หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทางสามแพร่งทำให้ราคาบ้านตก?: กรณีศึกษาฆ่าหั่นศพยัดตู้เย็น  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ธ.ค. 19, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวการฆ่าหั่นศพยัดตู้เย็นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีบางคนบอกว่าเป็นอาถรรพ์ทางสามแพร่ง ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญการประเมินค่าทรัพย์สิน มาไขข้อข้องใจในกรณีนี้ โดยมีข่าวว่า “หลอนทั้งหมู่บ้าน แฉอาถรรพ์บ้านฆ่ายัดตู้เย็น ตั้งทางสามแพร่ง เคยมีคนตาย” ดร.โสภณ กล่าวว่าขนาดมีคนตาย 2 ครั้ง บ้านหลังดังกล่าวยังขายออกมาแล้ว แสดงว่ากรณีนี้ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการตายแบบผิดปกติ 2 ศพ (แม่ลูก) ในกรณีล่าสุดอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทางสามแพร่งอาจไม่เป็นปัญหาเพราะ

1. ในกรณีบ้านที่เกิดเหตุ บ้านที่อยู่ในแนวทางสามแพร่งนั้นมีอยู่ 2 หลัง ไม่ใช่หลังเดียว ดังนั้นการเกิดเหตุเพียงหลังเดียว ไม่ได้เป็นเพราะบ้าน แต่เป็นเพราะผู้อยู่อาศัย

2. จากการตรวจสอบดูบ้านทาวน์เฮาส์ในละแวกบ้านแถวนั้น มีอีกหลายหลังที่มีลักษณะเป็นทางสามแพร่ง แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

ในกรณีศึกษาฮวงจุ้ยทางสามแพร่งและการตีมูลค่านั้น บ้านและที่ดินทำนองนี้มักจะมีมูลค่าต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป เพราะการใช้สอยที่จำกัดกว่านั่นเอง สำหรับแนวทางการตีค่าทรัพย์สินก็มาจากการสำรวจตลาด ก็จะทำให้เห็นได้ว่าราคาต่ำกว่ากันเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามในบางกรณีอาจมีราคาที่พอ ๆ กัน แต่ระยะเวลาการรับรู้รายได้อาจแตกต่างกัน กล่าวคือ แปลงอื่นๆ ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ตรงทางแยกอาจขายได้ในเวลาเฉลี่ย 3 เดือน แต่แปลงตรงทางแยกอาจต้องใช้เวลานานกว่าเช่น 20 เดือน เพราะอุปสงค์มีจำกัด ดังนั้นการรับรู้มูลค่าจึงช้ากว่า 17 เดือน หากสมมติให้เดือนหนึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 1% ก็เท่ากับมูลค่าลดลงไป 15.6%

= 1 หาร (1+ ดอกเบี้ย) ยกกำลัง เดือน
= 1 / (1 + i) ^ n

= 1 / (1.01^17)

= 0.844 หรือ 84.4%

= ลดราคาลง 15.6% นั่นเอง

อย่างไรก็ตามหากเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น อาคารสำนักงาน ป้ายโฆษณา การที่ตั้งอยู่บริเวณสามแยกเช่นนี้ อาจกลายเป็นทำเลโดดเด่น มองเห็นได้ชัดเจนกว่า ทำให้มูลค่าเพิ่มมากกว่า ไม่ได้ทำให้มูลค่าลดลงแต่อย่างใด มูลค่าจะลดลงก็คงเฉพาะในกรณีอาคารที่อยู่อาศัยนั่นเอง

สำหรับกรณีบ้านที่มีผู้เสียชีวิตแบบผิดปกติ อาจทำให้มีคนกล้าที่จะซื้อน้อยลงไปอีก แม้อุปทานบ้านจะมีมากพอสมควรในหมู่บ้านเหล่านี้ แต่อุปสงค์สำหรับบ้านที่มีคนตายแบบผิดปกตินี้อาจน้อยลง แทนที่จะขายได้ภายในเวลา 20 เดือนข้างต้น ก็อาจขายได้ในเวลา 48 เดือน หรืออีก 4 ปีข้างหน้า ดังนั้นมูลค่าก็จะลดลงไปอีกตามสูตรนี้

= 1 / (1.01^45)

= 0.639055 หรือ 63.9%

ถ้าบ้านแถวนั้นขายในราคาหน่วยละ 1 ล้านบาท บ้านที่มีคนตายแบบผิดปกติ 2 ราย (แม่ลูก) นี้จึงอาจมีราคาลดลงเหลือเพียง 639,055 บาท เท่านั้นนั่นเอง


อ้างอิง
ข่าวสด 26 พฤศจิกายน 2562 https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3089479

ที่มา : https://bit.ly/35YDv4K
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม