Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
หน้า: 1 ... 370 371 372 373 374 375 376 377 378 379 380 381 382 383 384
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน  (อ่าน 72935 ครั้ง)
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16920: 27 พ.ค. 19, 14:43 น

“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้ พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูง ขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้ แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลย์ ในเรื่องต่างๆขึ้นซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗

 
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16921: 27 พ.ค. 19, 14:44 น

“...ความสำคัญของการประหยัดซึ่งรัฐบาลได้ชักชวนให้แต่ละคนปฏิบัติคงจะได้ตระหนักอยู่แล้วทั่วกันว่าการ ใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัวช่วยป้องกันความ ขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ประหยัดเท่านั้น ยังจะเป็นประโยชน์ แก่ประเทศชาติด้วย ทั้งนี้ โดยที่ประชาชนแต่ละคนเป็นส่วนประกอบของประเทศชาติฐานะทางเศรษฐกิจของ ประเทศชาติก็ขึ้นอยู่ที่ฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนพลเมือง ถ้าแต่ละคนทำการประหยัดและช่วยผดุงฐานะ ของตนเองแล้ว ก็เท่ากับได้มีส่วนช่วยส่งเสริมภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๐๓ วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16922: 27 พ.ค. 19, 14:44 น

“...ความสุขความเจริญนี้แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ทั้งความสมหวังและผิดหวัง เป็นปรกติธรรมดาทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจและเตรียมการให้พร้อมอย่าประมาท...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๙ วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16923: 27 พ.ค. 19, 14:44 น

“...ความเจริญผาสุกและความตั้งมั่นของบ้านเมือง เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดที่บุคคลพึงรำลึกและพึงประสงค์ความเจริญ มั่นคงนั้นจะเกิดมีขึ้นได้ก็ด้วยผู้ปฏิบัติบริหารงานของชาติ ทุกฝ่ายมุ่งที่จะปฏิบัติภาระหน้าที่ของตนให้เต็มกำลังด้วยสติความรู้ตัว ด้วยปัญญาความรู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น...”

พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคมในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ วันเสาร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16924: 27 พ.ค. 19, 14:45 น

“…เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมา ที่เราต้องประสบกับเหตุไม่ปรกติต่างๆ หลายเรื่อง จนทำให้หลายๆ คนเกิดความวิตกห่วงใยในอนาคตของตนเองและของบ้านเมืองเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเหตุที่ส่วนใหญ่มีสติรู้เท่าทัน มีความรู้ความสามารถ จึงต่างขวนขวายช่วยตนเองและร่วมมือร่วมความคิดกันปฏิบัติแก้ไขอย่างจริงจัง จนบัดนี้อาจกล่าวได้ว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ผ่อนคลายลงและมีความหวังว่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังจะต้องพยายามปฏิบัติตนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังต่อไปอีกมาก …”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๗ วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16925: 27 พ.ค. 19, 14:45 น

การปฏิบัติราชการนั้น นอกจากมุ่งกระทำเพื่อให้งานสำเร็จไปโดยเร็ว และมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะต้องกระทำ ด้วยสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดว่าสิ่งใดเป็นความเจริญสิ่งใดเป็นความเสื่อมอะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำอะไรเป็นสิ่งที่ต้องละเว้นหรือกำจัด ผลที่เกิดขึ้นจึงจะเป็นประโยชน์ที่แท้และยั่งยืน ทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องใน วันข้าราชการพลเรือน วันอาทิตย์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16926: 27 พ.ค. 19, 14:45 น

“…หลักของคุณธรรมคือการคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลางก่อนที่บัณฑิตจะพูดจะทำสิ่งไร จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนเพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่นไม่โอนเอนและให้จิตใจสว่างแจ่มใส ซึ่งแรก ๆ หัด อาจะต้องใช้เวลาบ้าง และอาจรู้สึกว่าทำได้ยาก แต่เมื่อปฏิบัติฝึกฝนจนคุ้นเคยชำนาญแล้วก็จะตั้งสติคิดอ่านได้คล่องแคล่วรวดเร็วขึ้นจะแสดงความรู้ความคิดเรื่องใด แก่ใคร ผู้ฟังก็จะเข้าใจได้ง่าย ได้ชัด ไม่ผิดหลักวิชา ซึ่งเท่ากับได้ปฏิบัติถูกต้องตรงตามคุณธรรม ของนักวิชาการอย่างครบถ้วน...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16927: 27 พ.ค. 19, 14:48 น

“…เราทั้งหลายรักษาชาติรักษาแผ่นดินสืบต่อจากบรรพชนมาได้ด้วยสติปัญญาความสามารถและความสามัคคี ทุกฝ่ายต่างพยายามทำหน้าที่ให้ประสานสอดคล้องและเกื้อกูลกันโดยสมานฉันท์และต่างมีจุดหมายที่เที่ยงตรงเสมอเหมือนกันในการทำนุบำรุงแผ่นดิน ระยะหลังนี้สถานการณ์หลายด้าน ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม เปลี่ยนแปลงแปรผันอย่างรวดเร็วและซับซ้อน อาจเป็นเหตุให้บางคนบางฝ่ายเกิดความสับสนในความคิดและความ ไม่เข้าใจกันในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นข้อที่น่าวิตก ข้าพเจ้าเห็นว่าทุกฝ่ายสามารถจะคลี่คลายปัญหานี้ได้ไม่ยากนัก ถ้าเราหวนคิดพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่เป็นมาแล้วในอดีตโดยละเอียดให้เห็นว่าแต่ละเรื่องแต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นจากมูลเหตุอันใด และมีผลเกี่ยวเนื่องสืบต่อมาอย่างไร ก็จะช่วยให้ทราบชัดได้ถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนแนวโน้มที่จะเป็นไปในอนาคต และความรู้ความเข้าใจอันชัดเจนนี้ย่อมทำให้แต่ละคนเล็งเห็นหน้าที่ที่แท้กับทั้งแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ในการจรรโลงอิสรภาพ ความเจริญมั่นคงและความดีงามทั้งปวงในแผ่นดิน ท่านทั้งหลายจึงควรระลึกอยู่เสมอๆ ว่าการใช้สติปัญญาพิจารณาเหตุการณ์ให้กว้างไกลโดยรอบคอบและรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างที่สุด …”

พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๓๒ วันอังคารที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16928: 27 พ.ค. 19, 14:49 น

“…ผู้ที่จะสร้างความสำเร็จในการงานและชีวิตได้แน่นอนนั้น ควรมีคุณสมบัติประกอบพร้อมกัน อย่างน้อย ๕ ประการ ประการแรก ควรจะต้องมีความสุจริต ความมีใจจริง ความตั้งใจจริง ความอุตสาหะอดทน และความเมตตาเสียสละ เป็นพื้นฐานด้านจิตใจ ประการที่สอง ควรจะต้องมีวิชาความรู้ที่ถูกต้องแม่นยำชำนาญ พร้อมทั้งมีฝีมือหรือความสามารถในเชิงปฏิบัติ เป็นเครื่องมือสำหรับประกอบการ ประการที่สาม ควรจะต้องมีสติ ความยั้งคิด และวิจารณญาณอันถี่ถ้วนรอบคอบ เป็นเครื่องควบคุมกำกับให้ดำเนินงานไปได้โดยถูกต้อง เที่ยงตรงตามทิศทาง ประการที่สี่ จะต้องมีความรอบรู้มีความสามารถประสานงานและประสานประโยชน์กับผู้อื่นอย่างกว้างขวาง เป็นเครื่องส่งเสริมให้ทำงานได้คล่องตัวและก้าวหน้า และประการที่ห้า ซึ่งสำคัญที่สุดจะต้องมีความฉลาดรู้ในเหตุในผล ในความผิดถูกชั่วดีในความพอเหมาะพอสม เป็นเครื่องตัดสินและสั่งการปฏิบัติงานทั้งมวลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16929: 27 พ.ค. 19, 14:49 น

“...ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์รักษาความสงบสุข ความมั่นคงปลอดภัย และความถูกต้องเป็นธรรมในบ้านเมือง งานใน หน้าที่จึงเต็มไปด้วยความยากลำบากที่จะต้องตรากตรำปฏิบัติและมากไปด้วยปัญหายุ่งยากนานาชนิดที่จะต้องขบคิดวินิจฉัยรวมทั้งอาชญากรรมทุกรูปแบบที่จะต้องเสี่ยงอันตราย เข้าระงับปราบปราม ด้วยเหตุนี้ทางราชการบ้านเมืองจึงได้มอบหมายสิทธิและอำนาจทางกฎหมายให้เพื่อเป็นเครื่องมือปฏิบัติงานและป้องกันรักษาชีวิต ผู้เป็นตำรวจควรต้องทราบตระหนักถึงความรับผิดชอบในหน้าที่และสิทธิพิเศษของตนดังกล่าว แล้วตั้งใจพยายามฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถจริงมีระเบียบวินัยมีความเข้มแข็งอดทนและมีสติยั้งคิดสูง ที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความเที่ยงตรง ด้วยความฉลาดรอบคอบและด้วยความสังวรระวังมิให้เกินขอบเขตและความจำเป็น ถ้าทำได้ดังนี้ งานทุกอย่างก็จะดำเนินไปโดยราบรื่น และบรรลุผลสำเร็จที่ถูกต้องสมบูรณ์ช่วยให้บังเกิดผลดีทั้งแก่ตนและส่วนรวม...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่แก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรีที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา ๒๕๓๙ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันอังคารที่ ๓มิถุนายน ๒๕๔๐

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16930: 27 พ.ค. 19, 14:49 น

“...วินัยนี้เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ทุกคนย่อมต้องใช้ ทั้งเป็นส่วนบุคคลทั้งเป็นส่วนรวม ถ้าส่วนบุคคลมี วินัย ก็หมายความว่าจะใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ ถ้าสำหรับหน่วยหรือส่วนรวม วินัยนั้นจะทำให้มีความแข็งแกร่งในการปฏิบัติร่วมกันในหน่วยงานของตนหรือในส่วนรวมของกองทัพทั้งหมด ตลอดจนสำหรับชาติบ้านเมืองเป็นส่วนรวม ฉะนั้นวินัยนี้เป็นเครื่องมือหรือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ ซึ่งแต่ละ คนจะต้องฝึกปรือ ให้ดีให้มีวินัยที่เข้มแข็งไม่ย่อหย่อน ถ้าใช้วินัยดีนี้ทุกคนก็จะมีความสามารถแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพราะว่าหมายความว่าหลักวิชาการจะนำมาใช้กันอย่างถูกต้องและไม่บกพร่อง ฉะนั้นการที่มีวินัยนั้นเป็นสิ่งที่ สำคัญยิ่งสำหรับแต่ละคนและสำหรับส่วนรวม...”

พระราชดำรัส ในพิธีประดับยศและพระราชทานสัญญาบัตรยศแก่นายทหารชั้นนายพล ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๖

 
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16931: 27 พ.ค. 19, 14:50 น

“...การมีวินัย มีความสามัคคีและรู้จักหน้าที่ ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญประจำตัวของคนทุกคน แต ่ในการสร้างเสริมคุณสมบัติสามข้อนี้จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคีและหน้าที่นั้นเป็นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ซึ่งย่อมให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่าๆกัน ทั้งสองทาง เพราะฉะนั้นเมื่อจะอบรมจำเป็นต้องพิจารณาให้ถ่องแท้แน่ชัดก่อนว่าเป็นวินัยสามัคคีและหน้าที่ที่ดีคือปราศจากโทษ เป็นประโยชน์เป็นธรรม ไม่เคลือบแฝงไว้ด้วยสิ่งชั่วร้าย เช่น วินัย ก็ต้องไม่ใช่วินัยเพื่อตน เพื่อหมู่คณะของตนเท่านั้น ต้องเป็นวินัยเพื่อคนทุกคน เพื่อคนส่วนใหญ่ เป็นวินัยที่ถูกต้อง ที่เป็นการสร้างสรรค์ ทำนองเดียวกัน การสามัคคีกันทำการหรือทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลมิใช่เพื่อการเพิ่มพูนประโยชน์เฉพาะพวกตน แล้วเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย จึงเห็นได้ว่าการสร้างวินัย สามัคคีและความรู้จักหน้าที่ให้แก่เยาวชนต้องกระทำด้วยความเพ่งพินิจอย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะไม ่บังเกิดผลที่พึงประสงค์ หรือซ้ำร้ายอาจกลับกลายเป็นการทำลายอนาคตและความเจริญมั่นคงของชาติไปก็ได้...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16932: 27 พ.ค. 19, 14:50 น

“...การมีวินัย มีความสามัคคีและรู้จักหน้าที่ ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญประจำตัวของคนทุกคน แต ่ในการสร้างเสริมคุณสมบัติสามข้อนี้จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคีและหน้าที่นั้นเป็นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ซึ่งย่อมให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่าๆกัน ทั้งสองทาง เพราะฉะนั้นเมื่อจะอบรมจำเป็นต้องพิจารณาให้ถ่องแท้แน่ชัดก่อนว่าเป็นวินัยสามัคคีและหน้าที่ที่ดีคือปราศจากโทษ เป็นประโยชน์เป็นธรรม ไม่เคลือบแฝงไว้ด้วยสิ่งชั่วร้าย เช่น วินัย ก็ต้องไม่ใช่วินัยเพื่อตน เพื่อหมู่คณะของตนเท่านั้น ต้องเป็นวินัยเพื่อคนทุกคน เพื่อคนส่วนใหญ่ เป็นวินัยที่ถูกต้อง ที่เป็นการสร้างสรรค์ ทำนองเดียวกัน การสามัคคีกันทำการหรือทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลมิใช่เพื่อการเพิ่มพูนประโยชน์เฉพาะพวกตน แล้วเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย จึงเห็นได้ว่าการสร้างวินัย สามัคคีและความรู้จักหน้าที่ให้แก่เยาวชนต้องกระทำด้วยความเพ่งพินิจอย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะไม ่บังเกิดผลที่พึงประสงค์ หรือซ้ำร้ายอาจกลับกลายเป็นการทำลายอนาคตและความเจริญมั่นคงของชาติไปก็ได้...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16933: 27 พ.ค. 19, 14:50 น

“...ปัจจัยสำคัญ ที่จะเป็นพื้นฐานและส่งเสริมให้เกิดความสามารถดังนั้น ก็คือ ความสุจริตเป็นระเบียบซึ่งประกอบด้วยความสุจริตเป็นระเบียบในความประพฤติหรือในทางกายอย่างหนึ่ง ความสุจริตเป็นระเบียบในความคิดนึก หรือใน ทางใจ อีกอย่างหนึ่ง ทั้งสองประการต่างอาศัยและเกื้อกูลกันอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องอบรมบำรุง ให้เจริญมั่นคง ขึ้นด้วยกัน เมื่อจัดระเบียบในการกระทำและในความคิดนึกได้เที่ยงตรงแน่นอนแล้ว ปัญญา หรือความรู้ความเข้าใจกันถูกต้องถ่องแท้และตรงจุด ก็จะเกิดขึ้น คือ จะพิจารณาเรื่องราวหรือปัญหาใด ๆ ก็สามารถเข้าถึงสาระของเรื่องนั้น ปัญหานั้นได้ทันทีโดยกระจ่างแจ่มชัดปราศจากความลังเลสับสนและย่อมทำให้สามารถใช้ความคิดวิทยาการปฏิบัติงานทุกอย่างได้โดยถูกต้องพอเหมาะพอดี ทั้งบรรลุผลสมบูรณ์บริบูรณ์ตามวัตถุประสงค์...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตภาคใต้ จังหวัดสงขลา ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตภาคใต้ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16934: 27 พ.ค. 19, 14:52 น

“...วินัย แท้จริงมีอยู่สองอย่าง อย่างหนึ่งคือวินัย ตามที่ทราบกันและถือกัน อันได้แก่ข้อปฏิบัติที่บัญญัติไว้เป็นกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่างๆให้ถือปฏิบัติ อีกอย่างหนึ่งคือวินัยในตนเอง ที่แต่ละคนจะต้องบัญญัติขึ้นสำหรับควบคุมบังคับให้มีความจริงใจและให้ประพฤติปฏิบัติตามความจริงใจนั้นอย่างมั่นคง มีลักษณะเป็นสัจจาธิษฐานหรือการตั้งสัตย์สัญญาให้แก่ตัว วินัยอย่างนี้จัดเป็นตัววินัยแท้เพราะให้ผลจริงและแน่นอนยิ่งกว่าวินัยที่เป็นบทบัญญัติทั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเกื้อกูลให้การถือการใช้วินัยที่เป็นบทบัญญัตินั้นได้ผลเที่ยงตรง ถูกต้องสมบูรณ์เต็มเปี่ยมตามเจตนารมณ์...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่ และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๒๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16935: 27 พ.ค. 19, 14:52 น

“...คนที่มีระเบียบวินัยนั้นเป็นผู้ที่เข้มแข็ง เป็นผู้ที่หวังดีต่อตัวเอง เป็นผู้ที่จะมีความสำเร็จในอนาคตอันนี้เป็นระเบียบ อย่างหนึ่ง เป็นวินัยอย่างหนึ่ง คือว่าถ้าคนใดมีระเบียบมีวินัยในร่างกาย คือหมายถึงการปฏิบัติของตัวในกิริยามารยาท ทำให้ไม่มีอุปสรรคต่อการขวนขวายหา จะหาความรู้ก็ได้หาอะไรก็มีความสำเร็จ คือหาสิ่งที่ตัวกำลังมุ่งที่จะปฏิบัติ การปฏิบัติด้วยความมีระเบียบวินัย การปฏิบัตินั้นสำเร็จอันนี้เป็นระเบียบวินัยชนิดหนึ่ง ระเบียบวินัยอีกชนิดที่ กล่าวเมื่อตะกี้ก็คือระเบียบในใจ ในใจนั้นก็คือการกระทำอะไร เราต้องคิด เมื่อมีระเบียบในความคิด คือมีเหตุผล สิ่งใดที่คิดก็คิดออก สมมุติว่าเราคิดเรื่องหนึ่ง แล้วก็ไปคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วไปคิดถึงเรื่องที่สาม เรื่องที่สี่ เรื่องทั้งสามสี่เรื่องนี้ก็ไม่มีความสำเร็จแน่นอน เพราะว่ามันฟุ้งซ่าน ฉะนั้นต้องมีระเบียบในความคิด ที่เรียกว่าระเบียบในใจหรือวินัยในความคิด...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตภาคใต้ จังหวัดสงขลา ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จังหวัดสงขลา วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16936: 27 พ.ค. 19, 14:55 น

“...คนที่อยู่รวมกันเป็นหมู่มากแม้ได้ชื่อว่าเป็นอิสรชนก็ใช้อิสรภาพ คือความเป็นใหญ่ของตนเต็มที่ไม่ได้หากจำเป็น ต้องจำกัดไว้ด้วยกฎข้อบังคับและวินัยอันเหมาะสม เพื่อให้แต่ละคนมีอิสรภาพสม่ำเสมอกัน ทั้งมิให้ล่วงละเมิดกันและ กัน กฎที่บังคับใช้แก่ทุกคนได้ก็มีอยู่อย่างเดียวคือกฎหมาย ซึ่งท่านทั้งหลายได้ศึกษามาแล้วโดยตรงพร้อมเสร็จ ทั้งตัวบทและวิธีใช้และกฎหมายนั้นโดยหลักการจะต้องบัญญัติขึ้นใช้เป็นอย่างเดียวกันและเสมอกันหมดสำหรับคนทั้งประเทศ จึงเป็นธรรมดาที่จะบังคับใช้ให้ได้ผลบริบูรณ์ครบถ้วนทุกกรณีไม่ได้ คงต้องมีส่วนบกพร่องเกิดขึ้นมากบ้างน้อยบ้าง ตามเหตุการณ์และตัวบุคคล ผู้นำกฎหมายมาใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้กฎหมายจะต้องสำนึกตระหนักในความรับผิดชอบของตนเองอยู่ตลอดเวลา ในอันที่จะใช้กฎหมายเพื่อธำรงรักษาและผดุงความยุติธรรมถูกต้องเพียงอย่างเดียว มิใช่เพื่อผลประโยชน์อย่างอื่นๆ...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันจันทร์ ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16937: 27 พ.ค. 19, 14:55 น

“...ความรอบรู้ความเชี่ยวชาญ ที่อุตสาหะศึกษาฝึกหัดให้เพิ่มทวีขึ้นทุกขณะนั้น เมื่อประกอบกันเข้ากับ ระเบียบวินัยที่ดีและความสุจริตบริสุทธิ์ใจจะรวมกันเป็นเสมือนดังเกราะสำหรับป้องกันภยันตรายต่างๆให้แก่ท่าน และจะเป็นพละกำลังส่งเสริมให้ท่านสามารถปฏิบัติการเพื่อความเจริญและความมั่นคงของชาติของบ้านเมืองได้อย่างดีที่สุด...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่ และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ วันพฤหัสบดีที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16938: 27 พ.ค. 19, 14:57 น

“...คำว่าพอสมควรนั้นเป็นหัวใจของประชาธิปไตยเพราะว ่าการเลือกตั้งก็ตามหรือการถกเถียงอะไรทุกสิ่ง ทุกอย่างก็ตาม ต้องได้ผลพอสมควรทั้งนั้น ถ้าไม่ได้ผลพอสมควร ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื่อได้ว่ามีพลร่ม เชื่อได้ ว่าทุจริต เชื่อได้ว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะทุกคนมีผลประโยชน์มีความต้องการแตกต่างกัน แล้วก็เมื่อมีเสรีภาพ ความแตกต่างนั้นอาจทำให้เบียดเบียนกันได้ก็ต้องมีผลพอสมควร หมายความว่าเป็นที่พอใจของแต่ละคนพอสมควร จึงจะมีความเรียบร้อยมีความสงบ ถ้าแต่ละคนเห็นแก่ตัว มีแต่จะเอาผลเต็มที่สำหรับตัว เชื่อว่าอีกคนหนึ่งเขาก็เดือดร้อนประชาธิปไตยหรือความเป็นอยู่ของสังคมของชาติอยู่ที่แต่ละคนมีความสุขพอสมควร จะได้ไม่ใช่เบียดเบียนกันอย่างเปิดเผย...”

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงดนตรี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันเสาร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๑๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16939: 27 พ.ค. 19, 14:58 น

“...ทุกๆสิ่งมีชีวิต และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีชีวิต ระเบียบการอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้แล้วถ้าเปลี่ยนโดยวิธีพูดกันรู้เรื่อง คือเจรจากันอย่างถูกหลักวิชาที่แท้ ที่สูงกว่าหลักวิชาในตำรา ก็จะหมดปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนไปแล้ว ก็เปลี่ยนอย่างตายตัวไปเลย เมื่อสถานการณ์ไม่อำนวย ก็เปลี่ยนต่อไปได้ โดยต้องไม่ทะเลาะกันอย่างหนัก จนกระทั่งทำให้เสียหาย จนทำให้ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ล้าหลัง...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพุธ ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16940: 27 พ.ค. 19, 14:58 น

“...ผู้แทนของปวงชนนั้น ถ้าเป็นผู้แทนของปวงชนจริง ๆ หมายความว่าประชาชน ๕๕ ล้านคน หรืออย่าง น้อยผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง สามารถชี้ได้ว่า “ถ้าคนนี้พูดเขาพูดแทนเราผู้แทนของเรา พูดแทนเรา” ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ ก็ไม่ต้องมีปัญหาอะไรเลย แต่ว่าโดยมากจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะวิธีการไม่ถูก ประเทศต่างๆในโลกมีวิธีต่างๆกันในการจัดระเบียบให้ปวงชนได้ออกเสียงเลือกผู้แทนของตน...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16941: 27 พ.ค. 19, 14:59 น

“…การปกครองนี้ในประเทศหนึ่ง ประเทศหนึ่งก็ต้องมีการมอบฉันทะให้มีผู้ที่ปกครอง หมายถึงผู้ที่จะเข้ามาจัดการดำเนินงานต่าง ๆ ของประเทศ แต่ละคน ๆ ก็อยากจะมาบอกว่าตัวต้องการทำอย่างนี้ๆ ๕๕ ล้านคนพูดพร้อมกันหมดทั้ง ๕๕ ล้านคนก็ฟังไม่รู้เรื่อง เวลาพูดพร้อมกัน ๑๐ คนก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว พูดกัน ๕๕ ล้านคนก็ยิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่แล้วก็ที่ไม่รู้เรื่องเพราะว่า ๕๕ ล้านคนเขาอาจยังไม่ทราบว่าปัญหาคืออะไร เมื่อเขาพูดกันก็ต้องพูดบ้าง เพราะต้องพูดก็พูด เสียงจึงหึ่งอึงคะนึงไปหมดไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นถึงต้องมีผู้แทนของปวงชนซึ่งตามหลักของการปกครองก็ต้องมีผู้แทนราษฎร…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16942: 27 พ.ค. 19, 14:59 น

“...การรักษาบ้านเมืองนั้นมีแบ่งได้เป็นภารกิจหลายอย่าง ภารกิจอย่างหนึ่งก็คือการต่อสู้เชิงรบซึ่งเป็นวิชาที่สำคัญ และวิชาที่ครบถ้วนในตัวเป็นหน้าที่เต็มเวลาอยู่แล้วแต่ว่าคนไทยเราจะต้องทำหน้าที่ครบถ้วนยิ่งกว่านี้อีกคือจะต้องเป็นผู้ที่เป็นคนไทย คนไทยนั้นคือคนที่จะป้องกันอธิปไตยของตัว และจะต้องส่งเสริมให้ทุกคนร่วมกันในการป้องกันอธิปไตย จะต้องเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้คนในชาติมีความอยู่ดีกินดี และจะต้องพยายามถ่ายทอดวิชาการ วิธีความคิดให้แก่ทุกคนที่มีหน้าที่ที่จะสร้างความอยู่ดีกินดีนี้...”

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16943: 27 พ.ค. 19, 15:00 น

“...ท่านเป็นผู้ที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับราษฎรในท้องที่ของท่านมาอย่างใกล้ชิด ย่อมเข้าถึงจิตใจและความต้องการของเขาเหล่านั้นได้ดีกว่าผู้ที่อยู่ห่างไกล ราษฎรย่อมจะต้องหวังพึ่งท่านเมื่อมีความเดือดร้อน ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงหวังว่าท่านทั้งหลายจะเอาใจใส่ดูแลความเป็นอยู่ของเขาให้มากและทำตัวเองให้เป็นที่พึ่งแก่เขาสมกับที่เขาได้ไว้วางใจเลือกท่านขึ้นมาเป็นหัวหน้า...”

พระราชดำรัส พระราชทานในการอบรมกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขตชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๐๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16944: 27 พ.ค. 19, 15:02 น

“...ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ณ ค่ายวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16945: 27 พ.ค. 19, 15:02 น

“...การมีเสรีภาพนั้นเป็นของดีอย่างยิ่ง แต่เมื่อจะใช้จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและความรับผิดชอบ มิให้ล่วงละเมิดเสรีภาพของผู้อื่น ที่เขาก็มีอยู่เท่าเทียมกัน ทั้งมิให้กระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพและความเป็นปรกติสุขของส่วนรวมด้วย มิฉะนั้น จะทำให้มีแต่ความยุ่งยาก จะทำให้สังคมและชาติประเทศต้องแตกสลายจนสิ้นเชิง...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๑๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16946: 27 พ.ค. 19, 15:03 น

“...ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะเห็นคนไทยเราได้ตั้งจิตตั้งใจ ให้มั่นอยู่ในความเมตตาและหวังดีต่อกัน ดูแลเอาใจใส่กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้กำลังใจแก่กันและกันผูกพันกันไว้ฉันญาติและฉันมิตร ทุกคนทุกฝ่ายจะ ได้ร่วมมือร่วมความคิดอ่านกันสร้างสรรค์ความสุขความเจริญมั่นคง ให้แก่ตน แก่ชาติได้ดังที่ตั้งใจปรารถนา...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๖ วันอังคารที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16947: 27 พ.ค. 19, 15:03 น

“...ความเมตตาปรารถนาดีต ่อกันนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญ ที่จะยังความพร้อมเพรียงให้เกิดมีขึ้นทั้งในหมู่คณะและในชาติบ้านเมือง และถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมข้อนี้ประจำอยู่ในจิตใจ ก็มีความหวังได้ว่าบ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆก็จะอยู่รอดปลอดภัย และดำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน...”

พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม วันพุธที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16948: 27 พ.ค. 19, 15:03 น

“...อย่างไรก็ตามเหตุต่างๆ ทั้งนั้น ได้ทำให้เห็นแจ้งถึงน้ำใจของพวกเราอย่างเด่นชัดว่า ทุกคนในผืนแผ่นดิน ไทย ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน มีความสามัคคีกันต่างห่วงใยกันด้วยใจจริง ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะอยู่ ร่วมกันโดยสันติสุข และเมื่อเกิดภัยพิบัติคนไทยไม่ทิ้งกัน ต่างพร้อมเพรียงกันเข้าปฏิบัติช่วยเหลือทันทีด้วย ความเสียสละและเมตตาจริงใจ ไม่เลือกว่าเป็นชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๘ วันศุกร์ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16949: 27 พ.ค. 19, 15:04 น

“...คุณธรรมข้อหนึ่ง ที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือ การให้การให้นี้ไม่ว่าจะให้สิ่งใดแก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญระหว่างบุคคล กับบุคคล และทำให้สังคมมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม นอกจากนั้น การให้ยังเป็นบ่อเกิดแห่งความ สุขอีกด้วย กล่าวคือ ผู้ให้ก็มีความสุข มีความอิ่มเอิบใจ ผู้รับก็มีความสุข มีกำลังใจ สังคมส่วนรวมตลอดถึงประเทศชาติก็มีความผาสุก มีความร่มเย็น...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๖ วันอังคารที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16950: 27 พ.ค. 19, 15:04 น

“...สังคมใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วย ไมตรีจิตมิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่...”

พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในนิตยสารที่ระลึกครบ ๓๖ ปี ของสโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันศุกร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16951: 27 พ.ค. 19, 15:04 น

“...ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบ และหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้นย่อมจะต้องมีทั้งวิชาความรู้ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำการงาน สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติและการปฏิบัติ งานให้ชอบ คือให้ถูกต้องและเป็นธรรม...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ๔ จังหวัดภาคใต้ ณ มัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี วันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๙

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16952: 27 พ.ค. 19, 15:04 น

“...การที่ประชาชนประสบเคราะห์ร้ายเมื่อใดเคราะห์ร้ายนั้นไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ประสบภัย เคราะห์ร้ายนั้นตกกับ ประชาชนทั้งประเทศเพราะว่าถ้าผู้ที่เคราะห์ร้ายโดยตรงไม่ได้รับการช่วยเหลือก็ทำให้ความเดือดร้อนนั้นแผ่มาสู่ส่วนอื่นของประเทศด้วยคนทุกคนในชาติก็เดือดร้อนด้วย การที่จะบรรเทาความเดือดร้อนก็ทำได้อย่างที่ท่านทำ คือ ผู้ที่ยังพอมีกินอยู่ก็ควรจะเผื่อแผ่แก่ผู้ที่เดือดร้อนอย่างนี้ ด้วยความสามัคคีด้วยความเมตตา เราจะบรรเทาความ เดือดร้อนส่วนรวมได้จะนำความปึกแผ่นแก่บ้านเมืองได้ และเป็นกุศลด้วยเพราะว่าไปแผ่เมตตา...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะกรรมการสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16953: 27 พ.ค. 19, 15:05 น

“...การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัว และหลักศีลธรรม ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ดีแต่ขาดความยั้งคิดนำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมของมนุษย์ฉะนั้น ขอให้ทุกคนจงดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ โดยอาศัยวิชาความรู้ที่ได้รับมาประกอบด้วยความยั้งคิดชั่งใจ และศีลธรรมอันดีงาม เพื่อความเจริญก้าวหน้าของตนเองและของประเทศชาติ...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันจันทร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๐๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16954: 27 พ.ค. 19, 15:05 น

“...ถึงอย่างไรความเป็นไทยนั้นก็เป็นสมบัติอย่างหนึ่งที่มีค่าประดับโลกอยู่ ไม่ควรที่ใครจะละเลยทำลาย เสีย เพราะจะทำให้สูญเสียสมบัติมีค่านั้นไปคนที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุด ดีและเหมาะที่สุด ไม่มีใคร อื่นนอกจากคนไทย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใดคนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทยเสมอ ทั้งทางวัตถุ ทางจริยธรรม และภูมิปัญญา...”

พระบรมราโชวาท พระราชทานสมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการประชุมสามัญประจำปี ณ ห้องประชุมสมาพันธ์เยาวชนญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16955: 27 พ.ค. 19, 15:05 น

“...ความสามัคคีและความถือตัวว่าเป็นไทย ที่เป็นเหตุชักนำท่านทั้งหลายให้มาประชุมกันได้โดยพร้อมเพรียงกันนี้เป็นสมบัติมีค่าสูงสุด เพราะเป็นมรดกที่เราได้รับสืบต่อมาจากบรรพบุรุษ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารวมกันอยู่ได้ ให้เราดำรงชาติประเทศและเอกราชสืบมาได้ ทุกคนจะต้องรักษาความเป็นไทยและความสามัคคีนี้ไว้ให้มั่นคงในที่ทุกแห่ง...”

พระบรมราโชวาท พระราชทานสามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการประชุมใหญ่ประจำปี ครั้งที่ ๕๖ วันที่ ๒ - ๑๐ สิงหาคม ๒๕๑๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16956: 27 พ.ค. 19, 15:06 น

“...ภาษาไทยนั้น เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือเป็นทางสำหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดีเป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดีประเทศไทยนั้นมีภาษาของเราเองซึ่งต้องหวงแหน ประเทศใกล้เคียงของเราหลายประเทศ มีภาษาของตนเอง แต่ว่าเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรง เขาต้องพยายามหาทางที่จะสร้างภาษาของตนเองไว้ให้มั่นคง เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้...”

พระราชดำรัส ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันอาทิตย์ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16957: 27 พ.ค. 19, 15:07 น

“...การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเก่านั้นเป็นของดีแต่ถ้าประเพณีบางอย่างไม่สะดวกแก่การปฏิบัติไม่เหมาะแก่กาละ ก็ควรจะจัดดัดแปลงบ้าง การที่จะเปลี่ยนแปลงประเพณีใด ๆ หรือจะรับเอาประเพณีของชาติอื่นใดมาใช้นั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบถ่องแท้เสียก่อนว่า เหมาะสมหรือไม่ประการใด เปลี่ยนแปลงแล้วจะสะดวกกว่าเก่าหรือไม่ จะเป็นประโยชน์อย่างไร...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันพฤหัสบดีที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16958: 27 พ.ค. 19, 15:07 น

“...โบราณวัตถุศิลปวัตถุและโบราณสถานทั้งหลายนั้น ล้วนเป็นของมีคุณค่าและจำเป็นแก่การศึกษาค้นคว้า ในทางประวัติศาสตร์ศิลป และโบราณคดีเป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทยที่มีมาแต่อดีตกาล สมควรจะสงวนรักษาให้คงทนถาวร เป็นสมบัติส่วนรวมของชาติไว้ตลอดกาล...”

พระราชดำรัส ในการเสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันอังคารที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๐๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16959: 27 พ.ค. 19, 15:08 น

“...ประเพณีทั้งหลายย่อมมีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เรามีประเพณีของชาติไทยเป็นสมบัติ เราควรจะยินดีอย่างยิ่ง และช่วยกันส่งเสริมและรักษาไว้เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๐๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๐๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16960: 27 พ.ค. 19, 15:08 น

“...พูดถึงเรื่องภาษาว่า เป็นสมบัติของชาติที่ควรรักษาและส่งเสริม ภาษานั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับหาความรู้ซึ่งหมายถึงความก้าวหน้าของคน อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือประเพณีประเพณีนั้นหมายถึงแบบแผน หรือขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา การสิ่งใดที่ริเริ่มขึ้นแล้ว ได้รับความนิยมถือปฏิบัติตามกันต่อไป จัดว่าเป็นประเพณีคนเราจะดำเนินชีวิตก็ต้องมีแบบแผนเป็นหลัก เราจึงต้องมีประเพณีเป็นแนวปฏิบัติ ชาติไทยเราได้มีประเพณีที่ดีงามมาแต ่โบราณกาล บรรพบุรุษของเราได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาหลายชั่วคน เมื่อตกทอดมาถึงเราเช่นนี้ เราควรจะรับไว้ด้วยความเคารพ...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๐๒ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๐๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16961: 27 พ.ค. 19, 15:08 น

“...การสร้างอาคารสมัยนี้คงจะเป็นเกียรติสำหรับผู้สร้างคนเดียว แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของ ชาติอิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่าควรที่จะช่วยกันรักษาไว้ ถ้าเราขาดสุโขทัยอยุธยาและกรุงเทพฯแล้วประเทศไทย ก็ไม่มีความหมาย ไม่ควรจะเอาของใหม่ไปปนกับของเก่า ควรจะรักษาของเก่าไว้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจ ของพลเมือง และสิ่งเหล่านี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ จึงควรรักษาไว้...”

พระราชดำรัส ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในขณะประทับ ณ พระที่นั่งเย็น วันอังคาร ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๐๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16962: 27 พ.ค. 19, 15:08 น

“...การศึกษาในมหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นให้บุคคลมีความรู้ความสามารถด้านวิชาการเป็นพื้นฐานสำหรับการประกอบการงานในชีวิตนั้น ถือว่าเป็นการศึกษาในระบบ ผู้ศึกษาจะได้รับความรู้ถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์และจากการศึกษาค้นคว้าทางตำรับตำราเป็นหลักต่อเมื่อได้ออกไปทำการงานได้ประสบเหตุการณ์และปัญหาต่างๆ ให้ต้องขบคิดมากมายแล้ว จึงเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถ่องแท้ในสิ่งทั้งปวง ที่เรียกว่าประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น ประสบการณ์ในชีวิตนี้เป็นบ่อเกิดแห่งความรอบรู้และความฉลาดจัดเจนที่มีค่า ซึ่งถ้าได้รู้จักนำมาใช้ด้วยความรู้เท่าถึงเหตุผล และด้วยความรอบคอบระมัดระวังแล้วจะยังประโยชน์ให้แก่ตนเองและสังคมอย่างวิเศษสุด ดังนี้ การศึกษานอกระบบ หรือการศึกษาภายหลังสำเร็จจากมหาวิทยาลัย จึงมีความสำคัญยิ่งยวด ในการสร้างเสริม ผู้ผ่านการศึกษาในระบบมาแล้ว ให้มีปัญญาและความสามารถที่จะปรับตนให้เข้ากับสภาวะแท้จริงของชีวิต พร้อมทั้งดำรงตนให้อยู่ในสังคมอย่างเป็นสุขและเจริญมั่นคงได้…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16963: 27 พ.ค. 19, 15:09 น

“...ผู้มุ่งหวังความดีและเจริญมั่นคงในชีวิต จะต้องไม่ละเลยการศึกษา ความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และความรู้คิดอ่าน ตามเหตุผลความเป็นจริง ซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ให้ครบ เพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบกิจการงาน และแก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยมหิดล ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #16964: 27 พ.ค. 19, 15:09 น

“...การศึกษาค้นคว้าที่สำคัญและจำเป็นอย่างแรกคือการศึกษาทางแนวลึกอันได้แก่การฝึกฝนค้นคว้าวิชา เฉพาะของแต่ละคน ให้เชี่ยวชำนาญแตกฉานลึกซึ้ง และพัฒนาก้าวหน้า พร้อมกันนั้นในฐานะนักปฏิบัติซึ่งจะต้อง ทำงานและแก้ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่นฝ่ายอื่นอยู่เป็นปรกติทุกคน จำเป็นต้องศึกษาทางแนวกว้างควบคู่กันไป ด้วย การศึกษาตามแนวกว้างนี้หมายถึง การศึกษาให้รู้ให้ทราบถึงวิทยาการสาขาอื่นๆตลอดจนความรู้รอบตัว เกี่ยวกับสภาวะและวิวัฒนาการของบ้านเมืองและสังคมในทุกแง่มุม เพื่อช่วยให้มองเห็น ให้เข้าใจปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนถูกถ้วนและสามารถนำวิชาการด้านของตนประสานเข้ากับวิชาด้านอื่น ๆ ได้โดยสอดคล้องถูกต้องและเหมาะสม...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๓


หน้า: 1 ... 370 371 372 373 374 375 376 377 378 379 380 381 382 383 384
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้