หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เทคโนโลยีใหม่ทางทันตกรรม ลดเสี่ยงอาการข้างเคียง

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ผู้หญิงชวนคุย => ข้อความที่เริ่มโดย: tomoaijung ที่ 22 มี.ค. 16, 00:08 น

เทคโนโลยีใหม่ทางทันตกรรม ลดเสี่ยงอาการข้างเคียง


กระทู้: เทคโนโลยีใหม่ทางทันตกรรม ลดเสี่ยงอาการข้างเคียง
เริ่มกระทู้โดย: tomoaijung ที่ 22 มี.ค. 16, 00:08 น
(http://www.mx7.com/i/b34/rFFw9g.jpg)

ฟันนอกจากจะทำหน้าที่บดอาหารให้มีความละเอียดแล้ว ยังถือเป็นอวัยวะที่สำคัญส่วนหนึ่งของร่างกายที่มีความแข็งแรงคงทน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันสึกหรอได้ การดูแลสุขภาพฟันถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ทำให้สูญเสียฟันไปก่อนเวลาอันควร
การดูแลช่องปากเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความใส่ใจ ด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธีจะช่วยให้ฟันของคุณอยู่กับคุณได้ไปนานๆ  อีกทั้งช่วยกำจัดแบคทีเรียและเศษอาหารในช่องปาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุ ฟันหลุดร่วง และโรคเหงือก อีกด้วย
ในปัจจุบันนี้นวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ของทันตกรรม มีการก้าวหน้าพัฒนาในแบบยุคดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลือกใช้เครื่องเอกซเรย์สามมิติ ( x-ray 3D Digital ) เพื่อวางแผนในการฝังรากเทียมและครอบฟันได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเอกซเรย์สามมิติ ยังมีประโยชน์ในการตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ของกระดูกฟันและอวัยวะข้างเคียงในขากรรไกรได้อย่างละเอียดอีกด้วย ช่วยให้ทันตแพทย์ได้ข้อมูลในการวินิจฉัยโรคที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิผลในการรักษา
ทันตแพทย์วิทยา  ซื่อสัตย์ คลินิกทันตกรรมวัชรพล กล่าวถึง เครื่องเอกซเรย์พัฒนานับแต่แรกเริ่มและใช้มาถึงปัจจุบันเป็นการพัฒนาเพื่อให้ได้ภาพเอกซเรย์แบบ 2 มิติในระบบอนาล็อก โดยการถ่ายภาพบนแผ่นฟิล์มแล้วนำไปล้างด้วยน้ำยา ภาพ 2 มิติคือกว้างและยาว แต่ภาพจะไม่สามารถบอกความลึกได้ ถ่ายภาพฟันดูให้หมดทั้งปากก็ต้องใช้ฟิล์มไม่ต่ำกว่า 10 แผ่น
จากนั้นจึงพัฒนาเป็นแบบดิจิตอล 3 มิติซึ่งอ่านข้อมูลในแนวกว้าง-ยาว และยังสามารถอ่านข้อมูลในแนวลึกได้ ทำให้อ่านข้อมูลได้ละเอียดยิ่งขึ้น   ดูภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งภาพสามารถปรับเปลี่ยนความเข้มของแสง ย่อขยาย วัดระยะ ฯลฯ ช่วยทำให้ทันตแพทย์เห็นภาพชัดขึ้นช่วยลดผลข้างเคียงที่จะเกิดกับคนไข้ลงได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำให้ทันตแพทย์อ่านฟิล์มและวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้น แต่ในปัจจุบันทันตแพทย์ยังคงใช้งานเอกซเรย์อยู่ทั้ง2แบบ ไม่ถือว่าเทคโนโลยีใดล้าหลัง ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่าต้องการเอกซเรย์มากน้อยเพียงใด
นอกจากเทคโนโลยี 3 มิติยังมีอีกหนึ่งชนิดที่นำมาใช้งาน คือ การผลิตชิ้นงานเซรามิกด้วย CAD/CAM Technology หรือที่เรียกอย่างสั้น ๆ ว่า  ซีเร็ค (CEREC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยบูรณะฟันที่มีการสูญเสียเนื้อฟันไปมากให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยเซรามิกเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงเทียบเท่าเนื้อฟันธรรมชาติ  ซึ่งทำให้ทันตแพทย์ วางแผนการฝังรากเทียมไปจนถึงการใส่ครอบฟันแบบครบวงจร และสามารถอธิบายให้คนไข้เข้าใจได้ชัดเจน ในขั้นตอนต่าง ๆ ในการรักษา
รากฟันเทียมอุปกรณ์ที่ออกแบบมาพิเศษ เพื่อใช้ยึดกับกระดูกขากรรไกรในตำแหน่งที่ฟันถูกถอนไป เพื่อทดแทนรากของฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป  ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานสำหรับรองรับฟันปลอม ครอบฟัน หรือสะพานฟันได้ การทดแทนฟันที่หายไปด้วยรากเทียมนั้น ทำให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติที่สุด          ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ความรู้สึกของผู้เป็นเจ้าของ และประสิทธิภาพในการใช้งาน ช่วยยึดฟันปลอมให้แน่ขึ้นอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพภายในช่องปากและฟันมีความสำคัญมากซึ่งคุณหมอแนะนำให้ใช้หลักทันตกรรมป้องกันและดูแลรักษาฟันอยู่กับเราไปยาวนาน ด้วย การแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธี การแปรงฟันควรต้องเริ่มจากการเลือกแปรงฟันให้ถูกต้องซึ่งตามหลักวิชาการแนะนำการเลือกแปรงที่ด้ามตรง ขนอ่อน หน้าตัดเรียบ และเวลาที่แปรงฟันไม่ควรใช้น้ำหนักแรงเกินไป
การแปรงฟันที่ถูกวิธีต้องเอียง 45 องศา ขยับเบาๆ หมุนปัดให้ขนแปรงกวาดเศษอาหารออกไป  ควรแปรฟันควรแปลงฟันให้ทั่วทั้งด้านกระพุ้งแก้ม ด้านลิ้นและเพดาน อีกทั้งควรแปรงลิ้นร่วมด้วยและควรแปรงฟันในเวลาตื่นนอน ก่อนนอนและหลังอาหารทุกมื้อควรใช้เวลาแปรงฟันอย่างน้อย 3 นาทีและใช้ไหมขัดฟันด้วยเพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟันในส่วนที่แปรงสีฟันเข้าไปไม่ถึง
อีกทั้งการแปรงฟันที่ถูกวิธียังป้องกันการสะสมของหินปูนได้ และไม่กัดแทะของแข็งมากๆ ยิ่งช่วยรักษาฟันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ทุกคนอย่าลืม!!! ควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนด้วยนะครับ เพื่อตรวจหาความผิดปกติเสียแต่เนิ่นๆ เพียงเท่านี้ก็จะบอกลาปัญหาสุขภาพฟันได้อย่างแน่นอน.