หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เกษตรกรยืนยันปลาทับทิมปลอดภัยจากสารตกค้าง เน้นการเลี้ยงสะอาด ลดเสี่ยงเป็นโรค

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: rammun ที่ 29 เม.ย. 16, 12:03 น

เกษตรกรยืนยันปลาทับทิมปลอดภัยจากสารตกค้าง เน้นการเลี้ยงสะอาด ลดเสี่ยงเป็นโรค


กระทู้: เกษตรกรยืนยันปลาทับทิมปลอดภัยจากสารตกค้าง เน้นการเลี้ยงสะอาด ลดเสี่ยงเป็นโรค
เริ่มกระทู้โดย: rammun ที่ 29 เม.ย. 16, 12:03 น



(http://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2016/04/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1.jpg)



“กอกวงฮวดฟาร์ม” ฟาร์มปลาทับทิมแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมาตลอดระยะเวลา 18 ปี ใช้ลูกพันธุ์ปลาที่แข็งแรง มีระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน ลดโอกาสปลาเป็นโรค พร้อมแนะนำการเลี้ยงปลาในช่วงอากาศร้อน เพื่อให้ได้ผลผลิตปลาทับทิมที่มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารตกค้าง ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

นายวรชัย แสงวณิช หรือ เฮียกู้ เจ้าของ “กอกวงฮวดฟาร์ม” เล่าว่า ตนเป็นผู้บุกเบิกการเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังลุ่มน้ำแม่กลองในจังหวัดสมุทรสงคราม นับเป็นผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังรายแรกของประเทศไทย ปัจจุบันเลี้ยงปลาทับทิมเป็นอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงมาตลอด 18 ปี เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคว่าเป็นผู้ที่เลี้ยงปลาที่มีคุณภาพ และปลอดภัยจากสารตกค้าง ย้ำเกษตรกรต้องใช้ลูกพันธุ์ปลาที่แข็งแรงจากบริษัทเพาะพันธุ์ลูกปลาที่เชื่อถือได้ ใช้ระบบการเลี้ยงที่ดีช่วยให้ปลาแข็งแรง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ใช้วัคซีน ยาและสารเคมีในการเลี้ยง

เฮียกู้ เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงปลาทับทิม ว่าดั้งเดิมตนเลี้ยงปลาดุกและปลาช่อนในกระชังแม่น้ำแม่กลองมาก่อน เพราะจุดที่เลี้ยงยังเป็นน้ำจืดอยู่ ต่อมาเปลี่ยนมาเลี้ยงปลากะพงในน้ำจืดตามการส่งเสริมของกรมประมง แต่ต้องประสบกับการขาดแคลนลูกพันธุ์ปลากะพงทำให้ต้องหยุดเลี้ยง จึงทดลองนำปลาทับทิมตามคำแนะนำของซีพีเอฟในปี 2541 ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นปลาที่ใหม่สำหรับตลาดของไทย ซีพีเอฟอยู่ในช่วงแนะนำเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ช่วงแรกเริ่มต้นเลี้ยงปลา 6 กระชัง และร่วมกับซีพีเอฟขยายตลาดปลาทับทิมเข้าสู่ช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ เริ่มจากที่ไม่มีคนสนใจ จนปลาทับทิมได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจนไม่พอขาย สามารถขยายการเลี้ยงจนถึงปัจจุบันรวม 100 กระชัง


(http://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2016/04/%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89-768x768.jpg)
นายวรชัย แสงวณิช หรือ เฮียกู้ เจ้าของ “กอกวงฮวดฟาร์ม”
 

ด้าน นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาธุรกิจสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ปรับปรุงพันธุ์ปลาทับทิมให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงในประเทศไทยและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และได้ส่งเสริมเป็นอาชีพการเลี้ยงปลาทับทิมให้แก่เกษตรกร เริ่มส่งเสริมเฮียกู้เริ่มเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง ซึ่งได้ผลผลิตที่ดี ปลาเนื้อแน่น และไม่มีกลิ่นโคลน ต่อมาบริษัทฯ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรรายอื่นได้มีอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน เนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคทั่วไปนิยมนำปลาทับทิมมาทำเป็นอาหาร เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ส่งผลให้ปลาทับทิมกลายเป็นปลาเศรษฐกิจจนถึงปัจจุบัน

“ซีพีเอฟสนับสนุนเกษตรกรในการพัฒนาแหล่งเลี้ยงที่เหมาะสม ได้มาตรฐานฟาร์มปลา GAP (Good Agriculture Practices) ของกรมประมง พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมระบบการเลี้ยง “โปรไบโอติก” เป็นระบบที่ใช้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อปลา ให้สามารถปรับความสมดุลและภูมิต้านทานโรคได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีน ยา หรือสารเคมีใดๆ” นายอดิศร์กล่าว

เฮียกู้กล่าวว่า กระบวนการผลิตปลาทับทิมที่ประสบความสำเร็จ ผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพลูกพันธุ์ปลาที่มีคุณภาพสูง และมาตรฐานการเลี้ยง ใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ดีมาใช้ การผลิตปลาทับทิมของฟาร์มฯ เริ่มจากนำลูกพันธุ์ปลามาอนุบาลในบ่อปูน ใช้เวลาอนุบาล 2 เดือนจึงย้ายมาเลี้ยงต่อในกระชัง ให้อาหาร “โปรไบโอติก” ตามช่วงอายุ หากได้ลูกพันธุ์ปลาที่แข็งแรง และระบบการเลี้ยงที่ดี ช่วยลดโอกาสการเป็นโรค แข็งแรง เติบโตเร็ว ที่ฟาร์มจึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีหรือยารักษาโรคเลย ไม่เพียงลดต้นทุนการผลิตแล้วยังช่วยให้เนื้อปลาปลอดภัยจากสารเคมีอีกด้วย

เฮียกู้ แนะนำต่อว่า สำหรับการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูร้อน ทำให้อุณหภูมิน้ำในแม่น้ำร้อนมาก เกษตรกรควรลดจำนวนการปล่อยปลาเลี้ยงในกระชังลงประมาณ 20-30% ในช่วงปกติปล่อยปลาเลี้ยงในกระชัง 40 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร พอถึงฤดูร้อนจะปล่อยปลาในกระชังลดลง 25-30 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร และปล่อยให้กระชังว่าง เลี้ยงเพียง 80% ของกระชัง เพิ่มพื้นที่ไหลผ่านของน้ำ เพื่อช่วยให้ปลาอยู่ได้สบาย ไม่อึดอัด ไม่เครียด กินอาหารได้ปกติ เติบโตได้คุณภาพ ลดอัตราการสูญเสียของผลผลิตที่เกิดจากอากาศร้อนได้ดี

“ผู้เลี้ยงปลาทับทิมต้องใส่ใจการเลี้ยงตามมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี ทำให้ปลาที่เลี้ยงออกมามีมาตรฐาน ปลอดภัยต่อผู้บริโภค หลีกเลี่ยงการใช้ยาและสารเคมีโดยไม่จำเป็นทั้งในการเลี้ยงและระหว่างการขนส่ง เพราะนอกจากเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตแล้ว ตลาดเป็นปัจจัยสำคัญของการผลิตปลาทับทิม ดังนั้น ผู้เลี้ยงปลาทับทิมจึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัยของปลาอย่างต่อเนื่อง” เฮียกู้กล่าว

ปัจจุบัน กอกวงฮวดฟาร์มยังได้พัฒนาเป็นรีสอร์ทที่พักให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาพักผ่อนหรือรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นการทำธุรกิจต่อยอดจากฟาร์มปลาทับทิมที่ช่วยรายได้ที่ยั่งยืนแล้ว และยังเป็นการให้บริการเผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ให้กับผู้ที่สนใจศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาทับทิมที่ปลอดภัยอีกด้วย





เครดิต   http://www.matichon.co.th/