หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แฉ..ขายข้าวแบบลับ..ใครได้ใครเสีย..แต่คนไทยที่เสียภาษีทั้งประเทศ..เสียแน่นอน.  (อ่าน 128 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 19:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ไม่ใช่การเมืองครับ..แต่เป็นเรื่องความเสียหายของบ้านเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยประชาชนที่เสียภาษีไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หากเอาเงินภาษีของประชาชนไปรับจำนำข้าว.แล้วขายราคาถูกให้นายทุนที่สนับสนุนผู้มีอำนาจ....อย่ากระพริบตาครับงานนี้...

สุดทนพาณิชย์ขายข้าวแบบลับ พ่อค้านัดจี้รัฐทบทวน แฉซือเจ๊กินรวบสต็อก


พ่อค้าสุดท น "พาณิชย์" ขายข้าวแบบลับๆ เตรียมนัดหารือกำหนดมาตรการเสนอรัฐทบทวน แฉเทขายสต็อกให้บริษัท "เจ๊ ด." ไปเร่ขาย โกงกินภาษีประชาชน "ยรรยง" สวนกลับนักวิชาการ-เอกชนให้ข่าวทุบราคา ยันไม่เสียแชมป์ "มนัส" ยันโปรง่ใส "บุญทรง" ลั่นไม่ปรับลดราคาจำนำตันละ 15,000 บาท
แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว เปิดเผย "ไทยโพสต์" ว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกข้าวหลายรายเตรียมนัดหารือเพื่อกำหนดมาตรการเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้มีการทบทวนนโยบายข้าว โดยเฉพาะรูปแบบการขายข้าวให้เอกชนที่ใช้วิธีเจรจาซื้อขายแบบลับๆ แทนการเปิดประมูลเป็นการทั่วไปเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ไม่สามารถตรวจสอบรัฐได้เลย เพราะทุกอย่างลับหมด
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่า ข้าวทั้งหมดถูกขายให้กับเอกชนรายหนึ่งในราคาต่ำ แต่ไปเร่ขายให้กับผู้ส่งออกในราคาสูง โดยมีการประเมินกันว่า ข้าว 5% ซึ่งเป็นข้าวเก่าปี 2551/52 เอกชนรายนี้ซื้อไปในราคากิโลกรัมละ 11-12 บาท แต่กลับมาเร่ขายให้ผู้ส่งออกรายอื่นในราคาสูง กก.ละ 22-23 บาท ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจำเป็นต้องซื้อข้าวในราคาสูงเพื่อให้มีข้าวส่งมอบให้ลูกค้า ทั้งที่ต้องแบกรับภาระขาดทุน
ประกอบกับการรับจำนำข้าวที่ตั้งราคาตันละ 15,000 บาท เป็นการทำลายตลาดข้าวของไทยในการส่งออก เนื่องจากหากเทียบต้นทุนจำนำตันละ 15,000 บาท ทำให้ราคาข้าวส่งออกตกที่ตันละ 740-750 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาส่งออกของคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินเดียอยู่ที่ตันละ 450-500 เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ไทยส่งออกข้าวได้น้อยลง
โดยครึ่งปีแรกส่งออกได้ 3.45 ล้านตัน ลดลง 45% เนื่องจากแข่งขันกับคู่แข่งไม่ได้
"เป็นที่รู้กันในวงการว่า บริษัทที่ได้ข้าวรัฐไปกอดไว้ เป็นของใคร และใครอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ระบบการค้าข้าวของไทยเละเทะหมด เพราะวิธีการแบบนี้ใครได้ประโยชน์ แค่คนไม่กี่คน แต่ใครเสียประโยชน์ พ่อค้า นักธุรกิจที่ไม่เอาด้วยกับวิธีการนี้กับคนกลุ่มนี้ และที่ร้ายสุดคือเงินทั้งหมดที่คนเหล่านี้โกงกินไป มันภาษีของประชาชนทั้งนั้น และตอนนี้ในวงการก็รู้กันว่ามี "เจ๊ ด." ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด" แหล่งข่าวกล่าว
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวออกมาแถลงข่าวว่าการส่งออกข้าวทั้งปีจะมีปริมาณเพียง 6.5 ล้านตัน หล่นมาเป็นอันดับ 3 ในการส่งออกข้าวโลก ถือว่าเป็นการให้ข่าวเพื่อทุบราคาข้าวให้ร่วงลง เพื่อกดดันให้รัฐบาลระบายข้าวในราคาที่ต่ำออกมา เนื่องจากขณะนี้ข้าวส่วนใหญ่อยู่ในมือรัฐบาลเกือบทั้งหมด ทำให้ผู้ส่งออกที่ยังมีการทำธุรกิจแบบเดิมในการขายข้าวแบบตัดราคาคู่แข่ง ไม่สามารถส่งออกข้าวได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทั้งปีไทยส่งออกได้ 9.5 ล้านตันแน่นอน
นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้มีการระบายข้าวตามกรอบที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ไว้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณ 7 แสนตัน ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวขาว ข้าวกล้อง และปลายข้าว โดยใช้วิธีการประมูลและให้เสนอราคาเข้าม า ส่วนที่มีข่าวว่ากรมฯ ได้มีการระบายข้าวให้กับเอกชนบางรายจำนวน 1.9 ล้านตัน เป็นเรื่องที่คิดกันไปเอง ไปเอาตัวเลขมาจากไหน และกรณีการขายข้าวจีทูจี เป็นเรื่องที่รัฐบาลไปตกลงขาย ส่วนผู้ซื้อจะให้ใครเป็นคนส่งมอบข้าวก็แล้วแต่ผู้ซื้อ
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลจะยังเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าว และไม่มีการปรับราคารับจำนำที่ตันละ 15,000 บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้า และ 20,000 บาทต่อตันสำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ โดยวันที่ 27 ก.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ซึ่งจะพิจารณาแนวทางโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 2555/2556 โดยอาจจะปรับเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการจำนำของเกษตรกรให้เป็นปีละ 2 ครั้ง โดยให้เกษตรกรมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเริ่มเปิดรับจำนำข้าวนาปีได้ในวันที่ 1 ต.ค.จนถึงสิ้นเดือน ก.พ.2556 และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ใช้งบประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท.


[urlhttp://www.thaipost.net/news/270712/60194][/url]


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 19:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ส่งออกรายเล็กอ่วม!จำนำข้าวพ่นพิษ

ธนาคารห่วงผู้ส่งออกข้าวรายเล็กเจ๊งจากโครงการรับจำนำข้าว เข้าดูแลผู้ส่งออกเป็นรายๆ ให้สินเชื่อตามคำสั่งซื้อ


แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้น่าเป็นห่วงว่าผู้ส่งออกข้าวบางรายอาจต้องเลิกกิจการส่งออกข้าว เพื่อหันมาประกอบธุรกิจอื่นแทน เนื่องจากไม่มีข้าวให้ส่งออก เป็นผลมาจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทำให้ข้าวอยู่ในมือของรัฐบาลแทบทั้งหมด

ทั้งนี้ เมื่อผู้ส่งออกไม่มีข้าวส่งออก ไทยจึงเสียแชมป์การส่งออกข้าวให้กับอินเดียและเวียดนาม แม้จะเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ก็จะเกิดปัญหากำไรจากการขายข้าวลดลงได้รายได้เข้ามาน้อยลง เพราะแข่งเรื่องราคาไม่ได้

ปัจจุบันหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ของกลุ่มผู้ส่งออกข้าวยังไม่น่ากังวล เพราะการให้สินเชื่อผู้ส่งออกข้าวเป็นรูปแบบแพ็กกิงเครดิต คือให้วงเงินตามคำสั่งซื้อ ลูกค้าจึงไม่สามารถนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ก็ยอมรับว่าผู้ส่งออกข้าวจะขอวงเงินแพ็กกิงเครดิตน้อยลง เพราะไม่มีคำสั่งซื้อ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ส่งออกข้าวที่สายป่านยาวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล จะได้เข้าประมูลลับกับรัฐบาล และได้ข้าวออกมาขาย ซึ่งการประมูลลับจะไม่มีการบอกล่วงหน้า จึงมีแต่ผู้ส่งออก รายใหญ่เท่านั้นที่จะประมูลได้ เพราะมีเงินทุนมากกว่า ทำให้ผู้ส่งออกรายเล็กที่สายป่านสั้นนอกจากจะเข้าไม่ถึง ก็สู้รายใหญ่ไม่ได้ ผู้ส่งออกรายเล็กอาจต้องกินน้ำใต้ศอก ซื้อข้าวต่อจากรายใหญ่ที่ประมูลได้

"น่าเป็นห่วงว่าผู้ส่งออกข้าวรายเล็กและไม่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาล เพราะรูปแบบการเปิดประมูลข้าวมี 4 วิธีคือ ขายในประเทศ ขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เปิดประมูลตามปกติ และเปิดประมูลลับ ซึ่งกรณีการเปิดประมูลลับเป็นเรื่องที่จะมีปัญหามากที่สุด เพราะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริง"รายงานข่าวระบุ

นอกจากนี้ ผลที่เกิดอีกด้านคือ ผู้บริโภคจะต้องซื้อข้าวในราคาแพงขึ้นจากเดิม แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะควบคุมราคาข้าว แต่ต่อไปอาจเกิดปัญหาเหมือนน้ำมันปาล์มที่ขาดตลาดและมีการจำกัดจำนวนขายปลีก เมื่อรัฐบาลควบคุมราคาข้าว เพราะเป็นสินค้าควบคุม ก็ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการเริ่มแตกแบรนด์และผสมข้าวขาย ผู้บริโภคจึงได้รับประทานข้าวในคุณภาพตามราคา แต่ไม่มีใครสังเกต

นายประสิทธิ์ วสุภัทร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า มีการดูแลผู้ส่งออกข้าวเป็นรายๆ อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ผู้ประกอบการยังมีความแข็งแรง เพียงแต่การส่งออกที่น้อยลงมีผลทำให้สินเชื่อแพ็กกิงเครดิตน้อยลงไปด้วย ซึ่งปัจจุบันการให้วงเงินแพ็กกิงเครดิตอยู่ที่ 70-80% ของคำสั่งซื้อ
อย่างไรก็ดี ที่เป็นห่วงคือ เมื่อรัฐบาลใช้วิธีการรับจำนำข้าว ราคาข้าวของไทยก็จะสูงกว่าคู่แข่ง กระทบผู้ส่งออกข้าวโดยรวม ปริมาณการส่งออกก็ลดลง ขณะนี้ปริมาณการส่งออกข้าวลดลง 35%


http://www.norsorpor.com/n344594/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1!%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ก.ค. 12, 21:29 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ก.ค. 12, 20:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขาใหญ่..ใครอย่าแตะ..

ความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าว

นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นอีกนโยบายที่ใช้หาเสียงจนสามารถเอาชนะพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วยว่า จะดำเนินนโยบายจำนำข้าวนาปีในฤดูการผลิตปี 2554/2555 และจะรับจำนำทุกเมล็ด โดยจะรับจำนำข้าวเปลือก 100% ที่ราคาตันละ 15,000 บาท และข้าวหอมมะลิตันละ 20,000 บาท

โครงการรับจำนำข้าวนาปี 2554/2555 เริ่มตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2554 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2555 การดำเนินการดังกล่าวรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 435,547 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 25% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยคาดว่าจะมีข้าวเข้าโครงการรับจำนำ 25 ล้านตัน

แต่จากการสรุปผลโครงการจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555 ของกระทรวงพาณิชย์ โดยนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่า มีชาวนานำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 6,770,306 ตัน ต่ำกว่าเป้าหมาย 25 ล้านตัน โดยข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำแบ่งเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ 3,065,473 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า 2,905,302 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 438,075 ตัน

ทั้งนี้รัฐบาลใช้งบประมาณรวม 130,000-140,000 ล้านบาท แยกเป็นงบค่าดำเนินการและฝากเก็บข้าวในโกดัง 30,000 – 40,000 ล้านบาท และงบเงินทุนหมุนเวียนอีก 100,000ล้านบาท ต่ำกว่างบประมาณที่ตั้งไว้กว่า 400,000 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการน้อยกว่าที่คาด กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เนื่องจากเกษตรกรมีทางเลือกในการนำข้าวไปขายในตลาดด้วยตนเอง

แม้จะมีปัญหาการทุจริตจำนำข้าวนาปีฤดูการผลิต 2554/2555 แต่รัฐบาลก็เดินหน้าต่อ โดยเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรับฤดูการผลิต 2555 ซึ่งเปิดดำเนินการไปแล้วในวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2555 (รายละเอียดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555)

http://www.dit.go.th/suphanburi/content.asp?deptid=90&catid=211

http://www.prasong.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/1000/

http://www.prasong.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/105/

http://www.prasong.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/3-8/

http://www.isranews.org/investigate/investigative-04/76-investigative-04/5879--105-.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ก.ค. 12, 21:11 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 ก.ค. 12, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
COLUMN-Thailand's oxymoronic rice policy lives on: Clyde Russell

--Clyde Russell is a Reuters market analyst. The views expressed are his own.--

By Clyde Russell

LAUNCESTON, Australia, July 30 (Reuters) - If you ever want an example of oxymoronic economic thinking look no further than Thailand, which maintains it will remain the world's top rice exporter while following policies that prevent this.

The government insists rice exports will hit 9.5 million tonnes this year, despite the halving of shipments in the first six months because of its populist intervention scheme.

The only way to boost exports in the second half would be to end the intervention and sell the record stocks of grain at market prices.

Even then it would be unlikely for Thailand to reach the target, given good harvests in buying nations such as Indonesia and China, coupled with strong competition from other major exporters India and China.

But instead of taking a pragmatic view of market realities, the Thai government decided to extend the intervention scheme for another three months until the end of September after it expired at the end of June.

And all the signs are that it may well extend it again to cover the main crop harvest in October, something that would add to the mountain of rice already stockpiled.

Thailand is almost certain to lose its status as the world's biggest rice exporter to India, and it may even fall to the bronze medal slot behind Vietnam.

Inventories of the staple grain of about 60 percent of the world's population now stand at about 17 million tonnes of paddy, equivalent to 10 million tonnes of milled rice.

To put that into perspective, the stockpile is almost as big as the record 10.5 million tonnes of rice Thailand exported in 2011.

First-half exports totalled 3.45 million tonnes, a drop of 45 percent on the year, and the Thai Rice Exporters Association believes 6.5 million tonnes for the year is a realistic target.

The government of Prime Minister Yingluck Shinawatra believes it can export more by doing government-to-government deals that bypass the market.

However, so far the only reported deal has been to sell 240,000 tonnes to the Ivory Coast, and terms weren't disclosed, although a senior government official said special credit arrangements were offered to the West African nation.

SIMPLE MATHEMATICS

The problem for Thailand is simple mathematics.

It pays farmers 15,000 baht ($475) for paddy, which equates to about $792 a tonne for milled rice.

This is almost 37 percent higher than the market price of benchmark 100 percent B grade white rice RI-THWHB-P1 at $580 a tonne, but even this is not the true price of rice in Asia, with India and Vietnam selling a slightly lower grade at prices around $400 to $420 a tonne.

Even assuming the government could get the benchmark price of $580, it would mean the 10 million tonne stockpile would fetch $5.8 billion.

However, so far it has paid $8.075 billion for the rice through the intervention scheme, so even in the best case scenario the government is facing a loss of $2.3 billion.

Assuming the main harvest in October does yield the government's forecast 25.9 million tonnes of paddy, this would cost a further $12.3 billion to buy.

By the end of the harvest, the Thai government is facing the possibility that it will have spent more than $20 billion on rice and sold very little of it.

Perhaps it would be better to pay the farmers not to produce, or to do what the European Union is trying, by de-linking subsidies from production.

Although following the example of the EU, which spent 57 billion euros ($70 billion) on agricultural subsidies in 2010, is probably not a good idea, given it does little to improve food security or lower costs for consumers.

The main problem is that the Thai government doesn't seem to realise that the longer the subsidies go on, the bigger the stockpile becomes, making resolution more difficult and costly. (Editing by Clarence Fernandez)


http://in.reuters.com/article/2012/07/30/column-russell-rice-asia-idINL4E8IU0VY20120730

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 30 ก.ค. 12, 21:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
- ไคลด์รัสเซลเป็นนักวิเคราะห์การตลาด Reuters มุมมองที่แสดงความเป็นตัวเขาเอง. -

โดยไคลด์รัสเซล

ลอนเซสตัน, ออสเตรเลีย, กรกฎาคม 30 (รอยเตอร์) - หากคุณเคยต้องการตัวอย่างของการคิดทางเศรษฐกิจ oxymoronic มองไม่เพิ่มเติมกว่าประเทศไทยซึ่งรักษาจะยังคงส่งออกข้าวชั้นนำของโลกในขณะนี้นโยบายที่ป้องกันการนี้
รัฐบาลยืนยันการส่งออกข้าวจะตี 9.5 ล้านตันในปีนี้แม้จะลดลงครึ่งหนึ่งของการจัดส่งในช่วงหกเดือนแรกของโครงการเพราะการแทรกแซงของประชานิยม
วิธีเดียวที่จะเพิ่มการส่งออกในช่วงครึ่งหลังจะไปสิ้นสุดการแทรกแซงและขายหุ้นระเบียนของเมล็ดข้าวในราคาที่ตลาด
แล้วถึงแม้มันจะไม่น่าสำหรับประเทศไทยที่จะไปถึงเป้าหมายได้รับผลผลิตที่ดีในการซื้อประเทศเช่นอินโดนีเซียและจีนควบคู่กับการแข่งขันสูงจากอื่น ๆ ที่สำคัญผู้ส่งออกอินเดียและจีน
แต่แทนที่จะนำมุมมองในทางปฏิบัติของความเป็นจริงของตลาดรัฐบาลไทยตัดสินใจที่จะขยายโครงการแทรกแซงอีกสามเดือนจนถึงสิ้นเดือนกันยายนหลังจากที่มันหมดอายุแล้ว ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
และสัญญาณทั้งหมดที่ว่าดีอาจขยายได้อีกครั้งเพื่อให้ครอบคลุมการเก็บเกี่ยวพืชหลักในเดือนตุลาคมสิ่งที่จะเพิ่มไปยังภูเขาของข้าว stockpiled แล้ว
ประเทศไทยเป็นประเทศเกือบบางอย่างที่จะสูญเสียสถานะเป็นผู้ส่งออกข้าวใหญ่ที่สุดในโลกไปยังประเทศอินเดียและมันยังอาจตกอยู่กับสล็อตเหรียญบรอนซ์หลังเวียดนาม
สินค้าคงเหลือของเมล็ดหลักจากประมาณร้อยละ 60 ของประชากรโลกในขณะนี้ยืนอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านตันข้าวเปลือกคิดเป็น 10 ล้านตันข้าวสาร
ใส่ลงในมุมมองของคลังสินค้าเป็นเกือบเป็นใหญ่เป็นประวัติการณ์ 10.5 ล้านตันของข้าวไทยที่ส่งออกในปี 2011
การส่งออกครึ่งปีแรกมีจำนวนทั้งสิ้น 3,450,000 ตันลดลงจากร้อยละ 45 เมื่อปีและผู้ส่งออกข้าวไทยสมาคมเชื่อว่า 6.5 ล้านตันสำหรับปีนี้เป็นเป้าหมายที่เหมือนจริง
รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทักษิณชินวัตร Yingluck เชื่อว่ามันสามารถส่งออกได้มากขึ้นโดยการทำข้อเสนอรัฐบาลให้แก่รัฐบาลที่ข้ามตลาด
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ข้อตกลงที่มีการรายงานอย่างเดียวได้รับการขาย 240,000 ตันไอวอรี่โคสและแง่ไม่เป็นที่เปิดเผย แต่อย่างเป็นทางการของรัฐบาลระดับอาวุโสกล่าวว่าการเตรียมการให้สินเชื่อพิเศษถูกเสนอขายให้กับประเทศแอฟริกาตะวันตก

วิชาคณิตศาสตร์อย่างง่าย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นคณิตศาสตร์ที่เรียบง่าย
มันจ่ายเกษตรกร 15,000 บาท (475 $) สำหรับข้าวเปลือกซึ่งเท่ากับประมาณ $ 792 ต่อตันสำหรับข้าวขัดสี
นี้เกือบร้อยละ 37 สูงกว่าราคาตลาดของมาตรฐานร้อยละ 100 ข้าวเกรด B สีขาว RI-THWHB-P1 ที่ $ 580 ต่อตัน แต่แม้น​​ี้ไม่ได้เป็นราคาที่แท้จริงของข้าวในภูมิภาคเอเชียที่อินเดียและเวียดนามที่ขายลดลงเล็กน้อยเกรด ในราคาที่ประมาณ $ 400 ถึง $ 420 ต่อตัน
แม้สมมติว่ารัฐบาลอาจจะได้รับราคามาตรฐานของ $ 580, มันจะหมายถึงคลังสินค้า 10 ล้านตันจะเรียก $ 5800000000
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มีการจ่ายเงิน $ 8075000000 ข้าวผ่านโครงการแทรกแซงดังนั้นแม้ในกรณีที่สถานการณ์ที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะหันสูญเสียของ $ 2300000000
สมมติว่าการเก็บเกี่ยวหลักในเดือนตุลาคมจะให้ผลผลิตคาดการณ์ของรัฐบาลที่ 25,900,000 ตันข้าวเปลือกนี้จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม $ 12300000000 ที่จะซื้อ
ในตอนท้ายของการเก็บเกี่ยวที่รัฐบาลไทยจะหันความเป็นไปได้ว่าจะมีการใช้จ่ายมากขึ้นกว่า $ 20 พันล้านในข้าวและขายดีมากน้อยของมัน
บางทีมันอาจจะดีกว่าที่จะจ่ายเงินให้เกษตรกรที่จะไม่ผลิตหรือการทำสิ่งที่สหภาพยุโรปจะพยายามเชื่อมโยงโดย de-อุดหนุนจากการผลิต
แม้ว่าต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของสหภาพยุโรปซึ่งใช้เวลา 57000000000 € ($ 70 พันล้าน) เมื่ออุดหนุนสินค้าเกษตรในปี 2010 น่าจะไม่ใช่ความคิดที่ดีที่ได้รับมันไม่น้อยในการปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยของอาหารหรือลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้บริโภค
ปัญหาหลักคือรัฐบาลไทยดูเหมือนจะไม่ตระหนักดีว่าเงินอุดหนุนอีกต่อไปไปในที่ใหญ่กว่าคลังสินค้ากลายเป็นทำให้ความละเอียดเพิ่มเติมที่ยากและค่าใช้จ่ายสูง


แปลไทย by Google ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  คนไทย เสียภาษี ข้าว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม