หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แกะรอย "คุณนายแม่ชีเชอรี่" ตอนที่ 1  (อ่าน 6550 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

แกะรอย "คุณนายแม่ชีเชอรี่" ตอนที่ 1



เกิดเรื่องราวเขย่าวงการศาสนาอีกครั้ง สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งได้มีการแชร์ภาพถึงพฤติกรรมของแม่ชีเชอรี่ หรือนางสุปริญญา ฮุนนางกุล

วัดถ้ำขวัญเมือง ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร ที่ขับรถปอร์เช่ราคาหลายล้านและใช้กระเป๋าข้าวของเครื่องประดับยี่ห้อแบรนด์เนมราคาสุดแพง พร้อมถ่ายภาพคู่กับกองเงินจำนวนมากว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งครั้งหนึ่งวัดถ้ำขวัญเมือง ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร เป็นวัดที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเคารพศรัทธา จนบัดนี้ได้เป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ ในโลกออนไลน์และประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ทีมข่าวเฉพาะกิจ ASTVผู้จัดการ จึงได้ลงพื้นที่ จ.ชุมพร คุ้ยหาความจริงมาบอก


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

**รุ่นพี่เผยนิสัยแม่ชีเชอรี่ "อ้อล้อ"

ภายหลังสืบทราบว่าบ้านของแม่ชีเชอรี่ อยู่ในบริเวณหลังสถานีรถไฟสวี ถนนสมัครใจราษฎร์ ต.นาโพธิ์ อ.สวี โดยสืบทราบว่าแม่ของแม่ชีเชอรี่ มีลูกทั้งหมด 8 คน แม่ชีเชอรี่เป็นคนสุดท้อง ปัจจุบันอายุ 42 ปี พ่อของแม่ชีเคยมีสกุลว่า "แซ่ฮุน" แล้วเปลี่ยน "ฮุนนางกูล" โดยตระกูลนี้มีชื่อเสียงในด้านฐานะร่ำรวย แต่สืบทราบว่าครอบครัวและตัวของแม่ชีเชอรี่ ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนตระกูล "ฮุนนางกูล"

แหล่งข่าวซึ่งเป็นนักเรียนรุ่นพี่ในชั้นมัธยมศึกษาของแม่ชีเชอรี่ คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ในสมัยวัยเด็กแม่ชีเชอรี่ เล่าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสวีวิทยา อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งตนนั้นเป็นรุ่นพี่ของแม่ชีเชอรี่หนึ่งปี พบเห็นแม่ชีเชอรี่ อยู่ตามปกติที่ต้องเรียนในโรงเรียนเดียวกัน พบว่าเชอรี่ มีนิสัยเป็นคนคุยเก่ง อัธยาศัยดี บางครั้งก็ก้าวร้าว ถ้าจะให้พูดภาษาบ้านๆ ก็คือ "มีนิสัยอ้อล้อ"

ส่วนตัวไม่ได้สนิทกับเชอรี่ แต่จำเรื่องราวของเชอรี่ได้ เพราะเชอรี่เรียนไม่จบชั้นมัธยมต้น เนื่องจากไปมีเรื่องมีราวในเชิงชู้สาวถึงขั้นตบตีจนถูกทางโรงเรียนจับได้ และได้ไล่ออกจากโรงเรียนสวีวิทยา จากนั้นตนก็ไม่ได้พบเห็นเชอรี่ อีกเลย และพบอีกครั้งก็ตอนที่เชอรี่ เป็นแม่ชีอยู่ที่วัดถ้ำขวัญเมือง และมีฐานะที่เปลี่ยนไป จนกระทั่งเป็นข่าวโดังดังในโลกออนไลน์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


**ขำกลิ้ง "เชอรี่" เรียนจบอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวเฉพาะกิจ ASTVผู้จัดการ ได้สืบเสาะสอบถามประวัติของแม่ชีเชอรี่ในช่วงเวลาหลังจากที่ต้องออกจากโรงเรียนสวีวิทยา จากแหล่งข่าวในพื้นที่หลายคน รวมทั้งศิษย์เก่าวัดถ้ำขวัญเมืองที่รู้จักแม่ชีเชอรี่ ต่างระบุตรงกันว่า หลังจากที่แม่ชีเชอรี่ ถูกไล่ออกจากโรงเรียนสวีวิทยาแล้ว ได้ไปร่ำเรียนต่อที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็ยังไม่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนั้นยังได้มีความรักและได้อยู่อาศัยอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ช่วงเวลาหนึ่ง

แต่สุดท้ายก็ผิดหวังกับความรัก กลายเป็นเด็กติดเที่ยว ใจแตก ทั้งการเรียนไม่จบ ม.6 พบกับชีวิตที่ล้มเหลว ไม่มีงานทำ จนชีวิตละหกละเหิน และที่สำคัญแม่ชีเชอรี่ ไม่ได้ไปจบการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างที่นายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ผู้ประกาศข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่เคยพูดออกข่าวไปแต่อย่างใด

เมื่อสอบถามคนในพื้นที่ อ.สวี ที่รู้จักพื้นเพของแม่ชีเชอรี่ ที่ได้ยินข่าวนี้ต่างหัวเราะกันทุกคนว่า "ไม่เป็นความจริง" แม้กระทั่งญาติที่แม่ชีเชอรี่เคยอยู่ด้วยใน อ.สฉวี ก็ยอมรับเช่นกันว่าไม่ได้ไปเรียนถึงต่างประเทศตามที่เป็นข่าว ส่วนที่มีการระบุว่าจบจากอเมริกานั้นเป็นการให้ข่าวมาจากพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งใน จ.ชุมพร ที่รู้จักแม่ชีเชอรี่อย่างดี ที่พยายามจะสร้างภาพให้กับแม่ชีให้ดูดีในสายตาลูกศิษย์เท่านั้น แต่สำหรับคนใน อ.สวี ต่างรู้พฤติกรรมและนิสัย "อ้อล้อ" ของเชอรี่ดีทั้งตลาด

"หลังจากพวกเราดูข่าวตอนเช้า เรื่องเล่าเช้านี้ของนายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ที่ว่าแม่เชอรี่จบจากสหรัฐอเมริกา พวกเราก็หมดความศรัทธาในตัวผู้ประกาศข่าวคนนี้ทัน และขำมากที่ไม่รู้ว่าไปเอาข่าวนี้มาจากไหน ทำไมไม่ตรวจสอบเสียก่อน" ชาวบ้านใน อ.สวี คนหนึ่งกล่าว

**แบกความล้มเหลวเข้าวัดถ้ำฯ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวเฉพาะกิจ ASTVผู้จัดการ ได้สืบเสาะสอบถามประวัติของแม่ชีเชอรี่ในช่วงเวลาหลังจากที่ต้องออกจากโรงเรียนสวีวิทยา จากแหล่งข่าวในพื้นที่หลายคน รวมทั้งศิษย์เก่าวัดถ้ำขวัญเมืองที่รู้จักแม่ชีเชอรี่ ต่างระบุตรงกันว่า หลังจากที่แม่ชีเชอรี่ ถูกไล่ออกจากโรงเรียนสวีวิทยาแล้ว ได้ไปร่ำเรียนต่อที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็ยังไม่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนั้นยังได้มีความรักและได้อยู่อาศัยอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ช่วงเวลาหนึ่ง

แต่สุดท้ายก็ผิดหวังกับความรัก กลายเป็นเด็กติดเที่ยว ใจแตก ทั้งการเรียนไม่จบ ม.6 พบกับชีวิตที่ล้มเหลว ไม่มีงานทำ จนชีวิตละหกละเหิน และที่สำคัญแม่ชีเชอรี่ ไม่ได้ไปจบการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างที่นายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ผู้ประกาศข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่เคยพูดออกข่าวไปแต่อย่างใด

เมื่อสอบถามคนในพื้นที่ อ.สวี ที่รู้จักพื้นเพของแม่ชีเชอรี่ ที่ได้ยินข่าวนี้ต่างหัวเราะกันทุกคนว่า "ไม่เป็นความจริง" แม้กระทั่งญาติที่แม่ชีเชอรี่เคยอยู่ด้วยใน อ.สฉวี ก็ยอมรับเช่นกันว่าไม่ได้ไปเรียนถึงต่างประเทศตามที่เป็นข่าว ส่วนที่มีการระบุว่าจบจากอเมริกานั้นเป็นการให้ข่าวมาจากพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งใน จ.ชุมพร ที่รู้จักแม่ชีเชอรี่อย่างดี ที่พยายามจะสร้างภาพให้กับแม่ชีให้ดูดีในสายตาลูกศิษย์เท่านั้น แต่สำหรับคนใน อ.สวี ต่างรู้พฤติกรรมและนิสัย "อ้อล้อ" ของเชอรี่ดีทั้งตลาด

"หลังจากพวกเราดูข่าวตอนเช้า เรื่องเล่าเช้านี้ของนายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ที่ว่าแม่เชอรี่จบจากสหรัฐอเมริกา พวกเราก็หมดความศรัทธาในตัวผู้ประกาศข่าวคนนี้ทัน และขำมากที่ไม่รู้ว่าไปเอาข่าวนี้มาจากไหน ทำไมไม่ตรวจสอบเสียก่อน" ชาวบ้านใน อ.สวี คนหนึ่งกล่าว

**แบกความล้มเหลวเข้าวัดถ้ำฯ

เรื่องราวของ เชอรี่ ในวัยเด็กที่มีนิสัยอ้อล้อ หลังจากถูกไล่ออกจากโรงเรียนฉวีวิทยาดูจะเงียบหายไปจาก อ.สวี ช่วงระยะหนึ่ง จนเวลาล่วงเลยไปหลายปีจู่ๆ เชอรี่ ก็มาโผล่ที่วัดถ้ำขวัญเมือง ต.นาโพธิ์ อ.สวี โดยแบกความล้มเหลวของชีวิตมาด้วยหลายด้านทั้งการเรียนไม่จบ หางานทำไม่ได้ และไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอย่างที่ใครคิดกันแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุตรงกันว่า สาเหตุที่เชอรี่ เข้ามาอยู่วัดถ้ำขวัญเมือง เนื่องจากพี่สาวต้องการนำเชอรี่ มาฝากไว้ที่วัดเพื่อให้ทางวัดได้ขัดเกลาดัดนิสัย เนื่องจากเชอรี่เป็นคนมีนิสัยเกเรและก้าวร้าว ซึ่งขณะนั้นเชอรี่ มีอายุได้ประมาณ 25 ปี กำลังอยู่ในวัยเบญจเพศ

ทันทีที่เข้ามาในวัด "เชอรี่" ก็ได้รับการเมตตาจากพระครูสุธรรมวีราจารย์ หรือพระอาจารย์สมใจ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมืองรูปปัจจุบัน ต่อจากพระครูภาวนาภิรมย์ (สรวง ปริสุทฺโธ) หรือหลวงพ่อสรวง ที่ได้ละสังขารเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2538

บทบาทของ เชอรี่ หลังถูกพี่สาวนำตัวเข้ามาฝากไว้กับวัดเพื่อขัดเกลาดัดนิสัย ได้มีหน้าที่ช่วยทำงานวัดทั่วไป หากกล่าวถึงสถานะของเชอรี่ ในขณะนั้นก็ไม่แตกต่างจากคนไร้ที่พักอาศัย ไม่ได้มีที่พักเป็นหลักแหล่ง จึงต้องมาอาศัยวัดเป็นที่พักพิง และถ้าจะกล่าวถึงวัดก็เป็นที่พักอาศัยได้แค่ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดังนั้น เชอรี่ จึงตกเป็นภาระของบรรดาศิษย์ของหลวงพ่อสรวง รวมทั้งผู้คนที่มาปฏิบัติธรรมหรือกระทั่งแม่ชีคนเก่าแก่ที่มาปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อสร้วงมานานจนกระทั่งหลวงพ่อสรวง ท่านได้ละสังขาร ก็ยังคงยึดแนวทางปฏิบัติอยู่ในวัดนี้ตลอดมา โดยพระอาจารย์สมใจ ที่มีความเมมตารับเชอรี่ไว้อุปการะได้มอบหน้าที่นี้ให้แก่บรรดาศิษย์หลวงพ่อสรวงที่กล่าวมาข้างต้น รับตัวเชอรี่ ไปอุปการะเลี้ยงดูอยู่ในบ้านเพื่อหวังที่จะให้ช่วยอบรมนิสัย อีกแรงหนึ่ง

แต่คนแล้วคนเล่าที่รับเชอรี่ ไปอุปการะดูแลก็ต้องเหนื่อยหน่ายทนต่อพฤติกรรม นิสัยเกเร และก้าวร้าวของเชอรี่ไม่ไหว ที่สำคัญคือ "พฤติกรรมความไม่ซื่อสัตย์ของเชอรี่" จนทุกคนต้องจำใจผลักดันส่งเชอรี่ คืนให้กับทางวัด

แหล่งข่าวซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดถ้ำขวัญเมือง มาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อสรวง เปิดเผยว่า เชอรี่ มาตัวเปล่าๆ ไม่มีฐานะเงินทองติดไม้ติดมือมาเลยด้วยซ้ำไป อาศัยวัดเป็นที่พักพิงอาศัยและประทังชีวิต เชอรี่ จึงเหมือนคนไร้ที่อยู่ ด้วยที่ว่าลูกศิษย์ของหลวงพ่อสรวง สงสารเห็นใจจึงได้นำไปอยู่ด้วยให้ทำงานบ้านเป็นการตอบแทน รวมทั้งตนเองด้วย

"แต่ต่อมาก็พบว่าคนที่เอาไปเลี้ยงต่างเอือมระอาต่อพฤติกรรมของเชอรี่กันทุกคน ยืนยันได้ว่าเชอรี่ ไม่ได้มีมรดก หรือร่ำรวยอะไรเลย เมื่อประสบความล้มเหลวทางชีวิต พี่สาวจึงนำมาฝากวัดหวังให้วัดขัดเกลานิสัย ซึ่งพวกเราก็ได้ช่วยกันรับอุปการะเลี้ยงแลหลังจากได้รับมอบหมายจากพระอาจารย์ ซึ่งทุกคนที่รับไปอุปการะเลี้ยงดูต่างก็เจอดีมาแล้วเกือบทุกคน คนแรกๆ ที่เคยช่วยเหลือเชอรี่ ปัจจุบันเป็นถึงประธานกรรมการมูลนิธิพิสูจน์กรรม และเป็นผู้ที่เขียนหนังสือธรรมมะจนมีชื่อเสียง เคยช่วยเหลือเชอรี่เอาเข้าไปทำงานด้วยก็ยังเจอเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ของเชอรี่"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากถูกผู้มีอุปการะทั้งหลายผลักดันออกมา เชอรี่ ก็ยังได้รับความเมตตาอย่างสูงจากพระอาจารย์สมใจ เหมือนเดิม โดยให้เชอรี่ มาอาศัยอยู่กับแม่ชี่และผู้ปฏิบัติธรรมภายในวัด หลังจากนั้นก็ได้บวชเป็นชี ได้ชื่อว่า "แม่ชี่เชอรี่" และหลังจากบวชเป็นชีแล้วช่วงแรกๆ ดูเหมือนว่าพฤติกรรมต่างๆ ของแม่ชีเชอรี่จะดีขึ้น ความก้าวร้าวลดลง ดูสดใสไม่เหมือนเมื่อก่อน

แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจู่ๆ พฤติกรรมที่ดูดีขึ้นเรื่อยๆ ของแม่ชีเชอรี่ก็กลายเป็น "ดีแตก" นิสัยเก่าๆ ก้าวร้าวก็กลับเริ่มกลับมีขึ้นอีกครั้งและดูเหมือนว่าจะหนักกว่าเดิม นอกจากจะก้าวร้าวแล้วยังหยาบคายด้วย และมีความทะเยอทะยานที่จะหาหนทางไปอยู่จุดหมายที่ตนเองต้องการ

ว่ากันว่าแม่ชีเชอรี่ เป็นคนฉลาดเรื่องการเข้าหาคนและจับจุดอะไรบางอย่างได้ จึงได้พยายามเข้าหาพระอาจารย์สมใจ อย่างต่อเนื่อง จนลูกศิษย์บางคนถึงกับพูดเปรยๆ ออกมาว่า "เมตตาของพระอาจารย์เปลี่ยนไป"

และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างภายในวัดถ้ำขวัญเมือง จากยุคหลวงพ่อสรวง มาจนยุคปัจจุบันที่ศิษย์เก่าของวัดถ้ำขวัญเมืองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นับแต่แม่ชีเชอรี่ ได้เข้ามากุมอำนาจตั้งกฏภายในวัดทุกอย่างก็เปลี่ยนไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ

ลูกศิษย์เก่าแก่ หรือแม้กระทั่งบรรดาคนที่ร่วมสร้างวัดถ้ำขวัญเมืองมาตั้งแต่สัมยครั้งพลวงพ่อสรวง ก็ได้ค่อยๆ หายไปจากวัดทีละคนๆ จนปัจจุบันแทบไม่เหลือคนเก่าแก่ยุคหลวงพ่อสรวง อยู่แล้ว และอาจไม่มีวันเหมือนเดิมหากมีแม่ชีเชอรี่ กุมอำนาจคุมความเป็นไปทุกอย่างรวมทั้ง "เงิน" อยู่ภายในวัด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 11:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระครูสุธรรมวีราจารย์ หรือพระอาจารย์สมใจ เจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมืองรูปปัจจุบัน

**ศิษย์งง! "พระอาจารย์" เปลี่ยนไป

แหล่งข่าวซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของวัดถ้ำขวัญเมือง เปิดเผยว่า นิสัยของแม่ชีเชอรรี่เป็นคนโมโหร้าย ยิ่งตอนหลังที่กุมอำนาจสั่งใครหันซ้ายหันขวาได้แล้วยิ่งไปกันใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่พระผู้ใหญ่ อดีตลูกศิษย์เก่าแก่ของหลวงพ่อสรวง หรือคนที่เคยมาปฏิบัติธรรม หากใครไม่คิดเห็นด้วยหรือทำตาม หรือมีความคิดสวนทางไม่ปฏิบัติตามแนวทางของแม่ชีเชอรี่ เป็นต้องโดนด่าเสียหายมาแล้วแทบทุกราย

จนปัจจุบันวัดถ้ำขวัญเมืองที่แต่ก่อนมีพระ ลูกศิษย์ และกรรมการวัด หรือคนที่อยู่วัดมาแต่เก่าแก่ไม่มีเหลืออยู่แล้วในขณะนี้ เพราะทนต่อความก้าวร้าวและโหดร้ายของแม่ชีเชอรี่ ไม่ไหวได้แต่กระจัดกระจายไปอยู่ตามวัดต่างๆ

ว่ากันว่าอารมณ์ของแม่ชีเชอรี่รุนแรงมากขนาดที่ว่า ขึ้นป้ายห้ามบุคคลที่ตนเองไม่ชอบเข้าวัดถ้ำขวัญเมืองเด็ดขาด หากพบเห็นใครเข้ามาอีกก็จะถูกสั่งให้คนของตนเองอุ้มออกไปข้างนอกวัดเลยด้วยซ้ำ และจากการตรวจสอบก็พบว่า บุคคลที่ถูกขึ้นป้ายห้ามเข้าวัดถ้ำขวัญเมือง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ล้วนแต่เป็นศิษย์เก่ามาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อสรวง ทั้งนั้น ซึ่งหลายคนเป็นกรรมการวัด เป็นผู้อุปฐากวัด และเป็นผู้ที่ร่วมสร้างวัดมากับหลวงพ่อสร้าง

สาเหตุที่โดนไล่พ้นจากวัดและถูกขั้นป้ายห้ามเข้าวัดก็เพราะไปรู้เห็นความลับอะไรที่ไม่เหมาะสมหลายอย่างของแม่ชีเชอรี่ และความเมตตาที่ผิดแปลกไปจากเดิมของพระอาจารย์สมใจ จนแม่ชีเชอรี่ ได้ใจหลงระเริงใช้เงินที่ญาตโยมบริจาคเข้าวัดอย่างฟุ่มเฟือย เหมือนดังเงินตัวเอง

จากแมชีจนๆ ที่ประสมความล้มเหลวในชีวิตก่อนมาห่มขาวก็กลายเป็นเป็นชีที่ร่ำรวย ขับรถหรู่ สวมใส่ยกทรงที่สวยงาม มีการใช้เครื่องประทินผิวทาให้หน้าขาว ทาปากแดง ผูกผ้าพันคอลายดอก ใช้กระเป๋าแบรนด์เนมสีฉูดฉาดราคาแพง ใส่นาฬิกาข้อมือ เข้าคอร์สสปา อบหน้า นวดตัว ขัดผิว โดยที่หลวงพ่อสมใจก็ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกไปหมด จนชาวบ้านใน อ.สวี เรียกว่า แม่ชีเชอรี่ว่า "คุณนายแม่ชีเชอรี่"


ที่มา: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000074302

เครดิต โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 23:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แม่ชีเชอรี่“ น้ำตานองหน้า ยันลูกศิษย์ถวาย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 23:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า รับทราบจาก นายวรเดช กาญจนอโนทัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง อยู่บ้านเลขที่ 1142 หมู่ 4ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้จัดพิธีทำบุญพระสงฆ์ โดยได้นิมนต์พระครูสุธรรมวีราจารย์ (พระอาจารย์สมใจ) เจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมือง ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมพระลูกวัด รวม 6 รูป มาทำพิธีทางศาสนาเพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีนางสาวสุปริญญา ฮุนนางกูร หรือแม่ชีเชอรี่ รวมทั้งแม่ชีจากวัดถ้ำขวัญเมือง และอุบาสกอุบาสิกาจากจังหวัดชุมพร และใกล้เคียง ร่วมเดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า เมื่อไปถึงหน้าบ้าน พบมีรถยนต์ รถยนต์ตู้ รถยนต์กระบะ จอดอยู่ประมาณ 10 คัน เมื่อนายวรเดช เห็นผู้สื่อข่าวจึงเดินออกมาต้อนรับและพูดคุยด้วย แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในบ้าน โดยระบุว่า พระครูสุธรรมวีราจารย์(พระอาจารย์สมใจ) เจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมือง ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าพบ ตนในฐานะเป็นลูกศิษย์จึงต้องทำตาม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏตามข่าวเกี่ยวกับ แม่ชีเชอรี่ ที่พักอยู่ภายในบ้าน โดยนายวรเดชได้กล่าวว่า พระครู และแม่ชีเชอรี่ จะเป็นผู้แถลงข่าวด้วยตนเอง

นายวรเดช กล่าวถึงได้พูดคุยเกี่ยวกับกรณีของแม่ชีเชอรี่ว่า ภาพที่ปรากฏตามสื่อที่แม่ชีกำลังขับรถสปอร์ตปอร์เช่ รวมทั้งใช้กระเป๋าข้าวของเครื่องประดับยี่ห้อแบรนด์เนมราคาแพง และมีถ่ายภาพคู่กับกองเงินจำนวนมาก ที่จริงแล้วในวันนั้นเป็นวันทำบุญ โดยมีศิษยานุศิษย์ เดินทางนำเงินมาร่วมบริจาคทำบุญให้กับทางวัดเป็นจำนวนมาก หลังจากนับเงินเสร็จ จะต้องรีบนำเงินไปเข้าบัญชีธนาคาร เนื่องจากที่วัดอยู่สายธรรมยุต จึงไม่สามารถเก็บเงินเอาไว้ที่วัดได้ ปกติจะมีลูกศิษย์ขับรถให้กับแม่ชี บังเอิญวันนั้นคนขับรถไม่อยู่ และทางวัดกำลังยุ่งมาก แม่ชีเชอรี่จึงตัดสินใจขับรถคันดังกล่าวเพื่อนำเงินไปเข้าบัญชีธนาคารด้วยตนเอง และหลังจากนำเงินไปเข้าบัญชีแล้วเสร็จ แม่ชีก็ขับรถกลับมาอยู่ที่วัดตามเดิม โดยไม่ได้ไปไหน แต่มาภายหลังปรากฏว่ามีลูกศิษย์ที่อยู่ในวัด เชื่อว่าลูกศิษย์คนนั้นคงหวังทำลายชื่อเสียงของแม่ชีเชอรี่ จึงนำภาพที่ถ่ายเอาไว้นำไปเผยแพร่เพื่อทำลายชื่อเสียง และตนเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันอย่างแน่นอน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 23:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายวรเดช กล่าวถึง รถยนต์สปอร์ตปอร์เช่ที่เห็นในภาพข่าว เป็นรถยนต์ของลูกศิษย์ที่ไปนั่งวิปัสนาภายในวัดอยู่เป็นประจำ แต่ละครั้งจะนั่งวิปัสสนาทั้งหมด7 วัน กฎระเบียบของวัดคือหากลูกศิษย์เข้าไปนั่งวิปัสนา ทุกคนจะต้องฝากกุญแจรถยนต์ทุกชนิด รวมทั้งโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดไว้กับแม่ชีที่อยู่ในวัดและไม่จำเป็นต้องเป็นแม่ชีเชอรี่คนเดียว และด้วยความเคารพศรัทธาในตัวแม่ชีศิษย์จึงถวายรถคันดังกล่าวให้กับแม่ชี เพื่อนำไปใช้ในยามจำเป็นเพราะลูกศิษย์ที่มอบรถให้มีความเชื่อในตัวของแม่ชีว่า หากถวายรถให้จะทำให้กิจการหรือธุรกิจที่ครอบครัวทำอยู่จะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งขึ้น และทุกครั้งเวลาไปไหนมาไหน จะมีลูกศิษย์เป็นคนขับให้ทุกครั้งเมื่อยามเดินทาง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนภาพที่ออกไปสู่สาธารณะก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาลงโทษกันขนาดนี้

"ฐานะทางบ้านของแม่ชีเชอรี่ เท่าที่ทราบเป็นครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยพอสมควร มีกิจการขายเครื่องไฟฟ้า ญาติพี่น้องก็ทำงานมั่นคงทุกคน แต่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมีเงินเป็นร้อยล้านหรือพันล้านตามที่เป็นข่าว" นายวรเดช กล่าวและว่า ตนต้องการจัดพิธีทำบุญ จึงได้นิมนต์พระครูสุธรรมวีราจารย์ (พระอาจารย์สมใจ)เจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมือง พร้อมพระลูกวัดรวม 6 รูป มาทำพิธีทางศาสนา หลังจากนั้นเมื่อเสร็จพิธีเจ้าอาวาสและพระลูกวัด รวมถึงแม่ชีก็เดินทางกลับวันนี้ ส่วนลูกศิษย์ที่มาร่วมทำบุญต่างเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี

ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. พระครูสุธรรมวีราจารย์ จัดแถลงว่า ตามที่มีภาพข่าวปรากฏตามสื่อต่างๆในฐานะเจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมือง อาตมามีความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะรายละเอียดของข่าวที่เผยแพร่ออกไปสู่ประชาชน ทำให้วัดเสื่อมเสีย ส่วนประเด็นเกี่ยวกับรถยนต์สปอร์ตปอร์เช่ นั้นขอชี้แจงว่าไม่ใช่รถยนต์ของวัด รวมทั้งไม่ใช่รถยนต์ของแม่ชีเชอรี่ตามที่เป็นข่าวด้วย แต่เป็นรถของลูกศิษย์ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัด ซึ่งเจ้าของรถยนต์มีความเคารพและศรัทธาในตัวแม่ชี จึงนำรถยนต์ให้แม่ชีทดลองขับเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่รถและเจ้าของรถเองเท่านั้น ซึ่งเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวก็ได้มาร่วมแถลงข่าวด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 23:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมืองระบุต่อว่า ส่วนประเด็นที่สงสัยว่าแม่ชีเชอรี่นำเงินของวัดไปซื้อกระเป๋าหรือของใช้ราคาแพง อาตมาได้รับการรายงานว่า แม่ชีไม่ได้นำเงินของวัดไปซื้อกระเป๋าหรือของใช้ราคาแพงส่วนตัวแต่อย่างใด ซึ่งกลุ่มลูกศิษย์ที่มีความเคารพและศรัทธาเป็นการส่วนตัวนำมาถวายให้กับแม่ชีใช้ ส่วนประเด็นการบริหารเงินของวัดนั้น ทางวัดได้มีคณะกรรมการในการบริหารจัดการเงินของวัด ซึ่งเงินที่ได้รับการบริจาคมานั้น ทางวัดจะนำไปฝากไว้ที่สถาบันการเงินตามบัญชีที่ผู้บริจาคประสงค์ทำบุญ ซึ่งในการเบิกจ่ายเงินนั้นจะต้องมีผู้มีอำนาจลงนาม 2 ใน 3 โดยลงนามร่วมกับเจ้าอาวาสเสมอ จึงจะสามารถเบิกจ่ายเงินจากธนาคารได้ ซึ่งทางวัดก็จะจัดทำงบการเงินส่งให้สำนักพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดชุมพรเพื่อตรวจสอบทุกปีอยู่แล้ว

"การที่แม่ชีเชอรรี่ขับรถและใช้กระเป๋าราคาแพงนั้น แม้การกระทำดังกล่าวจะไม่เป็นการกระทำที่ผิดศีลก็ตาม แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับสถานะภาพของนักบวช อาตมาก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ซึ่งแม่ชีเชอรี่ก็รับปากว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก" พระครูสุธรรมวีราจารย์ กล่าว

ด้านนางสาวสุปริญญา ฮุนนางกุล หรือแม่ชีเชอรี่ อายุ 42 ปี แถลงถึงข้อเท็จจริงพร้อมน้ำตานองหน้า โดยมีพระครูสุธรรมวีราจารย์ และศิษยานุศิษย์ ร่วมรับฟัง ว่าตนขอกราบประทานอภัยต่อเจ้าคุณพระสังฆาธิการทุกระดับชั้น พระครูสุธรรมวีราจารย์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดทุกจังหวัด ประธานสภาแม่ชีไทย ตลอดจนแม่ชีทุกท่าน ขอยืนยันว่าไม่เคยนำเงินของวัดไปซื้อกระเป๋าหรือสิ่งของราคาแพงมาใช้เป็นการส่วนตัว กระเป๋าดังกล่าวมีลูกศิษย์ที่มีความเคารพและศรัทธานำมาถวายให้ทั้งสิ้น

"ขอกราบประทานอภัยต่อทุกท่าน ที่ฉันก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้น ขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา หรือสถาบันแม่ชีไทยเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งฉันได้รับการตักเตือนจากเจ้าอาวาสและพระผู้ใหญ่ให้ทำการแก้ไขแล้ว ซึ่งต่อไปนี้ฉันจะใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติตนให้เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังที่ผ่านมาอีกต่อไป" แม่ชีเชอรี่กล่าว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 ก.ค. 14, 23:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"ขอกราบประทานอภัยต่อทุกท่าน ที่ฉันก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้น ขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าฉันไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา หรือสถาบันแม่ชีไทยเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งฉันได้รับการตักเตือนจากเจ้าอาวาสและพระผู้ใหญ่ให้ทำการแก้ไขแล้ว ซึ่งต่อไปนี้ฉันจะใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติตนให้เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังที่ผ่านมาอีกต่อไป" แม่ชีเชอรี่กล่าว

ต่อมา แม่ชีเชอรี่ทำพิธีกราบไหว้ขอขมาโดยได้กราบและถวายพานพุ่มเพื่อเป็นการขอขมาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรดาศิษยานุศิษย์ที่ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วยอาการสงบ

ด้านนางสาวนวลวิรัช เครือบัว อายุ 33 ปี เจ้าของรถปอร์เช่ที่แม่ชีเชอรี่นำไปขับจนเกิดเรื่องใหญ่โต เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องรถว่า รถคันนี้เป็นของแฟนตนเองที่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ตนได้เดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรม ตนก็ทำตามความศรัทธาของตนที่เชื่อว่านำรถมาให้ทางวัดใช้แล้วจะได้บุญมากขึ้น จึงถือปฏิบัติเหมือนลูกศิษย์คนอื่นๆที่เขาก็เอามาจอดไว้ที่วัด โดยเมื่อเสร็จจากการนำมาให้วัดใช้ประมาณ 1 เดือนก็จะนำกลับไปใช้ทำธุรกิจเหมือนปกติ ไม่มีอะไร

ส่วนนางสาวศิรลักษณ์ เพ็ชรศิริ ชาวจันทบุรี และ นางสาวกุฑีรา สัตตะบงกช อดีตรองนางสาวไทย ได้เป็นตัวแทนลูกศิษย์เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนมว่า ที่มาของกระเป๋ามาจากการที่ลูกศิษย์ได้เดินทางไปต่างประเทศและได้รวบรวมเงินกันซื้อมาฝาก แม่ชีเชอรี่ เพราะทุกคนต่างเห็นว่าขณะเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดได้รับการดูแลและการชี้แนะรวมถึงข้อแนะนำในการวางตัวเพื่ออยู่ระเบียบของวัดที่พึงปฏิบัติดังนั้นเมื่อคณะลูกศิษย์ได้เดินทางไปต่างประเทศ พวกตนไปเที่ยวต่างประเทศเรื่องนึกถึงและซื้อกระเป๋ามาฝากแม่ชี ก็ไม่ทราบว่าและมีเจตนาให้เกิดเองทั้งหมดขึ้น พวกตนคิดแค่อยากซื้อมาฝากท่านก็เท่านั้น

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ชีคงเข้าใจแล้วละ....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม