หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กรดไหลย้อน โรคยอดฮิตคนไทย  (อ่าน 1191 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 มี.ค. 14, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อิทธิพลของโฆษณายารักษาโรคกรดไหลย้อน ทำให้คนไทยหลายคนที่มีอาการเรอหลังรับประทานอาหารคิดว่าตัวเองเป็นกรดไหลย้อน กลายเป็นโรคฮิตของคนไทยในปัจจุบัน ใครที่ยังไม่เป็นโรคกรดไหลย้อนดูเชยไปเลย

แต่เพื่อความไม่ประมาทเรามาทำความรู้จักกับกรดไหลย้อนโรคฮิตยุคนี้กันอย่างละเอียดดีกว่า Good Health for you ได้นำข้อมูลและคำแนะนำจาก นายแพทย์ ธงชัย ปรีชาชัยสุรัตน์ อายุรแพทย์ โรงพยาบาล ธนบุรี 2 มาฝากท่านผู้อ่านซึ่งคุณหมอได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อนเพื่อให้ท่านรู้วิธีรักษาและป้องกันตัวให้ห่างไกลจากกรดไหลย้อนดังนี้

อาการ ที่เห็นได้ชัดคือแสบร้อนกลางหน้าอผม้สึกว่ามีของเหลวหรือแก้สในร่างกายไหลขึ้นมาจากบริเวณท้องผ่านอกมาที่คอหรือที่อก มีการเรอที่รู้สึกว่ามีน้ำรสเปรี้ยว หรือ ขม ออกมาที่คอและปาก ซึ่งเป็นเพราะมีน้ำดีหรือกรดที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการย่อยอาหารไหลย้อนจากกระเพาะอาหารผ่านหลอดอาหารขึ้นมาที่อกและคอนั่นเอง อาการอื่นๆที่พบได้ เช่น มีอาการเจ็บคอเรื้อรังเป็นเวลานาน เป็นไซนัสอักเสบ มีอาการของโรคหอบหืด ฟันผุเรื้อรัง ซึ่งถ้ามีอาการอื่นๆร่วมด้วย จะต้องทำการตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดก่อน เช่นต้องปรึกษาแพทย์ หู คอ จมูกหรือทันตแพทย์ร่วมด้วย ก่อนที่จะสรุปว่าเป็นเพราะกรดไหลย้อน

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน มีหลายทฤษฎี แต่จะมีผลที่ทำให้หูรูดกระเพาะอาหารซึ่งอยู่ปลายหลอดอาหารต่อกับกระเพาะอาหาร เป็นประตูเปิดปิดให้อาหารเข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งปกติ ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีอาหารที่เรารับประทานกลืนลงไปทางหลอดอาหารหูรูดนี้ก็จะเปิดออกให้อาหารเข้าไปในกระเพาะเพื่อทำการย่อยอาหารนั้น ขณะทำการย่อยอาหารด้วยน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์ทางเคมีเป็นกรดเพื่อย่อยอาหารนั้นหูรูดนี้จะปิดลงและปิดตลอดเวลาที่ไม่มีอาหารจากหลอดอาหาร แต่เมื่อหูรูดนี้ทำงานผิดปกติไปเช่นเปิดหรือคลายตัวออกในเวลาที่ไม่มีอาหารลงไป ทำให้ กรดหรือน้ำย่อย น้ำดีและแก้สที่อยู่ในกระเพาะอาหารดันขึ้นมาตามหลอดอาหาร เราจึงรู้สึกแสบร้อนกลางอก การที่หูรูดนี้จะทำงานผิดปกติก็อาจเกิดได้จากการรับประทานยาบางชนิดที่มีผลกับกล้ามเนื้อที่บังคับการเปิดปิดของหูรูด หรือบางท่านที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหาร ระบบย่อยอาหารไม่ดีทำงานได้ช้า เข่น 4 ขั่วโมอาหารยังย่อยไม่หมด การบีบตัวของหูรูดผิดปกติเองทำงานผิดเวลาเปิดปิดผิดเวลาเปิดในขณะที่ไม่มีอาหารผ่านลงไป

การรักษากรดไหลย้อน ที่ไม่มีโรคอื่นแทรกสามารถรักษาได้โดยการให้รับประทานยา 2-4 สัปดาห์ก็กลับเป็นปกติได้ ไม่ร้ายแรงแต่อย่างใด ผู้ป่วยสามารถซื้อยารับประทานเองได้ แต่ถ้ารับประทานยา 2 สัปดาห์แล้วไม่หายหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยเพราะอาจมีโรคอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีอาการอาเจียนมีเลือดปน อุจจาระสีดำ น้ำหนักลดเร็วผอมเร็ว กลืนอาหารติดกลืนได้ยาก ซึ่งอาจเกิดจากโรคกระเพาะ โรคหลอดอาหารตีบ มะเร็งกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร โรคหัวใจ ซึ่งต้องให้แพทย์วินิจฉัยอาการหรือส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อหาสาเหตุโรคอื่นๆที่เป็นร่วมกันและรักษาโรคที่เป็นร่วมกับกรดไหลย้อนซึ่งยุ่งยากกว่ากรดไหลย้อนปกติ

คำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากกรดไหลย้อนได้ง่ายๆดังนี้

1.ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพราะจะมีไขมันในช่องท้องมากเกิดแรงดันในช่องท้องสูงจึงกดทับกระเพาะทำให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้น กรดก็จะไหลย้อนออกมาที่หลอดอาหารได้

2.หลังรับประทานอาหารให้เวลากับการย่อยอาหารสัก2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยล้มตัวลงนอน อย่านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้อาหารในกระเพาะอาหาร ไหลผ่านหูรูดออกมา จะทำให้กรดไหลย้อนได้

3.ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้มีผลทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและหูรูดกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ

4.ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่บีบรัดบริเวณท้องแน่นเกินไป เพราะทำให้กระเพาะถูกบีบ แก๊สและน้ำย่อยในกระเพาะจะดันผ่านหูรูดออกมาได้

5.ไม่ควรรับประทานมื้อเย็นอิ่มมากเกินไป และไม่ควรรับประทานอาหารระหว่างมื้อเป็นประจำอาหารที่เข้าไปอยู่เต็มจนล้นกระเพาะอาหารจะดันหูรูดให้เปิดออกขณะย่อยอาหาร ทำให้อาหารย่อยได้ไม่หมดและเกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย

6.เมื่อเกิดอาการเรอ หรือแน่นหน้าอก ควรสังเกตว่าเป็นบ่อยและมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่และเป็นด้วยสาเหตุใด เพราะอาการหัวใจขาดเลือดก็จะแน่นหน้าอก หรือสวมเสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป หรือเกิดหลังการรับประทาน7.อาหารที่มากเกินไป ลองลดปริมาณอาหารลงให้พอดี ไม่นอนหลังรับประทานอาหารอิ่ม การเรอหลังรับประทานอาหารอิ่มไม่ใช่อาการของโรคกรดไหลย้อน และโรคกรดไหลย้อนไม่ใช่โรครุนแรงไม่อันตราย ถ้าไม่มีโรคอื่นแทรก

ข้อมูลโดย นายแพทย์ ธงชัย ปรีชาชัยสุรัตน์ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลธนบุรี2



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  คนไทย ยอดฮิต โรค 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม