หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สื่อนอกชี้ คนชนบทสนับสนุน ปชต. มากกว่าคนในกรุงเทพที่โหยหาอำนาจนอกระบบ  (อ่าน 196 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 ธ.ค. 13, 19:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
นักวิชาการชาวอังกฤษชื่อดังชี้ ชนชั้นนำเก่าที่มีชนชั้นกลางเป็นพันธมิตร กำลังถ่วงทานอำนาจของชาวชนบทที่กลายเป็นชาวเมือง แนะพรรคปชป.คิดนโยบายสู้ 'ทักษิณ' แทนสถาปนา 'เผด็จการกรุงเทพ'

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ตีพิมพ์บทความ เรื่อง "The last gasp of Thai paternalism" เขียนโดยอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยลีดส์ Duncan MacCargo วิเคราะห์ว่า ปรากฏการณ์ 'มวลมหาประชาชน' เป็นภาพสะท้อนถึงความพยายามของชนชั้นนำจารีต กับชนชั้นกลางกรุงเทพ ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นหัวหอก ที่จะเหนี่ยวรั้งอำนาจของรัฐบาลจากการเลือกตั้งของชาวบ้านที่กลายเป็นชาวเมือง และจัดตั้งเผด็จการเมืองหลวงขึ้นปกครองคนทั้งประเทศ

ดันแคน แม็กคาร์โก บอกว่า ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งสนับสนุนแกนนำอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า แนวคิด "สองนคราประชาธิปไตย" ของนักรัฐศาสตร์ไทย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่เสนอไว้เมื่อทศวรรษ 1990 นั้น ผิด



นายเอนกบอกว่า ชนชั้นกลางกรุงเทพสนับสนุนประชาธิปไตย มวลชนผู้ด้อยการศึกษาในชนบทถูกนักการเมืองขี้โกงปั่นหัวได้ง่ายๆ แต่แม็กคาร์โกแย้งว่า ในตอนนี้ การณ์กลับเป็นว่า ชนชั้นกลางกำลังถูกพวกนักการเมืองหัวดื้อเอาแต่ใจชักจูง และชาวชนบทต่างหากที่สนับสนุนประชาธิปไตยแบบมีการเลือกตั้ง



นักวิชาการไทยศึกษา ซึ่งนักศึกษาปัญญาชนในไทยเรียกเขาอย่างติดปากว่า "อาจารย์ดันแคน" ผู้นี้ บอกว่า พรรคการเมืองที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2544 และมีชัยทุกครั้งในการเลือกตั้งในปี 2548, 2549, 2550 และ 2554 เนื่องจากเสนอนโยบายประชานิยมต่างๆ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน



ด้านพรรคประชาธิปัตย์นั้น ชนะครั้งหลังสุดเมื่อปี 2535 พรรคนี้มีแนวทางอนุรักษ์นิยม สนับสนุนระบอบราชการ และฐานเสียงในภาคใต้ ฐานสนับสนุนนี้ไม่กว้างใหญ่พอที่จะช่วยให้คว้าชัยในระดับประเทศได้ พรรคผู้แพ้ที่เข็ดเขี้ยวนี้กำลังเป็นหัวหอกโค่นรัฐบาลจากการเลือกตั้งของยิ่งลักษณ์ น้องสาวของทักษิณ สมาชิกพรรคได้ลาออกจากสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมขับไล่ "ระบอบทักษิณ" และอ้างว่า นักการเมืองที่สนับสนุนทักษิณ ซื้อเสียงจากชาวชนบท


อ่านเพิ่มเติมที่ http://news.voicetv.co.th/thailand/91685.html



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ธ.ค. 13, 20:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครๆก้รู้ครับว่า นายทุนสามานย์ มันซื้อสียงปูพรม คุณโจ ไม่รู้หรือครับ เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ผมว่ามันเป็นประชาธิปตาย มากกว่า5555+++น่าสมเพชนักหนา....เอ้อ คุณโจอยู่ออสเตรเลีย จะรู้เรื่องการซื้อเสียง มากกว่าผมได้อย่างไร

ลูกศิษย์ของผมตั้งแต่ป.4-ปริญญาเอก เดือนหนึ่ง20-43 คน สอนมาแล้ว 12 ปี ย่าง 13 ปี หลายพันคน มีทุกภาค เล่าให้ฟัง โดยเฉพาะอีสาน มีผู้คนพูดกันว่า "เงินไม่มากาไม่เป็น" "ไปเลือกตั้งทำไมถ้าให้ไปเลืกตั้งได้ปลากระป๋องสักกะป๋องก็ยังดี" หรือ "นักการเมืองโกงกินไม่เป็นไรขอให้ประขาชนได้บ้างก็ยังดี" เราเห็นมีคนโพสท์ ในบอร์ดแห่งนี้ก้อเคยเห็น

โดยไม่รู้ว่าขาด จริยธรรม ขาดคุณธรรม เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่กิน 200-300 บาท มองไม่เห็นคุณค่าของคำว่า "ระบอบประชาธิปไตย"ก็ขายศักดิ์ศรีตัวเอง ..น่าสงสารประเทศไทยจริง

คุณโจ มีแนวคิดเหมือนพวกเขาหรือครับ เห็นชื่นชมกับรัฐบาลนี้จัง..เศร้าครับ คนมีความรู้พลอยเป็นไปกับเขาด้วย ไม่น่าเชื่อ

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 ธ.ค. 13, 20:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมพยายามศึกษาข้อเท็จจริงจากหลายๆฝ่าย ทั้งในภาคอิสานและภาคเหนือซึ่งผมมีคนสนิทสนมที่อยู่ทั้งกองเชียร์เดียวกันและฝ่ายตรงข้ามกันอยู่หลายคนทีเดียว และสิ่งหนึ่งที่ผมเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กก็เป็นเช่นเดียวกันกับที่ท่านแมนโพสอยู่ในกระทู้นี้คือ เงินมากาเป็น ซึ่งทำให้ผมฉงนใจและเกือบจะไม่เชื่อถือชาวบ้านชนบทในยุคแรกๆที่ทักษิณได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายบริหารประเทศ แต่ด้วยความที่ผมเห็นว่าทักษิณนั้นมีส่วนถูกกลั่นแกล้งอยู่บ้างในการที่ พธม.ออกโรงประท้วง และผมก็เห็นเช่นกันว่าทักษิณมีระบบการโกงกินแบบบูรณาการเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลตนเอง แต่นโยบายและการบริหารประเทศของทักษิณนั้นดีกว่านโยบายของพรรคอื่นๆ และทักษิณสังกัดพรรคการเมืองที่เป็นทางเลือกของคนอิสานและคนเหนือ ซึ่งรูปธรรมของการบริหารประเทศเห็นชัดเจนมากกว่า ผมจึงศึกษาเพิ่มเติมเข้าไปสู่จุดแกนนำแต่ละจังหวัดในภาคเหนือ(หนึ่งในนั้นก็คือญาติผู้ใหญ่ที่ผมนับถือและเชื่อถือได้ของผมเอง) ทำให้ผมได้ทราบว่าตั้งแต่ในยุคของพรรคพลังประชาชนนั้น ประชาชนไม่ได้ขายเสียงเช่นเดิมอีกแล้ว ถ้าจะรับเงินก็เป็นเงินของพรรคอื่นแต่ประชาชนจะไม่มีทางกาคะแนนให้เด็ดขาด เพราะพวกเขารักที่จะเลือกในสิ่งที่พวกเขาต้องการ พรรคทางเลือกของพวกเขาเท่านั้นที่สร้างนโยบายเพื่อปากท้องประชาชน และมายุคเพื่อไทย ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สืบทอดอำนาจฝ่ายบริหารจากพี่ชาย ยิ่งเห็นชัดว่าประชาชนต้องการให้ใครเป็นผู้นำ ผู้ที่คิดค้นนโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง แม้พวกเขาจะรู้ว่าต้องเจอกับแรงกดดันต่างๆนาๆ และรู้ว่านโยบายที่วางไว้ไม่สามารถสำเร็จได้ง่ายดาย แต่ก็พร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรค์เหล่านั้นไปพร้อมๆกับพรรคเพื่อไทยเพื่อแสดงพลังประชาชนที่รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มองไม่เห็นเลยในเหล่าประชาชนที่รักพรรคประชาธิปัตย์ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 21 ธ.ค. 13, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
และ ท้ายสุดที่ผมสัมผัสเรื่องการซื้อเสียง พรรคการเมืองที่พยายามซื้อเสียงมากที่สุดคือพรรคประชาธิปัตย์ครับ ปีที่แล้ว มีการเลือกตั้งในพื้นที่หนึ่งของจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ คนงานในส่วนของผมได้วีซ่าท่องเที่ยวมาทำงานกับผม 3 เดือนที่ออสเตรเลีย เขาคุยโทรศัพท์กับคนที่บ้าน(บังเอิญเขานั่งรถผมไปทำงาน จึงได้ยิน)ถึงการเลือกตั้ง อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดระนอง มีการซื้อเสียงอย่างมโหฬารครับ มีการจ่ายเงินถึง 3000 บาทต่อหัว ชาวบ้านได้ 2500 หัวคะแนนหักดิบ 500 บาท แล้วท่านแมนคิดว่า นักการเมืองท้องถิ่นเหล่านี้จะไปถอนทุนเท่าไหร่กับงบประมาณบริหารส่วนตำบล ขอสาบานครับว่าเรื่องเป็นเรื่องจริงในหลายๆเรื่องที่ผมได้รับรู้มาครับน และขอบอกได้เลยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันเข้าไปแทรกที่ว่างในจังหวัดภาคเหนือ อิสานได้เลย ถ้าไม่ดำเนินการคิดนโยบายที่เหนือกว่าพรรคทักษิณ ซึ่งระบอบทักษิณก็คือระบอบที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 ธ.ค. 13, 22:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเคยพูดบ่อยๆว่า ญาติของผมนามสกุลเดียวกัน ต้องใช้เงินซื้อเสียง 4ล้าน8แสนบาท ชนะเป็นนายกอบต.ฝ่ายแพ้ ข่าวว่าซื้อ 3 ล้าน 9 แสน ญาติของผมได้รับชัยชนะ แต่พ่อนายกอบต.ถูกเด็ดหัวสิ้นชีพ

ผมยังด่าน้องชายไม่เสร็จ 2ปีกว่าแล้ว น้องชายบอกว่า ถ้าไม่ซื้อ แพ้แน่นอน คือสรุปว่าต่างคนต่างซื้อ ที่คุณโจ อ้างอิงนั้นเรื่องจริงครับ ไม่เถียง เพราะงบประมาณ อบต.สู่ตำบลเป็นผู้กำหนด เดี๋ยวนี้ นักการเมืองท้องถิ่นฟัน 30%

แต่สำหรับ การเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ทางใต้แทบจะไม่มีการซื้อเสียง เพราะพิ้นที่ขอบเขตการเลือกตั้งกว้าง มีอยู่ระยะหนึ่ง นายทุนสามานย์ จ่ายนักการเมือง"ตัวเต็ง" ทุกระดับ น้องชายบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ทุกระดับ

ประเด็นหลักก็คือ พรรคการเมืองใหญ่ หัวหน้าพรรค มีนโยบายแจกเงนแบบปูพื้น ครั้งเรื่องครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา แจกเงินก่อนวันประกาศเลือกตั้ง หลังจากนายอภิสิทธิ์ยุบสภาไม่กี่วัน โดยผ่าน หัวคะแนน เพราะมีรายชื่อ และไปชุมนุมขาประจำกันอยู่แล้ว กกต.เลยจับไม่ได้ นี่เรื่องจริง

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคทุกคนเตือนผู้สมัครทุกคน อย่าทำผิดกฎหมาย นั้นเป็นเรืองจริงไม่ได้พูดอย่างทำอย่าง เหมือนคนพรรคนายทุนสามานย์

ข้อมูลที่ผมกล่าวถึง ผมอยู่ในวงราชการ วงการเมือง วงการสื่อ ข้อมูลที่ผมมี ผมไปมาแล้ว เกือบทุกจังหวัด เห้นสภาพชาวชนบทมาอย่างโชกโชน

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 21 ธ.ค. 13, 22:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านแมนเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า พรรค พท.เอาเสาไฟฟ้ามาลงยังได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ไหมครับ

นั่นหมายความว่า ชาวบ้านแม้จะอยู่ชนบทเขาเลือกที่นโยบายของพรรคครับ มิใช่เลือกที่ตัวบุคคลอย่างเดียว นโยบายที่ทำให้ประชาชนอุ่นใจ เชื่อถือ ว่าจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น เขาจึงได้เลือกนายกฯในดวงใจของเขาขึ้นมาเอง โดยไม่ว่านักการเมืองคนไหนจะจ่ายเงินให้เขาพวกเขาก็ไม่เอาหรือเอาก็ไม่เลือก เมื่อใจรัก ฝักไฝ่ในนโยบายแล้ว พวกเขาจึงใช้สิทธิ์ในการเป็นประชากรไทยออกไปใช้สิทธิของพวกเขาในคูหาเลือกตั้งครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 22 ธ.ค. 13, 01:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากบอกกับคุณโจว่า โครงการประชานิยม ที่คุณชื่นชมนักหนานั้น ประชาชนชอบเป็นที่สุด ตามที่คุณโจว่า... เพราะประชาชนได้เงิน ในรูปแบบต่างๆ มากมาย แต่ประเทศฉิบหาย

ในความเป็นจริง รัฐบาลขาดดุลรายจ่ายทุกปี ปี2555 ถ้าจำไม่ผิด 2แสน นั่นหมายความว่า รัฐเก็บภาษีรายได้ทั้งหมดของประเทศ น้อยกว่ารายจ่าย ปี 2556 ปีนี้ รัฐบาลขาดดุลรายจ่าย 2 แสน 4 หมื่นล้านบาท

รับบาลต้องกู้เงิน ขายพันธบัตร ขึ้นภาษีสินค้าต่างๆ มากมาย ยกตัวย่างสัก 1 อย่าง

โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ปีแรกหมอกระทรวงสาธารณะสุข พูดบนเวที พธม.ว่า กระทรวงสาธารณสุขขาดทุนปีแรก 2 หมื่น 4 พันล้าน ทักษิณขึ้นภาษี เครื่องดื่มทุกชนิด โคก 8 บาทเป็น10 บาท นมกล่องละ 8 เป็น 10 บาท

เฉลี่ยนคนไทยซื้อเครื่องดื่ม 5 กล่อง/ขวด วันละ 5 ขวด/กล่อง วันละ 10 บาท แพงกว่าเดิมขวดละ 2 บาท เป้น 10 บาท เดือนละ 300 ปีละ 3600 บาท นาน 12 ปีแล้ว 10 ปี 3หมื่น6พันบาท ผมเคยเข้าครั้งเดียวได้ยาพาราฯ กับยานวดไหล่ น่าจะ 40 บาท แต่ผมจ่ายในรูปของภาษีไปแล้ว 36,000 บาท

มันดีสำหรับคนจน ชาวไร่ชาวนา คนชั่งโจรจี้ปล้น และคนรวยที่ขี้เหนียว อย่างเพือนผม ทำบาพาส เ้นโลหิตที่หัวใจตีบตัน หมอส่งไป รพ.เอกชน เส้นละ 3 แสนบาท 2 เส้น 6 แสนบาท ค่าอื่นๆอีกนับล้าน อยู่ 7-8 เดือนตาย เผาไปแล้ว

คือรัฐเจ๊ง.....นี่เล่าย่อๆนะครับ มีอีกหลายอย่าง ล้มเหลวหมด

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 ธ.ค. 13, 03:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเข้าใจทุกอย่างครับคุณแมน เรื่องรัฐเจ๊งนี่ ทุกอย่างที่ทำมันเป็นรนโยบายเพื่อคนจนโดยเฉพาะ ไม่มีทางรัฐบาลอภิสิทธิ์จะกล้าทำหรือรัฐบาลไหนๆแน่นอน แต่เมื่อมีคนกล้าทำให้ประชาชนคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ดีกินดีขึ้นเขาจึงได้รับความนิยมอย่างสูง ในทางตรงคือรัฐบาลได้ผลจากการที่ประชาชนมีแรงจ่ายหมุนเวียนสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคได้รับการตอบสนองในตลาดมากขึ้นจากแรงซื้อของคนจน แต่คนรวยมีเงินและชนชั้นกลางกลับต้องจ่ายเงินเพิ่มจากภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ถีบตัวขึ้นมา แต่ผลมันต่างกันครับ คนจนเป็นประชากรส่วนใหญ่ได้รับผลที่ดีจากนโยบายของท่านทักษิณ แต่คนรวยคนชั้นกลางที่เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศกลับต้องลำบาก แต่พวกเขาไม่ได้ลำบากจริงหรอกแค่รายจ่ายเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น และเมื่อคนจนมีรายได้มากขึ้น พวกเขาสามารถยกระดับความเป็นอยู่ได้ดีกว่าเดิม มีโอกาสมากกว่าเดิม แม้จะเป็นการยืนได้ด้วยนโยบายประชานิยมแต่เป็นคนจำนวนมากที่ได้โอกาสในจุดนี้

มันแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่เคยทำไว้ เช่นโครงการแจกเงิน 2000 บาท ให้กับชนชั้นกลางเพื่อกระตุ้นแรงซื้อในตลาด คนชั้นกลางได้เงินก็นำไปซื้อ แต่รัฐบาลมาร์คก็เรียกเงินเหล่านี้คืนให้กลับรัฐโดยผ่านทางการขึ้นราคาน้ำมัน ชนชั้นกลางไม่ได้รู้สึกอะไรเลยว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ด้วยความจริงใจขึ้นมาก็จ่ายไปแถมชอบอีกต่างหาก(โง่) แต่คนจน เด็กนักเรียน เกษตรกร ต้องได้รับผลกรรมจากการแจกเงินครานั้นของรัฐบาลอภิสิธิ์ ทุกคนต้องมีวงจรชีวิตผูกพันธ์กับราคาน้ำมันบนตาราง เด็กนักเรียนผู้ปกครองเติมน้ำมันไปส่งลูกหลาน เกษตรกรใช้นำมันในภาคการเกษตร ซึ่งน้ำมันขึ้นราคาจากนโยบายสุรุ่ยสุร่ายของมาร์ค คนส่วนน้อยได้รับผลประโยชน์แต่คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ คิดดูว่าพวกคนจนส่วนใหญ่จะยังเลือกพรรค ปชป. มาสร้างนโยบายกดขี่พวกเขาอีกหรือไม่ นี่หล่ะเขาเรียกว่าพรรคทางเลือกของคนจน
[/color]
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ที่ กรุงเทพ คนใน โหยหา อำนาจ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม