หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จดหมายถึงนายกฯ กรมอุทยานฯ ค้านเขื่อนแม่วงก์โดยไร้เหตุผล  (อ่าน 413 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ธ.ค. 14, 10:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เรื่อง ประชาชนต้องการเขื่อนแม่วงก์และข้อมูลเท็จของการคัดค้านเขื่อน

กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สำเนาเรียน สมาชิก สนช. สปช. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น

สิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือ "สร้างเขื่อนแม่วงก์เถอะนะ เพื่อชีวิตสัตว์ ป่าและมนุษย์"
ตามที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ทำหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ {1} และคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) มีมติไม่ควรสร้าง {2} กระผมได้สำรวจพื้นที่อย่างละเอียดพบว่าข้อมูลการคัดค้านเป็นเท็จ การไม่มีเขื่อนจะก่อความเสียหายแก่ป่าไม้ สัตว์ป่าและประชาชนในพื้นที่อย่างมหันต์ กระผมจึงทำหนังสือนี้มานำเสนอ ฯพณฯ เพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้:
1. การยกมาอ้างว่าเขื่อนอยู่ในเขตอุทยานฯ เป็นการเพิ่งอ้างข้างๆ คูๆ ทั้งที่มีการวางแผนสร้างเขื่อนในพื้นที่แห่งนี้มาโดยตลอด 30 ปี มีการโยกย้ายประชาชนออกมาถึง 200 ครัวเรือนเพื่อเตรียมสร้างเขื่อนในบริเวณนี้ซึ่งเป็นอดีตป่าเสื่อมโทรม ไร่ข้าวโพด พื้นที่ปลูกมะพร้าวของชาวบ้านเดิมบางส่วนนั่นเอง
2. เขื่อนแม่วงก์ที่มีขนาด 12,200 ไร่ ก็มีขนาดเล็กเพียง 2 เท่าของเขตสาทร เขตกระจิริดของกรุงเทพมหานครเท่านั้น จุน้ำได้ราว 250 ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่ได้เป็นเขื่อนขนาดใหญ่เช่นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ที่จุน้ำได้มากกว่า 40-50 เท่า {3} ที่สำคัญตั้งอยู่บริเวณชายขอบป่าเสื่อมโทรมและเป็นชุมชนในอดีต
3. ที่ว่าเป็นป่าในที่ลุ่มต่ำก็กล่าวอ้างส่งเดช ลำน้ำเรวาก็ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 180 เมตร มีสภาพเป็นอ่างเหมาะกับการสร้างเขื่อน มออีหืดที่อยู่ใกล้ๆ และเป็นแนวล้อมเขื่อน ก็สูงกว่านี้อีกเพียง 100 เมตร เมื่อสร้างเขื่อนแล้วเสร็จ จะเกิดที่ลุ่มกว้างขวางกว่าเดิมเสียอีก
4. ที่อ้างว่าป่าเข้าสู่สภาวะป่าสมบูรณ์ ที่เพิ่งเข้าสู่ภาวะนี้ แต่ไม่ใช่ป่าดิบ ก็เพราะการสร้างเขื่อนถูกเตะถ่วงเรื่อยมา ต้นไม้จึงมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังมีค่าทางเศรษฐกิจน้อย ในรายงาน EIA และการเดินสำรวจของกระผม ก็พบแต่ต้นไม้เล็กๆ เป็นส่วนใหญ่ นี่เป็นเล่ห์กลการเร่งฟื้นฟูป่าเพื่อขวางการสร้างเขื่อน {4}
5. ที่ว่าเป็นที่อยู่ของเสือโคร่งก็เป็นข้ออ้างเท็จ ไม่เคยพบรอยเท้าเสือในที่สร้างเขื่อน {5} จุดที่เคยพบล้วนแต่อยู่ห่างไกลออกไป ที่ยอดเขาโมโกจูซึ่งต้องใช้เวลาเดิน 5 วันจากที่สร้างเขื่อน ยังมีจุดกางเตนท์ แสดงว่าไม่มีเสือ เสือจะอยู่ในป่าลึกที่ต้องเดินเข้าไปนับสิบวัน และจะออกมายามไฟไหม้ป่าหรือถูกไล่ล่า ไทยมีเสือโคร่งมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกจึงไม่วันสูญพันธุ์จากไทย ยิ่งในสวนสัตว์ (เปิด) ยังมีเสืออีกมาก
6. ยังมีการอ้างการมีอยู่ของนกยูง เนื้อทราย (กวาง) ไก่ฟ้า และไก่ป่าในที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ว่าเป็นของธรรมชาติ แต่แท้ที่จริงแล้ว สัตว์เหล่านี้เพิ่งถูกจับมาปล่อยในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 {6} โดยจัดเป็นพิธีใหญ่โต นกยูงที่เลี้ยงไว้แรกๆ ก็ถูกสุนัขกัดตายไปบ้าง เนื้อทราย (ฝังชิป) บางตัวก็ถูกล่า-ฆ่าตายไปแล้ว
7. มีการอ้างกระทั่งข้อมูลที่ไร้สาระ เช่น เขียดงูดอยสุเทพ (ไส้เดือนยักษ์) {7} ที่พบที่ดอยสุเทพ และมาพบที่นี่ แสดงว่าคงแพร่พันธุ์ได้ไกลมาก ไม่สูญพันธุ์แน่ หรืออ้างค้างคาวจมูกหลอดเล็กท้องขาวว่าเป็น สปีชีส์ใหม่ ทั้งที่พบการอยู่อาศัยทั้งในกำแพงเพชรและเลย {8} การอ้างกระทั่งข้อมูลเช่นนี้ อาจแสดงถึงพฤติกรรมที่น่าสงสัยต่อการหวงที่ดินเพื่อการใช้ประโยชน์เฉพาะหน่วยงาน และมีอคติต่อการสร้างเขื่อน
8. ที่อ้างเรื่องการเก็บกักน้ำไว้ใต้ดินก็เป็นเรื่องเท็จอีกเรื่องหนึ่ง ในทุกวันนี้นับว่าอนาถมากที่ในหน้าแล้ง ประชาชนในพื้นที่ต้องซื้อน้ำประปาคันรถละ 300 บาท ทั้งที่มีลำน้ำเรวาไหลผ่าน เพราะไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำ น้ำบาดาลก็ต้องขุดลึก 60-120 เมตร {9} และกลับได้น้ำที่มีสารละลายเหล็กอยู่สูงมากจนไม่อาจดื่มได้ ชาวนาก็ต้องเสียค่าขุดบ่อบาดาลรายละนับหมื่นๆ บาทเพื่อทำนา {10}
9. วิธีการเชิงฉ้อฉลที่นำมาใช้คือการอ้างว่าจะจัดทำแผนผนวกพื้นที่อุทยานฯ แม่วงก์ และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นมรดกโลกเพื่อขัดขวางการสร้างเขื่อน หากทางราชการตั้งใจฟื้นฟูป่าจริง ในผืนป่าตะวันตกยังน่าจะมีเขาหัวโล้น พื้นที่เสื่อมโทรมถูกทำลายขนาดใหญ่กว่าเขื่อนแม่วงก์มากมาย ที่ควรไปฟื้นฟูมากกว่าที่จะแสร้งอ้างเอาพื้นที่นี้
10. ที่ผ่านมาได้มีการศึกษาทางเลือกในการก่อสร้างในบริเวณอื่น การสร้างฝายแทนเขื่อน ฯลฯ แต่ข้อสรุปสุดท้ายก็คือการสร้างเขื่อนที่นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยได้มีการทำประชาพิจารณ์แล้วตั้งแต่ พ.ศ.2543 {11} และมีการับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่อยมา ดังนั้นข้อเสนอเรื่องฝายที่เพิ่งยกมาอ้าง ก็เป็นข้อเสนอเก่าและเป็นเพียงการแก้เกี้ยว เพราะบ้างเกะกะลำน้ำ ชำรุดง่าย ขาดประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการแย่งชิงน้ำระหว่างประชาชน

กระผมได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่อำเภอแม่วงก์ ชุมตาบง แม่เปิน ลาดยาวและอำเภอเมืองนครสวรรค์ ที่จะได้รับผลกระทบจากเขื่อนแม่วงก์ พบว่าส่วนใหญ่ถึง 71% ต้องการเขื่อน {12} ชาวไร่ชาวนาแทบทั้งหมดต้องการเขื่อนเพราะพวกเขาได้สรุปบทเรียนและประสบการณ์ในการจัดการน้ำมามากกว่า 30 ปีแล้ว แม้แต่นักการเมืองจากต่างพรรค ต่างก็เห็นพ้องกันในเรื่องนี้ และแม้จะต้องเวนคืนเพื่อการปรับลำน้ำบ้าง จากการพูดคุยกับประชาชน ท่านก็ยินดีที่จะรับค่าเวนคืนหรือกระทั่งสละที่ดินเพื่อให้ได้น้ำเพื่อการเกษตร ดังนั้น การสร้างเขื่อนแม่วงก์ จึงก่อเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
รูปหลักฐาน
http://www.area.co.th/images/img_press/Maewong-Dam_187-2557_2.jpg
http://www.area.co.th/images/img_press/Maewong-Dam_187-2557.jpg
อ่านต่อ
http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquey=area_announcement804.htm

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม