หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กรมเชื้อเพลิงฯ เผย ไทยผลิตก๊าซได้สูงสุด  (อ่าน 53 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ส.ค. 12, 22:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กรมเชื้อเพลิงฯ โชว์ปีนี้ ไทยผลิตก๊าซสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ห่วงอีก 5 ปี ปริมาณสำรองหด หากไม่สามารถหาแหล่งผลิตใหม่เพิ่ม พร้อมอนุมัติ 2 แหล่งผลิตใหม่ คาดสร้างรายได้ให้ประเทศ มูลค่ากว่า 13,200 ล้านบาท
นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการปิโตรเลียม ที่มี นายณอคุณสิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า สถานการณ์ด้านการจัดหาและพัฒนาปิโตรเลียม ในช่วงเดือน ก.ค. ปี 2555 ประเทศไทย มีอัตราการผลิตปิโตรเลียม เทียบเท่าน้ำมันดิบทั้งสิ้น 849,144 บาร์เรลต่อวัน หรือ คิดเป็นประมาณร้อยละ 43 ของความต้องการใช้ในเชิงพาณิชย์ของประเทศ ซึ่งก็นับว่า เป็นอัตรากำลังการผลิตสูงสุดของประเทศแล้วโดยแบ่งเป็นการผลิตก๊าซธรรมชาติ 3,532 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ก๊าซธรรมชาติเหลว 96,904 บาร์เรลต่อวัน น้ำมันดิบ 145,194 บาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้จะสามารถรักษากำลังการผลิตในระดับดังกล่าวไปได้อีก 5 ปีเท่านั้น หรือ ถึงปี 2560 ซึ่งหากไม่สามารถจัดหาแหล่งอื่นๆ มาเพิ่มเติมกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติ จะเหลือเพียง 479 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หลัง ปี 2575 ส่วนรายได้ค่าภาคหลวงปิโตรเลียมปีนี้ จะอยู่ที่ 70,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง เป็นปีที่ 2 หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน ที่มีรายได้60,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดรายได้ค่าภาคหลวง ตั้งแต่เดือน ม.ค. - ก.ค. อยู่ที่ 42,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปิโตรเลียม ได้อนุมัติพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมเพิ่มเติม จำนวน 2 พื้นที่ ก็คือ แหล่งดงมูล ของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ซึ่งอยู่ในแปลงสำรวจ L27/43 ซึ่งคาดว่า มีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติ 96,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต เริ่มผลิตได้ในปี 2558 และได้คาดว่ากำลังการผลิตจริง จะอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 6,774 ล้านบาท ซึ่งทางรัฐบาลจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ประมาณ 3,095 ล้านบาท และแหล่งปะการังตะวันตก ของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซี่งอยู่ในแปลงในทะเล แปลง B11 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณสำรองก๊าซ ประมาณ 100,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต เริ่มผลิตได้ในปี 2558 โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนโครงการนี้ ประมาณ 19,000 ล้านบาท และรัฐบาลได้รับประโยชน์ประมาณ 10,200 ล้านบาท

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 ส.ค. 12, 22:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการปิโตรเลียม ได้อนุมัติพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมเพิ่มเติม จำนวน 2 พื้นที่ ประกอบด้วย - แหล่งดงมูล ของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด และ แหล่งปะการังตะวันตก ของบริษัท เชฟรอนประเทศสำรวจและผลิต จำกัด เนื่องจากผลการสำรวจของบริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมพบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีศักยภาพทางด้านธรณีวิทยาที่จะพัฒนาเป็นแหล่งปิโตรเลียมเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

สำหรับแหล่งดงมูล ของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด อยู่ในแปลงสำรวจ L27/43 สัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 9/2546/43 โดยคณะกรรมการปิโตรเลียมมีมติเห็นชอบให้ได้รับอนุมัติเป็นพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมรวม 31.91 ตารางกิโลเมตร และคาดว่ามีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติประมาณ 96 พันล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งจะเริ่มผลิตในปี 2558 ซึ่งหากดำเนินการพัฒนาสำเร็จและผลิตได้จะผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 14 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน โดยบริษัทจะมีการลงทุนมูลค่าประมาณ 6,774 ล้านบาท และผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับจากโครงการนี้ประมาณ 3,095 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณร้อยละ 60) ส่วนบริษัทจะได้รับผลตอบแทนหลังหักเงินลงทุน ประมาณ 2,066 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณร้อยละ 40)

แหล่งปะการังตะวันตก ของบริษัท เชฟรอนประเทศสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งอยู่ในแปลงในทะเล แปลง B11 สัมปทานเลขที่ 1/2515/5 โดยคณะกรรมการปิโตรเลียมมีมติเห็นชอบให้ได้รับอนุมัติเป็นพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมรวม 118.1 ตารางกิโลเมตร และคาดว่ามีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติประมาณ 1 แสนล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 8.97 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะเริ่มผลิตในปี 2558 และหากดำเนินการพัฒนาสำเร็จและผลิตได้ คาดว่าจะผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 4,300 บาร์เรลต่อวัน และก๊าซธรรมชาติประมาณ 59 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน โดยบริษัทจะมีการลงทุนมูลค่าประมาณ 19,000 ล้านบาท และผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับจากโครงการนี้ประมาณ 10,200 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณร้อยละ 57) ส่วนบริษัทจะได้รับผลตอบแทนหลังหักเงินลงทุนประมาณ 7,584 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณร้อยละ 43)

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้สรุปสถานการณ์ด้านการจัดหาและพัฒนาปิโตรเลียมในช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 ว่า ประเทศไทยมีอัตราการผลิตปิโตรเลียมเทียบเท่าน้ำมันดิบทั้งสิ้น 849,144 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 43 ของความต้องการใช้ในประเทศ โดยแบ่งเป็นก๊าซธรรมชาติ 3,531 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ก๊าซธรรมชาติเหลว 96,904 บาร์เรลต่อวัน น้ำมันดิบ 145,194 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2555 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน สามารถจัดเก็บค่าภาคหลวง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 42,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2554 ร้อยละ 18

ส่วนผลการดำเนินงานในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นบริเวณที่ไทยและมาเลเซียอ้างสิทธิเขตไหล่ทวีปทับซ้อนกันในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 มีการผลิตก๊าซธรรมชาติในอัตรา 1,259 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (นำมาใช้ประโยชน์ในประเทศไทยวันละประมาณ 736 ล้านลูกบาศก์ฟุต) และก๊าซธรรมชาติเหลว 15,825 บาร์เรลต่อวัน โดยในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2555 ซึ่งสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินงานในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย สู่ประเทศ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,777 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 25 ส.ค. 12, 22:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กรมธุรกิจพลังงาน คาด การใช้น้ำมันของประเทศครึ่งปีหลัง โตใกล้เคียงครึ่งปีแรก ดีเซลยังเพิ่มกว่า 6%
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะเติบโตใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรก โดยน้ำมันดีเซล การใช้จะยังเพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล ที่ความต้องการใช้จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. ของทุกปี ขณะเบนซินจะอยู่ในระดับ 20 - 21 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับปัจจุบัน ส่วนก๊าซ LPG อาจชะลอลงบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากรัฐบาลมีการปรับขึ้นราคา

ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยล่าสุด น้ำมันดูไบ ในเดือน ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10 เหรียญ จากช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา q*029q*029q*029q*029q*029

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 25 ส.ค. 12, 22:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กรมธุรกิจพลังงาน ชี้ ไทยแบกภาระชดเชยนำเข้า LPG ตั้งแต่ปี 51 ถึง ก.ค.ปี 55 รวม 1 แสนล้านบ. เสียโอกาส
สร้างรถไฟฟ้าไป 1 สาย
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เปลี่ยนสถานะผู้ส่งออกก๊าซ LPG มาเป็นประเทศผู้นำเข้า ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 51 ถึง เดือนกรกฎาคม ปี 55 โดยมีปริมาณการนำเข้ารวม 5.2 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าการนำเข้า 83,000 ล้านบาท และเป็นการชดเชยราคาหน้าโรงกลั่นในประเทศ ที่เริ่มชดเชยตั้งแต่ปี 2554 อีก 17,000 ล้านบาท รวมเป็นการชดเชยถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้ สามารถนำไปใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ - หัวลำโพง ได้ 1 สาย ทั้งนี้คาดว่า การชดเชยนำเข้าก๊าซ LPG ปีนี้ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 โดยปี 2554 มีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 25,800 ล้านบาท q*072q*072q*072q*072q*072q*072q*072q*072q*072q*072

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม