หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: SEAC ชวนเช็คสุขภาพเศรษฐกิจ “เมียนมา”  (อ่าน 20 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 ธ.ค. 19, 14:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

SEAC ชวนเช็คสุขภาพเศรษฐกิจ “เมียนมา” เดินหน้าพัฒนาศักยภาพธุรกิจอาเซียน ในงาน Scaling Your Business: Grow – Connect – Leverage Business Success

เมียนมา หรือ พม่า หนึ่งในประเทศในอาเซียนที่มีสถิติการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 – 2561 สูงถึง 7.2% และคาดการณ์ว่าในปีนี้ จะเติบโตขึ้นอีก 6.6% ปัจจัยมาจากองค์ประกอบหลายส่วน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทิศทางที่ดีขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเขตเศรษฐกิจพิเศษ และกฎหมายการลงทุนของชาวต่างประเทศ ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ดัชนีความน่าเชื่อถือและสภาพเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศดีขึ้น หากแต่ธุรกิจในพม่ายังคงจะต้องประสบปัญหาอีกมากมาย หากไม่รีบเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเน้นเรื่องการเติบโต ของธุรกิจ (growth) มาเป็นการปรับขยาย(scale up) ซึ่งจะตอบโจทย์ระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่า
นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC (Southeast Asia Center) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า"ด้วยความมุ่งหวังสูงสุดของ SEAC ที่ต้องการจะเข้าไปพัฒนาศักยภาพของคนและองค์กรไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ในอาเซียนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีระดับโลก ของภูมิภาคนี้ เราเองได้มีโอกาสเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศเมียนมาเป็นเวลา 3 ปี ทำให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ในเมียนมาที่แม้ว่าจะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การเติบโต (Growth) อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของ การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การปรับขยาย (Scale) ต่างหากคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างแท้จริง แต่ว่าหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของกลยุทธ์นี้ เพราะยังสับสนระหว่างคำว่าเติบโต (Growth)และปรับขยาย (Scale)ที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราจึงได้จัดงาน Scaling Your Business: Grow – Connect – Leverage Business Success นี้ขึ้นมา เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และเปิดเผยถึงองค์ประกอบสำคัญในการทำให้กลยุทธ์การปรับขยาย (Scale Up) เกิดขึ้นได้จริง เพื่อตอบโจทย์ในการพัฒนาคนและองค์กรในเมียนมา เพื่อการทำธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า ซึ่งภายในงานเราได้การตอบรับที่ดีมากจากทั้งหน่วยงานภาคเอกชนชั้นนำ สื่อมวลชน สมาคม นักลงทุน นักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลมากมายในเมียนมากว่า 400 คน อาทิ Myanmar Brewery Limited, UMG Group of Companies, MPRL E & P Pte Ltd, City Holdings Limited, Yoma Strategic Holdings Limited, KBZ Group of Companies เป็นต้น"
ในความหมาย กลยุทธ์การสร้างธุรกิจให้เติบโต (growth) คือเน้นการโตในด้านรายได้ แต่กลยุทธ์การปรับขยาย (Scale Up) คือการปรับวิธีและรูปแบบการทำงานให้มีการใช้ทรัพยากรหรือการลงทุนที่น้อย แต่เพิ่มในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น เพื่อนำมาซึ่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยองค์ประกอบในการทำให้ธุรกิจสามารถ Scale Up ได้นั้นประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือเรื่องของกรอบความคิด (Mindset)การทดลองและลงมือทำตามวิถีของ Design Thinking และการพัฒนาทักษะที่จำเป็น ศักยภาพของคนในองค์กร
องค์ประกอบแรก กรอบความคิดหรือ Mindset เป็นตัวสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์เรา และเมื่อเราต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงในการขยายตัวทางธุรกิจ กุญแจสำคัญคือการสร้างกรอบความคิดให้คนมี ความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ หรือเรื่องของ Agility รวมทั้งการสร้างให้คนมี Outward Mindset ให้คนทำงานเป็นทีม เห็นเป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก เพื่อสร้างผลงานที่ตอบโจทย์องค์กร
ทั้งนี้การสร้าง Agility ให้เกิดขึ้นในองค์กร จำเป็นต้องทำทั้งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการความคิดของผู้นำและพนักงานในองค์กร การเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ และการค้นหาเทคโนโลยีที่ใช่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะที่ Outward Mindset จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้คนในองค์กรมองเห็นโจทย์ใหญ่ของธุรกิจร่วมกัน และผนึกแรงเพื่อไปถึงเป้านั้นอย่างพร้อมเพรียงและรวดเร็ว
องค์ประกอบที่สองของการดำเนินการ Scale Up คือการทดลองและลงมือทำตามวิถีของ Design Thinking ที่เน้น ให้กล้าทำ กล้าผิดพลาด ล้มให้ไว ทำความเข้าใจลูกค้าให้มากที่สุด และมีสายตาที่เฉียบแหลมในการมองสถานการณ์ให้ขาดเพื่อสร้างเป็นบทเรียนในการก้าวต่อไป ซึ่งเมื่อเรารู้ว่าตรงไหนทำแล้วดี ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ก็จะทำให้เรา Scale ได้ง่ายขึ้น ดีขึ้น
ส่วนสุดท้าย ซึ่งเปรียบเสมือนเสาหลักที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของการพัฒนาความสามารถของคนในองค์กร นั่นเป็นเพราะคนเป็นฟันเฟืองหลักในการดำเนินธุรกิจ การ Scale Up จะเกิดไม่ได้เลยหากคนไม่พร้อมทั้งในเรื่อง Mindset และ Skillset องค์กรต้องระบุทักษะที่คนในองค์กรจำเป็นต้องมีที่จะทำให้พวกเขาสามารถ Scale ได้ และวิธีการพัฒนาให้คนในองค์กรมีทักษะเหล่านั้น จะใช้วิธีเทรนนิ่งแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว เพราะมันไม่ทันต่อสถานการณ์ และที่สำคัญ การพัฒนาทักษะของคนในช่วงนี้ นอกจากต้องทำกับกลุ่มที่ใช่แล้วยังต้องทำด้วยวิธีและรูปแบบที่ใช่เพื่อให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว
ภายในงาน SEAC ยังได้เชิญ 3 นักธุรกิจไทยชั้นนำมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในการ Scale Up อย่าง บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทฯ ต่างมองว่าทรัพยากรคน (Human Resource)คือ หัวใจสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ หากอยากให้ธุรกิจมีการปรับขยายอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม