หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ความจริงเรื่องการส่งคืนท่อก๊าซธรรมชาติของ ปตท.  (อ่าน 62 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ส.ค. 14, 18:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ทำการยึดอำนาจ ดูเหมือนว่าประเด็นเรื่องที่ ปตท. ได้ส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้กับรัฐครบหรือไม่อย่างไร จะกลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง (จากที่เดิมก็ร้อนแรงระดับหนึ่งอยู่แล้ว) ด้วยคงมีผู้คาดหวังว่า คสช. จะใช้อำนาจทันใจในการสั่งให้ ปตท. ส่งท่อก๊าซให้รัฐเร็วกว่าระบบการเมืองปกติ และยิ่งร้อนแรงทะลุปรอท เมื่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ได้มีมติให้ ปตท. แยกหน่วยธุรกิจท่อก๊าซธรรมชาติออกไปเป็นบริษัทจำกัด ทำให้มีการประท้วงจากบุคคลบางกลุ่มว่า ท่อส่งก๊าซธรรมชาติเดิมยังคืนไม่ทันครบเลย จะเอาท่อก๊าซธรรมชาติที่เหลือไปตั้งเป็นอีกบริษัทแล้วหรือ
ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนกับประชาชนผู้ติดตามวงการพลังงานเป็นอย่างมากว่า ตกลง ปตท. คืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติครบแล้วหรือยัง ฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าไม่ครบอีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าคืนครบแล้วโดยอ้างประกอบคำสั่งของศาลอย่างกับพระไตรปิฎกก็ไม่ปาน ซ้ำร้ายเถียงกันไปมาจนเข้าใกล้กีฬาสีเหลือง-แดงที่ผ่านมาเข้าไปทุกที เพียงแต่เปลี่ยนผู้ร้ายจากคุณทักษิณ ชินวัตร มาเป็น ปตท. แทน โดยมีผู้เล่นสองฝ่ายคือ คนรัก ปตท. กับ คนไม่รัก ปตท.
อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ เพียงแต่ด้วยการให้ข้อมูลแบบขาดๆหายๆ หรือพูดไม่หมด ส่งผลให้ผู้ที่คอยติดตามเกิดความสับสนและเข้าใจเรื่องราวผิดไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งผู้เขียนในฐานะนักกฎหมายที่ประกอบอาชีพในวงการพลังงาน ได้เห็นเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควร จึงอยากจะใช้พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้ในการเสนอข้อเท็จจริงการส่งคืนท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้กับท่านผู้อ่าน เมื่ออ่านจบแล้วท่านคงจะพอตัดสินได้ว่า คำพูดของฝ่ายใดถูกต้องมากกว่ากัน
จุดเริ่มต้น – คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
ภายหลังจากที่ได้มีการแปรสภาพการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ไปเป็นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อมา วันที่ 31 สิงหาคม 2549 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกับพวกรวมห้าคน ได้ดำเนินการยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาในกระบวนการแปลงสภาพการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ขอให้ ปตท. กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจที่ชื่อว่าการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเหมือนเดิมนั่นเอง ซึ่งต่อมา ปตท. ก็ได้ร้องขอให้ตัวเองเข้ามาเป็นผู้ถูกฟ้องคดีอีกคนหนึ่ง เพราะผลแห่งคดีที่เกิดขึ้น ปตท. ย่อมเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ หาใช่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามคนไม่
…อาจมีผู้สงสัยว่า กรณีนี้ทำไมเรื่องมาถึงศาลปกครองสูงสุด เขาไปฟ้องศาลปกครองชั้นต้นกันตอนไหนหรือ? คืออย่างนี้ครับ มาตรา 11 (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เขากำหนดไว้ว่า คดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของพระราชกฤษฎีกา หรือกฎที่ออกโดยคณะรัฐมนตรี หรือโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครองสูงสุด การฟ้องคดีนี้จึงไม่ต้องไปที่ศาลปกครองชั้นต้นแต่ข้ามมาที่ศาลปกครองสูงสุดเลย…
คดีนี้มีการสืบพยานหลักฐานกันอยู่เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน จนกระทั่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาออกมาในวันที่ 14 ธันวาคม 2550 สรุปได้ดังนี้

1.ให้ยกคำขอตามคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกาฯ ที่เกี่ยวกับการแปรรูป หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ให้ ปตท. ยังคงเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ต่อไป ไม่ต้องถูกเพิกถอนกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจที่ชื่อว่า การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
2.ให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันแบ่งแยกทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และสิทธิการใช้ที่ดินเพื่อวางระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ รวมทั้งให้แยกอำนาจและสิทธิในส่วนที่เป็นอำนาจมหาชนของรัฐออกจากอำนาจและสิทธิของบริษัทฯ
มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 ธันวาคม 2550 (รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์)
เมื่อศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเช่นนี้แล้ว ต่อมา ก็ได้มีการประชุมร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งสุดท้ายแล้วในวันที่ 18 ธันวาคม 2550 เพียง 4 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบเกี่ยวกับคำพิพากษา 5 เรื่องด้วยกัน คือ

1.รับทราบคำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
2.เห็นชอบหลักการแบ่งแยกทรัพย์สินอำนาจและสิทธิของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยที่จะให้เป็นของกระทรวงการคลัง และมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังรับไปดำเนินการ โดยให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง หากมีข้อโต้แย้งทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการตีความคำพิพากษาในการดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้พิจารณา
3.มอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์รับไปดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคิดอัตราเช่าในส่วนของทรัพย์สินระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ
4.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินรับไปพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเช่าทรัพย์สิน
5.มอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย รับไปพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาระภาษีที่เกิดขึ้น

จะเห็นว่า จากมติคณะรัฐมนตรีข้างต้นนี้ ได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ดังนี้
- กระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการคลัง มีหน้าที่ดำเนินการตามหลักการแบ่งแยกทรัพย์สิน
- สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหน้าที่ตีความคำพิพากษาในการดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สิน
- กรมธนารักษ์ มีหน้าที่ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคิดอัตราเช่า
- กรมที่ดิน มีหน้าที่พิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเช่า
- กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาระภาษี
หลักการแบ่งแยกทรัพย์สินตามมติคณะรัฐมนตรีและคำพิพากษา
เมื่อพิจารณาจากคำพิพากษาแบบคำต่อคำ บรรทัดต่อบรรทัด ของศาลปกครองสูงสุดที่พิพากษาว่า “…ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ร่วมกันกระทำการแบ่งแยกทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สิทธิการใช้ที่ดินเพื่อวางระบบการขนส่งปิโตรเลียมทางท่อ รวมทั้งแยกอำนาจและสิทธิในส่วนที่เป็นอำนาจมหาชนของรัฐออกจากอำนาจและสิทธิของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 (ปตท.-ผู้เขียน)…” หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันกำหนดหลักการแบ่งแยกท่อก๊าซให้กระทรวงการคลัง ดังนี้

1.ที่ดินที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยได้มาโดยการใช้อำนาจเวนคืน (อสังหาริมทรัพย์ใดที่ได้มาจากการเวนคืนย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน – ผู้เขียน)
2.สิทธิการใช้ที่ดินเหนือที่ดินของเอกชน (การรอนสิทธิ – ผู้เขียน) โดยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจ่ายค่าทดแทน
3.ท่อส่งก๊าซธรรมชาติและอุปกรณ์ ที่อยู่ในที่ดินตามข้อ 1 และข้อ 2
.....

http://thaipublica.org/2014/08/the-fact-of-ptt-gas-pipeline/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ความจริงเรื่องการส่งคืนท่อก๊าซธรรมชาติของ ปตท. 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม