หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โรคเหงือก 4 ระดับ โรคของเหงือก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม  (อ่าน 112 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 มิ.ย. 17, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


โรคเหงือก 4 ระดับ โรคของเหงือก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

โรคเหงือก 4 ระดับ โรคของเหงือก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม โรคเหงือก หรือ โรคปริทันต์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โรคเหงือกอักเสบ จริงๆแล้วไม่ได้มีการอักเสบเกิดขึ้นแค่ที่เหงือกเท่านั้น แต่เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับอวัยวะรอบๆฟัน อันได้แก่ เหงือก, กระดูกเบ้าฟัน, เอ็นยึดปริทันต์ และ ผิวรากฟัน

คือโรคที่เกิดจากการสะสมของคราบพลัคที่จุลินทรีย์สร้างขึ้น เมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน คราบจุลินทรีย์จะก่อตัวขึ้นทั้งบนฟันและระหว่างซี่ฟัน ทำให้เหงือกเกิดอาการระคายเคือง และบวมขึ้น

และเราจะมานำเสนอสาระที่ดีต่อสุขภาพ และเรื่องของการดูแลเหงือกและสุขภาพในช่องปาก ของทุกคนชาว SanooK! ให้ได้ดูบ่อยๆ ครับ หรือหากข้อมูลแลพสาระที่เรานำมาเสนอให้ได้ดูนั้นยังไม่พอ ก็สามารถที่เข้าไปดูที่เว็บไซต์ของเราโดยตรงเลยก็ครับโดยลิงค์เว็บไซต์ด้านล่างนี้เองครับ

ทางเข้าหน้าเว็บไซต์ dentalthai.org



โรคของเหงือก

โรคของเหงือก ทั้งนี้เมื่ออาการบวมเกิดขึ้นจะทำให้เกิดช่องว่างหรือเกิดเป็นร่องขึ้นด้านล่างของฟัน ส่วนคราบจุลินทรีย์สะสมเพิ่มขึ้น ความลึกของช่องนี้จะเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เหงือกร่น ทำให้เนื้อฟันถูกเปิดออกมา มากขึ้น หากไม่รักษาช่องว่างดังกล่าวอาจกลายเป็นช่องขนาดใหญ่จนทำให้ต้องสูญเสียฟัน ฟันร่วง หรืออาจทำให้จำเป็นต้องถอนฟันออก เพราะถ้าเหงือกไม่แข็งแรง ฟันของเราก็จะไม่มีฐานที่มั่นคงให้ยึดไว้ โรคเหงือก จึงเป็นภัยเงียบที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

สาเหตุของโรคเหงือก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่มีอยู่ในช่องปากเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นในสภาวะที่เหมาะสม โดยการมีคราบอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่เกาะบนผิวฟัน และจากการที่เราทำความสะอาดฟันไม่ดีพอ ทำให้คราบอาหารเหล่านี้กลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นแผ่กระจายไปบนผิวฟัน ที่เราเรียกกันว่า แผ่นคราบจุลินทรีย์

สำหรับแบคทีเรียพวกนี้หากมีการบริโภคอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเข้าไปจะปล่อยกรดและสารพิษออกมา เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบ ส่งผลทำให้เหงือกบวมแดงอักเสบและมีเลือดออก ทำให้เกิดการทำลายอวัยวะปริทันต์ ซึ่งแผ่นคราบจุลินทรีย์ไม่เพียงแต่จะมีแค่ส่วนตัวฟันที่อยู่เหนือขอบเหงือกเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในส่วนใต้ขอบเหงือกที่เรามองไม่เห็น ส่วนนี้เองที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์ลงสู่กระดูกเบ้าฟัน ทำให้กระดูกเบ้าฟันละลาย ทำให้ล่องเหงือกลึกลงไปเรื่อยๆ และฟันไม่สามารถยึดติดกับเหงือกและก่อให้เกิดหนองในร่องปริทันต์ จนเป็นผลให้รู้สึกเจ็บเหงือกและอาจมีอาการปวดเมื่อเคาะที่ตัวฟันและฟันโยกได้ เมื่อปล่อยทิ้งไว้เหงือกและกระดูกเบ้าฟันจะถูกทำลายลงเรื่อยๆจนในที่สุดก็อาจจะต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไป เพราะการสูญเสียอวัยวะรอบฟันที่ช่วยในการยึดเกาะฟันไว้กับขากรรไกร



โรคเหงือกมีหลายระดับต่างกันดังนี้

– โรคเหงือกอักเสบ หมายถึงอาการอักเสบที่เหงือกที่เกิดขึ้นเมื่อเหงือกรอบๆฟันกลายเป็นสีแดงจัดและบวมขึ้น บ่อยครั้งที่เหงือกที่บวมแดงจะมีอาการเลือดออกขณะแปรงฟัน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ อาการเหงือกอักเสบระยะยาวสามารถกลายเป็นโรคเหงือกอักเสบขั้นรุนแรง หรือโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ

– โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ หรือ โรคปริทันต์อักเสบ คือโรคที่ร้ายแรงต่อเนื้อเยื่อเหงือก ทำให้เนื้อเยื่อเหงือกติดเชื้อและเกิดมีร่องลึกโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ รวมทั้งอาการกระดูกฟันสึกกร่อนที่อาจนำไปสู่การสูญเสียฟัน

– โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ ไม่สามารถหายได้เอง จึงควรหยุดยั้งกระบวนการอักเสบโดยเร็วที่สุดโดยการรักษาทางทันตกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย

– โรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบขั้นสูง มีสาเหตุมาจากการคงอยู่อย่างต่อเนื่องของแบคทีเรีย โดยเป็นสาเหตุให้เหงือกร่นมากขึ้นและทำให้ฟันโยกที่จะนำไปสู่การสูญเสียฟันในอนาคตได้เช่นกัน

ส่วนอาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคเหงือกคือ เมื่อเคี้ยวอาหารแล้วฟันไม่สบฟันกันเหมือนเดิม , ฟันดูมีความยาวมากขึ้น เนื่องจากเหงือกร่นลงมา , เหงือกที่แยกออกมาไม่แนบสนิทกับฟันจนทำให้เกิดเป็นโพรงขึ้นมา , เหงือกบวมแดงและเปื่อย , มีกลิ่นปาก , เหงือกร่น , อาจมีหนองออกตามร่องเหงือก , ฟันโยก และมี อาการเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟัน



การรักษาโรคเหงือก

การรักษาโรคเหงือก ในระยะเริ่มแรกของโรคเหงือกสามารถรักษาได้ด้วยการแปรงฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน การดูแลสุขภาพปากและฟันที่ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบแบคทีเรียสะสม
การทำดูแลทำความสะอาดช่องปากซึ่งทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเดียวที่จะขจัดคราบแบคทีเรียที่สะสม และแข็งตัว โดยทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูนที่แข็งตัวออกจากฟันและร่องเหงือก หากมีอาการมาก อาจจะต้องทำการรักษารากฟันที่จะช่วยดูแลรากฟันไม่ให้หินปูนเข้าไปสะสมได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดฟันโดยทันตแพทย์เป็นทางเดียวที่จะขจัดคราบพลัคที่สะสมขึ้นและเกาะแน่นเป็นหินปูน ทันตแพทย์จะทำความสะอาดหรือ ตรวจวัด ฟันของคุณเพื่อขจัดหินปูนทั้งด้านบนและล่างของร่องเหงือก หากสภาวะเหงือกของคุณรุนแรงขึ้น อาจต้องทำขั้นตอนการปลูกรากฟัน การปลูกรากฟันจะช่วยให้รากฟันที่ขรุขระเรียบขึ้น โดยจะทำให้มีการสะสมของคราบพลัคได้ยากขึ้น

นอกจากนี้ เหงือกยังประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่บอบบาง หากเราไม่รักษาสุขภาพฟันอย่างถูกวิธี อาจเกิดอาการเหงือกบวมและมีเลือดออกตามไรฟัน ซึ่งโรคเหงือกในช่วงระยะแรกยังสามารถรักษาได้ ดังนั้นก่อนที่จะนำไปสู่สภาวะที่ร้ายแรงมากขึ้น เราจึงควรการตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงทั้งหลาย ในทางตรงกันข้าม เพราะหากละเลยกันไป ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพในช่องปากของเราเอาได้
และนี่คือสาระที่เรานำมาฝากกันครับ เรายังจะมีสาระที่น่าสนใจมาให้ได้ชมอีกมากมาย รอติดตามได้เลยครับ และขอบคุณพื้นที่ของ SaNooK! ด้วยจ้าาา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม