หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เงินเดือน 30,000 กู้ซื้อบ้านได้รึเปล่า?  (อ่าน 27333 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 พ.ย. 12, 15:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตอนนี้เงินเดือน 30,000 บาทหักลบทุกอย่างจะเหลือต่อเดือนประมาณ 7,000 บาท กำลังวางแผนจะซื้อบ้าน ราคา 2 ล้านบาท ถ้าเงินขนาดนี้ จะสามารถกู้ได้รึเปล่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
-*-
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 07:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มึนปะเนี่ย คิดได้ไง q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นาย
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 09:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้ครับ แต่ต้องเป็นหลังละหก,เจ็ดแสนบาท

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยูริน
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 09:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กู้ได้คะ แบงค์จะกำหนดเกณฑ์ที่คุณจะต้องผ่อนค่างวด บ้านแพงหน่อยก็ผ่านเยอะ บ้านถูกก็ผ่อนน้อย เพราะงั้นคุณเองต้องวางแผนการใช้จ่ายให้ดีๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
tera
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิดว่าไม่ผ่านค่ะ หรือถ้าผ่านก็ได้ไม่ครบ 100%
อาจจะต้องหาเงินก้อน มาวางดาวน์เยอะหน่อย
เพราะตอนกู้บ้านเค้าดูว่าคุณจะมีกำลังผ่อนไหม

ถ้าบ้านราคาไม่ถึงล้าน น่าจะได้สบายๆ
แต่ถ้า 2 ล้าน คงต้องหาเงินดาวน์เยอะหน่อยค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยาวหน่อยนะ
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 11:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิดว่าอาจจะยากนะคะ ของเราคล้ายๆกัน

สถานะตอนซื้อบ้าน อายุ 29 เงินเดือน 30,000 ซื้อบ้านราคา 2.4 ล้าน ไม่มีหนี้ผ่อนอะไรทั้งสิ้น (เพราะโปะหมด) ดาวน์ตามปกติ 5% ยื่นไป 2 ธนาคาร ของแบงก์กรุงเทพไม่ผ่าน เค้าบอกว่าเพราะเราไม่มีเงินเก็บเหลือติดบัญชีเลย (เพราะเราถอนมาโปะรถ และดาวน์บ้านหมด เพื่อไม่ให้มีหนี้ เวลายื่นกู้) อีกแบงก์คือยูโอบี เรายื่นผ่าน แต่พอถึงเวลาเค้าบอกว่าเค้าประเมิณราคาบ้านให้เราต่ำกว่าที่เรายื่นกู้ (หมายความว่าเค้าให้เราแค่ที่เค้าประเมิณ ที่เหลือเราต้องไปหาเพิ่มมาจ่ายเป็นเงินดาวน์เพิ่มเอง เซลล์ขายบ้านยังบอกว่าไม่เคยมีลูกค้าไหนที่ให้แบงก์มาประเมิณหมู่บ้านที่เราซื้อแล้วให้ราคาประเมิณต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ ) น่าจะเป็นเทคนิคของเค้าที่จะไม่ให้เรายื่นกู้ได้เต็ม 95% สรุปว่าหลังจากประเมิณแล้วเราต้องหาเงินมาจ่ายค่าบ้านเพิ่มอีก ประมาณ 50,000 (ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ไม่คาดคิด เพราะเราถอนออกมาหมดบัญชีแล้ว) แต่ก็ต้องหายืมมาจ่ายเป็นเงินดาวน์เพิ่มอีก 50,000 เพราะคิดว่าไม่อยากยื่นแบงก์อื่นเพิ่มแล้วขี้เกียจเดินเรื่อง และถึงจะจ่ายเพิ่ม 50,000 เราก็ถือว่าจ่ายดาวน์เพิ่มไป ยื่นกู้ลดลง จึงสรุปจบที่ยูโอบี

กู้ 30 ปี ผ่อนเดือนละประมาณ 15,000 แต่ที่ยูโอบี MLR จะแพงกว่าแบงก์ทั่วไปอยู่เยอะมากค่ะ ถ้ามีทางเลือกก็เลือกแบงก์ไทยดีกว่า แบงก์ไทยให้กู้ยากหน่อยเพราะอีโก้สูงต้อนรับแต่พวกเงินหนา

ตอนนี้เราผ่อนมาได้ 4 ปีแล้วค่ะ ตอนครบ 3ปีแรก เราขอ retention (ลดดอกเบี้ยกับยูโอบี) เพราะถ้าไม่ให้เราจะ refinance (ย้ายไปเป็นลูกหนี้ธนาคารอื่นแทน เพราะตอนนั้นคิดว่าถ้ากู้ที่อื่นก็คงจะผ่านแล้วค่ะ) สรุปเราได้ลดดอกเบี้ยจากยูโอบี หลังจากหมด 3 ปี เพราะช่องโหว่ของสัญญาที่บอกว่า ลูกหนี้ห้ามชำระค่าบ้านหมดภายใน 3 ปี ดังนั้นเมื่อเกิน 3 ปีเราสามารถไปกู้ธนาคารอืนมาปิด แล้วไปเป็นลูกหนี้ธนาคารอื่น (ที่ดอกถูกกว่าแทนได้) สรุปอีกครั้งคือ หลังจากเรา retention กับยูโอบี เราก็ต้องผ่อนกับเค้าอีก 3 ปี เป็นอย่างต่ำ ซึ่งตอนนี้ผ่อนไปได้ปีที่ 4 แล้ว ยังต้องอยู่กับเค้าอีก 2 ปี ให้ครบ 6 ปี (สัญญาแรก 3 ปี สัญญาหลังจาก retention อีก3 ปี)

*** เลือกธนาคารที่เหมาะกับตัวเองนะคะ ของเรามีแต่คนว่าทำไมยัง retention กับยูโอบี ทำไมไม่ย้าย เพราะถึงลดดอกเบี้ยให้แต่ MLR สูงกว่าทีอื่น สรุปก็เสียดอกเบี้ยพอๆกับที่อื่น ที่นี่้เราโปะได้ทุกงวด มีเงินจะโปะเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ตอนนี้เราเหลือหนี้ผ่อนบ้านอีกไม่เกิน 6 ปี (รวมที่ผ่อนมาแล้ว 4 ปี เป็นผ่อนทั้งหมด 10ปี จากเดิมที่ยื่นไว้ 30 ปี)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
diddy
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 11:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มึนปะเนี่ย คิดได้ไง q*027

บางทีก็นะ คนเค้าไม่รู้ ก็บอกเค้าดีๆ เอาตัวเองให้รอดก่อน มีปัญญารึยัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 11:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แบบนี้เราหมื่นนิดๆ ก็หมดสิทธิ์ไปเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชานม
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 14:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แบบนี้เราหมื่นนิดๆ ก็หมดสิทธิ์ไปเลย
ยังไม่หมดสิทธิ์ครับ ถ้าราคาบ้านไม่แพง ผมซื้อราคาหนึ่งล้านบาท เงินเดือนผมเหลือไม่ถึงหมื่นยังสบายๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอาใจช่วย
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 16:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บางที่ก็ไม่ได้ดูเงินเดือนอย่างเดียวนะคะ เอาหลักทรัพย์อื่นๆ มาประกอบด้วยก็ได้ เช่น สลากออมสิน หรือบัญชีเงินเก็บอื่นๆ การแต่งเสตทเม้นท์ให้มีเงินเข้าๆ ออกๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนก็ช่วยได้นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พิกกี้
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณชานมคะ คุณกู้เเบ้งค์อะไรเหรอคะ พอดีเรากำลังจะกู้ปลูกบ้านพอดีอะคะ เลยอยากทราบค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
tomy
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 19:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุทธิเหลือ7,000บาทไม่ผ่านชัวร์ (ผมสุทธิเหลือ15,000ให้กู้แค่1,300,000เอง)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กลัว
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 28 พ.ย. 12, 21:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรากำลังจะกู้เหมือนกัน แต่คิดว่าตัวเองต้องกู้ไม่ผ่านแน่นอนเลย เลยกลัวเค้าจะยึดเงินมัดจำ เพราะเห็นบางกระทู้โดนโครงการโกงเงินมัดจำ กลัวจัง เราควรทำไงดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 29 พ.ย. 12, 11:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คิดว่าอาจจะยากนะคะ ของเราคล้ายๆกัน

สถานะตอนซื้อบ้าน อายุ 29 เงินเดือน 30,000 ซื้อบ้านราคา 2.4 ล้าน ไม่มีหนี้ผ่อนอะไรทั้งสิ้น (เพราะโปะหมด) ดาวน์ตามปกติ 5% ยื่นไป 2 ธนาคาร ของแบงก์กรุงเทพไม่ผ่าน เค้าบอกว่าเพราะเราไม่มีเงินเก็บเหลือติดบัญชีเลย (เพราะเราถอนมาโปะรถ และดาวน์บ้านหมด เพื่อไม่ให้มีหนี้ เวลายื่นกู้) อีกแบงก์คือยูโอบี เรายื่นผ่าน แต่พอถึงเวลาเค้าบอกว่าเค้าประเมิณราคาบ้านให้เราต่ำกว่าที่เรายื่นกู้ (หมายความว่าเค้าให้เราแค่ที่เค้าประเมิณ ที่เหลือเราต้องไปหาเพิ่มมาจ่ายเป็นเงินดาวน์เพิ่มเอง เซลล์ขายบ้านยังบอกว่าไม่เคยมีลูกค้าไหนที่ให้แบงก์มาประเมิณหมู่บ้านที่เราซื้อแล้วให้ราคาประเมิณต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ ) น่าจะเป็นเทคนิคของเค้าที่จะไม่ให้เรายื่นกู้ได้เต็ม 95% สรุปว่าหลังจากประเมิณแล้วเราต้องหาเงินมาจ่ายค่าบ้านเพิ่มอีก ประมาณ 50,000 (ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ไม่คาดคิด เพราะเราถอนออกมาหมดบัญชีแล้ว) แต่ก็ต้องหายืมมาจ่ายเป็นเงินดาวน์เพิ่มอีก 50,000 เพราะคิดว่าไม่อยากยื่นแบงก์อื่นเพิ่มแล้วขี้เกียจเดินเรื่อง และถึงจะจ่ายเพิ่ม 50,000 เราก็ถือว่าจ่ายดาวน์เพิ่มไป ยื่นกู้ลดลง จึงสรุปจบที่ยูโอบี

กู้ 30 ปี ผ่อนเดือนละประมาณ 15,000 แต่ที่ยูโอบี MLR จะแพงกว่าแบงก์ทั่วไปอยู่เยอะมากค่ะ ถ้ามีทางเลือกก็เลือกแบงก์ไทยดีกว่า แบงก์ไทยให้กู้ยากหน่อยเพราะอีโก้สูงต้อนรับแต่พวกเงินหนา

ตอนนี้เราผ่อนมาได้ 4 ปีแล้วค่ะ ตอนครบ 3ปีแรก เราขอ retention (ลดดอกเบี้ยกับยูโอบี) เพราะถ้าไม่ให้เราจะ refinance (ย้ายไปเป็นลูกหนี้ธนาคารอื่นแทน เพราะตอนนั้นคิดว่าถ้ากู้ที่อื่นก็คงจะผ่านแล้วค่ะ) สรุปเราได้ลดดอกเบี้ยจากยูโอบี หลังจากหมด 3 ปี เพราะช่องโหว่ของสัญญาที่บอกว่า ลูกหนี้ห้ามชำระค่าบ้านหมดภายใน 3 ปี ดังนั้นเมื่อเกิน 3 ปีเราสามารถไปกู้ธนาคารอืนมาปิด แล้วไปเป็นลูกหนี้ธนาคารอื่น (ที่ดอกถูกกว่าแทนได้) สรุปอีกครั้งคือ หลังจากเรา retention กับยูโอบี เราก็ต้องผ่อนกับเค้าอีก 3 ปี เป็นอย่างต่ำ ซึ่งตอนนี้ผ่อนไปได้ปีที่ 4 แล้ว ยังต้องอยู่กับเค้าอีก 2 ปี ให้ครบ 6 ปี (สัญญาแรก 3 ปี สัญญาหลังจาก retention อีก3 ปี)

*** เลือกธนาคารที่เหมาะกับตัวเองนะคะ ของเรามีแต่คนว่าทำไมยัง retention กับยูโอบี ทำไมไม่ย้าย เพราะถึงลดดอกเบี้ยให้แต่ MLR สูงกว่าทีอื่น สรุปก็เสียดอกเบี้ยพอๆกับที่อื่น ที่นี่้เราโปะได้ทุกงวด มีเงินจะโปะเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ตอนนี้เราเหลือหนี้ผ่อนบ้านอีกไม่เกิน 6 ปี (รวมที่ผ่อนมาแล้ว 4 ปี เป็นผ่อนทั้งหมด 10ปี จากเดิมที่ยื่นไว้ 30 ปี)





ผมอยากสอบถามเรื่อง refinance ถ้าเราผ่อนครบ 3 ปี แล้วไปรับรับดอกเบี้ยถูกๆจากธนาคารอื่น แล้วจะทำได้ตลอดทุก 3 ปีจนผ่อนหมดเลยไหมครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยาวหน่อยนะ
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 29 พ.ย. 12, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณ clickcack

ปกติสัญญา ธนาคารจะบอกว่าห้ามปิดหมดภายใน 3 ปี ถ้ามีตรงนี้ระบุสามารถทำได้ทุกๆ 3 ปีเลยค่ะ (เราอาจจะลืม ผ่อนไปแล้ว 4 ปี ก็ยังทำได้ค่ะ ถือว่าเราทำตามสัญญาครบแล้ว) พอได้ทำสัญญากับธนาคารใหม่ ก็ดูว่ามีระบุในสัญญาเหมือนเดิมหรือป่าว ถ้ามี ก็สามารถทำแบบเดิมกับธนาคารใหม่ (สัญญาใหม่ได้) ได้อีก

แต่โดยปกติการเปลี่ยนธนาคาร จะมีค่าใช้จ่ายในการ refinance เช่นค่าประเมิณ ค่าธรรมเนียมต่างๆ (ที่ทางธนาคารใหม่จะเรียกเก็บ) ซึ่งเผลอๆอาจจะไม่คุ้มค่ะ กับส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลงไป ค่ะ

แนะนำว่า ถ้าที่เดิมใช้อยู่เป็นธนาคารต่างประเทศ MLR สูงจริงๆ หรือจ่ายดอกเบี้ยเยอะกว่าที่ใหม่มากๆ ค่อยย้าย ถ้าไม่ต่างกันมาก ขอ retention (ลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม) จะคุ้มกว่า ในที่นี้ กรณีถ้าเรารู้ว่าเราจะขอ retention หรือ refinance ก็ตาม เราจะต้องไม่มีหนี้มากมายนะคะ เวลาเดินเรื่องต้องเหมือนกับตอนเราซื้อบ้านใหม่ คือทำตัวให้มีภาระหนี้น้อยที่สุด เราจะต่อรองได้มากค่ะ

กรณีที่เจอมา ตอนเราไปขอ retention กับที่เดิม (จะขอได้ต้องมีประวัติชำระดี ตรงเวลา ด้วยนะคะ) พนักงานตรวจสอบบอกว่าเรามีหนี้บัตรเครดิตอยู่เกือบแสน (เป็นเทคนิคที่บอกเป็นนัยๆว่า ถึงเราจะ refinance ที่ใหม่ก็อาจไม่ให้เพราะมีหนี้ ดังนั้นถ้าอยู่ต่อกับเค้า เค้าอาจ retention ให้ได้ระดับนึง (เพราะเป็นลูกค้าชั้นดี) เราจึงบอกพนักงานไปว่า หนี้บัตรเราเตรียมปิดก่อน refinance อยู่แล้วเพราะรู้ข้อกำหนดของการกู้ดี ดังนั้นให้ลองพิจารณา เรต retention ให้เราดูอีกที (พร้อมกับโชว์เรต ดอกเบี้ยที่อื่น 5 ธนาคาร ที่ไปหามา) หลังจากนั้นเราได้ปรับลดดอกเบี้ย จนเกือบเท่ากับ ธนาคารอื่นที่ให้เรตดอกเบี้ยต่ำสุดในเวลานั้น ..(ที่แพงกว่านิดหน่อยเพราะเค้ารู้ว่าเราไม่ไปเสียเวลา เดินเรื่อง เสียค่าประเมิณ เสียค่าธรรมเนียม กับที่ใหม่แน่นอน)

คร่าวๆตามนี้นะคะ ถ้ายังสงสัย เดี่ยวเข้ามาอ่านต่อค่ะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยาวหน่อยนะ
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 29 พ.ย. 12, 14:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต่ออีกนิดนะคะ

สรุปสัญญาถ้ามีระบุว่าห้ามปิดหมดภายในกี่ปี เช่น 3 ปี หลังจากนั้นเราก็เอาช่องโหว่ตรงนี้มาเป็นเงื่อนไข ในการย้ายธนาคาร (ให้ธนาคารใหม่โปะหนี้ให้เราให้หมด แล้วไปเป็นลูกหนี้ธนาคารใหม่แทน) ถ้าสัญญาของธนาคารใหม่ระบุไว้เหมือนกัน สมมุติว่า 5 ปี หลังจาก 5 ปี เราก็ใช้ช่องโหว่เดิมมาเป็นเงื่อนไขย้ายธนาคารอีก ... ถ้าเราไม่ย้ายธนาคาร เรายังใช้ที่เดิม เราก็ขอลดดอกเบี้ยได้ทุกๆ 3 ปี จนผ่อนหมดเลยก็ยังได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับอำนาจในการต่อรอง ..ถ้าเราเป็นลูกค้าชั้นดีมาตลอด เค้าก็ไม่อยากปล่อยไปค่ะ ของเราอีก 2 ปี เราจะทำเรื่อง retention หรือ refinance อีกครั้งอยู่เหมือนกันค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 29 พ.ย. 12, 15:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุนมากเลยครับ พอดีผมลองเข้าไปเปรียบเทียบดอกเบี้ยแต่ละธนาคารแล้ว ผมเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปีที่ 4 ส่วนมากจะ - MLR ที่ 0.5 - 1.0% ซึ่งก้อจะอยู่ที่ 6% ซะส่วนใหญ่โดยเฉลี่ย แต่อัตราดอกเบี้ยแทบจะทุกธนาคาร ตั้งแต่เริ่มต้นถึง 3 ปี มันถูกมาก บางที่ให้ 0% เลยด้วยอ่า ผมเลยหันมาศึกษาการ refinance แต่ยังไงต้องขอบคุน คุนยาวหน่อยนะ มากนะครับ เข้าใจอะไรมากขึ้นพอสมควรเลย อิอิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ยาวหน่อยนะ
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 29 พ.ย. 12, 16:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

555 ดีใจที่เป็นประโยชน์ค่ะ แต่ที่ให้ดอกเบี้ย 0% ลองดูเงื่อนไขในสัญญาดีๆนะคะ ยังไงเค้าก็ต้องอยากได้กำไร ไม่อ่านสัญญาดีๆ อาจจะติดภาระผูกพันกับเค้าไปยาวเลย

กรณีตัวอย่างมีนะคะ เช่น ตอนที่มีข่าวกู้ซื้อบ้านหลังแรกดอก 0% กับธกส จำไม่ได้ละเอียดนะคะ คร่าวๆคือ 0% กี่ปีแรกไม่แน่ใจหลังจากนั้นเป็น เรตปกติ ซึ่งดูเหมือนว่าจะห้าม refinance ไปที่อื่น ...(งงๆนะสิ เพราะเราจำรายละเอียดไม่ได้) เอาแบบสรุปก็คือ กรณีตัวอย่างนี้ใช้ได้กับคนที่ไม่รู้จักการ refinance รู้แค่ว่ากู้กับใครต้องผ่อนกับคนนั้นไปตลอด คนก็เลยดีใจนึกว่าได้กู้ดอกเบี้ยถูก..ซึ่งโดยปกติคนที่ไม่เคยซื้อบ้านก็จะไม่รู้เป็นปกติค่ะ โดยส่วนตัวถ้าไม่เคยซื้อบ้าน ก็จะตื่นเต้นเหมือนกัน แต่พอซื้อมาแล้ว รู้วิธีหักโน่นนั่นนี่ แล้วจะเข้าใจว่า ระยะยาว มันไม่คุ้มกันเลย

เอาเป็นว่าหาช่องโหว่ตรงสัญญามาต่อรองกับธนาคารให้ได้นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 29 พ.ย. 12, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คับผม ผมจะอ่านสัญญาอย่างละเอียดสัก 3 รอบก่อน ตัดสินใจเซ็นต์ คิคิ ขอบคุณมากนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชานม
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 1 ธ.ค. 12, 16:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณพิกกี้ ผมกู้ธ.อาคารสงเคาระห์ครับ แต่ผมทำงานราชการหน่วยงานมีข้อตกลงกับธนาคาร กู้ได้เต็ม100 (เวลากู้ธนาคารเขาจะดูเงินเดือนเหลือสุทธิที่เท่าไร ไม่ใช่ดูที่เงินเดือนเต็ม)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชานม
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 1 ธ.ค. 12, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สุทธิเหลือ7,000บาทไม่ผ่านชัวร์ (ผมสุทธิเหลือ15,000ให้กู้แค่1,300,000เอง)
ปัจจัยอยู่ที่ความมั่นคงของที่ทำงานและระยะเวลาที่จะผ่อนชำระครับ ผมทำงานราชการ เหลือสุทธิ8,000บาท(อายุตัว35)กู้1ล้านบาทได้เต็ม ผ่อนบ้านเดือนละ6,000บาท 30ปี ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
New lanla
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 3 ม.ค. 13, 20:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078
ตอนนี้มองดูบ้านไว้ราคา 1,900,000 บาทค่ะ โครงการก็บอกกู้คนเดียวได้แต่ไม่ได้100% อยากก้ให้ได้ 100% ไม่มีเงินดาวน์ บริษัทไม่มีสวสดิการกับแบงค์เลย เงินเดือน 25,000 จะทำไงดีค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
JIJA
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 4 พ.ค. 13, 09:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กู้ได้ประมาน 1.3 ล้านครับ หาเงินมาดาว 7แสน

วิธีคิด 1 ) ผ่อนบ้านต่อเดือนไม่ควรเกิน 30% ของรายได้
2 )บ้าน 1 ล้าน ผ่อนประมาน 7000 บาท 30 ปี (แล้วแต่ดอกเบี้ย)


เงินเดือน 30,000 ผ่อนแบบสบายๆ 30% คุณผ่อนได้เดือนละ 9,000

บ้าน 1 ล้าน ต้องผ่อน 7000
บ้าน 2 ล้าน ต้องผ่อน 14000

14000 มันคึ่งนึงของเงินเดือน

ไม่ผ่านครับ

แต่ หาเงินมาดาว เพิ่ม หรือ หาญาติมาช่วยกู้ ก็จะผ่าน

แต่ แนะนำให้ผ่อนแค่ 30 % ของรายได้พอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
hansamuhito
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 ก.ค. 13, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเองก็กำลังจะซื้อบ้าน ยื่นกู้หลายธนาคาร กสิกร ธอส ออมสิน สรุปผ่านที่ ออมสิน อย่างเดียวเนื่องจากผมไปปิดหนี้ในแบล็คลิสมาได้ 7 เดือน กสิกร และ ธอส บอกให้ผมครบ 1 ปีก่อนค่อยกู้ได้ แต่ออมสินผมมีทำเงินฝากแบบออมสินคู่ขวัญก็เลยผ่าน แต่ไม่รู้ว่าเรื่องของดอกเบี้ยจะแพงแค่ไหน ไม่สามารถเลือกธนาคารได้จำเป็นต้องยอมถ้าแพง ในขณะที่เขียนยังไม่รู้รายละเอียดว่า ดอกเบี้ย เท่าไหร่ ผ่อนต่อเดือนเท่าไหร่ รู้แต่ว่ากู้ได้ 100% เต็ม ยังไม่ได้เซ็นสัญญา เพื่อนๆคิดว่าดีไหมครับ ผมเงินเดือน 30,000 ค่าตำแหน่ง 7,500 ไม่มีภาระหนี้ มีแบงค์ไหนแนะนำที่ดอกถูกๆบ้างครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
YIU
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 2 ธ.ค. 13, 17:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขึ้นอยู่กับว่า 23000 ที่หายไปมันอยู่ในสารบบทางการเงินรึเปล่า ถ้าเครดิตดีไม่เคยค้างหนี้สถาบันการเงิน และมีหนี้คงค้างไม่เยอะนัก ก็น่าจะได้ ลองปรึกษาธนาคารดูก่อนก็ได้คับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตน หนอ ตน
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 3 ธ.ค. 13, 10:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่รู้สินะ ผมเงินเดือน 30000 นิดๆ กู้ได้เกือบ 4 ล้าน
ใช้สวัสดิการบริษัท แบ็งค์ประเมินบริษัทเกรด A กู้ได้เต็ม 100% ของราคาบ้าน แถมอีก 10% เป็นค่าตกแต่ง สรุปกู้ได้ทั้งหมด 110% (บ้านราคา 3.5 ล้านบาท)

มีบัตรเครดิตอยู่ 3 ใบ จ่ายขั้นต่ำบ้างเป็นครั้งคราว
ถ้าเอาจริงๆ รายได้-รายจ่ายแล้ว เหลือเงินแค่ 5,000 กว่าบาท
แต่ธนาคารจะหักค่าใช้จ่ายที่มองเห็น เช่นยอดคงค้างในบัตรเครดิต ยอดเงินกู้ธนาคารที่มีการส่งให้เครดิตบูโร ผมเลยใช้วิธีล้างหนี้ทั้งหมดให้เป็น 0 ก่อนยื่นกู้แบ็งค์ประมาณ 2 เดือน เพื่อให้เครดิตบูโร่ โชว์ว่าเราไม่มีหนี้คงค้าง (ยืมคนโน้น คนนี้มาจ่ายก่อน โดยขอยืมแค่ 2 เดือน) อย่าลืมไปตรวจสอบประวัติเครดิตบูโร่เราด้วยนะว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ของผมโดนซิตี้แบ็งค์โชว์สถานะว่าค้างจ่าย 8 หมื่นกว่าบาท ทุกเดือนเป็นระยะเวลา 1 ปี ติดต่อกัน ทั้งๆที่ผมปิดยอดไปแล้ว แต่ทางแบ็งค์ไม่ยื่นสถานะปิดบัญชีของผมให้เครดิตบูโร่ทราบ แล้วต้องไปยื่นเรื่องขอแกไขเอง โดยให้ทางแบ็งค์ออกหนังสือรับรองว่าผมปิดบัญชีไปแล้วตั้งแต่วันที่เท่าไร ระหว่างนั้นก็ผ่อนดาว์นกับโครงการไปงวดละ 2 หมื่น พอถึงวันยื่นกู้ ใช้เวลาในการยื่นเอกสาร ตรวจประเมิน และอนุมัติไม่เกิน 1 เดือน ไม่เห็นจะยากเหมือนที่คนอื่นบ่นกันเลย (ผมเคยมีประวัติโดนแบ็งค์ยื่นจะฟ้องหลายธนาคาร เมื่อ 3 ปีก่อน ที่จะทำเรื่องซื้อบ้าน เพราะเคยมีหนี้และบัตรเครดิตถึง 17 รายการ ทำให้ผ่อนชำระไม่ไหว แต่ก็เคลียร์ได้ในที่สุด) q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เคยมาล่ะ
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 13 ม.ค. 14, 11:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เคยกู้แล้วค่ะ เงินเดือน 30,000 บาท ไม่มีหนี้สิ้นอย่างอื่น (ที่แสดงว่าเป็นหนี้สินเรา อิอิ) ไม่กู้ร่วมด้วย
เงินเดือน 30,000 บาท กู้ได้สูงสุดประมาณ 1.5 ล้านบาท
ยังไงแบงค์เค้าก็ประเมินหลายด้านนะค่ะ สู้ๆแล้วกันนะ
แต่ของคุณลำบากไปหรือเปล่า เหลือเงินต่อเดือน 7,000 บาทเนี่ย มันเท่ากับค่าผ่อนบ้าน 1 ล้านบาทเองนะค่ะ เพราะปัจจุบันคิดง่ายๆกู้บ้าน ก็ผ่อน 7,000 บาทต่อยอดกู้ 1 ล้านบาทอ่ะค่ะ
ส่วนใหญ่จะประมาณจาก 40% ของเงินเดือนคือเงินที่แบงค์คิดว่าคุณจะสามารถผ่อนคืนเค้าได้ต่อเดือน ถ้าคุณผ่อนรถอยู่ เค้าก็จะเอาค่างวดรถนี้ไปหักกะยอด 40% แล้วดูว่าเป็นเงินเท่าไหร่ แล้วคิดกลับไปว่าคุณจะได้ยอดวงเงินกู้เท่าไหร่อ่ะค่ะ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  บ้านหลังแรก สินเชื่อบ้าน กู้บ้าน เงินเดือน กู้ซื้อบ้าน 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม