หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การพัฒนารูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล ประกอบแบบฝึกทักษะ “สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา”  (อ่าน 73 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 เม.ย. 18, 18:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
          การพัฒนารูปแบบการสอนคณิตศาสตร์แบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ “สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา  (Research & Development)  ผลการวิจัยพบว่า
              1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ  “สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา”  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  สรุปได้ดังนี้  1) ด้านครูผู้สอนเน้นการสอนแบบบรรยาย  2) ด้านผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ  3) ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้มีน้อยมาก  4) ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  5) ใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดลพัฒนาทักษะการคิด  และ 6) ประเมินผลให้หลากหลายตามสภาพจริง  มีรายละเอียดดังนี้
                1.1 ผลจากการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  เกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ “สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา”  เพื่อพัฒนาทักษะการคิด  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาในรูปแบบหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  โดยผ่านกระบวนการสอนแบบซิปปาโมเดล  ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ผู้เรียนมีการแลกเปลี่ยนความรู้  จัดระเบียบความรู้เพื่อให้จำได้ง่าย  ด้วยการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะ  มีการทำกิจกรรมกลุ่ม  ดังนั้นจากการศึกษาแนวคิด  ทฤษฎี  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมีส่วนอย่างมากในการพัฒนารูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  มีการพัฒนาขึ้นเป็นที่น่าพอใจ
                 1.2 ผลจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ “สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา”  เพื่อพัฒนาทักษะการคิด  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า 1) ด้านครูผู้สอนยังใช้การสอนแบบบรรยายถ่ายทอดความรู้ไม่เน้นทักษะกระบวนการเรียนรู้  2) ด้านนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดคือ  ร้อยละ 75 และขาดความสนใจในการเรียน 3) ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ยังมีน้อยไม่มีประสิทธิภาพ
                 1.3 ผลการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน 5 คน  พบว่า  ความต้องการในการใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ  ซึ่งเป็นวิธีการจัดกิจกรรมที่สามารถใช้สื่อการสอนอย่างหลากหลาย  มีการนำเสนอเนื้อหาเป็นระบบตามขั้นตอน  เพื่อนช่วยเพื่อนเกิดการปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทั้งในและนอกห้องเรียน  มีดังนี้ 1) ความต้องการด้านรูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ  เพื่อพัฒนาทักษะการคิด  มาใช้ในการจัดการเรียนรู้  2) ความต้องการด้านเนื้อหาที่มีปัญหาในการเรียนรู้ของนักเรียนมาใช้กับรูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  3) ความต้องการด้านการจัดกิจกรรมเน้นทักษะกระบวนการนำเสนอเนื้อหาตามลำดับขั้นตอนอย่างเป็นระบบเพื่อจัดระเบียบความคิดของนักเรียน  4) ความต้องการด้านการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง  เกิดทักษะและประสบการณ์จากการฝึกทักษะการคิดด้วยรูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  5) ความต้องการด้านการวัดและประเมินผลตามสภาพจริงที่มีความหลากหลาย  และความสอดคล้องกับรูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ทั้งแบบทดสอบหรือชิ้นงาน/ภาระงานของนักเรียน  6) ความต้องการจัดการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการและการฝึกปฏิบัติจริง  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน  ด้วยรูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  และ 7) ความต้องการด้านระยะเวลา  ซึ่งการจัดการเรียนรู้แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง  โดยเฉพาะเด็กเล็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
2. รูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ “สนุกคิดพิชิตโจทย์
ปัญหา”  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  มีประสิทธิภาพ 87.21/84.95  ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการสอน 6 ขั้นคือ  1) ขั้นสร้างความรู้/ทบทวนความรู้เดิม  2) ขั้นศึกษาหาความรู้ใหม่  3) ขั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  4) ขั้นสรุปผล/แสดงผลงาน  5) ขั้นประยุกต์นำไปใช้
 3. ผลการใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ
“สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา”  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
 4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน  โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล  ประกอบแบบฝึกทักษะ “สนุกคิดพิชิตโจทย์ปัญหา”  เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  โดยรวม อยู่ระดับมาก (  = 4.46) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์สร้างสรรค์เกือบทุกข้ออยู่ในระดับมาก และข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ (  = 4.83) รองลงมาคือ รูปแบบการสอนมีความเหมาะสมในการนำมาใช้ส่งเสริมทักษะการคิด (  = 4.60) และส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดแสดงผลงาน (  = 4.57) ตามลำดับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  การพัฒนารูปแบบการสอนแบบซิปปาโมเดล 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม