หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เที่ยวช่วยชาติหรือเที่ยวทำลายชาติ  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ก.ย. 19, 17:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตามที่ทางราชการมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการให้เงิน 1,000 บาทไปเที่ยว แถมได้โบนัสพิเศษอีกไม่เกิน 4,500 บาทนั้น เป็นมาตรการ “เที่ยวเพื่อชาติ” หรือ “เที่ยวทำลายชาติ” กันแน่

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ได้สรุปมาตรการ “เที่ยวเพื่อชาติ” คือ “. . .รับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) แล้ว ผู้ที่ลงทะเบียนยังสามารถรับเงินคืน (Cash Back) ได้อีกด้วย. . .รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับ 15 เปอร์เซ็นต์ ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน เช่น หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท จะได้รับเงินคืน 150 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท จะได้รับเงินคืน 225 บาท และหากใช้จ่ายเพิ่ม 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 4,500 บาท เป็นต้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินคืนที่สูงที่สุดที่จะได้รับ” (https://bit.ly/2kE0K29)

คุณชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ได้เขียนรายงาน “ชิมช้อปใช้ : แจกเงินให้เที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ตามประสงค์รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 หรือไม่” (https://bbc.in/2mH5aGj) คุณชัยยศได้สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องได้ความดังนี้:

1. นายสถิรพงศ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต และนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว กล่าวว่า "การท่องเที่ยวในเมืองรองน่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้มากกว่าเมืองหลัก เพราะ 1,000 บาท แทบจะทำอะไรไม่ได้เลยกับการท่องเที่ยวตามจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ๆ ในแต่ละภูมิภาค"
2. นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา นายกกิตติมศักดิ์จากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น ตั้งคำถามว่า เงินเที่ยว 1,000 บาท "จะกระจายถึงกลุ่มรากหญ้าได้จริงหรือ ท้ายที่สุดแล้ว เงินที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวก็จะลงไปที่โรงแรม ร้านอาหาร หรือร้านขายของฝากใหญ่ ๆ ไปเสียหมด แล้วสรุปว่าคนที่จะได้ประโยชน์จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจริง ๆ เสียทั้งหมด"

3. นายกิตติ ทิศสกุล ประธานที่ปรึกษาสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเห็นด้วยว่าการให้เงินคนไปเที่ยวอาจไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพราะคนที่ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว เพื่อนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจริง ๆ คือคนในกลุ่มรากหญ้า "แจกเงินแบบนี้ก็ไม่ต่างกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ"

ดร.โสภณ ได้สรุปว่ามาตรการเช่นนี้แสดงถึง

1. การจนตรอกทางปัญญาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงเที่ยวแจกเงิน

2. ผู้ได้ประโยชน์ไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อย

3. ผู้ที่ได้ประโยชน์เป็นผู้ที่ประกอบธุรกิจเป็นหลัก

4. ไม่สามารถซื้อสินค้ากับร้านค้าที่ไม่มีเครื่องรูดได้ ที่มีอยู่ 1.5 แสนร้านเทียบไม่ได้กับจำนวนวิสาหกิจนับล้านๆ และการค้าขายของคนรากหญ้าเลย

5. ทำให้โอกาสการใช้เงินเพื่อการพัฒนาประเทศลดลง เพราะนำเงินไป “แจก” แบบนี้

การสักแต่กระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจโดยไม่ได้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ เพียงเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ดูดีขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด แสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารราชการด้านเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าจะเป็นการสร้างสรรค์


ที่มา : https://bit.ly/2kJpxlB
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม