หน้า : 1 2  พิมพ์หน้านี้ - สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: lo ที่ 8 ม.ค. 11, 17:22 น

สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: lo ที่ 8 ม.ค. 11, 17:22 น
โรงเรียนกวดวิชาเต้น! คลังจ่อเก็บภาษี-สั่งสรรพากรหาช่องล้วงรายได้ แนะพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้มีประสิทธิภาพ เด็กจะเมินกวดวิชาเอง

อย่าสิ้นคิด มาทำมาหากินกับเด็ก ... ผู้ปกครองแต่ละคน ต้องเจียดรายได้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรหลานคนเองอยู่แล้ว  ... ทางที่ดี ไปหาทางอุดรูรั่วการใช้จ่ายงบประมาณในหน่วยงานของรัฐ ให้ดีซะก่อน ... รึไม่ ก็ไปเก็บเพิ่มใน ภาษีสรรพสามิต ... สุรา ยาสูบ ... ขึ้นมันเข้าไป 1000 เท่าก็ได้ ... คนส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ihbod ที่ 8 ม.ค. 11, 20:11 น
จริง ถ้าครูในโรงเรียนมีประสิทธิภาพจริง ผู้ปกครองคนไหนจะบ้าอยากหาเรื่องเสียตังค์ค่ากวดวิชา

รมต.และผู้บริหารโรงเรียนกับครูในร.ร นั่นแหละตัวดี รับเงินแป๊ะเจี๊ยะใต้โต๊ะเป็นขบวนการ ครูที่สอนดีหน่อยแต่เงินเดือนไม่พอใช้ ก็ไม่ตั้งใจสอนในห้อง จ้องแต่จะไปรับจ็อบข้างนอก เหมือนหมอในรพ.รัฐ เวลารักษาคนไข้ในรพ.ก็ทำแบบขอไปที จ้องแต่จะไปเปิดคลีนิคตอนเย็น พอคนไข้เห็นหมอคลีนิครักษาดีกว่าก็แห่กันไปใช้บริการ

พอเก็บภาษีจากร.ร กวดวิชา เดี๋ยวสถาบันก็ขี้นค่าเรียน คนที่เสียประโยชน์คือใคร ก็นักเรียนอีกนั่นแหละ ต้องจ่ายค่าเรียนแพงขึ้น เด็กที่พ่อแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน ก็โง่เหมือนเดิม จะทำอะไรเอาเด็กเป็นตัวตั้งหน่อย อย่าคิดแต่จะเอาผลประโยชน์ส่วนตน จัดเก็บภาษีมาก รัฐบาลก็คอรัปชั่นได้มากขึ้น
ก็เท่านั้นเอง

แล้วทำไม ร.ร ไม่จ้างครูกวดวิชาไปสอนในห้องเรียนล่ะ เพราะรมต.กับผู้บริหารไม่ได้เปอร์เซ็นไง หรือว่าไม่จริง?!


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: natalet ที่ 10 ม.ค. 11, 10:01 น
ปัญหาคือ รัฐต้องการเก็บภาษีให้มากที่สุด ตอนนี้คิดอะไรได้ก็เอามันหมด อย่าว่าแต่สิ้นคิด มันคิดไม่เคยสิ้นสุดกับเรื่องภาษี ปชช.


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: 777 ที่ 10 ม.ค. 11, 10:11 น
เวรกรรม ที่มีผู้นำประเทศที่เก่งแต่หาเงินเข้ารัฐ ด้วยวิธีแบบนี้
ถ้าจะให้เก่งกว่านี้ ต้องเก่งการใช้งบประมาณให้น้อย แต่ได้ผลมากด้วยซิ
วันๆ เอาเงินไล่แจก แล้วก็มาหากินกับคนที่ทำงาน เวรกรรมจริงๆ q*011


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ผู้ปกครองคนหนึ่ง ที่ 10 ม.ค. 11, 10:12 น
 ปรับปรุงครูในโรงเรียนก่อน ดีกว่าไหม  ให้ตั้งใจสอนเด็กหน่อย ทุกวันนี้ลูกไปโรงเรียน จะถามทุกวันว่าวันนี้เรียน อะไรบ้าง มีการบ้านไหม ลูกตอบ วันนี้  เรียน 2 วิชา ที่เหลือ ครูให้ อ่านหนังสือ บ้าง ทำความสะอาดห้อง บ้าง  สงสารลูก อยากให้เรียน เอกชนแต่เงินไม่พอ อนาจหนอครู หยุดก็บ่อย เวลาจะส่งเด็กไปสอบแข่งขัน แม่ต้องมานั่งสอนลูกเอง บางวิชาไม่มีหนังให้เรียนเลย แต่ถึงเวลาสอบก็สอบ หน้าตาเฉย  ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา เร่งรีบแก้ไขด่วนโรงเรียนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม.แถววิภาวดี.


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: คนทำงานตอกบัตร ที่ 10 ม.ค. 11, 10:20 น
อะไรที่เคยว่า ค่อนแคะฝ่ายค้านว่าทำเพื่อหาเสียง
ตอนนี้รัฐบาลเอามาทำหมดแทบทุกรายการ  ไม่รู้สึกระอายใจกันบ้างหรือไง  ตอนที่ฝ่ายค้านจะทำรายการทีวีติววิชาการให้เด็กนักเรียน  รัฐฯก็บอกว่าจะทำแข่งโรงเรียนกวดวิชาหรือไง  ตอนนี้รัฐฯก็ทำซะเองหมด  แต่ทำแล้วได้ผลหรือไม่ไปถามเด็กเอาเองนะท่าน  เล่นนั่งกันทั้งห้องเป็นพันคน  พวกที่นั่งตรงกลางไปถึงหลังคงได้ความรู้กลับไปมั้ง
ค่าแปะเจี๊ยโรงเรียนดังใครบอกว่าไม่มี  ไปอมพระนอนมาพูดดิ  เค้าเลี่ยงไปใช้คำว่าค่าบำรุงอะไรเยอะแยะ  เหมือนรัฐฯเลย  รมต.หน้าไหนมีปัญญาไปทำอะไรได้  เผลอๆ รมต. หรือลูก รมต.นั่นแหละเรียนอยู่  ก็ต้องป้องกันไป
ขนาดมหาลัยแถวสามย่านยังมองเงินเป็นหลักเลย  พื้นที่ให้คนหาเช้ากินค่ำได้มีช่องทางหาเงิน  ยังไปขับไล่เอารั้วมากั้นแล้วเก็บรายวัน  ค่าเช่าอาคารก็ขึ้นกันตลอดแทบทุกปี  


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: KB ที่ 10 ม.ค. 11, 10:21 น
รบ. นี้เค้าคิดแต่ละอย่างน๊ะ สุดๆอ่ะ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: Pak ที่ 10 ม.ค. 11, 10:26 น
โรงเรียนกวดวิชาก็ได้กำไรเยอะอยู่แล้ว กลัวอะไรกับภาษี แล้วจะผลักภาษีให้เป็นภาระของเด็กหรือไง


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: เซงงงงงงงงงง ที่ 10 ม.ค. 11, 11:03 น
ขืนเก็บภาษีหนักกรรมก็ตกกับผู้ปกครองอีก เฮ้ออออออออออ 


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: คิดอีกมุม ที่ 10 ม.ค. 11, 11:10 น
เวลาสอบแข่งขัน มักใช้ข้อสอบที่เหนือกว่าความรู้ปกติที่เรียนเพื่อคัดเด็ก
ครูสอนตามหลักสูตร แต่ข้อสอบออกเหนือหลักสูตร
เลยต้องส่งไปเรียนพิเศษเพราะจะได้แนวข้อสอบ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ครูคนหนึ่ง ที่ 10 ม.ค. 11, 11:29 น
ตอบ คุณคห.4 ผู้ปกครองคนหนึ่ง

   เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะได้เรียนแค่นี้ เพราะ
1. ครูอบรม บ่อยมาก ๆ  และหมุนเวียนกันไปทุกกลุ่มสาระ ถ้าโรงเรียนไหนมีครูน้อย ๆ ก็ต้องหยุดเรียนหลายห้อง
2. เมื่อครูอบรมเสร็จ ก็จะต้องมีภาระงานจากการอบรม เช่น จัดกิจกรรม
จัดค่าย ครูคนหนึ่งอาจรับหลายกิจกรรม เลยไม่มีเวลาสอน
3. กิจกรรมต่าง ๆ มีมากเกินไป ลองนับเดือนธันวาถึงมกรา ลอยกระทง
วันพ่อ เข้าค่าย คริสต์มาส กีฬาสี ปีใหม่ วันเด็ก รวมกับวันหยุดแล้วกี่วัน
แล้วครูฝ่ายต่าง ๆ ต้องไปเตรียมงาน เขียนป้าย ซ้อมเด็ก ฯลฯ ไม่ได้สอนอีกตามเคย นักเรียนก็เลยต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง (อ่านหนังสือหน้า ...)
4. ครูสังกัด กทม. ต้องรับหน้าที่หลายอย่างนอกจากการเรียนการสอน
ทั้งทำสหการ ปกครอง ใบรับรอง ทะเบียน วัดผล เด็กย้าย ฎีกา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูสังกัด สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่เหล่านี้จะได้ลดชั่วโมงสอนให้เหลือน้อย แต่ครู กทม. ทำทั้งหมด และบางครั้งก็ต้องทำนอกเหนือเวลางานด้วย
5. การประเมินจากภายนอกมีความถี่สูง เช่น 5ส จะมีการประเมินภายในโรงเรียน เขตมาประเมิน สำนักการศึกษามาประเมิน ซึ่งการประเมินแต่ละครั้งแน่นอนว่าครูจะต้องจัดบอร์ด ทำความสะอาดห้อง ครูมีงานเยอะก็เลยต้องขอความร่วมมือจากนักเรียน ไม่นับรวมถึงการประเมินจาก สมศ. smart school ประเมินอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องสั่งให้จัดห้องให้เรียบร้อยแน่ ๆ
6. สังกัดสพฐ. มีหลายห้องเรียน ครูอาจเตรียมแค่ 2 วิชา แล้วสอนได้ครบทุกห้อง แต่โรงเรียนกทม. ที่ครูน้อยๆ คนเดียวสอนป.1-ป.6 เตรียม 6 วิชา หรือมากกว่า เวลาเตรียมสอนต้องใช้เยอะขึ้น

ลองพิจารณาดูแล้วเปรียบเทียบกับสังกัดสพฐ.และเอกชนว่าเขารับงานขนาดนี้ไหม


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: LekBangkhen ที่ 10 ม.ค. 11, 11:49 น
ถามทุกคนว่า "กวดวิชา เรียนเสริมสำคัญกับเด็กๆหรือไม่?"  ผมเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งที่ไม่ได้มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสถานกวดวิชา ของสถาบันไหนๆ ขอตอบว่าสำคัญ 1000%  อย่าไปหวังว่าจะมีใครสามารถทำให้ทุกโรงเรียนให้วิชาความรู้แก่นักเรียนเท่าเทียมกันหมด  ไม่มีทาง....หน้าที่รัฐบาล ควรหาทางควบคุม สถามกวดวิชาให้มีคุณภาพ และไม่เก็บค่าเรียนเกินความจริงก็เท่านั้น   


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: sn001311 ที่ 10 ม.ค. 11, 12:18 น
ดิฉันเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งที่พยายามหาที่กวดวิชาให้กับบุตรของข้าพเจ้า
เพราะบังเอิญลูกสาวอยู่ในห้องเรียนที่มีเด้กตั้งใจเรียนเป็นส่วนน้อย เพราะฉะนั้นการที่คุณครูจะป้อนความรู้ให้หมดนั้นคงเป็นไม่ได้ และก็แปลกทุกเทอมที่สองเด็กจะมีกิจกรรมมากเลย เช่น กีฬาสี กีฬาโรงเรียน กีฬาจังหวัด ปีใหม่
วันเด็ก  ลูกดิฉันแม้แต่จะเรียนพิเศษยังไม่มีเวลาเลย ไม่รู้ว่าโรงเรียนจัดหลักสูตรยังไง ถ้าเจอเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียนรับรองเด็กคนนั้นสอบตกแน่เลย เพราะไม่สามารถที่จะจดจำและรับความรู้ได้ต่อเนื่อง ในหัวสมองไม่สามารถที่จะจดจำวิชาการได้อย่างสมำ่เสมอ   นี่แหละหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนต่างจังหวัด  ไม่รู้ว่าเด็กจะมีความรู้ติดตัวที่จะสอนลูกหลานในวันข้างหน้าหรือเปล่านี่แหละอนาคตเด็กของชาติ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: เด็กไม่ใช้เครื่องมือ ที่ 10 ม.ค. 11, 12:42 น
อ่านแล้วน้ำตาตกใน......สงสารเด็ก.....สงสารประเทศชาติ
ทุกวันนี้การศึกษาไทยไม่พัฒนาขึ้นแถมถอยหลังลงคลอง  ควรพัฒนาการศึกษา พัฒนาครูในโรงเรียน พัฒนาโรงเรียน ก่อนดีไม๊ย อย่ามาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (ปัญหาคอรัปชั่นไม่แก้)  
ป.ล. หารายได้เข้ารัฐโดยวิธีอื่นก่อนจะดีกว่ามั๊ง (เงินคงคลังใกล้หมดแล้วหรือ)


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: คนเคยเป็นครู ที่ 10 ม.ค. 11, 13:03 น
ถ้าคนเป็นครูสมัยนี้สอนหนังสือให้เหมือนกับครูสมัยก่อน พ่อแม่ผู้ปกครองคงไม่ไปพึ่งพาโรงเรียนกวดวิชาหรอก


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: 445 ที่ 10 ม.ค. 11, 13:18 น
รมต.ควรจะแอบส่งคนมาศึกษถึงปัญหาจริงๆ ไม่ใช้นั่งเทียนทำงาน


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: คนทำงานตอกบัตร ที่ 10 ม.ค. 11, 13:31 น
รัฐฯ นี้มีพรรคหลักเป็นนักกฎหมาย  ทำอะไรก็ยึดถือตัวอักษรเป็นหลัก  แล้วก็หาช่องมุดตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้  งานบริหารมันก็ต้องออกมาในรูปนี้  พวก สส.ที่อ้างว่าไปดูงานต่างประเทศ  ได้ไรกลับมาใช้กันบ้างไม่เคยเห็นผลงานกันเลย  มันน่าจะมีการประกาศแจ้งทุกครั้งว่าไปประเทศไหน  ดูงานเรื่องไร  ใช้งบเท่าไหร่   กลับมาแล้วมีรายงานด้วยว่าได้อะไรมา  มันถึงจะคุ้มค่าเงินเดือนที่เอามาจากภาษีปชช.  มีใครเห็นด้วยมั้ย  ช่วยกันออกเสียงมากๆ ให้นายกฯ ประกาศเป็นกฎเลย  
ผลงานไม่มี  มีแต่ข่าวโกงกิน  แล้วยังขึ้นเงินเดือนตัวเอง.....น่าเกลียดโครต


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: เหนือสยาม ที่ 10 ม.ค. 11, 14:17 น
มีปริญญาเหมือนมีทรัพย์  อยู่นับแสน   ก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: bixbru ที่ 10 ม.ค. 11, 14:49 น
ค่า กิจกรรม ค่าเรียน พิเศษ เพียบ  ร.ร.เอกชนชื่อดัง นครสวรรค์
ทุกอย่างเ เก็บเงินหมด   น้ำก็ผลิตขายเอง ห้าม เด็ก ซื้อน้ำเข้ามาดื่มเอง ต้องซื้อจากทางโรงเรียน โค้


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: 23299 ที่ 10 ม.ค. 11, 14:49 น
ถ้าคิดว่าค่ากวดมันแพงก็ไม่ต้องกวดสิ

เด็กที่เรียนเก่งและขยันจริงๆที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตไม่ใช่มาจากแค่กวดวิชาหรอกนะ

เด็กเรียนเก่งกวดวิชาเยอะไม่ใช่จะได้ดีกว่าเด็กที่ขยันแต่ไม่ได้กวดวิชาหรอก

ทำไมสมัยนี้ต้องกวดๆๆๆๆ เท่านั้นหรือไง  

จริงอยู่การแข่งขันสูงแต่ถ้าเด้กขยันมันจะไปไหนเสีย

แค่ได้เรียนโรงเรียนดีๆมหาลัยดีๆไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าประสบผลสำเร็จในชีวิตหรอกนะ  


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: intamara37 ที่ 10 ม.ค. 11, 15:07 น
เงินใกล้หมดคลัง สิ้นคิดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รัฐบาลชุดนี้ทุเรศมากโกงกินอย่างเดียวไม่คิดพัฒนาประเทศ  q*019


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: app102 ที่ 10 ม.ค. 11, 15:09 น
หากินกับเด็กมันรายได้ดีนะ โรงเรียนกวดวิชาหากินกับเด็กชอบเรียน
ร้านเกมหากินกับเด็กขี้เกียจเรียน  รายได้เป็นกอบเป็นกำเป็นธุรกิจที่กำลังเฟื่องฟู ใครคิดจะรวยเชิญคร้าบ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: มนุษย์เงินเดือน ที่ 10 ม.ค. 11, 15:25 น
เป็นคนหนึ่งค่ะที่ให้ลูกเรียนกวดวิชา ไม่ใช่โรงเรียนสอนไม่ดีนะค่ะ แต่การแข่งขันสมัยนี้สูงมาก ข้อสอบที่ไปสอบแข่งขันก็จะออกแบบเกินความรู้ของระดับนั้น จึงต้องให้ลูกเรียน ไม่ให้เรียนก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นลูกก็จะไม่มีความรู้พอที่จะสอบแข่งขันค่ะ สงสารเด็กๆ ควรจะโทษคนออกข้อสอบ ทำไมไม่ออกให้เหมาะสมในแต่ละระดับชั้นเรียน และถ้ามีการเก็บภาษีก็อาจจะเป็นการผลักภาระให้กับผู้ปกครอง จะทำไงดี


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: กาก ที่ 10 ม.ค. 11, 15:36 น
ตอบ คุณคห.4 ผู้ปกครองคนหนึ่ง

   เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะได้เรียนแค่นี้ เพราะ
1. ครูอบรม บ่อยมาก ๆ  และหมุนเวียนกันไปทุกกลุ่มสาระ ถ้าโรงเรียนไหนมีครูน้อย ๆ ก็ต้องหยุดเรียนหลายห้อง
2. เมื่อครูอบรมเสร็จ ก็จะต้องมีภาระงานจากการอบรม เช่น จัดกิจกรรม
จัดค่าย ครูคนหนึ่งอาจรับหลายกิจกรรม เลยไม่มีเวลาสอน
3. กิจกรรมต่าง ๆ มีมากเกินไป ลองนับเดือนธันวาถึงมกรา ลอยกระทง
วันพ่อ เข้าค่าย คริสต์มาส กีฬาสี ปีใหม่ วันเด็ก รวมกับวันหยุดแล้วกี่วัน
แล้วครูฝ่ายต่าง ๆ ต้องไปเตรียมงาน เขียนป้าย ซ้อมเด็ก ฯลฯ ไม่ได้สอนอีกตามเคย นักเรียนก็เลยต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง (อ่านหนังสือหน้า ...)
4. ครูสังกัด กทม. ต้องรับหน้าที่หลายอย่างนอกจากการเรียนการสอน
ทั้งทำสหการ ปกครอง ใบรับรอง ทะเบียน วัดผล เด็กย้าย ฎีกา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูสังกัด สพฐ. ซึ่งมีหน้าที่เหล่านี้จะได้ลดชั่วโมงสอนให้เหลือน้อย แต่ครู กทม. ทำทั้งหมด และบางครั้งก็ต้องทำนอกเหนือเวลางานด้วย
5. การประเมินจากภายนอกมีความถี่สูง เช่น 5ส จะมีการประเมินภายในโรงเรียน เขตมาประเมิน สำนักการศึกษามาประเมิน ซึ่งการประเมินแต่ละครั้งแน่นอนว่าครูจะต้องจัดบอร์ด ทำความสะอาดห้อง ครูมีงานเยอะก็เลยต้องขอความร่วมมือจากนักเรียน ไม่นับรวมถึงการประเมินจาก สมศ. smart school ประเมินอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน แต่ผู้บริหารก็ต้องสั่งให้จัดห้องให้เรียบร้อยแน่ ๆ
6. สังกัดสพฐ. มีหลายห้องเรียน ครูอาจเตรียมแค่ 2 วิชา แล้วสอนได้ครบทุกห้อง แต่โรงเรียนกทม. ที่ครูน้อยๆ คนเดียวสอนป.1-ป.6 เตรียม 6 วิชา หรือมากกว่า เวลาเตรียมสอนต้องใช้เยอะขึ้น

ลองพิจารณาดูแล้วเปรียบเทียบกับสังกัดสพฐ.และเอกชนว่าเขารับงานขนาดนี้ไหม
สรุปคือ ครูต้องทำหลายอย่าง งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลามาให้ความรู้เด็กๆ ใช่ป่ะ  
               ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองมากมายเหมือนกัน  แต่ก็ไม่ความละเลยหน้าที่หลักของตนนะ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: แม่ลูกหนึ่ง ที่ 10 ม.ค. 11, 15:53 น
การเรียนในโรงเรียนของเอกชน (บางโรงเรียนใน กทม. ) ก็ใช่ว่าจะสอนดี  เก็บค่าเทอมแพง เสียค่าสอนพิเศษตอนเย็น แล้วก็จะเก็บอะไรต่อมิอะไรอีก  แต่การเรียนการสอนต้องกลับมาสอนเองเพิ่มเติมมิฉะนั้นลูกจะไม่เข้าใจ  ดิฉันเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงให้ลูกไปเรียนกวดวิชา เพราะเป็นแบบนี้นี่เอง การบ้านเสียเงินแล้วก็ต้องเอากลับมาตรวจอีกเพราะครูที่สอนพิเศษสอนผิดๆ ถูกๆ เด็กทำถูกก็ให้แก้ตามที่ครูสอน ผลก็คือ ผิด
"ก็เล่นให้ครูสอนสังคม สอนพละ  ไปสอนคณิตศาสตร์ สอนอังกฤษมันจะถูกได้อย่างไร  ขนาดสอนวิชาที่ตัวเองถนัดยังสอนให้เด็กเข้าใจยังมิได้เลย แล้วอย่างนี้มันจะออกมาดีได้อย่างไร"
ดิฉันคิดว่าหากจะให้การศึกษาในเมืองไทยดีขึ้น ควรจะปรับปรุงครูให้ดีเสียก่อน (ครูที่สอนดีก็มีเยอะดิฉันไม่ปฎิเสธ แต่บังเอิญในแต่ละปีที่ลูกเรียน 8 วิชา ดิฉันเจอแต่ครูที่สอนดีแค่ 2-3 ท่านเท่านั้น ปีนี้ครูวิชานั้นสอนดีอีกปีเจอครูสอนไม่รู้เรื่อง แล้วอย่างนี้จะให้เด็กไม่กวดวิชาไงไหว)
เพราะฉะนั้นอย่าเก็บภาษีให้เดือดร้อนกันอีกเลย แค่เครื่องอุปโภคบริโภคแพงขึ้นก็แย่แล้ว อย่าทำอะไรให้มันแย่ลงเอีกเลย


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ....... ที่ 10 ม.ค. 11, 15:58 น
นี่แหละคับ รมต.ประชาชนต้องหมดก่อน สโลแกน ปชป.


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ผิดที่่ ที่ 10 ม.ค. 11, 16:18 น
ผิดที่ผิดทางไปหมด
เก็บภาษีน่ะเก็บได้ เพราะโรงเรียนกวดวิชารวยกันใหญ่ ไม่้ต้องจ่ายภาษี รับทรัพย์กันแพงๆ ก็ต้องจ่ายคืนแผ่นดินบ้าง อย่างกทุเรศกันนัก

ที่ว่าถ้าเก็บจะขี้นค่ากวดวิชา ก็ขี้นไปซี อย่ามาขู่กันแบบนี้

ถ้าเก็บก็ต้องปรับปรุงระบบการสอนในโรงเรียนทั่วไปด้วย
ครูไม่ค่อยมาสอน สอนไม่เต็มเวลา มีสัมนาฉิบหายวายวอดตลอดทั้งปี เด็กเลยความรู้ไม่แน่น และควรปรับให้เรียนแบบคิดเองเป็น ไม่ใช่สอนให้เด็กตามครู ทำไปทำมา เด็กกลายเป็นหุ่นยนต์

ไม่น้อยแกล้งสอนผ่อนๆ แล้วมาเข้มสอนพิเศษ มันเหมือนบีบให้เด็กต้องเรียนพิเศษทางอ้อม อันนี้ เลวทราม มากที่สุด



กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: Iku ที่ 10 ม.ค. 11, 16:31 น
ครูทำงานไม่สมเงินเดือน จบ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: S-Man ที่ 10 ม.ค. 11, 16:39 น
น่าจะคิดให้มากกว่านี้หน่อย q*011 หรือนี่จะเป็นแผนพัฒนาการศึกษา 2 ขั้น ที่เราคาดไม่ถึง  q*007 รบ.หาเงินจากการรีดภาษีคนรวย ไม่ได้เลยมาลงกับเด็ก ได้เงินเหมือนกัน ง่ายดีนิ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: สนับสนุนให้เก็บภาษี ที่ 10 ม.ค. 11, 16:49 น
รร.กวดวิชาเป็นกลุ่มที่เรียกว่าหยิบชิ้นปลามัน เชื่อขนมได้เลยว่าถ้าเด็กไม่เรียนนห้องเรียนจนมีพื้นฐานมาก่อน มาเรียนพิเศษกับครูที่เก่งปานเทวดา ก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เด็กที่เรียนพิเศษคือเด็กที่ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา คิดเองไม่เป็น ไม่มีความพยายามที่แสวงหาคำตอบหรือหลักการด้วยตัวเอง จะโทษครูที่สอนในโรงเรียนไม่ได้ว่าสอนไม่มีประสิทธิภาพ รร.กวดวิชายึดหลักการติวแต่สมอง แต่โรงเรียนปกติยึดกลักสอนคนแบบองค์รวม สอนคนใหมีความเป็นมนุษย์ เด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกเตรียมมาจากที่บ้าน โยนภาระให้โรรงเรียนทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นให้ความรู้ ฝึกอบรมบ่มนิสัย แก้ไขปัญหา สารพัดอย่าง การเก็บภาษีรร.กวดวิชาก็ไม่ต่างอะไรจากการเก็บภาษีร้านค้า หรือภาษีเงินได้ เพราะเป็นการประกอบธุรกิจที่มีการค้ากำไร ถึงจะอ้างว่ารัฐไม่ช่วยอุ้มอะไรเลย ก็ไม่ถูกเพราะธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่รัฐไม่ได้อุ้มแต่เขาก็ต้องเสียภาษีเหมือนกันเพราะมีรายได้ ก็ช่วย ๆ กันไปใครมีมากก็เสียมาก ใครมีน้อยก็เสียน้อยตามสัดส่วน เพราะเราก็ใช้ถนนร่วมกัน ใช้สาธารณูปโภค ร่วมกัน  กลุ่มประเทศแถสแกนดิเนเวียประชาชนต้องเสียภาษี 37% เมื่อเสียภาษีมากสวัสดิการก็มีสูงเช่นกัน ประเทศไทยมันต้งจัดการกับการเอารัดเอาเปรียบหรือความเห็นแก่ตัวก่อน ถึงจะทำไดเช่นเดียวกับประเทศอื่น


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: อาชีพไหนทำงานคุ้ม ที่ 10 ม.ค. 11, 17:11 น
เงินเืดือนครูปริญญาตรี ประมาณ 9000 บาท  สูงสุดของคศ.2  ประมาณ 35000 บาท (อายุน่าจะ 50 ปี ขึ้นไป) ดููแลเด็ก 30 - 50 คน ต่อชั้นเรียน ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่รวมแผนการสอนที่ต้องกลับมาทำบ้านเพราะไม่มีเวลาทำตอนอยู่โรงเรียน  ผู้ปกครองบางคนตำรวจจับลูกก็ไม่ยอมไปรับ ตำรวจเรียกครูไปแทนทั้ง ๆ ที่ 2 ทุ่ม  วันหยุดบางครั้งต้องพานักเรียนไปร่วมกิจกรรม บางครั้งอบรมทั้งเสาร์และอาทิตย์ไม่มีวันหยุด ปิดเทอมไม่ได้ปิดพร้อมเด็ก และต้องมาทำหลักสูตรสถานศึกษา ช่วงเมษาได้หยุดแค่ 2 อาทิตย์  ตุลาแทบไม่ได้ปิดเลย อย่างนี้เรียกว่าทำงานไม่สมเงินเดือน  แล้วอาชีพที่ทำงานสมเงินเดือนคือผู้บริหาร นักการเมือง หรือ?


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: 123 ที่ 10 ม.ค. 11, 17:18 น
อ่านแล้วน้ำตาตกใน......สงสารเด็ก.....สงสารประเทศชาติ
ทุกวันนี้การศึกษาไทยไม่พัฒนาขึ้นแถมถอยหลังลงคลอง  ควรพัฒนาการศึกษา พัฒนาครูในโรงเรียน พัฒนาโรงเรียน ก่อนดีไม๊ย อย่ามาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (ปัญหาคอรัปชั่นไม่แก้)  
ป.ล. หารายได้เข้ารัฐโดยวิธีอื่นก่อนจะดีกว่ามั๊ง (เงินคงคลังใกล้หมดแล้วหรือ)
สงสารเด็กนั่นถูกต้องแล้ว ทุกวันนี้เด็กไม่ได้เลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น ผู้ปกครองคิดแทนเด็กหมด  คนที่กลัวคือผู้ปกครอง ไม่ใช่เด็ก เด็กเขาเรียนในโรงเรียนมีความสุข แต่ผู้ปกครองกว่าเด็กไม่ได้เรียนในที่ดี ๆ คุณภาพการศึกษาไทยที่ถอยหลังลงคลอง ส่วนหนึ่งมาจากเด็กเรียนกวดวิชากันมาก ผลประเมินต่าง ๆในระดับนานาชาติ ประเทศที่ได้คะแนนสูง ๆ ไม่มีการกวดวิชา งานวิจัยพบว่าการเรียนกวดวิชาทำให้ความฉลาดและทักษะการเรียนรู้ลดลง การเเก็บภษาและการดำเนินมาตรการอย่างอื่นร่วมด้วยมันถึงจะได้ผล ครูในโรงเรียนเก่ง ๆ แต่ก่อนมีเยอะมาก แต่อยู่ไม่ได้เพราะว่าภาระงานเพิ่ม และที่สำคัญมีการเออร์ลี่รีไทร์ เลยพากันลาออกไปจนหมด ส่วนครูที่เหลือคือไม่มีทางไป หนีสิ้นพันตัว ถ้าอยู่ในระบบต่อไป หลวงก็ยังเลี้ยง ไล่ออกก็ไม่ได้เพราะลูกยังเล็กและกำลังเรียน  มาเริ่มที่ตัวเองก่อนดีกว่า ถ้าทุกคนมีการพัฒนาตนเอง และค่อยขยายไปยังคนใกล้ตัว ความเลวร้ายทั้งหลาย จะค่อย ๆ เสื่อมคลายไปเอง เชื่อดิ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ผู้ปกครองเด็ก ที่ 10 ม.ค. 11, 17:18 น
 q*007  ที่รร.สังกัด กทม.แต่เดิม ที่รร.มีให้ผู้ปกครองจ่ายเพิ่มคนละไม่กี่ร้อย จ้างครูต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษ  ได้ครูเจ้าของภามา  ต่อมา มีการจ้างสอนโดยใช้งบทางกทม. แล้วจ้างครูมาสอนเอง ไม่ต้องเก็บเงินผู้ปกครอง แต่เอาครูที่มาจากฟิลิปปินส์บ้าง มาสอน ค่าจ้างสอนก็ถูกกว่าครูเจ้าของภาษา แต่ทำเบิกเป็นครูเจ้าของภาษา ส่วนต่างไปไหน ต้องถามผู้บริหารดู  หรือมาจากส่วนกลางก็ไม่ทราบ  อนาคตของชาติจะเป็นยังไง  คิดดู  พวกหากินกับเด็กไทย   


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: เข้าใจ ที่ 10 ม.ค. 11, 17:30 น
แต่อยากให้มองย้อนไปว่า ครูสมัยก่อนต้องทำเอกสารมากมายขนาดนี้หรือเปล่า ไม่ต้องมาแก้ที่ครู แต่ต้องแก้คนที่วางนโยบายการศึกษา ว่าให้ครูทำเอกสารให้น้อยลง แล้วมีเวลาให้เด็กมากขึ้น เพราะดิฉันก็เป็นครูเหมือนกัน งานเยอะมาก เพราะเป็นไปได้ลดงานเอกสาร งานทะเบียนให้น้อยๆ ครูกับเด็กคงจะแฮปปี้กว่านี้คาะ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ตลก ที่ 10 ม.ค. 11, 17:56 น
ปรับปรุงคุณภาพ และจริยธรรม และเงินเดือนครู
จะได้ไม่ต้องมากั๊กความรู้เอาไว้หากินกับการสอนพิเศษ
ผมเรียนจนถึง ป.โท แล้ว ไม่เห็นต้องเรียนพิเศษเลย
  ถ้าครูดีจริง เรียนพิเศษวิชาที่ซ้ำซ้อนกับวิชาในหลักสูตร ผมว่าไม่จำเป็น
มีที่ไหน สถานที่เรียนพิเศษเพิ่มขึ้นมากมาย แต่เด็กไทยโง่ลง
ได้เหรียญทองโอลิมปิค ทุกปี แต่ไม่มีใครทำผลงานได้ดีระดับโลก
เหรียญทองโอลิมปิค มันก็แค่จับเด็กเก่งๆ มาเข้าค่าย ซ้อมทำข้อสอบ ก็แค่นั้น ไม่ใช่ของจริง
  ถ้าเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา ไม่ใช่เก็บเงินเด็ก พวกคุณเดือดร้อนอะไร อะไรที่เป็นธุรกิจก็ควรเก็บให้หมด คุณไม่เห็นเหรอว่าพวกสถาบันสอนพิเศษนะรวยแค่ไหน ถ้าเก็บภาษีแล้วทำให้ค่าเรียนพิเศษเพิ่ม เดี๋ยวรัฐก็มีมาตรการช่วยเองแหละ จะโวยวายทำไม พวกเรียนพิเศษขึ้นสมอง ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ว่ะ ตลกสิ้นดี


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ก็ถูกแล้วนี่ ที่ 10 ม.ค. 11, 18:05 น
เขาเก็บภาษีผู้ประกอบการโรงเรียนสอนพิเศษ หรือ เก็บค่าเทอมเพิ่มกันแน่ ทำไมเดือนร้อนกันจัง สถาบันที่แสวงหากำไร ก็ควรจะเสียภาษี ก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ อะไรที่ทำให้พวกคุณคิดว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่ต้องเสียภาษีครับ เขาแสวงหากำไรกับลูกหลานคุณนะครับ ก็ควรจะคืนให้สังคมบ้าง แต่รัฐต้องเข้าไปควบคุมไม่ให้ผลักภาระจากภาษีไปให้กับผู้ปกครองเด็ก ก็พอแล้ว


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: ครูเหมือนกัน ที่ 10 ม.ค. 11, 18:29 น
สรุปคือ ครูต้องทำหลายอย่าง งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลามาให้ความรู้เด็กๆ ใช่ป่ะ  
               ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองมากมายเหมือนกัน  แต่ก็ไม่ความละเลยหน้าที่หลักของตนนะ


ส่วนตัวก็เป็นข้าราชการครูเหมือนกัน จากที่เขาบอกมา พอจะแยกได้เป็นสาเหตุที่ไม่ได้สอนเพราะหน้าที่ของตนเองจริง ๆ ได้แก่ ระดับชั้นที่ได้สอนเยอะ ที่ต้องสอนตั้งแต่ ป.1-ป.6 ส่วนอื่นที่เขากล่าวมาจะเป็นงานอื่นที่นอกเหนือหน้าที่ตนเองทั้งสิ้น เพราะหน้าที่ของครูคือ การสอน ส่วนงานอื่น ๆ จะไม่รับก็ไม่ได้เพราะผู้บริหารมอบหมายมา และคำสั่งอบรมจะมีตราครุฑอยู่บนสุดเสมอ ถ้าไม่ไปหมายถึงผิดวินัยเพราะให้ลงชื่อเข้าอบรม  และเบิกเงินค่ารถไปอบรมไม่ได้เนื่องจากผู้บริหารมักบอกว่าถ้าไปกับเด็กถึงจะเบิกได้ แต่ถ้าครูไปคนเดียวถือว่าไปรับความรู้  และรวมถึงงานที่จะต้องกลับมาจัดกิจกรรมทำให้เวลาเรียนของเด็กเสียไปอย่างต่ำ 1 วัน ด้วย ถ้าเป็นงานที่มีเงินสำหรับกิจกรรมมาให้ ซึ่งครูก็จัดอย่างเดียวโดยเงินที่ได้มาฝ่ายบริหารเป็นคนจัดการ อย่าคิดว่าครูได้รับประโยชน์ และเชื่อว่าครูส่วนใหญ่อยากอยู่สอนเด็กมากกว่า เพราะถ้าเด็กไม่รู้เรื่องสอบไม่ผ่านมาตรฐานระดับชาติพวก O-net , NT ผู้บริหารก็ตำหนิครู  ส่วนเรื่องการประเมินถ้าไม่ได้อยู่ในวงการครูก็ไม่รู้หรอกว่ามันต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพราะต้องทำตามตัวชี้วัด ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาคือ  ตัวชี้วัดมักจะเปลี่ยนรายละเอียดปลีกย่อย ทำให้ต้องมาหาหลักฐานเพิ่มเติมจนกว่าจะครบ  ส่วนพวกงานย้ายเด็ก และฎีกาครูคนไหนได้รับถือว่าแย่สุด ๆ  เพราะจริง ๆ แล้วเป็นหน้าที่ของธุรการ อาจเป็นเพราะไม่มีธุรการบรรจุมา หรือธุรการทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอจึงต้องตกเป็นภาระของครู  อย่าสรุปแต่เพียงว่าครูไม่ทำหน้าที่หลักเพราะไม่รับผิดชอบ แต่เป็นเพราะระบบการศึกษามุ่งเน้นเอกสารและการทำผลงานมากเกินไป ครูจึงไม่ได้สอน เด็กไทยจึงเป็นอย่างทุกวันนี้


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: didyo ที่ 10 ม.ค. 11, 18:42 น
สมองคนกินภาษีมีแค่นี้เอง สงสารประเทศไทย เมื่อไหร่จะรับคนมีสมองมาทำงานบ้างนะ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: weare45 ที่ 10 ม.ค. 11, 19:01 น
ขอออกความคิดเห็นส่วนตัวหน่อยนะคะ

เข้าใจว่าพ่อแม่ทุกคนหวังดีอยากให้ลูกได้ที่เรียนดีๆได้ที่งานที่ดีทำเมื่อจบมา ก็เลยเร่งหาที่กวดวิชาดีๆให้ลูก

ขอถามหน่อยนะคะ ลืมนึกถึงความจริงข้อนึงไปหรือเปล่า ว่าสิ่งดีๆที่คุณพยายามอบให้ลูกนั้น ตัวลูกเองเขาสนใจใฝ่รู้แค่ไหน

คนเก่งแพ้คนขยันก็เยอะแยะไป ถ้ามันแพงมากสู้ไม่ไหวก็อย่ากวดเลยค่ะ
เรียนในที่ที่ความสามารถถึงทั้งคนส่งและคนเรียนดีกว่าไหมคะ

เด็กดีเด็กขยันมีความคิดที่ดี ไม่ถูกกดดัน ไม่เครียดเกินไป น่าจะมีผลดีกับตัวเด็กนะคะ 

ไม่ว่าจะยังไงก็ตามนะคะ พ่อแม่ควรปลูกฝังเรื่องนิสัยใจคอ น้ำใจไหมตรี
การอยู่ร่วมสังคม การให้อภัย  การเป็นคนดี

การรู้แพ้รุ้ชนะ ไม่ว่าจะเจอการแข่งขันกับอะไร การงานหรือกีฬาก็ตาม สิ่งพวกนี้สำคัญกว่าใบปริญญาอีกไม่ใช่หรือ

ใบปริญญาไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต การเป็นคนดีต่างหากที่ช่วยให้ชีวิตมีความสุขได้ และคำว่าพอเพียง นี้คุ้นกันบ้างไหม

ไม่ว่าจะดิ้นรนแข่งกันในเรื่องไหนแต่ถ้ารุ้จักคำว่าพอหมาะพควรและพอเพียง ความสุขในชีวิตจะไปไหนเสีย

การงานดีเงินทองมากมาย แต่คำว่าพอไม่เคยอยุ่ในใจแบบนั้นเท่าไหร่ถึงจะเจอสุขที่แท้จริง


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: คนไทยว่ะ ที่ 10 ม.ค. 11, 19:23 น
หาว่าเขาเอาเงินไล่แจกงั้นเหรอทีอดีตนายกที่ไม่มีที่อยู่ล่ะ ดีคร้าบเป็นนายกที่ดีที่สุดที่ไทยเคยมี ขายสัปทานชาติไม่เสียภาษีสักแดงเดียว อย่าหาว่าเอามาเกี่ยวกับการเมืองเลยนะจะด่าผมก็ด่าเลยไม่ว่าแต่คุณว่าจริงมั้ย ก็เพราะครูอาจาร์ยมันสอนไม่เต็มที่เองเพื่อที่จะหวังมาเอาเงินกับเด็กด้วยการกวดวิชา การเก็บภาษีเพื่มคุณต้องไปโทษครูที่กั๊กความรู้เพื่อให้เด็กมากวดวิชา จริงมั้ย โทษรัฐฝ่ายเดียว บ้าป่าว ครูหากสอนเต็มที่ นักเรียนหากตั้งใจเรียนในห้องเรียนจริงจะมีกวดวิชาทำซากไรจริงป่ะ


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: นุกนิก ที่ 10 ม.ค. 11, 21:08 น
น่าจะโทษคนวางระบบการศึกษาไทยนะ
ที่ทำให้ครูต้องทำเอกสารอะไรมาู้
กมายก็ไม่รู้
ทำแล้วก็ไม่เห็นมีไรดีขึ้น
ทำไมคนที่มีอำนาจในการปฏิรูปการศึกษาเขาไม่คิดถึงข้อนี้บ้าง
กิจกรรมมีน้อยกว่านี้ก็ดีนะ
บางวิชากำหนดสอน 60 ชมต่อภาคเรียนแต่ได้สอนจริงแทบไม่ถึง 40 ชม
เวรกรรมประเทศไทย


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: คนหลังเขา ที่ 10 ม.ค. 11, 21:43 น
ถ้ารัฐบาลเป็นอย่างนี้คนไทยทั่วประเทศก็ร่วมใจ ปฏิ......รัฐบาลบาลบาลนี้เสียเลย    เอาไว้ทำไม รัฐบาลเลว


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: erw ที่ 10 ม.ค. 11, 21:55 น
อีกมีโรงเรียนกวดวิชามากเท่าไรก็แสดงว่ากระทรวงศึกษาห่วยแตกมา่กเท่านั้น


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: แวะมาบอก ที่ 10 ม.ค. 11, 22:42 น
เท่าที่อ่านมานะ ผมว่าทั้งผู้สอนและผู้เรียนกำลังหลงทางกันหมด สอนก็ผิดวิธี ผู้เรียนก็เรียนผิดวิธีอีก เลยต้องไปเรียนพิเศษ ให้วุ่นวาย จริงๆ แล้วการเรียนที่ถูกต้องคือ ต้องศึกษาให้เข้าใจไม่ใช่สอนให้ท่องจำ วิธีสอนผิดไงเลยต้องเรียนพิเศษ ยิ่งพวกคณิตศาสตร์การเข้าใจสูตรสำคัญที่สุด จากนั้นถึงค่อยมาทำแบบฝึกหัด แต่บ้านเราเน้นสอนให้เด็กจำสูตร แล้วก็มาทำแบบฝึกหัด เลยไม่ไปถึงไหนกันซักที สมัยผมเรียนไม่ต้องอะไรมาก แค่หาตำรามาอ่านเองก็ทำได้หมดแล้วเพราะว่าเราเข้าใจสูตร เข้าใจวิธ๊ใช้ เข้าใจว่าเข้าให้เรียนไปเพื่ออะไร เมื่อไหร่เมืองไทยสอนเด็กไทยได้ถึงขั้นนี้ เมืองไทยถึงจะพัฒนา แล้วจะไม่ต้องมีโรงเรียนกวดวิชา ให้เปลืองเงินเปลืองทอง


กระทู้: สิ้นคิด ถึงกับ หากินกับเด็ก??????????????
เริ่มกระทู้โดย: สุดยอด ที่ 10 ม.ค. 11, 23:10 น
คุณเชื่อไหมว่า ครูคนนี้คือครูสอนพื้นฐานภาษาอังกฤษที่เก่งที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา คุณเชื่อไหมว่าครูคนนี้เคยเป็นครูประจำสอนในโรงเรียนเอกชน คุณเชื่อไหมว่าครูคนนี้เคยสอบข้าราชการติดถึงสองครั้งและลาออกแล้ว เคยได้สอนในโรงเรียนชื่อดังระดับประเทศใน กทม เขต 1 แต่ลาออกจากข้าราชการ เพราะรู้ดีว่า การสอนในระบบโรงเรียนไม่สามารถทำให้ครูสร้างผลงานที่ครูอยากสร้างได้เต็มที่ จึงออกมาเพื่อเปิดศูนย์การสอนเอง เพื่อพัฒนาเด็กๆอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีกรอบอะไรมาฉุดรั้ง คุณเชื่อไหมว่าถ้าครูคนนี้ไม่ใช่เปิดศูนย์แบบกวดวิชา แต่เป็นการเปิดสอนสร้างพื้นฐาน คุณเชื่อไหมว่าถ้าครูคนนี้เปิดแบบกวดวิชาเขาจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าแสนต่อเดือน คุณเชื่อไหมว่าครูคนนี้เคยเป็นสจ๊วตสายการบินระดับโลกเงินเดือนหลักแสน แต่ครูทิ้งทุกอย่างเพียงเพื่อสร้างผลงานการสอนพื้นฐานให้เด็กๆในราคาถูก มีเงินหมุนเวียนเล็กน้อยเทียบเท่ากับพนักงานเงินเดือนทั่วไปเท่านั้น ครูกำลังเก็บตัวสร้างหนังสือสูตรการสอนที่ดีที่สุด และซุ่มเงียบ จะเปิดตัวให้ลือลั่นทั้งแผ่นดินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เราไม่ได้โฆษณาแต่เราจะนำพาพวกท่านพบสิ่งมหัศจรรย์ เราเห็นมากับตาว่าเด็กของเขาสุดยอดขนาดไหน ดังมหาเทพจุติมาลงสอนเอง ไม่เสียหายหรอกเพียงแค่ท่านจะลองเสียเวลาสักนิดแวะเข้าไปดู ไม่มีอะไรดีก็แค่ผ่านเลยไป แต่ถ้าท่านพบสิ่งที่ฉงน จนขนลุกแล้วละก็ ท่านก็เพียงช่วยอธิษฐานเป็นแรงใจให้คุณครูเขาเท่านั้น เพราะครูเขาตั้งใจจริงด้วยจิตวิญญาณ ลองดูที่ www.naifhan.com