หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: มาเลเซีย-เวียดนาม เร่งค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์หลังหายจากเรดาร์น่านฟ้า  (อ่าน 982 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

มาเลเซีย-เวียดนาม เร่งค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์หลังหายจากเรดาร์น่านฟ้า



รัฐบาลมาเลเซียและเวียดนามพร้อมด้วยนานาประเทศ เร่งค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777–200 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ หลังขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน
ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลมาเลเซียและเวียดนามพร้อมด้วยนานาประเทศ ร่วมมือกันในปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777–200 เที่ยวบินที่ MH 370 เส้นทางกัวลาลัมเปอร์–ปักกิ่ง ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินเป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังเครื่องขึ้นบิน ก่อนที่จะมีรายงานว่าเครื่องบินลำนี้ประสบอุบัติเหตุตกนอกชายฝั่งของเวียดนาม แต่ทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงการขนส่งของมาเลเซียก็ได้ออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวและได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดคาดคะเนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลมาเลเซียได้ทำการส่งเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ พร้อมด้วยเรือของกองทัพอีก 4 ลำ ในปฏิบัติการค้นหาในพื้นที่บริเวณทะเลจีนใต้นอกชายฝั่งทางตะวันออกของมาเลเซีย ส่วนทางด้านเวียดนามก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติการร่วมกับมาเลเซีย นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังได้ส่งเรือลาดตระเวน 3 ลำ ออกไปช่วยกันค้นหาเครื่องบินที่สูญหายเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับจีนที่ได้ส่งเรือกู้ภัย 2 ลำ ออกไปร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้นับเป็นเวลานานกว่า 12 ชั่วโมงแล้ว ที่เครื่องบินลำดังกล่าวได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาต่างๆ ก็ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รองประธานด้านการควบคุมการปฏิบัติการของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเครื่องบินลำดังกล่าวบินอยู่ที่ระดับความสูง 35,000 ฟุต หรือประมาณ 10,700 เมตร เหนือพื้นดินและนักบินก็ไม่ได้รายงานว่ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นกับเครื่องบินอีกด้วย

ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวสปริงนิวส์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เวียดนามส่งทีมค้นหาจุดสัญญาณเครื่องบินหายแล้ว



คืบ เครื่องบินมาเลย์ฯ หายสาบสูญ ทางการเวียดนาม ระดมคนเข้าค้นหาจุดสัญญาณหายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ว่า รัฐบาลเวียดนาม สั่งเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยทางทะเล เพื่อค้นหาเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ซึ่งขาดการติดต่อขณะเดินทางผ่านน่านฟ้าเวียดนาม บริเวณจังหวัดกาเมา ทางใต้สุดของประเทศ ก่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยหอบังคับการบินเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด เผย ไม่ได้รับสัญญาณติดต่อจากเครื่องบิน ตั้งแต่เวลา 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย (01.40 น.ตามเวลาในประเทศไทย)

ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีน เผย การส่งเรือตรวจการณ์ 2 ลำ มุ่งหน้าทะเลจีนใต้ เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือเวียดนาม ในการค้นหา ท่ามกลางความกังวลอย่างยิ่งของทุกฝ่าย ซึ่งเริ่มสันนิษฐานแล้วว่า เครื่องบินอาจจะประสบอุบัติเหตุตกในเขตทะเลจีนใต้

เที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ออกเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 227 คน แบ่งเป็นชาวจีน 153 คน ชาวมาเลเซีย 38 คน ชาวอินโดนีเซีย 12 คน ชาวออสเตรเลียน 7 คน ชาวอเมริกัน 4 คน ชาวฝรั่งเศส 3 คน ชาวนิวซีแลนด์ 2 คน ชาวยูเครน 2 คน ชาวแคเนเดียน 2 คน ชาวรัสเซีย 1 คน ชาวไต้หวัน 1 คน ชาวอิตาเลียน 1 คน ชาวออสเตรีย 1 คน และชาวเนเธอร์แลนด์ 1 คน


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เครื่องบินลำนี้ไม่มีคนไทยนั่งมาด้วย มีแต่ชาวจีน มาเลย์เซียและเวียตนามครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดูข้อความด้านบนแล้วชาวเวียตนามไม่มีครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รมว.คค.มาเลย์ฯปัดยืนยันเครื่องบินตกรอข้อมูลยืนยัน


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ปัดยืนยันข่าวเครื่องบินตกจากสื่อเวียดนาม เผย กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูล และระบุตำแหน่งเครื่องที่ชัดเจน

นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ปฏิเสธข่าวจากสื่อเวียดนาม ที่ว่าเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 ซึ่งนำผู้โดยสาร 227 คน และลูกเรือ 12 คน ออกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อไปยังกรุงปักกิ่ง ของจีน สูญหายไปจากจอเรดาร์ เวลาประมาณ 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น (01.40 น.ตามเวลาในไทย) หรือประมาณ 2 ชั่วโมง หลังออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลจีนใต้ บริเวณรอยต่อน่านน้ำมาเลเซีย-เวียดนาม โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน

ซึ่งสื่อรัฐบาลเวียดนาม ได้อ้างข้อมูลจากนายพลเรือผู้หนึ่ง ซึ่งระบุว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER ของมาเลเซีย ตกที่นอกชายฝั่งตอนใต้ของเวียดนาม แต่ นายฮิชามุดดิน ยังปฏิเสธที่จะยืนยันรายงานชิ้นนี้ โดยเผยว่า กำลังพยายามทุกวิถีทางที่จะระบุตำแหน่งของเครื่องบินและสืบหาข้อมูลที่แท้จริงทุกแง่มุม พร้อมกับจะรอการยืนยันข้อมูลที่แน่นอนจากกองทัพมาเลเซีย


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้ฟังมาว่ามีเด็กทารก 2 คน อยู่บนเครื่อง..อยู่ก็หายจากจอเรดาร์...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รมต.มาเลย์รอข้อมูลก่อน บอกบางทีอาจจะมีชีวิตรอดได้ บอกอาจจะลงจอดที่ใดที่หนึ่ง นอกจอเรดาร์...ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก malaysiaairlines.com, MARK RALSTON / AFP

เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุม ยังไม่ทราบชะตากรรม 239 ชีวิต กองทัพเวียดนาม เผย เครื่องตกทะเลที่เวียดนาม แต่ทางการมาเลฯ ยังไม่ยืนยัน เพราะยังไม่พบชิ้นส่วนเครื่องบิน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่มีกำหนดเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียไปที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้ขาดการติดต่อเมื่อเวลา 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งบนเครื่องบินลำนั้นมีผู้โดยสารกว่า 239 คน

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น มาเลเซียแอร์ไลน์ ได้ออกแถลงการณ์ในเว็บไซต์ malaysiaairlines.com ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่พบเครื่องบินลำดังกล่าว แต่คาดว่าเครื่องน่าจะลงจอดที่เขตหนานหมิง เมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีน

ทั้งนี้ มาเลเซียแอร์ไลน์ ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า เรียนท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน เรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับข่าวที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน MH370 มาเลเซียแอร์ไลน์ขอยืนยันว่า ไฟล์ท MH370 ได้ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินซูบัง แอร์ เมื่อเวลา 02.40 น. วันนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า เครื่องบินลำนี้อาจจะลงจอดที่เขตหนานหมิง เมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีน ในขณะนี้ เรากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงของรายงานนี้อยู่

สำหรับ ไฟล์ท MH370 ปฏิบัติการโดยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 กำหนดออกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเวลา 00.41 น. จุดหมายปลายทางที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเครื่องบินลำนี้ มีกำหนดลงจอดที่สนามบินปักกิ่งในเวลา 06.30 น. ตามเวลาของกรุงปักกิ่ง

เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารทั้งหมด 239 คนรวมถึงลูกเรือ แบ่งเป็นผู้โดยสารทั้งสิ้น 227 คน และลูกเรืออีก 12 คน ผู้โดยสารบนเครื่องมีทั้งหมด 14 สัญชาติต่างกันดังนี้

1. จีน 152 คน (มีเด็กทารก 1 คน)
2. มาเลเซีย 38 คน
3. อินโดนีเซีย 12 คน
4. ออสเตรเลีย 6 คน
5. ฝรั่งเศส 3 คน
6. สหรัฐอเมริกา 3 คน (มีเด็กทารก 1 คน)
7. นิวซีแลนด์ 2 คน
8. ยูเครน 2 คน
9. แคนาดา 2 คน
10. รัสเซีย 1 คน
11. อิตาลี 1 คน
12. ไต้หวัน 1 คน
13. เนเธอร์แลนด์ 1 คน
14. ออสเตรีย 1 คน

ไฟล์ทดังกล่าวได้มีโค้ดแชร์ร่วมกันกับสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์

ทั้งนี้ ไฟล์ทนี้บังคับควบคุมการบินโดยกัปตันซาฮารี อาห์เหม็ด ชาห์ ชาวมาเลเซียวัย 53 ปี ซึ่งมีชั่วโมงบินสูงกว่า 18,365 ชั่วโมง กัปตันซาฮารีเริ่มทำงานกับมาเลเซียแอร์ไลน์ตั้งแต่ปี 1981 หัวหน้าลูกเรือคือนายฟารีค อับ.ฮาเหม็ด ชาวมาเลเซียวัย 27 ปี ซึ่งมีชั่วโมงบินทั้งสิ้นกว่า 2,763 ชั่วโมง และเริ่มทำงานกับมาเลเซียแอร์ไลน์ตั้งแต่ปี 2007

ขณะที่เว็บไซต์ ยาฮู ดอทคอม รายงานว่า เว็บไซต์รัฐบาลของเวียดนามระบุว่า เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 ได้ขาดการติดต่อระหว่างที่อยู่ในน่านฟ้าของจังหวัดกาเหมา ประเทศเวียดนาม ก่อนที่เครื่องบินจะต้องเข้าติดต่อศูนย์ควบคุมการบินเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเครื่องบินลำนี้ ต้องติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินในเวลา 01.22 น. ตามเวลาของมาเลเซีย แต่กลับไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด

ด้านกระทรวงกลาโหมของเวียดนาม ได้มีความพยายามที่จะส่งหน่วยกู้ภัยเพื่อออกค้นหาเครื่องบิน โดยทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียและจีน จนกระทั่งมีรายงานออกมาว่า ทหารเรือของเวียดนาม ได้ออกมายืนยันว่า เครื่องบินลำนี้ตกลงไปในทะเล

นอกจากนี้ สำนักข่าวตั๋วเตของเวียดนาม ได้อ้างคำพูดของนาวิกโยธิน โหงว ฟ่าน พัต ผู้บัญชาการภาค 5 ของเวียดนามว่า เรดาร์ทหารได้รายงานว่า เครื่องบินลำนี้ตกลงไปในทะเลทางใต้จากเกาะปู๋กก 246 กิโลเมตร ซึ่งตรงกับแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของผู้บริหารมาเลเซียแอร์ไลน์ นายอาห์เหม็ด จูฮารี ยะหา ที่กล่าวว่า เครื่องบินลำนี้หายไปเวลาประมาณ 02.40 น. ระหว่างที่อยู่ในน่านฟ้าของมาเลเซียและเวียดนาม เหนือทะเลจีนใต้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะเดียวกัน ที่สนามบินปักกิ่ง บรรดาครอบครัวและญาติพี่น้องที่มารอรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินลำดังกล่าวต่างแสดงความวิตกกังวล เมื่อทราบว่าเครื่องบินที่คนในครอบครัวโดยสารมาขาดการติดต่อไปนานกว่า 10 ชั่วโมงแล้ว โดยหลายคนพากันร่ำไห้ มีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมรอฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่

ในเวลาต่อมา มีรายงานจากกองทัพเรือของเวียดนามระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลใกล้กับเกาะโถเจา นอกชายฝั่งของเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียได้ปฏิเสธเรื่องนี้ โดยระบุเพียงว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ และขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าพบชิ้นส่วนของเครื่องบินลำดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย และถือเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยวันละ 37,000 คน และมีจุดหมายปลายทางกว่า 80 แห่งทั่วโลก


เครดิต กระปุกดอทคอม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 18:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากตกจริงทำให้มาเลย์เสียหน้ามาก...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 19:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันนี้(8 มี.ค.) สำนักข่าวเอพี อ้างอิงสำนักข่าวทางการของประเทศจีน รายงานข่าว เครื่องบินโบอิ้งB777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370จากกรุงกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง ได้หายไปจากระบบการสื่อสารกับหอบังคับการ

ทั้งนี้เครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสาร227 คน และพนักงานรวมกัปตัน 12 คน รวม 239 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้ส่งทีมติดตามค้นหา ยังไม่ทราบชะตากรรมเนื่องจากเครื่องมีกำหนดลงจอดที่กรุงปักกิ่งในเวลา 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของจีน หรือ 05.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย แต่จนถึงขณะนี้ เครื่องบินยังไม่ถึงจุดหมายช่วงเวลานี้ คาดว่าเครื่องบินอาจจะใกล้หมดเชื้อเพลิงแล้ว

ล่าสุดสำนักข่าวบีบีซี รายงานข่าวกองทัพเรือเวียดนาม ได้มีการยืนยันว่า เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ MH370ตกกลางทะเลใกล้เกาะ Tho Chu จังหวัด Kien Giang, เวียดนาม ห่างฝั่ง240กม. ขณะนี้มาเลเซีย-จีน-ฟิลิปปินส์-เวียดนาม-สิงคโปร์ประกาศร่วมค้นหาเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ยังคงสูญหายกลางทะเล

ด้านทางการมาเลเซียแถลงยังไม่ขอยืนยัน กรณีกองทัพเวียดนามระบุว่า เครื่องบินโบอิ้งของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สตกทางตอนเหนือทะเลจีนใต้เพราะยังไม่พบซากเครื่อง โดยทางการมาเลฯจะทำทุกวิธีภายใต้อำนาจที่มีเพื่อให้ทราบจุดที่ตั้งของเครื่องบินให้ได้และอยู่ระหว่างติดตามการรายงานข้อมูลที่ถูกต้องจากกองทัพมาเลเซีย

BiLrPW8CMAEIGsq



เครดิต mthai news

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 19:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำนักข่าวเดลิเมล์ ประมวลภาพวินาทีเฝ้ารอปาฏิหาริย์ของครอบครัวผู้โดยสารเครื่องบินโบอิ้ง B777-200 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง หายสาบสูญไปจากจอเรดาห์และขาดการติดต่อ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะมีกระแสข่าวว่าเครื่องบินลำดังกล่าวอาจจะตกในทางตอนเหนือของทะเลจีนใต้ แต่ในขณะนี้ยังไม่พบซากเครื่องบินหรือความคืบหน้าใดๆ

BiMi9uGCUAApvTj

ล่าสุด ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ และจีน ต่างส่งทีมออกค้นหาเครื่องบินหลังจากเครื่องบินได้ขาดการติดต่อไปตั้งแต่เวลา 02.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยมาเลเซียได้ส่งเครื่องบิน 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ และเรือ 4 ลำ ออกค้นหานอกชายฝั่งภาคตะวันออกในทะเลจีนใต้ และฟิลิปปินส์ ได้ส่งเรือลาดตระเวน 3 ลำ เครื่องบินลาดตระเวน 1 ลำ ร่วมออกช่วยค้นหาด้วย ส่วนประเทศจีน และไทย ต่างระบุว่า เครื่องบินไม่ได้ผ่านน่านฟ้าของตนเอง ในขณะที่ นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ปฏิเสธกระแสข่าวเครื่องบินตกกลางทะเลและยังคงรอข้อมูลรายงานที่ชัดเจน


เครดิต mthai news

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 22:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผบ.ทร.เตรียม3เรือหลวงช่วยเครื่องบินมาเลย์



กองทัพเรือจัดทีมเตรียมพร้อมช่วยค้นหาเครื่องบินมาเลเซียที่สูญหาย ขณะที่การค้นหายังไร้เบาะแส

พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีที่เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินหลังขึ้นจากท่าอากาศยานมาเลเซียได้ไม่นาน โดยขณะนี้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) มีการสั่งการให้มีการเตรียมพร้อมการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง โดยให้ทางศูนย์ปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 2 เตรียมเรือหลวงตาปี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงสัตหีบ รวมถึงเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนียจำนวน 1 ลำ ให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทันทีเมื่อได้รับคำสั่งมายังกองทัพเรือ

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ทางรัฐบาลมาเลเซียยังไม่ได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพเรือแต่อย่างใด ส่วนทางการข่าวล่าสุด พล.ร.ต.กาญจน์ กล่าวว่า ขณะนี้คาดว่าจุดที่เครื่องขาดการติดต่ออยู่ค่อนไปทางน่านน้ำประเทศไทย ซึ่งเบื้องต้นเข้าใจว่ากองทัพเรือเวียดนามได้ส่งกำลังร่วมค้นหา แต่ยังไม่มีรายงานว่าพบสิ่งใด

ขณะที่ภารกิจการค้นหาล่าสุดจากการร่วมมือกันของประเทศต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไป โดยยังไม่พบซากหรือชิ้นส่วนของเครื่องบินลำดังกล่าวแต่อย่างใด


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 22:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แถลงการณ์มาเลเซีย แอร์ไลนส์ เที่ยวบิน MH370 ยังสาบสูญ



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น ตามเวลาท้องถิ่นของมาเลเซีย สายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ ได้ออกแถลงการณ์ความคืบหน้าเกี่ยวกับ เที่ยวบินที่ MH370 ซึ่งขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินตั้งแต่เวลา 02.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณฉุกเฉินใดๆ จาก MH370

ทั้งนี้ เที่ยวบิน MH370 ประกอบด้วยผู้โดยสารและลูกเรือทั้งสิ้น 239 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสาร 227 ราย และลูกเรือ 12 ราย ทั้งนี้ ลูกเรือทั้งหมดเป็นชาวมาเลเซีย ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวจีน/ไต้หวัน 154 ราย (รวมทารก) มาเลเซีย 38 ราย อินเดีย 5 ราย อินโดนีเซีย 7 ราย ออสเตรเลีย 6 ราย ฝรั่งเศส 4 ราย อเมริกัน 3 ราย (รวมทารก) นิวซีแลนด์ 2 ราย ยูเครน 2 ราย และรัสเซีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย ชาติละ 1 ราย


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 22:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาเลเซียและสิงคโปร์แอร์ไลนส์ยกเลิกเที่ยวบินไปจาการ์ตา



สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ และสิงคโปร์ แอร์ไลนส์ ยกเลิกเที่ยวบินไปยังกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซียในวันนี้ เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟเมราปี

สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลนส์ แถลงผ่านเว็บไซต์ว่า ได้ระงับการบริการเที่ยวบินขาไปและกลับจากกรุงจาการ์ตาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเถ้าถ่านภูเขาไฟเมราปี ขณะที่โฆษกของมาเลเซีย แอร์ไลนส์แถลงว่า ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังกรุงจาการ์ตาในวันนี้และในวันพรุ่งนี้อีก 1 เที่ยว เนื่องจากเหตุผลเดียวกัน และจะยังคงตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป กรุงจาการ์ตาอยู่ห่างจากภูเขาไฟเมราปีไปทางตะวันตก 450 กม.

ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากการปะทุของภูเขาไฟเมราปีนับแต่เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 128 คนแล้ว เถ้าถ่านจากภูเขาไฟยังคงส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งในเมืองยอกยาการ์ตา เขตชวากลาง ที่อยู่ห่างออกไปทางใต้ 28 กม. และในวันนี้ ภูเขาไฟยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง.



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 8 มี.ค. 14, 22:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คืบ เครื่องบินมาเลย์ฯ หายสาบสูญ ทางการเวียดนาม ระดมคนเข้าค้นหาจุดสัญญาณหายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ว่า รัฐบาลเวียดนาม สั่งเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยทางทะเล เพื่อค้นหาเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ซึ่งขาดการติดต่อขณะเดินทางผ่านน่านฟ้าเวียดนาม บริเวณจังหวัดกาเมา ทางใต้สุดของประเทศ ก่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยหอบังคับการบินเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด เผย ไม่ได้รับสัญญาณติดต่อจากเครื่องบิน ตั้งแต่เวลา 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย (01.40 น.ตามเวลาในประเทศไทย)

ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีน เผย การส่งเรือตรวจการณ์ 2 ลำ มุ่งหน้าทะเลจีนใต้ เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือเวียดนาม ในการค้นหา ท่ามกลางความกังวลอย่างยิ่งของทุกฝ่าย ซึ่งเริ่มสันนิษฐานแล้วว่า เครื่องบินอาจจะประสบอุบัติเหตุตกในเขตทะเลจีนใต้

เที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ออกเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง ซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 227 คน แบ่งเป็นชาวจีน 153 คน ชาวมาเลเซีย 38 คน ชาวอินโดนีเซีย 12 คน ชาวออสเตรเลียน 7 คน ชาวอเมริกัน 4 คน ชาวฝรั่งเศส 3 คน ชาวนิวซีแลนด์ 2 คน ชาวยูเครน 2 คน ชาวแคเนเดียน 2 คน ชาวรัสเซีย 1 คน ชาวไต้หวัน 1 คน ชาวอิตาเลียน 1 คน ชาวออสเตรีย 1 คน และชาวเนเธอร์แลนด์ 1 คน


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 10:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก malaysiaairlines.com, MARK RALSTON / AFP

เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุม ยังไม่ทราบชะตากรรม 239 ชีวิต ส่วนทางการมาเลเซียยังไม่ยืนยัน แต่นิวยอร์ก ไทม์ รายงานว่า พบคราบน้ำมันบริเวณทะเลจีนใต้

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่มีกำหนดเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียไปที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้ขาดการติดต่อเมื่อเวลา 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งบนเครื่องบินลำนั้นมีผู้โดยสารกว่า 239 คน

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น มาเลเซียแอร์ไลน์ ได้ออกแถลงการณ์ในเว็บไซต์ malaysiaairlines.com ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่พบเครื่องบินลำดังกล่าว แต่คาดว่าเครื่องน่าจะลงจอดที่เขตหนานหมิง เมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีน

ทั้งนี้ มาเลเซียแอร์ไลน์ ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า เรียนท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน เรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับข่าวที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน MH370 มาเลเซียแอร์ไลน์ขอยืนยันว่า ไฟล์ท MH370 ได้ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินซูบัง แอร์ เมื่อเวลา 02.40 น. วันนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่า เครื่องบินลำนี้อาจจะลงจอดที่เขตหนานหมิง เมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีน ในขณะนี้ เรากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงของรายงานนี้อยู่

สำหรับ ไฟล์ท MH370 ปฏิบัติการโดยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 กำหนดออกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเวลา 00.41 น. จุดหมายปลายทางที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเครื่องบินลำนี้ มีกำหนดลงจอดที่สนามบินปักกิ่งในเวลา 06.30 น. ตามเวลาของกรุงปักกิ่ง

เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารทั้งหมด 239 คนรวมถึงลูกเรือ แบ่งเป็นผู้โดยสารทั้งสิ้น 227 คน และลูกเรืออีก 12 คน ผู้โดยสารบนเครื่องมีทั้งหมด 14 สัญชาติต่างกันดังนี้

1. จีน 152 คน (มีเด็กทารก 1 คน)
2. มาเลเซีย 38 คน
3. อินโดนีเซีย 12 คน
4. ออสเตรเลีย 6 คน
5. ฝรั่งเศส 3 คน
6. สหรัฐอเมริกา 3 คน (มีเด็กทารก 1 คน)
7. นิวซีแลนด์ 2 คน
8. ยูเครน 2 คน
9. แคนาดา 2 คน
10. รัสเซีย 1 คน
11. อิตาลี 1 คน
12. ไต้หวัน 1 คน
13. เนเธอร์แลนด์ 1 คน
14. ออสเตรีย 1 คน

ไฟล์ทดังกล่าวได้มีโค้ดแชร์ร่วมกันกับสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์

ทั้งนี้ ไฟล์ทนี้บังคับควบคุมการบินโดยกัปตันซาฮารี อาห์เหม็ด ชาห์ ชาวมาเลเซียวัย 53 ปี ซึ่งมีชั่วโมงบินสูงกว่า 18,365 ชั่วโมง กัปตันซาฮารีเริ่มทำงานกับมาเลเซียแอร์ไลน์ตั้งแต่ปี 1981 หัวหน้าลูกเรือคือนายฟารีค อับ.ฮาเหม็ด ชาวมาเลเซียวัย 27 ปี ซึ่งมีชั่วโมงบินทั้งสิ้นกว่า 2,763 ชั่วโมง และเริ่มทำงานกับมาเลเซียแอร์ไลน์ตั้งแต่ปี 2007

ขณะที่เว็บไซต์ ยาฮู ดอทคอม รายงานว่า เว็บไซต์รัฐบาลของเวียดนามระบุว่า เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 ได้ขาดการติดต่อระหว่างที่อยู่ในน่านฟ้าของจังหวัดกาเหมา ประเทศเวียดนาม ก่อนที่เครื่องบินจะต้องเข้าติดต่อศูนย์ควบคุมการบินเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเครื่องบินลำนี้ ต้องติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินในเวลา 01.22 น. ตามเวลาของมาเลเซีย แต่กลับไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด

ด้านกระทรวงกลาโหมของเวียดนาม ได้มีความพยายามที่จะส่งหน่วยกู้ภัยเพื่อออกค้นหาเครื่องบิน โดยทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียและจีน จนกระทั่งมีรายงานออกมาว่า ทหารเรือของเวียดนาม ได้ออกมายืนยันว่า เครื่องบินลำนี้ตกลงไปในทะเล

นอกจากนี้ สำนักข่าวตั๋วเตของเวียดนาม ได้อ้างคำพูดของนาวิกโยธิน โหงว ฟ่าน พัต ผู้บัญชาการภาค 5 ของเวียดนามว่า เรดาร์ทหารได้รายงานว่า เครื่องบินลำนี้ตกลงไปในทะเลทางใต้จากเกาะปู๋กก 246 กิโลเมตร ซึ่งตรงกับแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของผู้บริหารมาเลเซียแอร์ไลน์ นายอาห์เหม็ด จูฮารี ยะหา ที่กล่าวว่า เครื่องบินลำนี้หายไปเวลาประมาณ 02.40 น. ระหว่างที่อยู่ในน่านฟ้าของมาเลเซียและเวียดนาม เหนือทะเลจีนใต้

นิวยอร์ก ไทม์ ชี้ ทีมกู้ภัยพบคราบน้ำมันในทะเลจีนใต้

ความคืบหน้าล่าสุด หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ รายงานว่า ขณะนี้ทีมกู้ภัยพบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ในทะเลจีนใต้ระหว่างมาเลเซียและเวียดนาม เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ ซึ่งคาดว่า คราบน้ำมันดังกล่าวจะเป็นสัญญาณแรกของเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่บรรทุกผู้โดยสารกว่า 239 คน และหายไปขณะที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าระหว่างทางตอนใต้ของเวียดนามและทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย

นายไหล ซวน ถัน ผู้อำนวยการการบินพลเรือนของเวียดนาม กล่าวว่า เครื่องบิน AN26 ของหน่วยนาวิกโยธินเวียดนาม ได้พบคราบน้ำมันระยะประมาณ 20 กิโลเมตร ในบริเวณที่ค้นหา ซึ่งคาดว่าจะเป็นร่องรอยของเครื่องบินที่ตกลงสู่ทะเล เราได้ส่งข้อมูลนี้ไปให้สิงคโปร์และมาเลเซียและเราก็จะทำการค้นหาต่อไป

นอกจากนี้ นายไหล ซวน ถัน ยังกล่าวอีกว่า คราบน้ำมันที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำนั้นอยู่ใกล้กับฝั่งเวียดนามมากกว่าฝั่งมาเลเซีย ตรงปากน้ำตื้นของอ่าวไทย ซึ่งจุดสุดท้ายที่เครื่องบินลำนี้ส่งสัญญาณมาคือจากฝั่งมาเลเซียใกล้กับจุดกึ่งกลางระหว่างมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินบินในระดับ 35000 ฟุต


เครดิต กระปุกดอทคอม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 10:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบคราบน้ำมันแล้ว...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 11:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะเดียวกัน ที่สนามบินปักกิ่ง บรรดาครอบครัวและญาติพี่น้องที่มารอรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินลำดังกล่าวต่างแสดงความวิตกกังวล เมื่อทราบว่าเครื่องบินที่คนในครอบครัวโดยสารมาขาดการติดต่อไปนานกว่า 10 ชั่วโมงแล้ว โดยหลายคนพากันร่ำไห้ มีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมรอฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่

ในเวลาต่อมา มีรายงานจากกองทัพเรือของเวียดนามระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลใกล้กับเกาะโถเจา นอกชายฝั่งของเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียได้ปฏิเสธเรื่องนี้ โดยระบุเพียงว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ และขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าพบชิ้นส่วนของเครื่องบินลำดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย และถือเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยวันละ 37,000 คน และมีจุดหมายปลายทางกว่า 80 แห่งทั่วโลก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทีมกู้ภัยพบคราบน้ำมันในทะเลจีนใต้ ชี้ อาจเป็นเครื่องบินมาเลเซีย
เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุม ยังไม่ทราบชะตากรรม 239 ชีวิต
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 11:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แถลงการณ์ฉบับที่ 7 ของสายการบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ แถลงว่าหลังการค้นหาเกินกว่า 24 ชั่วโมง ยังไม่พบร่องรอยของเครื่องบินโบอิ้งB777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370



ตลอดเวลาที่ เที่ยวบิน MH370 ขาดการติดต่อ ตั้งแต่เวลา 01:30 น. ของวันที่ 8 มีนาคม จนถึงขณะนี้เกินกว่า 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาแต่ก็ยังไม่สามารถค้นหาจุดที่เครื่องบินหายไปได้ ทั้งยังไม่สามารถหาหลักฐานของซากปรักหักพังใดๆ ในทะเลได้

แต่ทางสายการบินได้พยายามอย่างสูงสุดที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งผู้โดยสาร และครอบครัว หากมีการค้นพบเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว และยืนยัน จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สำหรับเครื่องบินโบอิ้งB777-200 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370จากกรุงกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง มีผู้โดยสาร227 คน และพนักงานรวมกัปตัน 12 คน รวม 239 คน


เครดิต MThai News

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 11:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

2 ผู้โดยสาร ใช้พาสปอร์ตถูกขโมยในไทย ขึ้นมาเลเซียแอร์ไลน์



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรียแถลงว่าไม่มีผู้โดยสารชาวออสเตรียอยู่บนเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินMH370 ที่สูญหายไปนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามตั้งแต่ช่วงเวลา 01.30 น.



ทั้งนี้ระบบการตรวจสอบแจ้งข้อมูลกลับมาว่าผู้โดยสารในเที่ยวบินMH370 ใช้หนังสือเดินทางซึ่งถูกขโมยไปเมื่อสองปีก่อนขณะที่เจ้าของหนังสือเดินทางซึ่งเป็นผู้ชาย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และยืนยันว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่

ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีที่กรุงโรม แจ้งว่าไม่มีผู้โดยสารชาวอิตาลีอยู่บนเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์เช่นกัน โดยนายลุยจิ มารัลดี วัย37 ปี เป็นชาวอิตาลี ได้ถูกขโมยพาสปอร์ตไปเมื่อ เดือนสิงหาคม ปี 2556 ขณะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นกัน

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กรณีมีผู้โดยสาร 2 คนใช้ชื่อและพาสปอร์ตที่ถูกขโมยไป ทำให้มีข้อสงสัยว่า จะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่

นายทอม ฟูเอนเตส อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และนักวิเคราะห์ด้านกฎหมายของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น บอกว่า จำเป็นต้องมีการสอบสวนว่า ผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องบินโดยใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยเป็นใคร ซึ่งอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญ และขึ้นอยู่กับว่า สนามบินที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้เชื่อมโยงฐานข้อมูลขององค์การตำรวจสากลเพื่อตรวจสอบว่า พาสปอร์ตของผู้โดยสารเป็นพาสปอร์ตที่ถูกแจ้งหายหรือไม่


เครดิต MThai News

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กรณีมีผู้โดยสาร 2 คนใช้ชื่อและพาสปอร์ตที่ถูกขโมยไป ทำให้มีข้อสงสัยว่า จะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 12:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

2 ฝรั่งยังไม่ตาย โดนลักพาสปอร์ด ก่อนขึ้นมาเลเซียแอร์ไลน์ส



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุเครื่องบินโดยสารสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินและไม่พบสัญญาณใดๆ อีก หลังบินข้ามมหาสมุทรเข้าสู่น่านฟ้าประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (8 มี.ค.) เที่ยวบิน MH370 ที่หายสาบสูญไปกว่า 24 ชั่วโมง ล่าสุดมีรายงานพบคราบน้ำมัน 2 จุด นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเวียดนาม

ตามรายงานระบุว่า เครื่องบินการทัพอากาศของเวียดนามได้ออกบินลาดตระเวน เพื่อค้นหาร่องรอยของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 กรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้า กรุงปักกิ่ง พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน ที่พบว่าสูญหายไปบริเวณรอยต่อทะเลอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ เบื้องต้นตรวจสอบพบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ 2 จุด อยู่นอกชายฝั่งแหลมญวณ มีรอยคราบน้ำมันเป็นทางยาวกว่า 10-15 กิโลเมตร แต่ยังไม่พบสัญญาณของเครื่องบินลำดังกล่าว

ขณะที่ทางด้านสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้โดยสารบนเที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปจากน่านฟ้า ขณะนี้ยังมีทราบแค่เพียงมีผู้โดยสาร 14 สัญชาติ โดยสารอยู่เครื่องบินที่เกิดเหตุ ส่วนบรรดาญาติผู้โดยสารที่เฝ้ารอติดตามสถานการณ์ ต่างรู้สึกไม่พอใจกับสายการบินที่มีท่าทางนิ่งเงียบ ไม่แจ้งความคืบหน้าให้ทราบเท่าที่ควร ทำให้เคยเหตุความตึงเครียดระหว่างสื่อมวลชนกับญาติผู้โดยสารขึ้นเล็กน้อยที่สนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า พบชาวต่างชาติ 2 คน ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้โดยสารเที่ยวบิน MH370 แต่ยังคงปลอดภัยดี กระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีและออสเตรียได้ประกาศแจ้งว่า นายหลุยส์ มารัลดิ สัญชาติอิตาลี และ นายคริสเตียน โคเซล สัญชาติออสเตรีย ที่มีรายชื่ออยู่บนเที่ยวบิน MH370 ยังคงปลอดภัยดี เนื่องจากก่อนหน้านี้หลายเดือน ทั้ง 2 ถูกคนร้ายลักขโมยพาสปอร์ต ขณะกำลังท่องเที่ยวอยู่ที่เมืองไทย เชื่อว่ามีการลักลอบขึ้นเที่ยวบินดังกล่าวด้วยการถือพาสปอร์ตปลอม ล่าสุดนานาชาติกำลังตั้งประเด็นสงสัยเชื่อมโยงเหตุการก่อการร้ายในอุบัติเหตุครั้งนี้

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แถลงยืนยันว่า มีพลเมืองสัญชาติอเมริกัน 3 คน โดยสารอยู่บนเที่ยวบินดังกล่าวจริง ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อให้ทางครอบครัวได้ทราบแล้ว และกำลังเร่งตรวจสอบว่ามีชาวอเมริกันอยู่บนเที่ยวบินดังกล่าวอีกหรือไม่ ส่วน เอฟบีไอของสหรัฐ ได้เข้าร่วมสอบสวนเหตุเครื่องบินสูญหายครั้งนี้แล้ว ขณะที่มาเลเซียได้เปิดน่านน้ำ เพื่อให้กองทัพ 5 ชาติ ได้ร่วมทำภารกิจค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่สูญหายไปในทะเล

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 14:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้รายชื่อบนเครื่องมาเลย์ยังไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เพราะกลัวจะต้องจ่ายค่าเสียหายมากเลย...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สื่อมาเลย์ตีข่าว เจอเพิ่ม 2 ฝรั่งถูกสวมรอยขึ้นเครื่อง MH370



(9 มี.ค.) สำนักข่าวประเทศมาเลเซีย รายงานความคืบหน้าเหตุเครื่องบินโดยสารสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ขาดการติดต่อและหายสาบสูญไปบริเวณทะเลจีนใต้ เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) ล่าสุดภารกิจค้นหาร่องรอยเครื่องบินลำดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าจะยังไม่มีความแน่ชัดว่า เครื่องบินหายไปบริเวณน่านน้ำมาเลเซีย-เวียดนามหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ สำนักข่าวในท้องถิ่นยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า จากกรณีที่พบนักท่องเที่ยวชาวยุโรป 2 คน มีรายชื่อเป็นผู้โดยสารบนเที่ยวบิน MH370 แต่กลับมีผู้อื่นขึ้นเครื่องบินแทน ก่อนจะพบว่าชาวยุโรปทั้ง 2 คน ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่หลายเดือนก่อนหน้านี้พวกเขาเคยถูกลักขโมยพาสปอร์ด ระหว่างท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทย จึงทำให้ทางเอฟบีไอของสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมขอตรวจสอบประเด็นดังกล่าว ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงเกี่ยวกับระเด็นการก่อการร้าย

ล่าสุดยังพบผู้ถูกสวมรอยพาสปอร์ต เพิ่มอีก 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปเช่นเดียวกัน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้สวมรอยต้องสงสัยทั้ง 4 ราย มีวิธีใช้พาสปอร์ตผู้อื่นในการเดินทางและยังสั่งซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นสายการบินพันธมิตรที่ร่วมมือกันระหว่างสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เพื่อเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปยัง กรุงปักกิ่ง เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ผู้ถูกสวมรอยที่เพิ่มมาใหม่ 2 คนนี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด

ขณะที่ภารกิจค้นหาเครื่องบินเที่ยวบิน MH370 ในทะเลจีนใต้ ฝูงบินและกองเรือจากนานาชาติ ระดมตรวจสอบบริเวณน่านน้ำระหว่างมาเลเซียกับเวียดนาม หลังพบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ 2 จุด ที่เครื่องบินกองทัพอากาศเวียดนามพบเป็นร่องรอยเดียวที่ปรากฎ ซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นของเครื่องบินลำดังกล่าวจริงหรือไม่ เนื่องจากหยุดค้นหาเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

ด้าน นายโจฮารี ยาห์ยา ซีอีโอของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ระบุว่าโอกาสที่เครื่องจะประสบอุบัติเหตุตก ขณะบินในเพดานบินระดับนำร่องตก มีเพียง 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เหตุต้องเกิดขึ้นฉับพลัน กระทั่งนักบินไม่มีโอกาส แม้แต่จะติดต่อกับหอควบคุมการบิน หรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับเครื่องบินลำดังกล่าว เพิ่งผ่านการตรวจสภาพความพร้อมในการบินมาไม่เกิน 10 วัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ของมาเลเซีย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจเป็นการก่อการร้ายนั้น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 14:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บรรดาครอบครัวและญาติพี่น้องที่มารอรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับเครื่องบินลำดังกล่าวต่างแสดงความวิตกกังวล เมื่อทราบว่าเครื่องบินที่คนในครอบครัวโดยสารมาขาดการติดต่อไปนานกว่า 10 ชั่วโมงแล้ว โดยหลายคนพากันร่ำไห้ มีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมรอฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 17:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(9 มี.ค.) จากเหตุการณ์เครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 หายไปอย่างเป็นปริศนาขณะบินสู่กรุงปักกิ่ง กว่า 36 ชั่วโมง

สำนักข่าวมาเลเซียรายงานว่า จากกรณีที่พบนักท่องเที่ยวชาวยุโรป 2 คน มีรายชื่อเป็นผู้โดยสารบนเที่ยวบิน MH370 ยังคงมีชีวิตอยู่ โดยเผยว่าหลายเดือนก่อนหน้านี้พวกเขาเคยถูกลักขโมยพาสปอร์ด ระหว่างท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังพบผู้ถูกสวมรอยพาสปอร์ต เพิ่มอีก 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปเช่นเดียวกัน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้สวมรอยต้องสงสัยทั้ง 4 ราย มีวิธีใช้พาสปอร์ตผู้อื่นในการเดินทางและยังสั่งซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นสายการบินพันธมิตรที่ร่วมมือกันระหว่างสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เพื่อเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไปยัง กรุงปักกิ่ง เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ผู้ถูกสวมรอยที่เพิ่มมาใหม่ 2 คนนี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด

ล่าสุด Mr.Luigi Maraldi ชาวอิตาลี เข้าแสดงหลักฐานใบแจ้งความพาสปอร์ตถูกขโมยต่อตำรวจ สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังมีชื่อปรากฏว่าเป็นหนึ่งในผู้โดยสารมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 โดยหลักฐานแจ้งความพาสปอร์ตหายลงวันที่ 22 ก.ค. 2556

ภาพจาก @yoware
ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 9 มี.ค. 14, 18:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พล.ร.ต.กาญจน์ โฆษกกองทัพเรือไทย เผย พบเครื่องบินมาเลย์ตกชายฝั่งทะเลเวียดนาม ขณะโฆษก กต.ไม่ขอสรุป 2 ผู้โดยสารชาวออสเตรเลียและอิตาลี อ้างทำพาสปอร์ตสูญหายในไทย โยงก่อการร้ายหรือไม่

พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ระบุถึงความคืบหน้า การตรวจสอบกรณีที่ เครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 จากเส้นทางบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อเช้าวันที่ 8 มี.ค. พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบิน รวม 239 คน สูญหายไปบริเวณนอกชายฝั่งประเทศเวียดนาม ว่า ล่าสุดทราบว่า กองทัพเรือเวียดนาม ได้ค้นพบเครื่องบินดังกล่าวแล้ว โดยพบจุดตกห่างจากฝั่งของประเทศเวียดนาม 153 ไมล์

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ กองทัพเรือไทย ยังไม่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากเวียดนาม แต่ได้สั่งให้ทางศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 2 เตรียมเรือหลวงตาปี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงสัตหีบ รวมถึงเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย จำนวน 1 ลำ ไว้คอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า เครื่องบินดังกล่าวตกในทะเลฝั่งประเทศไทยนั้น เป็นแค่เพียงการคาดการณ์เท่านั้น



กต.ไม่ฟันธง2ผู้โดยสารเครื่องบินมาเลย์โยงก่อการร้าย

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ยังไม่สรุปชัดเจน กรณี สื่อต่างประเทศ อ้างว่า พบพาสปอร์ตของผู้โดยสารเป็นชาวอิตาลี และออสเตรเลีย 2 คน สูญหายในประเทศไทย ขณะเตรียมเดินทางไปกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เครื่องบินลำที่ขาดการติดต่อ ว่า ยังไม่พบข้อมูลว่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายหรือไม่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบไปยังหน่วยงานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง เพื่อสรุปข้อเท็จจริงก่อน

ขณะเดียวกัน 2 สถานทูต ยังไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเข้ามา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า หากเข้ามาในไทยจริง อาจใช้พาสปอร์ต 2 เล่ม หรือหมดอายุแล้ว และอาจเป็นไปได้ว่า 2 ผู้โดยสารดังกล่าวอาจใช้พาสปอร์ตปลอม

อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบพาสปอร์ตอีก 4 คน ที่ทางมาเลเซียพบว่าได้ถูกโขมยและอาจใช้พาสปอร์ตปลอมที่ได้บรรทุกโดยสารเครื่องบินลำดังกล่าวอีกครั้ง







ข่าวที่เกี่ยวข้อง :::::::::::::::::::

มาเลเซียแอร์ไลน์แถลงค้นหาเครื่องบินเหลวเริ่มต่อวันนี้
http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=521900

มาเลย์พบ4คนต้องสงสัยใช้พาสปอร์ตถูกขโมยขึ้นบิน
http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=521947






ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 10 มี.ค. 14, 08:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลายประเทศเร่งค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซียซึ่งสูญหายไปตั้งแต่เช้ามืดของวันเมื่อเสาร์ สหรัฐส่งเอฟบีไอช่วยตรวจสอบ ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดอาจจะเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าของหายไปของ เครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย เที่ยวบินที่ MH370 ซึ่งสูญหายไปตั้งแต่เช้ามืดวานนี้ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน โดยการค้นหาที่มุ่งเน้นบริเวณทะเลจีนใต้ทางตะวันออกของมาเลเซีย ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เจ้าหน้าที่มาเลเซีย จึงได้ขยายพื้นที่ค้นหาให้กว้างขึ้นมาทางชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย โดยมีเรือ 40 ลำ และเครื่องบิน 22 ลำ จากหลายประเทศในภูมิภาค รวมทั้ง จีน และสหรัฐเข้าร่วม เครื่องบินลำนี้หายไปจากจอเรดาร์ ท่ามกลางสภาพอากาศปกติ และนักบินไม่ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือใดๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ขณะที่มีรายงานว่า ผู้โดยสาร 2 คนบนเครื่อง ใช้พาสปอร์ตของชาวออสเตรีย และชาวอิตาลีถูกขโมยไปขณะอยู่ในไทยเมื่อ 2 ปีก่อน และผู้โดยสารทั้ง 2 คนนี้ ก็ซื้อตั๋วในเวลาเดียวกัน ความผิดปกติที่เกิดขึ้นทำให้สหรัฐส่งเจ้าหน้าที่ FBI ไปช่วยมาเลเซียสอบสวน

ด้าน สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า มีชาวจีนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในมณทลฟูเจี้ยน มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้โดยสาร ทั้งๆ ที่ไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ และพาสปอร์ตของเขาก็ไม่เคยหาย หรือถูกขโมย เครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสาร 227 คน และลูกเรือ 12 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีน ถึง 153 คน เป็นชาวมาเลเซีย 38 คน และชาวอินโดนีเซีย นอกนั้น เป็นชาวยุโรป ชาวอเมริกาเหนือ และชาวเอเชีย ขณะที่บริษัท ฟรีสเกล บริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ ในรัฐเท็กซัส ของสหรัฐ เผยว่าบนเครื่องบินลำนี้มีพนักงานของตน รวมอยู่ด้วย 20 คน เป็นชาวมาเลเซีย 12 คน และชาวจีน 8 คน

นอกจากนั้น ระหว่างทำการบินของเที่ยวบินนี้ พบว่า นักบินพยายามเลี้ยวกลับ ก่อนสัญญาณขาดหายไป ทั้งนี้การหายไปของเครื่องบินอย่างกระทันหัน สอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่าเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศ ตอกย้ำข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นก่อการร้าย



นายกฯมาเลยเซียแถลงปรับระบบรปภ.การบิน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากการแถลงของ นายกรัฐมนตรี นาจิ๊บ ราซัค ของมาเลเซีย ว่า มาเลเซียจะต้องทบทวนระบบตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่สนามบิน หลังมีรายงานว่า ผู้โดยสาร 2 คน บนเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่สูญหายไปเมื่อวานนี้ ใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมาขึ้นเครื่องบินได้

ขณะที่ สื่อดังของมาเลเซีย รายงานอ้างคำกล่าวนายกรัฐมนตรี นาจิ๊บ ว่า มาเลเซียจะปรับระบบตรวจสอบด้านความปลอดภัยทั้งหมดเท่าที่ทำได้ ขณะที่ยังไม่ทราบสาเหตุเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 พร้อมด้วยผู้โดยสาร 239 คน สูญหายไปตั้งแต่เมื่อเช้าวานนี้ หลังบินขึ้นได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกระทรวงขนส่งมาเลเซีย กล่าวถึงแนวโน้มว่าอาจเป็นการก่อการร้าย และกำลังประสานกับ ซีไอเอ ของสหรัฐ


ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 10 มี.ค. 14, 08:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำนักข่าวเดอะสเตราท์ไทมส์ของสิงคโปร์ได้ตีแผ่ 5 ประเด็นที่อาจจะเกิดขึ้นกับเที่ยวบินที่ MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ขาดการติดต่อและสูญหายอย่างไร้ร่องรอย เหนือน่านน้ำมาเลเซีย-เวียดนาม เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่ง 5 ประเด็นดังกล่าวเป็นการประมวลข้อสันนิษฐานจากสื่อนานาชาติที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับความเป็นไปได้กับสิ่งอาจจะเกิดขึ้นบนเที่ยวบิน MH370 ที่ประสบเหตุ

"การก่อการร้าย"
ข้อสันนิษฐานดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติในทันที เมื่อเกิดกระแสข่าวพบว่ามีสวมรอยแอบลักลอบขึ้นเครื่องบินเที่ยวบิน MH370 ที่ประสบเหตุ โดยผู้ต้องสงสัย 2 คนใช้พาสปอร์ตที่ขโมยมาจากนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ระหว่างท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเจ้าของพาสปอร์ตตัวจริงได้ออกมายืนยันตัวตนว่า ไม่ได้อยู่บนเที่ยวบิน MH370 ตามที่ปรากฏในรายชื่อผู้โดยสาร

ขณะที่ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คน ได้ทำการซื้อตั๋วเครื่องบินโดยสารผ่านสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์สจากเอเยนซี่ในเมืองไทย เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง 2 มีเลขรหัสจองตั๋วเครื่องบินไล่ลำดับตามกัน แต่ทั้ง 2 มีจุดหมายปลายที่ต่างกัน คนหนึ่งไปประเทศเดนมาร์ก ส่วนอีกคนไปประเทศเยอรมัน ทั้งคู่ชำระเงินค่าตั๋วด้วยเงินสกุลบาท และล่าสุดยังพบผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 2 คน ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ทางเอฟบีไอของสหรัฐฯ ต้องเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับ กลุ่มกบฏอุยกูร์ ที่เพิ่งก่อเหตุไล่แทงผู้คนเสียชีวิตที่สถานีรถไฟเมืองคุนหมิง เมื่อสัปดาห์ก่อน การเชื่อมโยงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากบนเที่ยวบินที่ MH370 ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นพลเมืองชาวจีน

"เครื่องบินระเบิด"
ข้อสันนิษฐานนี้เกิดขึ้นเพราะการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเที่ยวบิน MH370 ที่สัญญาณหายไปจากรอเรดาร์อย่างผิดปกติ ทำให้เกิดแนวคิดทฤษฏีทางการบินเกี่ยวกับเครื่องบินระเบิดกลางอากาศ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากสภาพอากาศ ฝนฟ้าคะนอง แรงกดอากาศ รวมทั้งฟ้าผ่าใส่เครื่องบิน แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบสภาพอากาศในช่วงเวลาที่เที่ยวบิน MH370 ทำการบินพบว่า สภาพอากาศปลอดโปร่ง ไม่มีสภาวะแรงกดอากาศหรือพายุแต่อย่างใด

"ระบบกลไกของเครื่องบินขัดข้อง"
ข้อสันนิษฐานนี้เกิดข้อสังเกตหลังจากมีกระแสข่าวระบุว่า พบสัญญาณเส้นทางการบินของเที่ยวบินที่ MH370 ได้หักเลี้ยวกลับเข้าสู่ชายฝั่งประเทศมาเลเซียอย่างผิดปกติ ซึ่งอาจจะไปได้ว่าเกิดเหตุขัดข้องกับระบบกลไกระหว่างทำการบิน นักบินจึงตัดสินใจนำเครื่องกลับเข้าฝั่ง รวมทั้งประเด็นการซ่อมบำรุงของเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งเคยประสบเหตุเฉี่ยวชนกับเครื่องบินลำอื่น เมื่อปี 2012 จนเป็นเหตุทำให้ส่วนปีกของเครื่องได้รับความเสียหาย แต่ได้รับการซ่อมแซมและผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโบอิ้ง ได้อนุญาตให้นำเครื่องกลับมาบินได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกประเด็นเหตุขัดข้องกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2008 และสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2009 ซึ่งนักบินนำเครื่องลงจอดฉุกเฉืนกลางแม่น้ำฮัดสัน

"เครื่องบินสูญเสียการควบคุมกะทันหัน"
ข้อสันนิษฐานดังกล่าวถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับเที่ยวบินที่ 447 สายการบินแอร์ฟรานซ์ เมื่อปี 2009 ที่ประสบเหตุตกกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างเดินไปจากประเทศบราซิลไปประเทศฝรั่งเศส ซึ่งกรณีของสายการบินแอร์ฟรานซ์เกิดจากสภาวะเครื่องบินสูญเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน ประกอบกับช่วงเวลาสภาพอากาศเลวร้าย นักบินไม่สามารถบังคับเครื่องบินได้ ก่อนตัดสินใจพยายามเชิดหัวเครื่องบินขึ้น เป็นเหตุทำให้เครื่องบินเริ่มลดระดับลงจากอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตกกระแทกผืนน้ำในมหาสมุทรด้วยความเร็ว 320 กม./ชม. ทั้งนี้กรณีดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการสืบสวนสรุปหาข้อเท็จจริง

"ปัญหาเกี่ยวกับนักบินและผู้ช่วยนักบิน"
ข้อสันนิษฐานข้อสุดท้าย การตัดสินใจฆ่าตัวตายของนักบิน สื่อต่างชาติยังได้นำมาเชื่อมโยงตั้งเป็นอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับเที่ยวบินที่ MH370 ครั้งนี้ด้วย เนื่องจากกรณีดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริงกับ สายการบินอิยิปต์แอร์ เมื่อปี 1999 เที่ยวบินจากกรุงไคโร มุ่งหน้าสู่มหานครนิวยอร์ก นักบินตัดสินใจนำเครื่องบินพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 217 ชีวิต ดิ่งจมลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก นอกจากชายฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นฆ่าตัวตายของนักบิน อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวเชือว่าเป็นประเด็นที่น่าจะมีความเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักบินบนเที่ยวบินที่ MH370 ที่มีวุฒิภาวะและมีประสบการณ์ทางการบินมากกว่า 30 ปี

Source: The Straits Times, Reuters, AFP

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 10 มี.ค. 14, 12:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @yoware, STR / Thanh Nien Newspaper, HOANG DINH NAM / AFP

มาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 เครื่องบินตก ยังไม่พบซากชิ้นส่วน ด้านตำรวจสากล จวกมาเลเซีย ไม่ตรวจสอบพาสปอร์ตหาย ทั้งที่มีอยู่ในฐานข้อมูล ชี้อาจเชื่อมโยงก่อการร้าย ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดอาจจะเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศ

วันที่ 10 มีนาคม 2557 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าของการหายไปของ เครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย เที่ยวบินที่ MH370 ซึ่งสูญหายไป พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน โดยการค้นหาที่มุ่งเน้นบริเวณทะเลจีนใต้ทางตะวันออกของมาเลเซีย ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เจ้าหน้าที่มาเลเซีย จึงได้ขยายพื้นที่ค้นหาให้กว้างขึ้นมาทางชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย โดยมีเรือ 40 ลำ และเครื่องบิน 22 ลำ จากหลายประเทศในภูมิภาค รวมทั้ง จีน และสหรัฐฯ เข้าร่วม

ทั้งนี้ เครื่องบินลำดังกล่าวหายไปจากจอเรดาร์ ท่ามกลางสภาพอากาศปกติ และนักบินไม่ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือใดๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ขณะที่มีรายงานว่า ผู้โดยสาร 2 คนบนเครื่อง ใช้พาสปอร์ตของชาวออสเตรีย และชาวอิตาลีถูกขโมยไปขณะอยู่ในไทยเมื่อ 2 ปีก่อน และผู้โดยสารทั้ง 2 คนนี้ ก็ซื้อตั๋วในเวลาเดียวกัน ความผิดปกติที่เกิดขึ้นทำให้สหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ FBI ไปช่วยมาเลเซียสอบสวน

ขณะที่เว็บไซต์ theglobeandmail.com รายงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2557 ว่า ตำรวจสากลซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องเอกสารเดินทางหายระบุว่า กรณีหนังสือเดินทางหายของชาวอิตาลีอยู่ในฐานข้อมูลของตำรวจสากลแล้ว แต่กรณีของชาวออสเตรียยังไม่มี และดูเหมือนว่าทางการมาเลเซียก็ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้กับทางตำรวจสากลด้วย

ทั้งนี้ ฐานข้อมูลของตำรวจสากลมีรายงานเอกสารเดินทางหายทั้งหมด 39 ล้านรายด้วยกัน ขณะที่ผู้โดยสารเดินทางบนเที่ยวบินระหว่างประเทศใน 1 ปี เฉลี่ยแล้วมีถึง 1 พันล้านคน จึงอาจไม่ได้ตรวจสอบกับฐานข้อมูลเรื่องนี้


ภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @yoware

อย่างไรก็ตาม จากการยืนยันของอิตาลีและออสเตรียเกี่ยวกับพลเมือง 2 คนของทั้ง 2 ประเทศที่ถูกขโมยหนังสือเดินทางในไทยที่มีรายชื่อเป็นผู้โดยสารบนเที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ที่หายไปนอกชายฝั่งเวียดนาม อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย แต่ ฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย ปฏิเสธที่จะเปิดเผยในรายละเอียดเนื่องจากอยู่ในระหว่างการสอบสวน แต่กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยรั่ว หรืออาจเกิดเหตุจี้เครื่องบินได้

ด้านสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า มีชาวจีนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในมณฑลฟูเจี้ยน มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้โดยสาร ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ และพาสปอร์ตของเขาก็ไม่เคยหาย หรือถูกขโมย โดยเครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสาร 227 คน และลูกเรือ 12 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีน ถึง 153 คน เป็นชาวมาเลเซีย 38 คน และชาวอินโดนีเซีย นอกนั้นเป็นชาวยุโรป ชาวอเมริกาเหนือ และชาวเอเชีย ขณะที่บริษัท ฟรีสเกล บริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ ในรัฐเทกซัส ของสหรัฐฯ เผยว่าบนเครื่องบินลำนี้มีพนักงานของตน รวมอยู่ด้วย 20 คน เป็นชาวมาเลเซีย 12 คน และชาวจีน 8 คน

นอกจากนั้น ระหว่างทำการบินของเที่ยวบินนี้ พบว่า นักบินพยายามเลี้ยวกลับ ก่อนสัญญาณขาดหายไป ทั้งนี้การหายไปของเครื่องบินอย่างกะทันหัน สอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่าเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศ ตอกย้ำข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นก่อการร้าย

ขณะที่นายกรัฐมนตรี นาจิ๊บ ราซัค ของมาเลเซีย แถลงว่า มาเลเซียจะต้องทบทวนระบบตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่สนามบิน หลังมีรายงานว่า ผู้โดยสาร 2 คน บนเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่สูญหายไป ใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมาขึ้นเครื่องบินได้ ส่วนแนวโน้มว่าอาจเป็นการก่อการร้ายนั้น รัฐมนตรีกระทรวงขนส่งมาเลเซียกำลังประสานกับ ซีไอเอ ของสหรัฐฯ


เครดิต กระปุกดอทคอม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 14 มี.ค. 14, 10:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ป่านนี้ยังหาไม่พบ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผมคิดได้ยังไงไม่รุ้สินะ
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 20 มี.ค. 14, 11:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ข่าวว่าชายหาดบางแสน

มีคราบน้ำมันเต็มชายหาด

ผมว่าเครื่องบินมาเล

คงตกห่างจากหาดบางแสน

ออกไปไม่ไกลหลอก

คุณจขกท.ลองไปค้นหาดุก้แเล้วกันนะ

อาจจะเจอ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 22 พ.ค. 14, 10:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณรู้ดีช่วยตามเรื่องให้หน่อยทราบข่าวอย่างไรช่วยเข้ามาบอกที ตอนนี้ยังหาไม่เจอเลย...หายากจัง...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  จาก หาย เรดาร์ น่านฟ้า 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม