หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: บทความพิเศษ เรื่อง น้ำท่วมภาคใต้ ใส่ใจปัญหาพืชเศรษฐกิจหลังน้ำลด  (อ่าน 48 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ม.ค. 17, 16:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปีนี้พี่น้องชาวใต้ถือว่าเจอศึกหนักตั้งแต่ต้นปีทีเดียว จากอุทกภัยต้อนรับปีไก่ทองหลายระรอก น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายและหนักสุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ลงไปจนถึงพัทลุง และยะลา สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวใต้ทั่วทุกหย่อมหญ้า เรียกว่าแทบจะทั่วทั้งด้ามขวานของไทยก็ว่าได้ ซึ่งน่าเห็นใจมากเพราะผู้ประสบภัยเกือบทุกคนต้องเดือดร้อนอย่างหนักหนาสาหัส จากการขาดแคลนสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอาหารการกิน รวมถึงทรัพย์สินมีค่าต่างๆ บางส่วนต้องอันตรธานสูญหายไปกับสายน้ำอย่างยากจะที่ทำใจ สัตว์เลี้ยงก็ไม่เว้นที่จะถูกผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งกระแสน้ำพัดพา ล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก ใครที่พอมีกำลังจะส่งสิ่งของเครื่องใช้ไปช่วยเหลือผ่านตามช่องทางต่างๆ ก็จะดีไม่น้อย

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้นี้ก็กินระยะเวลามาพอสมควร บางพื้นที่ก็ค่อยๆ คลี่คลายลงไปบ้างแล้ว การดูแลแก้ปัญหาหลังน้ำท่วมก็จัดว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และไม่ควรมองข้ามอีกเรื่องคือ พื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ไม้ผล ในกรณีที่ยังไม่หนักหนาจนเหลือบ่ากว่าแรงที่จะแก้ไขก็ควรที่จะต้องรีบดำเนินการ เช่น พื้นที่สวนยาง สวนปาล์ม ไม้ผลไม้ยืนต้นต่างๆ ที่มีน้ำท่วมขังไม่มาก ควรหาจุดที่ต่ำที่สุดในพื้นที่แล้วทำการขุดเป็นสระเพื่อให้น้ำไหลไปรวมอยู่ในจุดเดียว หรือทำคันล้อมแล้ววิดระบายน้ำออกให้ได้โดยเร็ว หรือในกรณีที่ระดับน้ำเริ่มเบาบางแล้ว แต่ถ้าน้ำยังขังเยอะอยู่วิธีการนี้ก็จะใช้ไม่ได้ผล

ในส่วนของพื้นที่ที่เริ่มคลี่คลายแล้ว ต้องระมัดระวังอย่ารีบร้อนเข้าไปเหยียบย่ำซ้ำเติมพื้นที่รอบโคนต้นเพราะรากขาดอากาศหายใจมาเป็นระยะเวลานาน ย่อมอ่อนแอ บอบช้ำ ถ้าเรารีบเข้าไปบริหารจัดการ นำคนและเครื่องจักรเข้าไปดูแลแก้ปัญหาในทันที อาจจะทำให้พืชยิ่งได้รับความบอบช้ำมากยิ่งขึ้น จากดินที่ยังเหลวเละ อาจจะส่งผลทำให้รากฉีดขาดแตกหัก จนทำให้ต้นพืชล้มตายเสียหายอย่างไม่ควรจะเป็น เมื่อดินเริ่มแห้งเริ่มหมาดก็อาจจะโรยด้วยปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกบางๆใต้ทรงพุ่ม เพื่อให้รากฟื้นตัว จะได้ใช้สารอาหารจากปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกไปทีละน้อย หากใส่ปุ๋ยเคมีทันทีอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองกับระบบราก ซึ่งเรื่องนี้ควรค่อยๆทำในภายหลังจะดีกว่า ส่วนพืชที่ต้นไม่สูงมากนัก การฉีดพ่นให้ปุ๋ยหรืออาหารเสริมทางใบก็จะช่วยทำให้พืชฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกัน

ฝากพี่น้องเกษตรกรลองนำไปปรับใช้ โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกยางพารา ที่ซึ่งตอนนี้ราคาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงกิโลกรัมละ 70 บาทแล้ว เผื่อว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ นำไปดูแลแก้ปัญหาในสวนยาง ให้กลับมามีผลผลิตเพื่อออกจำหน่ายได้เงินมาบรรเทาค่าใช้จ่าย และเลี้ยงครอบครัวได้โดยเร็ว

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ 02 986 1680 -2

สนับสนุนบทความโดย นายมนตรี บุญจรัส
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ไทยกรีน อะโกร 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม