Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
หน้า: 1 ... 378 379 380 381 382 383 384 385 386 387 388 389 390 391 392 393
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน  (อ่าน 73694 ครั้ง)
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17280: 6 ส.ค. 19, 10:11 น

“บ้านเมืองเรามีสิ่งดีงามมากมายที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ให้เรา เด็กทุกคนผู้เป็นอนาคตของชาติ จึงมีหน้าที่สืบสานและรักษาสิ่งดีงามเหล่านั้นไว้ พร้อมทั้งสร้างเสริมพัฒนาให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

 
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17281: 6 ส.ค. 19, 10:11 น

“บ้านเมืองเรามีสิ่งดีงามมากมายที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ให้เรา เด็กทุกคนผู้เป็นอนาคตของชาติ จึงมีหน้าที่สืบสานและรักษาสิ่งดีงามเหล่านั้นไว้ พร้อมทั้งสร้างเสริมพัฒนาให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17282: 6 ส.ค. 19, 10:12 น

“…เราคนไทยก็สามารถฝ่าฟันไปด้วยกันได้อย่างดี ด้วยความขันติ ใจเย็น ค่อยคิดค่อยทำไปอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นด้วยสติและเหตุผลอันพอเหมาะพอควร เพื่อประโยชน์และความสุขของประเทศชาติและประชาชน ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกป้อง คุ้มครอง รักษาและให้ขวัญกำลังใจต่อทุกท่านถ้วนหน้า ในการที่จะเป็นพลังที่เข้มแข็งต่อประเทศ และชาติบ้านเมืองของเราสืบต่อไป…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17283: 6 ส.ค. 19, 10:16 น

“…เราคนไทยก็สามารถฝ่าฟันไปด้วยกันได้อย่างดี ด้วยความขันติ ใจเย็น ค่อยคิดค่อยทำไปอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นด้วยสติและเหตุผลอันพอเหมาะพอควร เพื่อประโยชน์และความสุขของประเทศชาติและประชาชน ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกป้อง คุ้มครอง รักษาและให้ขวัญกำลังใจต่อทุกท่านถ้วนหน้า ในการที่จะเป็นพลังที่เข้มแข็งต่อประเทศ และชาติบ้านเมืองของเราสืบต่อไป…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17284: 6 ส.ค. 19, 10:16 น

“…เราคนไทยก็สามารถฝ่าฟันไปด้วยกันได้อย่างดี ด้วยความขันติ ใจเย็น ค่อยคิดค่อยทำไปอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นด้วยสติและเหตุผลอันพอเหมาะพอควร เพื่อประโยชน์และความสุขของประเทศชาติและประชาชน ขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกป้อง คุ้มครอง รักษาและให้ขวัญกำลังใจต่อทุกท่านถ้วนหน้า ในการที่จะเป็นพลังที่เข้มแข็งต่อประเทศ และชาติบ้านเมืองของเราสืบต่อไป…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2561 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17285: 6 ส.ค. 19, 10:17 น

“…การที่ได้เลื่อนยศสูงขึ้น ก็แสดงว่าแต่ละคนได้ประพฤติตัวดี ปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยความรู้ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอดตั้งแต่รับราชการ จึงมีความเจริญรุ่งเรืองในตำแหน่งหน้าที่ ได้รับการเลื่อนยศมาเป็นลำดับจนถึงขั้นนายพล ทุกครั้งที่มีการเลื่อนยศก็จะมีสัญญาบัตรเป็นเครื่องเตือนใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในทำนองว่า ให้รักษาวินัยอย่างเคร่งครัด ให้เว้นในสิ่งที่ควรเว้น ให้ประพฤติในสิ่งที่ควรประพฤติ ให้เชื่อฟังผู้บังคับบัญชาและบังคับบัญชาโดยธรรม ข้อนี้เชื่อว่าผู้ที่ได้รับสัญญาบัตรมาแล้วหลายครั้ง ย่อมเข้าใจเป็นอันดีและประพฤติปฏิบัติมาแล้วอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ จึงขอให้ท่านทั้งหลายตั้งใจปฏิบัติต่อไปให้ดี ให้ยิ่งเข้มแข็ง หนักแน่น และให้ครบถ้วน ทั้งตามที่ปรากฏในสัญญาบัตรและตามที่ได้ให้คำสัตย์ปฏิญาณไว้ เพื่อให้บังเกิดผลเป็นความดีความเจริญแก่ตัวท่านเองและแก่ชาติบ้านเมืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป…”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ นายทหารชั้นนายพลและนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศ เนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17286: 6 ส.ค. 19, 10:23 น

“…ข้อสำคัญ การจะเป็นคนที่เก่งจริงและดีแท้นั้น ต้องเป็นให้ตลอด กล่าวคือ ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ในฐานะใดก็ตาม ต้องตั้งตัวตั้งใจให้มั่นคงหนักแน่น ที่จะประพฤติตนปฏิบัติงานทุกอย่าง โดยยึดมั่นในความดีและความถูกต้องเสมอไป จึงขอให้ทุกคน ทั้งผู้ที่จะออกไปศึกษาต่อและประกอบอาชีพการงานได้รักษาความเก่งและความดีที่มีอยู่ พร้อมทั้งสร้างเสริมให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้น เพราะคุณสมบัติเหล่านี้จะเกื้อหนุนแต่ละคนให้ประสบแต่ความสุขความสำเร็จทั้งในชีวิตและกิจการงานได้แท้จริง”

พระราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตร ทุน และรางวัลของวชิราวุธวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2558 ณ วชิราวุธวิทยาลัย วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17287: 6 ส.ค. 19, 10:29 น

“การอำนวยการหรือปฏิบัติการทางด้านความยุติธรรม และทางด้านกฎหมายนั้น ไม่ว่าทหารหรือพลเรือนก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อความสุข ความสงบ และความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติและประชาชน หน้าที่ของศาลทหาร ตุลาการศาลทหาร ก็มีระบุไว้แล้วในกฎหมาย แต่ทหารนั้นเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนและมีการจัดตั้งเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว ทางทฤษฎี มนุษย์เราก็สามารถจะทำความผิดได้ หรือมีความผิด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอาญาทหารหรือวินัยทหารก็ต้องมีการรักษา มีการให้ความยุติธรรม และมีการแก้ไขในการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของผู้กระทำความผิด เพราะฉะนั้น การอำนวยการยุติธรรม ขั้นตอนที่ถูกต้องก็ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ในด้านกฎหมาย ตลอดจนมีความเข้าใจในชีวิต ในสังคม หรือในอุดมการณ์ของชาติ เพราะว่ากฎหมายนั้น ใช้ให้ถูกก็ดี ใช้ให้ไม่ถูกก็เสียมาก เพราะฉะนั้นท่านเป็นผู้มีความรู้มีความสามารถมีวุฒิภาวะแล้ว ก็ย่อมพิจารณาออกว่า อะไรควร อะไรไม่ควร และนำกฎหมายไปใช้ให้ถูกต้องเพื่อระงับทุกข์ แก้ไขในเรื่องที่ไม่ถูก หรือมีบทพิพากษาให้เกิดความยุติธรรมได้”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะตุลาการศาลทหารสูงสุด ตุลาการศาลทหารกลาง ตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารกรุงเทพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17288: 6 ส.ค. 19, 10:30 น

“…ในปีใหม่นี้ ขอให้ชาวไทยทุกคน ตั้งใจให้แน่วแน่ที่จะรักษาคุณสมบัตินี้ ให้เหนียวแน่น และทำความคิดจิตใจให้แจ่มใส ด้วยปัญญาที่กระจ่าง พิจารณาทุกสิ่งที่เกิดมีขึ้นตามความเป็นจริง โดยปราศจากอคติ ให้มีความมุ่งมั่น มีกำลังใจ ในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติสรรพกิจน้อยใหญ่ ในภาระหน้าที่ตามแนวพระบรมราโชบายที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ ให้งานทุกอย่างสำเร็จผล เป็นความดี ความเจริญทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และประเทศชาติ เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในการนี้ ข้าพเจ้าขอปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนชาวไทยโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานเช่นกัน…”

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2559

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17289: 6 ส.ค. 19, 10:31 น

"…ขอให้พรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ตลอดจนขวัญ และความสุขเพื่อปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ ประชาชน ซึ่งถ้าปฏิบัติได้ดี มีความตั้งใจ และมีความขันติ มีความอดทน ตลอดจนมีความกระตือรือร้น ที่จะศึกษาปัญหา และแก้ปัญหาก็จะได้ผลต่อประเทศ และเป็นบุญเป็นกุศลที่ท่านได้ทำให้กับตนเองด้วย เพราะว่าการปฏิบัติงานนั้น ไม่ว่าจะปฏิบัติงานใดย่อมมีปัญหา ย่อมมีอุปสรรค คือปัญหา และอุปสรรคนั้นเป็นบททดสอบ และบททดสอบนี้จะเป็นบทเรียนและสิ่งที่จะเพิ่มความสามารถให้แก่ท่าน มีอะไรก็ปรึกษากัน หาข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทันการณ์ สมกับสถานการณ์ และเหตุผล…"

พระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 2559

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17290: 6 ส.ค. 19, 10:32 น

"...ขอให้สมาชิกแห่งสภาพึงนึกถึงความสำคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน จะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน..."

พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

 
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17291: 6 ส.ค. 19, 10:33 น

เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป

พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17292: 6 ส.ค. 19, 10:36 น

“…ถ้าเราสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการศึกษาและชีวิตของคนที่มีมากขึ้นๆให้กลับมาเป็นอย่างเดิมเหมือนอย่างของเก่าของโบราณของเราคือให้รู้สึกว่าโรงเรียนก็คือวัด วัดคือโรงเรียน ก็จะทำให้บ้านเมืองมีอนุชนที่มีความสามารถในทางวิชาการและมีจิตใจสูงมีจิตใจดีเป็นพลเมืองดีต่อไปจะช่วยให้ส่วนรวมสามารถที่จะดำเนินต่อไปได้โดยสวัสดี…”

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะกรรมการธนาคารกรุงเทพ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17293: 6 ส.ค. 19, 10:36 น

“…บ้านเมืองของเราเป็นปึกแผ่นมั่นคง มีอิสรภาพและความร่มเย็นเป็นปรกติสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามี ความยึดมั่นในชาติและต่างร่วมแรงร่วมใจกันบำเพ็ญกรณียกิจต่าง ๆ ตามหน้าที่ ให้สอดคล้องและเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติคนไทยทุกคนจึงควรจะได้ตระหนักในข้อนี้ให้มาก โดยเฉพาะภาวการณ์ในระยะ ปัจจุบันนี้ อาจกล่าวได้ว่าหากคนไทยเราประพฤติตนปฏิบัติงานโดยขาดจิตสำนึกในประโยชน์ร่วมกันของชาติ แล้วก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งแก่ความมั่นคงของชาติ…”

พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๘ วันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17294: 6 ส.ค. 19, 10:37 น

“…บ้านเมืองไทยของเราดำรงมั่นคงมาช้านาน เพราะคนไทยมีความพร้อมเพรียงกันเข้มแข็ง ถึงจะมี ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเอง ที่จะทำให้ประเทศ ชาติเจริญก้าวหน้า การทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้น เป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติจึงเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่จะต้อง มีความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้าง จะให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดทุก ๆ เรื่องไป ย่อมเป็น การผิดวิสัย เพราะฉะนั้น แต่ละฝ่าย แต่ละคนจึงควรจะคำนึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน คือความเจริญไพบูลย์ของชาติเป็นข้อใหญ่…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๓๕ วันอังคารที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17295: 6 ส.ค. 19, 10:37 น

“…การแก้ปัญหานั้น ถ้าไม่ทำให้ถูกเหตุถูกทางด้วยความรอบคอบระมัดระวัง มักจะกลายเป็นการเพิ่ม ปัญหาให้มากและยุ่งยากขึ้น แต่ละฝ่ายจึงควรจะตั้งใจพยายามทำความคิดความเห็นให้กระจ่างและเที่ยงตรง เพื่อจักได้สามารถเข้าใจปัญหาและเข้าใจกันและกันอย่างถูกต้อง ความเข้าใจที่ถูกต้องแน่ชัดนี้จะช่วยให้เล็งเห็น แนวทางปฏิบัติแก้ไขอันเหมาะสม ซึ่งจะนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่ง อันเป็นข้อสำคัญ ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักในใจเสมอว่า ประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริง ซึ่งทุกคนมีส่วนได้รับทั่วถึงกัน…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๓๓ วันอาทิตย์ ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17296: 6 ส.ค. 19, 10:38 น

“…แต่ละคนนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง ๆ ซึ่งจะรวมกันขึ้นเป็นชาติบ้านเมือง ทุกคนต้องรักษาสุขภาพพลานามัย ให้ดีและทำงานให้ดีชาติบ้านเมืองจึงจะแข็งแรงและเจริญมั่นคงสมดุลย์ทุกส่วน ถ้าบุคคลทำตัวให้บกพร่องอ่อนแอ บ้านเมืองก็จะมีจุดบกพร่องและอ่อนแอไปด้วย ทุกคนจึงต้องบำรุงรักษาบ้านเมืองให้เหมือนบำรุงรักษาร่างกายและจิตใจตนเองและผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็ต้องขวนขวายปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงไปโดยพลันด้วยความรู้และความสามารถด้วยความสะอาดกายสะอาดใจ ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ และด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ผลการปฏิบัติตนปฏิบัติงานของแต่ละคนแต่ละฝ่ายจักได้ประกอบส่งเสริมให้ประเทศชาติมีความสมบูรณ์มั่นคงขึ้นตามที่มุ่งหมาย…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๒๙ วันอังคารที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17297: 6 ส.ค. 19, 10:38 น

“…อันแผ่นดินไทยของเรานี้ถึงจะเป็นที่เกิดที่อาศัยของคนหลายเชื้อชาติหลายศาสนา แต่เราก็อยู่ร่วมกันโดยปรกติ ราบรื่นมาได้เป็นเวลาช้านาน เพราะเราต่างสมัครสมานกันอุตส่าห์ช่วยกันสร้างบ้านเมือง สร้างความเจริญ สร้างจิตใจสร้างแบบแผนที่ดีขึ้น เป็นของเราเอง ซึ่งแม้นานาประเทศก็น่าจะนำไปเป็นแบบฉบับได้เพราะฉะนั้น ถ้าเราทั้งหลาย มีสามัคคีมีเหตุผลอันหนักแน่น และมีความรู้ความเข้าใจอันถูกต้องชัดเจนในสถานการณ์ที่เป็นจริง ต่างคนต่างร่วมมือ ร ่วมความคิดกันในอันที่จะช ่วยกันผ ่อนคลายปัญหาและสถานการณ์ที่หนักให้เป็นเบา ไม่นำเอาประโยชน์ส่วนน้อย เข้ามาเกี่ยวข้อง ให้เสียหายถึงประโยชน์ส่วนใหญ่ของชาติบ้านเมือง เชื่อว่าเราจะสามารถรักษาชาติประเทศและความผาสุกสงบที่เราได้สร้างสมและรักษาสืบต่อกันมาช้านานนั้นไว้ได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๑๙ วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17298: 6 ส.ค. 19, 10:39 น

“…กิจเฉพาะหน้าของเราทั้งหลายทุกคนที่จะต้องทำก็คือต้องรับสถานการณ์อันวิกฤตนี้ด้วยใจอันมั่นคง ไม่ หวั่นไหว และด้วยความรู้เท่าถึงการณ์พร้อมกับร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติแก้ไขผ่อนหนักให้เป็นเบาด้วยความสงบ และพร้อมเพรียง ไม่ก่อความวุ่นวายให้สถานการณ์ยิ่งร้ายลงไปอีก ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจในกันและกันเห็นใจกัน เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันอุ้มชูกันไว้ เหมือนดังที่ได้เคยอุ้มชูกันมาแต่กาลก่อน เมื่อรวมกันดังนี้ก็จะเกิดพลังยิ่งใหญ่ ที่จะสามารถขจัดอุปสรรคขัดข้องทั้งปวงให้หมดสิ้นไปได้ในที่สุด…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๑๗ ณ พลับพลาท้องสนามหลวง วันจันทร์ ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17299: 6 ส.ค. 19, 10:40 น

“...ขอให้ปฏิบัติงานทุกอย่างด้วยความตั้งใจเที่ยงตรงกล้าหาญ และเข้มแข็งเสียสละ หมั่นฝึกฝนตนเองให้ จัดเจนคล่องแคล่วในหน้าที่ และในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น พยายามศึกษาวิทยาการอันก้าวหน้าทุกอย่าง ให้รอบรู้เท่าทันสถานการณ์อยู่เสมอ เพื่อให้สามารถใช้ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอยู่ ให้เป็นประโยชน์ ในภารกิจของชาติให้ได้มากที่สุดประการสำคัญที่สุดขอให้ยึดมั่นในชาติบ้านเมืองขอให้ถือประโยชน์ร่วมกันของ ประชาชาติไทยให้ยิ่งกว่าประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น...”

พระบรมราโชวาท ในการเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันใช้อาวุธทางอากาศ และการสาธิตกำลังทางอากาศ ประจำปี ๒๕๑๒ ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศไชยบาดาล จังหวัดลพบุรี วันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17300: 6 ส.ค. 19, 10:40 น

“...ทุกคนจะต้องตั้งมั่นในความสามัคคีและความไม่ประมาท จะต้องใช้ปัญญา และความรอบคอบคิดอ่านก่อนที่จะกระทำการทั้งปวง จะต้องร่วมกันป้องกันแก้ไขและกำจัดสิ่งชั่วร้ายเป็นอันตรายต่อประเทศชาติหมั่นประกอบสัมมาอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริตคิดถึงประโยชน์สุขส่วนรวมของบ้านเมืองเป็นนิตย์เป็นสำคัญ...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๑๒ วันอังคารที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17301: 6 ส.ค. 19, 10:41 น

“…ศรัทธาความเชื่อมั่นในความดีศรัทธาส่วนนี้จะส่งเสริมให้บุคคลเกิดความมุ่งมั่นที่จะทำตัวทำงานให้สูงขึ้น ไม่ยอมให้ตกต่ำ ผู้เชื่อมั่นในความดีจะมีความรู้สึกรับผิดชอบมีความข่มใจไม่ปล่อยตัวให้เป็นไปตามอำนาจคติและความเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะตัว จะประพฤติปฏิบัติการใด ก็พิจารณากลั่นกรองอย่างรอบคอบจนเห็นชัดแล้วว่า การนั้น ๆ เป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง เป็นสุจริตธรรม และเป็นประโยชน์แท้ทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม การที่ทำจึงปราศจากโทษก่อให้เกิดประโยชน์สร้างสรรค์เป็นความเจริญสวัสดีแต่อย่างเดียว ผลดีอีกประการหนึ่งของการปฏิบัติดีก็คือเมื่อผลของการทำดีเป็นที่ประจักษ์ชัด คนที่ไม่เคยทำความดีเพราะไม่เคยเห็นผล ก็จะได้เห็นและหันมานิยมศรัทธาในความดี บุคคลเหล่านั้นย่อมจะรับเอาความคิดจิตใจ และการกระทำของผู้ปฏิบัติดีเป็นแบบอย่างแล้วน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติด้วยตนเอง บ้านเมืองของเราก็จะมีผู้ที่ศรัทธาในความดีปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพิ่มขึ้นเป็นลำดับสิ่งที่แต่ละคนปฏิบัติก็จะประกอบส่งเสริมกันขึ้นเป็นความเจริญมั่นคงโดยส่วนรวมของชาติในที่สุด…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๐

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17302: 6 ส.ค. 19, 10:41 น

“…การจะคิดพิจารณาและวิเคราะห์วิจารณ์กรณีต่างๆให้ได้ถูกถ้วนตามเหตุตามผลและความเป็นจริงนั้นบุคคลจำเป็นต้องฝึกจิตใจให้มีปรกติหนักแน่นและเป็นกลาง พร้อมทั้งฝึกกระบวนการคิดให้เป็นระเบียบให้ได้ก่อน ทั้งนี้เพราะจิตใจที่ไม่หนักแน่นเป็นกลาง เป็นต้นเหตุให้เกิดอคติหรือการปฏิบัติที่ไม่ถูกทาง อันเป็นตัวการสำคัญที่นำความคิดวิจารณญาณของบุคคลให้มืดมนผิดพลาดไปจากเหตุผลและความเป็นจริง ส่วนความคิดอ่านที่ไม่เป็นระเบียบนั้น เป็นต้นเหตุของความลังเลสับสนและวุ่นวายใจ ทำให้บุคคลไม่สามารถจะคิดอ่านทำการใด ๆ ให้ถูกต้องตามขั้นตอน และสำเร็จเรียบร้อยโดยไม่ติดขัดได้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตจึงควรพยายามระมัดระวังตั้งใจให้หนักแน่นเป็นกลาง ทั้งฝึกฝนความคิดอ่านให้เป็นระเบียบจนชินชำนาญ จักได้สามารถใช้ความรู้ความคิดวิจารณญาณ สร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า ทุกประการให้สมบูรณ์พร้อมได้ดังที่ปรารภปรารถนา…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันศุกร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17303: 6 ส.ค. 19, 10:42 น

“…ความมั่นคงเด็ดเดี่ยว ที่จะยึดมั่นในผลสำเร็จของงานและในความถูกต้องเป็นธรรม เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับนักพัฒนาบริหาร เพราะความมีจิตใจมั่นคงในผลสำเร็จของงาน จะทำให้มุ่งมั่นที่จะกระทำต่อเนื่องไปโดยไม่ลดละ จนบรรลุผลเลิศ ส่วนความมั่นคงในคุณธรรมนั้น จะสร้างเสริมคุณสมบัติที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นได้มากมาย เช่นว่า จะทำให้เป็นคนสุจริต ไม่ทำ ไม่พูดไม่คิดในสิ่งที่เป็นความชั่ว ความต่ำทรามทุกอย่าง ทำให้มีความจริงใจในกันและกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกำจัดความกินแหนงแคลงใจ บาดหมางแตกแยกกัน และช่วยสร้างเสริมความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวให้เกิดขึ้น ทำให้มีความหนักแน่นในความคิดจิตใจสามารถพิจารณาเรื่องราวและปัญหาต่างๆให้เห็น เหตุเห็นผลโดยแจ่มแจ้ง และหาทางปฏิบัติที่ถูกต้องเที่ยงตรงได้ เหล่านี้ถือว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องประกอบและเกื้อหนุนวิชาการให้แน่นหนักสมบูรณ์ช่วยให้นักพัฒนาบริหารสามารถใช้หลักวิชาได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง มั่นใจ บริสุทธิ์ใจ และได้ผลแน่นอน เต็มเปี่ยมตามเป้าหมาย…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17304: 6 ส.ค. 19, 10:42 น

“…จิตใจที่ต่ำทรามนั้นเป็นจิตใจที่อ่อนแอ ไม่กล้าและไม่อดทนที่จะเพียรพยายามสร้างสมความดีงามความเจริญ ความสำเร็จในทางที่ถูกต้องเป็นธรรมมีแต่คิดจะให้ได้มาโดยสะดวกง่ายดายโดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดีจิตใจดังนี้ถ้าปล่อยให้เกิดมีขึ้นจนเคยชิน อย่างน้อยที่สุด ก็ทำให้เป็นคนมักง่าย ทำงานบกพร่องเสียหาย อย่างมาก ก็ทำให้เป็นคนด้านหนาไร้ความอาย หยาบคาย ละโมบ ทำอะไรที่ไหน ก็เกิดอันตรายที่นั่น ท่านจึงสอนให้สังวรระวังใจของตนให้ดีอย่าให้ความชั่วเกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นแล้ว ก็ให้กำจัดเสียทันทีนอกจากนี้ก็ต้องฝึกหัดบำรุงใจให้เข้มแข็งและประณีตขึ้น เพื่อรับเอาความดี ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้ก้าวถึงความสุขและความเจริญมั่นคงการฝึกใจให้เข้มแข็งนี้ถึงหากจะรู้สึกว่าเป็นการเหนื่อยยากแต่ถ้าได้ตั้งใจฝึกฝนโดยสม่ำเสมอให้เพิ่มพูนขึ้นโดยลำดับ ไม่ช้านานก็จะเกิดกำลังแข็งแรงเกิดความชำนาญคล่องแคล่ว จนสามารถทำความดีได้ง่ายขึ้น ไม่เหนื่อยยากเลย…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17305: 6 ส.ค. 19, 10:43 น

“…เมื่อจะพิจารณาสิ่งใดเรื่องใดให้วางใจของตัวให้เป็นกลางคือปลดอคติความลำเอียงทุกๆประการออกจากใจให้ หมดก่อนแล้วเข้าไปเพ่งพินิจดูสิ่งนั้นเรื่องนั้นให้ถี่ถ้วนจึงจะมองเห็นได้ประจักษ์ทุกแง่ทุกมุม ไม่ใช่เห็นแต่เพียงแง่ใดแง่ หนึ่งตามความชอบใจหรือไม่ชอบใจที่มีอยู่ เมื่อเห็นประจักษ์ทั่วด้วยใจที่เป็นกลางแล้วความรู้ที่ชัดเจนก็จะบังเกิดขึ้นและช่วยให้ลงความเห็นและปฏิบัติได้โดยถูกต้องเป็นธรรม…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่สามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการเปิดการประชุมใหญ่ ประจำปี ๒๕๒๓ วันอังคารที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17306: 6 ส.ค. 19, 10:43 น

“…ความมีใจจริงที่ขาดไม่ได้ในการทำงานมีสองประการ ประการที่หนึ่ง คือความจริงใจต่อผู้ร่วมงาน ซึ่ง มีลักษณะประกอบด้วยความซื่อตรง เมตตาหวังดีพร้อมเสมอที่จะร่วมมือช่วยเหลือและส่งเสริมกันทุกขณะ ทั้งใน ฐานะผู้มีจุดประสงค์ที่ดีร่วมกัน และในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติร่วมโลกกัน ประการที่สอง ได้แก่ความ จริงใจต่องาน มีลักษณะเป็นการตั้งสัตย์อธิษฐานหรือการตั้งใจจริงที่จะทำงานให้เต็มกำลัง กล่าวคือ เมื่อได้ พิจารณาด้วยปัญญาเป็นที่แน่ชัดแล้ว ว่างานที่จะทำนั้นเป็นประโยชน์จริง ก็ต้องสัตย์สัญญาแก่ตัวเอง ผูกพัน บังคับตัวเองให้กระทำจนเต็มกำลังความรู้ความสามารถให้ได้ผลดีที่สุด…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ณ สวนอัมพร วันพฤหัสบดี ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17307: 6 ส.ค. 19, 10:44 น

“...ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรค ใดๆถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไร ที่จะมาช่วยเราได้แต่ถ้ามีความรู้มีอัธยาศัยที่ดีและมีความเข้มแข็งในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นั้นได้...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17308: 6 ส.ค. 19, 10:45 น

“….ในบ้านเมืองเราทุกวันนี้มีเสียงกล่าวกันว่าความคิดจิตใจของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อม ความประพฤติที่ เป็นความทุจริตหลายอย่างมีท่าทีที่จะกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปพากันยอมรับและสมยอมให้กระทำกันได้เป็นธรรมดาสภาพการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมัวลงไป เป็นปัญหาใหญ่ที่เหมือนกระแสคลื่นอันไหลบ่าเข้ามาท่วมทั่วไปหมด จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการช่วยกันฝืนคลื่นที่กล่าวนั้นในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว ว่าเสื่อมเราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่าง ที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดีเป็นความถูกต้องและเป็นธรรมถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริง ๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ…”

พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๒ ที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๑๓

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17309: 6 ส.ค. 19, 10:45 น

“…คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุก ประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียงหมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมากอาจจะมีของหรูหราก็ได้แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียน คนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียงทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17310: 6 ส.ค. 19, 10:46 น

“…การรู้จักประมาณตน ได้แก่การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถในด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงานด้านไหนอย่างไรการรู้จักประมาณตนนี้จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น ส่วนการรู้จักประมาณสถานการณ์นั้น ได้แก่การรู้จักพิจารณาสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ทราบชัด ถึงความเป็นมา และที่เป็นอยู่ รวมทั้งที่คาดว่าจะเป็นไปในอนาคต การรู้จักประมาณสถานการณ์ได้นี้ จะทำให้สามารถวางแผนงานและปฏิบัติการได้ถูกตรงกับปัญหา ทันแก่สถานการณ์และความจำเป็น อันจะทำให้งานที่ทำได้ประโยชน์ที่สมบูรณ์คุ้มค่า การรู้จักประมาณตนและรู้จักประมาณสถานการณ์จึงเป็นอุปการะอย่างสำคัญ ที่จะเกื้อกูลให้บุคคลดำเนินชีวิตและกิจการงานไปได้อย่างราบรื่นและก้าวหน้า…”

พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17311: 6 ส.ค. 19, 10:46 น

“…การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า อุ้มชูตัว เองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเองอันนี้ก็เคยบอกว่าความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก อย่าง นี้ท่านนักเศรษฐกิจต่างๆ ก็มาบอกว่าล้าสมัย จริง อาจจะล้าสมัยคนอื่นเขาต้องมีการเศรษฐกิจ ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน เรียกว่าเป็นเศรษฐกิจการค้า ไม่ใช่เศรษฐกิจความพอเพียง เลยรู้สึกว่าไม่หรูหรา แต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ว่า ผลิตให้พอเพียงได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดี ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17312: 6 ส.ค. 19, 10:47 น

“…เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้แต่ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็น ประเทศก้าวหน้าอย่างมากเพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้า อย่างมากก็จะมีแต่ถอยหลังประเทศเหล่านั้น ที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะมีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัวแต่ถ้าเรามีการบริหารแบบเรียกว่าแบบ “คนจน” แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ คือเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป คนที่ทำงานตามวิชาการ จะต้องดูตำรา เมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้ายแล้ว ในหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอก “อนาคตยังมี” แต่ไม่บอกว่าให้ทำอย่างไร ก็ต้องปิดเล่มคือปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไรลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ถอยหลังเข้าคลอง แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบ “คนจน” ใช้ความอะลุ้มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ เราจะก้าวหน้าเรื่อยๆ”…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17313: 6 ส.ค. 19, 10:48 น

“…คนเราที่ฟุ้งเฟ้อ ไม่มีทางที่จะหาทรัพย์มาป้อนความฟุ้งเฟ้อได้ความฟุ้งเฟ้อนี้เป็นปากหรือเป็นสัตว์ที่หิวไม่หยุด ความฟุ้งเฟ้อนี้อ้าปากตลอดเวลา จะป้อนไปเท่าไรๆ ก็ไม่พอ เมื่อป้อนเท่าไรๆไม่พอแล้วก็หาเท่าไรๆก็ไม่พอความไม่พอ นี้ไม่สามารถที่จะหาอะไรมาป้อนความฟุ้งเฟ้อนี้ได้ฉะนั้นถ้าจะต่อต้านความเดือดร้อนไม่ใช่ว่าจะต้องประหยัดมัธยัสถ์จะต้องป้องกันความฟุ้งเฟ้อ และป้องกันวิธีการที่มักจะใช้เพื่อที่จะมาป้อนความฟุ้งเฟ้อนี้คือความทุจริตฉะนั้นการที่จะณรงค์ที่จะต่อสู้เพื่อให้คนมัธยัสถ์และประหยัดนั้นก็อยู่ที่ตัวเอง ไม่ใช่อยู่ที่คนอื่น เมื่ออยู่ที่ตนเอง ไม่อยู่ที่คนอื่น การณรงค์โดยมากมักออกไปข้างนอก จะไปชักชวนคนโน้นชักชวนคนนี้ให้ทำโน่นทำนี่ ที่จริงตัวเองต้องทำเอง ถ้าจะใช้คำว่าณรงค์ ก็ต้องณรงค์กับตัวเอง ต้องฝึกตัวให้รู้จักความพอดีพอเหมาะ ถ้าไม่พอดีไม่พอเหมาะมันจะเกิดทุจริตในใจได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะลูกเสือชาวบ้านที่มาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสเสด็จฯ กลับจากแปร พระราชฐานจากจังหวัดสกลนคร ณ สนามบินดอนเมือง วันอาทิตย์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๗

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17314: 6 ส.ค. 19, 10:48 น

“...เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายปีแล้ว ที่บ้านเมืองของเรามีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดทั้งในวิถีทางดำเนินของ บ้านเมืองและของประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เราต้องประคับประคองตัวมากเข้า เพื่อให้อยู่รอดและก้าวต่อไปได้โดยสวัสดีตามแนวทางที่เป็นมาแล้วน่าจะเชื่อได้ว่าเราจะต้องประคับประคองตัวกันต่อไปอีกนานดังนั้น ทุกคนจึงควรจะรับรู้ความจริง ทั้งนี้แล้วเอาใจใส่ปฏิบัติงานปฏิบัติตัวให้เป็นระเบียบและขะมักเขม้นยิ่งขึ้น พร้อมกับระมัดระวังการดำเนินชีวิตให้เป็นไปโดยประหยัด จักได้ไม่เกิดความติดขัดเดือดร้อนขึ้นเพราะความประมาทและความรู้ไม่เท่าทันสถานการณ์สำคัญที่สุด ขอให้คิดพิจารณาให้เข้าใจว่า สภาวะที่บีบรัดความเป็นอยู่ของเราที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลกระเทือนมาจากความวิปริตของวิถีความเปลี่ยนแปรทางเศรษฐกิจ การเมือง และทางอื่นๆ ของโลก เราจึงไม่สามารถที่จะหลีกพ้นได้หากแต่จะต้องเผชิญปัญหาอย่างผู้มีสติมีปัญญา มีความเข้มแข็งและกล้าหาญ เพื่อเราจักได้รวมกันอยู่อย่างมั่นคงไพบูลย์...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๒๒ วันอาทิตย์ ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17315: 6 ส.ค. 19, 10:49 น

“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้ พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูง ขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้ แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลย์ ในเรื่องต่างๆขึ้นซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17316: 6 ส.ค. 19, 10:49 น

“...ความสำคัญของการประหยัดซึ่งรัฐบาลได้ชักชวนให้แต่ละคนปฏิบัติคงจะได้ตระหนักอยู่แล้วทั่วกันว่าการ ใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัวช่วยป้องกันความ ขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ประหยัดเท่านั้น ยังจะเป็นประโยชน์ แก่ประเทศชาติด้วย ทั้งนี้ โดยที่ประชาชนแต่ละคนเป็นส่วนประกอบของประเทศชาติฐานะทางเศรษฐกิจของ ประเทศชาติก็ขึ้นอยู่ที่ฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนพลเมือง ถ้าแต่ละคนทำการประหยัดและช่วยผดุงฐานะ ของตนเองแล้ว ก็เท่ากับได้มีส่วนช่วยส่งเสริมภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นส่วนรวม...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๐๓ วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17317: 6 ส.ค. 19, 10:50 น

“...ความสุขความเจริญนี้แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ทั้งความสมหวังและผิดหวัง เป็นปรกติธรรมดาทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจและเตรียมการให้พร้อมอย่าประมาท...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๙ วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17318: 6 ส.ค. 19, 10:51 น

“…เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมา ที่เราต้องประสบกับเหตุไม่ปรกติต่างๆ หลายเรื่อง จนทำให้หลายๆ คนเกิดความวิตกห่วงใยในอนาคตของตนเองและของบ้านเมืองเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเหตุที่ส่วนใหญ่มีสติรู้เท่าทัน มีความรู้ความสามารถ จึงต่างขวนขวายช่วยตนเองและร่วมมือร่วมความคิดกันปฏิบัติแก้ไขอย่างจริงจัง จนบัดนี้อาจกล่าวได้ว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ผ่อนคลายลงและมีความหวังว่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังจะต้องพยายามปฏิบัติตนปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังต่อไปอีกมาก …”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๗ วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๖

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17319: 6 ส.ค. 19, 10:54 น

การปฏิบัติราชการนั้น นอกจากมุ่งกระทำเพื่อให้งานสำเร็จไปโดยเร็ว และมีประสิทธิภาพแล้ว ยังจะต้องกระทำ ด้วยสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดว่าสิ่งใดเป็นความเจริญสิ่งใดเป็นความเสื่อมอะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำอะไรเป็นสิ่งที่ต้องละเว้นหรือกำจัด ผลที่เกิดขึ้นจึงจะเป็นประโยชน์ที่แท้และยั่งยืน ทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องใน วันข้าราชการพลเรือน วันอาทิตย์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๔

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17320: 6 ส.ค. 19, 10:54 น

“…หลักของคุณธรรมคือการคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลางก่อนที่บัณฑิตจะพูดจะทำสิ่งไร จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนเพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่นไม่โอนเอนและให้จิตใจสว่างแจ่มใส ซึ่งแรก ๆ หัด อาจะต้องใช้เวลาบ้าง และอาจรู้สึกว่าทำได้ยาก แต่เมื่อปฏิบัติฝึกฝนจนคุ้นเคยชำนาญแล้วก็จะตั้งสติคิดอ่านได้คล่องแคล่วรวดเร็วขึ้นจะแสดงความรู้ความคิดเรื่องใด แก่ใคร ผู้ฟังก็จะเข้าใจได้ง่าย ได้ชัด ไม่ผิดหลักวิชา ซึ่งเท่ากับได้ปฏิบัติถูกต้องตรงตามคุณธรรม ของนักวิชาการอย่างครบถ้วน...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17321: 6 ส.ค. 19, 10:55 น

“…ความสงบร่มเย็นนั้นอาจแยกได้เป็นสองส่วน คือ ความสงบภายนอก กับความสงบภายใน ภายนอก ได้แก่ ความเป็นอยู่และสภาวะแวดล้อมที่เป็นปรกติปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนที่ทำให้เกิดภัยอันตราย หรือเกิดความยุ่งยากเดือดร้อนต่างๆเช่นน้ำท่วมไฟไหม้หรือการขัดแย้ง พิพาทมุ่งร้ายทำลายกัน ภายใน ได้แก่ จิตใจที่สะอาดแจ่มใส ไม่มี กังวล ไม่มีความขุ่นเคืองขัดข้องจิตใจที่สะอาดปลอดโปร่งจากสิ่งรบกวนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจิตใจสงบระงับและเยือกเย็น ทำให้บุคคลมีสติรู้ตัว มีความคิดเที่ยงตรงเป็นกลาง มีวิจารณญาณละเอียดกว้างขวางและถูกต้องตรงจุดความคิดวิจารณญาณที่เกิดจากจิตใจที่สงบนี้มีศักยภาพสูง อาจนำไปใช้คิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยประโยชน์สุข ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเป็นสิ่งปรารภปรารถนาของแต่ละคนให้สัมฤทธิ์ผลได้…”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๓๖ วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๕

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17322: 6 ส.ค. 19, 10:55 น

“…เราทั้งหลายรักษาชาติรักษาแผ่นดินสืบต่อจากบรรพชนมาได้ด้วยสติปัญญาความสามารถและความสามัคคี ทุกฝ่ายต่างพยายามทำหน้าที่ให้ประสานสอดคล้องและเกื้อกูลกันโดยสมานฉันท์และต่างมีจุดหมายที่เที่ยงตรงเสมอเหมือนกันในการทำนุบำรุงแผ่นดิน ระยะหลังนี้สถานการณ์หลายด้าน ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม เปลี่ยนแปลงแปรผันอย่างรวดเร็วและซับซ้อน อาจเป็นเหตุให้บางคนบางฝ่ายเกิดความสับสนในความคิดและความ ไม่เข้าใจกันในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นข้อที่น่าวิตก ข้าพเจ้าเห็นว่าทุกฝ่ายสามารถจะคลี่คลายปัญหานี้ได้ไม่ยากนัก ถ้าเราหวนคิดพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่เป็นมาแล้วในอดีตโดยละเอียดให้เห็นว่าแต่ละเรื่องแต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นจากมูลเหตุอันใด และมีผลเกี่ยวเนื่องสืบต่อมาอย่างไร ก็จะช่วยให้ทราบชัดได้ถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนแนวโน้มที่จะเป็นไปในอนาคต และความรู้ความเข้าใจอันชัดเจนนี้ย่อมทำให้แต่ละคนเล็งเห็นหน้าที่ที่แท้กับทั้งแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ในการจรรโลงอิสรภาพ ความเจริญมั่นคงและความดีงามทั้งปวงในแผ่นดิน ท่านทั้งหลายจึงควรระลึกอยู่เสมอๆ ว่าการใช้สติปัญญาพิจารณาเหตุการณ์ให้กว้างไกลโดยรอบคอบและรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างที่สุด …”

พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๓๒ วันอังคารที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๒

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17323: 6 ส.ค. 19, 10:56 น

“…ผู้ที่จะสร้างความสำเร็จในการงานและชีวิตได้แน่นอนนั้น ควรมีคุณสมบัติประกอบพร้อมกัน อย่างน้อย ๕ ประการ ประการแรก ควรจะต้องมีความสุจริต ความมีใจจริง ความตั้งใจจริง ความอุตสาหะอดทน และความเมตตาเสียสละ เป็นพื้นฐานด้านจิตใจ ประการที่สอง ควรจะต้องมีวิชาความรู้ที่ถูกต้องแม่นยำชำนาญ พร้อมทั้งมีฝีมือหรือความสามารถในเชิงปฏิบัติ เป็นเครื่องมือสำหรับประกอบการ ประการที่สาม ควรจะต้องมีสติ ความยั้งคิด และวิจารณญาณอันถี่ถ้วนรอบคอบ เป็นเครื่องควบคุมกำกับให้ดำเนินงานไปได้โดยถูกต้อง เที่ยงตรงตามทิศทาง ประการที่สี่ จะต้องมีความรอบรู้มีความสามารถประสานงานและประสานประโยชน์กับผู้อื่นอย่างกว้างขวาง เป็นเครื่องส่งเสริมให้ทำงานได้คล่องตัวและก้าวหน้า และประการที่ห้า ซึ่งสำคัญที่สุดจะต้องมีความฉลาดรู้ในเหตุในผล ในความผิดถูกชั่วดีในความพอเหมาะพอสม เป็นเครื่องตัดสินและสั่งการปฏิบัติงานทั้งมวลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ…”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ วันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑

add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โพสต์ข้อความเทิดทูนสถาบัน
        ความคิดเห็นที่ #17324: 6 ส.ค. 19, 10:57 น

“...ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์รักษาความสงบสุข ความมั่นคงปลอดภัย และความถูกต้องเป็นธรรมในบ้านเมือง งานใน หน้าที่จึงเต็มไปด้วยความยากลำบากที่จะต้องตรากตรำปฏิบัติและมากไปด้วยปัญหายุ่งยากนานาชนิดที่จะต้องขบคิดวินิจฉัยรวมทั้งอาชญากรรมทุกรูปแบบที่จะต้องเสี่ยงอันตราย เข้าระงับปราบปราม ด้วยเหตุนี้ทางราชการบ้านเมืองจึงได้มอบหมายสิทธิและอำนาจทางกฎหมายให้เพื่อเป็นเครื่องมือปฏิบัติงานและป้องกันรักษาชีวิต ผู้เป็นตำรวจควรต้องทราบตระหนักถึงความรับผิดชอบในหน้าที่และสิทธิพิเศษของตนดังกล่าว แล้วตั้งใจพยายามฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถจริงมีระเบียบวินัยมีความเข้มแข็งอดทนและมีสติยั้งคิดสูง ที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความเที่ยงตรง ด้วยความฉลาดรอบคอบและด้วยความสังวรระวังมิให้เกินขอบเขตและความจำเป็น ถ้าทำได้ดังนี้ งานทุกอย่างก็จะดำเนินไปโดยราบรื่น และบรรลุผลสำเร็จที่ถูกต้องสมบูรณ์ช่วยให้บังเกิดผลดีทั้งแก่ตนและส่วนรวม...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่แก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรีที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา ๒๕๓๙ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันอังคารที่ ๓มิถุนายน ๒๕๔๐


หน้า: 1 ... 378 379 380 381 382 383 384 385 386 387 388 389 390 391 392 393
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้