป่วย ได้หายจากโรคร้ายและสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ดังเดิม"

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่มีความ "คาดหวัง"

ว่า นโยบายนี้ จะสานฝันให้เป็นจริง ดั่งคุณหมอ ผู้ที่จุดประกายครับ


q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 22:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วมีหนทางที่ดีกว่านี้อย่างไร...ช่วยแนะนำกันมาบ้างซิครับ.

แล้วที่ผ่านมาใครทำได้ดีกว่านี้..ช่วยยกตัวอย่างมาบ้างซิครับ สมัยไหน รัฐบาลใดบ้าง. q*033

อย่าทึกทักจ้องโจมตีกันอย่างเดี่ยว หาข้อเปรียบเทียบ ที่คนจนๆพึงจะได้โอกาศในการรักษาโครงการที่ดีกว่านี้จาก..ท่านๆด้วยเถอะครับ.
q*029

ปัจจุบัน โรงพยาบาลของรัฐ เกิด "โรค...สมองไหล"

คนเก่ง มีความสามารถ ได้เลือกที่จะเข้าสู่ระบบบริหารของโรงพยาบาลเอกชน

ซึ่งเป็นเพราะอะไร ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ ในเบื้องต้นคือ "ค่าแรง...ที่ค่อนข้างคุ้มกว่า อย่างแน่นอน"

รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณ ที่ค่อนข้างจำกัดของภาครัฐ

คุณสเตฯ ลองคิดดูซิครับ ว่า ถ้าคุณต้องการจะสร้างตึกซักสิบชั้น แต่ให้งบฯคุณเพียงแค่แปดชั้น

ส่วนที่เหลือ ผมไม่รู้ คุณไปสร้างมาให้ได้ก็แล้วกันกับตึกสิบชั้น ทีผมต้องการ

อันนี้ผมยกตัวอย่างนะครับ

เมื่องบฯ จำกัด หรือ ท่าน ผอ. แต่ละโรงพยาบาล บริหารงบฯ ไม่ถูกต้อง ถูกวิธี หรือไม่...???

เพราะถ้ามีการ "ขีดเส้น...ในการให้บริการ" เพื่อดูแลผู้ป่วยกันอยู่นี้

คุณธรรม จริยธรรม อยู่ตรงไหนครับ


q*021q*096q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 23:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีเสียงสะท้อนออกมาเเบบนี้ก็ดีครับ จะได้มีการปรับปรุงให้คุณภาพดียิ่งขึ้น ติเพื่อก่อ ใช่จะนำเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด อ่านเเล้วไม่อคติหรือหลงมัวเมามากเกินไปคงได้คิด

ถูกต้องครับ เราไม่ใช่ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่เอื้อประโยชน์กับประชาชนนะครับ

แต่สิ่งที่ต้องการ "ท้วงติง" คือ "คุณภาพ...การบริการ" ครับ


q*021q*096q*021
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ก.ค. 12, 22:52 น โดย lumtakong » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 28 ก.ค. 12, 23:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเคยบอกเล่าว่า มีเพื่อนรอดตัวเพราะ30บาทฯ เขาเจ็บป่วยด้วยอาการป่วยพื้นๆ จึงไม่เป็นปัญหา..
แต่เมื่อต้นเดือน..เขาได้ลาโลกจากไปแล้ว..ไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลว..
30บาท..ที่เขาพร่ำพรรณาถึงคุณของสวัสดิการ..
เขาได้ใช้อย่างมีความสุข..ผมเห็นรอยยิ้มอันคลายกังวล...ปัญหาของความขัดสน..แก้ไขด้วยสวัสดิการ30บาท..
แต่..แต่..30บาท..ไม่ได้คุ้มครองการตรวจคลื่นหัวใจ..ไม่ได้คุ้มครองไปถึงการแสกนร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า..
รักษาได้แค่ไข้หวัด หรือ..ท้องร่วงธรรมดาๆ..

คนจน ยังต้องยากอีกต่อไป..


สวัสดีครับ ท่าน กุญซือแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

เมื่อประมาณ 10 ปี ที่แล้ว ผมต้องสูญเสียน้องชายคนเล็กไป จากการรักษาพยาบาลครั้งสุดท้าย ที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง

เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ผมเกือบจะต้องสูญเสียแม่ของผมไป จากการรักษาพยาบาลครั้งสุดท้าย ที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง

นี่ถ้าวันนั้น ผมไม่ตัดสินใจ ขั้นเด็ดขาดว่า "ต้องย้าย...โรงพยาบาล" จะเกิดอะไรขึ้น...???

ญาติพี่น้องในวันนั้น 10-20 คน ลงความเห็นว่า "แม่ของผม ต้อง...แน่ๆแล้ว"

คุณหมอ เจ้าของคนไข้ ก็ไม่อยู่ เนื่องจากเป็น "วันหยุดราชการ"

ผมจึงจำเป็นต้องตัดสินใจ ถึงแม้ว่า ประวัติการตรวจ จะไม่สามารถนำไปด้วยได้

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ชีวิตของคุณแม่ผม" ครับ

หลังจากที่โทรเรียกรถพยาบาลของเอกชนแห่งหนึ่ง ไปรับคุณแม่ของผม เพื่อเข้าทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า...จากการตรวจเลือดและเช็คร่างกายต่างๆ

คุณหมอท่านสรุปว่า "ในเม็ดเลือดขาดสารบางอย่าง ที่ร่างกายต้องการ"

คุณแม่ของผม นอนรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เพียงแค่ 3 วัน ท่านก็เดินปร๋อ หายเป็นปกติ

นั่นคืออะไร...???

ทำไม...???

การวินิจฉัยที่แตกต่างกันหรือไม่...???

คุณภาพของแพทย์ แตกต่างกันหรือเปล่า...???

หรือเป็นเพราะการใช้สิทธิ์ในการรักษาฟรี จะรักษากันแบบตามมีตามเกิด ใช่หรือไม่...???

นั่นคือ คำถาม มากมาย ที่เกิดขึ้นกับตัวของผม

ถามว่า...ทุกวันนี้ ผมจะยังคงใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐอีกหรือไม่ เพราะอะไร ท่านคงมีคำตอบอยู่ในใจนะครับ


q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 10:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปัจจุบัน โรงพยาบาลของรัฐ เกิด "โรค...สมองไหล"

คนเก่ง มีความสามารถ ได้เลือกที่จะเข้าสู่ระบบบริหารของโรงพยาบาลเอกชน

ซึ่งเป็นเพราะอะไร ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ ในเบื้องต้นคือ "ค่าแรง...ที่ค่อนข้างคุ้มกว่า อย่างแน่นอน"

รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณ ที่ค่อนข้างจำกัดของภาครัฐ

คุณสเตฯ ลองคิดดูซิครับ ว่า ถ้าคุณต้องการจะสร้างตึกซักสิบชั้น แต่ให้งบฯคุณเพียงแค่แปดชั้น

ส่วนที่เหลือ ผมไม่รู้ คุณไปสร้างมาให้ได้ก็แล้วกันกับตึกสิบชั้น ทีผมต้องการ

อันนี้ผมยกตัวอย่างนะครับ

เมื่องบฯ จำกัด หรือ ท่าน ผอ. แต่ละโรงพยาบาล บริหารงบฯ ไม่ถูกต้อง ถูกวิธี หรือไม่...???

เพราะถ้ามีการ "ขีดเส้น...ในการให้บริการ" เพื่อดูแลผู้ป่วยกันอยู่นี้

คุณธรรม จริยธรรม อยู่ตรงไหนครับ


q*021q*096q*021


ท่านลำตะ..เรื่องสมองไหลมีอยู่ทั่วไปทั้งรัฐบาลและเอกชนแล้วครับไม่เฉพาะภาครัฐแล้ว การแข่งขันด้านธุรกิจค่อนข้างสูงครับยิ่งอนาคตข้างหน้าอีก 2ปีกว่าเริ่มมีการร่วมมือค้าขายกันแบบอิสระภายใต้ชื่อ AEC จะยิ่งหนักกว่านี้ครับ. q*039

ส่วนเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคมีการสำรวจ ปชช ระดับล่างเค้ามีความพึงพอใจกันอยู่น่ะครับ ส่วนน้อยที่เห็นว่ารักษาไม่เต็มที่ ก็จะเป็นคนระดับกลางถึงมีอันจะกินที่ขี่เหนี่ยวไม่ยอมเสียเงินรักษาเองและชอบของฟรีแต่จะเอาดีเลยมันก็ไม่ได้อ่ะครับ. q*034


ผมมี ลิ้งค์ โพลสำรวจของนิด้าที่เห็นต่างจากท่านอยากให้ท่านลำตะเข้าไปชมด้วยครับ.


อยู่หน้าสนุก money.sanook หัวข้อ ปชช ยกโครงการ30บาทเป็นความสำเร็จของรัฐบาล น่ะครับลองเข้าไปชมดู.
q*064

ขอบคุณที่มาของข่าวในสนุกด้วยครับ. q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
มาคุย..
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 19:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การพลัดพรากจากของรัก...
ทุกข์ในสังขาร..หนีไม่พ้น..
คุณหมอ...คำว่าหมอ..เหมือนชื่อของเทวดา..
ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร..เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ประจำโต๊ะต่างๆ..หน้าหง๊อหงอ..พูดจาไม่เอาแขก..ผมต้องดุ..จึงระย่นได้..กับข้าราชการแบบนั้น ผมไม่ค่อยใว้หน้า..
ที่นครสวรรค์..หมอเก่งมากๆเลยครับ..ผมเคยรับบริการ และบางเคส..ผมเห็นกับตา ตนจะตาย เลือดออกอย่างหนัก ตาค้าง ทวารเปิด(ถ่ายมูล)สาหร่ายังดึงกลับมาได้..
แต่ว่า..สถานที่คับแคบไปแล้ว..แออัดเหลือประมาณ..คนไข้ล้นห้อง จนต้องมีเตียงเสริม..ซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้ HACCPได้อย่างไร
หากเป็นโรงพยาบาล อำเภอเล็กๆ อาการไม่ค่อยดี ก็ส่งพิษณุโลก หรือนครสวรรค์ พิษณุโลก ก็เห็นคนเขาไปกันมาก ก็หายกลับมาเกือบทุกราย..
ที่สำคัญ..พื้นที่ของโรงพยาบาล..ได้ใช้งานกันมานาน ตึกบ้าง ลานจอดรถบ้าง คนไข้เพื่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว..คับแคบ กลายเป็นแออัด..
คนไม่ป่วย หากเข้าไปอาจจะป่วยได้ เพราะเข้าไปรับเชื้อ..
คนเป็นหมอ..น่าเห็นใจมากนะครับ..หากได้มีกิจไปโรงพยาบาลจึงจะรู้ได้ว่า..งานของหมอ..พยาบาล..ไม่ใช่งานสบาย..
คนเราอ่ะนะ..ไม่มีใครจะทำให้เราได้อย่างใจ..
จะมีบ้าง..หมอก็เป็นคน..หมอเกเร ไม่รักหน้าที่ ไม่รักวิญาญ..ไม่มีวิญาญเป็นหมอ..
เรียนหมอเพราะอยากรวย..คนพวกนั้นเป็นหมอแค่ชื่อ..ใจไม่ใช่หมอ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 23:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านลำตะ..เรื่องสมองไหลมีอยู่ทั่วไปทั้งรัฐบาลและเอกชนแล้วครับไม่เฉพาะภาครัฐแล้ว การแข่งขันด้านธุรกิจค่อนข้างสูงครับยิ่งอนาคตข้างหน้าอีก 2ปีกว่าเริ่มมีการร่วมมือค้าขายกันแบบอิสระภายใต้ชื่อ AEC จะยิ่งหนักกว่านี้ครับ. q*039

ส่วนเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคมีการสำรวจ ปชช ระดับล่างเค้ามีความพึงพอใจกันอยู่น่ะครับ ส่วนน้อยที่เห็นว่ารักษาไม่เต็มที่ ก็จะเป็นคนระดับกลางถึงมีอันจะกินที่ขี่เหนี่ยวไม่ยอมเสียเงินรักษาเองและชอบของฟรีแต่จะเอาดีเลยมันก็ไม่ได้อ่ะครับ. q*034


ผมมี ลิ้งค์ โพลสำรวจของนิด้าที่เห็นต่างจากท่านอยากให้ท่านลำตะเข้าไปชมด้วยครับ.


อยู่หน้าสนุก money.sanook หัวข้อ ปชช ยกโครงการ30บาทเป็นความสำเร็จของรัฐบาล น่ะครับลองเข้าไปชมดู.
q*064

ขอบคุณที่มาของข่าวในสนุกด้วยครับ. q*062

คำว่า "รัฐสวัสดิการหรือสวัสดิการของรัฐ" หมายความว่า เป็นระบบทางสังคมที่รัฐให้หลักประกันแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เช่น หลักประกันด้านสุขภาพ ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับบริการป้องกันและรักษาโรคฟรี หลักประกันด้านการศึกษา ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาตามความสามารถโดยได้รับทุนการศึกษาฟรีจนทำงานได้ตามความสามารถในการเรียน หลักประกันด้านการว่างงาน รัฐต้องช่วยให้ทุกคนได้งานทำ ใครยังหางานไม่ได้รัฐต้องให้เงินเดือนขั้นต่ำไปพลางก่อน หลักประกันด้านชราภาพ รัฐให้หลักประกันด้านบำนาญสำหรับผู้สูงอายุทุกคน หลักประกันด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน เป็นต้น

ประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการจะใช้ระบบการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า คือเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราต่อรายได้สูงกว่าคนจนมาก เก็บจากชนชั้นกลางในระดับพอประมาณ และเก็บจากคนจนน้อยหรือไม่เก็บเลยถ้าจนมาก นอกจากนั้นอาจมีการเก็บเบี้ยประกันสังคมจากคนที่มีงานทำตามอัตราเงินเดือน เงินที่เก็บได้ทั้งหมดรัฐก็จะนำมาใช้จ่ายสำหรับบริการทางสังคมทั้งหมดในระบบรัฐสวัสดิการ ระบบนี้จึงเป็นการ ‘เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข’ คนที่มีรายได้ดีต้องช่วยจ่ายค่าบริการทางสังคมส่วนหนึ่งแก่คนที่ยากจนกว่า

นอกจากนี้จะเน้นไปที่ภาษีทางตรง คือเก็บจากรายได้ มากกว่าภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะอย่างหลังจะถูกบวกในราคาสินค้า รวมถึงสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนรวยคนจนก็บริโภคสิ่งจำเป็นพอๆกัน ทำให้คนจนเสียภาษีทางอ้อมในอัตราที่มากกว่าคนรวย

V
V
V

ไม่น่าจะถูกต้องนัก กับการตีความหมายของคุณสเตฯ

จะมีมาก มีน้อย จะรวย หรือจะจน ทุกคนย่อมมีสิทธิ เท่าเทียมกัน ใช่หรือไม่ครับ

คงไม่ต้องอ้าง ว่า ใครเสียภาษีมากกว่าใคร

แต่คำว่า "รัฐสวัสดิการ" ทุกคนย่อมต้องมีสิทธิ์ใช้ และการรับบริการ ย่อมต้องมีคุณภาพด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องของผลโพล ผมตามไปอ่านแล้วนะครับ ก็อย่างที่ผมได้กล่าวไปในข้างต้นว่า

ผมเห็นด้วย กับนโยบายนี้ เพียงแต่ต้องการ "ติเพื่อก่อ" ว่าปัจจุบันการให้บริการต่างๆ

ควรได้รับการปรับปรุงหรือสนับสนุนงบประมาณ ทั้งเรื่องของเม็ดเงิน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย

หรือแม้กระทั่งแพทย์หรือคุณหมอ ที่มีคุณภาพ ให้เข้าสู่ระบบของโรงพยาบาลรัฐ ให้มากขึ้นครับ


q*021q*096q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 23:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การพลัดพรากจากของรัก...
ทุกข์ในสังขาร..หนีไม่พ้น..
คุณหมอ...คำว่าหมอ..เหมือนชื่อของเทวดา..
ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร..เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ประจำโต๊ะต่างๆ..หน้าหง๊อหงอ..พูดจาไม่เอาแขก..ผมต้องดุ..จึงระย่นได้..กับข้าราชการแบบนั้น ผมไม่ค่อยใว้หน้า..
ที่นครสวรรค์..หมอเก่งมากๆเลยครับ..ผมเคยรับบริการ และบางเคส..ผมเห็นกับตา ตนจะตาย เลือดออกอย่างหนัก ตาค้าง ทวารเปิด(ถ่ายมูล)สาหร่ายังดึงกลับมาได้..
แต่ว่า..สถานที่คับแคบไปแล้ว..แออัดเหลือประมาณ..คนไข้ล้นห้อง จนต้องมีเตียงเสริม..ซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้ HACCPได้อย่างไร
หากเป็นโรงพยาบาล อำเภอเล็กๆ อาการไม่ค่อยดี ก็ส่งพิษณุโลก หรือนครสวรรค์ พิษณุโลก ก็เห็นคนเขาไปกันมาก ก็หายกลับมาเกือบทุกราย..
ที่สำคัญ..พื้นที่ของโรงพยาบาล..ได้ใช้งานกันมานาน ตึกบ้าง ลานจอดรถบ้าง คนไข้เพื่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว..คับแคบ กลายเป็นแออัด..
คนไม่ป่วย หากเข้าไปอาจจะป่วยได้ เพราะเข้าไปรับเชื้อ..
คนเป็นหมอ..น่าเห็นใจมากนะครับ..หากได้มีกิจไปโรงพยาบาลจึงจะรู้ได้ว่า..งานของหมอ..พยาบาล..ไม่ใช่งานสบาย..
คนเราอ่ะนะ..ไม่มีใครจะทำให้เราได้อย่างใจ..
จะมีบ้าง..หมอก็เป็นคน..หมอเกเร ไม่รักหน้าที่ ไม่รักวิญาญ..ไม่มีวิญาญเป็นหมอ..
เรียนหมอเพราะอยากรวย..คนพวกนั้นเป็นหมอแค่ชื่อ..ใจไม่ใช่หมอ..


เรื่องของสถานที่คับแคบ และ แออัด ไปด้วยเตียงของคนไข้ ผมเห็นด้วยครับ

บางห้อง เตียงชิดแล้ว ชิดอีกยังไม่พอ ยังต้องมีมาเรียง กันที่หน้าห้องเต็มไปหมด

ผมก็ไม่เข้าใจว่า คุณพยาบาล และคุณหมอ ดูแลได้ทั่วถึงได้อย่างไร

เห็นคนไข้แต่ละรายแล้ว ก็รู้สึกเหนื่อยแทนจริงๆครับ

แต่ประเด็นสำคัญของกระทู้นี้ เจตนาคือ "อยากจะให้มีการปรับปรุงการบริการ และพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือให้ทันสมัย"

สังเกตุได้จาก โรงพยาบาลของรัฐประจำจังหวัด พื้นที่ เริ่มจะคับแคบไปหรือไม่...???

แพทย์และพยาบาล มีเพียงพอหรือเปล่า กับปริมาณคนไข้ที่เพิ่มมากขึ้น...???

มีการจำกัดหรือลดสเปคของตัวยาหรือไม่...???

ฯลฯ ครับ

โดยเฉพาะช่วงหลังๆ เริ่มมีการจับกุม ผอ.โรงพยาบาล ที่สั่งตัวยา ที่เป็นส่วนผสมของยาบ้า โดยใช้งบหลวง เรื่องนี้ต้องติดตามครับ


q*021q*096q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 30 ก.ค. 12, 10:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คำว่า "รัฐสวัสดิการหรือสวัสดิการของรัฐ" หมายความว่า เป็นระบบทางสังคมที่รัฐให้หลักประกันแก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เช่น หลักประกันด้านสุขภาพ ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับบริการป้องกันและรักษาโรคฟรี หลักประกันด้านการศึกษา ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาตามความสามารถโดยได้รับทุนการศึกษาฟรีจนทำงานได้ตามความสามารถในการเรียน หลักประกันด้านการว่างงาน รัฐต้องช่วยให้ทุกคนได้งานทำ ใครยังหางานไม่ได้รัฐต้องให้เงินเดือนขั้นต่ำไปพลางก่อน หลักประกันด้านชราภาพ รัฐให้หลักประกันด้านบำนาญสำหรับผู้สูงอายุทุกคน หลักประกันด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน เป็นต้น

ประเทศที่มีระบบรัฐสวัสดิการจะใช้ระบบการเก็บภาษีแบบก้าวหน้า คือเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราต่อรายได้สูงกว่าคนจนมาก เก็บจากชนชั้นกลางในระดับพอประมาณ และเก็บจากคนจนน้อยหรือไม่เก็บเลยถ้าจนมาก นอกจากนั้นอาจมีการเก็บเบี้ยประกันสังคมจากคนที่มีงานทำตามอัตราเงินเดือน เงินที่เก็บได้ทั้งหมดรัฐก็จะนำมาใช้จ่ายสำหรับบริการทางสังคมทั้งหมดในระบบรัฐสวัสดิการ ระบบนี้จึงเป็นการ ‘เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข’ คนที่มีรายได้ดีต้องช่วยจ่ายค่าบริการทางสังคมส่วนหนึ่งแก่คนที่ยากจนกว่า

นอกจากนี้จะเน้นไปที่ภาษีทางตรง คือเก็บจากรายได้ มากกว่าภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะอย่างหลังจะถูกบวกในราคาสินค้า รวมถึงสินค้าจำเป็นอุปโภคบริโภค ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนรวยคนจนก็บริโภคสิ่งจำเป็นพอๆกัน ทำให้คนจนเสียภาษีทางอ้อมในอัตราที่มากกว่าคนรวย

V
V
V

ไม่น่าจะถูกต้องนัก กับการตีความหมายของคุณสเตฯ

จะมีมาก มีน้อย จะรวย หรือจะจน ทุกคนย่อมมีสิทธิ เท่าเทียมกัน ใช่หรือไม่ครับ

คงไม่ต้องอ้าง ว่า ใครเสียภาษีมากกว่าใคร

แต่คำว่า "รัฐสวัสดิการ" ทุกคนย่อมต้องมีสิทธิ์ใช้ และการรับบริการ ย่อมต้องมีคุณภาพด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องของผลโพล ผมตามไปอ่านแล้วนะครับ ก็อย่างที่ผมได้กล่าวไปในข้างต้นว่า

ผมเห็นด้วย กับนโยบายนี้ เพียงแต่ต้องการ "ติเพื่อก่อ" ว่าปัจจุบันการให้บริการต่างๆ

ควรได้รับการปรับปรุงหรือสนับสนุนงบประมาณ ทั้งเรื่องของเม็ดเงิน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย

หรือแม้กระทั่งแพทย์หรือคุณหมอ ที่มีคุณภาพ ให้เข้าสู่ระบบของโรงพยาบาลรัฐ ให้มากขึ้นครับ


q*021q*096q*021


](ส่วนน้อยที่เห็นว่ารักษาไม่เต็มที่ ก็จะเป็นคนระดับกลางถึงมีอันจะกินที่ขี่เหนี่ยวไม่ยอมเสียเงินรักษาเองและชอบของฟรีแต่จะเอาดีเลยมันก็ไม่ได้อ่ะครับ.)



ท่านลำตะ...ตีความความของผมไปอีกเรื่องเลยครับ.

ในวงเล็บข้างบนผมอธิบายว่า..คนที่บ่นเรื่องการรักษาบัตร30บาทเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในวงเล็กซ่ะมากกว่า ไม่ใช้ความเห็นคนยากจนชาวไร่ชาวนาเลยครับคนพวกนี้ไม่ค่อยเห็นบ่นหรือต่อว่าโครงการนี้ครับส่วนมากชอบกันทั้งนั้น ตามที่โพลนิด้าออกมาให้ดูครับ.

และอีกข้อผมก็ไม่ได้ห้ามหรืออ้างใครเสียภาษีมากน้อยตรงข้อไหนเลย เพียงแต่ยกตัวอย่างกลุ่มคนที่ไม่พอใจการบริการของรัฐว่าส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างพอใช้ทั้งนั้น.

ท่านลำตะ..คิดว่าใครก็มีบัตร 30 บาท ได้ทุกคนหรือครับ(คนทำงานแล้วจะถือบัตรประกันสังคมครับ) รัฐให้เฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์หรือกับคนไม่มีงานทำไม่มีรายได้เท่านั้น แต่มีพวกมีเงินมีทองเก็บและรายได้เยอะอยู่แล้วแอบได้บัตรนี้เพื่อที่จะเอามารับการรักษาฟรีมีเยอะครับ และพวกนี้แหละที่ไม่พอใจการรักษาของ รพ. อยากจะได้แต่สิ่งดีๆแต่ไม่ยอมเสียอ่ะครับ.
q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม