หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เท3หมื่นล้านถมรถคันแรก..รากหญ้าได้อะไร..?  (อ่าน 1467 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 13:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เท3หมื่นล้านถมรถคันแรก

กรมสรรพสามิตแจงใช้ 3 หมื่นล้่าน จ่ายคืนรถคันแรก ไม่กระทบงบประมาณเพราะทยอยจ่ายคืนหลายปี

นางเบญจา หลุยเจริญ อธิืบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การขยายเวลาสิทธิืรถคันแรกให้รับรถได้ไม่มีกำหนด แต่ต้องซื้อและจองรถภายในปีนี้ คาดว่าจะมีผู้ได้สิทธิเพิ่มขึ้น แต่ภาระรวมที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินคืนยังอยู่ในกรอบ 3 หมื่นล้านบาท ที่ประเมินก่อนหน้่านี้ โดยขณะนี้มีผู้มาขอใช้สิทธิรถยนต์กับกรมสรรพสามิตแล้ว 1.8 แสนคัน จากผู้ซื้อรถคันแรกทั้งหมด 4 แสนคัน เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืน 8,000 ล้านบาท

สำหรับการจ่ายเงินคืนให้กับผู้ซื้อรถคันแรก ทางกรมสรรพสามิตได้ประสานกับกรมบัญชีกลางแล้ว โดยคาดว่าจะจ่ายเงินผ่านทางบัญชีของผู้มีสิทธิ ซึ่งจะเริ่มทยอยจ่ายเงิืนครั้งแรกในเดือนก.ย.นี้ และไม่กระทบกับงบประมาณหลายปี เพราะมีการทยอยคืนหลายปี

นางเบญจา กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถยนต์ยืนยันว่า จะส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้่าภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยการขยายเวลาไม่ได้ต้องการให้มีการช่วยให้ผู้ประกอบการขายรถยนต์ได้มาก ขึ้น แต่เป็นการแก้ไขปัญหารการส่งมอบรถไม่ทัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องไปดึงกำลังการผลิตของรถที่ไปขายนอกประเทศ กระทบกับการส่งออกทำให้กระทบกับเศรษฐกิจของประเืทศ

สำหรับการขยายเวลาส่งมอบรถคันแรก ผู้ซื้อรถต้องส่งเอกสารการจองรถให้กรมสรรพสามิตภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ หลังจากนั้นเมื่อได้รถรถยนต์ต้องยื่นเอกสารให้ครบภายใน 90 วัน




-นี่คือนโยบายประชานิยมที่คนจน รายได้น้อย รากหญ้าได้แต่มอง..

-เอาเงินภาษีชาติ ไปเป็นส่วนลดให้บริษัทรถยนต์ต่างชาติ(นายทุน)

-โยกเงินรัฐ ไปให้บริษัทลด ยิ่งขายได้มากขึ้นเท่าไหร่ รัฐก็สูญเสียเงินมากเท่านั้น

-น้ำมันปตท ขายดีขึ้น รวยขึ้นตามไปด้วย

-ทำลายสิ่งเวดล้อมมากขึ้น ส่งเสริมคนเป็นหนี้มากขึ้น รถติดขึ้น


อีก1 นโบายเร่งด่วน..สำหรับนายทุนครับ..

http://money.impaqmsn.com/content.aspx?id=31987&ch=227



เปิดหลักเกณฑ์ รถคันแรก คืนภาษีให้ประชาชน


1. ต้องเป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อ

2. ต้องทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2554-31 ธันวาคม พ.ศ.2555

3. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน

4. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)

5.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)

6. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน

7. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

8. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี หากผู้ซื้อรถไม่สามารถผ่อนต่อได้ หรือมีเหตุอย่างอื่น จะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับให้กรมสรรพสามิต หากไม่ดำเนินการ ทางกรมสรรพสามิตจะใช้วิธีการทางศาล เพื่อให้สั่งให้คืนทะเบียนรถยนต์

9. การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว โดยจะเริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป ซึ่งกรมสรรพสามิตจะจ่ายผ่านทางเช็คเงินสดครั้งเดียวเต็มจำนวน

10. สามารถซื้อรถแบบเงินผ่อนผ่านไฟแนนซ์ หรือเงินสดก็ได้

11. รถมือสองไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ เนื่องจากรถมือสองไม่มีภาษีสรรพสามิตในการซื้อ-ขาย

หากผู้ซื้อมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ดังข้างต้นแล้ว ก็เตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอใช้สิทธิ์ซื้อ "รถคันแรก" ได้เลย ซึ่งประกอบไปด้วย...

1. สำเนาบัตรประชาชน

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)

4. สำเนาคู่มือการจดทะเบียน

5. หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์คันแรกภายใน 5 ปี


6. หลักฐานการซื้อขายรถยนต์ (ใบจอง/สัญญาซื้อขาย)


ขอบคุณแหล่งที่มาครับ

http://men.kapook.com/view38977.html






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 5 ส.ค. 12, 13:24 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 13:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 ที่ว่าคนรากหญ้าน่ะเน้นทางการเมืองน๊ะ แต่ในทางเศรษฐิจก็ใช่ว่าจะยากไร้ไปซะสียทุกคนมีรายได้ พอจะมีตังค์ก็มีเยอะแยะก็ซื้อรถคันแรกนะ q*062 ส่วนใหญ่เลยแหละที่เป็น เสื้อแดง คนที่ว่าท่าโน้นท่านี้กับผู้นำนโยบายนี้มาใช้ บางคนก็ แอบแบบเกลียดตัวกินไข่ ไปรับบริการกะเขาด้วยใช่ป่าวววว แล้วไม่อายตัวเองบ้างหรือq*073นี่ว่าไปตามเนื้อผ้านะ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แฟนบอร์ดด
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 13:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถามหาผล,,
ไม่ใช่บังเอิญครับ..แต่ผมต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่เขาเรียกรากหญ้า..
...ผมใช้สิทธิของความเป็นประชาชนนะครับ..ขอรำพึงรำพันให้รับรู้ด้วยคนในความเห็น
รากหญ้าในกลุ่มเป้าหมายที่คนเขากำหนดกันขึ้น
ประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐานอะไรบ้าง ถึงจะเข้าเกณฑ์เป็นรากหญ้า..
หากจะบอกว่า เกษตรกร..เป็นรากหญ้า..
อีแต๋นป้ายแดง..มีสิทธิในโครงการนี้หรือไม่..
ปิ๊กอัพรึ..ป้ายแดง..ราคาเกือบล้าน..เอาไปลากเครื่องสูบน้ำ เครื่องมือไถนาได้รึ..(มีบ้าง..มีชาวนาเอาปิ๊กอัพป้ายแดง จอดแดงโร่ตากแดดกลางท้องนา)
หรือว่า..ให้เอารถเก๋งเล็กๆไปขี่กินน้ำมันเล่น แข่งกับลูกเศรษฐี..
ผมเห็นว่า เป็นนโยบายขายรถยนต์ให้ผู้ผลิตรถยนต์
โถ...คนมีวาสนา..หาเงินกันได้ไม่ยาก หากคิดเป็น..(รถอ่ะนะ จองปีนี้ ได้ปีหน้า ก้อหน้าตา สีสรร ยี่ห้อ อันนี้เป๊ะเลย เพิ่มสีนี้5000)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 14:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*062 ที่ว่าคนรากหญ้าน่ะเน้นทางการเมืองน๊ะ แต่ในทางเศรษฐิจก็ใช่ว่าจะยากไร้ไปซะสียทุกคนมีรายได้ พอจะมีตังค์ก็มีเยอะแยะก็ซื้อรถคันแรกนะ q*062 ส่วนใหญ่เลยแหละที่เป็น เสื้อแดง คนที่ว่าท่าโน้นท่านี้กับผู้นำนโยบายนี้มาใช้ บางคนก็ แอบแบบเกลียดตัวกินไข่ ไปรับบริการกะเขาด้วยใช่ป่าวววว แล้วไม่อายตัวเองบ้างหรือq*073นี่ว่าไปตามเนื้อผ้านะ q*073


ปี 2005 จขกท ซื่อรถคันแรก ปี 2009 ซื้อรถคันที่สอง

ไม่จำเป็นต้องรอเอาเงินภาษีจากคนทั้งประเทศมาใช้เป็นส่วนลดเพื่อตัวเองเงินทุกบาทที่จ่ายไปมาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองทั้งสิน..ไม่ต้องรอเงินในอากาศ ไม่ต้องรอนโยบายขายฝัน.
ฝากถามท่านผู้รู้ chobfun001 ซักสามข้อ..ช่วยอธิบายสั้นๆ

1.เราได้อะไรจากนโยบายรถคันแรก.

2.เราเสียอะไรบ้างกับนโยบายรถคันแรก.

3.ใครคือคนที่ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์จากนโยบายนี้ครับ.




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 16:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปี 2005 จขกท ซื่อรถคันแรก ปี 2009 ซื้อรถคันที่สอง

ไม่จำเป็นต้องรอเอาเงินภาษีจากคนทั้งประเทศมาใช้เป็นส่วนลดเพื่อตัวเองเงินทุกบาทที่จ่ายไปมาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองทั้งสิน..ไม่ต้องรอเงินในอากาศ ไม่ต้องรอนโยบายขายฝัน.
ฝากถามท่านผู้รู้ chobfun001 ซักสามข้อ..ช่วยอธิบายสั้นๆ

1.เราได้อะไรจากนโยบายรถคันแรก.

2.เราเสียอะไรบ้างกับนโยบายรถคันแรก.

3.ใครคือคนที่ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์จากนโยบายนี้ครับ.

q*062q*073ถ้าท่านมีสิทธิ์จะใช้บริการนี้หรือไม่ อืมแต่ว่าตอนนี้ท่านและอีกหลายๆคนรวมทั้งเราไม่มีสิทธิ์ เราไม่ิคิดแต่ตัวเองว่าจะได้ ถึงแม้ตัวเราเองไม่ได้ แตู่ลูกๆหลานๆญาติพี่น้องของอีกหลายๆคน(เป็นผู้มีิสิทธิ์ซือ)ก็ได้ ให้ได้บ้างสิทีพวกโกงกินมันยังคอยรักษาหวงแหนแก่งแย่งอำนาจ+ผลประโยชน์กันจะเป็นจะตาย ซื้อของเครื่องมือห่วยๆเป็นพันเป็นหมื่นล้านไม่ค่อยเห็นใครโวยวาย q*031บางนโยบายแจก(2000บ.)คอเดียวกันก็ว่าดี โครงการรถคันแรกผลพวงเกิดผลด้าน+ต่ออีกหลายๆกลุ่มเช่น คนซื้อ นายทุน ผู้บริหาร พนักงาน และผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อืม ก็เป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ภาษีของประเทศกะเรื่องนี้ ก็ดีนะ ในทำนองเดียวกัน ถ้าเรามีสิทธิ์ซื้อก็ขอใ้ช้บริการด้วยนะอิอิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 16:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ได้เลือกเค้าเข้ามาก็ไม่ต้องไปว่าเค้า เพราะคนที่เลือกเค้าก็เลือกเพราะว่าอยู่ในนโยบายที่จับต้องได้จึงชนะเข้ามาเป็น รบ.ไม่ชอบก็ต้องอดทนเยอะๆครับ. q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 17:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ได้เลือกเค้าเข้ามาก็ไม่ต้องไปว่าเค้า เพราะคนที่เลือกเค้าก็เลือกเพราะว่าอยู่ในนโยบายที่จับต้องได้จึงชนะเข้ามาเป็น รบ.ไม่ชอบก็ต้องอดทนเยอะๆครับ. q*073
q*062เห็นด้วยครับ นะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 19:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่ได้เลือกเค้าเข้ามาก็ไม่ต้องไปว่าเค้า เพราะคนที่เลือกเค้าก็เลือกเพราะว่าอยู่ในนโยบายที่จับต้องได้จึงชนะเข้ามาเป็น รบ.ไม่ชอบก็ต้องอดทนเยอะๆครับ. q*073

แล้วอย่างชาวนาที่เขาเลือกมา ไม่มีเงินเดือนมีแต่หนี้สินที่เขาหยิบยื่นให้แล้วเขาจะเอารถคันแรกมาจากไหน..น่าสงสารความคิดลิ่วล้อ..อ้าปากแงบๆรอแต่คนมาช่วย..เอาเงินแม้วพอว่าแต่อย่าเอาเงินลูกหลานไปเลย..เอาเงินไปทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่ดีกว่าหรือ อยากมีรถก็ต้องมีปัญญาซื้อไม่มีปัญญาซื้อก็ไม่ต้องขี่..มันไม่ได้เกี่ยวกับเลือกไม่เลือก..แต่มันเกี่ยวกับเอาเงินหลวงมาผลาญเท่านั้นเองครับ..ได้ชัยชนะแต่ไม่มีปัญญาหาเงินเพื่มมีแต่กู้แล้วมันน่าภูมิใจตรงไหน..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 19:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 



คนโกงบ้านโกงเมืองส่วนมากถ้าไม่ติดคุกก็ไม่มีแผ่นดินอยู่หรือไม่ก็อยู่แบบเร่ร่อน..ครอบครัวแตกแยก.มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ครับท่าน..


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 20:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วอย่างชาวนาที่เขาเลือกมา ไม่มีเงินเดือนมีแต่หนี้สินที่เขาหยิบยื่นให้แล้วเขาจะเอารถคันแรกมาจากไหน..น่าสงสารความคิดลิ่วล้อ..อ้าปากแงบๆรอแต่คนมาช่วย..เอาเงินแม้วพอว่าแต่อย่าเอาเงินลูกหลานไปเลย..เอาเงินไปทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่ดีกว่าหรือ อยากมีรถก็ต้องมีปัญญาซื้อไม่มีปัญญาซื้อก็ไม่ต้องขี่..มันไม่ได้เกี่ยวกับเลือกไม่เลือก..แต่มันเกี่ยวกับเอาเงินหลวงมาผลาญเท่านั้นเองครับ..ได้ชัยชนะแต่ไม่มีปัญญาหาเงินเพื่มมีแต่กู้แล้วมันน่าภูมิใจตรงไหน..


ยกตัวอย่างมาสักสมัยซิครับว่า ยุคไหน ยุคใครที่ชาวนาสบายบ้างท่าน intervintion.ท่านอย่ามาคิดไปเองว่าชาวนาลำบากแค่ยุคนี้. q*034
(เห็นจะมีก็ยุคชาติชายเป็นนายกมั่งที่ชาวนาสบาย แต่สบายเพราะขายที่นาให้ต่างชาติยุคเดี่ยว และรวยแป๊บเดี่ยวเอง)

รัฐก็ต้องยอมสูญเสียบ้างเพื่อกระตุ้นเศรฐกิจ ที่เสียไปเปล่าอย่างเงิน2000 และยัง ครุภัณฑ์อาชีวะ ท่านไม่เคยมาโพสถึงเลย อันนั้นน่ะไม่เสียไปเปล่าๆหรือ ซื้อมาก็ใช้ไม่ได้แถมแพงกว่าปกติอีก แต่เรื่องรถคันแรก ปชช. ยังได้โดยตรงอีกด้วยลองเปรียบเทียบกันดูท่านintervintion.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 20:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่หรือสมองคนจบ ป.โท รัฐศาสตร์ เสียหายต่อสถาบันนักนะ จขกท.

ในออสเตรเลีย เด็กนักเรียนอายุเกิน 18 ปี ได้สิทธิ์กู้เงินซื้อบ้าน รถยนต์ โดยรัฐบาลสนับสนุนบ้าน รถ หลังแรก คันแรก มีวงเงินการกู้ยืมสูงกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะวัยนี้ยังทำงานชดใช้แก่รัฐฯ ได้อีกนานกว่าคนมีอายุมากขึ้น และเป็นการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก มิได้ส่งเสริมให้ก่อหนี้แต่ส่งเสริมให้คนมีปัจจัยต่อการดำรงชีพ มีรถสามารถขับไปทำงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน เกิดความเท่าเทียมในสังคมเมื่อเขามีรถ ฉันก็มีได้ ผ่อนซื้อได้ ยังจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจพื้นฐานได้เป็นอย่างดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 20:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วอย่างชาวนาที่เขาเลือกมา ไม่มีเงินเดือนมีแต่หนี้สินที่เขาหยิบยื่นให้แล้วเขาจะเอารถคันแรกมาจากไหน..น่าสงสารความคิดลิ่วล้อ..อ้าปากแงบๆรอแต่คนมาช่วย..เอาเงินแม้วพอว่าแต่อย่าเอาเงินลูกหลานไปเลย..เอาเงินไปทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมืองไม่ดีกว่าหรือ อยากมีรถก็ต้องมีปัญญาซื้อไม่มีปัญญาซื้อก็ไม่ต้องขี่..มันไม่ได้เกี่ยวกับเลือกไม่เลือก..แต่มันเกี่ยวกับเอาเงินหลวงมาผลาญเท่านั้นเองครับ..ได้ชัยชนะแต่ไม่มีปัญญาหาเงินเพื่มมีแต่กู้แล้วมันน่าภูมิใจตรงไหน..


q*031แหมๆ อยู่ๆใครเขาจะยื่นหนี้ใ้ห้เหรอแบบแอบอ้างชื่อใช้สิทธิ์ เหรอ ว่าซะตกใจq*073อันที่จริงความเป็นหนี้เกิดจากการใช้บริการ/สินค้าหรือเิงินให้กู้ ไม่ใช่หนี้ลมๆแล้งอย่างที่ว่าและไม่ได้บังคับ แต่เปิดโอกาสให้เป็นลูกหนี้อย่างที่ใครๆเขาหรือเราๆเป็น อย่างกองทุนต่างๆ ลงสู่ระดับชุมชน มีบางพวก(เก่าๆ)ไม่ชอบ กีดกัน ว่าแหน็บแนม มีถมไปคนที่ดูถูกว่าคนอื่นเป็นหนี้แต่ัตัวเองก็บานเบอะ แถมใกล้เจ้งก็เป็นได้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 21:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนโกงบ้านโกงเมืองส่วนมากถ้าไม่ติดคุกก็ไม่มีแผ่นดินอยู่หรือไม่ก็อยู่แบบเร่ร่อน..ครอบครัวแตกแยก.มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ครับท่าน..

อืม ใช่ๆ ถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริง แล้วก็รวมพวกที่ถูกฟ้องตัดสินหรือกำลังถูกดำเนินการเ่ช่นคดียุบพรรคที่อ้างว่าหมดอายุฯลฯด้วยนะคนยึดเขายึดดอยเป็นของตน พอถูกฟ้องจึงต้องคืนแถมไม่มีความผิดเพราะว่าไม่เจตนาและคดีอะไรๆอีกมาก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เพื่อทุย
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 21:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่เลือกก็จะให้ช่วยเหลือพึ่งพาแต่สุดท้ายเหลวราคาลำใยก็แก้ไม่ได้ราคาหอมแดงก็ซื้อไปทิ้งราคายางก็เหลวถามจริงเถอะรัฐบวมนี้ทำอะไรเป็นบ้างเห็นเหลวทุกงานเลือกมาแทนที่จะมาแก้ปัญหากลับสร้างแต่ปัญหาทุกวัน (จากคนจนที่ไม่ได้กินหญ้า)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 22:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่หรือสมองคนจบ ป.โท รัฐศาสตร์ เสียหายต่อสถาบันนักนะ จขกท.

ในออสเตรเลีย เด็กนักเรียนอายุเกิน 18 ปี ได้สิทธิ์กู้เงินซื้อบ้าน รถยนต์ โดยรัฐบาลสนับสนุนบ้าน รถ หลังแรก คันแรก มีวงเงินการกู้ยืมสูงกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะวัยนี้ยังทำงานชดใช้แก่รัฐฯ ได้อีกนานกว่าคนมีอายุมากขึ้น และเป็นการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก มิได้ส่งเสริมให้ก่อหนี้แต่ส่งเสริมให้คนมีปัจจัยต่อการดำรงชีพ มีรถสามารถขับไปทำงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน เกิดความเท่าเทียมในสังคมเมื่อเขามีรถ ฉันก็มีได้ ผ่อนซื้อได้ ยังจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจพื้นฐานได้เป็นอย่างดี


น่าสนใจขอรายละเอียดและที่มาหน่อยครับจะตามไปศึกษาดูว่าเขากู้เป็นล้านๆเหมือนไทยหรือเปล่า..เอาเป็นลิงค์มาก็ได้ครับท่าน..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 5 ส.ค. 12, 22:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยกตัวอย่างมาสักสมัยซิครับว่า ยุคไหน ยุคใครที่ชาวนาสบายบ้างท่าน intervintion.ท่านอย่ามาคิดไปเองว่าชาวนาลำบากแค่ยุคนี้. q*034
(เห็นจะมีก็ยุคชาติชายเป็นนายกมั่งที่ชาวนาสบาย แต่สบายเพราะขายที่นาให้ต่างชาติยุคเดี่ยว และรวยแป๊บเดี่ยวเอง)

รัฐก็ต้องยอมสูญเสียบ้างเพื่อกระตุ้นเศรฐกิจ ที่เสียไปเปล่าอย่างเงิน2000 และยัง ครุภัณฑ์อาชีวะ ท่านไม่เคยมาโพสถึงเลย อันนั้นน่ะไม่เสียไปเปล่าๆหรือ ซื้อมาก็ใช้ไม่ได้แถมแพงกว่าปกติอีก แต่เรื่องรถคันแรก ปชช. ยังได้โดยตรงอีกด้วยลองเปรียบเทียบกันดูท่านintervintion.


เรื่องเงินสองพันบาทที่แจกเป็นเงินจากกองทุนประกันสังคมครับ แจกเฉพาะผู้ใช้แรงงานที่มีประกันสังคมไม่ได้แจกทุกคน ไม่ได้เกี่ยวกับเงินภาษีใช้เงินจากผู้ประกันสังคมจ่ายคืนให้ผู้ประกันตนเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องทุจริตเป็นน่าที่ของฝ่ายค้านครับที่จะต้องตรวจสอบโดยตรง..หากผิดก็จัดการตามกฎหมายได้ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 03:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ช่วงนี้ผมใช้มือถือออนไลน์ ไม่ใคร่สะดวกการวางลิงค์ ราคาบ้านในประเทศออสเตรเลีย ในเมืองขั้นต่ำ ประมาณ 15 ล้านบาท นอกเมือง 6-12 ล้านบาทครับ ถ้าติดทะเล 30 - 150 ล้านบาทขั้นต่ำครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 03:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องเงินสองพันบาทที่แจกเป็นเงินจากกองทุนประกันสังคมครับ แจกเฉพาะผู้ใช้แรงงานที่มีประกันสังคมไม่ได้แจกทุกคน ไม่ได้เกี่ยวกับเงินภาษีใช้เงินจากผู้ประกันสังคมจ่ายคืนให้ผู้ประกันตนเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องทุจริตเป็นน่าที่ของฝ่ายค้านครับที่จะต้องตรวจสอบโดยตรง..หากผิดก็จัดการตามกฎหมายได้ครับ


การแจกเงินมีทุกประเทศครับ ออสเตรเลียแจก $900 หรือ 27000 บาทต่อคน แต่แจกจ่ายผู้เป็นประชากรที่เสียภาษีทุกคนครับ มิใช่แต่ผู้ประกันตนแถมด้วยเงื่อนไขต้องมีเงินเดือนเท่านั้น เท่านี้ครับ โดยรัฐบาลลงทุนก่อนแต่เรียกคืนในรูปแบบภาษีน้ำมัน ทำให้มีการปรับตัวของสินค้า เช่นเดียวกับไทย แต่ในไทยประชาชนที่ไม่ได้รับเงินสองพัน ได้รับผลกระทบอย่างสูงไปด้วย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 07:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การแจกเงินมีทุกประเทศครับ ออสเตรเลียแจก $900 หรือ 27000 บาทต่อคน แต่แจกจ่ายผู้เป็นประชากรที่เสียภาษีทุกคนครับ มิใช่แต่ผู้ประกันตนแถมด้วยเงื่อนไขต้องมีเงินเดือนเท่านั้น เท่านี้ครับ โดยรัฐบาลลงทุนก่อนแต่เรียกคืนในรูปแบบภาษีน้ำมัน ทำให้มีการปรับตัวของสินค้า เช่นเดียวกับไทย แต่ในไทยประชาชนที่ไม่ได้รับเงินสองพัน ได้รับผลกระทบอย่างสูงไปด้วย



ถือว่าดีครับ ออสเตเลียเน้นการศึกษาเป็นหลัก..เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนเศรฐกิจ..

ข้อมูลทั่วไปประเทศ Australia

ประวัติศาสตร์ เดิมประเทศออสเตรเลียเคยเป็นดินแดนอาณานิคม โดยถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และได้มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงรูปแบบมาเรื่อยๆ จนในที่สุดดินแดนอาณานิคมต่างๆ ก็ได้รวมตัวกันเป็นประเทศ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก แบ่งออกเป็น 6 รัฐและ 2 มณฑลแต่ยังมีมณฑลเล็กๆนอกประเทศ ออกไปอีกหลายมณฑล คาดกันว่า ชาวพื้นเมืองอะบอริจินได้ครอบครองประเทศออสเตรเลีย มาเป็นเวลานานกว่า 60,000 ปี และสร้างวัฒนธรรมโลกที่ยาวนานที่สุด ต่อมาอังกฤษได้เข้ามาครอบครอง เพื่อใช้เป็นดินแดนสำหรับกักขังนักโทษ ประเทศออสเตรเลียเริ่มก่อตั้งเป็นระบบประเทศ ปกครองของตนเอง เมื่อปี ค.ศ.1901 แต่ยังคงดำรงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ในเครือจักรภพอังกฤษอยู่ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ อย่างสันติสุขมาตลอด และยังเป็นประเทศที่มีรัฐบาลมั่นคงในทุกระดับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่อยู่อย่างสงบสันติสุขและมั่งคั่งเสมอมา
สภาพภูมิอากาศ
เนื่องด้วยประเทศออสเตรเลียมีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลจึงมีภูมิอากาศหลายแบบ โดยทั่วไปจะมีอากาศกำลังเย็นสบาย แต่สำหรับพื้นที่ในบริเสณที่ราบสูงและพื้นที่ในรัฐ Tasmania และบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ อากาศจะหนาวเย็นกว่า ส่วนทางด้านตอนเหนือของประเทศจะมีลักษณะอากาศทั่วไปใกล้เคียงกับเขตเอเชียและแปซิฟิก
ประเทศออสเตรเลียมี 4 ฤดูกาลดังนี้
ฤดูร้อน : ธ.ค.-ก.พ.
ฤดูใบไม้ร่วง : มี.ค.-พ.ค.
ฤดูหนาว : มิ.ย.-ส.ค.
ฤดูใบไม้ผลิ : ก.ย.-พ.ย.

เมืองหลวง
ประเทศออสเตรเลีย ประกอบไปด้วยรัฐ 6 รัฐ และเขตปกครองตนเอง 2 มณฑล คือ


1.มณฑลนครหลวงของออสเตรเลียเมืองหลวงคือCanberra
2.รัฐนิวเซาท์เวลส์เมืองหลวงคือSydney
3.มณฑลตอนเหนือเมืองหลวงคือDarwin
4.รัฐควีนส์แลนด์เมืองหลวงคือBrisbane
5.รัฐเซาท์ออสเตรเลียเมืองหลวงคือAdelaide
6.รัฐทัสเมเนียเมืองหลวงคือHobart
7.รัฐเวสเทอร์นออสเตรเลียเมืองหลวงคือPerth
8.รัฐวิกตอเรียเมืองหลวงคือMelbourne

รูปแบบการปกครอง
ประเทศออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีรูปแบบการปกครองระบบสหพันธรัฐ โดยมีการจัดแบ่งรัฐบาลออกเป็น 3 ระดับ คือ รัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น

ผู้นำรัฐบาล

มีสมเด็จ(ขออภัยค่ะ! คำนี้ไม่ผ่านการตรวจสอบ)อลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำบริหารประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี Mr.Kevin Michale Rudd เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง (ตั้งแต่ 3 ธันวาคม 2007)

ประชากร
ประเทศออสเตรเลียมีความหนาแน่นของประชากรเบาบางที่สุดด้วยประชากรทั้งหมด เพียงประมาณ 21 ล้านคนต่อพิ้นที่กว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ประชากรที่เริ่มอพยพเข้ามา ส่วนใหญ่มาจากประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์



เศรษฐกิจของออสเตรเลีย

รายได้หลักของประเทศออสเตรเลีย การทำเหมืองแร่และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถหารายได้เข้าประเทศได้มาก ประเทศออสเตรเลียมีตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ ซึ่งทำให้ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกขนแกะรายใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการส่งออกสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ น้ำตาล ถ่าน และ แร่เหล็ก และส่งออกให้กับประเทศภาคพื้นเอชัย การศึกษาถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศออสเตรเลียได้มาก เป็นลำดับที่สามในบรรดาอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลียทั้งหมด ซึ่งทำให้การศึกษาของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือว่าเป็นประเทศใหม่ มีคุณภาพเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่เคยเป็นที่นิยมของนักศึกษาต่างชาติมาก่อน ประเทศออสเตรเลียได้พยายามปรับปรุงธุรกิจส่งออก โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการบริการ

ภาษี
นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในประเทศออสเตรเลีย ต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี(Tax File Number-TFN) และต้องยื่นเรื่องเสียภาษีเงินได้กับสำนักงานสรรพากร สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน A$ 6000 ต่อปีได้รับการยกเว้นภาษี หรือ tax-free threshold นอกจากนี้รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ใช้ระบบการจัดเก็บภาษี General Goods and Service Tax หรือ GST จำนวน 10% ของราคาสินค้าและบริการ อย่างไรก็ดี ราคาสินค้าและบริการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะเป็นราคาที่ได้รวมภาษีในส่วนของ GST ไว้เรียบร้อยแล้ว หากไม่ได้มีการแจ้งไว้เป็นอย่างอื่น


ขอบคุณแหล่งที่มาครับ

http://www.ieostudyabroad.com/country/aus.php



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 ส.ค. 12, 07:16 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 08:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้แต่มองตาปริบ ๆๆ เพราะไม่มีเงินไปซื้อรถยนต์...อย่าว่าแต่ซื้อรถเลย ซื้อข้าวยังไม่ได้ นายกฯปู...ช่วยคนรากหญ้าอย่างเราด้วย อย่ามัวแต่ช่วยคนรวย q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 11:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องนี้เงินทองไม่มีรั่วไหลไปไหนแน่นอนเพราะผู้ได้คือ ปชช. โดยตรงและเป็นเงินของคนซื้อเองอีกตะหากเพราะมันเป็นเงินภาษีที่สรรพสามิตเรียกเก็บจากรถใหม่ป้ายแดง ถือเป็นการยกเว้นภาษีให้ก็เท่านั้นรัฐไม่ได้เอาเงินตัวเองมาจ่ายตรงไหนเลยและยังจ่ายหลังจาก 1 ปีไปแล้วด้วยซ้ำแถมได้เงินจากผู้ขายไปหมุนฟรีๆ 1 ปีเต็มบวกดอกเบี้ยอีก.

ไม่มีใครหน้าไหนเอานโยบายตรงนี้ไปหาเศษหาเลยได้เพราะระบบมันควมคุมคนซื้อไว้อยู่แล้วในตัวเองครับ.

ส่วนใครจะซื้อหรือไม่ ใครอยากจะเป็นหนี้หรือไม่ เราอย่าไปตัดสินใจแทนเค้าเลยครับเพราะคนระดับที่ได้รับสิทธิ์ล้วนแล้วจบการศึกษามาแล้วทั้งนั้นเค้าคิดได้เองว่าอันไหนจำเป็นต่อตัวเค้าเองครับ.
q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องนี้เงินทองไม่มีรั่วไหลไปไหนแน่นอนเพราะผู้ได้คือ ปชช. โดยตรงและเป็นเงินของคนซื้อเองอีกตะหากเพราะมันเป็นเงินภาษีที่สรรพสามิตเรียกเก็บจากรถใหม่ป้ายแดง ถือเป็นการยกเว้นภาษีให้ก็เท่านั้นรัฐไม่ได้เอาเงินตัวเองมาจ่ายตรงไหนเลย และยังจ่ายหลังจาก 1 ปีไปแล้วด้วยซ้ำแถมได้เงินจากผู้ขายไปหมุนฟรีๆ 1 ปีเต็มบวกดอกเบี้ยอีก.

ไม่มีใครหน้าไหนเอานโยบายตรงนี้ไปหาเศษหาเลยได้เพราะระบบมันควมคุมคนซื้อไว้อยู่แล้วในตัวเองครับ.

ส่วนใครจะซื้อหรือไม่ ใครอยากจะเป็นหนี้หรือไม่ เราอย่าไปตัดสินใจแทนเค้าเลยครับเพราะคนระดับที่ได้รับสิทธิ์ล้วนแล้วจบการศึกษามาแล้วทั้งนั้นเค้าคิดได้เองว่าอันไหนจำเป็นต่อตัวเค้าเองครับ.
q*039

รัฐบาลไม่ได้จ่าย..แต่รัฐบาลขาดรายได้จากการเก็บภาษีที่ครับ..เงินที่หายไปก็คือเงินที่จะนำมาพัฒนาประเทศในอนาคตทำให้ประเทศมีความมั่นคง เราควรมองไกลกว่านั้น ไม่ใช่มองแค่รอบตัวเอง..
.


อานิสงส์.."รถคันแรก" ค่ายรถยอดพุ่ง-ปชช.หนี้เพิ่ม


ตัวเลขจากงานแถลงข่าวบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ช่วงครึ่งปีแรก 2555 มียอดรวมถึง 6.06 แสนคัน สูงสุดของตลาดรถยนต์ไทย ด้วยอัตราเติบโตถึง 40.4% เฉพาะโตโยต้าเอง ครึ่งปีแรกทำยอดขายได้ 2.41 แสนคัน เพิ่มขึ้นถึง 54.3% แถมคาดการณ์ว่าตลาดรวมรถยนต์บ้านเราทั้งปีจะทำได้ 1.2 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 51.1%

โครงการนี้ดูเหมือนน่าจะดี เพราะทำให้ประชาชนซื้อรถคันแรกได้ในราคาถูกลง เพราะถอดภาษีออกและจะจ่ายคืนให้ในภายหลัง ..แต่ในความจริงไม่ใช่แค่นั้น!

สิ่งที่ต้องเสียแน่ๆ จากโครงการนี้ คือ รัฐบาลต้องยอมเสียภาษีในส่วนของรถคันแรกคืนให้ประชาชน และภาคธุรกิจ ก็คือ ผู้ที่ได้แน่ๆ ได้ยอดขายเพิ่มขึ้นในราคาปกติ ซ้ำได้ยอดขายจากกำลังซื้อ "ล่วงหน้า" ที่ถูกกระตุ้นด้วยแรงจูงใจภาษีจากรัฐบาล

พูดให้ชัดกว่านั้น ก็คือ... "นโยบายรถคันแรก เหมือนกับรัฐบาลออกเงินจัดแคมเปญ กระตุ้นตลาดให้เอกชน โดยงบการตลาดที่นำมาเป็นส่วนลดก็คือเงินภาษีของรัฐ จริงอยู่ภาษีเป็นเงินของประชาชน เอามาคืนให้ประชาไม่น่าเสียหาย แต่อย่าลืมว่าผู้ซื้อรถคันแรกไม่ใช่คนกลุ่มเดียวที่เสียภาษี โครงการนี้จึงเป็นการละลายเงินไปโดยใช่เหตุ เพราะรัฐควักจ่ายขณะที่เอกชนเพียงแต่นำสินค้ามาขายและรับยอดไปเต็มๆ"


มาถึงวันนี้ เราควรจะดีใจที่ยอดขายรถพุ่งขึ้นถล่มทลายทำสถิติใหม่จริงหรือ! รถขายดีทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น หรือเพิ่มการบริโภคพลังงานกันแน่!

เรื่องนี้นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลหรือ! ในยุคที่เรากำลังรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน เผชิญปัญหาการจราจรติดขัด ขนาดยังไม่รวมรถคันแรกที่รอส่งมอบมาเป็นประชากรรถยนต์ใหม่บนท้องถนน

และสุดท้าย.. ประชาชนที่ซื้อรถคันแรกได้ประโยชน์จริงหรือ! เพราะตอนซื้ออาจภูมิใจที่จะมีรถเป็นของตัวเองครั้งแรก แต่หลังจากนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเป็นเงาตามตัว ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ภาระอีก 3 เท่ากำลังรออยู่ข้างหน้า รัฐบาลต้องวิ่งตามไปอุดหนุนอีกเท่าไรจึงจะพอ และไม่ก่อปัญหาหนี้สินตามมา..





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 ส.ค. 12, 12:06 น โดย intervintion » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 6 ส.ค. 12, 22:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐบาลไม่ได้จ่าย..แต่รัฐบาลขาดรายได้จากการเก็บภาษีที่ครับ..เงินที่หายไปก็คือเงินที่จะนำมาพัฒนาประเทศในอนาคตทำให้ประเทศมีความมั่นคง เราควรมองไกลกว่านั้น ไม่ใช่มองแค่รอบตัวเอง..
.


อานิสงส์.."รถคันแรก" ค่ายรถยอดพุ่ง-ปชช.หนี้เพิ่ม


ตัวเลขจากงานแถลงข่าวบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ช่วงครึ่งปีแรก 2555 มียอดรวมถึง 6.06 แสนคัน สูงสุดของตลาดรถยนต์ไทย ด้วยอัตราเติบโตถึง 40.4% เฉพาะโตโยต้าเอง ครึ่งปีแรกทำยอดขายได้ 2.41 แสนคัน เพิ่มขึ้นถึง 54.3% แถมคาดการณ์ว่าตลาดรวมรถยนต์บ้านเราทั้งปีจะทำได้ 1.2 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 51.1%

โครงการนี้ดูเหมือนน่าจะดี เพราะทำให้ประชาชนซื้อรถคันแรกได้ในราคาถูกลง เพราะถอดภาษีออกและจะจ่ายคืนให้ในภายหลัง ..แต่ในความจริงไม่ใช่แค่นั้น!

สิ่งที่ต้องเสียแน่ๆ จากโครงการนี้ คือ รัฐบาลต้องยอมเสียภาษีในส่วนของรถคันแรกคืนให้ประชาชน และภาคธุรกิจ ก็คือ ผู้ที่ได้แน่ๆ ได้ยอดขายเพิ่มขึ้นในราคาปกติ ซ้ำได้ยอดขายจากกำลังซื้อ "ล่วงหน้า" ที่ถูกกระตุ้นด้วยแรงจูงใจภาษีจากรัฐบาล

พูดให้ชัดกว่านั้น ก็คือ... "นโยบายรถคันแรก เหมือนกับรัฐบาลออกเงินจัดแคมเปญ กระตุ้นตลาดให้เอกชน โดยงบการตลาดที่นำมาเป็นส่วนลดก็คือเงินภาษีของรัฐ จริงอยู่ภาษีเป็นเงินของประชาชน เอามาคืนให้ประชาไม่น่าเสียหาย แต่อย่าลืมว่าผู้ซื้อรถคันแรกไม่ใช่คนกลุ่มเดียวที่เสียภาษี โครงการนี้จึงเป็นการละลายเงินไปโดยใช่เหตุ เพราะรัฐควักจ่ายขณะที่เอกชนเพียงแต่นำสินค้ามาขายและรับยอดไปเต็มๆ"


มาถึงวันนี้ เราควรจะดีใจที่ยอดขายรถพุ่งขึ้นถล่มทลายทำสถิติใหม่จริงหรือ! รถขายดีทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น หรือเพิ่มการบริโภคพลังงานกันแน่!

เรื่องนี้นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลหรือ! ในยุคที่เรากำลังรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน เผชิญปัญหาการจราจรติดขัด ขนาดยังไม่รวมรถคันแรกที่รอส่งมอบมาเป็นประชากรรถยนต์ใหม่บนท้องถนน

และสุดท้าย.. ประชาชนที่ซื้อรถคันแรกได้ประโยชน์จริงหรือ! เพราะตอนซื้ออาจภูมิใจที่จะมีรถเป็นของตัวเองครั้งแรก แต่หลังจากนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเป็นเงาตามตัว ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ภาระอีก 3 เท่ากำลังรออยู่ข้างหน้า รัฐบาลต้องวิ่งตามไปอุดหนุนอีกเท่าไรจึงจะพอ และไม่ก่อปัญหาหนี้สินตามมา..



อืมน่ะ ว่าไปก็ยังดีที่คนซื้อได้รถมาใช้และภาษีคืน คงมีน้อยหรอกทีีทุกคนได้ผลประโยชน์ในแต่ละนโยบาย ก็คนนี้ได้รับอย่างนี้ คนอื่นได้รับอย่างนั้นยังดีกว่าไม่ได้อะไร โดยงบถูกผลาญฉ้อโกงไป แบบโวยวายไปมากๆเข้าดีไม่ดีพวกก็ปุกปั่นหาเรื่องใส่ร้ายว่าต่างๆนานาแล้วลงท้ายด้วยใช้กำลังยึดอำนาจแบบเดิมๆ ไหนท่าน จขกท เป็นผู้มีความคิดอ่านกว้างขวางและเป็นห่วงตระนักเกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ ลองให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวการที่ซื้อของครุภัณฑ์การศึกษายัดให้สถาบันการศึกษาอาชีวะที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียนตามที่เป็นข่าวด้วยสิ หรือเกี่ยวกับข่าวการซื้อเครื่องมือตรวจวัตถุระเบิดที่ว่าแพงสุดๆแต่หามีประสิทธิภาพไม่ รวมๆแล้วคิดว่าเสียหายเป็นพันๆล้าน ประชาชนไม่ได้อะไรก็เสียงบของชาติ ว่าจะเท็จจริงอย่างไรและเป็นมาอย่างไรบ้าง นะ q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 7 ส.ค. 12, 15:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*07ทีให้ออกความคิดเห็นอีกข้าง เงียบไปเลย นะ อิอิ พวก วิจารณ์งานนโยบายของแ่ต่รัฐบาลข้างเดียว หมายความว่าไรนิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 7 ส.ค. 12, 19:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*07ทีให้ออกความคิดเห็นอีกข้าง เงียบไปเลย นะ อิอิ พวก วิจารณ์งานนโยบายของแ่ต่รัฐบาลข้างเดียว หมายความว่าไรนิ

ลองไปอ่านกระทู้เก่าๆของ จขกท ดูครับ..หรือลองถามพร้อมพังดูเห็นเป็นฝ่ายค้านยื่นเป็นแต่หนังสือ..ทำไมไม่ตรวจสอบดีแผ่..ไม่ใช้มาทำตอนเป็นรัฐบาลสิ่งไหนที่ผิดสิ่งไหนที่โกงก็เอาข้อมูลมาตีแผ่ไม่ใช่มาไล่กัดเอามันเอาฮาอย่างเดียว..ขอเอาสาระหน่อยครับ..ถ้าจะให้ จขกท เลือกระหว่างพวกเผาเมืองและพวกโกงบ้านโกงเมือง..ของไม่เลือกทั้งสองทางครับ..

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3624410


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 7 ส.ค. 12, 20:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลองไปอ่านกระทู้เก่าๆของ จขกท ดูครับ..หรือลองถามพร้อมพังดูเห็นเป็นฝ่ายค้านยื่นเป็นแต่หนังสือ..ทำไมไม่ตรวจสอบดีแผ่..ไม่ใช้มาทำตอนเป็นรัฐบาลสิ่งไหนที่ผิดสิ่งไหนที่โกงก็เอาข้อมูลมาตีแผ่ไม่ใช่มาไล่กัดเอามันเอาฮาอย่างเดียว..ขอเอาสาระหน่อยครับ..ถ้าจะให้ จขกท เลือกระหว่างพวกเผาเมืองและพวกโกงบ้านโกงเมือง..ของไม่เลือกทั้งสองทางครับ..

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3624410
q*073อิอิ แล้วก็ได้ลงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวซื้ออุปรณ์สื่อการเรียนที่ไม่ตรงตามที่จัดการเรียนการสอนอาชีวะและซื้อเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดที่ว่าบ้างหรือยังล่ะ q*073แล้วคิดว่าใครล่ะที่เผาบ้านเผาเมืองล่ะ q*031q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แฟนบอร์ด
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 9 ส.ค. 12, 11:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เคยเข้าแซวเล่น ในกระทู้นี้..แล้วมีคนพูดว่า เราเป็นเกลียดตัวกินไข่ฯ
เราไม่อยากได้เจ้ารถกระป๋องนมนั่นหรอก เรามีรถยนต์ในบ้านตั้งสี่คัน..ไม่รวม มอ,ไซค์..
รถเล็กๆแบบนั้น..ไม่มีสมัถนะดีสำหรับเราหรอก..เป็นรถที่เสี่ยเขาเอาใว้ชื้อเด็ก..
เราอ่ะนะ ต้องรถที่มีคุณภาพ วิ่งระยะ500โลไม่ต้องพัก..เติมเต็มถัง วิ่งยาว หมดเมื่อไร รถจึงจะได้หยุดเบาเครื่อง..
เครื่องต่ำกว่า3000 ผมก็ไม่ใช้ มันกระจอกในแรงม้า และแรงบิด..

นโยบายของรัฐบาลนี้ ในโครงการนี้.ผมยืนยันในความคิด..และเห็นว่า มันไม่เกิดประโยชน์ที่ยั่งยืนครับ..
ผลที่ได้ ได้แค่คนได้มีโอกาสเปลี่ยนรถใหม่ มีโอกาส เป็นเจ้าของรถป้ายแดง ไม่ต้องตากแดดตากฝนกันอีกต่อไป..มันได้แค่นี้..ได้คุณภาพชีวิตอันไม่ยั่งยืน..ไม่สอนให้คนมีมานะ ไม่สอนให้อดทนต่อความยากลำบาก ปรนเปรอสิ่งยั่วยวน..เพิ่มกิเลสตัญหา(ตัญหาไม่ใช่หมายถึงกามารมณ์เพียงอย่างเดียว) สอนให้คนลุ่มหลงในวัตถุนิยม..
โครงการรถคันแรก มันเป็นความคิดมาจากไหน ใครเป็นคนคิด..
ผมเข้าใจว่า นายกไม่ได้คิดเอง..
คนข้างกาย กลายเป็นหอกข้างแคร่..
คนข้างกาย(หมายถึงพวกรัฐมนตรี พวกเป็นที่ปรึกษา)ทำหน้าที่..แต่เพื่อธุระกิจของครอบครัวเขาหรือเปล่า..
หรือ..เขาสนับสนุนเงินๆทองๆอะไรมาบ้างหรือเปล่า..
เลยต้อง OPEN..หนึ่งโครงการ..(แค่สงกะสัย)

ขอบอกผ่านสื่อไปถึงนายก..คนข้างกาย จะกลายเป็นพิษ..ต้องคิด ต้องตามพวกเขาให้ทัน ไม่งั๊น เสียท่าพวกนี้แน่ๆ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อ้างมั่ว
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 10 ส.ค. 12, 08:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่หรือสมองคนจบ ป.โท รัฐศาสตร์ เสียหายต่อสถาบันนักนะ จขกท.

ในออสเตรเลีย เด็กนักเรียนอายุเกิน 18 ปี ได้สิทธิ์กู้เงินซื้อบ้าน รถยนต์ โดยรัฐบาลสนับสนุนบ้าน รถ หลังแรก คันแรก มีวงเงินการกู้ยืมสูงกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะวัยนี้ยังทำงานชดใช้แก่รัฐฯ ได้อีกนานกว่าคนมีอายุมากขึ้น และเป็นการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก มิได้ส่งเสริมให้ก่อหนี้แต่ส่งเสริมให้คนมีปัจจัยต่อการดำรงชีพ มีรถสามารถขับไปทำงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน เกิดความเท่าเทียมในสังคมเมื่อเขามีรถ ฉันก็มีได้ ผ่อนซื้อได้ ยังจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจพื้นฐานได้เป็นอย่างดี

บ้านหลังแรกรัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายสนับสนุนจริง แต่ไม่เคยมีนโยบายสนับสนุนรถคันแรก มีแต่่ไฟแนนซ์มั้งที่มีนโยบายสนับสนุนให้ซื้อรถ แล้วรถที่นี่ถ้าเที่ยบกับค่าครองชีพก็ไม่ได้แพงอะไรเลย จะอ้างข้อมูลอะไร กรุณาอย่ามั่ว คุณไม่ใช่คนไทยคนเดียวที่อยู่ออสเตรเลีย เห็นอ้างข้อมูลผิดๆมาหลายครั้งแล้ว แล้วเงินที่รัฐเค้าช่วยน่่ะเค้าก็ได้คืนโดยเป็นค่าอากร ค่าธรรมเนียม ค่าภาษีบ้านทั้งหลายน่ะแหละ เงินที่รัฐอุดหนุนมาก็จ่ายคืนให้รัฐไปเกือบหมด คนซื้อบ้านหลังแรกก็ถือว่ารัฐได้ช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ไป นโยบายนี้ให้คิดตรึกตรองดูดีๆ รัฐบาลเค้าช่วยกระตุ้นด้านการตลาดพวกอสังหาริมทรัพย์ พวกคอนสตรัคเจอร์ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพราะบ้านที่ออสเตรเลียแพงมากถ้าเทียบกับอเมริกาหรืออังกฤษ ถ้าคุณรู้แค่เปลือกก็กรุณาอย่าทำตัวเป็นกุรุ ทำให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้รับข้อมูลผิดๆไป แล้วก็อาจนำไปเผยแพร่ต่อรู้ต่อกันไปแบบผิดๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แย้ง
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 10 ส.ค. 12, 08:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นี่หรือสมองคนจบ ป.โท รัฐศาสตร์ เสียหายต่อสถาบันนักนะ จขกท.

ในออสเตรเลีย เด็กนักเรียนอายุเกิน 18 ปี ได้สิทธิ์กู้เงินซื้อบ้าน รถยนต์ โดยรัฐบาลสนับสนุนบ้าน รถ หลังแรก คันแรก มีวงเงินการกู้ยืมสูงกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะวัยนี้ยังทำงานชดใช้แก่รัฐฯ ได้อีกนานกว่าคนมีอายุมากขึ้น และเป็นการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก มิได้ส่งเสริมให้ก่อหนี้แต่ส่งเสริมให้คนมีปัจจัยต่อการดำรงชีพ มีรถสามารถขับไปทำงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน เกิดความเท่าเทียมในสังคมเมื่อเขามีรถ ฉันก็มีได้ ผ่อนซื้อได้ ยังจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจพื้นฐานได้เป็นอย่างดี

บ้านหลังแรกรัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายสนับสนุนจริง แต่ไม่เคยมีนโยบายสนับสนุนรถคันแรก มีแต่่ไฟแนนซ์มั้งที่มีนโยบายสนับสนุนให้ซื้อรถ แล้วรถที่นี่ถ้าเที่ยบกับค่าครองชีพก็ไม่ได้แพงอะไรเลย จะอ้างข้อมูลอะไร กรุณาอย่ามั่ว คุณไม่ใช่คนไทยคนเดียวที่อยู่ออสเตรเลีย เห็นอ้างข้อมูลผิดๆมาหลายครั้งแล้ว แล้วเงินที่รัฐเค้าช่วยน่่ะเค้าก็ได้คืนโดยเป็นค่าอากร ค่าธรรมเนียม ค่าภาษีบ้านทั้งหลายน่ะแหละ เงินที่รัฐอุดหนุนมาก็จ่ายคืนให้รัฐไปเกือบหมด คนซื้อบ้านหลังแรกก็ถือว่ารัฐได้ช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ไป นโยบายนี้ให้คิดตรึกตรองดูดีๆ รัฐบาลเค้าช่วยกระตุ้นด้านการตลาดพวกอสังหาริมทรัพย์ พวกคอนสตรัคเจอร์ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพราะบ้านที่ออสเตรเลียแพงมากถ้าเทียบกับอเมริกาหรืออังกฤษ ถ้าคุณรู้แค่เปลือกก็กรุณาอย่าทำตัวเป็นกุรุ ทำให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้รับข้อมูลผิดๆไป แล้วก็อาจนำไปเผยแพร่ต่อรู้ต่อกันไปแบบผิดๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
fduilo;
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 10 ส.ค. 12, 08:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การแจกเงินมีทุกประเทศครับ ออสเตรเลียแจก $900 หรือ 27000 บาทต่อคน แต่แจกจ่ายผู้เป็นประชากรที่เสียภาษีทุกคนครับ มิใช่แต่ผู้ประกันตนแถมด้วยเงื่อนไขต้องมีเงินเดือนเท่านั้น เท่านี้ครับ โดยรัฐบาลลงทุนก่อนแต่เรียกคืนในรูปแบบภาษีน้ำมัน ทำให้มีการปรับตัวของสินค้า เช่นเดียวกับไทย แต่ในไทยประชาชนที่ไม่ได้รับเงินสองพัน ได้รับผลกระทบอย่างสูงไปด้วย

(เพิ่มเติม...) เมื่อสองปีก่อน รัฐบาลให้เหตุผลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และคืนให้เฉพาะผู้ที่เสียภาษีรายได้ในปีที่ผ่านมาเท่านั้น และได้ขอร้องให้ผู้ที่ได้รับคืนภาษีนำไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้นโยบายนี้สัมฤทธิ์ผล แต่นโยบายประชานิยมก็คือนโยบายประชานิยม ปีนี้รัฐบาลก็มีนโยบายนี้ออกมาอีกแล้วนี่ ก็ดีถ้าไม่คิดมาก เงินใครจะไม่อยากได้ยิ่งเป็นเงินภาษีเราเองด้วยแล้ว ก็ดีกว่านำไปให้คนที่ขี้เกียจทำงานเอาแต่รอเงินช่วยเหลือจากรัฐฯ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชอบนะประชานิยม
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 10 ส.ค. 12, 12:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
(เพิ่มเติม...) เมื่อสองปีก่อน รัฐบาลให้เหตุผลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และคืนให้เฉพาะผู้ที่เสียภาษีรายได้ในปีที่ผ่านมาเท่านั้น และได้ขอร้องให้ผู้ที่ได้รับคืนภาษีนำไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้นโยบายนี้สัมฤทธิ์ผล แต่นโยบายประชานิยมก็คือนโยบายประชานิยม ปีนี้รัฐบาลก็มีนโยบายนี้ออกมาอีกแล้วนี่ ก็ดีถ้าไม่คิดมาก เงินใครจะไม่อยากได้ยิ่งเป็นเงินภาษีเราเองด้วยแล้ว ก็ดีกว่านำไปให้คนที่ขี้เกียจทำงานเอาแต่รอเงินช่วยเหลือจากรัฐฯ
อืมประชานิยมเพื่อประชาชนด้วย ก็ดีนะ ดีกว่าเอาใจฝ่ายประจำ ฝ่ายภาครัฐมียศตำแหน่ง ฝ่ายอำนาจอิทธิพลปกครองมากเกินไป เพื่อใครก็ต้องเพื่อประชาชน ปีๆหนึ่งเราใช้งบประมาณแบบเเพื่อชนชั้นปกครองชนชั้นสูงก็ไม่น้อย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กระบะไปทำมาหากิน
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 11 ส.ค. 12, 07:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชม ก็ชม q*062 ด่าก็ด่า จากคนตรง

แต่รถกระบะได้เงินคืนภาษีน้อยยยยย กว่ารถเก๋ง อะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  รถคันแรก 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม