หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วารสาร The Lancet ตีพิมพ์ผลวิจัยโรคมะเร็งเต้านม  (อ่าน 72 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 ธ.ค. 13, 10:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

วารสาร The Lancet ตีพิมพ์ผลวิจัยโรคมะเร็งเต้านมใหม่ล่าสุด โดยเปรียบเทียบการฉายรังสีเฉพาะจุดระหว่างผ่าตัดด้วยเครื่อง ZEISS INTRABEAM กับการฉายรังสีหลังผ่าตัดตามปกติทั่วไป

ผลการทดลองทางคลินิกระดับนานาชาติ TARGIT-A ซึ่งใช้เวลาศึกษานาน 5 ปี บ่งชี้ว่า การฉายรังสีเฉพาะจุดระหว่างผ่าตัด (TARGIT) ด้วยเครื่อง ZEISS INTRABEAM มิได้มีประสิทธิภาพด้อยไปกว่าการฉายรังสีภายนอก (EBRT) ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมระยะแรก

ผลการทดลองทางคลินิก TARGIT-A ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet

The Lancet วารสารทางการแพทย์ชั้นนำของโลก ตีพิมพ์ผลวิจัยโรคมะเร็งเต้านมใหม่ล่าสุดซึ่งเผยว่า การฉายรังสีเฉพาะจุดระหว่างผ่าตัด (TARGIT) ด้วยเครื่อง ZEISS INTRABEAM(R) เพียงเล็กน้อยครั้งเดียวระหว่างการผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออก มิได้มีประสิทธิภาพด้อยไปกว่าการฉายรังสีภายนอก (EBRT) ตามปกติทั่วไป ซึ่งใช้เวลานาน 3-6 สัปดาห์หลังผ่าตัดมะเร็งแบบสงวนเต้านม ในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่เข้าร่วมการทดลอง

“ประโยชน์สูงสุดของ TARGIT สำหรับผู้หญิงที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมคือ การรักษาเฉพาะจุดจะเสร็จสิ้นทั้งหมดระหว่างการผ่าตัด นอกจากนั้นยังเป็นพิษต่อเต้านม หัวใจ และอวัยวะอื่นๆน้อยกว่า ผลวิจัยของเราสนับสนุนให้ทำ TARGIT พร้อมกับการผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออกสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีแล้ว ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยและแพทย์มีทางเลือกมากขึ้นในการรักษา ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้งช่วยรักษาเต้านมและชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้ได้” ศจ.ชยันต์ เอส. ไวทยา FRCS MD, PhD จากคณะนักวิจัย TARGIT จากนานาชาติ ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่พร้อมกับการตีพิมพ์ผลวิจัยในวารสาร The Lancet

นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2541 คณะนักวิจัย TARGIT จากนานาชาติ ได้ศึกษาว่าการฉายรังสีไปยังฐานของเนื้องอกระหว่างการผ่าตัดมะเร็งเต้านมระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งกำเริบได้อย่างมีประสิทธิภาพพอๆกับการฉายรังสีภายนอก (EBRT) ตามปกติทั่วไปที่ใช้เวลา 3-6 สัปดาห์หรือไม่

โดยทั่วไปนั้น การทำ EBRT กับเต้านมทั้งเต้าจะทำหลังการผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออก (ผ่าแบบสงวนเต้านม) เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งกำเริบและลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต ปกติการทำ EBRT จะใช้เวลา 3-6 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยต้องเข้ารับการฉายรังสีที่ศูนย์รังสีรักษารวม 20-30 วัน อย่างไรก็ดี ในบางกรณีผู้ป่วยสามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้ แต่ไม่สามารถเดินทางไปยังศูนย์รังสีรักษาเพื่อเข้ารับการรักษาหลังผ่าตัดได้ทุกวัน ส่งผลให้ผู้ป่วยเหล่านี้ตัดสินใจผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งเต้า

ส่วนวิธี TARGIT ซึ่งทำระหว่างการผ่าตัดหลังจากที่เฉือนเอาเนื้องอกออกแล้วนั้น จะมีการใช้เครื่อง ZEISS INTRABEAM ฉายรังสีใส่เนื้อเยื่อบริเวณฐานของเนื้องอกภายในเต้านมโดยตรง ซึ่งผลการศึกษา TARGIT แสดงให้เห็นว่า การฉายรังสีเฉพาะจุดระหว่างผ่าตัดด้วยเครื่อง ZEISS INTRABEAM สามารถลดความเสี่ยงมะเร็งกำเริบได้อย่างมีประสิทธิภาพพอๆกับการฉายรังสีเต้านมทั้งเต้าหลังผ่าตัดซึ่งต้องใช้เวลานาน 3- 6 สัปดาห์ ในผู้ป่วยหญิงกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นมะเร็งเต้านมชนิด invasive ductal carcinoma

จนถึงปัจจุบัน TARGIT-A เป็นการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มในศูนย์หลายแห่งว่าด้วยการฉายรังสีเฉพาะจุดระหว่างผ่าตัดเต้านมที่ใหญ่ที่สุด โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมถึง 3,451 คน ในศูนย์ 33 แห่งทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย TARGIT-A เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยรายบุคคล ดังนั้นผู้ป่วยที่ผ่านการทำ TARGIT ระหว่างการผ่าตัด แต่พบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ไม่คาดคิดมาก่อนในภายหลัง จะได้รับการทำ EBRT เสริมเข้าไปด้วย ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้ป่วยราว 15% ทั้งนี้ ผลของมะเร็งกำเริบเฉพาะจุดตลอด 5 ปี รวมถึงบทวิเคราะห์แรกเกี่ยวกับอัตราการรอดชีวิตโดยรวมในการทดลอง TARGIT-A ได้รับการเผยแพร่แล้วในตอนนี้

เมื่อเปรียบเทียบ TARGIT กับ EBRT ส่วนต่างของอัตราการเกิดมะเร็งกำเริบเฉพาะจุดในช่วง 5 ปีระหว่างการรักษาทั้งสองแบบต่ำกว่า 2.5% ดังนั้นจึงถือว่า “ไม่ด้อยกว่า” เมื่อเทียบกับมาตรฐาน EBRT (ฉายรังสีทุกวันนาน 3-6 สัปดาห์) ในการรักษาโรคมะเร็ง ส่วนอัตราการเสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่ 3.9% สำหรับ TARGIT และ 5.3% สำหรับ EBRT เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็งอื่นๆน้อยกว่าเดิม

สำหรับการเปรียบเทียบเชิงสถิติของการเกิดมะเร็งเต้านมกำเริบ จำนวนผู้เสียชีวิต และผลข้างเคียงของวิธี TARGIT เทียบกับ EBRT นั้น คณะผู้เขียนได้สรุปว่า “การทำ TARGIT พร้อมกับการผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออก ซึ่งเป็นการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงนั้น ควรได้รับการพิจารณาในฐานะทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมการทดลอง TARGIT-A”

“เราขอยกย่องคณะนักวิจัย TARGIT จากนานาชาติซึ่งบุกเบิกโดยศจ.ชยันต์ ไวทยา และศจ.ไมเคิล บอม จากผลงานการวิจัยอันโดดเด่นเกี่ยวกับทางเลือกใหม่ในการรักษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมมากมาย ผลวิจัยนี้จะช่วยยกระดับการรักษาของนักรังสีรักษาและมะเร็งวิทยารวมถึงศัลยแพทย์เต้านมทั่วโลก และจะทำให้เครื่อง ZEISS INTRABEAM ถูกนำไปใช้มากขึ้นเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง” ดร.ลุดวิน มอนซ์ ประธานและซีอีโอของคาร์ล ไซส์ เมดิเทค เอจี (Carl Zeiss Meditec AG) กล่าว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม