หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รอยเตอร์สเผย ค้นหา MH370 ใช้งบไปแล้ว 1.4 พันล้านบาท  (อ่าน 62 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 20:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

รอยเตอร์สเผย ค้นหา MH370 ใช้งบไปแล้ว 1.4 พันล้านบาท




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก ABIS CHRIS BEERENS / AUSTRALIAN DEFENCE / AFP

รอยเตอร์สเผยค้นหา MH370 ใน 1 เดือน ใช้งบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้านบาท อาจเป็นปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ปฏิบัติการค้นหา MH370 มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ส่อเค้าจะเป็นปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน โดยนับตั้งแต่เครื่องบินบินหายไปตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม ก็ใช้งบประมาณในการค้นหาไปแล้วกว่า 1.4 พันล้านบาท

รายงานระบุว่า นับตั้งแต่เครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 หายไปจนวันนี้ กินเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ แล้ว ก็ได้มีการนำเครื่องบิน เรือ เฮลิคอปเตอร์ เรือดำน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ จาก 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ จีน และเวียดนาม เข้ามาช่วยเหลือมาเลเซียในการสืบสวนและค้นหาเครื่องบินลำนี้ และจนถึงตอนนี้ ทางการสหรัฐฯ ได้คาดคะเนว่า งบประมาณที่ใช้ไปในการค้นหาเพียงเดือนเดียว อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้านบาทแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินแอร์ ฟรานซ์ เที่ยวบิน AF447 ที่กินเวลานานหลายเดือน หลังเครื่องบินตกกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

ด้านนักวิเคราะห์จากสหรัฐฯ เผยว่า ตัวเลขงบประมาณที่วิเคราะห์ออกมานี้ ยังไม่รวมกับการช่วยเหลือจากอังกฤษ ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ เช่นเดียวกับนายแอนกัส ฮูสตัน หัวหน้าทีมค้นหาจากออสเตรเลีย ได้เปิดเผยว่า มันคงต้องใช้เงินอีกมากในการค้นหา MH370

ส่วนทางด้านกองทัพออสเตรเลีย ก็ได้เปิดเผยว่า ในการนำเครื่องบินและเรือของออสเตรเลียออกค้นหา MH370 ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ใช้งบประมาณไปเฉลี่ยวันละ 16.3 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น

ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ทีมค้นหายังคงออกค้นหายังบริเวณที่สามารถตรวจจับสัญญาณกล่องดำได้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาก็ไม่ลดละความพยายาม ขณะที่ทางมาเลเซียเองก็คาดว่าน่าจะค้นพบหลักฐานที่นำไปสู่การเจอซาก MH370 ในเร็ววันนี้


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 21:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ค้นหา MH370 ไม่ง่าย ซากเครื่องบินอาจจมลึกถึง 5 กม.

ค้นหา MH370 ไม่ง่าย ซากเครื่องบินอาจจมลึกถึง 5 กม.
ตรวจสภาพพื้นผิวมหาสมุทรอินเดียบริเวณที่พบสัญญาณคล้ายจากกล่องดำ #MH370 ก้นบึ้งตื้นสุด ๆ 3 กิโลเมตร ลึกสุด ๆ 6 กิโลเมตร
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก @yoware


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

หัวหน้าทีมค้นหา MH370 ออสเตรเลียชี้ ค้นหากล่องดำ-ซากเครื่องบินไม่ได้ง่าย เพราะน้ำลึกมากถึง 5 กิโลเมตร ยากที่เรือดำน้ำจะลงไปถึง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2557 สำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐฯ รายงานอ้างคำเปิดเผยของนายแอนกัส ฮูสตัน หัวหน้าทีมค้นหา MH370 จากออสเตรเลีย ระบุว่า แม้ว่าทีมค้นหาจะตรวจพบสัญญาณใต้น้ำที่อาจมาจากกล่องดำของ MH370 จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะได้พบกล่องดำหรือซากเครื่องบินได้ง่าย ๆ เพราะบริเวณที่ตรวจพบสัญญาณนั้น มีความลึกถึง 4.5 กิโลเมตร บางจุดลึกไปถึง 5 กิโลเมตร ลึกอย่างไม่อาจจะจินตนาการได้จริง ๆ

โดยแอนกัส ฮูสตัน ได้เปิดเผยว่า เรากำลังปฏิบัติการค้นหากลางมหาสมุทรที่ลึกมาก ไม่มีอะไรที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วแน่นอน เราอาจต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อที่จะพิสูจน์ว่า สัญญาณที่ตรวจพบจากใต้น้ำนั้น เป็นสัญญาณของ MH370 หรือไม่ ซึ่งถ้าหากพบว่าใช่สัญญาณกล่องดำของ MH370 และสามารถระบุจุดตกที่แคบลงได้แล้ว เรือดำน้ำไร้คนขับบลูฟิน-21 (Bluefin-21) ที่บรรทุกเครื่องโซนาร์สแกน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในการค้นหาซากเครื่องบินแอร์ ฟรานซ์ เที่ยวบิน 447 ในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อปี 2009 ก็จะถูกนำมาค้นหากล่องดำและซากเครื่องบินต่อไป

แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีก เพราะเมื่อปี 2009 เครื่องบินแอร์ ฟรานซ์ นั้น ตกอยู่ใต้ทะเลลึก 3.9 กิโลเมตร ขณะที่บริเวณที่ทีมค้นหาจับสัญญาณกล่องดำ MH370 ได้นั้นลึกกว่านั้นอีก คือราว 4.5 กิโลเมตร บางจุดลึกมากกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งความลึกของมหาสมุทรตรงนี้ เป็นอุปสรรคสำหรับปฏิบัติการค้นหา เพราะเรือดำน้ำบลูฟิน-21 สามารถลงไปใต้ทะเลลึกสุดเพียง 4.5 กิโลเมตรเท่านั้น และนั่นหมายความว่า จุดตกของซากเครื่องบินและกล่องดำ MH370 อาจอยู่ลึกเกินกว่าที่ทีมค้นหาจะสามารถลงไปค้นหาได้

ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการค้นหา MH370 ล่าสุด ทีมค้นหายังไม่สามารถจับสัญญาณใต้น้ำใหม่ ๆ ได้ นับตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า กล่องดำอาจแบตเตอรี่หมดแล้ว แต่ทางทีมค้นหาก็ยังไม่ลดละความพยายาม ขณะที่ทางผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ ได้วิเคราะห์ออกมาว่า ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน MH370 ซึ่งกินเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ได้ใช้งบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้านบาท และคาดว่ากว่าจะเสร็จสิ้นปฏิบัติการ งบประมาณก็อาจจะบานปลายแตะ 3 พันล้านบาท ซึ่งนั่นจะเป็นการค้นหาเครื่องบินที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน และนี่อาจจะเป็นการค้นหาเครื่องบินที่ลึกที่สุดในประวัติศาสตร์การบินด้วย


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 21:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่างนี้ต้องใช้เรือดำน้ำลงไปสำรวจใต้มหาสมุทรลึกถึงหลายกิโลเมตร ก็ต้องทำเพราะกล่องดำยังส่งสัญญานอยู่...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 10 เม.ย. 14, 08:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

MH370 หายครบเดือนยังริบรี่ ลือลงเกาะกลางมหาสมุทร




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การหายสาบสูญไปของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ผ่านไปเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม แต่ก็ยังไม่สามารถคลี่คลายปริศนาการหายไปของเครื่องบินครั้งนี้ได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากญาติผู้โดยสารและภารกิจค้นหาที่ความหวังริบรี่ลงทุกที

ผ่านไป 1 เดือนเต็ม หลังจากที่เที่ยวบิน MH370 หายสาบสูญไป แต่กองเรือและเครื่องบินนานาชาติยังคงเดินหน้าค้นหาสัญญาณและซากเครื่องบินลำดังกล่าวอยู่ต่อไป แม้ว่าพ้นจากระยะเวลา 30 วันที่แบตเตอรีกล่องดำน่าจะหมดอายุไปแล้ว

นายพลแองกัส ฮิวสตัน หัวหน้าศูนย์ประสานงานร่วมของออสเตรเลียกล่าวว่า เรือโอเชียนชีลด์ตรวจพบสัญญาณดังกล่าวอีก 2 ครั้งเมื่อบ่ายๆ ของวานนี้และเมื่อคืนที่ผ่านมา นับจนถึงขณะนี้เรือโอเชียนชีลด์ตรวจพบสัญญาณทั้งหมด 4 ครั้ง และเจ้าหน้าที่ค้นหากำลังพยายามระบุตำแหน่งของเศษชิ้นส่วนของเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่สูญหายไปพร้อมกับผู้โดยสาร 239 คนเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา

นายพลฮิวสตัน ระบุว่า เรือลำดังกล่าวตรวจพบสัญญาณล่าสุดเมื่อวานนี้ โดยพบสัญญาณแรกเป็นเวลา 5 นาที 32 วินาทีก่อนที่สัญญาณจะหายไป ส่วนสัญญาณที่ 2 ตรวจพบเป็นเวลาราว 7 นาที ผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์ 2 สัญญาณแรกที่เรือออสเตรเลียตรวจพบก่อนหน้านี้ เชื่อว่าสัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะและประเภทของอุปกรณ์บันทึกข้อมูลบนเที่ยวบินหรือกล่องดำ นายพลฮิวสตันยังกล่าวว่า เขามั่นใจว่าดำเนินการค้นหาในพื้นที่ที่ถูกต้องแล้ว แต่โอกาสที่พบชิ้นส่วนเครื่องบินยังไม่แน่นอน

เช่นเดียวกับ ผู้บัญชาการกองทัพเรือที่ 7 สหรัฐอเมริกา ประภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ออกมาระบุว่า ภารกิจค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวค่อยๆ ริบรี่ลง ท่ามกลางปริศนาของการสูญหายไปของเครื่องบิน อีกทั้งยังเกิดกระแสข่าวลือในโลกอินเตอร์เน็ตมากมาย รวมทั้งข่าวที่อ้างว่า การหายไปของเที่ยวบิน MH370 เป็นปฏิบัติการทางด้านความมั่นคงและการทหาร ทำให้สายลับจากสหรัฐอเมริกา จี้บังคับเครื่องบินไปลงที่เกาะดิเอโก้ การ์เซีย ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนอันไกลโพ้นกลางทะเลเป็นหมู่เกาะของสหราชอาณาจักร ที่มีฐานทัพสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ แต่ไม่มีการยืนยันและสนใจข่าวลือดังกล่าวจากทางสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 เม.ย. 14, 08:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลุ้น! หากล่องดำ MH370 พบสัญญาณ 3 ครั้ง



จากกรณีเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน หายสาบสูญไปเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ขณะเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่งประเทศจีน และยังค้นหาไม่พบนั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (7 เม.ย.) พลอากาศเอกแองกัส ฮูสตัน แห่งกองทัพอากาศออสเตรเลีย หัวหน้าศูนย์ประสานงานตัวแทนร่วม (เจซีเอเอ) เปิดเผยว่า เรือตรวจการณ์ไห่ซุ่น 01 ของจีนสามารถตรวจจับสัญญาณใต้น้ำ ที่มีความถี่เดียวกับความถี่ที่ใช้สำหรับกล่องดำของเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันศุกร์ (4 เม.ย.) โดยจับสัญญาณ ping จากกล่องดำได้ช่วงสั้นๆ และครั้งที่ 2 ในวันถัดมา (5 เม.ย.) ในบริเวณห่างกัน 2 กิโลเมตร และจับสัญญาณได้นานขึ้นคือ 90 วินาที นอกจากนี้ จีนยังพบวัตถุสีขาวลอยอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย

เช่นเดียวกัน เรือโอเชียน ชิลด์ของกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียที่ติดตั้งอุปกรณ์ค้นหากล่องดำไฮเทคของสหรัฐฯ มีกำหนดจะไปยังบริเวณดังกล่าว หลังจากตรวจสอบพื้นที่ที่เรือลำนี้เองตรวจพบสัญญาณ ping เช่นกัน แต่อยู่ในจุดซึ่งห่างจากแถบที่จีนพบไปทางเหนือราว 555 กิโลเมตร

ทั้งนี้ คณะค้นหาให้ความสำคัญอย่างมากกับการตรวจพบสัญญาณในทั้งสองบริเวณ ขณะที่แบตเตอรี่กล่องดำของ 370 กำลังจะหมดพลังงานลง โดยปกติแล้วแบตเตอรี่นี้จะอยู่ได้นาน 30 วันหลังจากเครื่องบินตก กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าบางทีแบตเตอรี่อาจอยู่ได้นานกว่านั้น 8-10 วัน

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 11 เม.ย. 14, 06:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัสเซียเผย MH370 ถูกปล้นไปอัฟกานิสถาน ผู้โดยสารยังอยู่ครบ




สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน หน่วยข่าวกรองรัสเซียอ้าง MH 370 ถูกปล้นเครื่องบินและคนร้ายได้นำเครื่องบินไปยังอัฟกานิสถาน

หนังสือพิมพ์ "The Sun" สื่อชื่อดังของอังกฤษ อ้างแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรอง "FSB" ของรัสเซีย ยืนยันว่าเครื่องบินของสายการบิน "มาเลเซีย แอร์ไลน์" เที่ยวบิน MH 370 ที่หายไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้ตกลงในมหาสมุทรอินเดีย แต่ถูกปล้นและคนร้ายนำเครื่องบินไปยังอัฟกานิสถาน ใกล้กับชายแดนปากีสถาน โดยผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดจำนวน 239 คน ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกขังในกระท่อมโดยแทบจะไม่ได้ทานอาหาร

ทั้งนี้ การหายสาบสูญไปของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ MH370 ผ่านไปเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม แต่ก็ยังไม่สามารถคลี่คลายปริศนาการหายไปของเครื่องบินครั้งนี้ได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากญาติผู้โดยสารและภารกิจค้นหาที่ความหวังริบหรี่ลงทุกที

โดยที่ผ่านมา ทางการมาเลย์เซียพุ่งเป้าการหายไปของ MH370 ว่าตกลงบริเวณมหาสมุทรอินเดีย และพบสัญญาณจากกล่องดำหลายครั้ง นายพลแองกัส ฮิวสตัน หัวหน้าศูนย์ประสานงานร่วมของออสเตรเลียกล่าวว่า นับจนถึงขณะนี้เรือโอเชียนชีลด์ตรวจพบสัญญาณทั้งหมด 4 ครั้ง และเจ้าหน้าที่ค้นหากำลังพยายามระบุตำแหน่งของเศษชิ้นส่วนของเครื่องบิน ที่สูญหายไปพร้อมกับผู้โดยสาร 239 คนเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา

นายพลฮิวสตัน ระบุว่า เรือลำดังกล่าวตรวจพบสัญญาณ 2 ครั้งล่าสุด โดยพบสัญญาณแรกเป็นเวลา 5 นาที 32 วินาทีก่อนที่สัญญาณจะหายไป ส่วนสัญญาณที่ 2 ตรวจพบเป็นเวลาราว 7 นาที ผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์ 2 สัญญาณแรกที่เรือออสเตรเลียตรวจพบก่อนหน้านี้ เชื่อว่าสัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับลักษณะและประเภทของอุปกรณ์บันทึกข้อมูลบนเที่ยวบินหรือกล่องดำ นายพลฮิวสตัน ยังกล่าวว่า เขามั่นใจว่าดำเนินการค้นหาในพื้นที่ที่ถูกต้องแล้ว แต่โอกาสที่พบชิ้นส่วนเครื่องบินยังไม่แน่นอน

เช่นเดียวกับ ผู้บัญชาการกองทัพเรือที่ 7 สหรัฐอเมริกา ประจำภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ออกมาระบุว่า ภารกิจค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าวค่อยๆ ริบหรี่ลง ท่ามกลางปริศนาของการสูญหายไปของเครื่องบิน อีกทั้งยังเกิดกระแสข่าวลือในโลกอินเตอร์เน็ตมากมาย รวมทั้งข่าวที่อ้างว่า การหายไปของเที่ยวบิน MH370 เป็นปฏิบัติการทางด้านความมั่นคงและการทหาร ทำให้สายลับจากสหรัฐอเมริกา จี้บังคับเครื่องบินไปลงที่เกาะดิเอโก้ การ์เซีย ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนอันไกลโพ้นกลางทะเลเป็นหมู่เกาะของสหราชอาณาจักร ที่มีฐานทัพสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ แต่ไม่มีการยืนยันและสนใจข่าวลือดังกล่าวจากทางสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 เม.ย. 14, 06:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภารกิจค้นหาเครื่องบิน MH370 แพงสุดเป็นประวัติการณ์ (คลิป)
10 เมษายน 2557 เวลา 23:19 น.
ภารกิจค้นหาเครื่องบิน MH370 แพงสุดเป็นประวัติการณ์ (คลิป)
ภารกิจค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เป็นภารกิจที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ด้านผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการบิน ระบุว่าประวัติศาสตร์แวดวงการบินที่ผ่านมา ไม่เคยเจอเรื่องไหนที่ท้าทายเท่ากับเรื่องนี้มาก่อน


ภารกิจค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เป็นภารกิจที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ด้านผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการบิน ระบุว่าประวัติศาสตร์แวดวงการบินที่ผ่านมา ไม่เคยเจอเรื่องไหนที่ท้าทายเท่ากับเรื่องนี้มาก่อน ซึ่งกว่า 20 ประเทศ เข้ามาเกี่ยวข้องในภารกิจนี้ แต่ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดมีอยู่ 7 ประเทศ นำโดย ออสเตรเลีย ใช้เรือในการค้นหาถึง 80 ลำ เครื่องบิน 61 ลำ เพื่อค้นหาให้ได้ว่า ซากเครื่องบินอยู่ตรงไหน สิ่งที่ท้าทายที่สุดก็คือ ผ่านมาหลายวันก็ยังหาไม่พบ

ด้านผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ภารกิจนี้ทุ่มเททรัพยากรไปมาก ทั้งเครื่องบิน เรือ และเจ้าหน้าที่ ต่างใช้เวลาค้นหาทั้งทางน้ำและทางอากาศ ขณะที่บางคนระบุว่า ค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับการค้นหาเครื่องบินลำนี้อยู่ที่ 21 ล้านดอลลาร์/เดือน หรือประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนใหญ่มาจากงบฝึกซ้อมทางทหาร บางส่วนมาจากองค์กรด้านมนุษยธรรม ส่วนหน่วยงานกองทัพเรือสหรัฐฯ ก็มีส่วนช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย แค่การส่งเครื่องบินของกองทัพเรือไปช่วยก็เสียค่าใช้จ่ายตกชั่วโมงละ 4,200 ดอลลาร์แล้ว หรือประมาณ 140,000 บาท ในการขึ้นบิน

พร้อมกันนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังให้งบเบื้องต้น 4,000,000 ดอลลาร์ในการค้นหา แต่ตอนนี้ค่าใช้จ่ายกลับพุ่งไปอยู่ที่ 7.1 ล้านดอลลาร์แล้ว ทั้งค่าเรือ เครื่องบิน และอุปกรณ์ที่ใช้ค้นหาใต้น้ำ ซึ่งหากลองเอาภารกิจค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์มาเทียบกับภารกิจอื่นๆ เช่น การค้นหาเครื่องบินแอร์ฟรานซ์นานถึง 2 ปี ใช้งบถึง 50 ล้านดอลลาร์ , ค้นหาซากเครื่องบิน TWA เที่ยวบิน 800 สิ้นงบ 40 ล้านดอลลาร์ หลังเครื่องระเบิดแล้วตกลงกลางมหาสมุทรในปี 1996 , เครื่องบินสวิสแอร์ที่ร่วงตกนอกชายฝั่งโนว่าสกอตเชียในปี 1998 ใช้เวลาค้นหาและสอบสวนถึง 4 ปี สิ้นค่าใช้จ่าย 39 ล้านดอลลาร์ แต่ดูเหมือนว่า การค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ลำนี้ จะมีการบริหารจัดการผิดพลาด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เวลา และทรัพยากรในการค้นหามากเกินความจำเป็น


เครดิต สปริงนิวส์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม