หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คุณเข้าใจกำนันสุเทพผิดหรือเปล่า  (อ่าน 25281 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 ธ.ค. 13, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

มีหลายเรื่องที่บางคนยังแคลงใจเกี่ยวกับตัวกำนันสุเทพ
เช่นเรื่อง ที่ดินสปก. เรื่องน้ำมันปาล์ม และเรื่องอื่นๆ
เดี๋ยวผมจะมาสาธยายให้ฟัง
เพื่อพี่น้องทุกสีเสื้อ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะติดตามการเมือง
จะได้หายสงสัยเสียที
เดี๋ยวมาต่อนะครับ..............

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 4 ธ.ค. 13, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอาเรืองที่ดินสปก.ก่อนนะครับ
ที่พวกเราจะได้ยินมาตลอดเวลาหลายปีมาแล้ว
ว่ากำนันสุเทพเมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร สมัยที่ปชป.เป็นรัฐบาล
กำนันสุเทพได้เอาที่ดินสปก.ไปแจกให้คนรวย(สส.ภูเก็ต)ซึ่งเป็นพวกเดียวกัน
............ผู้คนมากมาย โดยเฉพาะคนเสื้อแดงจะเข้าใจอย่างนี้
แล้วตัวกำนันสุเทพเองหรือปชป.ก็ไม่มีปัญญาอธิบายให้ผู้คนเข้าใจ
..............ปล่อยให้เขาโจมตีอยู่ได้

เหตุที่ผมต้องย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องเก่าๆอย่างนี้
ในขณะที่การต่อสู้กับระบอบทักษิณกำลังดุเดือด
ก็เพราะอยากจะเคลียร์กับพี่น้องหลายๆคนที่เคยระแวงแคลงใจ จะได้เข้าใจ จะได้เข้าร่วมสู้กับกำนันอย่างสุดจิตสุดใจ ไม่มีอะไรค้างคาในใจ
เดี๋ยวมาต่อนะครับ............

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 4 ธ.ค. 13, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เท่าที่ผมทราบ....
ปชป.มีความพยายามที่จะออกกฏหมายที่เกี่ยวกับเรื่องที่ดินอยู่ 3 เรื่อง
เรื่องที่1 จำกัดการถือครองที่ดิน....หมายความว่า จะจำกัดไม่ให้คนมีที่ดินมากเกิน.......ไร่ (จำนวนไร่ยังไม่กำหนด)
ทั้งนี้เพื่อความป้องกันไม่ให้คนที่มีเงินมากๆ
ที่ไม่ได้มีอาชีพอะไรที่จะต้องใช้ที่ดิน
แต่กลับเอาเงินไปไล่ซื้อที่ดินมาตุนเอาไว้ หวังเก็งกำไร
นี่เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำไห้ชาวบ้านต้องขายที่ แล้วก็ไปบุกรุกป่าต่อ

.....แต่ในที่สุด กฏหมายจำกัดการถือครองที่ดินในแนวนี้ก็ถูกระงับไป
เพราะถูกต่อต้านจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านสมัยนั้น
โดยเฉพาะทักษิณและเสนาะ เทียนทอง
และก็ถูกคัดค้านจากสมาคมธนาคาร หอการค้า และสภาอุตสาหกรรมด้วย

ต่อเรื่องที่2....เมื่อ3ปีที่แล้ว รัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังผลักดันกฏหมายภาษีมรดก
หรือภาษีที่ดิน (ผมจำไม่ได้แน่...ใครรู้ช่วยบอกด้วย)
กฏหมายยังไม่เสร็จ ก็เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เรื่องยังค้างอยู่
จนป่านนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังไม่ทำต่อเลย
เหตุเพราะว่ามันไปกระทบคนรวยที่มีที่ดินมากอย่างตระกูลชินวัตรนั่นเอง

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่3 ที่ดินสปก..............เดี๋ยวมาต่อนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 4 ธ.ค. 13, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กฏหมายสปก. ออกมาเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกป่าสงวนของชาติในรูปแบบต่างๆ เช่น....
- ที่ดินที่ถูกบุกรุกจนเสื่อมโทรม ทางการก็มาจัดการปรับสภาพ
ปรับระดับ จัดระบบชลประทาน ทำถนน เป็นต้น
- ใครที่ไปบุกรุกยึดครองไว้มาก สปก.ก็ให้สิทธิ์แค่ 50 ไร่
ที่เหลือก็แบ่งให้คนอื่น
- ป้องกันไม่ให้ชาวบ้านขายที่ แล้วไปบุกรุกป่าใหม่อีก
โดยห้ามไม่ให้ซื้อ-ขายที่สปก. เข้าธนาคารก็ไม่ได้
- อีกหลายๆเหตุผลที่ดีๆสำหรับกฏหมายสปก.
แต่พี่น้องรู้ไหมครับว่า กว่าจะออกกฏหมายฉบับมาได้....ยากมากครับ
เพราะมันไปกระทบนายทุนที่เขาเล่นที่กันอย่างหนัก
จำได้ไหมครับว่า....พอทักษิณและป๋าเหนาะเข้ามาเป็นรัฐบาล
จะพูดเสมอว่า...จะเปลี่ยนใบสปก.ให้เป็นโฉนดทุกที...
ชาวบ้านก็ดีใจ จะได้เอาเข้าธนาคารหรือซื้อขายได้
แต่มันเป็นดาบ2คมนะครับ.......
มันเป็นช่องทางที่นายทุนจะเอาเงินไปฟาดหัวชาวบ้านได้


มันเป็นภัยที่น่ากลัวมากนะครับพี่น้อง....
ถ้าคนที่ร่ำรวยมากๆจากการค้าแล้วเอาเงินมากว้านซื้อที่
ถ้าเราไม่ตื่นขึ้นมาเห็นภัยอันนี้.....ในที่สุดที่ดินของชาวบ้านก็จะตกเป็นของนายทุนหมด
ทักษิณเป็นนายทุนคนหนึ่งที่มีที่มาก
จนถึงทุกวันนี้คนของทักษิณยังไล่ซื้อที่ดินแปลงสวยๆอยู่ตลอดเวลา
พี่น้องเห็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดของบ.เอสซี แอสเสทไหมครับ
เฉพาะในกรุงเทพและฝั่งธนมีเป็น100โครงการ
ที่ดินตรงข้ามแฟชั่นไอแลนด์ ตรงชิงช้าสวรรค์ใหญ่ๆมี1000กว่าไร่ครับ
ตอนนี้กำลังไล่ซื้อสนามกอล์ฟซื้อโรงแรมแถวพัทยาหลายที่
คิดว่าจะได้กลับเมืองไทยแน่มั๊ง
แต่อหังการ์มากไป เลยเจอซอยตัน....จบกัน

เดี๋ยวมาต่อที่สปก.ภูเก็ตแปลงที่มีปัญหานะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 4 ธ.ค. 13, 16:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่สปก.ภูเก็ตแปลงที่มีปัญหา....เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ....
เดิมทีก่อนที่จะเป็นเขตสปก.นั้น คนที่เขาครอบครองอยู่ก็คือคุณพ่อของสส.ภูเก็ตนั่นแหละ
เป็นคนจีน ชื่อโก....(อะไรผมจำไม่ได้) แกทำสวนในที่แปลงนี้มา50กว่าปีแล้ว
แต่ก่อนแกก็ไม่ใช่คนรวย มารวยตอนรุ่นลูกรุ่นหลานทีหลังในธุรกิจท่องเทียว
อยู่ๆทางการก็มาประกาศเขตสปก.ในโซนนั้น ทับที่ของแกไปด้วย
ทั้งๆที่แกกำลังทำเรื่องขอโฉนด แต่ยังไม่ได้สักที
แกก็เอาหลักฐานต่างๆไปยืนยันกับสนง.ที่ดินว่าแกอยู่ในที่ดินนี้มาก่อน
ก่อนที่ทางการจะประกาศว่าเป็นเขตป่าสงวน

เดี๋ยวผมกลับมาทำความเข้าใจกับพี่น้องอีกเรื่องหนึ่งก่อนครับ
คือการที่จะประกาศให้พื้นที่ไหนเป็นเขตสปก.นั้น
เขาจะประกาศครอบคลุมเป็นโวนใหญ่ๆเลย
จะแหว่งหรือเว้นที่แปลงโน้นแปลงนี้ไม่ได้....เดี๋ยวทะเลาะกันตาย
แล้วทีนี้มันก็จะมีปัญหากับคนที่เขาอยู่มาก่อนตั้งแต่ปู่ย่าตายายมาแล้ว
มันจะไม่ยุติธรรมต่อเขา จะถูกหาว่า....รัฐรังแกประชาชน
รัฐบาลปชป.ยุคนั้นจึงออกกฏหมายอีกฉบับควบคู่กับกฏหมายสปก.
กฏหมายฉบับนั้นคือ....มติครม.4พฤษภาคม (ปีอะไรผมจำไม่ได้)
มติครม.4พค.จะเป็นทางออกสำหรับชาวบ้านที่อยู่มาก่อนประกาศเป็นป่าสงวน
ถ้าถูกประกาศโซนสปก.ทับที่ ก็ให้เอาหลักฐานมาแย้ง
เพื่อกันที่แปลงนั้นออกจากเขตสปก.ได้
เรื่องมันก็ดำเนินไปตามปกติ จะได้หรือไม่ได้ก็ไม่มีใครเดือดร้อนหรอก

แต่ที่มันดังมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะฝ่ายค้านสมัยนั้น
เอาเรื่องนี้มาบิดแล้วโจมตี จนหลายคนเข้าใจผิด....มาจนบัดนี้
เรื่องนี้ต่อสู้กันในศาล.....ในที่สุดศาลตัดสินยึดที่แปลงนี้คืนกลับเป็นของรัฐ
ผมจำได้ว่า.....เหตุผลที่ศาลท่านตัดสินยึดที่แปลงนี้ก็คือ....
มติครม.4พค.เป็นกฏหมายก็จริง.....
แต่เป็นกฏหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่า กฏหมายสปก.
ซึ่งกฏหมายสปก.ระบุไว้ว่า.....ที่ดินสปก.แจกให้กับเกษตรกรยากจนเท่านั้น
มติครม.4พคจะขัดกับกฏหมายสปก.ไม่ได้
เรื่องนี้ก็จบ(อาจจะเป็นไปตามกระแสในขณะนั้นก็ได้)
และทางอาโก....เจ้าของที่ก็ยอมแต่โดยดี ไม่ติดใจอะไรแล้ว
แต่ทางฝ่ายสมุนทักษิณก็ยังเอามาโจมตีได้ทุกวันจนถึงทุกวันนี้
พี่น้องเสื้อแดงพอเข้าใจเรื่องนี้หรือยังครับ
ถ้าพี่น้องรู้จักคิด รู้จักตั้งคำถามกับไอจตุพรสักหน่อย
ก็คงไม่ถูกหลอกอย่างนี้หรอก.......ตอนนี้หูตาสว่างหรือยัง
กำนันสุเทพไม่ได้เอาที่สปก.ไปแจกพรรคพวกกันนะ....เขาอยู่ในที่แปลงนี้มาก่อนแล้ว
การที่ไปประกาศเขตสปก.ทับที่ใครนั้น.....ไม่ใช่การช่วยเหลือกันหรอก
.......................ถือว่าเป็นความซวยนะครับ
ถ้ากำนันสุเทพจะช่วยพวกกัน....จะต้องเว้น ไม่ประกาศเขตสปก.ทับที่เขา
.......................แล้วจะต้องออกเป็นโฉนดให้

ผมเอาเรื่องนี้มาทบทวนให้พี่น้องเข้าใจ เดี๋ยวจะมีเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่อง
เรื่องน้ำมันปาล์ม เรื่องสถานีตำรวจ เรื่องยุบพรรค เรื่องแอบไปคุยกับกัมพูชา ..........ทุกเรื่องมีแง่มุมน่าติดตามทั้งนั้น

หลังจากพี่น้องเข้าใจเรื่องต่างๆของกำนันสุเทพโดยไม่มีอะไรค้างคาในใจแล้ว
พี่น้องจะได้ไปร่วมสู้กับกำนันอย่างสนุกและมีพลังสุดๆ
............สู้ต่อไปให้ชนะครับ เพื่อชาติ ศาสน กษัตริย์ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดูนี่
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 6 ธ.ค. 13, 23:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ศาลฏีกาพิพากษาขับสามี"อัญชลี"พ้นที่ดินส.ป.ก.ภูเก็ต
8 มิถุนายน 2550 00:55 น.
ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา ยืนตามศาลอุธรณ์ ขับ"ทศพร เทพบุตร" สามี" อัญชลี"อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมพวก ออกจากที่ดิน ส.ป.ก. ชี้ขาดคุณสมบัติ

เมื่อ 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.50 ที่บัลลังก์ 2 ศาลจังหวัดภูเก็ต นายมนตรี สาโรช พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ ลักษณะสมบูรณ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฏีการะหว่าง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ สปก.มอบหมายพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเป็นโจทก์ฟ้อง นายทศพร เทพบุตร (สามีนางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต และอดีตส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ) จำเลย คดีหมายเลขดำที่ 1765/2541 และคดีหมายเลขแดงที่ 1485/2544 เพื่อขับไล่ออกจากที่ดิน

ทั้งนี้สปก.ภูเก็ตได้ยื่นฟ้องนายทศพร โดยฟ้องว่า นายทศพรได้ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน โดยครอบครองอยู่ตั้งแต่ปี 2532 เนื้อที่ 98 ไร่ 1 งาน 7 ตารางวา ตามเอกสาร สปก.4-01 ก. เลขที่ 140 อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยอ้างว่าประกอบอาชีพเกษตร ทำสวนผลไม้และปลูกยางพารา หลังจากนั้นได้รับการร้องเรียน ว่านายทศพรขาดคุณสมบัติ จากนั้นทางสปก.ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ทราบว่า นายทศพรมีที่ดินเป็นของตนเอง 97 ไร่ 3 งาน 30 ตรว.และประกอบอาชีพอื่นๆ โดยเป็นผู้บริหารนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำนวน 6 แห่ง มีการลงทุนเป็นเงิน 55,320,000 บาท

คณะกรรมการ สปก.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 และมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีมติให้เพิกถอนหนังสืออนุญาต ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินของนายทศพร โดยมอบหมายให้เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินตามคำสั่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ 257/2538 ลงวันที่ 18 เม.ย.2538 โดยนายทศพรได้อุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนดังกล่าว อ้างว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามอุทธรณ์ของนายทศพร ลงวันที่ 24 พ.ค.2538 แต่นายทศพรไม่ได้ไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานตามที่กำหนด คณะกรรมการ สปก.จึงมีมติไม่รับการพิจารณาอุทธรณ์ เนื่องจากนายทศพรไม่ได้เป็นเกษตรกร จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการ สปก.ครั้งที่ 4/2539 ลงวันที่ 4 พ.ย.2539 สปก.ภูเก็ตจึงแจ้งให้นายทศพรและบริวารออกจากที่ดินของ สปก.ตามหนังสือลงวันที่ 14 มี.ค.2540 แต่นายทศพรและบริวารเพิกเฉย หลังจากที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆแล้ว สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือ สปก.ได้ฟ้องร้องผู้ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ต่อqqqq
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 6 ธ.ค. 13, 23:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่ในการฟ้องร้องศาลนั้นศาลชั้นต้นนั้น ทางศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จากนั้น สปก.ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ โดยให้นายทศพรและบริวารออกไปจากที่ดิน สปก.ดังกล่าว จากนั้นนายทศพรได้ฎีกา โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามที่นายทศพรอ้างว่าที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายจรัญ ตุ้งกู ซึ่งได้ครอบครองที่พิพาทมาตั้งแต่ปี 2499 และได้โอนให้จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา สปก.ไม่มีสิทธิขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการจะได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้มีบัญญัติวไว้ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 5 ว่าให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องแจ้งการครอบครองที่ดินต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน 180 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ใช้บังคับมาตรา 1 บุคคลที่จะมีกรรมสิทธิ์ที่ดินจะต้องได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมาย ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับและมาตรา 4 บุคคลได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและคุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย

แต่กรณีของนายจรัญได้ครอบครองที่ดินพิพาทสืบต่อมาจากบิดาของนายจรัญ ซึ่งครอบครองในปี 2499 อันเป็นเวลาภายหลังพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ประกาศใช้แล้วและไม่ปรากฏว่าได้ครอบครองที่ดินโดยชอบตามบทกฎหมายใด การครอบครองของนายจรัญจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินจึงไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายจรัญ

นอกจากนี้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 ยังบัญญัติว่าที่ดินซึ่งมิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ดังนั้นที่ดินที่นายจรัญครอบครองจึงต้องถือว่าเป็นที่ดินของรัฐอยู่ นายทศพรรับโอนมาจากนายจรัญ จึงไม่มีสิทธิ์ดีกว่า โจทก์หรือ สปก.จึงมีสิทธิ์นำที่ดินดังกล่าวมาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ต่อๆๆๆๆๆๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 6 ธ.ค. 13, 23:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนนายทศพรเป็นเกษตรกรตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2516 หรือไม่นั้น มาตรา 4 ให้คำนิยามไว้ว่า เกษตรกร หมายความว่าผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและให้หมายความรวมถึงบุคคลผู้ยากจนหรือผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรมหรือผู้เป็นบุตรของเกษตรกร ซึ่งไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเองและประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายทศพรมีที่ดินอยู่ที่ใน ต.ไม้ขาว อ.ถลางจำนวน 3 แปลง อยู่ใน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ตอีก 22 แปลงกับมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด นายทศพรจึงไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเองและประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก นายทศพรจึงไม่ใช่เกษตรกรตามความหมายของพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2516 โดย สปก.หรือโจทก์มีสิทธิ์นำที่ดินพิพาทมาปฏิรูปที่ดินได้ โดยศาลฎกีกาพิพากษายืน

สำหรับปัญหาที่ดินสปก. 4-01 ในภูเก็ตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2537 เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ได้เดินทางมามอบเอกสารที่ดินส.ป.ก.ให้กับเกษตกรผู้ยากไร้ที่ดินทำกินจำนวน 592 แปลง จำนวน 489 ราย พื้นที่ 10,000 กว่า ไร่ ทั้งพื้นที่ป่าเขาสามเหลี่ยม ป่าเทือกเขากมลา และป่าเทือกเขานาคเกิด และจากการตรวจสอบพบว่า มีตระกูลใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 11 ตระกูล ที่ได้รับเอกสารสิทธิดังกล่าว ประกอบด้วย ตระกูลเทพบุตร, ศรีแสนสุชาติ, หงษ์หยก, ถาวรว่องวงค์, ประจันทบุตร , สุขศิริสัมพันธ์, เอกวานิช, ตันติวิท, ทองตัน, อมรไพโรจน์, กี่สิ้น จากนั้นทางจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสืบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบคุณ สมบัติผู้ที่ได้รับสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาตรวจสอบที่ดินส.ป.ก.4-01 ในภูเก็ตมาโดยตลอด

จากนั้นในวันที่ 17 เมษายน 2538 คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้มีมติเพิกถอนเอกสารในที่ดินส.ป.ก.ที่แจกให้นายทุนจำนวน 8 ราย เพราะขาดคุณสมบัติ ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอาไปแจกใครคงพอเข้าใจนะ
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 6 ธ.ค. 13, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากนั้นในวันที่ 17 เมษายน 2538 คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้มีมติเพิกถอนเอกสารในที่ดินส.ป.ก.ที่แจกให้นายทุนจำนวน 8 ราย เพราะขาดคุณสมบัติ ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ

ประกอบด้วย นายบันลือ ตันติวิท จำนวน 1 แปลงเนื้องที่ 69 ไร่ นายบุ่นเก้ง ศรีแสนสุชาติ จำนวน 2 แปลง จำนวนเนื้อที่ 89 ไร่นายเจริญ ถาวรว่องงวศ์ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ นายทศพร เทพบุตร จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 98 ไร่ นายสุทิน เทพบุตร จำนวน 2 แปลง 37 ไร่ นายณรงค์ นพดารา 1 แปลง จำนวน 21 ไร่ นายหัตถ์ กตัญชลีกุล จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 29 ไร่ และนายธเนศ เอกวานิช จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 6 ไร่ ที่เหลือยังไม่ถูกเพิกถอน 2 ราย คือนายเปี่ยน กี่สิ้น และนายสุรศักดิ์ หงษ์หยก หลังจากที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ แล้ว ทางสปก.ได้ฟ้องร้องผู้ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.จำนวน 24 ราย ซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้วบางส่วน ซึ่งมี 2-3 คดีเท่านั้นที่สปก.เป็นผู้ชนะ นอกจากนั้นแพ้ทั้งหมด และทางส.ป.ก.ได้อุธรณ์คำสั่งศาลเพื่อพิจารณายื่นฟ้องใหม่ดังกล่าว

สำหรับกรณีที่สปก.ยื่นฟ้องนายทศพร เทพบุตร เพื่อให้ออกจากการครอบครองที่ดิน สปก. 4-01 นั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง จากนั้น สปก.ได้อุทธรณ์คำสั่งศาล เพื่อให้มีการพิจารณายื่นฟ้องใหม่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.47 จากนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้นายทศพรและบริวารออกจากที่ดิน สปก.4-01 โดยนายทศพรได้ยื่นฎีกาต่อ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.50 ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาพิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ขับไล่นายทศพรและบริวารออกจากที่ดิน สปก.4-01 ก.เลขที่ 140 อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 98 ไร่ 1 งาน 7 ตรว.

คนดีๆเค้าคงไม่ทำ



Create Date : 28 มีนาคม 2551
Last Update : 25 ตุลาคม 2551 15:25:12 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

จากคุณ : มัสแตง - [ 12 มิ.ย. 52 16:07:08 A:222.123.44.189 X:

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 ธ.ค. 13, 11:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พี่น้องฟังชัดๆอีกครั้งนะครับ.....แล้วตัดสินว่าใครพยายามบิดเบือนเรื่องนี้กันแน่
ผมบอกว่า....ตุณสุเทพไม่ได้เอาที่สปก.แปลงนี้ไปแจกให้พรรคพวกเดียวกัน
เพราะเขาอยู่ในที่แปลงนี้มาตั้งแต่ปี2499แล้ว ตั้งแต่สมัยเตี่ยเขาครับ
แต่ก่อนก็ไม่ใช่คนรวย มารวยสมัยลูกหลานเขาซึ่งทำธุรกิจหลายอย่าง
พอทางฝ่ายการเมืองเอาเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีกันแบบบิดประเด็น
เขาก็ต่อสู้ตามสิทธิ์ของเขา....ถ้าเป็นตัวท่านเอง ก็ต้องทำแบบเขานั่นแหละ
ในที่สุดศาลตัดสินว่าอย่างไร.....เขาก็เคารพคำตัดสินของศาลตามนั้น
พวกขี้ข้าทักษิณอย่าไปบิดว่าเขาโกงซิครับ

................................................ครูเฒ่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อีวาน
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 ธ.ค. 13, 17:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062เรามีข้อมูลฝ่ายเดี๋ยวเเต่ไม่ปักใจเชื่อ เเต่ที่ได้อ่านมาข้างบนเหมือนกับที่เราคิดใว้ในใจว่ามันน่าจะเป็บเเบบนี้ เพราะจากการติดตามนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ มีนักวิชาการหลายคนที่เก่งๆ มืออาชีพเเทบทุกคน คงยอมไม่ได้ถ้าใครในพรรคทำอะไรเเบบนี้ เเละ พรรคนี้จะหวงเเหนประเทศชาติคิดถึงความเเข็งเเกรงจากพื้นฐาน ซึ้งมันเหมือนกับที่เราคิด อะไรก็ตาม ถ้ารากมันเเข็งเเรง ก็ส่งเสริมความมันคงในอนาคต ไม่ต้องไปฟู่ฟ่า รวยเร็ว มีนั้นมีนี้ เเต่ล้มไม่เป็นท่า เหมือนยุโรปหลายๆประเทศ ประเทศเราควรจะเจริญเเบบค่อยเป็ยค่อยไปเเต่มั่นคงถาวร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
hanago1 ng
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 9 ธ.ค. 13, 17:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเขียนกระทู้โดนจ้างมาเท่าไหร่ค่ รู้รายละเอียดยิบเลย สงสัย สุเทพเทือกอยากเป็นนายกจนตัวสั่น หาคะแนนเสียงง่ายง่าย เคยโกหกยังไงก็อย่างนั้น ถ้าดีนักเอาโกงชาติเอาเงินไปซ่อนไว้ที่สวิสเซอร์แลน ทำไม กลัวคนไทยรู้หรอว่าโกงเขามา หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ความโลภ อำนาจ มันทำให้คุณโกหกคนทั้งประเทศเลยรึ ประเทศล่มแน่ถ้าคนคนนี้เป็นนายก วันวันไม่ทำไรหาเรื่องโกงกินอย่าง เดียว ตกนรกหมกไหม้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
go
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 9 ธ.ค. 13, 19:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

cocococococo

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
nos
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 10 ธ.ค. 13, 09:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครูเฒ่าใจร่มๆครับ ผมบอกแล้วว่าปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารมานหากันได้ ถ้าคิดจะโพสแบบนี้ต้องยอมรับความเห็นต่าง และการโต้แย้งด้วยข้อมูลได้ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ขี้ข้าทักษิน มานจะทำให้ข้อมูลดีๆที่คุณอุตสาห์ขุดค้นมาไร้ค่าไป
ผมก็ยังยืนยันว่าข้อมูลที่คุณหามาก็ถูกต้องหมดครับ แต่...
1.ไม่เถียงครับว่าใครได้มาแต่ใหน เพราะคำพิพากษาเขาบอกแล้วนี่ครับ (พรบ.ที่ดินออก 2497 แต่อ้าง "ผมใช้คำว่าอ้างนะครับเพราะไม่มีเอกสารอะไรยืนยัน"ว่าครอบครอง 2499) เวลายกกฎหมาย ยกมาให้หมดครับ อย่าหยิบๆมาแค่บางส่วน ตามนี้นะครับ http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qVTFOakUxTUE9PQ==&subcatid= อ่านให้ครบ และขีดเส้นใต้วรรคที่ว่า บุคคลดังกล่าวต้องไม่มีอาชีพอันมีรายได้ประจําเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเองและประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ถามว่า ตระกูลดังๆนั้น มีคุณสมบัติตามนี้ใหมครับ
2.ตามกฎหมายนะครับ การครอบครองที่ดินของรัฐ ต่อให้ครอบครองกี่ร้อยกี่พันปี คุณก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ ดังนั้น แม้คนที่คุณอ้างนั้น ได้ครอบครองที่ดินนั้นจริง เขาคือคนที่บุกรุกที่รัฐนะครับ ไม่ว่ากี่ร้อยกี่พันกี่เขาก็ไม่สามารถแปลงสิทธิ์มาเป็นผู้ครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมายได้
มันไม่ใช่กระแสครับ มันคือความจริง
แต่ยังไงก็ขอขอบคุณนะครับ ที่อุตสาห์มีข้อมูลที่มีสาระมาเสนอในสังคมออนไลน์นี้เยอะ ดีกว่าตะโกนด่ากันไปวันๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 10 ธ.ค. 13, 18:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"เพราะเรามีความเป็นปึกแผ่นในชาติ"
"และตั้งใจประพฤติตัวปฎิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่"
ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราคนไทยพลังบริสุทธิ์สีขาวต้องออกมาปกป้องความเป็นปึกแผ่นของชาติก่อนที่พวกมันจะทำลายเป็นผงธุลีดิน
11/12/13ใส่เสื้อสีขาวหรืออะไรที่เป็นสีขาวออกมาทำงานปกติให้มันเห็นว่าเราต้องการให้มีการเลือกตั้งและไม่นอมต่อพวกมันพรรคมันที่เดินกร่างไปกร่างมายึดสถานที่ราชการทำเนียบศาลากลางจังหวัด
ขอเชิญชวนใส่สีขาวต่อต้านพลังมืดพลังดำ
อ่านเพิ่มเติมจาก นิทาน ปชต น้ำเน่า บท9 เสื้อขาว ถือกำเนิด
ปล ช่วยกระจายข่าวออกไป ใครเห็นด้วยทำ ใครไม่เห็นด้วยไม่ต้องทำ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 11 ธ.ค. 13, 12:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับรู้
ผมภูมิใจที่ได้ทำสิ่งเล็กๆนี้เพื่อนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง
มีใครที่ยังไม่ได้ขยับตัวเลย....รีบๆไปช่วยกันเถอะครับ

ด้วยความรัก....................ครูเฒ่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นายกปู
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 11 ธ.ค. 13, 13:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่รู้จริงแล้วเอามาพูด งั้นที่ๆผมอยู่ มานานับ 50-60 ปี แล้ว มันก็เป็นของผมดิ เจ้าของที่ดินไม่มีสิทธิ์มาไล่แล้วถ้างั้น


มาแถลงเพื่อช่วยสุเทพ หรือมาแสงดความโง่ของตัวเองและประจารคุณเทพ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 11 ธ.ค. 13, 20:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณนายกปูครับ...ที่คุณยกตัวอย่างมานั้น
มันคนละเรื่องกับที่ผมพูดนะครับ
ลองกลับไปทำความเข้าใจใหม่ดีๆนะครับ
และก็ใช่ครับ....ผมพูดเพื่อช่วยกำนันสุเทพครับ

........................ครูเฒ่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แดงเกรียงไกร
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 11 ธ.ค. 13, 21:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตกลงเป็นพ่อรึเป็นผัว
แล้วที่บอกว่า
///เรื่องนี้ก็จบ(อาจจะเป็นไปตามกระแสในขณะนั้นก็ได้)
///และทางอาโก....เจ้าของที่ก็ยอมแต่โดยดี

ยอมแต่โดยดี ยอมทั้ง 3 ศาลเลยนะครับ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปชช.
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 12 ธ.ค. 13, 09:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนเขียนกระทู้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกปปส.มากกว่าไหม.........อุตส่าห์พยายามอธิบายเสียยึดยาวถึงความบริสุทธิ์ของคุณสุเทพ...........แต่ก่อนจะอธิบายคุณยังต้องใช้คำว่า...เท่าที่ผมทราบ......และเท่าที่คุณยังไม่ทราบล่ะค่ะ...........ไปถามคนในพื้นที่น่าจะได้ความกระจ่างที่เท็จจริงไม่ใช่ข้อมูลเท็จจริงๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 12 ธ.ค. 13, 11:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นใจกำนันเทือกจริงๆ แต่เท่าที่จำได้เป็นเพราะกบฎเทือสุบรรณ คนนี้ทำให้นายกชวนต้องยุบสภากลางครัน ก่อนลงมติไม่ไว้วางใจ (สมัยนั้นสามารถทำได้) เพราะถูกเนวินซักฟอก แจกลางสภากรณี เอาที่สปก ไปแจกบรรดาญาติโก เทือกสุบรรณ และญาติสส ปชป ถ้ารู้ประวัติกำนันสุเทพคนนี้ ท่านเอี้ยจริงๆ คนสุราษฎร์รู้กันดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 13 ธ.ค. 13, 11:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*071q*071q*071

ไม่ได้มีอคติ กับรายละเอียดของคุณน่ะ แต่จะบอกว่าพวกประชาธิปปัตย์ มันก็ไม่ได้โกงน้อยกว่า คุณหน้าเหลี่ยมสักเท่าไร ถ้าจะดีเจ้าของกระทู้ กรุณาไปตรวจสอบ หรือ ไปถามคนภูเก็ตให้หน่อยว่า ที่ดินป่าชายเลนที่มีปัญหากันอยู่ในศาล ทุกวันนี้ เป็นของใครในพรรค ประชาธิปปัตย์ รู้แล้วจะหนาว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เสือเฒ่า
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 27 ม.ค. 14, 10:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สังคมไทย อยู่ในภาวะ ปลูกระดมความคิด

โดยการ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ พูดซ้ำ

ให้เกิดความเชื่อ จากบทความที่ดูสมเหตุสมผล(ที่ปั้นแต่งให้น่าเชื่อถือ)

แต่พวกไร้สติแบบนี้ ลืมคิดไปว่า .... ทุกวันนี้ สังคมเรา ไม่ใช่แบบ One way communication แล้ว
ที่จะมาบอกซ้ำๆ ว่า คนนี้ดี คนนี้เสียสละ คนนี้เก่ง บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ต้องขอบคุณ นายกฯ ทักษิณ ที่เปิดโลกเสียกว้าง จนคนไทยสามารถ รู้ได้จริงๆ ว่า

"...... คนๆนี้ ดี หรือ ชั่ว โดยไม่ต้องฟังความข้างเดียว เช่น อดีตที่ผ่านมา..."

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 ม.ค. 14, 12:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างน้อยก็ยังทำให้รู้ว่าทั้ง สุเทพ และ ทักษิณ โกง แต่ต่างกันตรงที่ สุเทพยังอยู่ประเทศไทย มีพี่น้องร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือในการชุมนุมและก็ไม่ได้ไปไหนแหกปากอยู่บนเวที ซึ้งต่างกับ ทักษิณ หนีไปอยู่นอกประเทศแหกปากแต่ในจอ ต้องคอยจ่ายเงินให้ขี้ข้าทั้งหลายออกมาชุมนุม q*073q*073

ข้อมูลนี้ถูกต้องใช่ไหมพี่น้อง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นีนี
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 27 ม.ค. 14, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนั้นลุงสุเทพเป็นตนเลวสุดซอย แต่ตอนนี้เขาเป็นคนดีที่รักชาติสุดซอย q*062q*062q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนกทม
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 4 ก.พ. 14, 16:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ก็พูดไป แต่ฉันจะบอกว่าฉันไม่เชื่อ
คนโกงก็คือคนโกง จะซักล้างยังไงก็คือคนโกง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นายแสนดี
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 5 ก.พ. 14, 01:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่ผ่านมาไม่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยหรือปชป เลย และก็ไม่ได้เกลียดพรรคไหน แต่พอได้มาอยู่ภาคใต้ เกลียด ปชป มากๆ ทั้งๆที่ ปชป ภาคใต้ผูกขาดเลย แต่หาความพัฒนาไม่ได้เลย ช่างแตกต่างกับหลายๆจั้งหวัดที่เคยไปอยู่ อย่าได้เปรียบกับสุพรรณเลย อย่างกับฟ้ากับเหว ระบบผังเมืองแย่มาก อุตสาห์เลือกซื้อที่ดินในเขตอำเภอ เมือง แท้ๆ ไม่มีรถมาเก็บขยะนะ แถวนี้เค้าเผาขยะกัน โอ้แม่เจ้า น้ำประปาไม่มีใช้น้ำบาดาล (ค่าหินปูนสูงมาก) ถนนในซอยอุบาทว์มาก ไม่มีการพัฒนาเลย ถนนสายเอเซีย เส้นหลังสวน-ละแม อย่างเ ล ว เลย (ถนนใหญ่แท้ๆ) ขับมาเร็วๆ ช่วงล่างรถแทบพัง ถ้าเป็นในซอยละก็ไม่ใช่ลูกรังนะ แต่แม่รังเลย ระบบสาธารนูปโภคห่วยมากๆ จังหวัดของตัวเองแท้ๆ ยังไม่พัฒนาเลยแล้วจะมาพัฒนาประเทศได้อย่างไร dium][/size]

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หลอกลวง เพ้อเจ้อ ไร้สาระ
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 12 ก.พ. 14, 14:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่ตั้งกระทู้นี่ พยามอธิบาย นะ แต่ ฟังเหตุผลไม่ขึ้นนะ ผมก็เกิดทันช่วงแจก สปก นะ พยามฟังคุณพูด มันคนละอย่างเลย แนว ร่วม กปปส หรือเปล่าคับ ถึงแม้คุณจะอธิบายอีก ห้าสิบหน้า ก็ไม่มีคนเชื่อหรอก เขาเห็น เขารู้ เขาดูออก คนไม่ได้โง่นะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มองให้กว้าง
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 13 ก.พ. 14, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ที่ผ่านมาไม่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยหรือปชป เลย และก็ไม่ได้เกลียดพรรคไหน แต่พอได้มาอยู่ภาคใต้ เกลียด ปชป มากๆ ทั้งๆที่ ปชป ภาคใต้ผูกขาดเลย แต่หาความพัฒนาไม่ได้เลย ช่างแตกต่างกับหลายๆจั้งหวัดที่เคยไปอยู่ อย่าได้เปรียบกับสุพรรณเลย อย่างกับฟ้ากับเหว ระบบผังเมืองแย่มาก อุตสาห์เลือกซื้อที่ดินในเขตอำเภอ เมือง แท้ๆ ไม่มีรถมาเก็บขยะนะ แถวนี้เค้าเผาขยะกัน โอ้แม่เจ้า น้ำประปาไม่มีใช้น้ำบาดาล (ค่าหินปูนสูงมาก) ถนนในซอยอุบาทว์มาก ไม่มีการพัฒนาเลย ถนนสายเอเซีย เส้นหลังสวน-ละแม อย่างเ ล ว เลย (ถนนใหญ่แท้ๆ) ขับมาเร็วๆ ช่วงล่างรถแทบพัง ถ้าเป็นในซอยละก็ไม่ใช่ลูกรังนะ แต่แม่รังเลย ระบบสาธารนูปโภคห่วยมากๆ จังหวัดของตัวเองแท้ๆ ยังไม่พัฒนาเลยแล้วจะมาพัฒนาประเทศได้อย่างไร dium][/size]

ถึงนายแสนดี
ต้องขอชี้แจงเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบ ของ ส.ส. ก่อนเลยค่ะ ส.ส. เป็นผู้แทนของคนทั้งประเทศไม่ใช่แค่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง (ถึงแม้จะถูกเลือกมาจากแต่ละจังหวัดก็ตาม) หน้าที่การพัฒนาเป็นหน้าที่ส่วนท้องถิ่น เช่น ส.จ. การที่ ส.ส. ที่พยายามดึงงบประมาณมาเพื่อพัฒนาเฉพาะบ้านเกิดตัวเองเท่านั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สมชาย
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 29 ส.ค. 14, 16:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าถ้าสุเทพไม่ผิดตามที่ชี้แจง ช่วยเอาสุเทพเป็นรัฐมนตรีอีกทีครับ ประเทศนี้จะได้เจริญเหมือนโรงพักร้างอีกสักครั้งครับ q*073 กะลาแลนด์เอ๋ย..ห่วยโคตร... q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเดินดิน
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 21 พ.ย. 14, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พล่ามให้ตายได้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก ความจริงมันจะพิสูจน์ตัวมันเอง ดีกว่าคำพูดเยอะ พูดให้สวยให้ดีตามใจยังไงก็ได้ แต่ประเทศที่เสียหายแบบเห็นๆกับตา จากการะทำของคนที่รู้ๆกันอยู่แก่ใจ มันจะบอกเองว่าใช่หรือไม่ ถ้าบอกว่าดีซ๊ะล้นฟ้า หลักฐานว่าดีกองเท่าภูเขา แต่หันมาดูประเทศมันพังราบลงกับตาเห็นๆ แมวมันก็ไม่เชื่อว่าหรอก ดีอะไร จะพินาศล่มจมได้ขนาดนั้น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  หรือเปล่า ผิด สุเทพ เข้าใจ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม