หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - จากสาวอวบอ้วน บ๊ายบายไขมัน! ตอนนี้หุ่นเป๊ะแล้วจร้า

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => สุขภาพ-ความงาม => ข้อความที่เริ่มโดย: Pandafah ที่ 8 พ.ค. 15, 16:42 น

จากสาวอวบอ้วน บ๊ายบายไขมัน! ตอนนี้หุ่นเป๊ะแล้วจร้า


กระทู้: จากสาวอวบอ้วน บ๊ายบายไขมัน! ตอนนี้หุ่นเป๊ะแล้วจร้า
เริ่มกระทู้โดย: Pandafah ที่ 8 พ.ค. 15, 16:42 น
ก่อนอื่นออกตัวว่าทุกอย่างที่จะเล่านี้ ไม่ได้จะโทษอาหารการกิน แต่อยากหยิบจับประเด็นการใช้ชีวิตปกติที่ไม่ระมัดระวัง มันจะก่อให้เกิดปัญหาได้ เดิมเราเป็นคนรูปร่างปกติมาตั้งแต่เด็กไม่อ้วน แม่ยังบอกว่าตอนคลอดมาขายาว แล้วชอบนอนเอาขาขัดกันเหมือนกบ ไม่คิดว่าจะอ้วน

เราเริ่มกลายร่างช่วงปิดเทอม ม.3 จะขึ้น ม.4 ช่วงปิดเทอมนอนดึกตื่นสาย อยู่บ้าน นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ ดูทีวี กิน นอน ยายทำกับข้าวอร่อย แม่ไปทำงานกลับมาก็ซื้อของกินเข้ามา พ่อก็เป็นคนต้องกินข้าวมื้อเย็นแบบพร้อมหน้า ช่วงนั้นเราน่าจะมีสัก 4-5 มื้อต่อวัน มันไม่ใช่การยัดเยียดให้กินนะ เราเองที่อยากกินก็กิน กินแล้วกินอีก เพราะไม่ได้เป็นคนรักสวยรักงามมากขนาดนั้น ผู้หญิงปกติม๊ากมาก


พอ ม.ปลายก็เริ่มเข้าข่ายคนอ้วนชนิดขาเบียด ขาใหญ่ จนเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงวัยที่ผู้หญิงควรสวยดูดีจะได้มีคนมาจีบบ้าก็นิ่งๆ อ่านะ เคยมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันบอกว่า “แกผอมก่อนดิเดี๋ยวจะจีบ” แต่นิสัยตอนนั้นไม่ได้แคร์เรื่องความรักอะไรมากไม่ชอบก็เรื่องของแก  แล้วตอนเรียนก็เรียนมหาวิทยาลัยที่ใส่อะไรเรียนก็ได้ ใส่ชุดนักศึกษาเฉพาะตอนสอบ ความหายนะมาถึงก็ตอนนี้ มีร้องไห้อ่ะ สมัยนี้คงได้ #ร้องไห้หนักมาก เพราะอึดอัดหงุดหงิดตัวเองมาก เราจำไม่ได้เลยว่าเราผ่านน้ำหนักช่วง 45 มาตอนไหน รู้ตัวอีกทีอีก 2 กิโล 80  รู้สึกมีความโชคดีอยู่สัก 5% ที่สูง 165 สภาพร่างก็กลายเป็นยักษ์แทนที่จะเป็นถังน้ำมันหรือโอ่งราชบุรี โชคดีที่เรียนจบในสามปี ถ้าสีปีนี่คงเลย 80 ไปอีกหลายโล

พอเริ่มทำงานหน้าที่การงานก็ต้องใส่เสื้อผ้าควรเรียบร้อยหน่อย ทั้งหมดต้องไปซื้อที่บางลำพูนะ ทำไม? เพราะที่นั่นเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าผู้ใหญ่ แปลว่าเสื้อผ้าไซส์แม่ ช้อปเลยตามสบาย ยังโชคดีนะยุคนั้น แฟชั่นขาสั้น เสื้อครอปยังไม่เกิด ก็พอจะกลมกลืนไปได้  ผันเปลี่ยนสถานทำงานไปอีกทีต้องมีออกต่างจังหวัดบ้าง กระเป๋าเสื้อผ้าหนาหนักกว่าคนอื่นเพราะ เสื้อผ้าตัวใหญ่ 555



ใช้ชีวิตมาจนกระทั่ง เมื่อสักสี่ปีที่แล้วเกิดปวดท้องหนักมาก ตัวงอน้ำตาร่วงต้องไปหาหมอตอนห้าทุ่ม จริงๆ ปวดท้องแบบนี้เคยเป็นมาบ้างแต่แป๊บนึงก็หายซึ่งไม่เอะใจอะไร แล้วหมอก็ตรวจนี่นั่น ถามอาการ สอบสวนเรื่องการกินอยู่หลับนอนใช้ชีวิตของเราก็วิเคราะห์ว่า เป็นโรคกระเพาะ และสั่งห้ามดื่มน้ำอัดลม ของเปรี้ยว เผ็ด ทานอาหารให้ตรงเวลา อย่านอนดึก อย่าเครียด ซึ่งฟังดูก็พื้นฐานนะ แต่ประเด็นอยู่ที่จากข้อห้ามทั้งหมดนั้นเราทำอยู่สามอย่างคือ 1.ดื่มน้ำอัดลม 2.กินไม่ตรงเวลา 3.นอนดึก ข้ออื่นๆ ไม่เป็น



แล้วถ้าวิเคราะห์กันดีดี การกินไม่ตรงเวลาเราจะเป็นเฉพาะวันหยุด เพราะตื่นสาย ส่วนนอนดึกก็เช่นกันทำได้แค่วันหยุด วันธรรมดาเราถึงบ้านก็หลับแล้ว มาถึงจุดนี้เหลือผู้ต้องสงสัยรายสุดท้าย น้ำอัดลม และอย่างหนึ่งที่บอกหมอไม่หมด คือกินทุกวันแทบจะแทนน้ำเปล่าเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นเหมือนเป็นคนไข้ต้องรักษาตัวเลิกกินน้ำอัดลมเด็ดขาด กินได้แต่ข้าวต้ม อาหารอ่อนๆ กินได้น้อยมากเหมือนท้องมันไม่ค่อยรับอะไร เป็นอยู่หลายเดือนจนคนทักว่าผอมลง

เราว่าที่ผอมลงส่วนหนึ่งคงเพราะกินอาหารได้ไม่เยอะ แต่ที่เชื่อว่ามีผลมากคือการเลิกกินน้ำอัดลมแทนน้ำ เคยแต่ฟังคนเขาบอกว่าน้ำอัดลมอ้วนนะ แต่ไม่เชื่อไงก็มันน้ำซ่าส์ๆ กินแล้วสดชื่นสุดๆ เริ่มเชื่อล่ะ และยิ่งเมื่อระบบการกินข้าวได้ปกติแต่ยังไม่กินน้ำอัดลม น้ำหนักก็คงที่ก็เชื่อเลย สรุปคือเรากินน้ำอัดลมมากเกินไป ทั้งเป็นโรคกระเพาะทั้งอ้วน

ทีนี่มีอยู่วันหนึ่งก็มาดูๆ ตัวเองว่าผอมลงล่ะนะ เสื้อผ้าหลวมแต่ตัวเหี่ยวๆ (ใช้คำตามที่เขาชอบรีวิวกัน) ต้องทำยังไงเพราะไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเข้าฟิตเนส ถ้าจะวิ่งรอบหมู่บ้านบรรยากาศแถวนั้นก็ไม่เอื้อ สิ่งพยายามทำทุกวันคือออกกำลังแบบบริหารเป็นส่วนๆ อยู่ที่บ้าน ทำตามกำลังศรัทธาเหมือนทำบุญอ่ะค่ะ วันไหนเหนื่อยน้อยก็ออกกำลังกายมาก วันไหนเหนื่อยมาก ก็น้อยๆ หรือไม่ได้ทำเลย และในการเดินทางแต่ละวันก็ใช้ร่างกายให้เยอะหน่อย เช่น เดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าทีละสองขั้น ซึ่งถ้าสังเกตความสูงแต่ละขั้นของบันไดรถไฟฟ้ามันจะไม่สูงมาก ไม่เหมือนบันไดสะพานลอยถนนแปดเลน 

เลือกกิน เลือกใช้ชีวิต เพราะอายุเยอะแล้ว กินข้าวเช้าให้มาก กลางวันน้อย เย็นให้น้อยหรือไม่กินข้าว ไม่กินแป้ง กินกับข้าวมากกว่าข้าว กินเป็นผลไม้ โยเกิร์ต แล้วก็ชวนแม่ที่อายุมากแล้วทำด้วยกัน ไม่ได้ให้เขาทำเพื่อผอม  แต่ทำเพื่อสุขภาพเขา เพราะเราเป็นเหมือนกันคือการกินข้าวมื้อเย็นบ่อยๆ เป็นประจำสำหรับเราจะตัวบวม อึดอัด ไม่สบายตัว และที่สำคัญเราก็กินพวกอาหารเสริมที่ช่วยควบคุมเรื่องน้ำหนักด้วย ลองมาหลายยี่ห้อตั้งแต่ตอนเริ่มควบคุมน้ำหนัก ลองไปเรื่อย แต่ไม่ใช่ว่าลองทุกอย่างทุกยี่ห้อนะ เพราะมีบางตัวที่พอหยุดแล้วแอบอ้วนด้วยก็มี เราจะเน้นพวกสูตรออแกนิกส์ และพวกผักผลไม้ที่ช่วยกระตุ้นเรื่องระบบเผาผลาญนะ ด้วยที่ว่าเราอดข้าวไม่ได้เพราะเป็นโรคกระเพาะก็ต้องกินให้ครบ ตรงเวลา สูตรที่ลองมีตั้งแต่สูตรพริก อันนี้แสบและร้อนท้องก็เลยพักไป เลยลองเปลี่ยนไปกินพริกไทยดูรู้สึกว่าดีขึ้น ได้ผลขึ้นนะ แต่ห้ามกินของจุบจิบเด็ดขาด ต้องพยายามจำกัดมื้ออาหารให้ได้ ระหว่างมื้อถ้าหิวก็กินพวกถั่วแทนเอา ดอกคำฝอยเอามาชงต้มน้ำทานแทนน้ำเปล่าชื่นใจดี ส่วนส้มแขกนี่เคยลองแบบที่ทำมาเป็นเม็ดบรรจุขวด พอทานหมดอยากจะหาซื้อก็เริ่มจะยาก ไว้จะมารีวิวเพิ่มเติมพวกสูตรสมุนไพรและวิตามินเสริมที่ได้ลองมาให้อีกทีนะ
รูปด้านล่างนี้รูปปัจจุบันคงที่ประมาณนี้ ไม่อ้วน และไม่ผอม แต่เรื่องขานี่เรียกว่าหนักใจ เพราะใหญ่ (ได้แม่) จริงๆ
ก็ถือว่าสุขภาพดีแล้วถ้าเทียบกับความสูง แต่ตอนนี้ไปเจอวิตามินของ Blackmores ชื่อ Meta Pro ซึ่งเป็นวิตามินสกัดจากธรรมชาติ เลยวางใจสอยมาลองเพราะส่วนตัวเชื่อของที่ทำจากธรรมชาติอยู่แล้ว ลองดูเผื่อว่าจะลดลงได้มากกว่านี้    จากเดิมกินกาแฟของเนเจอร์กิ๊ฟตัวคอลลาเจนกล่องชมพูๆ ทุกเช้าแทนกาแฟปกติ เพราะจะงดกาแฟเลยก็ไม่ไหวทำงานมันง่วง ก็เพิ่ม Meta Pro ไปอีกตัว  ถ้าผลเป็นไงจะมาบอกนะคะ


ทุกอย่างที่บอกไปนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้ชีวิตแบบเราจะต้องเป็น คนเหมือนกันกินน้ำอัดลมในปริมาณเท่ากัน เหมือนกัน ไม่จำเป็นจะต้องอ้วน และเป็นโรคกระเพาะทุกคน คนออกกำลังกายด้วยวิธีการเดียวกันผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่เหมือนกัน  เราแค่อยากให้ทุกคนสังเกตตัวเองว่าเราเหมาะหรือไม่เหมาะกับอะไร หาจุดที่เหมาะสมชีวิตก็ดีขึ้นแล้ว
ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น แต่ไม่จำเป็นต้องดีที่สุด หรือดีกว่าใคร หรือดีเพื่อใคร เอาที่สบายใจอ่ะค่ะ
ปล.หลังจากอาการปวดกระเพาะหายไป เราก็ยังกินน้ำอัดลมนะคะ แค่นานๆกินที กินเวลาเหนื่อย ร้อนมาก ตากแดด เหงื่อโทรม ได้แบบใส่น้ำแข็งบดนะสุดยอดดดดดด


กระทู้: จากสาวอวบอ้วน บ๊ายบายไขมัน! ตอนนี้หุ่นเป๊ะแล้วจร้า
เริ่มกระทู้โดย: mylittlelilly ที่ 14 พ.ค. 15, 14:11 น
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มาแชร์นะคะ มีประโยชน์มากมากเลย