หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ฉาวได้อีก++ เด้งนายท้ายเรือไม่เป็นธรรมเหตุรู้เรื่องทุจริตสิมิลัน  (อ่าน 38 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 16:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

นายท้ายเรือ ร้อง กมธ.ที่ดิน หอบหลักฐาน สู้ ย้ายไม่เป็นธรรม เด้งจาก สตูล ไป ลำพูน เหตุ ให้การดีเอสไอ มัด หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน ยักยอก เรือยนต์ตรวจการณ์ อ้างหายจากภัยพิบัติสึนามิ ถูก บีบให้กลับคำให้การ ไม่ทำตาม เสนอเงินให้ 2 ล้าน ไม่สำเร็จ ถูก ดำรงค์ เรียกเข้าห้องเย็น หวังเกลี้ยกล่อม ให้กลับคำให้การ แต่ไม่ยอม จนถูกเด้งในที่สุด แถมเลิกจ้างเมียแม่บ้าน สั่งย้ายออกจากบ้านพักกลางดึกอย่างไม่เป็นธรรม ด้านดำรงค์ อ้าง ย้ายตามปกติ เจอนายท้ายเรือสวน เป็นนายท้ายเรือชายฝั่ง ไม่ใช่นายท้ายเรือลำน้ำ แถมไปลำพูนไม่มีเรือให้ขับซักลำ ด้าน ดำรงค์ ปากแข็ง ยังอ้างโยกย้ายสลับตำแหน่งตามปกติ ปธ.กมธ.ที่ดิน ชี้ โยกย้ายไม่ชอบมาพากล ส่งเรื่องถึงปลัดก.ทรัพฯพิจารณา พฤติกรรม ดำรงค์


เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2555 คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีนายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของ นายนรินทร์ หมันนาเกลือ ลูกจ้างประจำ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตำแหน่ง นายท้ายเรือกลชายทะเล ระดับ ส 2 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ในกรณที่ถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งโยกย้ายตนเองและเลิกจ้างภรรยาดยไม่เป็นธรรม เนื่องจากให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เกี่ยวกับกรณีที่นายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน ยักยอกเรือยนต์ตรวจการณ์ โดยอ้างว่าหายไปกับคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 โดยให้ตนไปแจ้งความว่าเรือลำดังกล่าวหายไป

นายนรินทร์ ลำดับเหตุการณ์ว่า เป็นผู้พบว่าเรือถูกคลื่นซัดไปอยู่บนชายหาดห่างจากฝั่งประมาณ 300-500 เมตร โดยสภาพเรือยังสมบูรณ์ดี ต่อมามีการกู้เรืิอกลับเข้าฝั่งที่ท่าเรือดินแดง และมีเจ้าหน้าที่อุทยานอีกชุดหนึ่งใช้รถยนต์อีซูซุ โรดีโอ ซึ่งใช้ในราชการของอุทยานฯ ลากจูงเรือกลับมาเก็บไว้ที่ที่ำการอุทยานแห่งชาติสิมิลัน หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งนำเรือออกจากที่ทำการอุทยานฯไป และไม่มีผู้ใดได้พบเรือลำดังกล่าวอีกเลย จากนั้นในวันที่ 19 มกราคม 2548 นายวิทยา ได้มีคำสั่งให้ตนไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยเขียนรายการครุภัณฑ์ที่เป็นทรัพย์สินของทางราชการที่สูญหายจากสึนามิหลายรายการ ตนจึงนำเอกสารดังกล่าวไปแจ้งความตามที่นายวิทยาสั่ง โดยไม่ได้ดูรายละเอียดกระทั่งมาทราบภายหลังว่าหนึ่งในครุภัณฑ์ที่แจ้งหายนั้นรวมเรือยนต์ตรวจการณ์ลำดังกล่าวด้วย ซึ่งในระหว่างนั้นตนถูกย้ายให้ไปประจำที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ส่วนนายวิทยา ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 16:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต่อมาประมาณเดือนมกราคม 2553 ดีเอสไอนำโดย นายประกาศิต เหลืองทอง และ ร.ต.อ.ธัชพงษ์สายโศภา พร้อมคณะ ได้สอบปากคำตน กรณีเรือลำดังกล่าวสูญหาย จึงได้ทราบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น และได้ให้ปากคำไปตามความเป็นจริงว่า เรือลำดังกล่าวไม่ได้สูญหายแต่อย่างใด

“การให้ปากคำของผมสร้างความโกรธแค้นกับนายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ เป็นอย่างมาก ถึงกับข่มขู่ว่าจะทำร้ายผมกับครอบครัว หลังจากนั้นไม่นานนายวิทยาก็เดินทางมาพบผมที่จังหวัดกระบี่ขอให้เปลี่ยนคำให้การ โดยเสนองเนิให้ 2 ล้านบาท แต่ได้ปฏิเสธไป ซึ่งเรื่องนี้ภรรยาผมเป็นพยานได้ ต่อมานายวิทยา ซึ่งได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล ได้ใช้อิทธิพลในตำแหน่งหน้าที่ สั่งการให้ นายอมรินทร์ อินทรสมบัติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี สั่งเลิกจ้างนางอุสา หมันนาเกลือ ภรรยาของผม ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติงานมา 4 ปี โดยไม่แจ้งเหตุแห่งการเลิกจ้างแต่อย่างใด โดยนายวิทยายังข่มขู่ว่าคนต่อไปที่จะถูกย้ายคือผมถ้ายังไม่ยอมเปลี่ยนคำให้การ” นายนรินทร์ กล่าว

นายนรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ต่อมาในวันที่ท 6 ธันวาคม 2554 ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติงานประจำหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล จากนั้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 ตนได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายเปลี่ยนประสพ ขาวนวล ว่า นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องการให้ตนไปพบที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา โดยตนได้พบนายดำรงค์ในห้องทำงานของหัวหน้าอทุยานฯ มีนายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายจิรศักดิ์ ชูความดี และนายเชษฐ์ พวงจิตร ร่วมอยู่ด้วย โดยนายดำรงค์ ได้สอบถามนายวิทยา ต่อหน้าตนเรื่องเรือยนต์ตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาสลำเจ้าปัญหา ซึ่งนายวิทยาตอบว่า เรือลำดังกล่าวถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดหายไปแล้วชาวบ้านไปพบจึงนำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง จากนั้นนายดำรงค์ ถามตนว่าเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งตนได้ชี้แจงตามความจริงและยืนยันว่าไม่มีการข่มขุ่จากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอแต่อย่างใด ท้ายที่สุด นายดำรงค์ ได้แจ้งตนว่าลงนามในคำสั่งย้ายให้ตนไปประจำที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลำพูน โดยได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มิถุนายน 2555

“ผมเชื่อว่าการที่ผมและภรรยาถูกกลั่นแกล้งเพราะไปเกี่ยวข้องเป็นพยานให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จนมีการโยกย้ายผมหลายครั้ง กระทั่งครั้งหลังสุดย้ายผมไปลำพูน ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นลูกจ้างประจำ ตำแหน่งนายท้ายเรือกลชายทะเล ระดับ ส 2 มีภูมิลำเนาและปฏิบัติงานในท้องที่ภาคใต้มาตลอด กลับถูกย้ายไปที่แม่ปิง ลำพูนภาคเหนือ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และภรรยาของผมที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวทำงานเป็นแม่บ้านก็ถูกเลิกจ้างโดยไม่ให้เหตุผล ทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่ผมปฏิเสธที่จะเปลี่ยนคำให้การต่อดีเอสไอ การโยกย้ายดังกล่าวทำให้ผมและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างมากในเรื่องค่าครองชีพและการดำรงชีวิต จึงขอให้กรรมาธิการฯช่วยให้ความเป็นธรรมสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป รวมถึงขอให้คุ้มครองผมและครอบครัวจากการข่มขู่ของนายวิทยาด้วย” นายนรินทร์ กล่าว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 16:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างไรก็ตามนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯด้วย อ้างว่าการโยกย้ายดังกล่าวเพราะอยากสลับตำแหน่งบ้างเพื่อให้ไปตรวจการณ์ลำน้ำที่แม่ปิง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องคำให้การตามที่นายนรินทร์ เข้าใจ แต่จะมีการสลับตำแหน่งกลับมา ส่วนการเลิกจ้างภรรยาของนายนรินทร์นั้นเป็นการเลิกจ้างเพื่อนำเงินจากการจ้างดังกล่าวมาปรับเป็นค่าจ้างให้กับคนอื่น

ขณะที่นายนรินทร์ สวนว่า ตั้งแต่เดินทางไปประจำที่แม่ปิงยังไม่เคยออกตรวจการณ์แต่อย่างใด อีกทั้งเรือก็ไม่มีส่งซ่อมมาเป็นปีแล้ว และตนก็เป็นนายท้ายเรือชายฝั่งไม่ใช่นายท้ายเรือลำน้ำ

ประธานกรรมาธิการการที่ดินฯ กล่าวว่า จากการพิจารณาเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลของการโยกย้ายครั้งนี้ เพราะว่า อธิบดีฯบอกย้ายเจ้าหน้าที่จากใต้เนื่องจากเป็นตำแหน่งนายท้ายเรือเพื่อไปที่อุทยานแม่ปิง ซึ่งมีการปราบปรามทางน้ำอยู่ในลำน้ำ ส่วนการเลิกจ้างภรรยาของนายนรินทร์ เนื่องจากต้องนำเงินส่วนดังกล่าวไปปรับเป็นค่าจ้างให้กับคนอื่น แต่ทางกรรมาธิการฯตรวจสอบพบว่ามีการเลิกจ้างภรรยาของนายนรินทร์คนเดียวจากที่มีลูกจ้างชั่วคราวทั้งหมด 50 คน และหัวหน้าอทุยานฯยังมีคำสั่งจากหน่วยเหนือให้ย้ายออกทันทีหลังจากที่นายนรินทร์ไม่ยอมกลับคำให้การ ทำให้ภรรยาของนายนรินทร์ ต้องย้ายออกจากบ้านพักของอทยานฯเหมารถจากกระบี่กลับไปสตูลตอนกลางคืน ทั้ง ๆ ที่นายนรินทร์ ยังอยู่ในช่วงระหว่างการขอเลื่อนการเดินทางไปลำพูน แต่หัวหน้าอุทยานฯแจ้งกับนายนรินทร์ ว่า ในส่วนของภรรยาต้องย้ายออกทันทีเพราะมีคำสั่งจากหน่วยเหนือ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบของกรรมาธิการพยานทั้งหมดในคดีนี้ บางคนถูกย้าย แต่ที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวจะถูกให้ออก ดังนั้นกรรมาธิการฯจะได้รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ พิจารณาเกี่ยวกับพฤติกรรมอธิบดีในการโยกย้ายครั้งนี้ เพื่อให้แก้ปัญหาก่อน จากนั้นจะพิจารณาต่อไปว่าการโยกย้ายครั้งนี้มีการ กลั่นแกล้งที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ต่อไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ทุจริต ฉาว สิมิลัน เรือ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม